สัมมากร รังสิต-คลอง7

สัมมากร แบรนด์ที่ดำเนินการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน ทั้งโครงการทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และที่ได้เห็นกันอยู่มากคือ โครงการบ้านเดี่ยว โดยแต่ละโครงการมีทำเลที่ตั้งอยู่หลายแห่งในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ล่าสุดคือโครงการ สัมมากร รังสิต-คลอง 7 ที่จะเปิดตัวเฟสใหม่ในวันที่ 20-21 ต.ค. 2561 มาพร้อมกันแบบบ้าน New Series ใหม่ล่าสุดจากโครงการ

โดยในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักโครงการ สัมมากร รังสิต-คลอง 7 ในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ที่ถึงแม้จะอยู่ทางฝั่งจังหวัดปทุมธานี แต่ก็มีศักยภาพสูง เดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างค่อนข้างสะดวก อีกเรื่องคือแบบบ้าน Series ใหม่ของทางโครงการ มีเน้นความเรียบง่ายในแบบสไตล์ของ Minimal Modern และโทนสีที่ให้อารมณ์แบบเงียบขรึมแต่ดูทันสมัย น่าสนใจอย่างมากทีเดียวครับ

FACTSHEET

Project name : สัมมากร รังสิต-คลอง 7

Developer : บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)

Location : ถ.รังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

Land Area : 72-2-46.1 ไร่

No. of Unit : จำนวน 288 ยูนิต

Unit Type : 3 แบบ

1. Grassy พื้นที่ใช้สอย 168 ตร.ม. 

2. Leafy พื้นที่ใช้สอย 183 ตร.ม.

3. Bosky พื้นที่ใช้สอย 213 ตร.ม.

Facilities :

คลับเฮ้าส์ พร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะส่วนกลาง Access Card เข้า-ออกโครงการ พร้อมป้อมยามรักษาความปลอดภัย

ค่าส่วนกลาง :

20บ./ตร.ว./เดือน จ่ายล่วงหน้า 3 ปี

วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของโครงการ

ความสัมพันธ์ของปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างทำรายละเอียดปรับปรุงผังเมืองรวมฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดเป็นแนวคิด การเชื่อมปริมณฑลแบบไร้รอยต่อ ที่เป็นการปรับผังเมืองให้เชื่อมต่อกับผังเมืองรวม 6 จังหวัดปริมณฑล ที่จะให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุผลเพื่อการรองรับกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ปัจจุบันมีการต่อขยายเส้นทางไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้นในหลายเส้นทาง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผังเฉพาะของตนเอง และนนทบุรีกำลังจะออกผังเมืองถอดแบบ กทม. ตามมา

แต่ในส่วนของปทุมธานี ยังคงใช้กรอบผังเมืองรวมเก่าอยู่ ที่ถึงแม้จะมีบางจุดที่เชื่อมต่อกับกทม.ด้วยพื้นที่สีเหลือง (พื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) แต่ในภาพรวมแล้วจ.ปทุมธานี ยังอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนผังเมืองให้สอดคล้องตามแนวคิดดังกล่าว แต่ยังไม่สรุปออกมาเป็นแบบแผนที่ชัดเจนต่างจากของผังเมืองกทม. ที่มีความยืดหยุ่นกว่าและการใช้งานของพื้นที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นบริเวณ เขตดอนเมือง เขตสายไหม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับย่านอยู่อาศัย ในขณะที่ พื้นที่ของปทุมธานีบริเวณ อ.ลำลูกกา ยังคงเป็นพื้นที่สำหรับเกษตรกรรมอยู่ เพราะพื้นที่ปทุมธานียังคงมีผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่มาก

 

ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานีและบริเวณ อ.ธัญบุรี

บริเวณโครงการอยู่พื้นที่ผังเมืองรวมเมืองหนองเสือ-คลองหลวง-ธัญบุรี ซึ่งเมื่อวิเคราะห์เฉพาะพื้นที่บริเวณนี้จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียว (พื้นที่สำหรับชนบทและเกษตรกรรม) กว่า 90% ที่เหลือเป็นพื้นที่สีเหลือง (พื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่ส่วนน้อย ซึ่งสามารถแบ่งตามความหนาแน่นได้ 3 ช่วงพื้นที่ ดังนี้

ช่วงคลอง 1-3 : มีพื้นที่ติดกับตัวเมืองจังหวัดปทุมธานี จึงมีความหนาแน่นของโครงการจัดสรรมาก

ช่วงคลอง 6-7 : มีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ราชการบางส่วนและที่เหลือเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร

ช่วงคลอง 11 : มีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร

นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำด้วย Canal Discharge System ระบบคลองที่ขุดเพื่อรองรับน้ำท่วม นั่นคือคลองรังสิตและคลองแยกต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เป็นนอกจากจะเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรในอดีตแล้ว ในปัจจุบันยังสามารถเป็นระบบระบายน้ำออกนอกพื้นที่ที่ส่งต่อไปยังพื้นที่รองรับน้ำท่วม (Flood way) ของกทม. ช่วยระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

 

บริเวณที่ตั้งโครงการ สัมมากร รังสิต-คลอง7

จากการวิเคราะห์พื้นที่ทำเลที่ตั้งของโครงการทำให้สามารถกล่าวได้ว่า บริเวณที่ตั้งของโครงการ ค่อนข้างมีความได้เปรียบในเรื่องของการกำหนดพื้นที่การใช้งาน ที่ปัจจุบันโครงการอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สำหรับทำการเกษตรกรรม และจะยังคงสภาพเดิมอยู่ในอีกระยะยาวไม่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนได้อย่างสงบ ตัดปัญหาเรื่องการพลุกพล่านของเมืองไปได้อย่างสิ้นเชิง

วิเคราะห์การเชื่อมต่อสู่โครงการ

การเชื่อมต่อจากปทุมธานีสู่กรุงเทพมหานคร

เส้นทางหลักที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างจ.ปทุมธานีและกทม.ได้อย่างสะดวกได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอก), ทางยกระดับอุตราภิมุข (Tollway)

1. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอก)

2. ทางยกระดับอุตราภิมุข (Toll way)

เส้นทางเข้าสู่โครงการ

ถนนเส้นหลักที่อยู่หน้าบริเวณโครงการคือ ถ.รังสิต-นครนายก ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้ทั้งจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายกและเชื่อมต่อกับกทม. ที่ถนนพหลโยธิน ที่บริเวณทางแยกต่างระดับที่รังสิต โดยที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณคลอง 7  มีระยะห่างจากทางขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขในระยะทางประมาณ 20 กม. และห่างจากทางเข้าถนนวงแหวนรอบนอกในระยะทางประมาณ 9 กม.

จำลองเส้นทางเข้าสู่โครงการ

จากเส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอก) ให้สังเกตจุดทางลง “นครนายก” จะพบทางวนเพื่อกลับรถเข้าสู่เส้นถนนรังสิต-นครนายก จากนั้นมุ่งหน้าตรงมาเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 7 กม. จะพบจุดกลับรถเพื่อทำการเข้าสู่โครงการ

เมื่อทำการกลับรถแล้วขับตรงมาประมาณ 1 กม. สังเกตปั๊มปตท.ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ให้เริ่มชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวข้ามสะพานใหญ่ จากนั้นเป็นอันถึงโครงการ

สถานที่สำคัญโดยรอบโครงการ

บริเวณที่ตั้งโครงการถึงแม้จะเป็นจุดที่อยู่ห่างไกลจากเมืองอยู่มาก แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในระแวกอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาล ศูนย์การค้า รวมถึงสถานศึกษา โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามเส้นถนนรังสิต-นครนายก สามารถเดินเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาที่จะมีโรงเรียนระดับนานาชาติที่มีคุณภาพรายล้อมอยู่ในบริเวณนี้เป็นอยู่มาก

