ส่องคอนโดใหม่ทองหล่อ ต่ำกว่า 200,000 บ./ตร.ม. ใกล้รฟฟ.สายสีเทา !!!

ขึ้นชื่อว่า ทองหล่อ คงเป็นทำเลในฝันของใครหลายๆคน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ชั้นนำ และที่อยู่อาศัย ระดับ Luxury ขึ้นไป แต่หารู้ไหมว่าในอนาคตจะมีรฟฟ.สายสีเทา ที่จะตัดผ่าน ซ.ทองหล่อ เป็นที่แน่นอนแล้ว แล้วทองหล่อจะเปลี่ยนไปขนาดไหน? หากมีรถไฟฟ้าให้ใช้ และมีสถานีต่างๆ ให้ขึ้น-ลง ตลอดซอย ถึง 4 สถานี ด้วยกัน 
หากพูดถึงในมุมมองโครงการคอนโดมิเนียม ต้องบอกว่าทำเลนี้มีมากมายหลายโครงการ ทั้งเก่า และใหม่ โดยหลายปีมานี้ มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการพัฒนาโครงการระดับ Ultimate Luxury (≥250,000 บ./ตร.ม.) ที่มีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ทั้งนี้หากอยากได้โครงการระดับ Luxury (150,000 – 199,999 บ./ตร.ม.) คงจะได้เป็นโครงการเก่า หรือจะเรียกว่าคอนโดมือสองก็คงไม่ผิดนัก แต่จะดีกว่าไหม? ถ้ามีคอนโดที่ใหม่กว่า เดินทางสะดวก อีกทั้งยังใกล้กับสถานีรฟฟ.สายสีเทา ในอนาคตอีกด้วย 
สำหรับบทความนี้เราจะพาไปอัปเดตโครงการรฟฟ. สายสีเทา รวมถึงวิเคราะห์ทำเลทองหล่อ พร้อมแนะนำโครงการใหม่ล่าสุด ที่มีราคาเฉลี่ย/ตร.ม. ไม่ถึง 200,000 บ./ตร.ม.!!! บนทำเลทองหล่อ อีกหนึ่งทำเลแห่งอนาคต ที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าทั้งในแง่ของการลงทุน หรืออยู่อาศัยเอง
 

อัปเดตรฟฟ. สายสีเทา ถึงไหนแล้ว?

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา แบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่
  • – ระยะที่ 1 : วัชรพล – ทองหล่อ
  • – ระยะที่ 2 : พระโขนง – ลุมพินี
  • – ระยะที่ 3 : ลุมพินี – ท่าพระ
ในขณะนี้ มีความคืบหน้าแล้ว ในส่วนของรฟฟ. สายสีเทา ระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ) ซึ่งทางกทม. ได้เตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา และวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุน PPP (การร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน) เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีระยะทางทั้งหมด 19 กิโลเมตร งบว่าจ้างที่ปรึกษา จำนวน 29 ลบ. คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนเพื่อคัดเลือกที่ปรึกษาได้เดือนมกราคม 2564 นี้ 
แน่นอนว่าบริเวณช่วง วัชรพล-ทองหล่อ นั้นเป็นพื้นที่ๆ มีผู้คนอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น มีการขยายตัวที่ต่อเนื่องและค่อนข้างสูงอีกด้วย ซึ่งรฟฟ.สายสีเทาในระยะที่ 1 นี้ จะสร้างความสะดวกสบาย เป็นอย่างมาก 
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง
 

เจาะรฟฟ.สายสีเทา ระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ)


จุดไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของ รฟฟ.สายสีเทา คงจะหนีไม่พ้นบริเวณ ซ.ทองหล่อ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าเป็นหนึ่งในย่านแห่ง Lifestyle และย่านที่อยู่อาศัย ที่โดดเด่นที่สุดของกรุงเทพฯ โดย รฟฟ.สายสีเทา จะวิ่งจาก ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ตัดเข้า ถ.เพชรบุรี แล้วทะลุ ซ.ทองหล่อ ไปจบที่ BTS ทองหล่อ บริเวณ ถ.สุขุมวิท เป็น Intersection เพื่อเดินทางไป BTS สายสีเขียว ต่อไป โดยบริเวณ ซ.ทองหล่อ นั้นจะมีด้วยกัน 4 สถานี ได้แก่ 
  • – ศูนย์วิจัย ( บริเวณ ซ.ทองหล่อ – เพชรบุรี)
  • – แจ่มจันทร์ (บริเวณปาก ซ.ทองหล่อ 20 หรือ ซ.แจ่มจันทร์)
  • – ทองหล่อ 10 (บริเวณปาก ซ.ทองหล่อ 10)
  • – ทองหล่อ (บริเวณสถานี BTS ทองหล่อ) 
ซึ่งหากดูแหล่ง Lifestyle ของทองหล่อไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง คอมมิวนิตี้ มอลล์, โรงพยาบาล, รวมถึง โรงเรียน ต่างๆ จะพบว่าเกือบทั้งหมด ตั้งอยู่ในรัศมีของสถานีต่างๆ ไม่เกิน 500 ม. รวมถึงยังมีโครงการในอนาคตอย่าง The Market Place Thonglor ที่จะเป็น Mixed Use 12 ชั้น (Commercial + Office) แน่นอนว่าหาก รฟฟ.สายสีเทา นี้สร้างเสร็จเมื่อไร จะยิ่งทำให้บริเวณนี้มีความคึกคักมากขึ้น รวมถึงสร้างมูลค่าให้บริเวณนี้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบาย แก่ผู้อยู่อาศัยในทำเลอีกด้วย
 

คอนโดใหม่ใน ทองหล่อ มีที่ไหนบ้าง?


สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดบริเวณ ซ.ทองหล่อ ที่เปิดตัวในช่วงปี 2016-2020 ที่ผ่านมาจะพบว่ามีด้วยกัน 15 โครงการ ซึ่งหากเจาะลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่ามีถึง 12 โครงการที่อยู่ในระดับ Ultimate Luxury (≥250,000 บ./ตร.ม.), ระดับ Super Luxury 1 โครงการ , และมีเพียง 2 โครงการเท่านั้น ที่จัดอยู่ในระดับ Luxury (150,000 – 199,999 บ./ตร.ม.) 
จากข้อมูลข้างต้น สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทองหล่อ ยังเป็นทำเลที่มีการพัฒนาโครงการระดับ Ultimate Luxury (≥250,000 บ./ตร.ม.) อยู่มากพอสมควร เมื่อเทียบกับโครงการระดับ Luxury (150,000 – 199,999 บ./ตร.ม.) แล้ว โดยปัจจุบันโครงการใหม่ระดับ Luxury นั้นหาได้ยากแล้ว ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างด้วยกัน 
ซึ่ง Capital Gain ของทุกโครงการใหม่บนทำเล ซ.ทองหล่อ ในปี 2019 มี Average Capital Gain อยู่ที่ 7% ในขณะที่ปี 2020 ลดลงมาที่ 5% โดยสาเหตุมาจากการระบาดของโรคโควิด 19 แต่ก็มีอัตราการเติบโตก็สูงขึ้น ลดลงไม่มากจากปี 2019
 

เปรียบเทียบโครงการมือสอง – มือหนึ่ง

อย่างที่รู้กันว่า คอนโดใน ซ.ทองหล่อ นั้นมีมากมาย หลายโครงการที่ไม่เกิน 200,000 บ./ตร.ม. ซึ่งส่วนมากจะเป็นโครงการที่เปิดตัวก่อนปี 2016 และถือว่าเป็นโครงการที่เก่า และนับเป็นโครงการมือสอง โดยหากเทียบกับโครงการใหม่แล้ว ก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย แตกต่างกันไป 
คอนโดมือสองจะมีราคาถูกกว่า ซึ่งแน่นอนว่ามีเจ้าของแล้ว อีกทั้งยังสามารถต่อรองราคาได้อีกด้วย ในส่วนของคอนโดใหม่จะได้เงื่อนไข รวมถึงโปรโมชั่นจาก Developer ที่แตกต่างออกไปในแต่ละโครงการ 
อีกจุดหนึ่งที่โครงการมือสองได้เปรียบก็คือ สามารถเข้าอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้โครงการเสร็จ และได้เห็นสภาพโครงการจริงๆ ซึ่งโครงการใหม่อาจจะยังทำการก่อสร้างอยู่ หรือยังไม่พร้อมอยู่ในทุกโครงการ แต่จะเเลกมาด้วย สภาพโครงการที่ใหม่ ไม่ต้องซ่อมแซม รวมถึงรูปแบบโครงการที่ทันสมัยกว่า โดยโครงการมือสอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งพื้นที่ส่วนกลาง หรือแม้กระทั่งห้องชุด อาจมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา
 

คอนโดใหม่ ราคาเฉลี่ยไม่ถึง 200,000 บ./ตร.ม. !!!

