คมนาคมเร่งหาข้อสรุป สร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง

สัญญาที่ 3 หลังเอกชนเสนอราคาสูงเกือบ 50,000 ล้านบาท

HN 22 Dec

กระทรวงคมนาคมเร่งหาข้อสรุปผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง สัญญาที่ 3 หลังเอกชนเสนอราคาสูงเกือบ 50,000 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการก่อสร้างล่าช้าไปกว่าร้อยละ 20

พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิตที่มีความล่าช้าทั้ง 2 สัญญา โดยพบว่า สัญญาที่ 1 ก่อสร้างคืบหน้าร้อยละ 15.45 ล่าช้ากว่าแผนร้อยละ 13.80 /และสัญญาที่ 2 ก่อสร้างคืบหน้าร้อยละ 27.29 ล่าช้ากว่าแผน ร้อยละ 41.54 / ภาพรวมการก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนร้อยละ 20

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สาเหตุที่ล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากมีการปรับแก้ไขแบบการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปการแก้ไข เสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร.ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ จากนั้นจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเดือนมกราคมปีหน้า (58)

ส่วนสัญญาที่ 3 รฟท. อยู่ในระหว่างตั้งวงเงินที่เหมาะสมไว้ที่ 29,000 ล้านบาท แต่ราคาเบื้องต้นที่เอกชนเสนอมา 49,000 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่าสูงเกินไป ดังนั้น กระทรวงฯจะเร่งสรุปเสนอราคาที่เหมาะสมภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เพื่อเสนอ ครม.ต่อไป หากเอกชนยืนยันราคาเดิม อาจต้องเปิดประมูลในสัญญาที่ 3 ใหม่ ซึ่งจะต้องล่าช้าไปอีก 6 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สัญญานี้เลื่อนการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ยังได้เสนอแผนฟื้นฟูกิจการ รฟท. ที่ปัจจุบันมีหนี้สิน ณ สิ้นปี 2556 รวม 884,969 ล้านบาท แบ่งเป็นขาดทุนสะสม 56,950 ล้านบาท, รถจักรปี 2538 รวม 9,029 ล้านบาท และการบริการ แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ที่ 18,960 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีภาระบำนาญจากปัจจุบันถึงปี 2610 ที่ 65,860 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ รฟท.รับผิดชอบทั้งหมด

โดย รฟท.เสนอแผนฟื้นฟู 3 ด้าน เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน คือ เจรจากับกระทรวงการคลัง ทั้งการแก้หนี้สินแบบเบ็ดเสร็จเต็มจำนวน โดยให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนเช่าที่ดินย่านโรงงานมักกะสันระยะยาว รวมทั้งพัฒนารายได้เพื่อมาชำระบำนาญรายปี ข้อสอง คือ ยกเลิกมติ ครม.วันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่ไม่ให้ รฟท.รับพนักงานใหม่ /และข้อสาม คือ ให้ รฟท.เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของ รฟท.

นอกจากนี้อาจจะยุบรวมบางเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการน้อย เพื่อลดการดำเนินการลง แต่ยืนยันจะไม่กระทบผู้ใช้บริการ รวมทั้งการบริหารจัดการเอาส์ซอสด้วย

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก.ขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถร้อนจากเดิม 8 บาท เป็น 10 บาท และรถปรับอากาศขอปรับขึ้นตามระยะทาง จากเดิม 12-24 บาท เป็น 14-26 บาท เห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีปัจจัยกดดันด้านราคาน้ำมัน และราคาก๊าซภาคขนส่งปรับขึ้นไม่มากนัก ทั้งนี้จะมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการอีกครั้งหลังช่วงเทศกาลปีใหม่

ส่วนการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ในวันพรุ่งนี้ กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้กรมการขนส่งทางทางบก ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพรถแท็กซี่ , การให้บริการ และ พนักงานขับรถ เพื่อให้การบริการมีมาตรฐานเหมาะสมกับราคาที่ปรับขึ้น โดยปัจจุบันทีมตรวจสอบสภาพรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบแล้วเสร็จร้อยละ 30 และคาดว่าจะตรวจสอบได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 ก่อนสิ้นปีนี้

Image : Railway of Thailand
Info : Manager Online (12 Dec 2014)

ความคืบหน้า รถไฟฟ้าสายสีแดง