2563 ศาลสั่งระงับโครงการ เฟส1 แล้ว

หลังจากที่โครงการถูกริเริ่มจากแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ในปี 2557 ได้มีการลงมติเห็นชอบอนุมัติงบ และเปิดเผยโครงการออกมาในปี 2558 โครงการได้รับเสียงสนับสนุน และต่อต้านมากมายมาโดยตลอด มีกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกร้อง และต่อต้านโครงการนี้โดยเฉพาะอย่างกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ ซึ่งตลอดมาได้มีทั้งการส่งหนังสือทบทวนต่อค.ร.ม. จัดเสวนาต่อต้าน และได้มีการยื่นหนังสือฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางในปี 2561 และศาลก็ได้รับฟ้องในปีถัดมา ในขณะที่กทม.ก็ยังคงพยายามเดินหน้าโครงการอยู่อย่างต่อเนื่อง จนในวันที่ 5 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมาได้มีการประกาศมาตราการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ระงับการดำเนินการโครงการจนกว่าจะมีคำพิพากษาออกมา
Link Download
คำสั่งศาล

ทำไม ศาลถึงสั่งระงับโครงการเลียบแม่น้ำ?

 

1. ผิดพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

ถึงแม้ว่าอาคารเพื่อสาธารณะประโยชน์จะไม่ต้องขออนุญาตในการก่อสร้าง แต่เมื่อมีการดำเนินการ ไม่ว่าจะรื้อถอน ดัดแปลง เปลี่ยนแปลงอะไร จำเป็นต้องแจ้งและส่งแบบผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่เมื่อกทม. ไม่ได้ส่งแบบที่ให้ม.ลาดกระบังทำมากว่า 7 เดือนให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ศาลปกครองจึงมองว่าโครงการเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่แล้วเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ว่ามานี้คือใครบ้างล่ะ?
1. นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล 2. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำหรับเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 3. ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล 4. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับเขตกรุงเทพมหานคร 5. นายกเมืองพัทยา สำหรับเขตเมืองพัทยา 6. ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดสำหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
กทม.ทำแล้วต้องแจ้ง กทม.เองหรือ?
 

2. ผิดกฎกระทรวงฉบับที่ 63 ที่ออกตามพ.ร.บ.น่านน้ำ

ตามความเข้าใจปกติการก่อสร้างอาคาร หรือดำเนินการใดใดที่ข้องเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ต่างอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า ในขณะที่ศาลปกครองเห็นแย้งตามกฎหมาย ด้วยกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ.2537) ว่าไม่ใช่ทุกสิ่งก่อสร้างที่ล่วงล้ำแม่น้ำ กรมเจ้าท่าจะอนุญาตได้ แต่หากมีหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาอยู่ โดยมีสิ่งที่โครงการเลียบแม่น้ำเจ้าพระยานี้อาจขัดต่อกฎหมายตัวนี้อยู่ ทำให้การกล่าวอ้างของกทม.ที่ว่าผ่านการอนุญาตจากกรมเจ้าท่าแล้ว เป็นการอนุมัติที่ไม่เห็นชอบด้วยกฎหมาย
โดยมีใจความดังต่อไปนี้
  • 1. สิ่งปลูกสร้างนั้นต้องไม่ต้องเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ กิจกรรมทางน้ำ และระบบนิเวศน์
  • 2. สิ่งปลูกสร้างนั้นสามารถล้ำแม่น้ำได้ เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของสิ่งปลูกสร้างนั้น
  • 3. จะต้องไม่เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ขัดต่อพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
 

3. ผิดกฎหมายผังเมือง ว่าด้วยพื้นที่โล่ง


ตามกฎหมายผังเมืองรวมกทม. ข้อ 40 วรรคที่ 2 ในส่วนของพื้นที่โล่ง ได้กำหนดให้อาคารที่จะปลูกสร้างนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เพื่อการคมนาคม และขนส่งทางน้ำแล้ว จะต้องเป็นอาคารเพื่อสาธารณประโยชน์และต้องไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ในแหล่งน้ำสาธารณะร่วมกันของประชาชน
แต่โครงการนี้ศาลปกครองกลางมองว่าอาจกระทบ 2 ส่วนด้วยกัน
  1. เจ้าของที่ดินริมน้ำเจ้าพระยา โดยหากมองตามกลุ่มสมัชชาแม่น้ำที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงของโครงการมาตลอด ผลกระทบอย่างแรกต่อเจ้าของที่ดินคือ โครงการนี้อาจเป็นแหล่งมั่วสุ่ม ก่ออาชญากรรม ปล้นและเข้าถึงบ้านริมน้ำนี้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่เจ้าของได้พื้นที่บ้านที่เป็นส่วนตัว ก็ถูกผูกติดกับเส้นทางสาธารณะขนาดใหญ่ที่ใครก็ต่างเข้าถึงได้โดยง่าย อย่างที่สองคือ ทัศนียภาพทั้งตัวเจ้าของบ้าน และผู้ที่มองเข้ามาเอง ต่างก็ถูกบดบังด้วยทางเดินริมน้ำนี้ อย่างสุดท้ายคือ การสะสมของขยะใต้ทางเดิน ที่อาจส่งกลิ่นเหม็นรบกวนผู้อยู่อาศัยริมน้ำ และทำให้น้ำเน่าเสีย
  2. การเดินเรือ เนื่องจากโครงการนี้ส่งผลให้ลำน้ำแคบลง 18.8%  ซึ่งทำให้การจราจรทางน้ำมีความแออัดมากขึ้น เรือใหญ่นอกจากจะต้องเบี่ยงทางน้ำตื้นแล้ว ยังต้องชะลอความเร็วระมัดระวังเรือเล็กที่ไม่สามารถเดินเรือใกล้ตลิ่งได้อย่างปกติด้วย
 

