ทองหล่อ-เอกมัย ศูนย์รวมโรงเรียนนานาชาติ

เมื่อการศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต พ่อแม่และผู้ปกครองทุกคนจึงอยากสนับสนุนในลูกหลานของตนอยู่ในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ทั้งหลักสูตร การเรียนการสอนและสภาพแวดล้อมที่ดี โรงเรียนนานาชาติจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งในการส่งเสริมการตัดสินใจตรงนี้

ย่านทองหล่อ – เอกมัย ที่นอกจากจะเป็นย่านศูนย์รวม Lifestyle ของเหล่าคนรุ่นใหม่ทั้งแหล่ง Hangout อย่างร้านค้า, ร้านอาหาร และ Community Mall ชื่อดังหลายแห่งแล้ว ยังเป็นหนึ่งในย่านที่เป็นศูนย์รวมของโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงหลายแห่งอีกด้วย

ซึ่งด้วยปัจจัยเหล่านี้เองแสดงให้เห็นว่าเป็นย่านที่คนรุ่นใหม่ คนต่างชาติและผู้มีฐานะทางการเงินนิยมมาอยู่อาศัยกันมากในกรุงเทพฯ

โดยทาง REALIST จะพาไปชมกันว่าโรงเรียนนานาชาติชื่อดังในทองหล่อ-เอกมัย มีที่ไหนกันบ้าง รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ อย่างค่าเทอมและระบบหลักสูตรในแต่ละโรงเรียนเป็นแบบไหนกัน

 

ทำความรู้จักโรงเรียนนานาชาติ

Bangkok International Prep School (รูป : Bkkprep)

โรงเรียนนานาชาติมีความแตกต่างกับโรงเรียนไทยคือการแบ่งระดับชั้นปีที่ไม่เหมือนกัน เช่น โรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษจะต่างกับโรงเรียนไทยเพราะชั้นปีเรียนต่างกันตรงช่วงอนุบาลกับช่วงมัธยมปลาย อนุบาลนั้นระบบ Inter อังกฤษไม่มีเรียนชั้นอนุบาล 3 เหมือนกับโรงเรียนไทย แต่จะไปเพิ่มชั้นเรียน Year 13

Harrow International School (รูป : AsiaLIFE)

ส่วนเรื่องอื่นๆ จะเป็นเรื่องหลักสูตร, ภาษาที่ใช้สื่อสารในการสอน, บุคคลากร, สิ่งอำนวยความสะดวกและแนวทางการสอนที่แตกต่างไป โดยพยายามยกระดับให้สูงขึ้นกว่าโรงเรียนทั่วไป ซึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัดคือค่าเทอมที่ค่อนข้างสูงกว่าโรงเรียนทั่วไปหลายเท่าตัว

ที่มา : educatepark.com

 

ระบบหลักสูตร ร.ร. นานาชาติ

การกำหนดประเภทโรงเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นโรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ โดยสามารถจำแนกหลักสูตรได้เป็น 4 หมวดหลักดังนี้

1. หลักสูตรอเมริกัน

The American School Of Bangkok (รูป : asb.ac.th)

จุดเด่นและหลักสูตรโดยทั่วไป

“เน้นการสร้างความรู้ โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ คำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเรียกระดับชั้นเป็น Grade”

– อิงตามกระทรวงศึกษาธิการของอเมริกันและแคนาดา
– จัดหลักสูตรหลากหลายมีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้างในแต่ละโรงเรียน

– นักเรียนเริ่มเข้าชั้นเรียนเมื่ออายุราว 5 – 6 ปี โดยในระยะแรกจะเน้นการเรียนรู้ด้วยการทำกิจกรรมผ่านการเล่น (Play – Based Activities) เช่น การเล่นทราย การเล่นนอกชั้นเรียน การทำกิจกรรมศิลปะ การฟังนิทาน และค่อยเรียนหนังสืออย่างเป็นทางการหรือเรียนเนื้อหาที่เป็นวิชาการเมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น

 

2. หลักสูตรสหราชอาณาจักร อังกฤษ และเวลส์

Harrow International School (รูป : Uteeni.com)

จุดเด่นและหลักสูตรโดยทั่วไป

“เน้นการใช้ภาษาที่ถูกต้อง และเน้นการเรียนมากกว่ากิจกรรม โดยเรียกระดับชั้นเป็น Year”

– อิงตามกระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษ
– เน้นการเรียนวิชาการตั้งแต่ระดับอนุบาล แต่ก็ใช้การเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วย โดยเน้นให้มีหนังสืออยู่รอบตัวเด็ก เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านต่อไปในอนาคต
– ในระดับประถมและมัธยมจะเน้นวิชาการอ่าน การเขียน ภาษาอังกฤษ และไอซีทีมากกว่าหลักสูตรแบบอเมริกัน
– เนื้อหาวิชาครอบคลุมตั้งแต่วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ไอซีที ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศิลปะ การออกแบบ ดนตรี พละศึกษา ไปจนถึงวิชาพลเมือง เพศศึกษา ภาษาต่างประเทศ และการเรียนรู้อาชีพต่างๆ เมื่อขึ้นชั้นมัธยมด้วย

 

3. หลักสูตร International Baccalaureate หรือ IB

Ruamrudee International School (รูป : iURBAN)

จุดเด่นและหลักสูตรโดยทั่วไป

“เน้นกระบวนการที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามช่วงพัฒนาการของเด็ก โดยจะเรียนรายวิชาทั้งสิ้น 6 วิชา (รวมทั้งภาษาต่างประเทศหนึ่งภาษา เช่น ภาษาไทย) และยังมีการทำกิจกรรมสร้างสรรค์บริการและช่วยเหลือสังคม (CAS : Creative Action and Services) อีกด้วย ระบบนี้จะเน้นที่ความเป็นนานาชาติและสากล”
– International Baccalaureate หรือ IB คือหลักสูตรการศึกษาสามระดับที่ได้รับการจัดตั้งโดย International Baccalaureate Organization (IBO)
– นำระบบการศึกษาหลากหลายหลักสูตรจากทั่วโลกมาผสมผสานกัน
– เน้นความเป็นสากล ทำให้ระบบนี้ได้รับการยอมรับในการรับเข้าศึกษาต่อจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก

4. หลักสูตรนานาชาติประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ

Anglo Singapore International School (รูป : theasianparent.com)

จุดเด่นและหลักสูตรโดยทั่วไป
– อิงตามหลักสูตรประเทศนั้นๆ
– เลือกเรียนภาษาตามประเทศนั้นๆ โดยอาจมีภาษาชาติอื่นๆ เป็นตัวเลือกเสริมด้วย อย่างเช่น โรงเรียนหลักสูตรสิงคโปร์จะเรียนทั้งภาษาอังกฤษ ไทย และจีน
– มีจุดเด่นที่ทั้งคล้ายคลึงและแตกต่างกันไปของแต่ละชาติ เช่น ระบบของสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน หรือออสเตรีย โดยมากจะให้นักเรียนที่ต่างอายุกันเข้าเรียนในชั้นเดียวกัน มีจุดประสงค์ให้นักเรียนที่อายุต่างกันได้ฝึกการปรับตัว หรืออย่างระบบของสิงคโปร์โดยมากเน้นทางด้านวิชาการมากกว่าโรงเรียนนานาชาติในระบบตะวันตก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน

ที่มา : theasianparent.com, www.isat.or.th, rakluke.com

 

ทองหล่อ-เอกมัย ศูนย์รวมโรงเรียนนานาชาติ

หากนึกถึงย่านที่เป็นแหล่งโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงของประเทศอยู่หลายแห่งแล้ว คงต้องนึกถึงย่านทองหล่อ – เอกมัย ซึ่งที่เราได้ยกมานำเสนอ มีกว่า 10 แห่งที่เป็นโรงเรียนชื่อดัง

ซึ่งมีค่าเทอมต่อปี (ราคารวมกัน 2 เทอม) กว่า 100,000 บาท ขึ้นไปแทบทุกโรงเรียน 

และส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงเรียนที่ใช้ระบบหลักสูตรอเมริกัน รองมาคืออังกฤษและ IB ตามลำดับ

โดยโรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเทอมรายปีสูงสุดคือ THE AMERICAN SCHOOL OF BANGKOK ที่ 321,000 – 641,000 บาทต่อปี และโรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเทอมรายปีน้อยสุดคือ EKAMAI INTERNATIONAL SCHOOL ที่ 140,000 – 154,000 บาทต่อปี 

ซึ่งด้วยค่าเทอมที่สูงของโรงเรียนเหล่านี้ที่มีอยู่หลายแห่งในย่านทองหล่อ – เอกมัย แสดงให้เห็นฐานะทางการเงินของผู้อยู่อาศัยในย่านแห่งนี้ ที่มักเป็นครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์สูง รวมถึงมีคนต่างชาติค่อนข้างมาก

 

ST. ANDREWS INTERNATIONAL SCHOOL BANGKOK

รูป : Nord Anglia Education

BANGKOK INTERNATIONAL PREPARATORY & SECONDARY SCHOOL

รูป : Arch Daily

KIDS KINGDOM INTERNATIONAL KINDERGARTEN

รูป : Kidskingdom.ac.th

EKAMAI INTERNATIONAL SCHOOL

รูป : Uteeni

อนุบาลสี่พี่น้อง

รูป : Kiddy Master

WELLS INTERNATIONAL SCHOOL

รูป : Wells.ac.th

 

แหล่งรวม COMMUNITY MALL ชื่อดัง และ โรงพยาบาลชั้นนำระดับ Inter

ย่านทองหล่อ – เอกมัย นอกจากจะเป็นย่านที่มีโรงเรียนนานาชาติอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว

ยังเป็นย่านศูนย์รวม Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบ Hangout ทั้งห้าง, ร้านอาหาร, ร้านค้า และ Community Mall ชื่อดัง เช่น THE COMMONS, J AVENUE, PARK LANE, FIFTY FIFTH THONGLOR และ EKKAMAI SHOPPING MALL (เวิ้งโบราณ) เป็นต้น

รวมถึงโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดับ International อยู่หลายแห่ง เช่น รพ.สมิติเวช, รพ.คามิลเลี่ยน และ รพ.สุขุมวิท เป็นต้น

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้เอง ทำให้ย่านทองหล่อ – เอกมัยนี้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยระดับ Hi – End ของกรุงเทพฯ เพราะด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ International ในพื้นที่ที่ครบครัน การเดินทางที่สะดวกสบายทั้งจาก BTS และ ถนนสุขุมวิท ที่เชื่อมเข้าใจกลางแหล่งงานกรุงเทพฯ CBD ได้โดยตรง

นอกจากนี้ยังมีโครงการในอนาคตอย่าง Monorail สายสีเทาที่มาเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อสู่ย่านสำคัญอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

Maze Thonglor

รูป : Pinterest

The Taste Thonglor

รูป : Pinterest

J Avenue Thonglor

รูป : SF Project

ร.พ.สมิติเวช

รูป : Destinationbeauty

The Commons

รูป : Archdaily

72 Courtyard

รูป : Baanlaesuan

 

โครงการในอนาคต

พื้นที่ทองหล่ออยู่ในตำเเหน่งที่มีศักยภาพ เพราะอยู่ใกล้กับเเหล่งออฟฟิศ หลายย่านที่สำคัญในกรุงเทพฯ อย่าง อโศก ชิดลม หรือ สยาม ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าเมืองได้สะดวกโดยตรงและระยะทางในการเดินทางไม่ไกลมากนัก นอกจากนี้โครงการในอนาคตข้างหน้าจะมี รฟฟ. สายสีเทาใน ซ.สุขุมวิท 55 ผ่านย่านทองหล่อไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเเดง ที่สามารถเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิได้เลย

รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, รถไฟฟ้าสายสีชมพู, รถไฟฟ้าสายสีม่วง, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รถไฟฟ้าสายสีเทา, สายสีเทา, ความคืบหน้ารถไฟฟ้า, ความคืบหน้า, รถไฟฟ้าเปิด, ข่าวรถไฟฟ้า, ข่าวรถไฟฟ้าสายสีเทา, MRT, MRTA, รฟม, ครม, PPP Fast Track, PPP Net Cost, รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, โมโนเรล, Monorail, รถไฟฟ้าเปิดเมื่อไหร่, รถไฟฟ้าเสร็จเมื่อไหร่, สถานีรถไฟฟ้าสายสีเทา, วัชรพล-ทองหล่อ, พระโขนง-พระราม 3, พระราม 3-ท่าพระ, สถานีวัชรพล ,สถานีนวลจันทร์, สถานีเกษตร-นวมินทร์, สถานีคลองลำเจียก, สถานีโยธินพัฒนา, สถานีลาดพร้าว 87, สถานีสังคมสงเคราะห์, สถานีฉลองรัช, สถานีศรีวรา, สถานีประชาอุทิศ, สถานีพระราม 9, สถานีเพชรบุรี-ทองหล่อ, สถานีแจ่มจันทร์, สถานีทองหล่อ 10, สถานีทองหล่อ, สถานีพระโขนง, สถานีบ้านกล้วยใต้, สถานีม.กรุงเทพฯ, สถานีเกษมราษฎร์, สถานีพระราม 4, สถานีคลองเตย, สถานีงามดูพลี, สถานีลุมพินี, สถานีสวนพลู, สถานีช่องนนทรี, สถานีนราธิวาสฯ, สถานีนางลิ้นจี่, สถานีรัชดา-นราธิวาส, สถานีคลองช่องนนทรี, สถานีพระราม 3, สถานีคลองภูมิ, สถานีคลองด่าน, สถานีสาธุประดิษฐ์, สถานีสะพานพระราม 9, สถานีเจริญราษฎร์, สถานีเจริญกรุง, สถานีมไหสวรรค์, สถานีตลาดพลู, Realist, Realist Blog

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รฟฟ. สายสีเทา)

 

PITI เอกมัย

FACT

Project Name : PITI EKKAMAI
Address : Sukhumvit Soi 63 (Soi Ekamai) Bangkok
Developer : SENA Hankyu 3
Project Type : High Rise Residential Condominium with 37 storeys
Legal Ownership : Freehold
Land Area : 4 – 2 – 75 Rai
No. of Unit : 879 residential units and 3 retail shops (COFFEE SHOP, CONVENIENT STORE, RESTAURANT)
Unit Type :
1 Bedroom 29 – 31 / 35 / 40 Sq.m.
2 Bedroom 50 / 57 – 58 / 60 – 64 Sq.m.

Facilities THIRD PLACE / CO-WORKING SPACE / INFINITED EDGE POOL 50 Meters / HEATED JACUZZI / SUNSET DECK / AMPHITHEATRE / TREE HOUSE / LOBBY / SKY FITNESS / SKY LOUNGE / GOFT SIMULATOR / BIKE SIMULATOR / LIBRARY / SPA ROOM / YOGA ROOM / BOXING ROOM / IKIGAI ROOM
Parking Space : 612 lots (70%) with mechanical parking 403 lots
Expected Completion : Q1 / Year 2021
Common Fee : 59 THB / Sq.m. / month (Payable 1 year in advance)
Sinking Fund : Sinking Fund 700 THB / Sq.m. (Payable 1 time on the transfer date)
Price : Start 4.45 MB

 

SENA 360 SERVICE

SENA 360 เทคโนโลยีสั่งการบริการผ่านแอพที่ทาง SENA สร้างขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดรูปแบบการบริการได้จากหัวข้อข้างล่าง

 

Elite Services : “Living elegantly and comfort stay”

Midnight Reception and Butler Service

– Service 7.00 – 24.00 HR.

– Order flower

– House keeping arrangement (เชื่อม Fixzy)

– Food & Beverage delivery

– Parcel delivery

– Calling taxi

– บริการรับฝากบ้าน

– บริการขึ้นไปกับช่าง

– Providing basic information

Bellman

– Greeting

– Open the door

– Help lift

– Baggage support

Laundry Service Shop

– Washing

– Ironing

– Delivering

(มีหน้าร้าน และพื้นที่ในการรับซักรีด และจัดเก็บเสื้อผ้า)

Parking Guidance System

– Showing the parking slots available

– Showing the total parking lots available

Access Control System

– Access main entrance & all facilities with key card, fingerprint, and passcode

 

 

ลงทะเบียนและติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ PITI EKKAMAI