หลายๆ คนอาจจะติดภาพจำว่า “บ้านแฝด หรือ Duplex Home” จะต้องเป็นบ้านที่มีลักษณะตันๆ 2 หลังติดกัน ทำให้ไม่สวย และอาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ได้รับความสนใจนักจากผู้อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันทางผู้พัฒนาโครงการหลายเจ้า รวมถึงทาง AP เอง มีการพัฒนารูปแบบบ้านให้มีลักษณะคล้ายบ้านเดี่ยว ในฟังก์ชั่นที่ใกล้เคียงกัน ด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง ทำให้เกิดเอกลักษณ์ของบ้านที่โดดเด่นและไม่ซ้ำใคร
ซึ่งในบทความนี้ จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับแบรนด์ Duplex Home ทั้ง 4 แบรนด์ จาก AP พร้อมทั้งแนะนำโครงการจากแบรนด์ใหม่ล่าสุด THE SONNE ศรีนครินทร์-บางนา ซึ่งเป็น Luxury Duplex Home ที่โดดเด่นตั้งแต่การดีไซน์สไตล์คลาสสิค รวมไปถึงส่วนกลาง และฟังก์ชั่นภายในบ้านที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัยแบบ Cross Generation ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรไปอ่านต่อได้เลยค่ะ
 

Duplex Home จาก AP ไม่เคยหยุดนิ่ง เปิดตัวรวม 14 โครงการ ภายใต้ 4 แบรนด์

GRANDE PLENO

7 โครงการ

“บ้าน นิยามใหม่ของชีวิต ที่เติมเต็มความสุขไร้ข้อจำกัด”

แบรนด์ย่อยแบรนด์แรกที่เปิดตัว เป็นโครงการ Duplex Home ขนาด 2 ชั้น รองรับครอบครัวขนาดเริ่มต้น ราคาเข้าถึงได้ง่าย

บ้านกลางเมือง THE EDITION

5 โครงการ

“THE NEW CHAPTER OF HAPPINESS”

ดีไซน์ทันสมัย เน้นตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ใช้ชีวิตในเมือง มีพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชั่นเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง

THE SONNE

1 โครงการ

“THE NEW ORIGINAL”


แบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP โดดเด่นด้วยการดีไซน์ ทั้งภายนอกและฟังก์ชั่นภายใน ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่

บ้านกลางเมือง CLASSE

1 โครงการ

“THE PARAMOUNT LIVING”


แบรนด์ระดับท็อปที่สุดของบ้านประเภทนี้ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยในระดับ Super Luxury 
 

พัฒนารูปแบบบ้านมาตลอด 5 ปี กับ 9 รูปแบบบ้าน

  • ในปัจจุบันถือได้ว่า Duplex Home เป็นบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้ดี โดยเฉพาะฟังก์ชั่นและพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่โตหรือต้องการดูแลมากเท่าบ้านเดี่ยว ซึ่งเหมาะกับคนทำงานที่ใช้ชีวิตส่วนมากอยู่ในออฟฟิศ อยากได้บ้านเพื่อการพักผ่อน แต่ไม่อยากมีภาระในเรื่องงานบ้านมากนัก

  • ทาง AP ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และมีการพัฒนาแบรนด์ Duplex Home ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นแบรนด์ GRANDE PLENO และหลังจากนั้นในปี 2559 และ 2560 เปิดตัวแบรนด์ บ้านกลางเมือง CLASSE และ บ้านกลางเมือง THE EDITION ตามลำดับ และล่าสุดในปี 2562 นี้ ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ คือ THE SONNE 

  • ซึ่งนอกจากจะพัฒนาแบรนด์แล้ว แต่ละแบรนด์เองยังได้มีการพัฒนา Model บ้านของแต่ละแบรนด์เช่นกัน โดยเฉพาะ GRANDE PLENO ที่มีการพัฒนาไปมากถึง 4 รูปแบบ ส่วนบ้านกลางเมือง THE EDITION เองก็พัฒนามาถึง 3 รูปแบบด้วยกัน ทั้งเรื่องของหน้าตา ขนาดพื้นที่ ไปจนถึงฟังก์ชั่นภายใน
 