Chewathai Residence Thonglor

Factsheet

  • โครงการChewathai Residence Thonglor
  • ผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)
  • ที่ตั้ง : ซ.ทองหล่อ 20 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • ขนาดที่ดิน : 1-0-89.2 ไร่
  • ประเภทโครงการLow Rise Condominium
  • จำนวณชั้น : 8 ชั้น
  • จำนวณอาคาร : 1 อาคาร
  • จำนวนยูนิต : 130 ยูนิต
  • ที่จอดรถ : 70 คัน, EV Parking 2 คัน
รูปแบบห้อง :
  • – 1 BR. 31.09 – 44.33 sq.m.
  • – 1 BR. Plus 44.11 – 52.49 sq.m.
  • – 2 BR. 41.36 – 61.70 sq.m.
สิ่งอำนวยความสะดวก :
  • – SWIMMING POOL
  • – KID’S POOL
  • – STEAM ROOM
  • – FITNESS
  • – GARDEN ,ROOFTOP GARDEN
  • – PUTTING GREEN
  • – PARKING AREA
  • – EV CHARGER
  • – MEETING ROOM
 

ใกล้รฟฟ. สายสีเทา สถานีแจ่มจันทร์ เพียง 400 ม.

สถานที่ตั้งโครงการถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเลยทีเดียว โครงการตั้งอยู่ ซ.ทองหล่อ 20 (ซ.แจ่มจันทร์) ซึ่งสามารถเดินไป ถ. ทองหล่อ ได้เพียงแค่ 220 ม. รวมถึงไป ถ.เอกมัย ก็ง่ายดายเพียง 280 ม. เท่านั้น 
ซึ่งแน่นอนว่าหาก รฟฟ.สายสีเทา สร้างเสร็จเมื่อไร ลูกบ้านโครงการ Chewathai Residence Thonglor จะยิ่งสะดวกสบายสุดๆ เพราะสามารถเดินไปขึ้นสถานีรฟฟ.แจ่มจันทร์ ได้เพียง 400 ม. เท่านั้น อีกทั้งยังใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลคามิลเลียน, The Commons, J Avenue, และ 72 Courtyard อีกด้วย
 

Design Concept

โครงการมีแนวคิดหลักในการออกแบบคือ ชีวาทัย – ชีวิตชีวา (ICONIC TROPICAL DESIGN) สถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ด้วยการออกแบบ Feature ระเบียงลักษณะพิเศษ รวมถึงโทนสีของอาคารโทนอ่อน ที่ช่วยส่งเสริมสีเขียวของต้นไม้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร ให้มีความโดดเด่นและให้ความรู้สึกถึงความเป็นชีวิตชีวา 
แนวคิดในการออกแบบระเบียงห้องพักของโครงการ คือ Green Cliff เปรียบอาคารให้เสมือนหน้าผาธรรมชาติที่มีต้นไม้แทรกอยู่ตามชั้นต่างๆ ของหน้าผา มองจากด้านนอกอาคารจะเห็นภาพรวมของโครงการที่มีความเป็นธรรมชาติทั้งจากต้นไม้อยู่ตามระเบียงหลายๆ มุม และการวางตำแหน่งสลับกันเสมือนต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ โดยคอนเซปต์ Natural Touch Interior คือการสร้างธรรมชาติที่ห้อมล้อมโครงการจากภายนอก และภายในโครงการก็มีการสอดแทรกความเป็นธรรมชาติเข้าไปเช่นกัน
 

Project Highlight

จุดเด่นของโครงการนี้ก็คือ ความสงบ และความเป็นส่วนตัว โดยมีจำนวนยูนิตน้อย เพีย130 ยูนิตเท่านั้น และที่พิเศษกว่าคือ โครงการมีรูปแบบห้องให้เลือกกว่า 20 แบบเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละรูปแบบห้อง ก็จะมีจุดเด่นเฉพาะของแต่ละแบบ
โดยสำหรับรูปแบบห้อง 1 BR PLUS นั้นมีความน่าสนใจเลยทีเดียว นอกจากจะได้ห้องที่เป็น Multi Purpose แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อ Outdoor Terrace ที่เกิดจากการออกแบบด้วยแนวคิด Green Cliff ทำให้ระเบียงมีลักษณะโค้งเว้า ทำให้เกิด Space ที่สวยงาม โดยสามารถปรับให้เป็นห้องทำงาน ที่เชื่อมต่อกับ Outdoor Terrace ได้อีกด้วย
 

ลงทะเบียน และรับสิทธิพิเศษ

คลิ๊ก