5 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อคอนโดฯ หรู สุขุมวิทตอนกลาง

พื้นที่สองฝั่ง ถนนสายหลักของกรุงเทพฯ อย่าง ถ.สุขุมวิท ถือเป็นทำเลทองของคอนโดฯ หลากหลายเจ้า ด้วยศักยภาพในด้านการคมนาคมและสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ Demand & Supply ของคอนโดฯ ในถนนเส้นนี้นั้นมีปริมาณมาก ซึ่งโครงการคอนโดฯ ติดริมถนนสุขุมวิทนั้นก็มีมากมายหลากหลาย Segment ด้วยกัน
ครั้งนี้ทางเรา Realist จะขอพาทุกท่านเข้าไปเจาะใน Segment ของ Super Luxury – Elite Condominium ย่านสุขุมวิท ตอนกลาง ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องคำนึงถึง ในการเลือกซื้อคอนโดฯ ในทำเลนี้ โดยพื้นที่ที่เราจะยกมาเป็นกรณีศึกษานั้นจะเป็นทำเล ทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ที่เป็นทำเลสุด Prime ใจกลางเส้นสุขุมวิทนี้พร้อมกับเป็นแหล่งของคอนโดฯ ระดับ Super Luxury และ Elite มากมายด้วย

ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ได้ ดังนี้

1. ทำเล (Location) ตั้งอยู่ที่ไหน? | บริเวณใกล้เคียงมีอะไรบ้าง? | เดินทางยังไง? | ใกล้รถไฟฟ้าสายไหน? 2. ราคา (Price) ราคาเมื่อเทียบกับ Product และทำเลที่ได้ คุ้มค่าหรือไม่? 3. ขนาดและสไตล์ (Size & Style) ห้องรูปแบบไหนและขนาดเท่าไหร่ ? | Fully Furnised หรือ Fully Fitted ? | สไตล์ตรงใจเราแค่ไหน ? 4. สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) Facilities ตรงใจเราแค่ไหน? | เราได้ใช้ Facilities โครงการมากน้อยแค่ไหน? 5. บริการหลังการขาย (After Sale Service) บริการหลังการขาย/เข้าอยู่เป็นเช่นไร ? คำถามเหล่านี้เป็นเพียงคำถามเบื้องต้นของการตัดสินใจในการเลือกซื้อคอนโดฯ ทั้งระดับ Budget ราคาประหยัดไปจนถึงระดับ Elite ที่แพงมหาศาล ถ้าเราสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็เท่ากับว่าเราเห็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกคอนโดฯ ได้แล้ว ว่าคอนโดฯ ไหนที่ตรงกับความต้องการเรามากที่สุด