รองรับผู้อยู่อาศัยครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

  • จะเห็นได้ว่าโครงการ Duplex Home จาก AP กระจายอยู่ในโซนต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในแต่ละทำเลก็จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตหรือทำงานในสถานที่แตกต่างกัน

  • อย่างโครงการระดับ Top Segment บ้านกลางเมือง CLASSE ตั้งอยู่ในโซนเอกมัย รามอินทรา ใกล้ทางด่วน ทำให้เดินทางเข้าเมืองสะดวก ส่วนในโซนศรีนครินทร์ วงแหวน ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสำหรับการอยู่อาศัยอีกหนึ่งทำเลในโซนตะวันออก ล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ มีโครงการ Duplex Home ตั้งอยู่ถึง 2 แบรนด์ด้วยกัน คือ THE SONNE และบ้านกลางเมือง THE EDITION นอกจากนี้ในพื้นที่ฝั่งธนฯ และจังหวัดโดยรอบกรุงเทพฯ อย่างนนทบุรีหรือปทุมธานี ก็มีโครงการจาก GRANDE PLENO ตั้งอยู่เช่นกัน ช่วยสร้างทางเลือกให้กับผู้อยู่อาศัยในแต่ละโซนได้เป็นอย่างดี
 

เปรียบเทียบฟังก์ชั่นของแต่ละแบรนด์


  • สำหรับโครงการ Duplex Home ทั้ง 4 แบรนด์ จะมีสไตล์บ้าน ขนาดพื้นที่พื้นที่ใช้สอย ที่ดิน รวมถึงฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์และความต้องการไม่เหมือนกัน

  • ซึ่งสไตล์บ้านส่วนใหญ่จะเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น ยกเว้นรูปแบบ Duplex Home ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2562 นี้ ที่เริ่มมีการเปลี่ยนสไตล์เป็นคลาสสิค ได้แก่ GRANDE PLENO แบบใหม่ล่าสุด (OLIVIA) และ SONNE

  • ส่วนพื้นที่ใช้สอย หากเป็นครอบครัวขนาดเริ่มต้น เหมาะกับ Duplex Home ของ GRANDE PLENO ขนาด 2 ชั้น เนื่องจากขนาดพื้นที่และฟังก์ชั่นกำลังพอดี คือ พื้นที่ใช้สอย 110-149 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน สามารถอยู่ได้ 2-4 คนขึ้นไป 

  • หากเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ขึ้นมา อยู่กัน 5 คนขึ้นไป หรือต้องการบ้านที่รองรับการขยายครอบครัวในอนาคต เหมาะกับ Duplex Home 3 ชั้น ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 218-249 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน
 

สรุปความแตกต่างของ Duplex Home แต่ละแบรนด์

  • โดยสรุป GRANDE PLENO เป็นบ้านที่รองรับครอบครัวใหม่ มีฟังก์ชั่นและพื้นที่ใช้สอยขนาดเริ่มต้น ส่วนบ้านกลางเมือง THE EDITION เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมือง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 200 ตารางเมตรต้นๆ ขนาด 4 ห้องนอน 3 ที่จอดรถ

  • ใหญ่ขึ้นมาจะเป็นบ้านกลางเมือง CLASSE ซึ่งเน้นความ Luxury ตั้งแต่ทำเลที่ใกล้เมือง ล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ ไปจนถึงรูปแบบบ้านที่กว้างขวาง

  • ส่วน THE SONNE แบรนด์เปิดตัวใหม่ล่าสุด เกิดจากการต่อยอดและพัฒนา Duplex Home อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะมีพื้นที่ใช้สอย ขนาดที่ดินเริ่มต้น และหน้ากว้างมากที่สุดจากทั้ง 4 แบรนด์แล้ว ยังพัฒนาคอนเซ็ปต์โครงการให้เกิดความแตกต่าง เน้นในเรื่องของ Timeless Design ให้ความรู้สึกหรูหราและไม่ล้าสมัย

