• % Sold of AP Projects Launched in 2013

    % Sold of AP Projects Launched in 2013
    Infographic 136 - AP Sold of projects launched in 2013 - 1200 60
    บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ที่เปิดตัวในปี 2013
    บ้านเดี่ยว1. Soul เอกมัย-ลาดพร้าว ขายได้ 32% (จาก 92 ยูนิต)
    2. The City งามวงศ์วาน ขายได้ 19% (จาก 54 ยูนิต)
    3. The Centro รามอินทรา 109 ขายได้ 1% (จาก 162 ยูนิต)
    4. Soul ลาดพร้าว-เสนา ขายได้ 24% (จาก 26 ยูนิต)

    คอนโดมิเนียม

    1. Galerie rue de 39 ขายได้ 0% (จาก 88 ยูนิต)
    2. Aspire อุดรธานี ขายได้ 52% (จาก 413 ยูนิต)
    3. Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 ขายได้ 22% (จาก 1,428 ยูนิต)
    4. Rhythm สุขุมวิท 42 ขายได้ 45% (จาก 407 ยูนิต)
    5. Aspire สาทร-ตากสิน เฟส 2 ขายได้ 33% (จาก 364 ยูนิต)
    6. Rhythm อโศก ขายได้ 55% (จาก 385 ยูนิต)
    7. Coo พิษณุโลก ขายได้ 64% (จาก 448 ยูนิต)
    8. Coo พัทยา ขายได้ 7% (จาก 476 ยูนิต )

    Infographic : APthai.com
    (Sales Booking and Backlog as of Dec 31, 2013 & 2014 Target)

    ทาวน์เฮ้าส์1. บ้านกลางเมือง พระราม 9 ขายได้ 25% (จาก 214 ยูนิต)
    2. บ้านกลางเมือง โชคชัย 4 ขายได้ 29% (จาก 131 ยูนิต)
    3. Pleno วงแหวน – รามอินทรา ขายได้ 10% (จาก 232 ยูนิต)
    4. Pleno รัตนาธิเบศร์-ชัยพฤกษ์ ขายได้ 4% (จาก 429 ยูนิต)
    5. บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 71 ขายได้ 12% (จาก 49 ยูนิต)
    6. บ้านกลางเมือง รัตนาธิเบศร์ ขายได้ 12% (จาก 242 ยูนิต)
    7. บ้านกลางเมือง งามวงศ์วาน ขายได้ 12% (จาก 222 ยูนิต)
    8. Pleno พหลโยธิน-สายไหม ขายได้ 4% (จาก 357 ยูนิต)
    9. บ้านกลางเมือง เกษตร-นวมินทร์ 3 ขายได้ 3% (จาก 136 ยูนิต)
    10. บ้านกลางเมือง พระราม 2 – พุทธบูชา ขายได้ 9% (จาก 99 ยูนิต)
    11. Pleno ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ ขายได้ 15% (จาก 229 ยูนิต)
    12. Pleno ปิ่นเกล้า-วงแหวน ขายได้ 5% (จาก 221 ยูนิต)

    Infographic : APthai.com
    (Sales Booking and Backlog as of Dec 31, 2013 & 2014 Target)

    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_1
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_2
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_3
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_5
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_6
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_7
    20140113-AP-salesBooking-31Dec13_Page_8 Images : Sales Booking and Backlog as of Dec 31, 2013 & 2014 Target)
  • Flagship store ‘Chic Republic’ @ พัทยา

    Flagship store ‘Chic Republic’ @ พัทยา Chic Republic และ Decco – ติดถ.สุขุมวิท เยื้อง Big C พัทยาใต้ – เปิดตัวไปแล้วในเดือน ธค. 2556 – ลงทุน กว่า 500 ลบ. พื้นที่รวมกว่า 10,000 ตร.ม. – มี room setting (ห้องจำลองการตกแต่ง) กว่า 30 แบบนอกจากนั้น Decco แบรนด์ของแต่งบ้านน้องใหม่ โดย โฮม โปรดักส์ เทรดดิ้งยังเปิดสาขาแรกที่พัทยาอีกด้วย (เปิดตัวไปเมื่อ พย. 2556) – ติดถ.สุขุมวิท เยื้องแมคโคร พัทยาใต้ – ที่ดิน 5 ไร่ พื้นที่ขาย 2,400 […]

  • ซิโน-ไทยฯ สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปป้อนรถไฟฟ้า + ทางด่วน

    ซิโน-ไทยฯ สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป

    Infographic 141 - Sino-Thai - 1200 20

    ดีเดย์ มิ.ย.นี้เดินกำลังผลิต

    – งบฯลงทุน 1,000 ลบ. บนที่ดินบางบัวทอง-ไทรน้อย 250 ไร่ เริ่มผลิตมิ.ย.นี้
    – เบื้องต้นผลิตชิ้นส่วนสำหรับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ + ทางด่วนสายใหม่ “ศรีรัช-วงแหวนตะวันตก” (ซับงานต่อจาก “ช.การช่าง” มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้าน )
    – เดิมมีโรงงานที่ บ้านบึง ชลบุรี แต่ตัดสินใจสร้างเพิ่ม เพราะงานก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ลดข้อเสียเปรียบเรื่องค่าขนส่ง (โรงงานเดิมจะปรับปรุงเป็นโรงผลิตชิ้นงานเหล็กและท่อแทน)