1. Location ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

1.1 รูปแบบของย่านทองหล่อ – พร้อมพงษ์ นั้นจะอยู่บริเวณ ถ.สุขุมวิทตอนกลาง ช่วงสุขุมวิท 35 – 55 โดยภาพรวมนั้นเป็นย่านอยู่อาศัยระดับ High Class เนื่องจากมีสถานที่, สิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครันในทุกๆ ด้าน ทางด้านย่านที่ใกล้เคียงอย่าง อโศกและเอกมัยนั้น ก็ยังเป็นย่านที่มีศักยภาพเกื้อหนุนกัน อาทิ ย่านอโศกขึ้นไปจนถึงพระราม 9 จะเป็นย่านอาคารสำนักงานและออฟฟิศมากมาย เรียกได้ว่าเป็นว่าที่ CBD ใหม่เลยก็ว่าได้ ส่วนด้านเอกมัย ก็เป็นย่านท่องเที่ยวกินดื่มที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน คู่มากับย่านทองหล่อนั่นเอง นอกจากนี้ ทองหล่อ – พร้อมพงษ์ ยังเป็นย่านที่รวมคนต่างชาติเข้ามาอย่างมากทั้งมาท่องเที่ยวและทำธุรกิจ
ในปี 2016 มี Expat ชาวญี่ปุ่นทำงานและพักอาศัยกว่า 100,000 ครัวเรือน หรือ 250,000 คน เมื่อเทียบกับอัตราอยู่อาศัยในเมืองหลวงอื่นในเอเชียด้วยกัน ย่านนี้จึงเป็นถือเป็นอีกทำเลที่พร้อมที่สุดในการลงทุน และตลาดปล่อยเช่าคอนโด ที่มีความต้องการสูงที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น และที่สำคัญในย่านนี้ ยังเป็นแหล่งรวม Lifestyle ระดับ World Class ซึ่งไม่ใช่ทุกที่ในกรุงเทพฯ ที่สามารถเป็นย่านที่มี Lifestyle ระดับนี้ได้ ดังนั้น สำหรับกลุ่มที่ต้องการ การใช้ชีวิต, ดื่มด่ำ และบริโภคแต่ของเกรดดี ระดับ Premium ย่านทองหล่อ-พร้อมพงษ์ นี้ จึงเป็นคำตอบของคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบ Premium Urban Life Style นั่นเอง
1.2 การเดินทางทั้งทางรถส่วนตัวและขนส่งสาธารณะทางด้านการเดินทาง ถ.สุขุมวิท จะเป็นถนนเส้นหลักของย่านนี้ ทำให้สามารถเดินทางไป อาทิ สยาม, อโศก หรือย่านอื่นๆ ในเส้นสุขุมวิทได้อย่างง่ายได้ (แต่อย่างที่รู้กัน หากสัญจรด้วยถนน ก็ย่อมพบกับปัญหารถติดของกรุงเทพฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้) อีกทั้งยังสามารถขับทะลุออกไปที่เส้น ถ.พระราม 4 และ ถ.เพชรบุรี ได้ไม่ยาก ส่วนด้านการขนส่งสาธารณะนั้นก็จะมี BTS เปิดให้บริการอยู่ ทำให้การใช้การขนส่งสาธารณะนั้นสะดวกสบายขึ้นมาก อีกทั้งถึงแม้ BTS จะมีปัญหาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็มีการพัฒนาขึ้น (พร้อมกับราคา) อย่างในปัจจุบันที่เราสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตร BTS ผ่านบริการ Rabbit Line Pay ในมือถือโดยที่ไม่ต้องไปต่อแถวเติมเงินในบัตรนั่นเอง
1.3 สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก – สถานที่, สิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคมีความครบครันในทุกๆ ด้าน เริ่มจากห้างสรรพสินค้าอย่าง The Em District ที่ประกอบไปด้วย Emquartier, Emporium และ Emsphere (ในอนาคต), คอมมูนิตี้มอล Rain Hill ถัดมาด้านสถานศึกษา ก็มี Bangkok International Preparatory & Secondary School, Trinity International School และ Wells International School เป็นต้น โรงพยาบาลก็จะมี ร.พ.สมิติเวชสุขุมวิท, ร.พ.สุขุมวิท, ร.พ.คามิลเลียน เป็นต้น และสุดท้ายกับสวนสาธารณะ ก็จะมีเป็น สวนเบญจสิริ ที่อยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กับ Emquartier นั่นเอง

Point of Interest

BKK Prep School Image : bkkprep
BKK University Image : bangkok university
Rainhill Image : bangkok.com
The Em District Image : dooddot
J Avenue Image : siam future
Gateway Ekkamai Image : property insight
SKV hospital Image : SKV hospital
Samitivej SKV hospital Image : Samitivej Skv hospital
 

