แยกพระราม 9 : พร้อมลงทุนกันรึยัง ?

1. ใครไม่ก้าว พระราม 9 (ก้าว)

พระราม 9 ย่านที่หลายคนกล่าวไว้ว่าเป็น ว่าที่ CBD (Central Bussiness District) ใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ขยายตัวมาจากกรุงเทพฯ ชั้นใน ด้วยทั้งปัจจัยด้านการใช้ชีวิต, การอยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องการเดินทางทั้งถนนและระบบรางนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันย่านพระราม 9 นี้จะมีความน่าสนใจขนาดไหนเดี๋ยวตามไปดูกันครับ

เกริ่นก่อนคร่าวๆ ว่า คราวนี้เราจะพาทุกคนไปโฟกัสในบริเวณรอบๆ แยก อโศก-รัชดา ที่เป็นจุดของ ถ.พระราม 9, ถ.อโศก-ดินแดง และ ถ.รัชดาภิเษก โดยความน่าสนใจของพื้นที่บริเวณนี้นั้นอยู่ที่การกระจุกตัวกันของศูนย์การค้า, ที่อยู่อาศัย และออฟฟิศ นั่นเอง

 

2. ปัจจัยและเหตุการณ์ที่ทำให้ แยกพระราม 9 เป็น New CBD

  • การมาถึงของรถไฟฟ้า MRT ในปี 2004 นั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่แยกพระราม 9 นี้ผนวกกับการขยายตัวของเมืองจากพื้นที่สุขุมวิทตอนต้น-กลาง ทำให้แยกพระราม 9 นี้เริ่มฉายแสงมากขึ้น
  • ถัดมาในปี 2009 Esplanade รัชดา ก็ได้มาเปิดให้บริการ เป็นที่ตั้งของโรงละคร เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์อีกด้วย ซึ่งจะอยู่ถัดจาก Fortune Town ที่เป็นศูนย์รวมสินค้า IT ในช่วงนั้น ถือเป็นการเริ่มต้นการมาถึงของ Shopping Mall และ Retail ในย่านนี้
  • หลังจากที่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2006 แล้ว ในปี 2011 ก็ได้ทำการเปิดบริการรถไฟฟ้า Airport Link ที่เชื่อมตั้งแต่พญาไทไปจนถึงสุวรรณภูมิ โดยจะผ่านแยกพระราม 9 บริเวณสถานี มักกะสัน ส่งผลให้ย่านนี้เริ่มเป็นย่านที่เปิดรับชาวต่างชาติมากขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวและ Expat รวมไปถึงผู้คนที่เดินทางทางอากาศอยู่บ่อยๆ
  • ในปี 2011 Central ได้ทำการเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ในชื่อ Central Grand Rama 9 เป็นการกระตุ้นทางฝั่งตลาดของ Shopping Mall และ Retail ขนานใหญ่ จนทำให้ Fortune Town ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2012 ในการรับมือกับศึกครั้งนี้
  • ในปี 2013 นั้นถือเป็นปีที่สร้างสีสันให้แก่ตลาดอาคารสำนักงานและออฟฟิศย่านนี้อย่างมาก โดยที่บริษัท G Land ได้ทำการประกาศ Mega Project : The Grand Rama 9 ที่เป็นการพัฒนาพื้นที่ทำเลหัวมุมแยกพระราม 9 ในพื้นที่กว่า 73 ไร่ ให้กลายเป็น อาคาร Mixed-Use, Office, Shopping Mall, Hotel และ Condominium รวมไปถึงตึก Super Tower ว่าที่ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน มูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 100,000 ลบ. ทำให้พื้นที่แยกพระราม 9 กลายเป็นพื้นที่ที่ครบวงจรของการใช้ชีวิตแบบวิถีชีวิตคนเมืองอย่างเต็มที่
  • ปี 2016 ตึก SET (ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ก็ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ ถ.รัชดาภิเษก ตอกย้ำความเป็นย่านธุรกิจของที่นี่ได้เป็นอย่างดี พร้อมกับที่ตึก G Tower ได้ทำการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการด้วยนั่นเอง


info : Nexus Thailand (2018), ฐานเศรษฐกิจ (2018), กรุงเทพธุรกิจ (2018)

จากภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในย่าน เกิดจากปัจจัยในหลายๆ ด้านที่ควบคู่กัน ทำให้เกิดความเจริญขึ้น ในพื้นที่แยกพระราม 9 นี้ เริ่มจากมีการขนส่งระบบรางเข้ามาในพื้นที่ทั้ง MRT และ Airport Link ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่มีผู้ใช้งานผ่านพื้นที่แยกต่อวันถึง 270,000 คน พร้อมทั้งการขยายตัวของกรุงเทพฯ จากสุขุมวิทตอนต้น-กลาง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณอโศก มายังพื้นที่บริเวณนี้ ส่งผลให้มีผู้คนเข้ามาในย่านนี้มากขึ้น มีอาคารสำนักงานและออฟฟิศเกิดมากขึ้น ซึ่งพื้นที่สำนักงาน อโศก-รัชดา มีถึง 1.14 ล้านตร.ม. เลยทีเดียว

สิ่งที่ตามมาคือ Shopping Mall กว่า 379,000 ตร.ม. เข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านอุปโภคและบริโภค และสุดท้ายมีอสังหาฯ ประเภท ที่อยู่อาศัย อย่างคอนโดมิเนียม จากเจ้าต่างๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการด้านความต้องการที่อยู่อาศัย

ปัจจัยด้านแหล่งงาน, อุปโภคบริโภค และที่อยู่อาศัยต่างส่งผลเกื้อหนุนกันทำให้มีคนเข้ามาในย่านมากขึ้นทั้งมาอยู่อาศัยหรือมาลงทุน จนผลักดันให้แยกพระราม 9 นี้ อาจเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ ได้เลยทีเดียว

ภาพการเปลี่ยนแปลงทางอากาศของแยก อโศก – พระราม 9

info : google earth

 

3. การเดินทางในแยกอโศก – รัชดา

info : Real Research (2018), กรมขนส่ง (2017)

ถนน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แยกพระราม 9 เป็นจุดตัดของ ถ. อโศก-ดินแดง (1), ถ. พระราม 9 (2) และ ถ. รัชดาภิเษก (3)

ซึ่งแต่ละเส้นนั้นเป็นเส้นที่เชื่อมต่อไปยังย่านสำคัญต่างในกรุงเทพ (1) ถ. อโศก-ดินแดง เป็นเส้นที่ไปตัดกับ ถ.เพชรบุรี และเชื่อมไปถึง ถ.อโศกมนตรี ไปจนถึง ถ.สุขุมวิท ที่เป็นเส้นที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในและกรุงเทพฯ โซนตะวันออก (2) ถ. พระราม 9 เป็นเส้นที่เชื่อมไปถึงเขตลาดกระบังและสนามบินสุวรรณภูมิโดยจะเป็นเส้นที่วิ่งคู่ไปกับทางพิเศษศรีรัช และ (3) ถ. รัชดาภิเษก ถือเป็นถนนเส้นหลักของย่านนี้ ตลอดความยาว 10.5 กม. ที่เชื่อมย่านพระราม 9 นี้ไปถึงย่านลาดพร้าว โดยเส้นนี้จะวิ่งคู่กับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ทำให้ทั้ง 2 ฝั่งของถนนเส้นนี้ มีห้างสรรพสินค้า, ออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เกิดขึ้นอย่างมากมาย

จากสถิติปริมาณจราจรบนท้องถนน ในปี 2016 จากสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร ได้ระบุว่าถนนเส้นต่างๆ บริเวณแยกพระราม 9 มีปริมาณการจราจรบนท้องถนน ดังนี้ (1) ถ.อโศก-ดินแดง 30,474 คัน (2)  ถ.พระราม 9 32,564 คัน และ (3) ถ.รัชดาภิเษก 44,024 คัน

ทางด่วน

ทางด่วนที่ตัดผ่านย่านนี้จะเป็น ทางพิเศษศรีรัช จากแยกพระราม 9 ขับลงมาทาง ถ.อโศก-ดินแดง จะมีแยกไปทางซ้ายสำหรับขึ้นทางด่วนเพื่อขึ้นไปทางกรุงเทพฯ ตอนเหนือและ จ.นนทบุรี แต่ถ้าจะไปทางกรุงเทพฯ ตะวันออก จากแยกพระราม 9 ให้ไปทาง ถ.พระราม 9 จะจุดขึ้นทางด่วนอยู่

ระบบขนส่งสาธารณะ

ในปัจจุบันมี MRT สายสีน้ำเงิน หรือ รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัตน์มงคลนั้น เป็นให้บริการอยู่โดยสถานีที่อยู่ใกล้แยกพระราม 9 มากที่สุด คือ สถานีพระราม 9 โดยทางเข้าจะอยู่บริเวณด้านหน้าของ Fortune Tower และ Central พระราม 9

รถไฟฟ้าสายนี้ ปัจจุบันจะวิ่งจากสถานีปลายทางหัวลำโพง มาตาม ถ.พระราม 4 จากนั้นจะเลี้ยวเข้าตามแนว ถ.รัชดาภิเษก บริเวณสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จนมาตัดกับรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีสุขุมวิท และตัดกับ Airport Link ที่สถานีเพชรบุรี จากนั้นจะวิ่งตามแนว ถ.รัชดาภิเษก เรื่อยมาจนมาเลี้ยวตาม ถ.ลาดพร้าว ที่สถานีลาดพร้าว ยาวไปตัดกับสถานี BTS อีกทีที่สถานีจตุจักร และไปสิ้นสุดสายสีน้ำเงินนี้และเชื่อมต่อกับสายสีม่วงที่สถานีเตาปูน ซึ่งในปัจจุบันนั้น จากรายงานประจำปี 2017 ของ รฟม. ระบุว่า มีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 270,000 คน/เที่ยว/วัน ซึ่งมีอัตราที่เพิ่มขึ้น 5.23% ต่อปี

  • Loop รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินนั้นจะอยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้างสถานีส่วนต่อขยายจาก ช่วง หัวลำโพง – บางซื่อ คือ ช่วงหัวลำโพง – บางแค (เปิดให้บริการ สิงหาคม 2019) และ ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ (เปิดให้บริการ มีนาคม 2020) ซึ่งเมื่อทั้งสองช่วงจะมาบรรจบกันที่สถานีท่าพระ จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกลายเป็น Loop นั่นเอง อ่านเพิ่มเติม …

  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม

โครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับระยะทาง 9 กม. สถานียกระดับ 7 สถานี และโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบใต้ดินระยะทาง 30.6 กม. สถานีใต้ดิน 23 สถานี (รวม 39.6 กม. 30 สถานี) ความจุสูง สามารถขนส่งคนได้มากกว่า 50,000 คน/ชม./ทิศทาง เชื่อมต่อระหว่าง ตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี อ่านเพิ่มเติม …

  • รถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง โดยแนวเส้นทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปสิ้นสุดที่ BTS สถานีสำโรง อ่านเพิ่มเติม …

 

4. ย่าน Office แหล่งธุรกิจ

ได้ชื่อว่าเป็น “ว่าที่ CBD” ด้านอาคารสำนักงาน ก็ย่อมไม่น้อยกว่าย่านอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งย่านพระราม 9 นั้น จากรายงานของ NEXUS ได้ระบุว่า พื้นที่อโศก-รัชดาบริเวณแยกพระราม 9 มีพื้นที่อาคารสำนักงานรวมกันถึง 1,140,098 ตร.ม. และมีราคาค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 614.31 บ./ตร.ม./เดือน ในปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่กระจุกตัวของโครงการสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ และมีแนวโน้มว่าในอนาคตยังมีพื้นที่สำนักงานเพิ่มเติมอีก

G Tower

Image : CBRE

Unilever House

Image : Daybeds Magazine

The Ninth Tower

Image : CBRE

SET

Image : Businesslineandlife

AIA Capital Center

Image : CBRE

True Tower

Image : Trust Store Online

 

5. Shopping Mall ช้อป/ชิม/ชิว

Shopping Mall และสถานที่ท่องเที่ยวของย่านนี้ เด่นๆ นั้นจะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง Central พระราม 9 ถัดมาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันอย่าง Fortune Town และ Esplanade รัชดา ทางด้านหลังของ Esplanade นั้นยังเป็นตลาดนัดรถไฟ รัชดา ที่เป็นแหล่งของกินและซื้อของยามค่ำคืนอีกด้วย 

พื้นที่ Shopping Mall ทั้ง 3 แห่งนั้นปัจจุบันรวมกันได้ 379,000 ตร.ม. แบ่งเป็น Central Grand Rama 9 214,000 ตร.ม., Esplanade รัชดา 105,000 ตร.ม. และ Fortune Tower 60,000 ตร.ม.

 

6. Mega Project จ่อคิวเปิดตัวในย่านพระราม 9

บริเวณแยกพระราม 9 นั้น ถือว่าเป็นย่านที่มี Mega Project ทยอยต่อคิวรอเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่องทั้งที่เป็นอาคาร Mixed-Use และ Office เพราะศักยภาพของย่าน รวมกับอุปสงค์ของผู้คนและอุปทานของนายทุน

ด้วยปัจจัยทั้งหมดทั้งมวลนี้ ยิ่งทำให้ย่านนี้เติบโตในแง่ย่านธุรกิจมากขึ้นอย่างต่อด้วย โดย Mega Project ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่แยกพระราม 9 นี้ ได้แก่

  • Image : Singha Estate
  • Singha Complex
    1. เงินลงทุน : ประมาณ 4,255 ลบ.
    2. เปิดบริการ : Q3 2018
    3. ประเภท : Mixed-Use
    4. อาคารสำนักงานเกรดเอและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า (Mixed-use Commercial Complex) ตัวอาคาร สูง 42 ชั้นขนาดพื้นที่อาคาร รวมประมาณ 120,000 ตารางเมตร
    5. ผู้พัฒนา : Singha Estate
  • Image : Skyscarpercity
  • Makkasan Complex
    1. เงินลงทุน : n/a
    2. เปิดบริการ : n/a
    3. ประเภท : Mixed-Use
    4. แผนพัฒนาพื้นที่มักกะสันให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของ EEC โดยปัจจุบันมีแนวทางพัฒนาโดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ทั้งหมด 509 ไร่
    5. ผู้พัฒนา : รัฐบาล (ร่วมทุนกับเอกชน)
  • Image : Skyscrapercity
  • Bangkok Midtown
    1. เงินลงทุน : เฟสละประมาณ 5,000 ลบ.
    2. เปิดบริการ : Q3-4 2018 (เฟส1 และ เฟส2 ตามลำดับ)
    3. ประเภท : Office + Shopping Mall
    4. Shopping Mall และ Office ขนาดใหญ่ติด 2 ฝั่ง ถ.รัชดาภิเษก ขนาดกว่า 14 ไร่ แบ่งเป็น 2 เฟส พื้นที่เช่ารวมกว่า 115,000 ตร.ม.
    5. ผู้พัฒนา : We Retail Co., Ltd. (Property Perfect)
  • Image : Pantip
  • Super Tower
    1. เงินลงทุน : ประมาณ 18,000 ลบ.
    2. เปิดบริการ : ประมาณ 2022
    3. ประเภท : Mixed-Use
    4. ว่าที่อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน ด้วยความสูงกว่า 615 ม. และมีจำนวนชั้น 125 ชั้น แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก คือ ศูนย์ประชุม, อาคารสำนักงานระดับสูง, พื้นที่ค้าปลีก และโรงแรม
    5. ผู้พัฒนา : G Land

 

7. อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนห้องชุดบริเวณแยกพระราม 9

Info : Nexus Thailand และ กรุงเทพธุรกิจ

จากเพิ่มของอาคารสำนักงาน, Mixed-Use และ Shopping Mall ส่งผลให้มีผู้คนเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้มากขึ้นทั้งมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของ, มาทำงาน ไปจนถึงมาลงทุน ทำให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยภายในย่านนี้เพิ่มขึ้นตามกันไป จากสถิติจำนวนยูนิตที่เพิ่มเข้ามาในย่านนี้ สังเกตุได้ว่าจะเป็นลักษณะแบบพุ่งขึ้นสูงในช่วงแรกคือ ระหว่าง 2006 – 2009 ที่เป็นช่วงรถไฟฟ้าใต้ดินเปิดให้บริการ จากนั้นมาเพิ่มสูงอีกครั้ง ระหว่างปี 2014 มาสู่ปี 2018 

ซึ่งในปัจจุบัน ตัวเลขจำนวนของยูนิตสะสมดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นถึง 26,000 ยูนิต หรือ ประมาณเกือบ 2 เท่าของปี 2017 นั่นเอง แสดงให้ถึงสัญญาณของการแข่งขันกันที่ดุเดือดของเหล่าผู้พัฒนาอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งหลายนั่นเอง ในขณะที่ทางฝั่งผู้ซื้อหรือนักลุงทุนล่ะ มีความสนใจในศึกครั้งนี้ถึง 85% ของปี 2017 ซึ่งยอดขายยังคงต่อเนื่องเรื่อยๆ คงต้องจับตามองกันต่อว่า ความต้องการเบ็ดเสร็จทั้งปี 2018 จะยังคงร้อนแรงถึงสิ้นปี หรือยอดขายจะลดลง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ หากเรามาดูโครงการเด่นๆ ในย่าน ที่เราคัดมาว่ามีศักยภาพในย่านนี้ 5 ตัว ดังนี้

1) Knightsbridge Space Rama 9

คอนโดฯ High Rise จาก Origin Property อยู่ริม ถ.ดินแดง ถัดจาก The Line มาไม่มาก โดยมีจุดขายอยู่ที่ห้องแบบ Loft นั่นเอง เปิดตัวในปี 2017 ที่ผ่านมาในขณะนี้สามารถขายได้แล้ว 70% จาก 325 ยูนิต

2) The Line อโศก-รัชดา โครงการ High Rise ระดับ Hi-End จากฝั่ง แสนสิริ ที่คราวนี้ไม่ได้มาเพียวๆ แต่เป็นการร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ในวงการขนส่งมวลชนอย่าง BTS Group นั่นเอง โดยชื่อของ The Line นั้นการันตีว่า สามารถเดินถึงรถไฟฟ้าได้อย่างแน่นอน โดยที่โครงการเปิดตัวในปี 2016 ซึ่งในปัจจุบัน Sold Out ไปเรียบร้อยแล้วทั้ง 473 ยูนิต

3) Ashton อโศก-พระราม 9 โครงการ High Rise ระดับ Hi-End จากฝั่ง อนันดา หอคอยคู่ที่มากับทำเลตรงหัวมุมของแยกพระราม 9 พอดิบพอดี ปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่ คอนโดฯ เปิดตัวมาในปี 2017 ปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 85% จาก 593 ยูนิต

4) IDEO พระราม 9-อโศก นอกเหนือจาก Ashton แล้ว ทาง อนันดา ยังส่งคอนโดฯ High Rise ในเครืออย่าง IDEO พระราม 9-อโศก เข้ามาแข่งด้วย โดยทำเลจะอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ G Tower ซึ่งเป็นโครงการระดับกลางของ Ananda ที่ตั้งเป้ามาชิงตลาดระดับ Middle Class ในงบประมาณเริ่มต้น 3 ล้านบาทขึ้นไป หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวมาในปี 2018 นี้ก็ทำยอดขายไปกว่า 95% ของ 1,232 ยูนิต

5) One 9 Five จาก TC Development ที่อยู่ถัดมาจาก Central Grand Rama 9 จะมาในรูปแบบ 2 อาคาร 1 โพเดี้ยม เน้นไปที่ธรรมชาติและ Landscape ที่สวยงาม โครงการเปิดตัวในปี 2017 ปัจจุบันสามารถขายไปแล้ว 80% จากทั้งหมด 1,911 ยูนิต

6) Life Asoke – Rama9 High Rise อาคารคู่จาก AP ที่มีการร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Group โดยทำเลจะอยู่ถัดมาจากแยกพระราม 9 มาทาง ถ.อโศก-ดินแดง แต่ทางเข้าหลักจะอยู่ฝั่ง ถ.จตุรทิศ เปิดตัวมาในปี 2017 สามารถทำยอดขายไปแล้ว 98% จากทั้งหมด 2,248 ยูนิต

 

7. Capital Gain ของแยกพระราม 9

Info : Nexus Thailand (2018)

