เซ็นทรัล ที่สุดแห่งย่านลาดพร้าว

ย่านลาดพร้าว บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบเห็นได้ชัด หากย้อนไปมากกว่าเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การตัดถนนเส้น วิภาวดี-รังสิต ในปี 2509 การเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปจนถึงการมาถึงของรถไฟฟ้าสายแรกอย่าง BTS จนมาถึงปัจจุบันโครงการใหม่ๆ ก็กำลังทยอยกันเกิดขึ้นและพาดผ่านย่านนี้อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในปี 2563 นี้

ในบทความนี้ทาง Realist จะวิเคราะห์ย่านลาดพร้าวโดยมองผ่านมุมมองการเกิดขึ้นของเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งแท้จริงแล้ว ห้างแห่งนี้มีที่มาที่น่าสนใจ และสร้างความเปลี่ยนแปลงกับผู้คนในย่านมาหลายรุ่นแล้วด้วยกัน เรามาย้อนอดีตไปดูภาพรวมของย่าน ไล่ไปจนถึงปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้นี้ด้วยกันในบทความได้เลยครับ

ย่านลาดพร้าวในอดีต

ซ้าย : ห้าแยกลาดพร้าว ปี 2537
ขวา : ภาพการก่อสร้างดอนเมืองโทลเวย์ ปี 2535
image :  สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์และวิศวสาร

เนื่องจากย่านลาดพร้าวกินพื้นที่ไปตลอดเส้นถ.ลาดพร้าว, ถ.วิภาวดีก่อนถึงบริเวณแยกรัชวิภา และถ.พหลโยธิน บริเวณตึกช้าง โดยภาพรวมบทความนี้ทาง Realist จึงจะขอกล่าวถึงย่านลาดพร้าวในบริเวณรอบๆ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เพื่อให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของย่านอย่างชัดเจน บริเวณที่จะกล่าวถึงคือ ช่วงห้าแยกลาดพร้าวซึ่งอยู่ติดกับเซ็นทรัลลาดพร้าวมากที่สุด ขยายออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร

ในอดีตการเดินทางจากบริเวณย่านลาดพร้าวไปยังต่างจังหวัดทางตอนเหนือของไทย ส่วนใหญ่คนจะเลือกใช้เส้น ถ.พหลโยธิน เป็นเส้นหลัก แต่ในเวลาต่อมาก็มีการตัดถนนเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ขึ้นมา หรือก็คือ ถ.วิภาวดี-รังสิต ในปัจจุบัน ซึ่งเปิดให้ใช้เมื่อปี พ.ศ.2509 และจุดที่ตัดกันระหว่าง ถ.พหลโยธิน, ถ.วิภาวดี และถ.ลาดพร้าว ก็ได้ถูกคนในย่านเรียกว่า ห้าแยกลาดพร้าว นั่นเอง

โดยจุดเปลี่ยนของย่านอีกอย่างคือ ในช่วงปี 2537 ได้ปีการเปิดให้ใช้งาน ดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่มีขึ้นเพื่อแก้ไขการจราจรที่เริ่มติดขัดบนเส้น ถ.พหลโยธิน และ ถ.วิภาวดี และใช้รองรับการสัญจรไปยังสนามบินดอนเมือง

สิ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยภายในย่านนี้ คือ สถานีขนส่งหมอชิต (เก่า) ที่เปิดใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2503 ซึ่งเป็นจุดที่คนในสมัยนั้นใช้ขึ้นรถโดยสาร เดินทางไปยังจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน ย้อนไปก่อนหน้าที่จะเกิดสถานีขนส่งหมอชิต เดิมที่ดินผืนนี้ถูกใช้งานเป็นตลาดนัดผลไม้ เมื่อกลายเป็นสถานีขนส่งขึ้นมา ก็สามารถกล่าวได้ว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Hub แรกๆ ของกรุงเทพฯ ชั้นนอก ในยุคนั้นก็ว่าได้ โดยปัจจุบันสถานีขนส่งได้ถูกย้ายไปยัง ถ.กำแพงเพชร 2 แทนในปี พ.ศ. 2541