2. Price ราคาที่ใช่ คอนโดฯ ที่ชอบ

หากพูดถึงเรื่องราคานั้น อยากจะขอเกริ่นเรื่อง Segment ของคอนโดฯ กันก่อน โดยที่ทาง Realist ได้ทำการแบ่ง Segment เป็นดังนี้ หากเปรียบเทียบกันของคอนโดระดับ Elite ติดริม ถ.สุขุมวิท มีคอนโดฯ ดังนี้
  • – Vittorio
  • – Marque
  • – BEATNIQ
  • – The Esse 36
  • – The Strand
ใน Segment ตั้งแต่ระดับ Super Luxury ไปจนถึงระดับ Elite นั้นผู้ซื้อต้องมีเงินในกระเป๋าเยอะพอสมควร ดังนั้น Target ในระดับนี้นั้น และการที่มีเงินเยอะ Target กลุ่มนี้จึงมีการเลือกคอนโดฯที่คุ้มค่ากับเงินจำนวนมากที่เสียไป อาทิ Specification ต่างๆ, ขนาดของพื้นที่ใช้สอย, สไตล์และความสวยงาม, Capital Gain & Rental Yield เป็นต้น และถึงแม้ว่า Rental Yield ในย่านนี้จะอยู่ที่ 3-4% แต่ทำเลนี้ Prime อยู่แล้วและหายากขึ้นในทุกๆ วัน คอนโดฯในระดับนี้จึงมีคุณค่าและคุ้มค่าในการถือเก็บเป็น Asset ให้ลูกหลานต่อไป
Vittorio Image : Vittorio-Residence ที่ตั้ง ถ. สุขุมวิท 39 ความสูงอาคาร สูง 28 ชั้น 1 อาคาร ขนาดที่ดิน 1–29–0 ไร่ จำนวนยูนิต 88 ยูนิต ราคาเริ่มต้น (350,000 บ. /ตร.ม.)
Marque Sukhumvit Image : CBRE ที่ตั้ง ถ. สุขุมวิท 39 ความสูงอาคาร สูง 50 ชั้น 1 อาคาร ขนาดที่ดิน 3-1-7 ไร่ จำนวนยูนิต 147 ยูนิต ราคาเริ่มต้น (340,000 บ. /ตร.ม.)
The Esse Sukhumvit 36 Image : Singha Estage ที่ตั้ง ถ. สุขุมวิท 36 ความสูงอาคาร สูง 43 ชั้น 1 อาคาร ขนาดที่ดิน 2–2–0 ไร่ จำนวนยูนิต 338 ยูนิต ราคาเริ่มต้น (330,000 บ. /ตร.ม.)
The Strand Thonglor Image : The Strand Thonglor ที่ตั้ง ถ. สุขุมวิท 55 ความสูงอาคาร สูง 30 ชั้น 1 อาคาร ขนาดที่ดิน 1–2–46 ไร่ จำนวนยูนิต 198 ยูนิต ราคาเริ่มต้น (330,000 บ. /ตร.ม.)

BEATNIQ

ที่ตั้ง ถ. สุขุมวิท 32 ความสูงอาคาร สูง 34 ชั้น 1 อาคาร ขนาดที่ดิน 1-3-69 ไร่ จำนวนยูนิต 197 ยูนิต ราคาเริ่มต้น (250,000 บ. /ตร.ม.)
 