THE LUXURY DUPLEX HOME FROM AP

THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา

ความงดงามในทุกรายละเอียด ที่ไม่เลือนหายตามกาลเวลา

THE SONNE – แบรนด์ Luxury Duplex Home ใหม่ล่าสุดจาก AP ในราคาเริ่มต้น 12-15 ลบ. บนทำเลศรีนครินทร์-บางนา ได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีเพียง 56 ครอบครัวเท่านั้น พร้อมฟังก์ชั่นที่รองรับการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างยั่งยืนแบบ Cross generation

FACT SHEET

  • ชื่อโครงการ : THE SONNE SRINAKARIN – BANGNA
  • ที่ตั้ง : ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซ.28 แยก 14-2 ประเวศ กรุงเทพฯ
  • ขนาดโครงการ : 12-1-46.5 ไร่
  • จำนวนยูนิตทั้งหมด : 56 หลัง
  • จำนวนแบบบ้าน : 4 แบบ
  • พื้นที่ใช้สอย : 243.28-249.14 ตร.ม.
  • ฟังก์ชั่น : 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น : 12-15 ลบ.
 

กับดีไซน์ที่งดงามทุกรายละเอียด

  • การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมคลาสสิคยุคใหม่ สไตล์ Beaux-arts ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมในช่วงคริสต์ศตวรรตที่ 18-19 ที่นำความงามของสถาปัตยกรรมยุคกรีก โรมันมาฟื้นฟูใหม่ องค์ประกอบหลักที่เห็นได้ชัดในสถาปัตยกรรมยุคนี้ คือ ตัวอาคารมีความสมมาตร มีการใช้ทรงโค้ง (Arch) และทรงจั่ว (Pediment) รวมถึงลงรายละเอียดแบบยุคคลาสสิคที่มีความงดงาม ละเมียดละไม

  • โดยทางโครงการได้นำแนวคิดมาใช้ พร้อมลดทอนรายละเอียดลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้รูปแบบบ้านในโครงการมีความคลาสสิค สมบูรณ์ไปด้วยองค์ประกอบในจุดต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ Timeless Masterpiece
 

SHOW UNIT

SONNE

  • พื้นที่ใช้สอย : 245.84 ตร.ม.
  • หน้ากว้าง : 13.65 ม.
  • ฟังก์ชั่น : 
  • – 4 ห้องนอน
  • – 4 ห้องน้ำ
  • – 2 ห้องอเนกประสงค์
  • – 2 ที่จอดรถ
 

ชั้น 1

มีการออกแบบฟังก์ชั่นชั้น 1 ของครอบครัวให้สามารถเชื่อมต่อกัน ตั้งแต่ครัว พื้นที่ทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ทำให้ครอบครัวสามารถพูดคุยกันได้ แม้ว่าจะทำกิจกรรมคนละอย่างในเวลาเดียวกัน
  • ออกแบบไว้ให้เป็นห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ โดยทำทางเข้าเป็น 2 ทางคือจากหน้าบ้านสามารถขึ้นจาก Ramp ที่รองรับการใช้วีลแชร์ หรือจะเข้าจากภายในบ้านก็ได้เช่นกัน
  • ภายในห้องนี้จะมี ห้องน้ำส่วนตัว ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ No-step Bathroom ที่ทำให้การเข้าไปใช้งานได้ง่าย สะดวก รวมถึงลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการหกล้มของผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็นได้
 

ชั้น 2

Master Bedroom ขนาดใหญ่ตอบรับกับคุณพ่อคุณแม่ โดยภายในห้องมีทั้งโซนพักผ่อนในตัวให้ใช้งานเวลาอยากพักผ่อนแบบส่วนตัว มีWalk-in Closet ขนาดใหญ่สำหรับ Collection ในการแต่งตัว และห้องน้ำขนาดใหญ่ที่แยกออกเป็นสัดส่วน
ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วยอ่าง Jacuzzi อ่างล้างหน้าแบบ His&Her รวมถึงโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีช่องเปิดที่เชื่อมต่อกับ Pocket Garden ซึ่งช่วยสร้างความร่มรื่นและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน ถือว่าออกแบบมาให้มีไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา พักผ่อนในยามว่าง อาบน้ำ ชมวิวได้อีก คงรู้สึกดีไม่เบาเลยค่ะ
ห้องอเนกประสงค์ ชั้นที่ 2 ถือว่าเป็นอีก 1 Highlight ของตัวบ้าน เพราะเป็นพื้นที่สำคัญในการใช้งานของทุกคนในบ้าน รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามความต้องการ ได้ความส่วนตัว ไว้พักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมกับลูกๆ และยังสามารถนั่งชมวิวบริเวณ Pocket Garden ที่ส่งเสริมบรรยากาศที่ดีให้กับตัวบ้านอีกด้วย