สถานพยาบาล

1. รพ.เปาโล รังสิต

2. รพ.ธัญญบุรี

3. รพ.แพทย์รังสิต

4. รพ. บี แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์

ศูนย์การค้า

1. Big C รังสิตคลอง 6

2. Tesco lotus รังสิตคลอง 7

3. Zpell @ Future Park

4. Major Cineplex Rangsit

สถานศึกษา

1. Chokchai Rangsit School

2. Siam International School

3. โรงเรียนสวนกุหลาบรังสิต

4. โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ รังสิต

วิเคราะห์จุดเด่นโดยรวมของโครงการ

แนวคิดโดยรวมของโครงการ

โครงการสัมมากร รังสิต-คลอง 7 มีแนวคิดหลักในการออกแบบคือ Peaceful ที่จะมุ่งเน้นความสงบและความเป็นส่วนตัว สื่อสารผ่านตัวอาคาร เน้นความเรียบง่ายในแบบสไตล์ของ Minimal Modern และมีการเลือกใช้โทนสีที่ให้อารมณ์แบบเงียบขรึม แต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างครบถ้วน

ข้อมูลจุดเด่นของบ้านแต่ละแบบ

วิเคราะห์แบบบ้าน New Series

แบบบ้าน New Series ของโครงการมีอยู่ 3 แบบ อันได้แก่ Bosky, Leafy, Grassy โดยแบบบ้านที่เราจะนำมาวิเคราะห์และนำเสนอให้กับท่านผู้อ่านได้รับชมกันวันนี้คือแบบ BOSKY ซึ่งเป็นแบบบ้านที่มีลักษณะการใช้งานและมีขนาดพื้นที่กว้างขวางมากที่สุดใน 3 แบบ มาดูว่ามีจุดเด่นอะไรบ้างกันครับ

วิเคราะห์แบบบ้าน BOSKY บ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ

การจัดการพื้นที่ภายในบ้าน

การจัดการพื้นที่ภายในบ้านสามารถแบ่งพื้นที่ได้จากลักษณะรูปแบบการใช้งานของบ้าน ซึ่งมีการออกแบบไว้อย่างดี มีความเป็นสัดส่วนและชัดเจน ง่ายต่อการใช้งานต่อผู้อาศัย โดยสามารถแบ่งพื้นที่ดังกล่าวได้เป็น 4 พื้นที่ดังต่อไปนี้

1. Public Area : ส่วนใช้งานรวมและรองรับแขก เช่น ส่วนห้องนั่งเล่นรวม, ส่วนทานข้าว

2. Semi-Public Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัวและแขกบางเวลา เช่น โถงทางเข้าจากที่จอดรถ ติดกับบันไดบ้าน เชื่อมต่อไปยังชั้น 2 ได้ ห้องครัว หรือห้องน้ำได้

3. Semi-Private Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัว เช่น บริเวณโถงบันไดของบ้าน, โถงห้องนั่งเล่นรวมที่ชั้น 2

4. Private Area : ส่วนพื้นที่ส่วนตัวของคนในครอบครัว เช่น ห้องนอนและห้องน้ำต่างๆ ของแต่ละห้อง

5. Service Area : ส่วนงานบริการของบ้าน เช่น พื้นที่ซักล้าง

โดยจากการพิจารณาแบบบ้านดังกล่าวพบว่า พื้นที่ภายในบ้านยังสามารถรองรับความต้องการของลูกบ้านได้อีกหลายแบบมาก โดยมีการจัดวางพื้นที่ไว้อย่างยืดหยุ่น ในพื้นที่บางส่วนยังคงสามารถเพิ่มเติม ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้เกิดการใช้งานเพิ่มขึ้นมาได้อีก อย่างพื้นที่ชั้นที่ 1 บริเวณโถงห้องนั่งเล่นด้านในหรือห้องนอนชั้นที่ 1 อาจสามารถทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์หรือห้องทำงานได้ และในพื้นที่ชั้น 2 บริเวณโถงห้องนั่งเล่นและบริเวณห้องน้ำ อาจสามารถปรับเพิ่มเติมเป็นพื้นที่วางตู้โชว์ ห้องพระ หรือ Home Theater ให้รองรับกับกิจกรรมต่างๆ ภายในครอบครัวเพิ่มเติมได้ หรือจะทำการเปิดพื้นที่ให้พื้นที่โดยรวมของโถงนี้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างกว้างขวางก็สามารถทำได้