3. Size ขนาดพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่ากับราคา

จากข้อมูลของ Nexus Thailand จะสังเกตุเห็นลักษณะและแนวโน้มของขนาดห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedroom ในตลาดนับตั้งแต่ปี 47 มาจนถึงปี 61 นี้ ขนาดห้องจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าตลาดคอนโดฯ นั้นมีราคาต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น เรียกได้ว่าจ่ายเท่าเดิม แต่ได้พื้นที่น้อยลงเท่านึง ในขณะที่โครงการระดับ Super Luxury – Elite Class ในทองหล่อ-พร้อมพงษ์ นั้นจะมีขนาดและประเภทของห้องค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งหากดูจากขนาดเริ่มต้นเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ 48 ตร.ม. สำหรับห้องประเภท 1 Bedroom ถือว่ากว้างกว่าขนาดเฉลี่ยของห้อง 1 Bedroom ในตลาดคอนโดฯ ทั่วไป คราวนี้เรามาดูตารางเปรียบเทียบขนาดห้องของ โครงการระดับ Super Luxury – Elite Class ในทองหล่อ-พร้อมพงษ์ กันบ้าง
ห้องประเภท 1 Bedroom ห้องที่แบบไม่ใหญ่มากและเป็นที่นิยมค่อนข้างมาก เนื่องจากความเป็นห้องเล็กสำหรับผู้เช่าหรือซื้อ 1-2 ราย เรียกได้ว่าซื้อง่ายขายคล่องพอสมควรสำหรับห้องรูปแบบนี้ เหมาะแก่การซื้อไว้ลงทุน ไปปล่อยเช่าหรือขายต่อ ก็ได้หมด สำหรับคอนโดฯ หรูในย่าน ทองหล่อ-พร้อมพงษ์ จะมี 3 คอนโดฯ ที่มีห้องประเภทนี้ คือ BEATNIQ, The esse 36 และ The Strand ซึ่งจากกราฟจะเห็นได้ว่า BEATNIQ นั้นมีห้องประเภท 1 Bedroom ให้เลือกหลายขนาดมากกว่า และขนาดใหญ่ที่สุดใน คอนโดฯระดับ Elite Class ในย่านที่ Prime ที่สุดบนสุขุมวิทตอนกลางอย่าง พร้อมพงษ์-ทองหล่อ
ห้องประเภท 2 Bedroom ห้องประเภท 2 ห้องนอน เป็นห้องประเภทที่คอนโดฯ หรูหลายคอนโดฯ นิยมและนำมาเป็นจุดขายมากที่สุด เนื่องจากมีพื้นที่ที่กว้างทำให้มีการออกแบบและตกแต่งไปเยอะขึ้น หรือก็คือมีพื้นที่ที่สามารถปล่อยของกันได้เต็มที่ ห้องประเภทนี้นั้นมักนิยมซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือนำไป Resale ต่อ ไม่ค่อยนิยมนำมาปล่อยเช่าเสียเท่าไหร่เนื่องจากหาผู้เช่ายากกว่าห้องแบบ 1 Bedroom (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ความนิยมของโครงการนั้นๆ ด้วย)
ห้องแบบ 2 Bedroom Plus โดยภาพรวมนั้นห้องลักษณะนี้จะคล้ายกับห้องแบบ 2 Bedroom แต่จะเพิ่มในส่วนของ Plus หรือห้องอเนกประสงค์ขึ้นมา ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นได้ทั้งห้องทำงานหรือห้องนอนขนาดเล็กได้ เหมาะแก่ครอบครัวที่วางแผนขยายครอบครัวขึ้นมา หรือมักทำงานอยู่ที่ห้องของตนบ่อยๆ ในด้านขนาด Marque จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า ส่วน BEATNIQ จะมี Function พิเศษเพิ่มขึ้นมา อาทิ Semi Balcony, แยกครัวไทย-ฝรั่ง และพื้นที่ซักล้าง เป็นต้น
ห้องประเภท 2 Bedroom Duplex ห้องประเภทนี้ ค่อนข้างมีความเฉพาะทาง สำหรับคนที่อาจจะต้องการห้องที่มี Space ที่กว้างทั้งในแนวราบและแนวตั้ง เนื่องจากห้องจะมีชั้นลอยอยู่ภายในห้องด้วย ห้องประเภทนี้จึงมีจำนวนไม่มากใน 1 คอนโดฯ จากตัวอย่าง BEATNIQ จะมีขนาดห้องให้เลือกมากที่สุด เพราะเป็นห้อง Type พิเศษ บนทำเลนี้นั่นเอง
ห้องประเภท 3 Bedroom  ห้องประเภทนี้ คนที่ซื้อส่วนมากค่อนข้างออกไปทางซื้อเพื่ออยู่เอง สำหรับครอบครัวกลางไปถึงใหญ่ เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่และ Function ที่เยอะ BEATNIQ นั้นจะมี 2 ห้องพิเศษที่มี Pool ด้านหน้าเป็น Sky Garden เป็นจุดเด่นของห้อง Type นี้นั่นเอง
ห้องแบบ Penthouse มาถึงห้องประเภท Exclusive ที่มีพื้นที่เยอะที่สุดและราคาก็แพงที่สุดในบรรดาห้องทุกประเภท ห้องประเภท Penthouse นั้นจะมีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก บางทีอาจจะเต็มทั้ง Floor ของชั้นนั้นเลย Function ภายในก็มีครบทุกอย่าง บางที่อาจจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย ซึ่งห้องประเภทนี้ กลุ่มเป้าหมายก็จะมักเป็นคนที่มีรายได้เยอะพอสมควร ห้องประเภทนี้จะมีจำนวนน้อยมากหากเทียบกับจำนวนยูนิตทั้งหมดในโครงการ โดยจากตัวอย่างที่ยกมา Marque จะมีขนาดห้องให้เลือกเยอะที่สุด

