เร่งประมูล3สนามบิน9.3หมื่นล้าน สุวรรณภูมิเฟส2-ดอนเมือง-ภูเก็ตเริ่มเคาะปี58





คมนาคม อัดเม็ดเงินลงทุน 9.3 หมื่นล้านบาท ยกระดับ 3 สนามบิน “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต” รับผู้โดยสารโตกับฮับขนส่งสินค้า คาด ธ.ค.นี้แผนงาน-แผนเงินชัดเจน ตั้งแท่นเปิดประมูลปีྲྀ เผยค่าก่อสร้างดึงจากรายได้ ทอท. 4.4 หมื่นล้านบาท ควบคู่กู้ไจก้าสมทบลงทุน


พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมทำรายละเอียดแผนงานลงทุนโครงการเพิ่ม ขีดความสามารถให้บริการขนส่งทางอากาศของสนามบิน 3 แห่ง เงินลงทุนรวมประมาณ 93,000 ล้านบาท ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 85,000 ล้านบาท สนามบินดอนเมือง วงเงิน 3,000 ล้านบาท และสนามบินภูเก็ต วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อให้สนามบินแต่ละแห่งรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558-2561โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการในทันที เนื่องจากผู้โดยสารปัจจุบันเต็มความจุ 45 ล้านคนแล้ว ล่าสุดทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.จะทบทวน สำรวจ และออกแบบเพิ่มในบางโครงการ เพื่อให้สอดรับกับสภาพพื้นที่และความต้องการใช้งาน แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ


พล.อ.อ.ประจินกล่าวอีกว่า ในระยะแรกประกอบด้วยทางวิ่งสำรองหรือรันเวย์ที่ 3 ด้านตะวันตก ความยาว 2,900 เมตร วงเงิน 19,000 ล้านบาท รองรับการปิดซ่อมรันเวย์ที่ 1 และ 2, หลุมจอดอากาศยานระยะไกล จำนวน 28 หลุมจอด และงานก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยาย เพื่อใช้เป็นถนนเชื่อมต่อในเขตปฏิบัติการบิน รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค ใช้เงินลงทุนกว่า 40,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ มีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ด้านทิศเหนือของสนามบิน (Multi-Function Terminal) พื้นที่ 214,000 ตารางเมตร วงเงิน 29,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคน ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นการออกแบบและก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Midfield Satellite) วงเงิน 20,000 ล้านบาท


“เมื่อ ทอท.ทบทวน ทำแผนโครงการ และการใช้เงินชัดเจนนำเสนอให้บอร์ดพิจารณาภายในเดือนธันวาคมนี้แล้ว จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีหรือ ครม.อนุมัติ เพราะมีการปรับเปลี่ยนโครงการและวงเงินลงทุนเพิ่ม จากเดิม ครม.อนุมัติไว้ 62,503 ล้านบาท จากนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายโครงการต่อไป เช่น สภาพัฒน์ เพราะเป็นโครงการใหญ่ แต่ขั้นตอนจะเร่งรัดให้เสร็จภายใน 4-6 เดือน เพื่อให้งานเริ่มต้นปีหน้า เพราะเราช้ามานาน และจะเสียโอกาสทั้งการลงทุนและการเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าทั่วไป และสินค้าปลอดอากร”


พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า การใช้วงเงินลงทุนโครงการส่วนหนึ่งจะใช้กระแสเงินสดของบริษัทที่มีอยู่ จำนวน 44,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้การระดมทุนซึ่งมีหลายช่องทาง อาทิ การออกพันธบัตร การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการกู้เงินจากต่างประเทศ ล่าสุดทางองค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) สนใจจะปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งรายละเอียดของแนวการระดมทุนขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป คาดว่าจะชัดเจนภายในช่วงเดือนธันวาคมนี้


Info : Prachachat Onlinr (2 Dec 2014)