รถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ จะมาไม่มา…?

         เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้ติดตามความคืบหน้า การจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 หรือเรียกว่า M-MAP 2 ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) กล่าวว่า ต้องรอผลการศึกษาความเหมาะสมก่อน และขณะนี้ได้เร่งดำเนินการตามแผน M-MAP 1 ให้ปฏิบัติจริงได้ทั้งหมดก่อน ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังรอประกวดราคา และสายสีส้มตะวันตกที่อยู่ระหว่างการรอเสนอเข้าคณะกรรมการ PPP 

       ส่วน M-MAP 2 จะเน้นส่วนศูนย์ย่อยรอบเมือง 3 จุด ได้แก่ 1.สถานีกลางบางซื่อ ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมในอนาคต 2.บริเวณมักกะสัน 3.สถานีแม่น้ำ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีแผนพัฒนาพื้นที่อยู่ ก็จะดูว่าสามารถนำระบบขนส่งใดเชื่อมต่อเข้าไปได้บ้าง สายรถไฟใน M-MAP 2 ที่กำลังมีการพิจารณาอยู่ ได้แก่ สายสีน้ำตาล (แคราย – ลำสาลี), สายสีเทา (วัชรพล – พระราม 9), สายสีทอง (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี – คลองสาน – ประชาธิปก) และโครงการรถไฟฟ้าบางนา – สุวรรณภูมิ 

       แต่แบบแผนของ M-Map 2 ยังมีความไม่แน่นอน อาจจะมีการปรับแก้ไขได้อีก เพราะสถานการณ์ของการใช้ที่ดินของกรุงเทพเปลี่ยนแปลงไปมาก หาก M-MAP 1 แล้วเสร็จอาจจะส่งผลกระทบแต่แผน M-MAP 2 ที่ตั้งไว้ในปัจจุบันก็เป็นได้ รวมถึงบางเส้นทางใน M-MAP 2  หากศึกษาความต้องการในการใช้รถไฟฟ้าแล้วปรากฏว่าความต้องการไม่มากพอ อาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบขนส่งมวลชนชนิดอื่น เช่นสายรถเมล์ก็เป็นได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน แบบแผน M-MAP 1 คาดว่าจะพร้อมใช้บริการทั้งหมดทุกสายในปี 2568  ซึ่ง M-MAP 2 จะได้เริ่มดำเนินการต่อจากนั้น ดังนั้นอาจจะได้ใช้ในอีก 10-15 ปีข้างหน้า

       ข้อมูลโครงการรถไฟสายบางนา-สุวรรณภูมิ ณ ปัจจุบันจึงไม่มีความแน่นอนเท่าไหร่นัก สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ซึ่งวันนี้ Realist จะทำการอัพเดทข้อมูล ณ ปัจจุบันให้ทราบกัน 

        โครงการรถไฟสายบางนา-สุวรรณภูมิ ระบบขนส่งมวลชนขนาดเบา(Light Rail Transit : LRT) จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสุขุมวิท) ที่สถานีบางนา ซึ่งจะวิ่งไปทางทิศตะวันออก บนถ.บางนา-ตราด เป็นทางวิ่งคู่ระยะทาง 14.4 กม. 12 สถานี ซึ่งเฟสแรกจะสิ้นสุดที่สถานีธนาซิตี้ ส่วนเฟส 2 จะเพิ่มอีก 2 สถานี เป็นระยะทาง 3 กม. ได้แก่ สถานีม.เกริก และสถานีสุวรรณภูมิใต้  ซึ่งเส้นทางโดยรวมจะครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพ และสมุทรปราการ
(INFO :ประชาชาติธุรกิจ APR 2018)

        ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำข้อมูลไปประเมินความเหมาะสม  ซึ่งรถไฟฟ้าประเภทรางคู่ขนาดเบา (LRT) สามารถรองรับผู้โดยสารประมาณ 15,000-30,000 คน/ชม. ซึ่งถ้าผ่านการอนุมัติก็จะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยย่านบางนาสามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

สามารถดูข่าวอัพเดทรถไฟฟ้าใน M-MAP 2 ได้จากลิงค์ด้านล่าง

สายสีทอง

สายสีเทา

สายสีน้ำตาล

ย้อนข่าวเล่าความ ที่มาที่ไปของโครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ

TIMELINE โครงการโดยละเอียด

ปี 2552
– นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ว่ากทม.สมัยนั้นคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เสนอโครงการ Monorail 3 สาย ได้แก่ สายสยาม-สามย่าน, สายบางนา-สุวรรรภูมิ และ สายยมราช ได้มีการปรึกษาเส้นทางการเดินรถกับบริษัท ไทยคอนซัลแตนท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

ปี 2553
– มีการเปิดโอกาสให้เอกชนยื่นข้อเสนอพื้นที่ตามแนวรถไฟ เพื่อสร้างเป็นโรงจอดรถและศูนย์ซ่อม (DEPOT) ซึ่งระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ได้ยื่นข้อเสนอพื้นที่เพื่อสร้างเป็นโรงจอดรถและศูนย์ซ่อม