สัดส่วนห้องคอนโดฯ ทั่วไปกับโครงการ Luxury

จากข้อมูลของ Nexus Thailand จะพบว่าสัดส่วนของขนาดยูนิตในคอนโดนั้น ห้อง 1 Bedroom มีอัตราส่วนแบ่งในคอนโดฯ ในปัจจุบัน (2561) อยู่ที่  80% ซึ่งเติบโตมาจากปี 2547 ถึง 50% ห้อง 1 Bedroom ก็มีราคาที่ไม่ได้สูงจนเกินไปในการแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงคนเดียว เมื่อเทียบกับห้องแบบอื่น การออกมาอยู่อาศัยคนเดียวหรือ 2 คน นั้น สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตในปัจจุบันมากกว่า ทว่าราคาที่สูงขึ้นและขนาดห้องที่ลดลงนั้น ทำให้ความต้องการห้องที่ขนาดใหญ่ลดลง แต่ลักษณะของเหตุผลนี้ จะใช้ได้สำหรับค่าเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนี่ยมโดยทั่วไป ในขณะที่คอนโดกลุ่ม Luxury – Elite จะยังคงมีความต้องการห้องระดับ 2 Bedroom ขึ้นไปอยู่มาก

ห้องของ BEATNIQ น่าสนใจอย่างไร ?

2 Bedroom | 82 sq.m. ห้อง 2 Bedroom ขนาด 82 ตร.ม. มีจุดเด่นบริเวณ Living Area ที่เชื่อมตั้งแต่ Balcony – Lving Area – Dining Area – Kitchen ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูกว้าง, โปร่ง และโล่ง มากขึ้นด้วยบานกระจกพื้นถึงฝ้า ทางด้านห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom นั้นมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ห้อง ทำให้มีพื้นที่สำหรับทำเป็นกึ่งๆ Walk-In Closet ได้ และห้องนอนทั้ง 2 ห้องนั้นล้วนแล้วแต่มีกระจกที่สามารถมองออกไปด้านนอกได้ สุดท้ายภายใน Unit จะมีพื้นที่ซักล้างไว้ให้โดยเฉพาะ ซึ่งน่าจะถูกใจพ่อบ้านแม่บ้านที่จะต้องซักผ้าอย่างแน่นอน
1 Bedroom | 57 sq.m. ถึงแม้ว่าจะเป็นห้อง 1 Bedroom แต่ก็มีขนาดถึง 57 ตร.ม. ซึ่งถือว่าค่อนข้างกว้างถ้าเทียบกับขนาดห้อง 1 Bedroom เฉลี่ยของคอนโดในกรุงเทพฯ ทำให้สามารถจัด Function ต่างๆ ออกมาได้สบายๆ ไม่อึดอัด มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมหรือประยุกต์ไปเป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ Balcony ที่มีหน้าต่างสำหรับเปิด-ปิดได้ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็น Indoor และ Outdoor ได้ตามการใช้งาน

 

4. Style & Facilities ความสวยงานที่มาพร้อมการใช้งาน

“STYLE” ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ

หลังจากดูเรื่อง Size ห้องกันไปแล้ว คราวนี้มาถึงเรื่อง Style กันบ้าง เราจะมาดูกันว่า Style สำคัญอย่างไรกับการเลือกซื้อห้อง Style นั้นกล่าวง่ายๆ คือ “ความชอบส่วนตัว” ของผู้ซื้อเพราะ ผู้ซื้อคอนโดฯ หรู ระดับ Super Luxury – Elite Class มีเงินในกระเป๋ามากพออยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ Style นั้นยังต้องคุ้มค่าในการที่จะจ่ายเงินก้อนโตลงไปด้วย
ส่วนเรื่องทำเลนั้น หากคิดดูดีๆ แล้วคอนโดฯ ที่สามารถตั้งราคาสูงๆ ได้ ย่อมอยู่ในพื้นที่ทำเลที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว สรุปก็คือ ราคาสูงก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก ทำเลก็เป็นทำเลดีที่อยู่ใกล้ๆ กัน ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบล้วนๆ จึงส่วนใหญ่ไปตัดสินใจกันที่ Style, Taste และ Aesthetic ของโครงการ