4. กระทบโบราณสถานริมน้ำ

นอกจากจะขัดต่อกฎหมาย ตามที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว โครงการทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยานี้ ศาลปกครองกลางยังมองว่า อาจเป็นการก่อสร้างอาคารที่จะมีผลกระทบต่อการศูนย์อัตลักษณ์ของโบราณสถานริมน้ำ ซึ่งจากการสำรวจของกรมศิลปากร เพียงเฟส 1 นี้ก็มีอยู่ด้วยกันถึง 24 แห่งเลยทีเดียวที่ขึ้นทะเบียนจัดเป็นโบราณสถานแล้ว

หลากลายเส้นเสียงสะท้อนทางเลียบริมเจ้าพระยา

ทางเดินริมน้ำ
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
เปิดสัญญาจ้างที่ปรึกษาเพื่อสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา 57 กม. ได้ลงนามในสัญญากับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้วงเงิน 120 ล้านบาท  พื้นที่นำร่องสองฝั่งรวม 14 กม. จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แนวคิดหลัก “เจ้าพระยาเพื่อทุกคน” (Chao Phraya for All) นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนชี้ให้ทบทวนการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำทั้ง ภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา, กลุ่ม Friends of The River หรือ FOR รวมถึง Change.org ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรณรงค์ให้ยับยั้งการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กม. และล่าสุดจะมีการเสวนาในหัวข้อ “River’s Voices Forum เสียงของทุกคน อนาคตของแม่น้ำ” เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำโดยพลเมือง ในวันที่ 30 เม.ย. 59
 

ข้อมูลเบื้องต้น

ระยะทาง โครงการทั้งหมด ระยะทาง 57 กม. เริ่มตั้งแต่ สะพานพระราม 7 ถึง สุดเขตกรุงเทพมหานคร – ฝั่งตะวันออก ประมาณ 36 กม. – ฝั่งตะวันตก ประมาณ 21 กม. โครงการระยะแรก สะพานพระราม 7 – สะพานพระปิ่นเกล้า สองฝั่งรวม 14 กม. – โค้งน้ำส่วนที่แคบที่สุด สวนสันติชัยปราการ 206 ม. – โค้งน้ำช่วงที่กว้างที่สุด วัดราชาธิวาชวรวิหาร 383 ม.
งบประมาณ งบประมาณทั้งหมด 30,000 ลบ. งบประมาณระยะแรก 14,000 ลบ. แบ่งเป็น – งบควบคุมการก่อสร้าง 18 เดือน – ค่าชดเชยรับฟังความคิดเห็น – ค่าที่ปรึกษาออกแบบ 120 ลบ. ประกอบด้วย 1. ค่ารายงานแผนดำเนินงาน 24 ลบ. (20%) 2. ค่าจัดทำแผนแม่บทและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม 84 ลบ. (80%) 3. รายงานฉบับสมบูรณ์ 12 ลบ. (10%)
สิ่งก่อสร้างเขตโครงการ ศาสนสถาน 8 แห่ง สถานที่สำคัญ 19 แห่ง สถานที่ราชการ 8 แห่ง โรงเรียน 8 แห่ง ท่าเรือ 36 แห่ง ร้านอาหาร 6 แห่ง ชุมชนรุกล้ำ 29 แห่ง
“เป็นการประเมินเบื้องต้น เมื่อโครงการผ่านขั้นตอนการสำรวจศึกษาและออกแบบร่วมกับชุมชนแล้วจึงจะทราบงบค่าใช้จ่ายที่เป็นจริงอีกครั้ง”
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
ภาพตัวอย่างทางจักรยานและทางเดินริมน้ำ ที่ทางรัฐบาลใช้เป็นต้นแบบในการออกแบบทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา Image : Skyscrapercity  

ภาพรวมพื้นที่แผนแม่บทโดยสังเขป

เรียบเรียงโดย REALIST – คลิกที่สี่เหลี่ยมด้านซ้ายบนของแผนที่เพื่อเปิด Side Bar เลือกดูชั้นข้อมูลสะพาน, เส้นทางโครงการ และเส้นทางรฟฟ. – ด้านล่างสุดภายใน Side Bar Map สามารถคลิกเพื่อเปลี่ยน Map Background ได้ – แผนที่สามารถขยายได้เพื่อดูตำแหน่งโดยละเอียด ทางเลียบเจ้าพระยา