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของย่านนี้คือ การเกิดมาถึงของ รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (BTS) ซึ่งเปิดให้ใช้งานครั้งแรกในปี พ.ศ.2542 ทำให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นไปโดยสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ชั้นใน และเริ่มเจริญขึ้นอย่างต่อเนื่องขึ้นไปอีก เมื่อในปี พ.ศ. 2547 มีการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ำเงิน (MRT) ให้ใช้งาน

ซึ่งทำให้ในตอนนั้นย่านลาดพร้าว (ช่วงห้าแยกลาดพร้าว) ก็กลายเป็นอีกหนึ่ง Hub ใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังย่านอื่นๆ หรือ Feed คนจากย่านนั้นเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ทำเลแห่งนี้เริ่มขยายตัว โดยเฉพาะด้านอสังหาฯ และราคาที่ดินก็ขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงของย่านลาดพร้าวในแต่ละช่วงเวลา

หากสังเกตจากภาพ Timeline จะเห็นว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เป็นต้นมา ย่านลาดพร้าวมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ Infrastructure ในหลายๆ จุดด้วยกัน ตั้งแต่ถนนเส้นหลัก, ทางด่วน รวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่าง สถานีขนส่งหมอชิต กับ รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน เนื่องจากการพัฒนาของระบบขนส่งเหล่านี้ เป็นไปตามลักษณะของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการขยายตัวของเมือง เมื่อกรุงเทพฯ ชั้นนอก มีประชากรเคลื่อนย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานหนาแน่นมากขึ้น มีความเจริญทั้งด้านสาธารณูปโภค และอุปโภค โดยสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของลักษณะกระบวนการกลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์

พื้นที่โดยส่วนใหญ่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เป็นที่ของการรถไฟ ซึ่งเป็นที่ดินในเขตกรุงเทพฯ และถือเป็นรายได้หลักของการบริหารทรัพย์สินของการรถไฟ ทำรายได้ประมาณปีละ 1,200 ล้านบาท พื้นที่โดยหลักๆ เช่น ตลาดนัดจตุจักรทั้งหมด 68 ไร่ สวนจตุจักร 100 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศน์(สวนรถไฟ) 375 ไร่ และเซ็นทรัลลาดพร้าว 42 ไร่ ซึ่งเสียค่าเช่าพื้นที่ให้การรถไฟประมาณ 800 ลบ./ปี โดยในส่วนของเซ็นทรัลลาดพร้าวนั้น ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ย่านนี้อุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันที่แห่งนี้นับเป็นอีกหนึ่ง Landmark หลัก ที่สำคัญประจำย่านแห่งนี้ไปแล้ว

.

การมาถึงของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

image (บน)  : หนังสือรหัสไปรษณีย์ พ.ศ.2526
image (ล่าง) : bangkokforvisitors

เซ็นทรัลลาดพร้าว ในพ.ศ. 2521 เครือเซ็นทรัลกรุ๊ปได้ชนะประมูลการเช่าที่ดินบริเวณทุ่งบางเขนในอดีตซึ่งเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน 14 ชั้น, โรงแรม 450 ห้อง และศูนย์ประชุม ถือว่าเป็นรูปแบบของโครงการ Mixed-Use แห่งแรกๆ ของประเทศไทยในสมัยนั้นก็ว่าได้

โดยช่วงนั้นบริเวณ ถ.วิภาวดี-รังสิต กำลังขยายความกว้างถนนเป็น 6 เลน ซึ่งถ้าสร้างเสร็จก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเข้าถึงตัวห้างเป็นไปโดยสะดวกมากยิ่งขึ้น 

หากไม่นับรวมพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ที่ในตอนนี้มีตลาดออนไลน์เข้ามา ทำให้การซื้อ-ขายสินค้าง่ายขึ้นแค่เพียงปลายนิ้ว และแทบไม่ต้องก้าวขาออกจากบ้านเลย

แต่เมื่อ 30 ปีก่อน การซื้อสินค้าต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า คือสิ่งที่เป็นที่นิยมที่สุด ทำให้ห้างใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค เซ็นทรัลลาดพร้าวก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จในจุดนั้น เนื่องจากผู้คนภายในย่านลาดพร้าวยุคนั้นแต่ก่อนจะจับจ่ายในห้างใหญ่ภายในกรุงเทพฯ ชั้นใน อย่าง สยาม, ชิดลม หรือเพลินจิต

