กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง

กระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง

ข้อมูลทั่วไป

ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตร.กม. (217,576.25 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตร.กม. (37,500 ไร่) ระยะทางเดินขึ้น คือ 5.5 กม. คนทั่วไปใช้เวลาเดิน 3-5 ชม. กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400–1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 c กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง

รายละเอียดล่าสุด

– เป็นแบบ Mono cable หรือเคเบิลสายเดียว มีเสารับ 7 ต้น – ขนส่งผู้โดยสารได้ 4-5 คนต่อครั้ง (ประมาณ 4,000 คนต่อชม.) เฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน – สรุปทางเลือก B ระยะทาง 4 กม.(ทางราบ) – ต้นทาง : บ้านน้ำพอง, บ้านทานตะวัน – ปลายทาง : ห่างจากผาหมากดูก 1.5 กม. กระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง กระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

2525 : อุทยานฯเสนอโครงการกระเช้าลอยฟ้า 2526 : ที่ประชุมร่วม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เห็นชอบ,คณะกรรมการอุทยานฯ เห็นชอบหลักการ,กรมอุทยานฯมีหนังสือด่วน ค้านสร้างกระเช้า 2527 : ศึกษา EIA ครั้งแรก โดยคณะวนศาสตร์ม.เกษตรศาสตร์ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2528 • แนวทางเลือกที่ 1 เริ่มต้นจากบริเวณใกล้เคียงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานและสิ้นสุด ที่บริเวณหลังแป • แนวทางเลือกที่ 2 เริ่มต้นบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในบริเวณพื้นที่ป่าธรรมชาติและยังไม่มีการก่อสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่ • แนวทางเลือกที่ 3 เริ่มต้นบริเวณบ้านนาน้อย อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย สิ้นสุดบริเวณผาหมากดูก ผลการศึกษาในครั้งนั้นสรุปว่า ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือ ทางเลือกที่ 1 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 2529 : คณะกรรมการอุทยานฯเห็นชอบเอกชนเสนอโครงการ 2532 : กรมป่าไม้ระงับโครงการ 2541 : กรมป่าไม้ศึกษารูปแบบกระเช้าและเส้นทางโดยบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ จำกัด ดำเนินการโครงการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดการด้านนันทนาการ,การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ผลการศึกษาสรุปได้ว่าเส้นทางเผื่อเลือกที่ 1 มีความเหมาะสมมากที่สุดเนื่องจากมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของคณะวนศาสตร์ 2555 : กรมอุทยานฯตั้งคณะทำรายงาน EIA,ครม.เห็นชอบงบ 20 ลบ.ศึกษา EIA Images& Info : NOW26, Channel 3