ความคืบหน้าจากรัฐบาล

ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ

Image : www.buildernews.in.th 4 เม.ย. 59

เปิดสัญญา 120 ล้าน กทม.จ้างออกแบบแลนด์มาร์คเจ้าพระยา

สัญญาจ้างที่ปรึกษาเพื่อสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามในสัญญากับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้วงเงิน 120 ล้านบาท โดยมีรายงานว่า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังจะรับผิดชอบงานออกแบบโครงสร้าง ขณะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นรับผิดชอบงานศึกษาและทำรายงานเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โดยรายการข้อกำหนดหรือทีโออาร์มีสาระสำคัญดังนี้กำหนดหน้าที่ของที่ปรึกษาเป็น 4 ส่วน คือ – จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาระยะทาง 57 กม. – ออกแบบรายละเอียดด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระยะนำร่องเป็นระยะทาง 14 กม. จากสะพานพระราม 7 ถึง สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – ดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน – รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ และสาธารณะ ซึ่งขอบเขตงานทั้งหมดนี้ที่ปรึกษาต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 210 วัน (7 เดือน) นอกจากนั้นทีโออาร์ยังระบุสารสำคัญอื่นๆอีกดังนี้ กรอบแนวคิด – ต้องกำหนดให้มีช่องทางสำหรับจักรยานและทางเดินเท้าเป็นหลัก จะจัดให้มีลานสันทนาการ ศาลาพักผ่อนริมแม่น้ำ สวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่บริการ ลานจอดรถจักรยานลานกิจกรรมให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับสภาพพื้นที่แต่ละพื้นที่ ทั้งนี้การออกแบบต้องคำนึงถึงความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมของไทยเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการพิจารณาด้านประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า อำนวยความสะดวกแก่สาธารณะ นักท่องเที่ยว ประชาชนและคนพิการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสริมภาพลักษณ์แก่กรุงเทพมหานคร
ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ Image : www.buildernews.in.th 4 เม.ย. 59 ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ Image : Prachachat Online  26 มี.ค. 59
  กำหนดเงื่อนไข  ที่ปรึกษาต้องออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรมตามแบบมาตรฐานของ กทม. แต่ที่ปรึกษาอาจแนะนำหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก กทม.ก่อน ทั้งนี้ ที่ปรึกษายังต้องดำเนินงานตามมติของคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน  – ที่ปรึกษาต้องจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่โครงการ รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารในเชิงลึกแก่กลุ่มแกนความคิดในชุมชน ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อรับทราบถึงปัญหา และชี้แจงให้เข้าใจถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนสรุปรวบรวมคิดเห็นทั้งหมด และนำมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงแบบให้เหมาะสมต่อไปหากมีการก่อสร้างในอนาคต ทั้งนี้ กทม.แบ่งการจ่ายเงินให้กับที่ปรึกษา ตามความคืบหน้าของโครงการ ซึ่งแบ่งเป็น – รายงานแผนดำเนินงาน 20% หรือราว 24 ลบ. – ค่าจัดทำแผนแม่บทและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม 70% หรือราว 84 ลบ. – รายงานฉบับสมบูรณ์ 10% หรือราว 12 ลบ. ข้อมูลข่าว : เนชั่น 2 เม.ย. 2559 18:14

ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ Image : www.buildernews.in.th 4 เม.ย. 59

สจล. ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา ชูแนวคิด Chao Phraya for All

– เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนทุกคน – ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและชุมชนให้ยั่งยืน – การอนุรักษ์วิถีและวัฒนธรรมริมน้ำ – ส่งเสริมการใช้พื้นที่ในรูปแบบที่หลากหลาย – เชื่อมโยงให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ในระดับชุมชนและสังคม – พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำ – ส่งเสริมประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วม – แก้ปัญหาการรุกล้ำด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม และเคารพสิทธิ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

 

เป้าหมายการดำเนินโครงการ ตามกรอบระยะเวลา 7 เดือน ปี 59

ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ
โครงสร้างการทำงานแบ่งออกเป็น 9 ส่วน คือ ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง, ด้านชลศาสตร์และอุทกวิทยา, ด้านวิศวกรรม, ด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ, ด้านประชาสัมพันธ์, การมีส่วนร่วมของประชาชน, ด้านกฎหมาย และด้านเศรษฐศาสตร์ – เริ่มจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวม 32 ชุมชน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สำหรับระยะนำร่อง 14 กม. – ส่วนการจัดทำแผนแม่บทระยะ 43 กม.ที่เหลือ จะลงชุมชนทั้งหมด 13 เขต ไม่นับรวมกับสถานที่สำคัญในพื้นที่ – ทีมงานการมีส่วนร่วมได้วางแผนเข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนาแยกจากการลงชุมชน เช่น สถานที่ราชการ ศาสนสถาน หรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมจะทำควบคู่ไปกับกระบวนการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม – มีการลงชุมชนทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ ชี้แจงความคืบหน้า พัฒนา และออกแบบไปร่วมกัน ทั้งนี้อยู่ในช่วงที่คณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมได้เริ่มดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและพบปะพูดคุยกับชุมชน 4 เขต ได้แก่ เขตบางซื่อ, เขตพระนคร, เขตบางพลัด และเขตดุสิต ในพื้นที่นำร่อง 14 กม. เป็นการประชุมเพื่อหารือกับผู้นำชุมชนเพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการ และพร้อมให้ความร่วมมือในการลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพและช่วยกันสรุปข้อมูลปัญหาในชุมชนต้องการปรับปรุงพัฒนา ส่วนชุมชนที่รุกล้ำแม่น้ำอยู่ระหว่างกระบวนการเยียวยา โดยมี กทม. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการย้ายที่อยู่อาศัย ข้อมูลข่าว : ประชาชาติธุรกิจ 26 มี.ค. 59 12:32
ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ
ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ
ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ Image : www.buildernews.in.th 4 เม.ย. 59  

PRESENTATION

Youtube : ThaiPBS เผยแพร่เมื่อ 30 มี.ค. 2016 Youtube : Friends of River เผยแพร่เมื่อ 20 ม.ค. 2016

 . . .

