1. Apple AirPods 2 with Wireless Charging 

DESIGN

Sir Jonathan Paul Ive เซอร์ โจนาธาน พอล ไอฟ์ ผู้ได้รับฉายานามว่า “นักออกแบบที่ดังที่สุดในโลก” เป็นผู้ดีไซน์สินค้า Apple มากว่า 20 ปี ซึ่งแน่นอนว่า Airpods ก็เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่เค้าเป็นผู้ออกแบบ ตัวเคสและตัวหูฟังใช้วัสดุสีขาวที่มีความเงา ด้วยดีไซน์สุด minimal ซึ่งเค้าได้กล่าวว่า ได้รับแรงบันดาลใจวัสดุสีขาวๆ เงาๆ นี้
มาจากชุดของตัวละคร Stromtrooper ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars นั่นเอง รูปร่างของเคสจะมีความโค้งมน ขนาดกระทัดรัด เหมาะมือ เปิดฝาเพื่อดึงหูฟังออกมาใช้สะดวก ตัวหูฟังใส่สบาย สำหรับคนที่ไม่ชอบ in-ear แต่ยังสามารถยึดเกาะได้ดี ไม่หลุดง่ายๆ แต่ติดอยู่เรื่องหนึ่งคือ ตัวเคสจะเป็นรอยขีดข่วนค่อนข้างง่ายนั่นเอง

FEATURE

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 5 ชม. สนทนาได้ 3 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวม 24 ชม.
  • Q&A : ชาร์จเร็วขนาดไหน ?
  • เร็วมาก ชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้ 3 ชม.
  • Q&A : เชื่อมต่อเสถียรมั้ย ?
  • เชื่อมต่อในที่คนพลุ่กพล่านได้ดีขึ้น “หลุดการเชื่อมต่อ” น้อยมาก เนื่องจากจะส่งสัญญาณ Sync จาก Smart Phone มาที่ตัวหูฟังทั้งสองข้างเลย ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่เชื่อมมาที่ข้างเดียว และให้อีกข้างเชื่อมกันเอง
  • Q&A : เรียกใช้งาน SIRI ยังไง ?
  • หากเราตั้งค่าในโทรศัพท์ไว้แล้ว สามารถเรียกด้วยคำสั่งเสียงได้เลย เช่น Hey SIRI และตามด้วยคำสั่ง
  • Q&A : ชิพ H1 ดีกว่าอย่างไรบ้าง ?
  • สลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เร็ว เสียงและภาพตรงกันมากขึ้น และใช้งานเรียก SIRI ได้ด้วยคำสั่งเสียง
  • Q&A : เสียงเป็นยังไง ?
  • เน้นเสียงกลาง-สูง แยกเครื่องดนตรีชัดเจนดี
  • Q&A : แยกใช้หูฟังได้มั้ย ?
  • ได้ ใช้ข้างใดก็ได้
  • Q&A : ดูหนังดูวิดีโอดีเลย์มั้ย ?
  • ไม่ดีเลย์
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • หูฟังที่เหมาะกับคนใช้ Apple Device และไม่ชอบหูฟังแบบ In-ear
 

2. Sony : WF 1000XM3

DESIGN

Sony WF 1000XM3 เปิดตัวหูฟังไร้สาย รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ มีทั้งหมด 2 สี ด้วยกัน การออกแบบเน้น Modern Classic Style หากดูจากตัวเคส จะมีความ minimal ในรูปทรงและพื้นผิวสัมผัส เพิ่มความ Hi-end ด้วยแถบสีทองคาดที่ตัวเคส และตัวอักษรสีทองที่ตัวหูฟัง
ตัวหูฟังของ 1000XM3 ถูกออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์ ด้วยโครงสร้างแบบ Ergonomic Tri-hold Structure หรือเป็นจุดที่ตัวหูฟังจะยึดกับใบหูที่ 3 จุด เพื่อให้ตัวหูฟังนั้นเกาะแน่น รวมไปถึงวัสดุ High Friction Rubber Surface ซึ่งคือวัสดุที่เป็นยาง ช่วยในเรื่องยึดเกาะอีกทางหนึ่ง

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 8 ชม. สนทนาได้ 6 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 24 ชม.
  • Q&A : ชาร์จเร็วขนาดไหน ?
  • เร็วมาก ชาร์จ 10 นาที ใช้งานได้ ชั่วโมงครึ่ง
  • Q&A : เชื่อมต่อเสถียรมั้ย ?
  • เชื่อมต่อในที่คนพลุ่กพล่านได้ดีขึ้น “หลุดการเชื่อมต่อ” น้อยมาก เนื่องจากจะส่งสัญญาณ Sync จาก Smart Phone มาที่ตัวหูฟังทั้งสองข้างเลย ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่เชื่อมมาที่ข้างเดียว และให้อีกข้างเชื่อมกันเอง
  • Q&A : ใส่สบายแค่ไหน ?
  • ในเรื่องความเกาะแน่นทำได้ดีมาก ออกแบบด้วยโครงสร้างแบบ Ergonomic Tri-hold Structure แต่ยังคงเป็น in-ear ก็ยังคงมีความอึดอัดบ้าง
  • Q&A : ปรับอะไรในแอพ Sony Headphone ได้บ้าง ?
  • Equalizer ที่มีแบบตัวอย่างมาให้เลือก และเลือกได้ว่าควบคุมอะไรที่ตัวหูฟังฝั่งซ้าย-ขวา
  • Q&A : เสียงเป็นยังไง ?
  • เน้นเสียงกลาง-สูง แยกเครื่องดนตรีชัดเจนดี
  • Q&A : ดูหนังดูวิดีโอดีเลย์มั้ย ?
  • มีความดีเลย์เล็กน้อย
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • เหมาะคนที่ชอบการเชื่อมต่อที่เสถียรในที่คนพลุกพล่าน และใช้งานฟังเพลง-คุยโทรศัพท์นาน และต้องการเสียงในการฟังเพลงที่ค่อนข้างดี
 
   

3. Beats : PowerBeats Pro

DESIGN

Powerbeats Pro by Dr. Dre หูฟังไร้สายตัวใหม่ล่าสุดของ Beats ตั้งใจเจาะกลุ่มตลาดผู้ที่ชอบฟังเพลงขณะออกกำลังกาย โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวหูฟังจะหลุด เพราะออกแบบให้มีตัว Ear hook ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ความโค้งรับกับใบหู ด้วย Rubber Material ที่มีความนิ่มพอที่จะไม่บีบรัดใบหู ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหากสวมใส่นานๆ
อย่างที่รู้กันว่า หูฟังนี้มาจากค่ายเดียวกันกับ AirPods การเชื่อมต่อต่างๆ ก็จะรวดเร็วเหมือนกัน เพราะใช้ชิพ H1 เหมือนกัน (AirPods 2) แต่เสียงดูดีกว่ามาก เรียกได้ว่าผ่านมาตรฐานระดับ American Rapper และ Producer ชื่อดังอย่าง Dr.Dre ผู้เป็น Co-founder ของ Beats Electronics นั่นเอง

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 9 ชม. เรียกได้ว่ายาวนานสุดในวงการนี้ เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 24 ชม.
  • Q&A : ชาร์จเร็วขนาดไหน ?
  • เร็วมาก ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้ ชั่วโมงครึ่ง
  • Q&A : ดูวิดีโอ Delay มั้ย ?
  • ไม่ดีเลย์ เสียงตรงกับปาก มาตรฐานเดียวกับ AirPods 2
  • Q&A : ใส่สบายแค่ไหน ?
  • ในเรื่องความเกาะแน่นทำได้ดีมาก แต่ก็เป็นธรรมดาที่จะมีอึดอัดจากตัว Ear Hook บ้าง ใส่นานมากไม่ได้
  • Q&A : กันน้ำได้ขนาดไหน ?
  • มาตรฐาน IPX4 สามารถกันเหงื่อ หรือละอองน้ำได้ ใส่วิ่งตอนฝนตกพร่ำได้อยู่
  • Q&A : เสียงเป็นยังไง ?
  • แน่นอนว่าเสียงดีกว่า Airpods แน่นอน มีความหนักแน่นของเบส เสียงมีมิติ
  • Q&A : ปุ่มกดที่ตัวหูฟังทำอะไรได้บ้าง ?
  • มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงทั้งสองข้าง ใช้งานแยกกันได้ และปุ่ม b กลางหูฟัง กดเพื่อรับ-วาง สาย, เล่น-หยุด เพลง และกดเลื่อนเพลงได้ รวมถึงกดยาวเพื่อเรียกใช้งาน SIRI
  • Q&A : ชาร์จยังไง ?
  • ใช้สาย Lighting USB เหมือนที่ชาร์จอุปกรณ์ Apple
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • เหมาะกับสาวก Apple ที่ไม่ชอบดีไซน์ของ AirPods แต่อยากได้การเชื่อมต่อที่สะดวก และผู้ที่ชอบใช้หูฟังไร้สายแบบที่มั่นใจว่าใส่แล้วไม่มีทางหลุด ไม่ว่าทำกิจกรรมอะไรก็ตาม
 

4. Bose Soundsport Free

DESIGN

Bose Soundsport Free เป็นหูฟัง True Wireless รุ่นแรกของ แบรนด์ระดับโลกอย่าง Bose การออกแบบค่อนข้างแปลกตา ดูเท่ๆ มีความขรึมในตัว ทั้งตัวหูฟัง และตัวเคส เริ่มจากตัวเคสมีสีดำสีเดียวเท่านั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมที่เน้นแนวยาว ทรงกระบอก มีน้ำหนักเบา 80 กรัม มองดูดีๆ คล้ายโมเดลลำโพงแบบพกพาของ Bose เบาๆ ส่วนตัวหูฟังจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ออกแบบให้มีความกึ่ง In-ear
ตามคำเคลมว่า “In ears that stand out, but stay put” เพื่อความสบายแต่ยังยึดเกาะได้ดี โดยการนำเทคโนโลยี StayHear ที่มีขาเกี่ยวซิลิโคนติดมาพร้อมกับจุกหูฟัง เพื่อเพิ่มความกระชับในการสวมใส่ ทำให้ไม่ร่วงหลุดง่ายๆ ถ้ามองจากด้านนอกตัวหูฟังค่อนข้างไม่แนบหู

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 5 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 15 ชม.
  • Q&A : ดูวิดีโอ Delay มั้ย ?
  • ดีเลย์เล้กน้อย ไม่เหมาะกับการใช้งานด้านนี้
  • Q&A : Semi-in ear คืออะไร ? ดียังไง ?
  • คือความเป็นหูฟังกึ่งๆ Ear buds กึ่งๆ In-ear ทำให้สวมใส่สบาย ไม่อึดอัด แต่ก็ไม่หลุด
  • Q&A : กันน้ำได้ขนาดไหน ?
  • มาตรฐาน IPX4 สามารถกันเหงื่อ หรือละอองน้ำได้
  • Q&A : เชื่อมต่อรวดเร็วและเสถียรมั้ย ?
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ไกลสุด 9 ม. และเชื่อมต่ออัตโนมัติกับทั้ง IOS และ Anriod เมื่อเปิดเคส
  • Q&A : เสียงเป็นยังไง ?
  • มีความนุ่มของเบส จัดว่ากำลังดี เสียงกลางหรือเสียงร้อง มีความชัดเจน เสียงสูงกำลังพอดี ส่วน soundstage อยู่ในเกณฑ์ระดับกลาง
  • Q&A : ปุ่มกดที่ตัวหูฟังทำอะไรได้บ้าง ?
  • เพิ่ม-ลดเสียง, เล่น-หยุดเพลง, skip เพลง, รับ-วาง สายสนทนา และหากกดค้างสามารถเรียกใช้งาน SIRI และ Google Assistance
  • Q&A : ใช้หูฟังแยกได้มั้ย ?
  • ได้ ใช้ข้างขวาเป็นหลัก หากมีการสนทนาเกิดขึ้น หูฟังจะใช้ได้ข้างเดียวเสมอ
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบฟังเพลงเสียงดีๆ ขณะออกกำลังกาย ใส่แล้วไม่หลุด รวมไปถึงสัญญาณเชื่อมต่อได้ไกลไม่สดุดด้วย
 

5. Jabra Evolve 65t

DESIGN

Jabra Evolve 65t เป็นหูฟังไร้สายที่ออกมาอีกรุ่นถัดจาก Jebra Elite 65t และ Elite Active 65t เพื่อยกระดับการใช้งานที่เหมาะกับ Businessman มากขึ้น เนื่องจากความพิเศษที่ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ คือมี USB ที่ให้เพิ่มมา ทำให้สามารถเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์ภายในเวลาเดียวกันหรือ Muti-pair นั่นเอง ตัวหูฟังทำจากพาสติกเพื่มให้ความเบาสบายขณะสวมใส่ ประกอบกับตัวซิลิโคนเพื่อการยึดเกาะ
และช่วยในเรื่อง Passive Noise Cancellation ลักษณะการใส่ที่ถูกต้องคือ ใส่แล้วบิดให้เข้ากับใบหู ซึ่งทำให้ไม่หลุดแม้จะใส่วิ่งก็ตาม ตัวเคสที่ทำจากพลาสติกเช่นเดียวกัน ให้น้ำหนักที่เบา เวลาเปิดจะต้องบีบเบาๆ จากด้านข้างก่อนเปิดฝา ให้ความมั่นใจว่าตัวหูฟังจะไม่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจแน่นอน มีสีให้เลือกเพียงสีเดียว Titanium Black

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 5 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 15 ชม.
  • Q&A : UC-certified คืออะไร ?
  • ผ่านมาตรฐานนี้หมายความว่า การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อโดยแท้จริง ไม่ว่าจะเชื่อมมือถือเพื่อรองรับการโทร และเชื่อมคอมเพื่อรองรับการสนทนาทาง Video อย่าง Skype, Cisco Spark, Avaya Scopia, Unify เป็นต้น ซึ่งจะสลับการใช้งานให้เองอัตโนมัติ
  • Q&A : เชื่อมต่อได้ไกลสุดแค่ไหน ?
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ไกลสุด 10 ม. และเชื่อมต่ออัตโนมัติกับทั้ง IOS และ Anriod เมื่อเปิดเคส
  • Q&A : มี Bluetooth USB adaptor แล้วดียังไง ?
  • หมดปัญหาการเชื่อมต่อที่ต้องรอคอย เพียงเสียบ usb ก็เชื่อมต่อได้เลย
  • Q&A : เสียงเป็นอย่างไร ?
  • เสียงเบสหนักแน่น ชัดเจน เสียงกลางกำลังดี แต่ Soundstage ไม่ได้ดีมากเท่าไหร่
  • Q&A : ฟังก์ชันเด่นๆ มีอะไรบ้าง ?
  • Sidetone-เปิดฟังก์ชั่นนี้เพื่อได้ยินเสียงตัวเองขณะสนทนา ทำให้พูดไม่เสียงดังเกิน
  • Hear Through-ปรับมาก น้อยได้ เพื่อได้ยินเสียงภายนอก
  • Q&A : ใช้งานเพียงข้างเดียวได้มั้ย ?
  • ได้ ใช้ข้างขวาเท่านั้น ทั้งเพื่อการฟังเพลง และสนทนา
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • เหมาะกับผู้ที่เป็นนักธุรกิจ ติดต่อสื่อสารระหว่างหลายๆ device พร้อมๆ กัน เน้นทั้งสนทนาและฟังเพลง
 

6. Sennheiser Momentum True Wireless

DESIGN

Sennheiser เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเรื่องเสียง ทำอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ ของคนทำรายการทีวี และคอนเสิร์ต เช่น ไมค์, ลำโพง มานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่ง Sennheiser Momentum True Wireless เป็นหูฟังไร้สายที่ทำออกมารุ่นแรก แต่ก็มีความพรีเมี่ยมในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การออกแบบที่เน้น Timeless Elegance ใช้วัสดุของตัวเคสที่ค่อนข้างแปลกใหม่ ไม่เหมือนหูฟังไร้สายตามท้องตลาด
ลายและสีมีความคล้ายผ้าที่หุ้มลำโพง ส่วนตัวหูฟังมีแผ่นเหล็กกลมๆ สลักโลโก้แบรนด์ ที่มีความหรูหราและแฟชั่นมากขึ้น ซึ่งการแตะที่บริเวณโลโก้ก็จะเป็นการควบคุมเสียงและโหมดต่างๆ ไปด้วยในตัว การยึดเกาะแน่นโดยเทคโนโลยี  Ergonomic ที่จะทำให้สวมใส่สบายด้วย

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 4 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 12 ชม.
  • Q&A : Qualcomm apt-X คืออะไร ?
  • เป็นมาตรฐานการส่งข้อมูลเสียงระดับ HD มีความหน่วงน้อยที่สุดในตลาด ดูวิดีโอปากและเสียงจะตรงกัน ทั้งเชื่อมต่อ IOS และ Android เลย
  • Q&A : เชื่อมต่อเสถียรมั้ย ?
  • เชื่อมต่อในบริเวณที่มีสัญญาณรบกวน อาจจะทำให้หลุดการเชื่อมต่อเล็กน้อย
  • Q&A : ควบคุมได้อย่างไร ?
  • เป็นการแตะเบาๆ ไม่ใช่การเคาะ เพื่อเพิ่ม-ลด เสียง, เลื่อนเพลง, และเล่น-หยุด เพลง รวมถึงเรียกใช้งาน Smart Assistant ได้
  • Q&A : เสียงเป็นอย่างไร ?
  • เสียงโดยรวมทำออกมาดี แต่ทางแบรนด์เน้นให้ปรับ Equalizer ด้วยตนเองในแอพมากกว่า เนื่องจากแต่ละบุคคลความชอบไม่เหมือนกัน
  • Q&A : ฟังก์ชันเด่นๆ มีอะไรบ้าง ?
  • Transparent Hearing-ให้ได้ยินเสียงภายนอกพอประมาณ เพื่อความปลอดภัยในบางสถานการณ์
  • Q&A : การใช้งานไมโครโฟนเป็นอย่างไรบ้าง ?
  • ปลายสายจะได้ยินเสียงสนทนาค่อนข้างดี แต่ไมโครโฟนจะไม่ได้ตัดเสียงรบกวนภายนอก อาจจะต้องพูดเสียงดังและชัดเจนขึ้น หากอยู่ที่เสียงดังๆ
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • ผู้ที่ชอบหูฟังพรีเมี่ยม ดูดีมีดีไซน์ และระบบดีทั้ง ด้านเสียง ไมโครโฟนคุยโทรศัพท์ การเชื่อมต่อ หรือจะ เล่นเกมดูหนัง ดีในทุกด้าน
 

7. B&O BeoPlay E8 2.0

DESIGN

BeoPlay E8 2.0 เป็นหูฟังไร้สายรุ่นที่สอง ที่ B&O ทำออกมา ซึ่ง Feature เด่นๆ คือรองรับการชาร์จแบบไร้สายนั่นเอง รวมถึงชาร์จแบบ USB ด้วย การดีไซน์ก็ไม่เป็นรองใคร มีการเปลี่ยนทรงจากรุ่นก่อน คงความเล็กกระทัดรัดเช่นเดิม วัสดุภายนอกเคสที่เป็นหนัง สลักด้วยโลโก้ B&O กึ่งกลางกล่อง ดูเรียบหรู
มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ที่ครอบคลุมเฉดสีทั้งสำหรับผู้ชาย และผู้หญิง ตัวหูฟังใช้วัสดุพลาสติกเนื้อแมท สลับอลูมิเนียม ให้น้ำหนักที่เบาขณะใช้งาน บริเวณโลโก้เป็นจุด Touch Control สั่งการผ่านปลายนิ้วสัมผัสที่ตัวหูฟังได้เลย

FEATURE

  • Q&A : ฟังเพลงต่อเนื่องได้กี่ชม. ?
  • สามารถฟังเพลงได้ราวๆ 4 ชม. เมื่อใช้ควบคู่กับเคสชาร์จ จะใช้ได้รวมกว่า 16 ชม.
  • Q&A : ชาร์จแบตเคสได้ 2 ช่องทาง ?
  • หากใครมีแท่น Wireless Charge อยู่แล้ว สามารถใช้ได้ และหากไม่มี ก็ใช้แบบ USB ชาร์จได้เช่นกัน
  • Q&A : ใช้งานข้างเดียวได้มั้ย ?
  • ได้ ใช้ข้างขวาเป็นหลัก
  • Q&A : ควบคุมได้อย่างไร ?
  • Touch Control ที่หูฟังเพื่อเพิ่ม-ลด เสียง, เลื่อนเพลง, และเล่น-หยุด เพลง รวมถึงเรียกใช้งาน Smart Assistant ได้
  • Q&A : เสียงเป็นอย่างไร ?
  • เน้นเสียงแหลม และเสียงกลาง ที่ฟังค่อนข้างกลมกล่อม เบสเบาๆ นุ่มๆ แต่ที่เด่นๆ คือ Soundstage ที่กว้างมาก
  • Q&A : ฟังก์ชันเด่นๆ มีอะไรบ้าง ?
  • Transparency mode-ให้ได้ยินเสียงภายนอกพอประมาณ ปรับระดับให้เสียงเข้ามาก-น้อยได้
  • Q&A : ดูหนังดีเลย์มั้ย ?
  • ดีเลย์ ขึ้นอยู่กับระบบและแอพที่ใช้ หากใช้ IOS ดู Netflix จะมีความดีเลย์น้อยที่สุด
  • Q&A : เหมาะกับใคร ?
  • เหมาะกับคนที่เน้นฟังเพลงเป็นหลัง เพราะเป็นหนึ่งในหูฟังไร้สายที่เสียงดีที่สุด สามารถปรับ EQ เพิ่มเติมในแอพได้เพื่อเหมาะกับตัวเอง และมีความพรีเมี่ยมในด้านดีไซน์สุดๆ