บ้านหรูติดอันดับโลกใน 3 เมืองใหญ่

สวัสดีครับ บทความนี้ถือว่าพิเศษมาก ๆ เพราะเราจะพาทุกท่านไปเที่ยวรอบโลก เพื่อส่องบ้านราคาแพงสุดๆๆๆตามเมืองต่างๆ โดยเราเลือกเมืองใหญ่มา 3 เมืองที่อสังหาฯแพงติดอันดับ ได้แก่ Hong Kong, London และ

Newyork แล้วท้ายสุดเรามาดูกันว่าพี่ไทยของเราจะสู้เค้าได้มั้ย แล้วที่ไหนคือคอนโดที่แพงงงงที่สุดในประเทศ ณ เวลานี้ ลองอ่านไปพร้อมๆ กันครับ 

HONG KONG

ฮ่องกงประกอบไปด้วย เกาะฮ่องกง,เกาะเกาลูน, เขตดินแดนใหม่ และเกาะอื่นๆอีกมากมาย เป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดเขตหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นเมืองที่เล็ก พื้นที่มีจำกัดมาก เพียง 2,754 ตร.กม. (ประเทศไทย 513,120 ตร.กม. ) และ

ประชากรที่หนาแน่น ทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาแพง  ถึงจะขนาดเล็กก็ตาม ดังนั้น ถ้าต้องการซื้ออสังหาฯที่มีพื้นที่มาก เช่น 200 ตร.. ขึ้นไป และ วิวดี อย่างย่าน The Peak ราคาก็จะสูงมาก จนเรียกได้ว่าแพงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

 

ราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยในฮ่องกง

ขนาดไม่เกิน 40 ตร.. ราคาเฉลี่ยต่อตร.. อยู่ที่ 607,680 . ซึ่งถ้าลองคำนวณ หากซื้อที่อยู่อาศัยขนาด 40 ตร.. 1 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ 24 ลบ.

 ส่วนขนาดตั้งแต่ 160 ตร.. ขึ้นไปจะมีราคาเฉลี่ยต่อตร.. 834,048 .  หากว่าซื้อที่อยู่อาศัยขนาด 160 ตร..นั้น ราคาก็จะประมาณ 133.4 ลบ.

 

ราคาเฉลี่ยอสังหาฯโดยรอบรัศมี 200 .แต่ละสถานี

สถานีที่มีราคาที่อยู่อาศัยโดยรอบแพงที่สุดคือสถานี Central ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,331,915 . ต่อตร.. ตั้งอยู่ที่ย่าน Central and Western บนเกาะ ฮ่องกง และอันดับ 2 Sai Ying Pun ราคาเฉลี่ยต่อตร.. อยู่ที่ 973,875 .ต่อตร.ม. ราคาเฉลี่ยก็ จะห่างกับอันดับ 1 ถึงเกือบ 4 แสนเลยทีเดียว เพราะจุดชมวิว The Peak

ใกล้สถานี Central มากที่สุด จะเห็นได้ว่า อันดับต้นๆนั้นจะอยู่ทางเกาะฮ่องกงซะส่วนใหญ่ เพราะที่ดินบนยอดเขา Victoria Peak บนเกาะฮ่องกงนั้นเป็นจุดที่ได้รับวิวดีที่สุดในฮ่องกง ส่วนบริเวณที่ถูกที่สุดคือ บริเวณรอบสถานี Tin Shui Wai ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. อยู่ที่ 220,106 บ.

 

ทำไมที่อยู่อาศัยในย่าน Central ถึงแพง?

สถานี Central เป็นสถานีที่อยู่ใกล้จุดชมวิว The Peak บนยอดเขา Victoria Peak มากที่สุด ซึ่งจะอยู่บนเกาะฮ่องกง เป็นสถานที่ที่คนนิยมไปเที่ยวมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่ได้รับวิวพาโนรามาของเมืองฮ่องกงได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเรื่องที่อยู่

อาศัยในย่านนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงเป็นย่านที่แพงที่สุดในฮ่องกง ยิ่งห้องที่อยู่บนตึกสูง  วิวดี ห้องก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีก ผู้ที่มีที่ดิน หรืออยู่อาศัยในย่านนี้ ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกได้เลยทีเดียว

 

ที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในฮ่องกง 5 อันดับ

อันดับ 1

โครงการ Mount Nicholson

ที่ตั้ง The Peak, Hong Kong Island

ราคาสูงสุด HKD$ 1,169 m. 

หรือ 4,886 ลบ. 