 

การจัดการทางสัญจรภายในบ้าน

สำหรับการจัดการการสัญจรภายในบ้าน ที่ถึงแม้จะเป็นบ้านขนาดกลาง ไม่ได้รองรับการใช้งานที่มีจำนวนคนค่อนข้างมาก แต่ยังคงมีการจัดการทางสัญจรในบ้านได้อย่างเป็นระบบและชัดเจน สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวก สอดคล้องกับพื้นที่ตามที่ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถแบ่งเส้นทางการสัญจรของบ้านได้เป็น 3 เส้นทาง ได้แก่

– Visitor Route : ส่วนทางสัญจรของแขกผู้มาบ้าน

เข้าถึงได้ในส่วนบริเวณห้องนั่งเล่นรวมที่ชั้น 1, โถงพื้นที่กินข้าว

– Family Route : ส่วนทางสัญจรของครอบครัว

สามารถเข้าถึงได้ทุกส่วนของบ้านได้ทุกจุด ทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2

– Service Route : ส่วนทางบริการของบ้าน

เข้าถึงได้จากส่วนของพื้นที่จอดรถของบ้านไปยังบริเวณส่วนซักล้างของบ้าน

การจัดการทางสัญจรของบ้านที่เป็นระบบดังกล่าวจะช่วยทำให้เกิดการใช้งานและการใช้สอยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งกับผู้อยู่อาศัย แขกที่มาเยี่ยม รวมถึงแม่บ้านหรือช่างซ่อมต่างๆ ที่จะไม่มีการรบกวนการใช้งานซึ่งกันและกัน แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องของ Universal Design ยังไม่ได้มีการออกแบบที่รองรับเรื่องดังกล่าวไว้ อย่างการมีทางลาด การมีราวจับสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพ ซึ่งเจ้าของบ้านอาจมีการทำการปรับเปลี่ยนแบบบ้านและต่อเติมในส่วนนี้ได้ในอนาคต

ส่วนผนังและช่องเปิดของบ้าน

สำหรับส่วนของช่องเปิดของบ้าน มีการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละจุด อย่างบริเวณที่มีช่องแสงที่เปิดกว้างมากก็จะเป็นส่วนบริเวณพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างในการใช้งาน อย่างบริเวณส่วนนั่งเล่นรวมของบ้านหรือบริเวณโถงบันได ส่วนบริเวณที่มีช่องแสงที่เปิดกว้างปานกลางส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณส่วนพักผ่อน ที่มีลักษณะในการใช้งานเฉพาะช่วงกลางคืน ไม่ต้องการแสงแดดส่องตลอดวัน ซึ่งการทำช่องเปิดขนาดดังกล่าวนอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการใช้งานได้อีกด้วย

วิเคราะห์แบบบ้าน GRASSY แบบบ้านขนาดกระทัดรัด

การจัดการพื้นที่ภายในบ้าน

สำหรับแบบบ้าน GRASSY เป็นแบบบ้านที่มีขนาดกระทัดรัดแต่ยังคงฟังก์ชั่นการใช้สอยได้อย่างครบถ้วน เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านเดี่ยวที่มีฟังก์ชั่นที่ครบถ้วนและมีการใช้สอยไม่จำเป็นต้องใหญ่มากแต่อยู่สบาย รวมถึงมีฟังค์ชั่นครบเทียบเท่าแบบบ้านหลังใหญ่ Bosky ได้แก่