แต่เมื่อเซ็นทรัลลาดพร้าวเกิดขึ้น ก็นำมาซึ่งการลดจำนวนการกระจุกตัวของผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้ามาในกรุงเทพฯ ชั้นใน และบริเวณโดยรอบโครงการตั้งแต่นั้นก็ล้วนเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโดยอิงตามระยะใกล้ไกลจากเซ็นทรัลเป็นหลัก ตั้งแต่อสังหาฯ อย่าง Condominium และราคาที่ดิน ที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

.

เซ็นทรัลลาดพร้าวหนึ่งในห้างที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ของคนกรุงเทพฯ

info : cpn.listedcompany

ในปีที่ผ่านมา CPN ได้เปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 โครงการในต่างจังหวัด ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา และเซ็นทรัลพลาซ่ามหาชัย และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ศูนย์การค้า 2 แห่ง คือ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 3 และในปี 2561 นี้ก็ยังกําหนดเปิดศูนย์การค้าอีก 2 แห่ง โดยเป็นศูนย์การค้าในประเทศ 1 แห่ง คือ เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ศูนย์การค้าในต่างประเทศแห่งแรกของ CPN ในประเทศมาเลเซีย

หากพิจารณาจากภาพซ้ายมือจะเห็นว่าบริษัทมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากศูนย์การค้า ซึ่งมีภาพรวมของการเติบโตในปี 2560 ที่ผ่านมาราว 3.8% หากนับแค่ส่วน Retail อย่างเดียวจะมีรายได้จากการเช่าพื้นที่โดยรวมกว่า 6,700 ลบ. (นับเฉพาะศูนย์การค้าทั้ง 32 แห่ง)

และหากพิจารณาเทียบกับคู่แข่ง ในเรื่องของส่วนแบ่งทางการตลาด CPN จะมีส่วนแบ่งในด้านรายได้จาก Retail ถึง 21% ตามมาด้วยเครือเดอะมอลล์กรุ๊ปที่ 5% และโรบินสัน 4% ภาพรวมในไตรมาส 4 ของปี 2560 มี Average ของการเช่าอยู่ที่ 91% ในเขตกทม. และ 93% ในต่างจังหวัด

ในส่วนของเซ็นทรัลลาดพร้าว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งห้างในเครือ CPN ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ติด 3 อันดับแรก ซึ่งในปี 2554 ที่มีการปิดปรับปรุงอาคาร เซ็นทรัลลาดพร้าวก็ได้ขยายพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้นอีก 9,000 ตร.ม. และปรับค่าเช่าเพิ่มจากเดิมอีก 15% ทำให้ค่าเช่าของเซ็นทรัลลาดพร้าวนับว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับห้างอื่นๆ ในเครือ CPN โดยในแต่ละวันห้างนี้จะมีลูกค้าสัญจรเข้าออกมากกว่า 150,000 คน/วัน

ด้วยอัตราเช่าที่มีมากถึง 97% เป็นตัวเลขที่การันตีความสำเร็จของเซ็นทรัลลาดพร้าวได้เป็นอย่างดี และปัจจุบันก็มีสินค้าแบรนด์เนมมากมายหลายร้านทยอยเปิดตัวในห้างแห่งนี้ เมื่อพิจารณาจากตัว Retail Shop และร้านอาหารต่างๆ ในห้าง ก็ทำให้เห็นถึงศักยภาพและกำลังซื้อของผู้คนส่วนใหญ่ในย่าน ซึ่งความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันเรียกได้ว่ามีอย่างต่อเนื่อง และไม่เสื่อมความนิยมลงไป แม้จะมีสินค้าออนไลน์มากมายให้เลือก และสะดวกสบายมากกว่าการมาเดินเลือกซื้อด้วยตัวเอง

.