เป็น Luxury Home ที่อยู่บน The Peak ราคาต่อยูนิตจึงค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ยูนิต 12C และ12D ได้ถูกซื้อไปพร้อมกัน โดยเจ้าของคนเดียวกัน เพื่อที่จะรวมยูนิตเข้าด้วยกันเพื่ออยู่อาศัย ราคารวมทั้ง 2 ยูนิตอยู่ที่ 4,886 ลบ. ขนาดห้องอยู่ที่ 819.4 ตร.. ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. สูงถึง 596,289 บ.  ซึ่งทำลายสถิติที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในฮ่องกง และเกือบจะแพงที่สุดในโลกเลยทีเดียว

อันดับ 2

โครงการ Twelve Peaks

ที่ตั้ง The Peak, Hong Kong Island

ราคาสูงสุด HKD$ 819.1 m. 

หรือ 3,423.8 ลบ.

Twelve Peak, Victoria’s Peak เป็นอีกหนึ่ง Luxury Home ที่ตั้งอยู่บน The Peak ซึ่งทั้งโครงการมีทั้งหมด 12 หลัง ราคายูนิตที่แพงที่สุดอยู่ที่ 3,423.8 ลบ. 1,055.5 ตร.ม. ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อ ตร.. เท่ากับ 3.24 ล. ถือว่าเป็นอันดับ 1 ในฮ่องกงที่ราคาเฉลี่ยต่อตร.. แพงที่สุดเลยก็ว่าได้

อันดับ 3

โครงการ 39 Conduit Road

ที่ตั้ง Mid-Level Hongkong Island

ราคาสูงสุด HKD$ 522 m. 

หรือ 2,181.9 ลบ. 

 

39 Conduit Road ในย่าน Mid-Levels เมื่อปี 2016 ได้มีการขายยูนิตในชั้น 8 ไปในราคา 367.8 ลบ. หรือ 15,532 . ต่อตร..  ซึ่งถือว่าได้ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของราคาที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุด แต่ในเวลาต่อมา ยูนิตชั้นที่ 46 ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของ มี 4 ห้องนอน ขายไปที่ 2,181.9ลบ.หรือ 4,724,275 บ./ตร.ม. ถือว่าเป็นยูนิตที่แพงที่สุดอันดับหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเลยก็ว่าได้

อันดับ 4

โครงการ Redhill Peninsula

ที่ตั้ง Tai Tam, Hong Kong Island

ราคาสูงสุด HKD$ 520 m. 

หรือ 3,678 ลบ. 

 

Redhill Peninsula เป็นบ้านแบบ Low Rise ในย่าน Tai tam บนเกาะฮ่องกง สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 1992 มี เป็นหนึ่งในที่ที่มี Facilities ดีที่สุดบนเกาะฮ่องกงเลยก็ว่าได้ เช่น Tennis Courts, Squash Courts, สระว่ายน้ำ, ที่วิ่งเล่นสำหรับเด็ก และอีกมากมาย ซึ่งมียูนิตราคาต่อตร.ม.ตั้งแต่ 899,862 บ./ตร.ม. ถึง 2,024,689 บ./ตร.ม.

อันดับ 5

โครงการ White Sand

ที่ตั้ง Lantau Island

ราคาสูงสุด HKD$ 209 m. 

หรือ 873.62 ลบ. 

ตั้งอยู่บนเกาะลันเตา สร้างเสร็จเมื่อปี 2015 ราคายูนิตที่แพงที่สุด ที่ได้ขายไปอยู่ที่ 873.62 ลบ. หรือ 1,691,740 บ./ตร.ม. ข้อดีของที่ตั้งที่อยู่บนเกาะลันเตานั้นคือเป็นแหล่งธรรมชาติอย่างแท้จริง ได้เห็นวิวทะเลและภูเขาไปพร้อมๆกัน ผู้คนอาจจะไม่นิยมอยู่อาศัยบนเกาะนี้มากนัก เพราะการเดินทางค่อนข้างลำบาก ส่วนมากต้องใช้รถยนต์ ถ้าหากมีครอบครัว การเดินทางไปโรงเรียนนั้นค่อนข้างลำบากพอสมควร ดังนั้นผู้อยู่อาศัยที่นี่ส่วนใหญ่มักจะอยู่บนเกาะหลักอย่าง ฮ่องกง หรือเกาลูน แต่อยากได้ที่อยู่อาศัยสำหรับพักผ่อน

 

