SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • ในปัจจุบัน โลกของเรามีประชากรเพิ่มมากขึ้น สภาพอากาศก็ร้อนจนต้องหันมาพึ่งเครื่องปรับอากาศ แถมเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ล้วนแต่ต้องการพลังงานไฟฟ้าอีก ทำให้ความต้องการไฟฟ้าโดยรวมของโลกเรามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน 
  • ในอนาคตทางภาครัฐ ได้คาดการณ์ความต้องการพลังงาน และวางแผนการผลิตไฟฟ้า โดยให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด และหนึ่งในนั้น เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าผ่านโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” บ้านอยู่อาศัยที่ติดระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา สามารถเข้าร่วมโครงการและทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐเป็นเวลา 10 ปี
  • ซึ่งนอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว ยังมีผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่อย่างเสนา ที่ได้เล็งเห็นที่ความสำคัญของพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์เซลล์เช่นเดียวกัน และได้ติดให้กับบ้านในโครงการไปแล้วกว่า 400 หลัง 1,000 กิโลวัตต์ และพร้อมยื่นขอสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย ส่วนรายละเอียดโครงการ และความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านต่อได้เลยค่ะ
 

แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าใน 20 ปีข้างหน้า

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในอนาคต หรือ PDP2018 พบว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะผลิตพลังงานไฟฟ้า จากโรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มากที่สุดถึง 20,766 เมกะวัตต์ จากทั้งหมด 56,431 เมกะวัตต์ คิดเป็น 37% จากกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด โดยพลังงานหมุนเวียนจะมาจาก 7 แหล่งผลิตด้วยกัน ได้แก่ พลังงานชีวมวล พลังงานก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานลม และพลังงานขยะอุตสาหกรรม 
  • โดยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ทางภาครัฐผลักดันให้มีการผลิตมากที่สุด เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ล่าสุดในช่วงต้นปีได้เปิดตัวโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตจาก Solar Rooftop ให้กับรัฐ
 

SENA ผู้นำด้านหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบรายแรกของไทย

พร้อมยื่นขอสิทธิ์ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน”

  SENA โซลาร์ภาคประชาชน ทางเสนา ได้เริ่มนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม Solar Rooftop ให้กับบ้านทุกหลังในโครงการ ตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นมา และล่าสุดได้นำโครงการแนวราบที่อยู่ในระหว่างการขาย เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อให้ลูกบ้านได้รับสิทธิประโยชน์ ทั้งประหยัดไฟ จากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเอง และได้รับรายได้ จากการขายส่วนที่เหลือใช้ให้กับรัฐ โดยทางเสนาได้ติดตั้งทั้งในส่วนของตัวบ้าน และส่วนกลาง มีรายละเอียด ดังนี้
  • 1. ติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้าน (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

  • เบื้องต้น ทางเสนาจะติดตั้งแผงโซลาร์ให้กับบ้านทุกหลัง มีขนาดเริ่มต้นที่ 2 kWp ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟในเวลากลางวัน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น ระบบเตือนภัย รวมถึงกล้องวงจรปิด สามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านที่ไม่ได้ติดตั้งระบบ นอกจากนี้ ไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้หรือไม่ได้ใช้เนื่องจากไม่ได้อยู่บ้านในเวลากลางวัน ยังสามารถขายให้กับการไฟฟ้า เพื่อให้พลังงานที่ผลิตมาไม่สูญเปล่า และยังได้เงินคืนกลับมาอีกด้วย
  • 2. ติดตั้งในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง (บางโครงการ)

  • ช่วยทำให้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟส่วนกลางที่ลดลงประมาณ 30 – 40% ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละโครงการ รวมถึงในอนาคต จะช่วยทำให้ค่าส่วนกลางมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นน้อยกว่าปกติ
 

ช่วยลดโลกร้อน ลดคาร์บอนในอากาศ ด้วย Solar House

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าไฟในแต่ละเดือนแล้ว การติดตั้ง Solar Rooftop ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ด้วย โดยปกติการผลิตไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง จะปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 0.6 กก. แต่ถ้าหากเราใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าแทน เบื้องต้นอาจจะติดตั้งกำลังผลิตแค่ 2 kWp ก็สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างต่ำ 2 ตัน / ปี หรือเท่ากับปลูกต้นไม้ใหญ่ 16 ต้น ในระยะเวลา 10 ปีเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเรายิ่งเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้ในตัวบ้าน หรือขายให้กับการไฟฟ้า ก็จะยิ่งทำให้เราสามารถช่วยโลกได้มากยิ่งขึ้น
 

Solar House ผลิตไฟใช้เอง เหลือขายรัฐ รายได้เพิ่ม

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • Solar House เป็นบ้านที่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ไว้บริเวณบ้าน ซึ่งแต่ละหลังจะสามารถติดตั้งแผงได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่หลังคา เมื่อแผงโซลาร์เซลล์ได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ แล้วจะเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งจะผ่านเครื่อง Inverter ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ ก่อนกระจายไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน
  • โดยเฉลี่ยแล้วในช่วงเวลากลางวัน จะสามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 5 ชม. เวลา 10.00 – 15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลิตไฟได้ดีที่สุด แต่ถ้าหากช่วงไหนมีเมฆมาก ฝนตก หรือความเข้มของแสงอาทิตย์ไม่พอ ระบบจะสลับมาใช้ไฟฟ้าแบบปกติโดยอัตโนมัติ
  • ในกรณีที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เมื่อแผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าที่ใช้ในขณะนั้น ส่วนที่เหลือจะถูกส่งออกผ่านมิเตอร์ไปขายให้กับการไฟฟ้า โดยทางภาครัฐจะรับซื้อในราคา 1.68 บ. / หน่วย 
 

ใครๆ ก็เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • ผู้ที่จะสมัครได้นั้น ต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) ซึ่งถ้าหากเป็นคนทั่วไป จะต้องกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของ กฟน. และ กฟภ. และจะมีการจำกัดกำลังผลิตไม่ให้เกิน 15% ของขนาดหม้อแปลง ดังนั้นหากใครสนใจ ต้องรีบสมัครก่อนที่จะเต็มเกณฑ์ และโดยปกติแล้ว บ้านทั่วไปจะใช้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส ทำให้สามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้สูงสุดเพียง 5 kWp เท่านั้น
  • แต่ถ้าหากเป็นลูกบ้านของเสนา จะสามารถติดตั้งได้สูงสุด 8 kWp ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่หลังคาของบ้านแต่ละหลัง และแต่ละโครงการด้วย ส่วนในเรื่องของการดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์ หรือเรื่องเกี่ยวกับการสมัครโครงการโซลาร์ประชาชนนั้น ทางลูกบ้านจะไม่ต้องวุ่นวายอะไรเลย เพราะทางเสนาได้ติดตั้งระบบ พร้อมยื่นเรื่องขอเข้าโครงการฯ ให้เรียบร้อยแล้ว
 

Solar Scale Up – เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า ให้ตรงความต้องการใช้ไฟ

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • นอกจากนี้ หากลูกบ้านหลังใด ต้องการใช้ไฟในช่วงเวลากลางวันมากเกินกว่ากำลังผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์ที่มาพร้อมกับตัวบ้าน (2 kWp) ยังสามารถเพิ่มจำนวนแผงโซลาร์เซลล์เพื่อทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ได้เพิ่มมากขึ้น ตามพฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลองคำนวณความต้องการใช้ไฟและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 
  • ทั้งนี้สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้สูงสุด 8 kWp แต่ต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่หลังคาของบ้านแต่ละหลัง แต่ละโครงการด้วย โดยการตัดสินใจ Solar Scale Up ตั้งแต่ซื้อบ้าน จะมีข้อดี คือ เราสามารถทำเรื่องกู้พร้อมกับราคาบ้านได้เลย ทำให้ได้ดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล 
 

พฤติกรรมผู้ใช้งานที่ต่างกัน

ทางเสนาได้แบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน ตามพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟได้ (เฉลี่ย 5 ชม. / วัน) เพื่อคำนวณหาความคุ้มค่าในการใช้งาน โดยแบ่งผู้อยู่อาศัยเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มที่ในบ้านประกอบด้วยคน 3GENS ได้แก่ ผู้สูงอายุ พ่อ แม่ และเด็ก
  • พฤติกรรมในการใช้ไฟเวลากลางวันของคนกลุ่มนี้ ในวันธรรมดาจะเกิดจากการใช้ไฟของผู้สูงอายุเป็นหลัก ส่วนใหญ่จะดูทีวี อ่านหนังสือ นอนพักผ่อน ซึ่งจะเป็นปริมาณไฟที่ไม่มากนัก
  • ส่วนในวันหยุด จะอยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ทำให้ปริมาณใช้ไฟสูงกว่าวันธรรมดา
2. กลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance)
  • พฤติกรรมในการใช้ไฟเวลากลางวันของคนกลุ่มนี้ ในกรณีที่ส่วนใหญ่วันธรรมดาทำงานอยู่บ้าน จะทำให้มีปริมาณใช้ไฟที่สูง เช่น ทำงานบนคอมพิวเตอร์ ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
  • ส่วนในวันหยุด จะออกไปเที่ยว เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น ทานข้าวกลางวัน เดินห้างเพื่อซื้อของ ทำให้ใช้ไฟน้อยกว่าที่ผลิตได้
3. กลุ่มคนที่ทำงานนอกบ้าน
  • พฤติกรรมในการใช้ไฟเวลากลางวันของคนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้อยู่บ้านในช่วงเวลากลางวันของวันธรรมดา หรืออาจจะใช้ไฟในช่วงเช้าก่อนออกไปทำงานเป็นเวลาสั้นๆ
  • ส่วนในวันหยุด มักจะพักผ่อน นอนเล่นอยู่ที่บ้านกับครอบครัว ทำให้มีการใช้ไฟมากกว่าวันปกติ
 

ผลตอบแทน เมื่อเข้าร่วมโครงการโซลาร์ประชาชน

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • ในแง่ของการใช้งานจริง เมื่อคำนวณจากขนาดกำลังผลิตเริ่มต้น 2 kWp ในระยะเวลา 10 ปี ที่ได้ทำสัญญากับทางการไฟฟ้า พบว่าจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอยู่ที่ประมาณ 19,000 ชม. โดยกลุ่มคนที่สามารถใช้พลังงานที่ผลิตได้อย่างคุ้มค่าที่สุด คือ กลุ่มที่มีพฤติกรรมอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ และใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันมาก ซึ่งในที่นี้จะเป็นกลุ่มที่ประกอบอาชีพอิสระ ทำให้ตลอด 10 ปีที่ใช้ไฟ ไม่ต้องเสียเงินในช่วงเวลาดังกล่าว ที่มีอัตราค่าไฟอยู่ที่ 4 บ. / หน่วย และเพิ่มขึ้น 2% ในทุกๆ ปี เมื่อคิดเป็นตัวเงิน สามารถประหยัดไปได้ถึง 122,000 บ. นอกจากนี้ การที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ทำให้สามารถขายไฟส่วนที่เหลือใช้ได้อีก โดยรวมแล้วได้เงินคืนมา 138,000 บ. จากการอยู่บ้านที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
และหากถ้าพูดในมุมของกลุ่มที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน อย่างกลุ่มคนทำงานประจำ พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยคุ้มค่าในแง่ของการประหยัดค่าไฟ แต่ยังคงมีรายได้ที่มาจากการทำสัญญาซื้อขายไฟตลอดระยะเวลาทำสัญญา โดยสามารถขายไฟในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้าน ในอัตรา 1.68 บ. / หน่วย รวมได้เงินกลับมาจากการติดตั้งระบบ อยู่ที่ 103,000 บ.
ซึ่งจากตารางข้างต้น อาจสามารถสรุปได้ว่า กลุ่มคนที่ได้รับความคุ้มค่าในการใช้ไฟตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มคนทำงานอิสระ รองลงมาเป็นบ้านที่อยู่ด้วยกัน 3GENS และสุดท้ายเป็นกลุ่มคนที่ทำงานนอกบ้าน
 

ผลตอบแทน เมื่อคิดตลอดช่วงอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์

โดยปกติแล้ว แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ปี ซึ่งหลังจากหมดระยะที่ทำสัญญาขายไฟฟ้าไปแล้ว จะมีการซื้อขายไฟฟ้าต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของทางรัฐบาลในช่วงเวลานั้นๆ แต่ตัวบ้านที่ติดตั้งยังคงสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวันได้ปกติ จนกว่าแผงจะหมดอายุการใช้งาน
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก Solar Rooftop กับพฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงเวลาดังกล่าว จะสรุปได้ว่า กลุ่มคนที่ใช้พลังงานที่ผลิตได้คุ้มค่า คือ กลุ่มที่ทำงานอยู่บ้าน และกลุ่มที่อยู่อาศัย 3GENS ส่วนกลุ่มที่สามารถขายไฟฟ้าคืนให้กับทางภาครัฐได้มากที่สุด คือ กลุ่มคนทำงานนอกบ้าน ทั้งนี้ความคุ้มทุนที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมในการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันเป็นหลัก เพราะค่าไฟที่จ่ายให้รัฐ ต่อหน่วย (ประมาณ 4 บ. ขึ้นไป) สูงกว่าที่รัฐซื้อจากประชาชน (1.68 บ.)
 

ซื้อบ้านกับเสนา พร้อมรอรับเงินจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชน

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • โครงการที่มาพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนในปัจจุบัน เป็นโครงการแนวราบ ทั้งหมด 6 โครงการด้วยกัน ซึ่งทางเสนาคาดว่าจะมีกำลังผลิตเบื้องต้นรวม 394.40 กิโลวัตต์เลยทีเดียว สามารถแบ่งประเภทโครงการเป็น 2 ประเภท คือ
  • 1. บ้านเดี่ยว 4 โครงการ (2 kWp)
  •   – เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา
  •   – เสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา – วงแหวน
  •   – เสนาวิลล์ บรมราชชนนี – สาย5 (ศาลายา)
  •   – เสนาแกรนด์โฮม รังสิต – ติวานนท์
  • 2. อาคารพาณิชย์ 2 โครงการ (3.5 kWp)
  •   – เสนาช้อปเฮ้าส์ พหลโยธิน – คูคต
  •   – เสนาช้อปเฮ้าส์ บางแค – เทอดไท
 

Sena 360 Service แอปเดียวจบทุกเรื่องภายในบ้าน

SENA โซลาร์ภาคประชาชน
  • นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อบ้านจากเสนา ยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SENA 360 Service ที่ได้รับรางวัลและประกาศนียบัตร ความสามารถทางนวัตกรรมและองค์กรนวัตกรรมยอดเยี่ยม สาขา บริการ (Innovative Organization: Service) เพื่อติดต่อกับเสนาทางช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งการันตีได้ถึงความใส่ใจในบริการหลังการขาย
  • ภายในแอป สามารถดูค่าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้แบบ Realtime พร้อมปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถลดได้ จากการใช้พลังงานสะอาด ผ่านเมนูชื่อ Solar Service รวมถึงมีบริการอื่นๆ อีกมากมายที่ทางเสนาได้รวมไว้ ตั้งแต่ติดต่อกับนิติบุคคล จ่ายค่าส่วนกลาง แจ้งซ่อม จนไปถึงมีบริการรับฝากขาย เช่าอีกด้วย ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านสุดๆ
 

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถผลิตพลังงานใช้เองภายในบ้านได้ ?

พบกับโครงการแนวราบจาก SENA Development

ผู้นำด้านการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในโครงการ

คลิก Link ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนใคร

www.sena.co.th