เสียงสะท้อนชี้ให้ทบทวนการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ

I229 - U1- . .

1. ภาคีพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา

ภาคีพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสถาบันภาคการศึกษาด้านการผังเมือง ประกอบด้วย ผังเมืองจุฬาฯ ผังเมืองธรรมศาสตร์ ผังเมืองเกษตรศาสตร์ ผังเมืองศิลปากร และเครือข่ายสถาปนิก นักสิ่งแวดล้อมและชุมชน ได้แก่ มูลนิธิโลกสีเขียว สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอิโคโมสไทย เครือข่ายศิลปวัฒนธรรมริมน้ำเจ้าพระยา ศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ธนบุรี และเครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ เสนอต่อรัฐบาลให้ทบทวนโครงการพัฒนาริมน้ำระยะแรก

โดยสรุปผลการพิจารณาข้อดีและข้อเสียดังนี้ 

ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา I229 - 29 ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ข้อดี

1. การเพิ่มพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการก่อสร้างทางเท้ากว้าง 7 เมตร ตลอดทาง 7 กิโลเมตร เลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และลานกิจกรรมซึ่งเป็นที่โล่งที่มีทัศนียภาพงดงามและจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพื้นที่สาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในเขตบางซื่อ เขตดุสิต และเขตบางพลัดของกรุงเทพฯ 2. การเพิ่มเส้นทางการสัญจรทางเท้าและทางจักรยานโดยการก่อสร้างทางเท้ากว้าง 7 เมตรและทางจักรยานกว้าง 7 เมตร เป็นระยะทาง7 กิโลเมตร เลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะพิ่มทางเลือกของการสัญจรที่มีความสะดวก ปลอดภัย และไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงและประชาชที่เดินทางเข้า-ออก.ระหว่างเขตชั้นในและเขตชั้นนอกของกรุงเทพฯและนนทบุรี 3. การแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการก่อสร้างทางเลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกและจะช่วยป้องกันการบุกรุกพื้นที่ริมฝั่งแม่นน้ำเจ้าพระยาที่จะเกิดขึ้นต่อไป . .

ข้อเสีย

1. การเกิดผลกระทบต่อชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการก่อสร้างทางเลียบ 2 ฝั่ง.แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีระดับถนน +2.8 เมตร และระดับสันพนังป้องกันน้ำท่วม+3.25 เมตร จะบดบังช่องเปิด หรือประตูและหน้าต่างของอาคารและพื้นที่ว่างสาธารณะชุมชน ตลอดแนวทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีระดับพื้นดินโดยเฉลี่ยประมาณ +1 เมตร 2. การกีดขวางการไหลของน้ำเจ้าพระยาและผลต่อปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ตอนบนโดยที่โครงส้รางของทางเลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีความกว้างด้านละ 19.5 เมตร จะลดทอนความสามารถในการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นผลให้เกิดปัญหาอุทกภัยที่เพิ่มมากขึ้นในเขตกรุงเทพฯตอนบนและจังหวัดนนทบุรี 3. การปรับแปลงเป็นถนนเพื่อการสัญจรทางรถยนต์ โดยที่ทางเลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีการออกแบบให้มีทางจักรยานกว้าง 7 เมตร ทางเท้ากว้าง 7 เมตร และ ส่วนที่มีลักษณะคล้ายเกาะกลางถนน กว้าง 3 เมตร เป็นการออกแบบที่แฝงเจตนารมณ์ของการปรับเปลี่ยนเป็นถนนเพื่อการสัญจรทางรถยนต์ขนาด 4 ช่องจราจร ต่อไปในอนาคต การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนอาคารและสิ่งก่อสร้างตลอดแนวทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในอนาคต 4. การสิ้นเปลืองงบประมาณการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งของกรุงเทพมหานคร โดยทางเลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีแนวขนานกับสายทางระบบขนส่งมวลชนทางรางสายสีน้ำเงิน (ท่าพระ-บางซื่อ) ซึ่งอยู่ในระหว่าการก่อสร้าง และสายทางระบบขนส่งมวลชนทางรางสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) ซึ่งอยู่ในแผนการก่อสร้างระยะต่อไป ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีแนวทางที่ซ้ำซ้อนและไม่สามารถใช้เป็นระบบเสริม (Feeder System) ให้แก่ระบบขนส่งมวลชนทางรางดังกล่าว 5. การสิ้นเปลืองบุคลากรและงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาโดยที่ทางเลียบ 2 ฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยามีพนังป้องกันน้ำท่วมสูง+ 3.25 เมตร ปิดกั้นการเข้าถึงและการมองเห็นจากชุมชนตลาดแนวทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาดังกล่าว จึงอาจเป็นแหล่งอาชญากรรม การซื้อ-ขายยาเสพติด การอยู่อาศัยของผู้ไร้บ้าน การแข่งจักรยานยนต์ ฯลฯ ซึ่งทำให้บุคลากรและงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาเป็นอย่างมาก 6. การสูญเสียทัศนียภาพการตั้งถิ่นฐานและชุนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยที่ทางเลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำเจ้าพระยาจะบดบังทัศนียภาพการตั้งถิ่นฐานซึ่งประกอบด้วยวัง วัด และชุมชนที่ตั้งเรียงรายตลอดแนว 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเป็นการสูญเสียรูปแบบการตั้งถิ่นฐานซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครที่ได้มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน

. . .