รูปแบบและสไตล์ผู้คนที่สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมนั้นอยู่คู่กับมนุษย์เรามาตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ยังเพิ่งพัฒนามาจากลิง ส่งต่อมาจนถึงยุคกรีก-โรมัน สู่ยุคกลาง, ยุคเรเนซองต์, บาโร้ค มาจนถึงยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม ส่งต่อมาจนถึงยุคปัจจุบัน อีกรูปแบบของสถาปัตยกรรมนั้นบ่งบอกและแสดงถึงตัวตนของผู้ใช้งานด้วย ขอยกตัวอย่างด้วยโครงการ BEATNIQ นั้นด้านการออกแบบ ถือว่าดูโดดเด่นต่างจากโครงการโดยรอบ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Mid Modern Century นั่นเอง
เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นรูปทรง ความเรียบง่ายของอาคาร ซึ่งแนวคิดนี้ถูกพัฒนาเรื่อยมาถึงปัจจุบัน จนมาถึงยุค Mid Century Modern  ที่เน้นตัวอาคารเป็นรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ ที่เรียบง่าย, การเล่น Pattern การซ้ำ  ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อมาจากเน้นสัจจะของวัสดุจากแนวคิด Brutalism ที่ได้มีการใช้วัสดุจากธรรมชาติและเปิดรับธรรมชาติเข้าไปผ่านบานกระจกแทนผนังทึบเข้าไปนั่นเอง
ถัดจากเรื่อง ”สไตล์” แล้วเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ (Facilities) ก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องต่อกันมา เพราะรูปแบบฟังชั่นและการตกแต่งต่างๆ ก็มักจะสอดคล้องกับ ”สไตล์” ของโครงการเพื่อตอบสนองการใช้งานของ Target ที่ชอบสไตล์นั้นๆ
โดยทางเราจะยกตัวอย่าง Facilities จากโครงการ BEATNIQ ที่เราเห็นว่ามีความสะดุดตา มาเป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์ในครั้งนี้ว่าโครงการมีการใช้ Style ให้ดูโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อย่างไรบ้าง
Vittorio Image : Vittorio-Residence หรูหราแบบจัดเต็มทั้งวัสดุ,การตกแต่งและการออกแบบจากอิตาลี ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมหลายแห่งในอิตาลี
Marque Sukhumvit Image : CBRE หรูหราด้วย Design ของอาคารที่เป็น Iconic และทันสมัย ที่เน้นความเป็น Future มากกว่าโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกัน
The Esse Sukhumvit 36 Image : Realist หรูหราเรียบง่าย สอดแทรกความเป็นไทยร่วมสมัย ที่ผู้ออกแบบถอดฟอร์มของความเป็นไทย มาในสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่
The Strand Thonglor Image : The Strand Thonglor เน้นทันสมัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ย่านทองหล่อ โดยเน้นความเรียบหรูไว้เป็นหลักของโครงการ

BEATNIQ

เรียบหรูด้วยสถาปัตยกรรมยุค Mid Century Modern  ในส่วนนี้จะเป็นสวนด้านหน้าโครงการที่เป็นการผสานกันของพื้นที่ที่เป็นพื้นหิน, พื้นหญ้า และน้ำ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นการใช้แนวคิดแบบ Brutalism ที่เน้นผสานลักษณะของความ Modern ของรูปลักษณ์และเส้นสายที่เรียบง่ายเข้ากับสัจจะของวัสดุของธรรมชาติ
Lobby ของคอนโดฯ ที่ยังคงความ Modern อยู่ ด้วยลักษณะเพดานที่สูงพร้อมกับบานหน้าต่างที่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าที่สามารถมองเห็นสวนภายนอกได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งองค์ประกอบที่ทำมาจากวัสดุอย่าง อลูมิเนียม สแตนเลส โลหะ ที่เป็นวัสดุที่ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 20 ที่อยู่ในยุค Mid Century Modern และเส้นสายที่เรียบง่ายซื่อตรง ตอบสนองความการใช้งานเต็มที่
สระว่ายน้ำ ยังคงเส้นสายความเรียบ,ความสมมาตร และแกนตั้งแกนนอน คล้ายกับตัวสวนทางด้านหน้าโครงการ มีการเล่นกับ Element ของวัสดุอย่างมี Hanging Pavillion ลอยอยู่เหนือสระน้ำ ให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของน้ำ, สัจจะแห่งวัสดุ และธรรมชาติ

5. After Sales Services & Product Quality

การบริการหลังการขายและวัสดุที่ให้มานั้น สำหรับคอนโดฯ ระดับ Elite Class นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องใส่ใจ ด้วยความที่เราจ่ายเงินจำนวนมาก วัสดุที่ให้ก็ต้องดีและสมราคา อีกทั้งบริการหลังการขายนั้นยังเป็นตัวที่ช่วยทำให้เรามั่นใจได้อีกว่าคอนโดฯ ที่เราซื้อนั้นจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยที่โครงการ BEATNIQ จาก SC Asset นั้นจะมีบริการหลังการขายที่ชื่อว่า Concierge Service ที่เป็น Personal Assistant คอยให้คำปรึกษากับเรา
ด้านวัสดุที่ให้ โครงการ BEATNIQ นั้นก็ได้เลือกใช้วัสดุที่ครบครันและเหมาะสมกับราคา ผนังห้องน้ำเป็น Composite Marble “Nero Portoro” หรือเทียบเท่า, ผนังพื้นที่ semi-outdoor เป็น Natural Stone “Portoro Gold” หรือ สุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้ายี่ห้อ Toto เป็นต้น
ผนัง Nero Portoro
ผนัง Portoro Gold
สุขภัณฑ์ยี่ห้อ Toto
ตู้ไมโครเวฟ Kuppersbusch

หินอ่อน Nero Portoro และ Portoro Gold 

หินอ่อนทั้ง 2 ชนิด เป็นหินอ่อนอิตาเลียน ที่มีลักษณะสีดำแทรกด้วยลายสีเหลืองทอง ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยที่เป็นหินอ่อนที่ค่อนข้างมีความหายาก เนื่องจากมีจำนวนไม่มากนัก ทำให้มีราคาที่สูงขึ้นตามความหายากของมันนั่นเอง มักนิยมใช้ในราชวงศ์ชั้นสูงของจีน และสถาปัตยกรรมยุโรปบางแห่ง

 

6. Update!! สถานะคอนโดฯ หรู ทองหล่อ-พร้อมพงษ์

( Update : กันยายน 2561)

7. สรุปทุกประเด็นที่คุณควรรู้

ปัจจัยทั้ง 5 ที่กล่าวมานั้นอาจไม่จำเป็นต้องมาใช้แค่กับการตัดสินใจซื้อคอนโดฯ หรูบนถนนสุขุมวิทแค่อย่างเดียว แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ประเภทอื่นๆ ได้ด้วย ทั้งนี้หากเราจะซื้อบ้านหรือคอนโดฯ สักแห่งเพื่ออยู่อาศัยเอง สิ่งที่ต้องถามตัวเองเป็นอย่างแรกคือคอนโดฯ หรือบ้าน
ที่ว่านั้น ตอบสนองความต้องการของเรามากน้อยและเหมาะกับรายได้เราแค่ไหน หากเราสามารถตอบได้ว่าสิ่งที่เราจะซื้อนั้นตอบโจทย์เรายังไง เรื่องราคาก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
 

“ไม่มีบ้านหรือคอนโดฯ ที่ดีที่สุด มีแต่บ้านหรือคอนโดฯ ที่เหมาะกับเรามากที่สุดแค่นั้นเอง”

อ่านรีวิวโครงการ BEATNIQ เพิ่มเติม คลิ๊ก