การเปลี่ยนแปลงของย่านหลังการมาถึงของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

Present to Future

เซ็นทรัลลาดพร้าวนอกจากจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ศูนย์กลางของย่านลาดพร้าวแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ย่านนี้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดก็คือ การมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ย่านตั้งแต่ปี 2542 และ รถไฟใต้ดิน MRT ในปี 2547 จนมาถึงปัจจุบันได้มีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการด้วยกันกำลังก่อสร้างและรอเปิดให้บริการ ทั้งสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งถือเป็น Hub ขนาดใหญ่แห่งใหม่ ที่อยู่ใกล้ย่านลาดพร้าว รวมถึงสายสีน้ำเงิน และสีเขียวส่วนต่อขยาย 

โดยเฉพาะสถานีห้าแยกลาดพร้าวจะทำให้การเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในใช้เวลาเหลือเพียง 20 นาที เท่านั้น อีกทั้งสายสีน้ำเงินนี้จะเป็นการเดินทางครบได้วงนำไปสู่ย่านสำคัญต่างๆ เรียกว่า Blue Loop Line ที่สามารถ Feed คนไปยังส่วน CBD, New CBD และย่านเก่าอย่างจรัญสนิทวงศ์ และเจริญกรุง

เมื่อมองภาพรวมในอนาคต การกระจุกตัวของผู้คนที่หลั่งไหลไปยังสถานีจตุจักร ก็จะถูกเปลี่ยนถ่ายมายังบริเวณลาดพร้าวมากยิ่งขึ้น ทำให้ความแออัดของ Hub ปัจจุบันอย่างสถานีจตุจักร มีน้อยลง และเกิดความสะดวกสบายในการเดินทางของผู้ใช้บริการ และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

Landmark

image : proptomorrow

สถานีกลางบางซื่อ

โครงการสถานีกลางบางซื่อกำลังจะเปิดให้บริการในปี 2563 โดยบริเวณทั้งหมดของโครงการได้ถูกเรียกว่า บางซื่อ คอมเพล็กซ์ ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการพัฒนาที่ดินของ รฟม. กินบริเวณจากบางซื่อจนถึงเส้นพหลโยธิน รวมทั้งหมดกว่า 2,300 ไร่

ประกอบไปด้วยส่วน Mixed-Use ต่างๆ ทั้งพื้นที่ค้าปลีก, อาคารสำนักงาน, ส่วนจัดประชุม และโรงแรม อีกส่วนหนึ่งจะเป็นสำนักงานใหญ่ของ ปตท. และ Energy Complex โดยมุ่งหวังให้โครงการเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม และแหล่งกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

Infrastructure

รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต นั้นปัจจุบันได้ก่อสร้างไปแล้วกว่า 53.31% โดยคาดว่าจะเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2563 แบ่งย่อยตามรายละเอียดได้ดังนี้

  • – งานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตรศาสตร์ มีความก้าวหน้า 66.39% เปิดให้บริการปี 2561
  • – งานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยก
    รัชโยธิน มีความคืบหน้า 64.12% เปิดให้บริการปี 2561 และงานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน มีความคืบหน้า 53.82% เปิดให้บริการปี 2562
  • – งานก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าข้ามทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว มีความก้าวหน้า 25.68% มีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการปี 2563

ส่วนทางช่วง แบริ่ง – สมุทรปราการ นั้นตอนนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จครบ 100% แล้ว โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้งานกันในปี 2561

ทางด้านช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน นั้น ตามแผนงานจะมีการเริ่มลงมือก่อสร้างในช่วงปี 2561 และแล้วเสร็จในปี 2563

ที่มา : การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

.

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ล่าสุดหลังจากเชื่อมต่อสถานีเตาปูนกับสายสีม่วงแล้ว ยังมีแผนสร้างรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 ช่วงโดยช่วงแรก เตาปูน – ท่าพระ ที่เมื่อสร้างเสร็จจะได้เป็นสายรถไฟฟ้าที่เป็นลูปสำหรับพื้นที่กรุงเทพชั้นใน ซึ่งตอนนี้สร้างไปแล้วกว่า 97.52% แล้ว คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

ส่วนอีกช่วง คือ หัวลำโพง  – บางแค เป็นการขยายเส้นทางไปทางตะวันตกของ  กทม. ผ่านย่านพุทธมณฑลและศาลายา ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างก็ได้แล้วเสร็จไป 97.52% แล้วเช่นกัน คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