LONDON

ลอนดอนเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่ติดอันดับต้นๆในด้านที่อยู่อาศัยมีราคาแพงไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อ อีกทั้งยังค่าครองชีพสูง แต่อย่างไรก็ตาม

ในเมืองลอนดอนก็จะแบ่งออกเป็นหลายย่าน ซึ่งราคาที่อยู่อาศัยก็จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ของย่านนั้นๆ

ราคาเฉลี่ยในการขายอสังหาฯปี 2016-2017
ของย่านที่แพงที่สุด 6 อันดับในเมืองลอนดอน

แผนที่จะแสดงย่านที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุด 6 อันดับแรกในเมืองลอนดอน อันดับ 1 ได้แก่ Kensington และ Chealsea ราคาเฉลี่ยอสังหาฯอยู่ที่ 58.6 ลบ. ซึ่งยอดขายอสังหาฯในปี 2017 มีจำนวน 1,631 แห่งเท่านั้น อาจจะไม่สูงเท่าย่านอื่นๆ เพราะย่านนี้มีแต่ที่อยู่อาศัยที่หรูหรา และราคาแพงทั้งนั้น ส่วนอันดับ 2 คือ City of Westminster ราคาเฉลี่ยต่ออสังหาฯ อยู่ที่ 44.4 ลบ. อันดับ 3 Camden ราคาเฉลี่ยต่ออสังหาฯ 37.5 ลบ.  ส่วนอันดับที่ 4 Hammersmith และ Fulham ราคาเฉลี่ยต่ออสังหาฯ 33.8 ลบ. อันดับ 5 ได้แก่ย่าน Islinglon ราคาเฉลี่ยต่ออสังหาฯอยู่ที่ 29.7 ลบ. และอันดับที่ 6  Richmond Upon Thames ราคาเฉลี่ยต่ออสังหาฯ 29 ลบ.

ราคาเฉลี่ยอสังหาฯโดยรอบแต่ละสถานี

พอดูเทียบกับ Tube Map ของเมืองลอนดอน ซึ่งแผนที่นี้แสดงราคาเฉลี่ยอสังหาฯโดยรอบแต่ละสถานี ซึ่งก็จะตรงกันกับแผนที่ย่านอสังหาฯราคาแพง สถานี Piccadilly Circus และ สถานี High Street Kensington เป็น 2 สถานีที่มีราคาเฉลี่ยอสังหาฯบริเวณพื้นที่

โดยรอบแพงที่สุดคือ 113.6 ลบ. ซึ่งสถานี High Street Kensington ตั้งอยู่ในย่าน Kensington ที่เป็นย่านอยู่อาศัยที่แพงเป็นอันดับ 1 ของเมืองลอนดอน ส่วนอันดับ 2 คือย่าน City of Westminster นั้น เป็นที่ตั้งของสถานี Piccadilly Circus

 

ทำไมที่อยู่อาศัยในย่าน Kensington และ Chealsea ถึงแพงที่สุด ?

โดยปกติแล้ว พื้นที่ฝั่งตะวันตกของลอนดอนเป็นย่านคนรวยมาช้านานหรือ เรียกว่าผู้ดีอังกฤษเก่านั้นเอง ดังนั้นผู้อยู่อาศัยในย่านนี้โดยส่วนมากมักจะมีรายได้สูงกว่าคนทั่วไปเมื่อเทียบกับย่านอื่นๆ อสังหาฯในย่านนี้ ที่ถูกเปลี่ยนมือมานับไม่ถ้วน มีราคาที่ขยับสูงขึ้น ปีต่อปี จนปัจจุบันเป็นย่านที่ครองอันดับหนึ่ง

ที่มีราคาเฉลี่ยต่อการซื้อขายอสังหาฯสูงที่สุด ใน London มีสถานที่สำคัญหลายแห่งอย่าง Hyde Park,  Kensington Palace และถนนที่เต็มไปด้วยแฟชั่นสุดหรูอย่าง High Street Kensington เรียกได้ว่าย่านนี้ เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราอย่างแท้จริง

 