    Image : MRTA, BECL
    Info : Prachachat Online (24-26 Feb 2014)

     

    ทางด่วนสายใหม่ “ศรีรัช-วงแหวนตะวันตก”

    I141 - Srirat

    Image : ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนตะวันตก, BECL
    Info : Sirat-orr.com

    “ซิโน-ไทยฯ” ทุ่มทุนพันล้าน ผุดโรงงานชิ้นส่วนคอนกรีต

    ซิโน-ไทยฯ ทุ่ม 1 พันล้านซื้อที่ดิน 250 ไร่ ผุดโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีต ป้อนงานรถไฟฟ้าหลากสี กับทางด่วนสายใหม่ “ศรีรัช-วงแหวนตะวันตก” หลังซับงานต่อจาก “ช.การช่าง” มูลค่ากว่าเฉียด 1 หมื่นล้าน ดีเดย์ มิ.ย.นี้เดินกำลังผลิต

    นาย ภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2556 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการลงทุนของบริษัท โดยได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นลงทุนโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปแห่ง ใหม่ที่บางบัวทอง-ไทรน้อย พื้นที่ 250 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

     มีทั้งค่าที่ดิน เครื่องมือและเครื่องจักร คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องไลน์ผลิตในเดือนมิถุนายนนี้

    “แผนลงทุนนี้ เกิดขึ้นก่อนมีปัญหาทางการเมือง เราเตรียมความพร้อมมารองรับกับโครงการ 2 ล้านล้านบาท แต่ถึงแม้ไม่มีโครงการเกิดขึ้นในเร็ววันนี้บริษัทจะเดินหน้าต่อ โดยนำมาซัพพอร์ตงานก่อสร้างของบริษัทไปก่อน”

    นายภาคภูมิกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ซิโน-ไทยฯมีโรงงานชิ้นส่วนประกอบวัสดุที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี สร้างขึ้นมาตั้งแต่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ปัจจุบันงานก่อสร้างของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึง ต้องกลับมาดูว่าถ้าโรงงานยังอยู่ที่เดิมจะทำให้เสียเปรียบเรื่องค่าขนส่ง จึงตัดสินใจซื้อที่ดินสร้างโรงงานใหม่ที่บางบัวทอง-ไทรน้อย จ.นนทบุรี ประมาณ 250 ไร่ ภายในโครงการมีทั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีต และเป็นพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรมที่จะย้ายมาจากบางนา บนเนื้อที่ประมาณ 20-30 ไร่ นอกจากนี้จะมีพื้นที่สำหรับสต๊อกแอเรียอีก 50-60 ไร่

    “โรงงานใหม่ จะเป็นโรงหล่อเซ็กเมนต์ในเรื่องของคอนกรีตสำเร็จรูปทุกประเภท รองรับทั้งรถไฟฟ้า ทางยกระดับ ทางด่วน สะพานสามารถใช้ชิ้นส่วนนี้ได้หมด กำลังผลิตช่วงแรก ๆ จะนำมาซัพพอร์ตงานของบริษัทก่อนในเฟสแรก มีไลน์ผลิตไม่น้อยกว่าเดิม 3 ไลน์ผลิต สามารถซัพพอร์ตโครงการได้พร้อมกัน 3 โครงการ ส่วนโรงงานเดิมจะปรับปรุงเป็นโรงผลิตชิ้นงานเหล็กและท่อแทน เพราะว่า อ.บ้านบึง ยังมีงานอุตสาหกรรมอยู่”

    นายภาคภูมิ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทนำชิ้นส่วนนี้มาซัพพอร์ตโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ งานสัญญาที่ 4 ที่บริษัทประมูลได้ และโครงการทางด่วนใหม่สายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตก ที่บริษัทซับคอนแทร็กต์งานต่อจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) คิดเป็นมูลค่างานเกือบ 10,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีซีแอล ต้องการเร่งงานก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเป็นงานสัมปทานถ้าเปิดบริการได้เร็วจะยิ่งเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะสามารถเก็บเงินค่าผ่านทางได้เร็วขึ้น ตามแผนการก่อสร้างจะต้องเร่งให้เสร็จในปี 2560

    ทางพิเศษยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร โดยก่อสร้างบนเขตทางรถไฟสายใต้ที่มีอยู่เดิมเป็นส่วนใหญ่ มีจุดเริ่มต้นจากถนนกาญจนาภิเษก บริเวณใกล้กับโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ แนวเส้นทางโครงการฯ จะวางตัวจากด้านทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ขนานกับทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ – ตลิ่งชัน) และมีจุดปลายทางที่ชุมทางรถไฟบางซื่อ บริเวณใกล้สถานีขนส่ งหมอชิต 2 ระยะทางรวมประมาณ 16.7 กม.