ที่มา : การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

Land Price

info : กรมธนรักษ์ ราคาประเมินที่ดินรอบบัญชีปี พ.ศ.2559-2562

ปัจจุบันราคาที่ดินของย่านลาดพร้าวโดยเฉพาะบริเวณโดยรอบห้างเซ็นทรัลถูกปรับตัวสูงขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนประมาณ 26% โดยปัจจุบันราคาเฉลี่ยของที่ดินในย่านอยู่ที่ 260,000 บ./ตร.วา ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับกรุงเทพฯ ชั้นนอก ซึ่งในอนาคตก็มีโอกาสที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าเดิมหากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีเขียวส่วนต่อขยายตัดผ่าน รวมทั้งการมาถึงของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งดึงดูดผู้คนจากแหล่งต่างๆ เข้ามารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้

พื้นที่ดินเปล่าภายในย่านส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของการรถไฟ ทำให้โครงการใหม่ๆ ที่กำลังจะมาขึ้นในย่านนี้ต้องเช่าพื้นที่ ดังเช่นเซ็นทรัลลาดพร้าว ส่วนที่ดินขนาดใหญ่ที่เป็นที่ส่วนบุคคลก็เหลือน้อยลงไปมาก ดังนั้นย่านนี้จึงนิยมสร้างเป็นโครงการอยู่อาศัยแนวสูง เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้ได้มากที่สุดในแง่การลงทุนของ Developer เจ้าต่างๆ 

 

Condominium

ในส่วนของโครงการ High-Rise Condo โดยรอบย่าน หากมองในระยะไม่เกิน 1 กม. จากเซ็นทรัลลาดพร้าว ก็จะมีทั้งหมดประมาณ 7 โครงการด้วยกัน ซึ่งทำให้ราคาเฉลี่ยของโครงการบริเวณนี้อยู่ที่ 160,000 บ./ตร.ม. โดยประมาณ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนักสำหรับย่านที่อุดมสมบูรณ์ในระดับนี้

หากมองภาพรวมแล้ว การอยู่อาศัยภายในย่านลาดพร้าว หากไม่นับเรื่องการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดในเวลาเร่งด่วน และส่วนใหญ่ใช้บริการรถไฟฟ้า ก็ถือได้ว่า น่าสนใจที่จะลงทุนซื้ออสังหาฯ อย่างคอนโดในย่านนี้ ทั้งการเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพชั้นใน โดยตรง และความสะดวกสบายที่จะได้รับ อย่างการอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ก็ถือว่า ครบครัน ในการใช้ชีวิต ไม่แพ้การอยู่ในย่านที่พลุกพล่านและอุดมสมบูรณ์ในกรุงเทพฯ ชั้นในอย่าง ทองหล่อ หรือเอกมัยเลยทีเดียว

โดยโครงการคอนโดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในย่านก็คือ Life Ladprao Valley โดยเราจะพาไปดูรายละเอียดและภาพรวมที่น่าสนของโครงการนี้ในหัวข้อถัดไปครับ

.

Life ladprao valley

FACT

Project Name : Life Ladprao Valley
Address : Phahonyothin Road, Chatuchak District, Bangkok
Developer : AP Thailand & Mitsubishi Estate Group
Project Type : High Rise Condominium with 44 storeys
Land Area :  5-2-45.5 Rai
No. of Unit : 1,141 units and 1 retail shop
Unit Type :
Studio with 28.8 Sq.m.
1 Bedroom 1 Bathroom 35-37 Sq.m.
2 Bedroom 1 Bathroom 48.6 Sq.m.
2 Bedroom 2 Bathroom 57.8-66.5 Sq.m.

Facilities : LOBBY/ TRIPLE POOL/ SAUNA ROOM/ STEAM ROOM/ FITNESS/ YOGA ROOM/ MULTIPURPOSE ROOM/ BIKE PATH & PARKING/ GARDEN/ CLIFF SIMULATION/ MIXED-USE SPORTS AREA/ MULTI LIVING SPACE/ THEATER LOUNGE/ LIBRARY/ JURISTIC ROOM/ MAILROOM
Parking Space : 484 lots (42%)
Elevator : 6 Passenger Elevators / 1 Service Elevator
Expected Completion : September 2021
Price : Start n/a MB
Average Price per Sq.m. : n/a baht/Sq.m.