เหตุผลในการคัดค้านรูปแบบของโครงการ

ถึงแม้ว่าทางภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา มีความยินดีที่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ โดยภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ขอแสดงความคัดค้านรูปแบบของโครงการฯ เนื่องด้วย
.ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
1. มีโครงสร้างขนาดความกว้างถึง19.50 เมตร และเป็นพื้นที่ดาดแข็ง ขนาดใหญ่ จะสร้างให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา อุทกศาสตร์ของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งภูมิทัศน์วัฒน- ธรรมของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแน่นอน และไม่สามารถ หวนคืนได้ 2. มีรูปแบบมาตรฐานเป็นรูปแบบเดียวตลอดความยาวสองฝั่งแม่น้ำ ในบริเวณที่จะทำการก่อสร้างทั้งหมด14.00กิโลเมตร ขาดความ เชื่อมโยงต่อภูมิสัณฐานของตลิ่ง โครงข่ายการสัญจรของเมือง รวมทั้งรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้า- พระยาที่มีความหลากหลายโดยเฉพาะบางบริเวณเป็นวัดและ ชุมชนเก่าที่มีเอกลักษณ์ 3. ขาดการศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ และการวิเคราะห์งบประมาณ อย่างเหมาะสม
4. ขาดกระบวนการสำรวจความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะที่จะนำไปสู่การสร้างข้อเสนอรูปแบบของโครงการฯที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งในระดับพื้นที่โดยรอบและในระดับเมืองอย่างแท้จริง ที่จะสามารถสร้างความหวงแหนและเป็นเจ้าของพื้นที่สาธารณะริมน้ำของโครงการฯ นี้ในระยะยาวได้ ภาคีพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาจึงได้เสนอให้รัฐบาลทบทวนรายละเอียดโครงการฯ โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบอย่างละเอียดรอบคอบ รวมทั้งกำหนดกระบวนการทำงาน ตลอดจนการศึกษาผลกระทบของโครงการฯ ในด้านต่างๆ อย่างชัดเจนทั้งก่อนและระหว่างการทำแบบ . . .

ทางภาคีพัฒนาพื้นที่ริมน้ำทำข้อเสนอแนะ

ทางภาคีพัฒนาพื้นที่ริมน้ำทำข้อเสนอแนะเชิงหลักการด้านผังเมืองของการออกแบบพื้นที่สาธารณะริมน้ำ
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยาI229 - 08-
1. โครงสร้างทางริมแม่น้ำเจ้าพระยาควรมีขนาด รูปแบบ และประโยชน์ ใช้สอยอย่างหลากหลายเหมาะสม สอดคล้องต่อเนื่องกับประโยชน์ การใช้งาน ของพื้นที่ริมฝั่งด้านใน ไม่ควรเป็นรูปแบบมาตรฐานเดียว กันตลอด หากผ่านชุมชนเก่า ก็ลดขนาดความก้างให้พอดีเป็นทาง เดินพอใช้สอย หากผ่านหน้าสถานที่ราชการ ก็ไม่จำเป็นต้องสร้าง ยื่นไปในแม่น้ำ แต่อาจกินเนื้อที่มาบนบก กระทั่งขยายขนาดกลาย เป็นสวนริมน้ำก็ยังได้ หรือ หากเป็นอาคารราชการที่ต้อง.รักษา ความปลอดภัย เช่น รัฐสภา ทางเดินควรอ้อมหลังแทน  หากผ่าน พื้นที่เอกชนก็อาจขอความร่วมมือสร้างเข้ามาเป็นลานกิจกรรมใน พื้นที่ ฯลฯ เป็นต้น 2. โครงสร้างอาจอยู่ริมแม่น้ำ หรือ วกเข้ามาด้านในก็ได้แต่ต้องบูรณา การกับเส้นทางสัญจร เช่น ตรอก ซอย ถนน รวมทั้งพื้นที่สาธารณะ เดิมชุมชน เพื่อให้พื้นที่ริมน้ำต่อเนื่องกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครง ข่ายการสัญจร ของเมืองให้ได้ การนี้ จะทำให้พื้นที่ถูกการันตีว่า มีการเข้าใช้งานตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย หรือ Eyes on Spaces สายตาเฝ้าะวังจากคนในพื้นที่เอง 3. โครงสร้างทางริมน้ำฯ ควรถูกออกแบบควบคู่ไปกับโครงสร้าง รอยต่อสัณฐานตลิ่ง อย่าให้สูงจนบังกั้นในลักษณะกำแพงหรือถ้า ต้องสูง ควรมีชั้นเชิงถอยร่นอย่างค่อยลาดขึ้นทีละนิด จึงเป็น เหตุผลที่สำคัญกว่า การออกแบบพื้นที่ริมน้ำจะไม่มีประโยชน์ อันใดเลย หากขาดแผนการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ต่อเนื่องด้านใน ควบคู่ไปด้วยพร้อมกัน
Info&Images : ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา . . .

2.Friends of The River

  I229 - 10-  
  นอกจากนี้ยังคงมีเสียงสะท้อนชี้ให้ทบทวนการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ อย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืน โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เเฟนเพจเฟสบุ๊คที่มีชื่อว่า Friends of River เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยแสดงจุดยืน อยากให้คิดทบทวนถึงการสร้างทางเดินริมน้ำ ซึ่งระบุว่า แม่น้ำเจ้าพระยาในอดีตและในความทรงจำมีวิถีชีวิต ริมน้ำภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ได้ตายจากสังคม ไทยไปนานแล้วด้วยเขื่อนคอนกรีต มันจะ ” ตายเป็นครั้งที่สอง ” ด้วยทางด่วนเลียบแม่น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้นควรจะใช้มันเป็น ” โอกาส “ ที่จะเยียวยาแม่น้ำและวิถีชีวิตทั้งยังต้องตั้งโจทย์ ที่ไกลกว่าเรื่องทางเดินริมน้ำ  
หากการสร้างพื้นที่สาธารณะริมน้ำ ไม่สอดคล้องกับบริบทของเมือง ทั้งในด้านขนาดและการรองรับกิจกรรมประชาชน อาจก่อให้เกิดการใช้งานพื้นที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การทำลายภูมิทัศน์และการลดคุณค่าพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ความเชื่อมโยงที่จะใช้ประโยชน์และกลมกลืนกับวิถีชีวิตริมน้ำเช่นเดิม ทางเดินและทางจักรยานสาธารณะสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ผ่านบริบทของเมืองที่มีความหลากหลาย ควรคำนึงถึงความต้องการของผู้อาศัยที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งผู้ใช้งานด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วม เพื่อหาแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย
ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคีพัฒนาริมพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา Friend of River แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยา
ซึ่งการทำงานของกลุ่ม Friends of River จากการหารือกับกลุ่ม สถาปนิกชุมชน ASA CAN จะแบ่งพันธกิจออกเป็น 4 ด้าน 1. ด้านนโยบายเพื่อรณรงค์ให้ เกิดการทำงานให้สัมพันธ์ สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ 2. ด้านวิชาการ เพื่อสร้างความ- รู้ให้สังคมผ่านข้อเสนอที่เป็น ผลจากการค้นคว้าวิจัยในด้าน ต่างๆทั้งภูมิสถาปัตยกรรม วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ 3. ด้านสื่อสารสาธารณะเพื่อ ย่อยข้อมูล( graphic )และ เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ 4. ด้านเครือข่ายเฝ้าระวัง เพื่อ เชื่อมโยงภาคประชาชนใน ื้นที่ 5. ด้านสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่่อม โยงภาคีที่เคลือนไหวในกาพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ
. . .

Sketchs for the River Challenge

ทางกลุ่ม Friends of the River ได้มีการจัดกิจกรรม Sketchs for the River Challenge ซึ่งแฟนเพจจะเข้าร่วมสนุกได้โดยการส่งต่อคำท้าไปยังคนรอบข้าง “อย่างน้อย 3 คน” ให้ร่วมส่ง “แบบร่างแนวคิด” ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะริมแม่นำ้เจ้าพระยาในฝัน ภายใน 7 วัน แล้ว hashtag มาที่ #‎friendsofriverchallenge‬ และทาง Realist ได้มีการรวบรวมตัวอย่างผลงานของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาให้ได้รับชมกัน . . .

ผลงานคุณ Yossapon Boonsom

I229 - 15-
I229 - 16-
I229 - 17-
. ..

ผลงานคุณ Aom Arch

I229 - 18
Spirit Of Context โดยแนวคิดของผมคือให้ความ- สำคัญกับพื้นที่ ที่จะเสียไปกับ การก่อสร้าง จึงมีแนวคิดที่จะ ทำอย่างไร ที่จะเสียพื้นที่แม่น้ำ ให้น้อยที่สุด แต่ได้ประโยชน์ จากพื้นที่ที่เสียไปให้มากที่สุด จึงใช้บริบทของพื้นที่นั้นๆ เป็น ตัวกำหนดทั้งขนาดและกิจกรรม เพื่อให้บริบทนั้นส่งเสริมกิจกรรม ได้มากที่สุด Design  -Space ที่ได้ คือ พื้นที่ริมน้ำที่ .ลักษณะยื่นเข้าออก เว้าไม่ .เท่ากัน ตลอดทั้งแนว แล้วแต่ .ลักษณะแวดล้อมบริเวณนั้น .เป็นตัวกำหนด – Activity จัดกิจกรรม สอด- .คล้องกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ .เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงแล.การสนับสนุนของคนในพื้นที่ .สิ่งที่ได้คือ กิจกรรมที่หลาก- .หลายไปตลอดทั้งแนว
. .

ผลงานคุณ Korkiat Kittisoponpong

ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา
1. Waterfront ในแต่ละจุดนั้น น่าจะมี reaction กับน้ำที่ แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ คนเรียนรู้วิถีของน้ำ – บางจุดก็อาจจะเป็นเขื่อนที่ ..ค่อนข้างสูงได้ – บางจุดเป็น slope หรือ step ..ที่ไหลลงไปถึงน้ำให้คนมา ..สัมผัสกับน้ำได้ เรียนรู้จาก ..คราบน้ำได้ถึงการที่น้ำขึ้นลง – บางส่วนเป็นพื้นที่ในลักษณะ ..เดียวกับโป๊ะ ซึ่งคนที่ใช้พื้นที่ ..จะสามารถสัมผัสถึงบรรยา- ..กาศของน้ำได้ในระยะที่ ..ค่อนข้างใกล้ไม่ว่าน้ำจะขึ้น ..หรือว่าลง เป็นต้น ..โดยในแต่ละประเภทนั้นก็ยัง ..ามารถแบ่งขนาดความกว้าง- ..ยาว หรือรูปทรงให้แตกต่างกัน ..ไปตามการใช้สอยและบริบท ..ที่เหมาะสมได้ 
2. การเสริม activities ที่เป็นงานศิลปะให้แทรกซึมไปในแต่ละชุมชน เช่น การจัดดนตรีขนาดย่อม / มีประติมากรรมกระจายอยู่ตามทาง / บางส่วนอาจจะเป็นชั้นหนังสือ / หรือแม้กระทั่ง landform เองก็สามารถเป็นพื้นที่ที่กระตุ้นให้คนที่มาใช้พื้นที่เกิดการเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ / etc. โดยใช้การออกแบบที่สอดคล้องกับบริบทและดีไซน์ของ ข้อ 1.  3. การพยายามทำให้คนอยากมาใช้พื้นที่ ก็ควรที่จะต้องคำนึงเรื่องสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะ เรื่องแดดและความร้อนที่จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนไม่อยากออกมาใช้พื้นที่ภายนอก แต่เนื่องจากการเป็นพื้นที่ริมน้ำมีข้อดีในเรื่องอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นถ้าเราสามารถจัดการเรื่องแดดได้ จึงคิดว่าควรจะหาที่กำบังที่เหมาะสมกับแต่ละจุด โดยยังอนุญาตให้แสงสามารถส่งผ่านไปถึงผืนน้ำด้านล่างได้บ้าง เช่น – จุดที่พื้นที่มีความคงทนถาวรมากๆ ก็สามารถเลือกต้นไม้ใหญ่มาปลูกเพื่อให้ร่มเงา – บางจุดที่เป็นพื้นที่ชั่วคราวก็อาจจะใช้เป็นร่มที่พับเก็บหรือเคลื่อนย้ายได้ตามการใช้งาน – การใช้โครงสร้างเบาที่ค่อนข้างถาวร เช่น membrane ไปในพื้นที่กึ่งถาวรบางส่วน เช่น ออกแบบไปพร้อมกับโป๊ะ เป็นต้น . .

ผลงานคุณ Pocco Kobkongsanti

ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา  
Park NETwork เเบบไวๆ ทางเดินเเละพื้นที่ใช้งานถูก’สาน’อยุู่บนโครงสร้าง ที่สําคัญ ไม่ได้มีระนาบเดียว เเต่สามารถมีได้อย่างน้อยๆ 3 ระดับ ตามเเต่พื้นที่จะเอื้ออํานว I229 - 20I229 - 22
. .

ผลงานคุณ Jun Jun Sekino

I229 - 23
สนใจพื้นที่ปริ่มๆน้ำ แห้งบ้างเปียกบ้าง ทำไรได้มากกว่าสิ่งก่อสร้าง มีพื้นที่ให้อะไรๆโตได้ด้วยตัวเอง self organization  – เตะเบาๆ คลื่นแรง รอแรงกระแทกสองชั้น น้ำยังไหลวน เกินตะกอน ปลูกต้นไม้ได้ระยะยาว สามารถเป็นเขื่อนเคสน้ำหลากได้ between layer ทำหน้าที่เป้นเขื่อนของเมือง เป็นสวนของคน เป็นดินให้ต้นไม้ อีกมากมาย – รื้อถอนง่ายใช้เงินน้อย รบกวนพื้นที่เดิมติดน้ำให้น้อยสุด ทำลายน้อยสร้างน้อย  – มองเห็นสิงก่อสร้างน้อย เขียวเยอะๆ skyline มองข้ามฝั่งมาเจอปาติดน้ำ ต้นไม้บางชนิด เมื่อก่อนริมเจ้าพระยามีมากมาย ตอนนี้หายไป เราให้เขากลับมาใหม่ – ทางคนเดิน จักยานวิ่งได้ โครงสร้างเบาๆ ไม่ต้องรับโหลดขนาดนั้น(แบบที่เห็นในFacebook) คนต้องการร่มเงาจากต้นไม้ ลมโชยจากแม่น้ำ – มี flyover จากฝั่งไปถึงเป็นจุดลงเรือได้  -รูปแบบ ต่างปรับเปลี่ยนได้ทุกสิบปี
. .