ปี 2554
-มีการศึกษาเส้นทางเรียบร้อย และได้เปลี่ยนรูปแบบจาก Monorail เป็น Light Rail รอกระทรวงมหาดไทย (มท.) ยื่นข้อเสนอในที่ประชุมแก่ ครม. ในวาระสุดท้าย แต่มท.ไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าที่ประชุม โครงการจึงหยุดชะงัก เพราะต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ และต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมอีกครั้ง

ปี 2556
– มีการเปิดสัมมนารับฟังความเห็นจากบุคคลทั่วไปครั้งแรก หลังจากที่รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็น Light Rail transit รวมถึงรับฟังความเห็นของโครงการรถไฟอีกหลายสาย

ปี 2557-2558 มีการเปลี่ยนรูปแบบจาก Monorail เป็น Light Rail เนื่องจาก Light Rail Transit จะสามารถรองรับคนได้จำนวนมากกว่า รวมถึงการเชื่อมต่อ

 

กับโครงสร้าง BTS สายสุขุมวิท ที่มีอยู่ด้วย ทำให้ต้องศึกษาเส้นทางใหม่ เพราะเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่กว่าแบบ Monorailทำให้ต้องศึกษาเส้นทาง และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อการสัญจร และประชาชนให้น้อยที่สุดทั้งในช่วงเวลาก่อสร้าง และเมื่อเปิดใช้

ปี 2559
ได้รับหนังสือตอบกลับจากกรมทางหลวง (ทล.) ว่าไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่รัฐในการดำเนินการก่อสร้าง ต้องเวนคืนพื้นที่เอกชนเพื่อการก่อสร้างโครงการแทน เพราะเกรงว่าจะกระทบการจราจรบนถ.บางนา-ตราด โครงการจึงต้องศึกษาเส้นทางใหม่ เพื่อให้การเวนคืนที่ดินน้อยที่สุด และไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)ได้อนุมัติเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิลงในแผนแม่บทระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2 ก่อนที่จะหมดวาระพรรคประชาธิปัตย์

ปี 2560
– กทม.ได้มีการร่วมมือกับ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) เพื่อพัฒนา M-MAP 2 โดยให้มีการศึกษาและทบทวนเส้นทางทั้งหมด รวมถึงเริ่มทำรายละเอียด Blueprint

ปี 2561
เมื่อ 30 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนา The Blueprint For M-MAP 2  เพื่ออัพเดทความคืบหน้า และร่วมหารือ รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ซึ่งขณะนี้ Blueprint ได้ดำเนินการไปกว่า 80 % แล้ว แต่สายบางนา-สุวรรณภูมิยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

สนข. ร่วมมือกับ JICA ศึกษาและเสนอทิศทางนโยบายการจัดทำแผนแม่บทรถไฟฟ้า M-MAP 2 วันที่ 30 เม.ย. 61 ได้มีการเปิดสัมมนา The Blueprint for M-MAP 2 เพื่อหารือกับทุกภาคส่วน

        การสำรวจข้อมูลเบื้องต้นของ M-Map 2 จะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปีนี้ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการกำหนดเส้นทาง และพื้นที่ โดยจุดหลักที่เป็นพื้นที่สำคัญ สำหรับการเชื่อมต่อในหลายระบบ เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี(ครม)ต่อไป คาดเริ่มก่อสร้างปี 2564

 

        JICA ได้ร่วมสนับสนุนดำเนินการทบทวนศึกษาและเสนอทิศทางนโยบายการจัดทำM-Map 2 ให้กับ สนข. เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตและรองรับทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคต โดยได้เริ่มดำเนินโครงการนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2560 ปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่า 80%

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทาง รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ

ข้อมูลเส้นทางจาก กระทรวงคมนาคม และ สนข. เมื่อ กันยา 2560 เส้นทางจะต่อขยายจากสาย อ่อนนุช – แบริ่ง ที่สถานีบางนา วิ่งไปบนถนนบางนา-ตราด และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถ.สุวรรณภูมิ 5 แล้วลดระดับเป็นเส้นทางใต้ดิน เข้าสู่ชั้นใต้ดินของอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามแผนปัจจุบันสายนี้จะเชื่อมต่อกับ Terminal 2  ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรอการประมูลโครงการ หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท และรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งสองสาย จะต่อกันจนเป็นรูปวงแหวน

(INFO :กระทรวงคมนาคม และ สนข. SEP 2017)


Mega Projects รอบสายรถไฟฟ้า บางนา-สุวรรณภูมิ 

Mega Projects ที่ทุกๆคนคงคุ้นหูกันในย่านบางนานั้นได้แก่ Mega Bangna, BITEC Bangna, Central Plaza Bangna, สนามบินสุวรรณภูมิ  ด้วยความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญของคนในย่านนี้ รวมถึงยังเป็นที่ดึงดูดผู้คนจากหลายทิศทางเข้ามาเยือน ไม่ว่าจะเป็นคนอาศัยในตัวเมือง หรือคนจาก

