รถไฟฟ้ารางเบาเชียงใหม่

โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ 2 โครงข่ายทางเลือก นั่นคือ

โครงข่าย A เป็นระบบรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดินมีทางวิ่งเฉพาะ และโครงข่าย B เป็นระบบรถไฟฟ้าบนดินระดับผิวถนน สามารถใช้ช่องจราจรร่วมกับรถอื่นๆได้ 

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2561 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ได้ขออนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้จัดหาเอกชนลงทุนรูปแบบ PPP ระบบรถไฟฟ้ารางเบาแก้ปัญหาการจราจร 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา มูลค่ารวม 178,901 ล้านบาท

โครงการรถไฟฟ้ารางเบา จ.เชียงใหม่ 106,895 ล้านบาท ได้ข้อสรุปเป็น

“รูปแบบ A ในเมืองเป็นอุโมงค์ใต้ดิน นอกเมืองยกระดับ 3 เส้นทาง”

จุดเด่น/ด้อย ทางวิ่งบนดินกับใต้ดิน

ข้อดีและข้อเสียสำหรับทางวิ่งบนดิน

ระบบรถแบบ LRT ทางวิ่งบนดินนั้น ต้องการพื้นที่บนถนน จำนวน 2 ช่องจราจรเพื่อให้รถไฟสองขบวนวิ่งสวนกันได้ จึงอาจต้องยกเลิกการจอดรถข้างถนนในบางเส้นทางเพราะพื้นที่ถนนจะลดลงและสิ่งที่ต้องรณรงค์เพิ่มเติมคือ ต้องให้คนเชียงใหม่ เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ระบบนี้จะยังคงใช้สัญญานไฟจราจรเหมือนรถที่สัญจรบนถนนปกติจึงทำความเร็วได้ 15-20 กม ต่อ ชม. 

สำหรับจุดเด่นของการเลือกใช้ทางวิ่งบนดินคือใช้งบประมาณในการก่อสร้างไม่สูง ระยะเวลาในการก่อสร้างไม่นานนัก

ข้อดีและข้อเสียสำหรับทางวิ่งใต้ดิน

สำหรับการใช้ทางวิ่งใต้ดินจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงและระยะเวลาในการก่อสร้างนานเพราะต้องขุดลงไปใต้ดินลึกกว่า 10 เมตรและไม่ให้กระทบกับโบราณสถานที่มีอยู่ทั่วไปในเขตเมืองเชียงใหม่

ทางวิ่งใต้ดินมีเขตทางวิ่งเฉพาะจึงทำให้ทำความเร็วได้ 30-35 กม ต่อชั่วโมง เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการจราจรในจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน และรองรับการพัฒนาในอนาคตได้ถึง 40 ปี

รูปแบบโครงข่ายและเส้นทาง

เส้นทางหลัก

โครงข่ายทางเลือกรูปแบบ A ใช้ทางวิ่งบนดินและใต้ดินร่วมกัน

(แบบที่ได้รับเลือกในการพัฒนา)

มี 3 เส้นทางหลัก ระยะทางรวม 35 กม. ได้แก่

1.สายสีแดง 12 กม.

2.สายสีเขียว 12 กม.

3.สายสีน้ำเงิน  11 กม.

วงเงินลงทุน 106,895 ล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 6 ปี

คาดว่าเริ่มสร้างได้ปลายปี 62 ถึงต้นปี 63 แล้วเสร็จปี 67-68

สายสีแดง

ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
เริ่มต้นทางวิ่งบนดิน-โรงพยาบาลนครพิงค์-ศูนย์ราชการเชียงใหม่- สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี-ศูนย์ประชุมนานาชาติ-สถานีตำรวจช้างเผือก-เริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินที่แยกข่วงสิงห์-มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่-สถานีขนส่งช้างเผือก-รพ.เชียงใหม่ราม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่-(พบจุดตัดสายสีนำ้เงิน)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (พ้นเขตสนามบิน ใช้ทางวิ่งบนดิน) -กรมการขนส่งทางบก- ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีหางดง

สายสีเขียว

ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-แยกรวมโชค-เริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินที่แยกแม่โจ้ (รพ.เทพปัญญา)-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล-สถานีขนส่งอาเขต- รพ.แมคคอร์มิคเชียงใหม่-ร.ร.ดาราวิทยาลัย-ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย- ตลาดวโรรส(กาดหลวง)-เทศบาลนครเชียงใหม่-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์- ร.ร.เรยีนาเชลีวิทยาลัย-ร.ร.พระหฤทัย-ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย- เชียงใหม่แลนด์-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ท-มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)

สายสีน้ำเงิน

ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งใต้ดิน-สวนสัตว์เชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-แยกตลาดต้นพยอม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร-ประตูท่าแพ-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์(พบจุดตัดสายสีเขียว)-ตลาดสันป่าข่อย-สถานีรถไฟเชียงใหม่-เริ่มใช้ทางวิ่งบนดินที่แยกหนองประทีป-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีดอนจั่น-ห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา

โครงข่ายทางเลือกรูปแบบ B ใช้ทางวิ่งบนดินทั้งหมด

(แบบที่ไม่ได้รับเลือก)

ประกอบด้วย 3 เส้นทางหลัก ระยะทางรวม 40.57 กม. ได้แก่

1.สายสีแดง 15.65 กม.  