ผลงานคุณ Varudh Varavarn

I229 - 24
การพัฒนา ที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนฝรั่งเขา เพราะบ้านเรามันร้อน เน้นต้นไม้เยอะๆ พื้นที่ flexible สามารถปรับเปลี่ยน ตัดต่อ ได้ตามลักษณะของวิถีชีวิตริมน้ำที่หลากหลายแบบไทยๆ I229 - 25I229 - 26
Info & Images : Friends of River  

3. Change.org

I229 - U5 เป็นการออกแคมเปญร่วมกันรณรงค์ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อยับยั้งการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กม. 7 เหตุผลที่เราขอให้มีการยกเลิกโครงการดังกล่าว มีดังนี้ 1. เป็นโครงการที่จัดทำอย่างเร่งด่วน ขาดการพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้านโดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเช่น ด้านชลศาสตร์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านภูมิทัศน์ ด้านนิเวศน์วิทยาด้านผังเมือง และด้านสถาปัตยกรรมอีกทั้งยังขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งๆที่แม่น้ำเจ้าพระยา คือพื้นที่สาธารณะของคนทั้งชาติ 2. ด้านชลศาสตร์และอุทกศาสตร์ ส่งผลให้ลำน้ำมีขนาดแคบลง 15-20%ทำให้กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นเพิ่มความเสียงในการกัดเซาะตลิ่งและน้ำยกตัวสูงขึ้นในฤดูน้ำหลาก 3. ด้านระบบนิเวศ เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและเป็นที่สะสมขยะใต้ทางเดินริมน้ำส่งผลให้คุณภาพน้ำแย่ลง 4. ทำลายการเชื่อมต่อระหว่างคนกับแม่น้ำชุมชนริมน้ำ เกิดผลกระทบเรื่องความปลอดภัยและเพิ่มจุดเสี่ยงของปัญหาด้านอาชญากรรม และแหล่งมั่วสุม 5. ด้านผังเมือง รูปแบบเดียวตลอด 14 กม.ของโครงการไม่สอดคล้องกับความหลากหลายของการใช้ที่ดินไม่สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมและการเชื่อมต่อในพื้นที่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 6. ด้านภูมิทัศน์ เป็นการสร้างสิ่งแปลกปลอมในลำน้ำทำลายทัศนียภาพสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาและบดบังสถาปัตยกรรมที่สำคัญ เช่น วัดและวังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยที่มีภูมิทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเอกลักษณ์สำคัญ 7. ความไม่โปร่งใสของการใช้เงินงบประมาณ 14,000 ล้านบาทที่ยังขาดความชัดเจนนำไปสู่การสร้างโครงการขนาดใหญ่เกินความจำเป็นสำหรับทางจักรยานและทางเดินริมน้ำควรแล้วหรือที่จะนำเงินดังกล่าวมาทำลายแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ  

งานเสวนาครั้งล่าสุด

ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ

River’s Voices Forum เสียงของทุกคน อนาคตของแม่น้ำ 30 เม.ย. 59

กลุ่ม Friends of the River (FOR) ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำโดยพลเมืองในหัวข้อ “River’s Voices Forum l เสียงของทุกคน อนาคตของแม่น้ำ” วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559 เวลา 15.00-18.00 น. ณ ห้อง Jupiter 4-7 Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปนิก’59 ภายใต้แนวคิด “ ASA BACK TO BASIC l อาษาสู่สามัญ” ระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2559
 

งานเสวนาที่ผ่านมา

ทางเดินริมน้ำ, ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา, ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา, โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ

ลงเรือลำเดียวกัน 27 มี.ค. 59

กิกรรมจาก Friends of the River ร่วมรับชมทัศนียภาพริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนจะเปลี่ยนไปจากโครงการทางเลียบแม่น้ำ 14 กม. จาก The Jam Factory คลองสาน มายัง วัดคฤหบดี ชุมชนบ้านปูน
พบกับคุณสุดารา สุจฉายา (มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์) บรรยายเรื่องประวัติศาสตร์ย่านพื้นที่ริมน้ำอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย และ คุณยศพล บุญสม (Friends of the River) เล่าเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบบริเวณพื้นที่ริมน้ำจากการก่อสร้างโครงการทางเลียบแม่น้ำ 14 กม.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
I229 - U7

คน เปลี่ยน เมือง 10 ต.ค. 58

พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากำลังอยู่ในความสนใจของทั้งฝ่ายรัฐบาลและประชาชนที่ต้องมานั่งช่วยกันคิดหาทางพัฒนาที่ดีที่สุด กลุ่ม Friends of the River จึงร่วมกับ ASA CAN, นิตยสาร art4d และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จาก 9 มหาวิทยาลัย จัด “เทศกาลเพื่อนแม่น้ำ” ส่วนหนึ่งของ Bangkok Design Week ในช่วงวันที่ 6-11 ตุลาคม 58 ที่หอศิลป์กรุงเทพ ไฮไลท์ของงานนอกจากจะได้ชมนิทรรศการออกแบบพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากนักศึกษาสถาปัตย์ฯ แล้ว ยังมีเสวนา “We changed the city คน เปลี่ยน เมือง” เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงเมืองจากภาคประชาชน โดยมีตัวแทนจาก 4 เมืองต้นแบบ