     

    I141 - Srirat 02

    Image : ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนตะวันตก, BECL

    I141 - Srirat 03

    Image : ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนตะวันตก, BECL

     

    รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ

    – ระยะทางประมาณ 13 กม.
    – เป็นโครงสร้างทางวิ่งแบบยกระดับทั้งหมด
    – เป็นทางวิ่งรางคู่บนเสาตอม่อบริเวณเกาะกลางถนน
    – มี 10 สถานี โดยเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ ผ่านแยก เตาปูน ซึ่งเป็นสถานีร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ เข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์บริเวณโรงเรียนเทคโนโลยีพระราม 6 ผ่านแยกบางพลัด แยกบรมราชชนนี แยกไฟฉาย และสิ้นสุดที่แยกท่าพระ โดยเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค

    Info : MRTA

    I141 - MRT Blue Line

    Image : รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ, MRTA

    I141-1

    Image : งานก่อสร้างทางวิ่งยกระดับ-บางขุนนนท์, mrta-blueline.com

    I141-2

    Image : งานก่อสร้างสะพานข้ามบรมราชชนนี, mrta-blueline.com

    I141-3

    Image : สถานีบางโพ-มค-57, mrta-blueline.com

    I141-4

    Image : สถานีสิรินธร-มค-57, mrta-blueline.com

     

  • เซ็นทรัล โรบินสัน ยกทัพลุยอาเซียน !

    เซ็นทรัล โรบินสัน ยกทัพลุยอาเซียน !

    Infographic 140 - Robinson and Central go abroad - 1200 20- 1200 20

     

    เซ็นทรัลพลาซ่า ไอ-ซิตี้ มาเลเซีย

    I140 - Central Malaysia 01

    Image : Central I-City Malaysia

    I140 - Central Malaysia 03

    Image : City Mall ที่ตั้ง Central Malaysia

    – มูลค่าโครงการ : 5,800 ลบ. (CPN ถือหุ้น 60% *ICP ถือหุ้น 40%)
    *ICP เป็นบริษัทในเครือของ I-Berhad ยักษ์ใหญ่ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซีย
    – ขนาดที่ดิน : 27.5 ไร่ (Freehold)
    – GFA : 278,000 ตร.ม.
    – NLA : 89,700 ตร.ม.
    – เริ่มก่อสร้าง 2014 เปิดบริการ 2016Image : CPN

    Info : Than Online (5-7 Sep 2013), Prachachat Online (10-12 Feb 2014)

     

    เซ็นทรัล ทุ่ม 5.8 พันล้านปักธง “เซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้” รีจินอล มอลล์แห่งแรกในมาเลเซีย เล็งปูทางขนทัพสินค้าไทยรุกอาเซียน มั่นใจพร้อมเปิด 2559 ก่อนเดินหน้ารุกอินโดฯ เวียดนามต่อทันที ชี้ศักยภาพสูง ประชากรเยอะนางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและบริหารโครงการก่อสร้าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจด้วยการเข้าไปลงทุนในประเทศที่มีการเติบโตของเมือง มีจำนวนประชากรสูง รวมไปถึงมีการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ในระดับกลาง-สูง ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีอำนาจต่อรอง ซึ่งประเทศที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยบริษัทมุ่งเน้นการทำตลาดเชิงรุก พร้อมวางแผนที่จะเปิดศูนย์การค้าในตลาดอาเซียนให้ได้ 2-3 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ โดยจะใช้เงินลงทุน 4-5 พันล้านบาทต่อแห่ง

    ล่าสุดบริษัทยังยืนยันว่า แผนการลงทุนในมาเลเซีย ยังเป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้ คือบริษัทจะร่วมมือกับ ICP ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ I-Berhad ยักษ์ใหญ่ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซีย พัฒนาศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้” ศูนย์การค้าในรูปแบบรีจินัล มอลล์ แห่งแรกของมาเลเซีย มูลค่าโครงการราว 5.8 พันล้านบาท หรือ 580 ล้านริงกิต โดยเป็นการจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นในมาเลเซีย โดย ICP ถือหุ้นในสัดส่วน 40% และ CPN 60% “มาเลเซีย เป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีเศรษฐกิจที่เติบโต แข็งแกร่ง มีการลงทุนอย่างคึกคักโดยเฉพาะในภาคค้าปลีก ประชากรมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มาเลเซียจึงเป็นประเทศที่มีอำนาจการซื้อสูงกว่าประเทศไทยและมีรายได้ของประชากรเฉลี่ยสูงกว่าประเทศไทยถึง 2 เท่า และมีผู้บริโภคกลุ่ม (Middle to High Income) เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญ” นางสาววัลยา กล่าวและว่าซีพีเอ็น ได้พันธมิตรที่ดี เป็นยักษ์ใหญ่ที่มีความพร้อมรอบด้าน เข้าใจตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค กฎหมายท้องถิ่น และส่งเสริมให้เรานำความเชี่ยวชาญของซีพีเอ็นมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภคมาเลเซียได้อย่างลงตัว

    สำหรับเซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้ ตั้งอยู่ในโครงการ i-City ซึ่งเป็นไซเบอร์ เซ็นเตอร์ หรือเมืองเทคโนโลยีแห่งใหม่ของมาเลเซีย โดยเซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้ จะเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ทันสมัยทั้งการช็อปปิ้ง บันเทิง และเป็นศูนย์กลางการพบปะของชุมชนในเขตตะวันตกของรัฐสลังงอร์ ตั้งอยู่บนที่ดินฟรีโฮลด์ขนาดกว่า 28 ไร่ มีพื้นที่โครงการทั้งหมด (GFA) ประมาณ 2.78 แสนตารางเมตร และมีพื้นที่ขาย (NLA) ประมาณ 8.97 หมื่นตารางเมตรโดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2557 และจะเปิดให้บริการในปี 2559