จุดเด่นของโครงการ

จุดเด่นของ Life Ladprao Valley คอนโดใหม่จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence มีอยู่หลากหลายข้อมาก ด้วยแนวความคิดและความตั้งใจสร้างสรรค์พื้นที่โครงการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างหลากหลาย ซึ่งเราสามารถสรุปจุดเด่นต่างๆ ของโครงการ Life Ladprao Valley  ได้ออกมาได้ดังนี้

LOCATION

จุดเด่นที่เห็นชัดคือในส่วนของทำเลที่ตั้ง โครงการ Life Ladprao Valley ตั้งอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ซึ่งถือเป็นอีกจุดทำเลทองที่ในอนาคตจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อระบบการเดินทาง เป็นเสมือนศูนย์กลางการคมนาคมแห่งใหม่ทำให้บริเวณโดยรอบเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการมี Mega Project ทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่มีโครงการทยอยเปิดตัวในอนาคต จุดเด่นอีกด้านในเรื่องของทำเลที่ตั้งคือ Life Ladprao Valley มีเอกลักษณ์แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบ โดยมีแนวคิดในการขยับโครงการให้ถอยเข้ามาด้านใน ทำให้เกิดระยะห่างที่ก่อให้เกิดความรู้สึกน่าค้นหา ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น

FACILITIES

Facilities ของโครงการถือเป็นจุดเด่นในข้อต่อมา โครงการ Life Ladprao Valley มีแนวคิดในการมุ่งตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ มีสีสันของชีวิต ตามคำกล่าวที่ว่า “Live your Adventurous Spirit” โดยการมีชั้น Facility ให้บริการมากถึง 4 ชั้น เปิดประสบการณ์ต่างๆ ภายในโครงการ มีกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ คล้ายกับว่าเราต้องผจญภัยจากกิจกรรมหนึ่งไปสู่กิจกรรมหนึ่ง ซึ่งมีให้ค้นหามากมายไม่รู้จบ 

อาทิ The Avalon สวนพักผ่อนที่จำลองบรรยากาศของ Tropical Forest เลือกสรรพืชพรรณเพื่อให้สร้างบรรยากาศเสมือนอยู่กลางป่าดิบชื้นที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์และความสดชื่น, Crystal Alley ทางเดินใต้สระว่ายน้ำที่เปิดให้สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติอย่างสวนจตุจักรได้, Skywalk Circuit ทางเดินจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่กิจกรรม เสมือนเราเดินอยู่บนสะพานแขวนท่ามกลางหุบเขา และนอกจากนี้ยังมี Facilities ส่วนอื่นๆ อีกมากมาย

Entrance

The Canyon Lobby

The Avalon

 Triple Pool

Crystal Alley

Skywalk Circuit

 

UNIT TYPE

 

แนวคิดในการออกแบบฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในห้องพักอาศัยถือเป็นอีกจุดไฮไลท์ที่มีความพิเศษอย่างมาก นั่นคือการออกแบบให้เกิดความยืดหยุ่น ใช้แนวความคิดเป็น New Layout Unit ทั้งหมด โดยทำให้เกิด Flexible Function ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ตามกิจกรรม ความต้องการ และกาลเวลา นอกจากนั้นยังมีแนวคิดในการ Interlock Unit ดังกล่าว

เพื่อเพิ่มส่วนต่อส่วนขยายรวมไปถึงช่วยเพิ่มมุมมองที่หลากหลาย ทำให้เกิดการใช้งานที่หลากหลายได้มากกว่าเดิม เปลี่ยนห้องธรรมดาให้เป็นห้องที่ใช้งานได้หลากหลายมากกว่าเดิม โดย New Lay Unit Type ของ Life Ladprao Valley จะมีด้วยกันถึง 7 Types ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในส่วนของขนาด การใช้งาน รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ต่างๆ สามารถรองรับการใช้งานตามแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว