3 แสนล้าน แก้น้ำเค็ม น้ำแล้ง

Infographic 142 - Water Supply Production - 1200 20

 

ชง 3 แสนล้านแก้แล้ง-ประปาเค็ม เวนคืน 2.5 หมื่นไร่ กทม.ถึงชัยนาท

 

แก้ปัญหาน้ำเค็ม-ภัยแล้ง “กปน.” สบช่องเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ ปัดฝุ่นเมกะโปรเจ็กต์น้ำประปา 3 แสนล้าน สร้างโรงงานดึงน้ำดิบจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เตรียมที่ดิน 2.5 หมื่นไร่วางท่อ200 กิโลเมตร ป้อนน้ำประปาคนกรุงและโรงงานอุตสาห-กรรมในนิคมมาบตาพุด เตรียมเสนอบอร์ดมีนาคมนี้

นายสมัย อนุวัตรเกษม ประธานคณะกรรมการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงที่สร้างผลกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปาในเขตพื้นที่บริการน้ำ 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นทุกปี ซึ่งปีนี้ปัญหาเกิดเร็วขึ้น ทั้งระดับความเค็มของน้ำก็สูงขึ้น 7-8 เท่าตัว ดังนั้นบอร์ด กปน.เตรียมหารืออนุมัติหลักการโครงการรองรับระยะยาว จากนั้นจะได้มอบหมายให้ กปน.ไปศึกษารายละเอียด เพื่อเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณา ประเมินเบื้องต้นคงต้องลงทุนถึง 2-3 แสนล้านบาท

สร้างอุโมงค์ผันน้ำดิบ

เพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง ตามแผนจะมี 2 โครงการ คือ 1.สร้างอุโมงค์ผันน้ำดิบจากลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งมีคุณภาพน้ำดีที่สุดในประเทศไทย และไม่มีปัญหาน้ำทะเลหนุนเพราะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก ปัจจุบันมีการผันน้ำผ่านระบบคลองธรรมชาติระยะทาง 127 กม. แต่ระหว่างทางจะมีเกษตรกรดึงน้ำออกไปใช้บางส่วน ทำให้เหลือเข้าระบบประปาเพียง 25-30% การสร้างอุโมงค์จะช่วยผันน้ำให้กับประปาโดยเฉพาะ คาดว่าใช้เงินลงทุน 1-1.5 หมื่นล้านบาท

“ทุกวันนี้เวลามีปัญหาน้ำเค็ม เราจะใช้วิธีน้ำไล่น้ำ ใช้น้ำจืดมาไล่น้ำเค็ม ผันน้ำโดยใช้คลองธรรมชาติ ซึ่งรับน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองจากต้นทางที่ 2 เขื่อนหลักคือ เขื่อนศรีนครินทร์กับเขื่อนวชิราลงกรณ์ ผ่านคลองจรเข้สามพัน คลองสองพี่น้อง มาทางแม่น้ำท่าจีน สูบขึ้นมาทางคลองพระยาบันลือ แล้วมาลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางไทร อีกสายหนึ่งคือผันน้ำมาทางฝั่งธนฯ รับจากลุ่มน้ำแม่กลองเหมือนกัน ผันน้ำมาทางคลองปลายบางผ่านคลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อยมาลงเจ้าพระยา” นายสมัยกล่าวและว่า เบื้องต้นจะศึกษาแนวทางสร้างอุโมงค์ เพื่อนำน้ำจากแม่กลองมาช่วยฝั่งเจ้าพระยา เป็นการผันน้ำเข้าระบบประปา เนื่องจากเป็นแผนเร่งด่วนจึงใช้วิธีบรรจุเป็นแผนลงทุนในโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักครั้งที่ 9 (แผน 9) ส่วนแนวเส้นทางจะต้องศึกษาใหม่ เน้นให้มีการลงทุนน้อยที่สุด อาจจะผันน้ำมาที่โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ จากนั้นวางแนวท่อตามถนนกาญจนาภิเษกมาเข้าคลองประปา เพื่อป้อนน้ำให้กับโรงผลิตน้ำบางเขนที่มีระยะทางสั้นที่สุด

สร้างโรงผลิตน้ำ “ชัยนาท”

ส่วนโครงการที่ 2 คือ การผลิตน้ำประปาจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนที่ จ.ชัยนาท ตามแผนจะต้องตั้งโรงผลิตน้ำขนาดใหญ่ กำลังผลิตวันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยใช้น้ำดิบจากเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมกับสร้างอุโมงค์ระยะทางกว่า 200 กม. เพื่อส่งน้ำมาเสริมกับกำลังผลิตของ กปน.ที่มีโรงผลิตน้ำ 4 แห่ง กำลังผลิตรวมวันละ 5.9 ล้าน ลบ.ม.

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้นอกจากแก้ปัญหาน้ำเค็มอย่างถาวรแล้ว ยังสามารถป้อนน้ำประปาให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกผ่านระบบของการประปาส่วนภูมิภาค และป้อนน้ำประปาให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่นตามเส้นทางได้ด้วย

ทั้งนี้ โครงการผลิตน้ำประปาจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน เป็นแผนงานเดิมที่เคยศึกษาลงลึกในรายละเอียดเสร็จแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯช่วงปลายปี 2554 ซึ่ง กปน.เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาที่มีเสถียรภาพ เพื่อป้อนให้กับผู้ใช้น้ำได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำเค็มหนุนสูงอีกต่อไป

ลงทุนเบื้องต้น 3 แสนล้าน

รายละเอียดโรงผลิตน้ำที่ จ.ชัยนาท ตามแผนศึกษาจะออกแบบเป็น 3 ระยะ ทั้งโครงการจะแล้วเสร็จภายใน 15 ปี ประกอบด้วย ระยะที่ 1 (แผนปีที่ 1-5) ต้องจัดเตรียมที่ดิน 2.5 หมื่นไร่ เพื่อสร้าง Intake Plant, Service Reservoir สำหรับวางท่อส่งน้ำและสถานีสูบจ่ายน้ำ

นอกจากนี้ ยังต้องก่อสร้างอีก 8 รายการ อาทิ ระบบน้ำดิบและผลิตน้ำ งานขุดคลองส่งน้ำ ค่าสถานีสูบจ่ายน้ำ 5 แห่ง ใน 5 จังหวัด งานดันระบส่งน้ำ ท่อส่งน้ำ งานอุปกรณ์เครื่องจักรกลและระบบไฟฟ้า ฯลฯ วงเงินรวม 218,266 ล้านบาทระยะที่ 2 (แผนปีที่ 6-10) เนื้องานจะเป็นค่าก่อสร้าง 3 รายการหลัก คือระบบน้ำดิบและผลิตน้ำ งานอุปกรณ์เครื่องจักรกลและระบบไฟฟ้า งานวางระบบส่งน้ำ ท่อส่งน้ำ รวมวงเงิน 45,550 ล้านบาท

ส่วนแผนงานระยะที่ 3 (ปีที่ 11-15) จะต้องจัดเตรียมที่ดินเพื่อวางท่อส่งน้ำและจัดตั้งสถานีสูบจ่ายน้ำย่อย วงเงิน 10,781 ล้านบาท กับงานก่อสร้าง 5 รายการหลัก คือสร้างระบบน้ำดิบและผลิตน้ำ งานอุปกรณ์เครื่องจักรกลและระบบงานไฟฟ้า งานวางระบบและท่อส่งน้ำงานก่อสร้างสถานีสูบส่งน้ำบางบ่อและมาบตาพุด รวมวงเงิน 39,091 ล้านบาท

ชงเรื่องหารือพันธมิตร มี.ค.นี้

ประธานบอร์ด กปน.กล่าวอีกว่า การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์น้ำประปาครั้งนี้มีมูลค่าสูง แต่จะมีความคุ้มค่าเพราะสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำได้ 50-100 ปีข้างหน้า และป้อนน้ำประปาให้กับพื้นที่บริการได้เพิ่มขึ้น โดยขายน้ำให้กับการประปาส่วนภูมิภาคหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในราคาพิเศษ เพื่อส่งต่อให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด

นอกจากนี้ กปน.ยังออกแบบโครงการรองรับผู้ใช้น้ำในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเขตภาคตะวันออกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เพราะทุกปีจะมีปัญหาแย่งน้ำใช้ระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับภาคเกษตรในช่วงภัยแล้ง โดยจะมีการก่อสร้างสถานีสูบส่งน้ำที่มาบตาพุดบรรจุไว้ในแผนด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ แนวทางการผลักดันจึงต้องมีการนำเสนอทางกระทรวงมหาดไทยให้เห็นความสำคัญและยกระดับเป็นโครงการกิจการประปาระดับชาติ พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน สถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การประปาส่วนภูมิภาค หน่วยงานท้องถิ่น ฯลฯ ที่อาจจะต้องลงทุนร่วมกัน คาดว่าจะนำเสนอเพื่อหารือภายในเดือนมีนาคมนี้ จากเดิมที่รอเข้าร่วมลงทุนในโครงการน้ำตามแผนลงทุน 3.5 แสนล้านบาท แต่โครงการเกิดการชะลอไม่มีกำหนด กปน.จึงตัดสินใจเดินหน้าลงทุนด้วยตัวเอง

“กปน.เป็นองค์กรที่ผลิตและใช้น้ำประปามากที่สุด เราป้อนผู้ใช้น้ำวันละ 10 ล้านราย เราจึงมีศักยภาพและเป็นผู้ริเริ่มโครงการขึ้นมา จากการหารือกับหน่วยงาน และระดับนโยบายส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะกิจการประปาของประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้มีหน่วยงานบริหารเรื่องน้ำดิบ เพื่อป้อนให้กับกิจการประปาโดยเฉพาะ โดยแยกออกมาจากการบริหารน้ำดิบที่ป้อนให้กับภาคเกษตรอยู่ทุกวันนี้ เพราะมีปัญหาก็ไม่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำดิบได้”นายสมัยกล่าว

นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการ การประปานครหลวง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า การแก้ปัญหาระบบน้ำประปาในระยะยาว จะต้องมองเป็นวาระแห่งชาติ ต้องมองเป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งเราต้องประสบ้ำท่วมกับภัยแล้งอยู่ทุกปี

ในส่วนของ กปน. การแก้ปัญหาระยะสั้นเตรียมวางแผนเพื่อนำน้ำต้นทุนจากฝั่งตะวันตก (ลุ่มน้ำแม่กลอง) มาช่วยฝั่งตะวันออก (ลุ่มเจ้าพระยา) เพราะมีปริมาณน้ำเหลือปีละกว่า 1,000 ล้าน ลบ.ม. ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวคงต้องมาดูว่าน้ำท่วมจะแก้ปัญหาอย่างไร กับภัยแล้งจะแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปาอย่างไร โดยการลงทุนจะต้องทำให้คุ้มไปอีกเป็น 50 ปีจนถึง 100 ปีข้างหน้า

ที่มาข้อมูล
ประชาชาติธุรกิจ
27 กพ. – 2 มี.ค. 57

 

สร้างโรงผลิตน้ำที่จ.ชัยนาท

– เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มถาวร + ภัยแล้ง + รองรับการใช้น้ำได้ 50-100 ปี
– น้ำทะเลหนุนสูงกระทบการผลิตน้ำต่อ กรุงเทพฯ+สมุทรปราการ+นนทบุรี
– ปีนี้ปัญหาน้ำเค็มมาเร็วขึ้น และระดับความเค็มสูงขึ้น 7-8 เท่าตัว
– แผนคือ การสร้างโรงผลิตน้ำที่ จ.ชัยนาท กำลังผลิตวันละ 2 ล้านลบ.ม. แล้วเสร็จภายใน 15 ปี ต้องเวนคืน ที่จากชัยนาทถึงกรุงเทพฯ 2.5 หมื่นไร่ เพื่อวางท่อส่งน้ำและสถานีสูบจ่ายน้ำ

Infographic : Prachachat (27 Feb – 2 March 2014)

 

โรงผลิตน้ำในปัจจุบัน

I142 - rawwater_map_th - 457

Image : แผนที่แหล่งน้ำและโรงผลิตน้ำ, MWA

โรงผลิตน้ำธนบุรี – ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผ่านคลองประปาตะวันออกจนถึงหน้าโรงสูบน้ำดิบบางซื่อ ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร แล้วสูบส่งผ่านท่อน้ำดิบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 900 มิลลิเมตร เข้าสู่โรงงานผลิตน้ำ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ผลิตน้ำได้วันละประมาณ 170,000 ลูกบาศก์เมตร

โรงผลิตน้ำบางเขน – ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผ่านคลองประปาตะวันออกจนถึงโรงงานผลิตน้ำ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ผลิตน้ำได้วันละประมาณ 3,600,000 ลูกบาศก์เมตร

โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ – ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำแม่กลอง บริเวณเหนือเขื่อนแม่กลอง ส่งผ่านคลองประปาตะวันตกระยะ 2 และ ระยะ 1 จนถึงโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร ผลิตน้ำได้วันละประมาณ 800,000 ลูกบาศก์เมตร

โรงผลิตน้ำสามเสน – ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผ่านคลองประปาตะวันออกจนถึงโรงงานผลิตน้ำ ระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร ผลิตน้ำได้วันละประมาณ 700,000 ลูกบาศก์เมตร

Info : MWA

I142-Thonburi

Image : โรงผลิตน้ำธนบุรี, MWA

I142-bangkane

Image : โรงผลิตน้ำบางเขน, MWA

I142-mahasawas

Image : โรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์, MWA

I142-samsane

Image : โรงผลิตน้ำสามเสน, MWA