ต่างจังหวัด นอกจากนี้กำลังจะมี Mega Projects ต่อเนื่องในย่านนี้ในรอบเส้นทางรถไฟฟ้าอีกหลายแห่งอาทิเช่น BITEC Bangna Phase 2, Megacity, Bangkok Mall, The Forestia และสนามบินสุวรรณภูมิ Phase 2 เป็นต้น มาอัพเดทย่านนี้ให้ดูกันว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างแล้ว


Mega City

เป็นโครงการที่ต่อเนื่องในพื้นที่ของ Mega Bangna ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบ Mixed-Use พื้นที่ 400 ไร่บนถ.บางนา-ตราด ทุ่มทุนกว่า 67,000 ลบ. ครบครันทุกอย่างตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหาร,  ออฟฟิศ, โรงแรม 2 แห่ง และคอนโดมิเนียม เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศเลยทีเดียว ยกระดับย่านบางนาให้เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้


Bangkok Mall

เจ้าของโครงการคือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป Bangkok Mall เป็นโครงการศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย รวมถึงออฟฟิศแบบครบวงจรที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัยและสมบูรณ์แบบที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  บนพื้นที่ 100 ไร่ ตรงข้ามไบเทคบางนา มูลค่ากว่า 20,000 ลบ. โดยจะแบ่งเป็นศูนย์การค้า, โรงแรม, ออฟฟิศ และอพาร์ทเมนต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2561 นี้

คลิกเพื่ออ่านข่าวเพิ่มเติม


Whizdom 101

โครงการ Mixed-Use คอมมูนิตี้มอลล์และคอนโด จาก บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บนถ.สุขุมวิท ระหว่าง BTS ปุณณวิถี และซอยสุขุมวิท 101/1 มูลค่ากว่า 30,000 ลบ. พื้นที่ 43 ไร่ แบ่งออกเป็น ส่วนที่พักอาศัย ประมาณ หนึ่งส่วนสาม ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปี 2561


The Forestias 

โครงการแบบ Mixed Use จาก MQDC  ภายใต้คอนเซ็ปสร้างความสัมพันธ์ของการใช้ชีวิตอันหลากหลาย และนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการใช้ชีวิต เข้ากับระบบนิเวศของผืนป่าขนาดใหญ่กว่า 900 ไร่ ด้วยมูลค่าโครงการมากกว่า 9 หมื่นลบ. เริ่มดำเนินการก่อสร้างปี 2561 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 


Bitec Bangna Phase 2

เมื่อปี 2559 ได้มีการเปิดตัว BITEC Bangna Phase 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยงบลงทุนราว 6,000 ลบ. ขยายพื้นที่ 37,800 ตร.ม. ทำให้สามารถรองรับการจัดงานและกิจกรรมทุกประเภทของลูกค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ มีพื้นที่รองรับงานจัดแสดงนิทรรศการและงานแสดงสินค้าได้กว่า 70,000 ตร.ม.


Suvarnabhumi Airport Phase 2

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เตรียมเปิดประมูลงานก่อสร้างขยายส่วนอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออกกลางปี 2561 วงเงิน 6,000 ลบ. รวมถึงจะมีการเปิดประมูล Terminal 2 ด้วยในเวลาใกล้เคียงกัน หากขยายอาคารฝั่งตะวันออกเสร็จนั้น จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านคน/ปี ส่วน Terminal 2 หากแล้วเสร็วจะรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน/ปี  คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 90 ล้านคน/ปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการสุวรรณภูมิเฟส 2 ในปี 2563

คลิกเพื่ออ่านข่าวเพิ่มเติม


Central Plaza Bangna

Central Plaza บางนา ได้มีการปรับโฉมใหม่ปี 2560 งบประมาณ 4,500 ลบ. เพื่อรับกับ Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายหลัก Shopping Mall โซนกรุงเทพตะวันออก ภาพลักษณ์จึงจะมีความหรูหรามากขึ้น มีการปรับโฉมแต่ละโซนภายในห้าง เช่น โซน Cental Department Store ภายใต้คอนเซ็ปที่หรูมากขึ้น และ Best Selective FASHION BRAND คัดสรรแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ มาไว้ในจุดเดียว เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นการปรับโฉมเพื่อรองรับกลุ่มคนใหม่ๆ รวมถึงให้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับลูกค้าประจำในย่านด้วย


Central Village

Central เจาะทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดตัว Central Village – Bangkok Outlet Experience  ที่เรียกวาเป็น Outlet ที่มีความ Luxury และเน้นให้เป็นจุดมุ่งหมายสำหรับการช็อปปิ้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยร้านค้ากว่า 235 ร้านค้า ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์ไทย ด้วยส่วนลด 35-70% ทุกวันตลอดปี คาดเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 2562

คลิกเพื่ออ่านข่าวเพิมเติม