1. Public Area : ส่วนใช้งานรวมและรองรับแขก เช่น ส่วนห้องนั่งเล่นรวม, ส่วนทานข้าว

2. Semi-Public Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัวและแขกบางเวลา เช่น โถงทางเข้าจากที่จอดรถ ติดกับบันไดบ้าน เชื่อมต่อไปยังชั้น 2 ได้ ห้องครัว หรือห้องน้ำได้

3. Semi-Private Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัว เช่น บริเวณโถงบันไดของบ้าน, โถงห้องนั่งเล่นรวมที่ชั้น 2

4. Private Area : ส่วนพื้นที่ส่วนตัวของคนในครอบครัว เช่น ห้องนอนและห้องน้ำต่างๆ ของแต่ละห้อง

5. Service Area : ส่วนงานบริการของบ้าน เช่น พื้นที่ซักล้าง

โดยในภาพรวมจะเห็นได้ว่า แบบบ้าน Grassy มีฟังก์ชั่นการใช้งานเบื้องต้นเช่นเดียวกับแบบบ้านอื่นๆ เพียงแต่ลดขนาดความกว้างและปรับเปลี่ยนการใช้งานบางส่วนเพียงเท่านั้น ซึ่งแบบบ้าน Grassy มีขนาดเล็กกว่าแบบบ้าน Bosky อยู่ประมาณ 45 ตร.ม. อย่างในส่วนชั้น 1 จากที่แบบบ้าน Bosky จะมีฟังค์ชั่นพื้นที่นั่งด้านหลัง ก็จะหายไปในแบบบ้าน Grassy ที่เป็นห้องนอนเข้ามาแทนที่ และในขณะที่ชั้น 2 ส่วนบริเวณ Family Area บริเวณโถงกลางจะแคบลง แต่ยังคงพื้นที่ไว้ปรับเปลี่ยนตามความต้องการได้อยู่ 

แบบบ้าน LEAFY

ในส่วนของแบบ LEAFY ที่เป็นแบบบ้านขนาดกลางของโครงการ ยังคงครบถ้วนไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนเช่นเดียวกันกับแบบบ้านอื่นๆ โดยส่วนที่แตกต่างกันคือ การเพิ่ม/ลด ความกว้างของส่วนพื้นที่การใช้งานต่างๆ ของบ้าน อย่างส่วนห้องนั่งเล่นรวม ห้องทานข้าว ส่วนห้องนั่งเล่นชั้น 2 เป็นต้น

ทัศนียภาพจำลองภายในบ้าน

computer generated image

computer generated image

 

Facilities ในโครงการ

CLUBHOUSE

ดีไซน์ใหม่สไตล์ Modern Contemporary ตกแต่งภายในสไตล์ Tropical โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและต้นไม้เมืองร้อน เพื่อให้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ครบครันด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และห้องออกกำลังกาย

GREEN AREA

โอบล้อมด้วยธรรมชาติในสวนสไตล์ Modern & Tropical ด้วยพื้นที่สีเขียวมากกว่า 5 ไร่ ให้ความเรียบง่ายดูโล่งสบาย พร้อมความร่มรื่น เพื่อให้เข้ากับบ้านสไตล์ Modern ภายในโครงการถูกเติมเต็มอากาศบริสุทธิ์และผ่อนคลาย ด้วยการเลือกใช้พันธุ์ไม้ที่แตกต่างออกไปในแต่ละโซน สร้างบรรยากาศที่มีความร่มรื่นแตกต่างกันในแต่ละฤดู

 

ข้อแตกต่างของ สัมมากร รังสิต-คลอง7 กับโครงการอื่นๆ

ซื่อตรง ดิ ออกซี่ รังสิต – คลอง 6

เจ้าของโครงการ : ซื่อตรงกรุ๊ป
ราคา : เริ่มต้น 3.29 ลบ.
พื้นที่โครงการ : 57 ไร่ 75 ตร.ว.
พื้นที่ใช้สอย : 
136 – 270 ตร.ม