ที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในกรุงลอนดอน ในยุค 20s

One Hyde Park ,London

เนื่องจากในกรุง London มี Project ส่วนใหญ่เป็นการ Resale ทำให้มีโครงการหรูๆ สไตล์ใหม่ๆ น้อย ซึ่งโครงการ One Hyde Park เป็น Apartment สุดหรู เรียกได้ว่าแพงที่สุดในลอนดอนเลย ตั้งอยู่ที่ Knightsbridge ระหว่างย่าน Kensington และ City of Westminster และอีกทั้งยังติดอันดับโลกอีกด้วย ราคาของทุกยูนิตค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เมื่อปี 2011 ยูนิตแบบ Penthouse ขายไปในราคา £136.4 m. หรือ 5,963.4 ลบ. และปี2014 ได้ขายอีกยูนิตไปในราคา  £140 m. หรือ 6,120.8 ลบ. ทั้งตึกมีอยู่ 86 ยูนิตและทุกยูนิตล้วนเป็นเจ้าของโดยมหาเศรษฐีระดับโลก พื้นที่โดยรอบถือว่ามีสภาพแวดล้อมที่ดี เช่นใกล้กับ Hyde Park เพียง 5 นาที และเนื่องจากเป็นย่านคนรวยอยู่แล้ว บริเวณโดยรอบก็จะมีร้านอาหาร ห้าง ย่านช็อปปิ้งสุดหรู มากมายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยสุดๆ ส่วน Facilities ของตัว Apartment นั้นจะเป็นระดับ Hi-end มี สระว่ายน้ำ 21 ม., private spa, squash court, gym, wine cellar และ virtual golf course เป็นต้น

 

 NEW YORK

นิวยอร์คซิตี้ หรือ เรียกสั้นว่า นิวยอร์ค เป็นเมืองที่แถบจะมีประชากรหนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่งในสหรัฐอเมริกา แบ่งออกเป็นเมืองเล็กๆ ถึง 5 เมืองด้วยกัน ได้แก่ Brooklyn, Queens, Manhattan, The Bronx และ Staten Island

 ซึ่ง Manhattan ก็จะถือว่าเป็นเมืองที่คนนิยมอยู่อาศัยมากที่สุดในบรรดาเมืองเล็กๆ ทั้งหมด ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยสูงมากกว่าที่อื่นๆ รวมถึงมีที่อยู่อาศัยจำพวก Luxury อยู่เป็นจำนวนมาก

 

ราคาเฉลี่ยอสังหาฯ ปี 2017 ที่เป็น TOP 10 อันดับย่านในนิวยอร์ค

กราฟด้านบนจะแสดงราคาเฉลี่ยอสังหาทั้งหมดที่ขายไปในปี 2017 ในแต่ละย่าน โดยย่านที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค ซึ่งนิวยอร์คจะประกอบไปด้วย 5 เมืองเล็กๆ ได้แก่ Brooklyn, Queens, Manhattan, The Bronx และ Staten Island  จะเห็นได้ว่าใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่จะเป็นย่านใน Manhattan

ซึ่งมีถึง 7 อันดับด้วยกัน ส่วนอันดับที่เหลือจะอยู่ในเมือง Brooklyn ดังนั้นทั้งสองเมืองนี้จึงถือว่าเป็นเมืองที่มีที่อยู่อาศัยหรูหรา และราคาแพง กว่าเมืองอื่นๆในนิวยอร์ค บรรดาย่านที่แพงๆ อยู่ตรงไหนบ้าง ดูกราฟด้านล่างเลยครับ

 

 ทำไมที่อยู่อาศัยใน TriBeCa ถึงแพงเป็นอันดับ 1 ใน New York City ?

ย่านนี้เป็นย่านที่เกิดขึ้นใหม่ ดังนั้นบรรดาตึกที่อยู่อาศัยจะมีการดีไซน์รูปแบบใหม่ โครงสร้างใหม่ ทันสมัย และอีกทั้งยังเป็นย่านที่นิยมอยู่กันเป็นครอบครัว ให้ความรู้สึกที่ว่า Family-Friendly Zone จึงทำให้บริเวณโดยรอบมีทั้งสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนที่มีคุณภาพ

รวมถึงระบบโดยสารสาธารณะก็สะดวก ถือว่าเป็นย่านที่แถบจะมีทุกอย่างเอื้ออำนวยในการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่นี้จะเป็นเขตการทำธุรกิจด้านการเงิน ดังนั้นคนที่ทำงานด้านนี้ ถ้าหากอาศัยอยู่ในย่านนี้ก็จะค่อนข้างสะดวกสบายเป็นพิเศษ สามารถเดินไปทำงานได้

 

 5 อันดับที่อยู่อาศัยยุค 20s ที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค 

ใน 5 ตำแหน่งนี้จะมีแต่ตึกที่อยู่ในยุค 20s เท่านั้น ซึ่งราคายูนิตที่แพงที่สุดในบรรดาตึกพวกนี้ ได้ถูกขายไปในปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งที่จริงแล้วราคายังถือว่าเทียบไม่ได้กับ ตึกยุคเก่าๆเท่าไหร่นัก

อย่างเช่นตึก Woolworth building’s pinnacle ที่เป็นตึกยุค 19s ถือว่ายังครองแชมป์ที่1 ของราคาขายยูนิตได้แพงที่สุดใน นิวยอร์ค ซึ่งราคาขายสูงถึง 334 ลบ.