    นางสาววัลยา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเข้าไปขยายการลงทุนในมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจัสปาล, เอ็มเค เรสโตรองต์, บาร์บีคิว พลาซา ฯลฯ การเข้าไปลงทุนศูนย์การค้าในมาเลเซียครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกช่องทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่สนใจขยายการลงทุนในต่างประเทศ เพราะจะมีความได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์ และการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

    อย่างไรก็ดี ปัจจุบันในเมืองสลังงอร์ ถือเป็นเขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีนักธุรกิจสนใจเข้าไปลงทุนจำนวนมาก ขณะที่ในภาคธุรกิจค้าปลีก ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปลงทุนมากนัก โดยกลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นผู้ประกอบการต่างชาติรายแรกๆ ที่ชิงเข้าไปลงทุน

     

    โรบินส์ เวียดนาม

    I140 - Robinson Vietnam 03

    Image : Royal City Mega Mall ที่ตั้ง Robins Vietnam

    I140 - Robinson Vietnam 01

    Image : Robins Vietnam

    I140 - Robinson Vietnam 02

    Image : Robins Vietnam

     

    – ทุนจดทะเบียน 163 ลบ.
    – มูลค่าโครงการโรบินส์และอีกสาขาที่จะเปิดที่ โฮจิมินห์ ปลายปีนี้ : 200 ลบ.
    – GFA : 10,000 ตร.ม. บริเวณชั้น B1 ของโรยัลซิตี้ (เมกะมอลล์ขนาดใหญ่ 200,000 ตร.ม)
    – เปิดบริการ : มีนาคม 2014Image : Robinson
    Info : Than Online (5-7 Sep 2013), Prachachat Online (10-12 Feb 2014)

    บิ๊กมูฟ โรบินสัน แนวรบใหม่ยึด “อาเซียน”นับตั้งแต่ “โรบินสัน” ได้เปิดดำเนินกิจการห้างสรรพสินค้าแห่งแรกเมื่อปี 2522 ต่อมาเซ็นทรัลได้ก้าวเข้ามาร่วมทุน กระทั่งภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ทำให้โรบินสันเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มชายคากลุ่มเซ็นทรัลอย่างเต็มตัว

    จากสาขาแรกเริ่มอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โรบินสัน สยายปีกสร้างอาณาจักรปูพรมทุกทิศทางทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ด้วยจำนวนสาขาในปัจจุบัน 34 สาขา

    เป็นสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล 10 สาขา และต่างจังหวัดอีก 24 สาขา ปูพรมใน 26 จังหวัด ด้วยแผนการขยายต่อเนื่องปีละ 5 สาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2557-2558 โรบินสันจะมีสาขาใหม่ ๆ อีก 5 สาขา คือ ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ร้อยเอ็ด, ระยอง และบางพลี

    กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักสำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยเป้าหมายการขยายครอบคลุม 60 สาขา ครอบคลุม 40 จังหวัด ใน 4 ปีข้างหน้า หรือปี 2561 เน้นตลาดต่างจังหวัด ในจังหวัดขนาดกลางและเล็กที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

    ล่าสุด “โรบินสัน” กำลังขยับตัวครั้งสำคัญอีกครั้ง เป็นการเคลื่อนทัพเปิดสาขาแรกของห้างสรรพสินค้าภายใต้แบรนด์ ROBINS ปักธงครั้งแรกในประเทศเวียดนาม โดยบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศเวียดนาม ภายใต้ชื่อ ROBINSON DEPARTMENT STORE (VIETNAM) JOINT STOCK COMPANY

    สำหรับประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้า ภายใต้ชื่อ ROBINS ในเวียดนาม ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 163 ล้านบาท โดยมีบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 99.99%

    ประเดิมการรุกคืบลงทุนภายใต้การนำทัพของหัวเรือคนใหม่ “อลัน ทอมสัน” ที่เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทน “ปรีชา เอกคุณากูล” ที่โยกไปเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา

    สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มเซ็นทรัลที่ต้องการเคลื่อนทัพบุกตลาดอาเซียนเต็มรูปแบบ และชะลอแผนการบุกตลาดเมืองจีนที่มีความผันผวนและการแข่งขันรุนแรงเอาไว้ก่อน

    การเปิดตัวห้างสรรพสินค้าภายใต้แบรนด์ “โรบินส์” ในเวียดนามของกลุ่มเซ็นทรัลสาขาแรกนำร่องที่เมืองฮานอย ในเดือนมีนาคม 2514 นี้และอีก 1 สาขาพร้อมเปิดในปลายปีที่เมืองโฮจิมินห์ ด้วยงบฯลงทุน 200 ล้านบาท

    “ทศ จิราธิวัฒน์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ฉายภาพว่า ประชากรเวียดนามมีกว่า 90 ล้านคน และกว่า 60% เป็นกลุ่มวัยทำงานซึ่งมีกำลังซื้อสูง ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่มีศักยภาพ เหมาะแก่การเข้าไปลงทุนด้านธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างมาก ประกอบกับการขยายตัวของเมืองหลวงและชานเมืองที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญรายได้ประชากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

    “เราเห็นสัญญาณที่เกิดความมั่นใจ คือภาพการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจเวียดนามมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง และการใช้จ่ายของกลุ่มเป้าหมายสูงต่อเนื่องตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา”

    เช่นเดียวกับ “อลัน ทอมสัน หัวเรือใหญ่โรบินสันระบุว่า โรบินส์ สาขาแรกมีพื้นที่ 10,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ในรอยัลซิตี้ ซึ่งเป็นเมกะมอลล์ขนาดใหญ่กว่า 200,000 ตร.ม. และทันสมัยที่สุดในฮานอย โดยจะมีแบรนด์สินค้ากว่า 100 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศเข้าไปเปิดตลาดร่วมกัน

    ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้ชื่อว่า “โรบินสัน” เหมือนเมืองไทย น่าจะเป็นเพราะในภูมิภาคนี้มีกิจการค้าปลีกที่ใช้ชื่อว่า “โรบินสัน” ซ้ำกัน การใช้ชื่อว่า ROBINS จะช่วยให้ไม่สับสน

    ก่อนหน้านี้ “ทศ จิราธิวัฒน์” ได้ฉายมุมมองถึงทิศทางการยกทัพลุยอาเซียนว่า กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตเกินกว่าขีดความสามารถของประเทศจะรับได้ ช่วง 5 ปีข้างหน้าจากนี้จึงเป็นการหาความตื่นเต้นในตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ประชากรกว่า 500 ล้านคน

    ในบทบาทแม่ทัพใหญ่ เจ้าตัวย้ำว่า การออกไปโตนอกบ้าน ไม่เพียงทำให้การเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องแล้วนั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือซัพพลายเออร์ในประเทศ กว่า 90% ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเซ็นทรัลให้ออกไปเติบโตในระดับนานาชาติ

    ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้ศึกษาตลาดและซุ่มทดลองโมเดลต่างๆ ไปนำร่องเปิดตลาดในเวียดนามบ้างแล้ว รวมถึงการได้เข้าไปตั้งสำนักงานในเวียดนาม เพื่อเปิดสาขาในรูปแบบของร้านสเปเชียลิตี้สโตร์ เบื้องต้น 15 แห่ง 

    โรบินส์, โรบินสัน, เวียดนาม, ฮานอย, Realist, Realist Blog, Robinson, Robin, Hanoi, Vietnam

    Image : Robins Vietnam

    โรบินส์, โรบินสัน, เวียดนาม, ฮานอย, Realist, Realist Blog, Robinson, Robin, Hanoi, Vietnam

    Image : Robins Vietnam

    โรบินส์, โรบินสัน, เวียดนาม, ฮานอย, Realist, Realist Blog, Robinson, Robin, Hanoi, Vietnam

    Image : Robins Vietnam

    โดยเริ่มจากสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นของกลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง เป็นการนำร่องทดลองตลาดในรูปแบบร้านขนาดย่อมในเวียดนาม เพื่อศึกษาและทดลองตลาด ก่อนที่จะเปิดเป็นรูปแบบห้างสรรพสินค้า

    หลังจากนั้นได้เปิดร้านซูเปอร์สปอร์ตในกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลรีเทลเข้าไปเสริม ด้วยงบฯลงทุน 100 ล้านบาท นำร่องเปิดซูเปอร์สปอร์ตสาขา 4 แห่ง และตั้งเป้าขยายร้านซูเปอร์สปอร์ตเพิ่มอย่างน้อยปีละ 8 แห่งในรูปแบบเดียวกับเมืองไทย เน้นเข้าไปเปิดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ โดยจะเปิดตลาดทั้งโฮจิมินห์และฮานอย ที่เป็นเมืองขนาดใหญ่ของเวียดนาม มีกำลังซื้อสูงเหมือนไทย

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทุนธุรกิจในเวียดนามยังมีความซับซ้อนและมีปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาแพง แต่ก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพและโอกาสในการขายสูง จากจำนวนประชากร การเติบโตของเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และพฤติกรรมการบริโภคไม่แตกต่างจากเมืองไทย

    เฉกเช่นเดียวกับตลาดในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศแผนการลงทุนและจับจองพื้นที่ไปแล้วก่อนหน้านี้ ด้วยการส่งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเข้าไปเปิดในศูนย์การค้าแกรนด์ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ระดับไฮเอนด์ บนพื้นที่ประมาณ 21,000 ตร.ม. และจะเป็นสาขาแรกของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในการเปิดตลาดอาเซียน

    ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาจะเข้าไปลงทุนพัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาครั้งแรกในอาเซียนที่ประเทศมาเลเซียภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัลพลาซา ไอ-ซิตี้” ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้ารูปแบบรีจินัลมอลล์ 2.78 แสน ตร.ม. ที่พัฒนาร่วมกับกลุ่ม I-Berhad ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของมาเลเซียที่ถือหุ้น 60% และเซ็นทรัลพัฒนา 40% เริ่มก่อสร้างปี 2557 และเปิดให้บริการได้ในปี 2559

    การสยายปีกโกอินเตอร์ของกลุ่มเซ็นทรัล จึงไม่เพียงออกไปสร้างชื่อด้วยการซื้อกิจการในต่างประเทศ อย่างห้างหรู ลา รีนาเซนเต้ อิตาลี หรืออิลลุม เดนมาร์ก แต่หลังจากนี้จะเป็นการผลักดันและปั้นแบรนด์ที่มีอยู่ในมือให้ออกไปเติบโตในตลาดอาเซียน กลายเป็น “บิ๊กมูฟ” ที่จะเห็นการเคลื่อนทัพครั้งสำคัญนับจากนี้ไป

     

    เซ็นทรัลดีพาร์ตเม้นท์สโตร์ อินโดนีเซีย

    (สาขาแรกที่ไปเปิดในอาเซียน)

    I140 - Central Indonesia 01

    Image : Grand Indonesia Shopping Town ที่ตั้ง Central

    I140 - Central Indonesia 02

    Image : Grand Indonesia Shopping Town ที่ตั้ง Central

    Central departmentstore indonesia

    Image : Central department store Indonesia

    Central departmentstore indonesia

    Image : Central department store Indonesia

    Image : Central department store Indonesia

    Image : Central department store Indonesia

    Central department store Indonesia

    Image : Central department store Indonesia

    – มูลค่าโครงการ : 600 ลบ.
    – พื้นที่ฝั่งตะวันออกของศูนย์การค้า “แกรนด์ อินโดนีเซีย” ซึ่งเป็นช๊อปปิ้งคอมเพล็กซ์ระดับไฮเอนด์ พื้นที่ 4 ชั้น ประมาณ 21,000 ตร.ม.
    – เปิดบริการ : 2014

    Info : Than Online (5-7 Sep 2013), Prachachat Online (10-12 Feb 2014)

  • Plan ของ สยามฟิวเจอร์ในปีนี้ (2557)

    Plan ของ สยามฟิวเจอร์ในปีนี้ (2557) Image : Mega Bangna ที่มาข้อมูล ฐานเศรษฐกิจ 9-12 กุมภาพันธ์ 2557 สยามฟิวเจอร์เร่งหนีคู่แข่ง ลงทุนคอมมิวนิตี้มอลล์เพิ่ม “สยามฟิวเจอร์” ย้ำแผนลงทุนเดินหน้าขยายสาขาคอมมิวนิตีมอลล์ 2-3 แห่งต่อปี พร้อมจับมืออิคาโน ปักหมุด “เมกา นอร์ท” ย่านรังสิต และ “เมกา เวสต์” ย่านบางใหญ่ เผยอัดงบตลาดเพิ่ม 20% จัดเต็มอีเวนต์ -โปรโมชันรับค้าปลีกแข่งเดือด นายนพพร วิฑูรชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารคอมมิวนิตี มอลล์รายใหญ่ , เอสพลานาด และเมกา บางนา เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนค้าปลีกในรูปแบบคอมมิวนิตี มอลล์อีก 2-3 แห่งต่อปี โดยในปีนี้จะใช้งบลงทุนราว 250 ล้านบาทในการพัฒนาคอมมิวนิตี มอลล์ 2 […]

  • แผนปรับตัว บริษัทอสังหาฯ ในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง

    แผนปรับตัวอสังหาฯ ในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง Image : Prachachat Online (3 Febuary 2014) ที่มาข้อมูล ประชาชาติธุรกิจ 3 กุมภาพันธ์ 2557 อสังหาเมาการเมืองงัดแผนรัดเข็มขัดองค์กร หั่นงบโฆษณา-ชะลอซื้อที่ดิน-ไม่รับคนเพิ่ม การ เมืองพ่นพิษ-เศรษฐกิจซบเซา ผู้ประกอบการอสังหาฯดาหน้าตั้งรับความเสี่ยง งัดแผนประคองตัวฝ่าด่านใช้กลยุทธ์ “รัดเข็มขัด” ลดงบฯการตลาด งดรับคนเพิ่ม “เอพี” ตัดโฆษณาทีวี-สิ่งพิมพ์ “อีสเทอร์น สตาร์-ซื่อตรงฯ” รับพนักงานใหม่เท่าที่จำเป็น เลื่อนเปิดโครงการใหม่ “พฤกษาฯ” หั่นงบฯ ซื้อที่ดินใหม่หากการเมืองยืดเยื้อ จาก 1.45 หมื่นล้าน เหลือ 1 หมื่นล้าน “เพอร์เฟค-คิวเฮ้าส์-ปริญสิริ” ลดงบฯการตลาด จัดกิจกรรมเพื่อตอกย้ำแบรนด์ ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจการปรับตัวของบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่-รายกลาง เพื่อประคองตัวฝ่าสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซา เป็นผลกระทบมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ประเด็นที่น่าสนใจพบว่าผู้ประกอบการส่วนหนึ่งวางแผนตั้งรับความเสี่ยงด้วยการใช้มาตรการ “รัดเข็มขัด” ควบคุมค่าใช้จ่าย แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ 1) ปรับลดงบฯการตลาด […]