ชั้น 3

  • ชั้นบนสุดเป็นส่วนพักผ่อนสำหรับลูกๆ ประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้องขนาดใหญ่ สามารถวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้ รวมถึงมี Walk-in Closet และห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง
  • นอกจากนี้ ทุกห้องนอนในบ้านยังหันออกด้านหน้าตัวบ้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติและชมวิวได้ตลอดทั้งวัน 

ภาพบรรยากาศบ้านตัวอย่างเพิ่มเติม

previous arrow
next arrow
Slider

บรรยากาศจำลองพื้นที่ส่วนกลาง

previous arrow
next arrow
Slider
สำหรับส่วนกลางยังคงคอนเซ็ปต์ Timeless Masterpiece มีการคำนึงถึงการเข้าถึง (Approach) และ การใช้พื้นที่ปิดล้อม (Enclose Space) ซึ่งสร้างความเป็นส่วนตัวในการใช้งานที่มากกว่าเดิม โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมคลาสสิค ทำให้ได้พื้นที่ สวยงาม ตระการตา
ส่วนพื้นที่สีเขียวของโครงการ มีการแบ่งเป็น 4 โซน เพื่อให้มีฟังก์ชั่นที่รองรับของกลุ่มคนที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็ก มุมนั่งเล่นสำหรับครอบครัว สวนที่มีดอกไม้สีสันสวยงาม ไปจนถึงสวนที่รองรับกลุ่มคนชอบออกกำลังกาย ซึ่งมีทั้งพื้นที่จอดจักรยาน และลานสำหรับออกกำลังกาย นอกจากนี้ ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับความร่มรื่น ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันอีกด้วย

สรุปความน่าสนใจของโครงการ THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา

  • 1. ดีไซน์ ออกแบบโดยใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมยุคคลาสสิค ซึ่งเป็นรูปแบบที่ให้ความรู้สึกหรูหรา และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ไม่ล้าสมัย หรือเรียกอีกอย่างว่า Timeless Design ซึ่งเหมาะกับครอบครัวที่กำลังมองหาบ้าน เพื่ออยู่ไปนานๆ ซึ่งสามารถส่งมอบเป็นมรดกให้กับรุ่นลูกหลานก็ยังได้

  • 2. Multi-Facade เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นในโครงการ Duplex Home หรือแม้แต่โครงการจัดสรรทั่วไป ภายในโครงการนี้จึงเน้นบรรยากาศและภาพลักษณ์ที่ดีให้ลูกบ้านโดยออกแบบให้บ้านแต่ละหลังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการความแตกต่าง ทำให้โครงการนี้มีความรู้สึกพิเศษกว่าโครงการอื่นๆ ที่เคยมีมา

  • 3. Universal Design คำนึงถึงทั้งพื้นที่ในบ้าน และพื้นที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะทางลาดขึ้น ลงสำหรับรถเข็น ไม่ว่าจะลูกเล็ก หรือผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก นอกจากนี้ ตัวบ้านชั้น 1 ออกแบบให้ไม่มี Step รองรับการใช้รถเข็นภายในบ้านอีกด้วย



พบกับ The Sonne Srinakarin-Bangna – Luxury Duplex Home รูปแบบใหม่

Public Pre-Sale : 7 – 8 SEP 2019

ลงทะเบียนเพื่อเข้าชมโครงการและรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมในวันงาน

Click หรือ โทร.1623