จากข้อมูลของ NEXUS THAILAND ได้มีการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของราคาคอนโดฯ ในย่านรัชดา โดยแบ่งเป็น 3 โซนคือ รัชดา-พระราม9, รัชดา-สุทธิสาร และ รัชดา-ลาดพร้าว ภายในระยะเวลา 5 ปี 2013 – 2017 นั้นจะเห็นได้ว่า พื้นที่รัชดา-พระราม9 (แยกพระราม9) มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาเฉลี่ยต่อปีนั้น อยู่ที่ 8 % เป็นอันดับ 2 ของย่านรัชดาทั้ง 3 โซน โดยราคาเฉลี่ยในปี 56 จะอยู่ที่ 99,495 บ./ตร.ม. ผ่านไป 4 ปีราคาพุ่งขึ้นเป็นเฉลี่ย 133,250 บ./ตร.ม. และมีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

 

8. Rental Yield ของแยกพระราม 9

Info : Nexus Thailand (2018)

ทางด้าน Rental Yield หากเปรียบเทียบกันกับรัชดาทั้ง 3 โซน Rental Yield ของโซน รัชดา-พระราม9 นั้นขึ้นนำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยตัวเลข 5.58 % ซึ่งเป็นตัวเลยที่ดี แสดงถึงศักยภาพและความต้องการที่อยู่อาศัของคนเข้ามาในย่านนี้ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของโครงการใหญ่ๆ ต่างๆ ที่เข้ามาในย่าน และมองว่า อัตราการเช่า ณ ปัจจุบันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะในอนาคต เมื่อโครงการ Mega Project ที่ใกล้จะสร้างหรือพร้อมใช้งาน ก็จะเป็น Magnet ดีๆ สำหรับความต้องการเช่าที่จะเพิ่มขึ้นในย่านครับ เพราะฉะนั้น ใครที่คาดว่าจะขายเก็งกำไรระยะสั้นช่วงนี้ก็ทำได้ แต่ถ้ารอระยะยาวไหว น่าจะคุ้มค่าที่จะรอแน่นอนครับ

 

9. เน้นๆ ลงทุนกับ The Line Asoke – Ratchada ยอด Sold 100%

บทความนี้เราไม่ได้เน้นเชียร์แขกให้คนมาซื้อ The Line Asoke-Ratchada เพราะ Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น หากต้องการซื้อต่อโครงการคุณภาพแบบนี้ ต้องตามหา Resale กันเองนะครับ และข้อมูล สำหรับลูกค้าโครงการ คงไม่ต้องนำเสนออะไรเพิ่มเติมในแง่ลงทุน เพราะเนื้อหาก่อนหน้านี้น่าจะตอกย้ำความคุ้มค่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับทำเลนี้ แต่ที่แน่นอนคือโครงการใกล้เสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ปลายปี 2018 แน่นอน ใครที่ซื้ออยู่หรือซื้อเพื่อปล่อยเช่า ไม่ต้องรออีกต่อไปครับ

โครงการอยู่ติดถนนอโศกดินแดง ทำเลศักยภาพให้ชีวิตคุณใกล้ทุกความสุข และเชื่อมต่อทุกความสะดวกสบายบนทำเล New CBD ย่านธุรกิจชั้นนำแห่งใหม่ของกรุงเทพ

สามารถมองเห็นวิวแยกพระราม 9 ได้อย่างเต็มที่ แบบ Panoramic ไม่ว่าคุณจะแช่ตัวในจากุซซี่ หรือพักผ่อนด้วยการว่ายน้ำ หรือจะจิบแชมเปญที่ Sky Lounge ก็สามารถทอดสายตาสู่ย่านอโศก-รัชดา ที่มีแสงสีสว่างไสว แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวอย่างพอดี

Facilities ของ The Line Asoke – Ratchada ออกแบบเพื่อตอบรับยุค Digital 4.0 ด้วยเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตยุคใหม่ให้ลูกบ้านสัมผัสในทุกๆ วินาที และเป็นอาคารอยู่อาศัยที่มีความเป็น Smart Building ครบครัน ตึกแรกในประเทศไทย ยกตัวอย่าง อาทิเช่น ระบบ Smart Guest Registration ด้วยการออก QR Code แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อ Allow Access เข้าสู่โครงการไปถึงประตูห้องเจ้าของบ้านได้เลย หรือ Smart Move บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับลูกบ้าน นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในตึกที่ทันสมัย รองรับการใช้ชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง