มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี
เชื่อมไทยสู่อาเซียน

โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรีเป็นทางหลวงพิเศษ ที่จะทำให้การจราจรจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสามารถเดินทางไปภาคตะวันตกของประเทศได้โดยสะดวก

และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมสู่ภาคตะวันตกและโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย  ประเทศพม่า

ครม.อนุมัติเพิ่มเติมงบกลาง 5,112 ลบ. ก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรีที่ยังขาดงบประมาณ

เมื่อวันที่ 1 สค. 2560 นายอาคม เดิมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.อนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 5,112 ลบ. 

เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ของกรมทางหลวง (ทล.) โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้

1.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 500 ลบ. ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

2.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 4,612 ลบ. เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 1,842 ลบ. และค่าก่อสร้างงานโยธา จำนวน 2,770 ลบ.

ซึ่งเป็นกรอบวงเงินเดิมที่ ครม.ได้เคยอนุมัติไว้ เพื่อให้สามารถจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและจ่ายค่างานล่วงหน้า 15% ได้ ก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ค.58, 8 มี.ค.59 และ 20 ก.ย.59 อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา วงเงินลงทุน 76,600 ลบ.

รวมทั้งโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี วงเงินลงทุน 49,120 ลบ. รวมวงเงินลงทุนของทั้ง 2 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 125,720 ลบ. โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2563 ซึ่งกระทรวงฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณและได้โอนเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณโครงการอื่นของ ทล. มาเพื่อใช้ดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2559 – 2561 แล้ว พบว่าแผนการดำเนินงานของทั้ง 2 โครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ยังขาดงบประมาณอีกจำนวนทั้งสิ้น 5,112 ลบ. เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษาได้สำรวจพื้นที่โครงการเบื้องต้นตั้งแต่ปี 2551 เพื่อใช้ในการออกแบบก่อสร้างโครงการ โดยมิได้สำรวจทรัพย์สินเพื่อการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือกำหนดค่าทดแทนตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กระทรวงฯ โดย ทล.จึงได้เสนอสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมทั้งสิ้น 11,920 ลบ. เพื่อเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา จำนวน 500 ลบ.

ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 7,484 ลบ. และค่าก่อสร้างงานโยธาโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 3,936 ลบ.

Info : Thairath Online (1 สค. 2560)

โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ บางใหญ่-บ้านโป่ง ระยะทาง 51 กม. ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (กาญจนาภิเษก)

บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ จ.นนทบุรี ถึงแยกทางต่างระดับบ้านโป่ง จ.กาญจนบุรี และบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 47 กม. ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร สิ้นสุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รวมระยะทาง 96 กม.

โครงการการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81

เส้นทาง : บางใหญ่ – บ้านโป่ง – กาญจนบุรี
ระยะทาง
 : 96 กม.

วงเงินลงทุน : 49,120 ลบ.

สัญญาการก่อสร้าง : แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 25 ตอน ประมูลแล้ว 9 ตอน 

สถานะการก่อสร้าง : ยังไม่เริ่มก่อสร้าง ติดปัญหาการเวนคืนที่ดิน
การลงทุน :
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
ปีที่สร้างเสร็จ :
2562
ปีที่เปิดให้บริการ :
 2563

Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี มีจุดแยกทางยกระดับเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งหมด 8 จุด 

1) บางใหญ่                      
2) นครชัยศรี (ทล.3323)
3) นครชัยศรี (เชื่อมต่อสายนครปฐม-ชะอำ)
4) นครปฐมฝั่งตะวันออก (ทล.3036)
5) นครปฐมฝั่งตะวันตก (ทล.321)   
6) ท่ามะกา (ทล.3394)      
7) ท่าม่วง (ทล.3081)     
8) กาญจนบุรี (ทล.324)

Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เป็นทางหลวงที่มีด่านเก็บค่าผ่านทางแบบปิด (คิดตามระยะทาง)

มีสถานีบริการทางหลวง (Service Area) 2 แห่ง ได้แก่ สถานีบริการทางหลวงนครชัยศรี สถานีบริการทางหลวงนครปฐม

และที่พักริมทางหลวง (Rest Area) 1 แห่ง บริเวณ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

โครงการท่าเรือน้ำ ลึกทวายเป็นโครงการสัมปทานแบบ “Build-Operate-Transfer” ตั้งอยู่ที่บ้าน Nabule อำเภอทวาย มณฑลตะนาวศรี พื้นที่ 204 ตร.กม. ประกอบด้วย ท่าเรือทวายซึ่งเป็นท่าเรือ น้ำลึกธรรมชาติที่มีร่องน้ำลึกถึง 50 ม.

ถนนโครงการเริ่มจากพื้นที่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและนิคมอุตสาหกรรมที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ในสหภาพพม่าเชื่อมโยงสู่ชายแดนไทย-พม่าที่ บ.พุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยระยะทางในส่วนของ ถนนสายหลักในพื้นที่ท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 18 กม. และถนนโครงการถัดจากนั้นถึงชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 132 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 150 กม.

ระยะแรกถนนโครงการจะเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร แบบแบ่งแยกทิศทางโดยมีรูปแบบทั้งเกาะกลางกดเป็นร่อง (Depressed Median) และเกาะกลางรูปแบบกำแพง คสล. (Barrier Type Median) และโดยที่เส้นทางส่วนใหญ่ต้องตัดผ่านสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง จึงต้องมีรูปแบบของ Viaduct และอุโมงค์อยู่ด้วย ทั้งนี้ รูปแบบของถนนโครงการและมาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่จะสามารถรองรับยวดยานในกลุ่มประเทศใน GMS Corridor รวมถึงประเทศจีนด้วย

แนวคิดในการกำหนดแนวทางเลือกของเส้นทาง

ในการกำหนดจุดเริ่มต้นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สาย กาญจนบุรี-ชายแดนไทย/พม่า (บ้านพุน้ำร้อน) จะพิจารณาถึงการเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งมีจุดสิ้นสุดอยู่ที่บริเวณบ้านหนองขาว ทางเหนือของเมืองกาญจนบุรีและอยู่ฝั่งเหนือของทางหลวง หมายเลข 323

บริเวณดังกล่าวนี้ก็มีความสะดวกที่จะต่อเชื่อมกับทางหลวง ที่เชื่อมต่อสู่วงแหวนรอบนอก(กรุงเทพมหานคร) ด้วยเส้นทางผ่านอำเภอบางเลน และสามารถมุ่งต่อไปยังพื้นที่ทางเหนือ คือ ด่านเจดีย์สามองค์ได้โดยสะดวก

อย่างไรก็ตาม จากจุดสิ้นสุดของแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ดังกล่าวนี้ แนวเส้นทางเลือกสำหรับโครงการ จะต้องตัดผ่านพื้นที่ทหาร คือ หน่วยราชการของกองทัพบก

ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่องทางด้านทิศเหนือของเมืองกาญจนบุรี และนับเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงการ ดังนั้น จึงได้พิจารณาเพิ่มเติมในบริเวณอื่นๆ ซึ่งจะมีการศึกษารายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

Video : กรมทางหลวง (02/02/2560)