อันดับ 1 ของยุคปัจจุบันได้แก่

โครงการ 432 PARK AVENUE

ที่ตั้ง Manhattan,NY 10022

ราคาสูงสุด US$ 91 million 

หรือ 2,977.5 ลบ. 

432 Park Avenue สูง 86 ชั้น ถือว่าเป็นตึกที่สูงเป็นอันดับ 3 ในเมืองนิวยอร์ค ราคาขายของยูนิตส่วนใหญ่ ล้วนติดอันดับราคาขายที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค อีกทั้งตึกนี้ยังถือเป็นตึกเดียวเลยก็ว่าได้ที่เป็นตึกใหม่ของยุค 20s ที่ติดอันดับราคาขายที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค ซึ่งในบรรดาอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่ล้วนมีแต่ตึกยุคเก่าทั้งนั้น

อันดับ 2

โครงการ 15 Central Park West

ที่ตั้ง Manhattan,NY 10023

ราคาสูงสุด US$ 50.5 million 

หรือ 1,655.6 ลบ. 

คือ New Luxury Condo ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ที่ขายในปี 2017 สูงถึง 3,374,378 บ./ตร.ม. และเป็นตึกที่มีแต่คนรวย อาศัยอญู่ เช่น ดารา เซเลปต่างๆ มี facilities ครบครันภายในตึกเดียว เช่น ห้องสมุด, สปา, ร้านอาหารระดับหรู, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และการบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานตลอด 24 ชม.

อันดับ 3

โครงการ 56 Leonard

ที่ตั้ง Manhattan,NY 10013

ราคาสูงสุด US$ 47.8 million 

หรือ 1,564 ลบ. 

ตั้งอยู่ในย่าน TriBeca ที่เป็นย่านแพงที่สุดอันดับ 1 ในนิวยอร์คซิตี้ การดีไซน์ตึกภายนอกเป็นรูปลักษณ์ high-tech และถือว่าเป็นตึกสูงที่สุดในย่าน TriBeca เลยก็ว่าได้ ราคามีตั้งแต่ $ 3.5 m.- $50 m. หรือ 114.5 – 1,636 ลบ. ยูนิตที่แพงที่สุด ณ ตอนนี้ขายไปที่ราคา 1,564 ลบ. Facilities ส่วนกลางมีพื้นที่ถึง 1,579 ตร.ม. ได้แก่ โรงหนัง, ฟิตเนส, ห้องซาวน่าและสตรีม, ห้องสำหรับเด็ก เป็นต้น

อันดับ 4

โครงการ Time Warner Center

ที่ตั้ง Manhattan,NY 10019

ราคาสูงสุด US$ 35.9 million

หรือ 1,174.6 ลบ. 

เป็นตึกที่รวม Office, ศูนย์การค้า และ ที่อยู่อาศัยเข้าด้วยกัน ถือว่าเป็น Land Mark ในเมือง Manhattan เป็นแหล่งที่คนมากิน เที่ยว ช็อปปิ้ง ดังนั้นผู้อยู่อาศัยในตึกนี้จะค่อนข้างสะดวกสบาย สามารถมองเห็ววิวทั้งเมือง Manhattan, Central Park และ Lincoln Center

อันดับ 5

โครงการ 551 W 21st Street

ที่ตั้ง Manhattan,NY 

ราคาสูงสุด US$ 38 million 

หรือ 1,243 ลบ. 

เป็นตึกที่อยู่อาศัยสูง 19 ชั้น อยู่ใจกลางย่าน Chelsea ซึ่งถือว่าเป็นย่านศิลปะ มี galleriesอยู่มากมายนับร้อย การดีไซน์ตึกนั้นมีความแปลกตาจาก สถาปนิกชื่อดังอย่าง Norman-Foster สามารถมาเห็นวิวแม่น้ำ Hudson และเมือง Manhattan 

BANGKOK

 

5 อันดับราคาที่ดินที่แพงที่สุดในทำเล กทม.ปริมณฑลในปี 2017 

1. สยาม : 2.13 ลบ. ต่อตร.ว.

2. ชิดลม : 2 ลบ. ต่อตร.ว.

3. สีลม : 1.7 ลบ. ต่อตร.ว.

4. สุขุมวิทตอนต้นจนถึงบริเวณ อโศก : 1.9-2 ลบ. ต่อตร.ว.

5. วิทยุ : 1.6 ลบ.ต่อตร.ว.

ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.คอนโดในกรุงเทพฯ 2550-2560

จะเห็นได้ว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น ราคาสูงขึ้นถึงเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ราคาเฉลี่ยของคอนโดในกทม.นั้น เพิ่มขึ้นปีละ หมื่นเลยทีเดียว ด้วยความที่ Demand มากขึ้นและ Supply ก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน คอนโดทยอยเปิดตัวตามทำเลดีๆในกรุงเทพเต็มไปหมด จนปัจจุบันทำเลดีๆได้เหลือน้อยลงทุกที มูลค่าของคอนโดจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นธรรมดา ราคาเฉลี่ยของทั้งกรุงเทพฯปี 2560 อยู่ที่ 

130,620 บ./ตร.ม. แต่บางย่านอย่างสุขุมวิทราคาเฉลี่ยก็ปาเข้าไป 206,000 บ./ตร.ม. เข้าไปแล้ว แต่เพราะด้วยความที่ปัจจุบันเริ่มมีคอนโดระดับ Luxury และ  Super Luxury เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ดึงราคาเฉลี่ยของย่านสุขุมวิทสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ราคาคอนโดของแต่ละย่านในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกราฟด้านล่างกันเลยครับ

การเปลี่ยนแปลงราคาคอนโดต่อตร.ม.ในแต่ละทำเล

ถ้าเรียกตามเขตนั้น ปทุมวัน ราชเทวี ถือว่าเป็นเขตใจกลางเมือง ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญมาเป็นย่านแรกๆ ครอบคลุมสยาม ชิดลม เพลินจิต ด้วยความทำให้มีรถไฟฟ้าสายสำคัญผ่าน อย่างสายสีเขียวอ่อน-เข้ม และจุด Interchange

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ราคาเฉลี่ยคอนโดของย่านนี้จะสูงเป็นอันดับแรก ประมาณ 235,000 บ./ตร.ม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน(2016-2017)ถึง 16%

98 Wireless ที่อยู่อาศัยที่แพงและหรูที่สุดในประเทศไทย

98 Wireless ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ เป็นย่านที่ไม่ได้ถือว่าแพงที่สุดในกทม. แต่ยังติดอันดับ top 5  

ทำไม 98 Wireless ถึงมีราคาสูง?

1. ทำเล: เป็นที่ดินที่หาได้ยากในปัจจุบันบนทำเลทองถนนวิทยุ เรียงรายไปด้วยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของนานาประเทศ ประกอบกับทัศนียภาพ ความรื่นรมย์ที่หาได้ยากจากที่ดินที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้ และการที่อยู่ใจกลางเมืองทำให้เดินทางไปไหนก็สะดวก ใกล้ CBD หลักถึง 3 จุดด้วยกัน ได้แก่

เพลินจิต ที่ถือว่าเป็น CBD หลักของ กทม. CBD อโศก และ CBD ที่พึ่งจะเกิดขึ้นใหม่ คือที่พระราม 9 ซึ่งการเดินทางถือว่าสะดวกมาก ไม่ว่าจะโดยบีทีเอส หรือรถยนต์ก็ตาม ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้ามาซื้อที่ดินที่เดิมในเวลานี้ ก็ไม่สามารถทำได้ในราคานี้แล้ว ต้องขายแพงขึ้นไปอีก 

2. สภาพแวดล้อม: คุณจะมีเพื่ิอนบ้านเป็นฑูตสหรัฐอเมริกา เพราะโครงการตั้งอยู่ถัดจากบ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่เป็นพื้นที่สีเขียวสุด Private (และน่าจะเขียวตลอดไป) น้อยคนนักที่จะได้สัมผัสใกล้ ๆ และยัง

รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมายกว่า 10 แห่ง เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตสมัยใหม่ สามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือจะบีทีเอสก็สะดวก มีสวนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดอย่าง สวนลุมพินีอีกด้วย

3. คุณภาพ: บอกเลยว่าราคานี้ ถ้าซื้อคอนโดที่ HK คุณได้สเปคต่ำกว่านี้แน่นอน เพราะต้นทุนกลายเป็นราคาที่ดินไปซะหมด แต่กรุงเทพ ค่าทีิ่ดินยังไม่แพงขนาดนั้น ทำให้เล่นกับสเปคได้เยอะ โดยที่นี่ผสมผสานดีไซเนอร์ชั้นนำระดับโลกรวมไว้ในหนึ่งเดียว รูปแบบงานดีไซน์ที่เน้นความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบ 

เลือกวัสดุ ทั้งภายในภายนอก โดยใช้วัสดุเกรด A+ ที่ถูกคัดสรรตัวเลือกที่ดีที่สุดมาจากทุกมุมโลกโดยผู้บริหารเอง จนเรียกได้ว่า โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยก็ว่าได้

4. บริการเหนือระดับ: ค่าส่วนกลาง 150 บ.ต่อตร.ม.ถือว่าถูกไปเลย เมื่อคุณมี Butler ส่วนตัว พร้อมส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้คุณ เหมือนพักอยู่โรงแรม 5 ดาวตลอดเวลา Facilities ไม่เยอะมาก เพราะยูนิตน้อย แต่ๆละอย่าง คัดมาแล้วจริงๆ มีแม้กระทั่งห้องทำเล็บส่วนตัวนะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีรถ 

Bentley ของโครงการคอยรับส่งลูกบ้านอยู่ตลอด ทั้งหมดนี้เรียกว่า “The best comes as standard” จริงๆครับบริการจอดรถแบบ Valet Parking ที่รองรับได้ถึง 240% และรวมไปถึงมีสถานี EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้มียอดขายถึง 80% แล้ว! หากสนใจเข้าชม ต้องนัดล่วงหน้านะครับ ที่ 1685 หรือ 98wireless.com

 

Hong Kong – London – New York – Bangkok

มูลค่าอพาร์ทเม้นท์เฉลี่ยต่อตร.ม.ที่ขายในปี 2017 London, Hong Kong และ New York ล้วนติดอันดับ Top 5 ที่ราคาเฉลี่ยแพงที่สุดในโลก ส่วนของไทยอยู่ใน

อันดับที่ 38 ซึ่งที่ 1 คือ Monaco ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม. อยู่ที่ $60,114 หรือ 1,966,930 บาท ถือว่าสูงเป็นเท่าตัวของอันดับ 2 เลยทีเดียว 

 

ราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยในแต่ละเมือง ต่อรายได้เฉลี่ยของคนในเมือง

เป็นกราฟแสดงข้อมูลราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยในแต่ละเมือง หารกับรายได้เฉลี่ยของคนในเมืองนั้น ดังนั้นค่าที่ได้ออกมายิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่า ที่อยู่อาศัยราคาแพงมากเกินกว่าคนที่มีรายได้ปกติจะสามารถซื้อได้

ในกราฟได้ยกตัวอย่างเมืองหลักๆมา Beijing เป็นอันดับ 1 ส่วน ฮ่องกง ลอนดอน และนิวยอร์ค ล้วนเป็นเมืองที่ติดอันดับทั้งนั้น

การเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ยราคาบ้านในแต่ละประเทศ

ส่วนกราฟด้านบนนี้ เป็นผลสรุปราคาบ้านของแต่ละประเทศที่เราได้เลือกสำรวจ ก็จะมี Hong Kong ที่เป็นอันดับ 1 ราคาบ้านมีเปอร์เซ็นการเปลี่ยนแปลงสูงที่สุด ส่วน

สหรัฐอเมริกา(US)ก็ถือว่าไม่ได้ราคาเพิ่มสูงมากนักอยู่ที่ 4.2 % เช่นเดียวกันกับ สหราชอาณาจักร (UK) ส่วนประเทศไทยจะถือว่าราคาได้ลดลง คิดเป็น -0.18 %

 

ปัจจัยของย่านอยู่อาศัยราคาแพงในแต่ละเมือง

Hong Kong

ฮวงจุ้ยและวิว -อย่างที่รู้ๆกันว่าที่อยู่อาศัยในฮ่องกงขึ้นอยู่กับฮวงจุ้ยล้วนๆ ยิ่งฮวงจุ้ยดียิ่งราคาแพง โดยเฉพาะย่าน The Peak ที่มองเห็นวิวฮ่องกง ตึกสูงเรียงรายสลับไปมา มีแม่น้ำและภูเขาโอบล้อม ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อตามฮวงจุ้ยหรืออะไรก็ตาม ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน มีวิวสวย อยู่ชั้นที่ยิ่งสูง ก็ยิ่งทำให้ราคาแพง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่าน Central บน Victoria Peak นี้ ทั้งวิวดีและฮวงจุ้ยดี จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงแพง

London

ย่านผู้ดีเก่า – ย่าน Kensington คือย่านที่แพงที่สุด เป็นย่านที่เงียบสงบ โดยแต่ก่อนบรรดาเชื้อพระวงศ์อาศัยอยู่ในย่านนี้ และปัจจุบันมหาเศรษฐีได้จับจองเป็นเจ้าของกันมากมาย ด้วยเรื่องความปลอดภัย ความสงบ และประวัติที่ดิน ทำให้อสังหาฯที่เปลี่ยนมือมานับไม่ถ้วนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก ย่านนี้ก็รายล้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งแบรนระดับหรู

New York

Family-Friendly Zone – ย่านที่แพงสุดคือ TriBeCa ใน Manhattan เพราะเป็นย่านใหม่ รูปแบบตึกก็จะโมเดิร์น ให้ความรู้สึก Fresh และอีกทั้งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่เป็นครอบครัว เพื่อนบ้านจึงล้วนเป็นผู้อยู่อาศัยแบบครอบครัว 

Bangkok

สยาม-จุดศูนย์กลางความเจริญ ด้านเศรษฐกิจการค้าของกรุงเทพฯ นับตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา ย่านสยามถือเป็นย่านที่ไม่หยุดพัฒนา และมีการเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ จึงเรียกได้ว่าเป็นย่านที่ดึงดูดทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ให้เข้ามา สัมผัสไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ความบันเทิงในรูปแบบล้ำสมัย ครบครันและตอบโจทย์ทุกความต้องการ

สรุปทุกประเด็น Hong Kong – London – New York – Bangkok

เปรียบเทียบระดับความต่างของบ้านแพงแต่ละหัวเมือง กับ 98 Wireless

เมื่อเปรียบเทียบราคาสูงสุดของที่อยู่อาศัยตัวท็อปในแต่ละประเทศ จะเห็นได้ว่า 432 Park Venture ในนิวยอร์ค เป็น 4.5 เท่าของราคายูนิตที่แพงที่สุดของ 98 Wireless ส่วน Mount Nicholson ของฮ่องกงที่ถือว่าตอนนี้แพงที่สุดในตลาดฮ่องกง ราคาสูงถึง 2 เท่าของ 98 Wireless และราคาที่อยู่อาศัยที่ One Hyde Park ในลอนดอน ราคาสูงกว่ายูนิตแพงสุดของไทยถึง 9.4 เท่าเลยที่เดียว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ที่อยู่อาศัยใน ลอนดอน นิวยอร์ค และฮ่องกงราคาแพงติดอันดับโลกนั้น

เป็นเพราะทั้ง 3 เมืองนี้ล้วนเป็นเมืองหลัก และเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก ส่วนที่อยู่อาศัยที่ติดท็อปราคาแพงที่สุดนั้น ล้วนอยู่ในย่านสำคัญในแต่ละเมือง จุดเด่นที่ทำให้แต่ละย่านเป็นที่ยอดฮิต และมีที่ดินราคาแพง ก็จะแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ อย่างฮ่องกงก็จะมีเรื่องวิวและฮวงจุ้ยเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้

 ราคาที่อยู่อาศัยแพง ที่อยู่อาศัยราคาแพงส่วนใหญ่ในลอนดอนก็จะเป็นตึกเก่า อยู่ในย่านผู้ดีเก่า ทำให้ที่ดินมีประวัติ มีคุณค่า มีระดับ เหมาะแก่ราคา ส่วนนิวยอร์คจะเน้นความ Fresh ความใหม่ และไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัย

พอเทียบกับประเทศบ้านเรา คอนโดที่ราคาสูงที่สุดอย่าง 98 Wireless ราคาถือว่ายังไม่สูงเท่าที่อื่นๆ ราคายังสามารถสูงขึ้นไปได้อีกด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าดูตามเนื้อผ้า เทียบกันที่คุณภาพ และทำเล  98 Wireless ไม่เป็นรองใครแน่นอน

ดังนั้นโครงการ 98 Wireless จึงเป็นคอนโดระดับ Super Luxury ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีให้กับทั้งลูกค้าเศรษฐีชาวไทยลูกค้าต่างประเทศ ที่ไม่ว่าจะซี้อเก็บไว้เป็นมรดกตกทอด ซื้ออยู่เอง ถ้าคุณมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็ควรค่าแก่การซื้อครับ