โครงการบ้านจัดสรรโดดเด่นด้วยการเน้นวัสดุคุณภาพ โครงสร้างบ้านที่แข็งแรง และออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ตั้งอยู่ติดถนนรังสิต-นครนายก เดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวก

บ้านบดินทร 3 รังสิต – คลอง 7

เจ้าของโครงการ : บดินชนก พร็อพเพอร์ตี้
ราคา : 2.49 – 3.50 ลบ.
พื้นที่โครงการ : 51 ไร่ 81 ตร.ว.
พื้นที่ใช้สอย : 
143 ตร.ม

โครงการบ้านเดี่ยวตั้งอยู่บนทำเลเดินทางสะดวก สู่ทุกจุดใจกลางเมืองด้วยถนนสายหลักและทางด่วน อยู่ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย

วิสต้า วิลล์ รังสิต – คลอง 8

เจ้าของโครงการ : ประเสริฐโชค
ราคา : 3.59 – 4.19 ลบ.
พื้นที่โครงการ : 38 ไร่ 14 ตร.ว.
พื้นที่ใช้สอย : 
140 – 180 ตร.ม

โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนทำเลคลอง 8 มาพร้อมกับแบบบ้าน 5 แบบ 5 สไตล์ ทำเลที่ตั้งโครงการแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เดินทางสะดวก เข้าออกได้หลายเส้นทาง

บ้านบุญยกร เลค พาร์ค รังสิต – คลอง 6

เจ้าของโครงการ : โกลเด้น ดีเวลล๊อปเม้นท์
ราคา : 4.49 – 4.79 ลบ.
พื้นที่โครงการ : 96 ไร่ 86 ตร.ว.
พื้นที่ใช้สอย :
230 – 260 ตร.ม

โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศรีสอร์ท เน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยทุกตารางนิ้ว ใกล้ชิดธรรมชาติ อยู่ห่างจากถนนใหญ่แต่ยังสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวก

 

สรุปทุกประเด็นของโครงการ สัมมากร รังสิต-คลอง7

จากภาพรวมทั้งหมดที่กล่าวมาของโครงการ โครงการสัมมากร รังสิต-คลอง 7 จะเห็นได้ว่ามีข้อมูลที่แสดงจุดเด่นข้อดีของโครงการอยู่หลายด้าน ข้อแรกคือในด้านของทำเลที่ตั้งโครงการ จากที่เห็นคือ โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่จ.ปทุมธานี ที่ยังคงมีการใช้ผังเมืองรวมเดิม ส่งผลให้พื้นที่บริเวณโดยรอบโครงการจะยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมในอีกระยะยาว โครงการบ้านพักอาศัยในบริเวณระแวกนี้อย่างโครงการสัมมากร รังสิต-คลอง 7 จึงเหมาะอย่างมากกับผู้ที่ต้องการความสงบ ไม่แออัดและตัดปัญหาของความพลุกพล่านของเมืองไปได้อย่างสิ้นเชิง อีกหนึ่งข้อเด่นคือแนวคิดในการออกแบบตัวบ้าน Series ใหม่ของโครงการ ที่เน้นในเรื่องของความสงบ เรียบง่าย ทันสมัยในสไตล์ Minimal Modern

รูปแบบบ้านที่สามารถตอบสนองได้กับทุกไลฟ์สไตล์และทุกครอบครัว มีการจัดวางและนำเสนอพื้นที่ไว้อย่างยืดหยุ่น พร้อมปรับให้รับกับทุกความต้องการของลูกบ้านในทุกๆ แบบบ้าน อีกทั้งมีสวนสาธารณะส่วนกลางของโครงการ ที่มีเนื้อที่โดยรวมมากถึง 5 ไร่ รองรับทุกการใช้งานและตอบสนองต่อการพักผ่อนของลูกบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ถือได้ว่า โครงการสัมมากร รังสิต-คลอง 7 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้กับผู้ที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัยในแถบปทุมธานี ที่ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองได้อย่างสะดวก และเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัว ได้รับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่แออัดและพลุกพล่าน