2.สายสีเขียว 11.11 กม. 

3.สายสีน้ำเงิน  13.81 กม.

วงเงินลงทุน 28,419 ล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 3 ปี

คาดว่าเริ่มสร้างได้ปลายปี 62 ถึงต้นปี 63 แล้วเสร็จปี 64-65

สายสีแดง

ระยะทางประมาณ 15.65 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-โรงพยาบาลนครพิงค์-ศูนย์ราชการเชียงใหม่- สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี-ศูนย์ประชุมนานาชาติ-สถานีตำรวจ ช้างเผือก-แยกข่วงสิงห์-มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่-สถานีขนส่งช้างเผือก-รพ.เชียงใหม่ราม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีน้ำเงิน)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น(พบจุดตัดสายสีเขียว)-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่-กรมการขนส่งทางบก-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีหางดง

สายสีเขียว

ระยะทางประมาณ 11.11 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-แยกรวมโชค-แยกแม่โจ้ (รพ.เทพปัญญา)-ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเฟสติวัล-สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่-รพ.แมคคอร์มิคเชียงใหม่-ร.ร.ดาราวิทยาลัย-ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย-ตลาดวโรรส(กาดหลวง)-เทศบาลนครเชียงใหม่-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์-ร.ร.เรยีนาเชลีวิทยาลัย-ร.ร.พระหฤทัย-ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย-เชียงใหม่แลนด์-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่แอร์พอร์ท-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)

สายสีน้ำเงิน

ระยะทางประมาณ 13.81 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-สวนสัตว์เชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-แยกตลาดต้นพยอม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (พบจุดตัดสายสีแดง)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-สวนสาธารณะหนองบวกหาด-รพ.สวนปรุง-ตลาดประตูเชียงใหม่-ประตูท่าแพ-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์(พบจุดตัดสายสีเขียว)-ตลาดสันป่าข่อย-สถานีรถไฟเชียงใหม่-แยกหนองประทีป-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีดอนจั่น-ห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา

เส้นทางอื่นๆ

สายสีชมพู

เริ่มจากอำเภอแม่ริม เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีแดงที่จุดโรงพยาบาลนครพิงค์  และต่อไปยังโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชค ก่อนจะไปสิ้นสุดที่แยกแม่คาวสะอาดใส

สายสีเขียวเข้ม

เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชคเป็นจุดสิ้นสุด

สายสีส้ม

เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชคเป็นจุดสิ้นสุด

สายสีเทา

เริ่มต้นจากอำเภอดอยสะเก็ด เข้ามาพบกับโครงข่ายรองสายสีส้มที่จุดแยกแม่คาวสะอาดใส และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีบานเย็น

เริ่มต้นจากปลายทางอำเภอสารภี เข้ามาพบกับสถานีโครงข่ายเสริมสายสีม่วงที่สามารถต่อไปยังโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่จุดแยกศรีบัวเงินพัฒนา (แยกพรอมินาดา)และโครงข่ายหลักสายสีแดงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี(แยกบิ๊กซีหางดง)ได้ และไปสิ้นสุดปลายทางที่จุดเชื่อมกับโครงข่ายรองสายสีเหลือง ที่แยกหนองหอย

สายสีฟ้า

เริ่มต้นจากอำเภอสันกำแพง เข้ามาพบกับโครงข่ายรองสายสีส้ม ที่แยกบวกครกศิวิไล และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่แยกสันกำแพง (แยกโรงแรมปอยหลวงเก่า) เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีม่วง

เริ่มต้นจากปลายทางอำเภอหางดง เข้ามาพบกับสถานีโครงข่ายหลักสายสีแดง ที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (แยกบิ๊กซีหางดง) และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่จุดแยกศรีบัวเงินพัฒนา (แยกพรอมินาดา) เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีเหลือง

เป็นโครงข่ายเสริมที่จะวิ่งเชื่อมระหว่างโครงข่ายอื่นๆ

สายสีขาวดำ

เป็นทางรถไฟชานเมือง ตามแนวรางรถไฟเดิม มาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟเชียงใหม่

ผลสรุปกับการพัฒนาโครงข่ายทางเลือกแบบ A

จากข้อสรุปที่พบว่ารูปแบบ A มีความเหมาะสมที่สุด

เพราะใช้ทางวิ่งบนดินและใต้ดินร่วมกัน ช่วยลดผลกระทบในเรื่องการวิ่งร่วมกันกับรถบนถนนและไม่รบกวนทัศนียภาพของตัวเมืองเชียงใหม่ชั้นใน

รวมทั้งมี 3 เส้นทางหลักที่สร้างพร้อมกัน ทำให้เกิดความคุ้มทุนในการก่อสร้างที่มากกว่า

ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2563 มีอัตราค่าโดยสารอยู่ระหว่าง 15-25 บาท