  • คอนโดฯล้น แบงก์คุมเข้มปล่อยกู้

    คอนโดฯล้น แบงก์คุมเข้มปล่อยกู้   เงื่อนไขการปล่อยกู้ให้ดีเวลลอปเปอร์ รายกลาง-เล็ก 1. ยอดจอง 50-60% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด (เดิม 30-40%) โดยจะปล่อยเงินกู้ให้เพียง 50% ของวงเงินก่อสร้าง (เดิม 70%) 2. ดูความเป็นไปได้ของแต่ละโครงการเป็นหลัก รวมถึงดูพื้นที่และประสบการณ์ของดีเวลลอปเปอร์ เช่น โครงการอยู่ในแนวรถไฟฟ้า ถือว่าความเสี่ยงต่ำ 3. แบงก์จะปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการโลว์ไรส์ขนาดไม่เกิน 8 ชั้น มูลค่าโครงการไม่เกิน 500 ล้านบาท ง่ายกว่าโครงการไฮไรส์ (ยิ่งสร้างนานยิ่งเสี่ยง) 4. กระแสเงินสดของผู้ประกอบการและบริษัท รวมถึงแหล่งที่มาของเงินอย่างละเอียด (ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ ดีเวลลอปเปอร์ และ แบงก์) Image : Kobkid.com Info : Than Online (9-12 Feb 2014)   ภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 ปรับตัวดีขึ้นโดยลดความร้อนแรงลงจากช่วงปี 2555 ถึงต้นปี 2556 […]

  • การเมืองยื้อ + แบงก์เข้มปล่อยกู้ —> ลูกค้าชะลอโอนคอนโดฯ

    การเมืองยื้อ + แบงก์เข้มปล่อยกู้ —> ลูกค้าชะลอโอนคอนโดฯ

    Infographic 139 - Backlog and Bankers Feedback - 1200 20- 1200 20อสังหาระทึกรอโอนคอนโดแสนล. แบงก์คุมเข้มสินเชื่อหวั่นทิ้งดาวน์

    อสังหาฯติดหล่มหลุมดำเศรษฐกิจ-การเมือง สำรวจปี แค่ 8 บริษัทยักษ์กอดแบ็กล็อกคอนโดฯท่วม 1 แสนล้าน “หม่อมอุ๋ย” ฟันธงการเมืองยื้อลูกค้าชะลอโอน “เคแบงก์-ไทยพาณิชย์-กรุงไทย-กรุงเทพ” กุมขมับยอดสินเชื่อบ้าน ม.ค. 57 ร่วงเกือบ 2% งานนี้ลูกค้าเอสเอ็มอี-ผู้ซื้อบ้านต่ำ 2.5 ล้านโดนหางเลขเต็ม ๆ

    วิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อนานกว่า 3 เดือน กระทบต่อกำลังซื้อและจิตวิทยาผู้บริโภค กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเห็นได้ชัด เมื่อประเมินจากตัวเลขยอดขายเดือนมกราคม 2557 เปรียบเทียบกับมกราคม 2556 ในกลุ่มบริษัทชั้นนำพบว่า ถัวเฉลี่ยยอดขายลดลง 10-20% นำไปสู่ความวิตกกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายรอโอนหรือแบ็กล็อก (Backlog) ในปีนี้หรือไม่ เนื่องจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเป็นยุคบูมของโครงการคอนโดมิเนียม ทำให้มียอดจองซื้อห้องชุดซึ่งรอสร้างให้เสร็จเพื่อรับโอนในปีนี้เป็นจำนวนมาก โดยแบ็กล็อกส่วนใหญ่มากกว่า 90-95% จะเป็นคอนโดฯ ขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ใช้เวลาสร้างและโอนสั้นกว่า จึงไม่ค่อยเหลือเป็นยอดแบ็กล็อกมากนัก

    8 บริษัทตุนแสนล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจตัวเลขแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) ของ บริษัทอสังหาฯรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียง 8 รายพบว่า มีแบ็กล็อกอยู่ระหว่างก่อสร้างรอส่งมอบให้กับลูกค้าในปี 2557 รวมกันกว่า 100,100 ล้านบาทโดยมี 4 บริษัทที่มียอดแบ็กล็อกเกินรายละ 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ค่ายแสนสิริ มียอดสะสมกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดรอโอนปีนี้ 2.24 หมื่นล้านบาท, พฤกษาฯ แบ็กล็อกสะสมกว่า 4 หมื่นล้านบาท ยอดรอโอนปีนี้ 2 หมื่นล้านบาทเศษ, ศุภาลัย ยอดสะสมใกล้เคียงกับเอพีฯ รายละ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ศุภาลัยอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท กับเอพีฯอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท

    ชะลอโอนกระทบช่องฟองสบู่

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจขณะนี้การลงทุนขยับไม่ได้ นักลงทุนอยู่ในภาวะ “ขอดูก่อน” ที่น่าห่วงคือจากที่ได้พูดคุยกับนักลงทุนอสังหาฯ เริ่มเห็นสัญญาณชะลอการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว

    “ยอดขายใหม่อาจจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ที่ห่วงคือยอดจองเก่าที่จองไว้แล้วทั้งลูกค้าในประเทศและต่างชาติเริ่มชะลอโอน ทำให้เงินที่จะหมุนในธุรกิจเริ่มลดลง หากการเมืองยืดเยื้ออีก 6 เดือน ธนาคารเข้มงวดปล่อยกู้มากขึ้น จะทำให้อสังหาฯขาดสภาพคล่องอาจลุกลามกลายเป็นฟองสบู่ได้”

    ทั้งนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการตัดสินใจทำเพื่อประเทศชาติด้วยการลาออก เปิดให้มีการแต่งตั้งคนกลางเข้าบริหารบ้านเมือง ทำให้ผู้ประท้วงหยุดประท้วง บ้านเมืองเดินหน้าได้ และมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ได้ทันที

    เน้นปล่อยกู้ 2.5 ล้าน

    นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบปี 2557 คาดว่าจะมียอดสินเชื่อใหม่ 560,021 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 2.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5-9% จากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ เศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เดือนมกราคมที่ผ่านมาสินเชื่อบ้านของธนาคารชะลอตัว ทำได้เพียงกว่า 2,000 ล้านบาท จากเดิมปล่อยได้เฉลี่ยเดือนละ 3,000 ล้านบาท

    “ปีนี้เคแบงก์ตั้งเป้าสินเชื่อบ้านเพิ่มแค่ 7% เป็นยอดสินเชื่อใหม่ 5.2 หมื่นล้านบาท สินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนล้านบาท กลยุทธ์เน้นกระจายสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ในกรุงเทพฯ 55% ต่างจังหวัด 45% แผนอีก 3 ปีหน้าจะปรับสัดส่วนเป็น 50/50 ขณะที่ความเข้มงวดจะรักษามาตรฐานไว้เช่นเดิม เน้นจับกลุ่มลูกค้าซื้อบ้านราคา 2.5 ล้านบาทขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีรายได้เริ่มต้น 50,000 บาท/เดือน คาดว่ายอดปฏิเสธสินเชื่อน่าจะทรงตัวอยู่ที่ 35%

    หวั่นลากยาวถึงไตรมาส 2

    สอดคล้องกับนายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเติบโตของสินเชื่อบ้านในช่วง 1 เดือนแรกติดลบ 1.6% ในการประชุมบอร์ดบริหารวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ จะหารือถึงทิศทางการเติบโตสินเชื่อทั้งระบบ เดิมตั้งเป้าโต 10% เป้าสินเชื่อบ้านเดิมวางไว้โต 10-15% คาดว่าต้องปรับลดเช่นกัน และระวังไม่ให้กระทบหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล เพราะก่อนหน้านี้เพิ่มสูงขึ้นจาก 1.7-1.8% เป็น 2.04% จากลูกหนี้รายเล็กที่ขอสินเชื่อบ้าน 1-5 ล้านบาท เป็นกลุ่มข้าราชการที่เป็นฐานลูกค้าหลักถึง 70-80%

    นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เริ่มเห็นลูกค้าสินเชื่อบ้านชะลอการโอนชัดเจนขึ้น และจะเห็นพฤติกรรมดังกล่าวต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 เพราะลูกค้าไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจการเมือง แนวทางจะเน้นดูแลสินเชื่อบ้านรายเก่าก่อน ไม่เน้นการเติบโตจากสินเชื่อรายใหม่มากนัก

    เอสเอ็มอีโดนหมายหัว

    นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เตรียมปรับประมาณการเติบโตสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ปี 2557 ลง จากเดิมตั้งเป้า 1 แสนล้านบาท เทียบกับสินเชื่อบ้านปี 2556 ทำได้ตามเป้าหมาย 1.3 แสนล้านบาท โดยหนึ่งในนโยบายคือเข้มงวดปล่อยกู้สินเชื่อบ้านแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นพิเศษ เพราะยอดขายเริ่มได้รับผลกระทบรุนแรงขึ้น ขณะที่ยอดการปฏิเสธสินเชื่อบ้านยังอยู่ที่ระดับ 20%

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำรวจภาวะการปล่อยสินเชื่อโดยสำรวจความเห็นจากผู้บริหารระดับสูงด้านสินเชื่อสถาบันการเงิน 48 แห่งพบว่า มีอัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Ratio) น้อยลง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.6% จากไตรมาสก่อนหน้าที่มียอดอนุมัติสินเชื่อ 9.5% ถือเป็นการอนุมัติสินเชื่อต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2552

    ศุภาลัยรอดเก็บดาวน์ 20%

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย กล่าวว่า ภาวะปัจจุบันลูกค้าไม่มั่นใจจากสถานการณ์การเมืองเป็นหลัก แต่ยอดยกเลิกสัญญาจองซื้อห้องชุดไม่ได้เพิ่มขึ้น ยังปกติประมาณปีละ 1%

    “ถ้าโฟกัสเรื่องแบ็กล็อก ศุภาลัยเรียกเก็บเงินดาวน์ห้องชุดมากที่สุดในตลาด 18-20% เพราะต้องการสกัดผู้ซื้อเก็งกำไรเป็นนโยบายชัดเจน 2-3 ปีมาแล้ว เพราะเศรษฐกิจไม่ดีเมื่อไหร่ ลูกค้าเก็งกำไรจะทิ้งดาวน์เป็นอันดับแรก” นายไตรเตชะกล่าว

    เอพีฯดึงโบรกเกอร์เร่งโอน

    นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจและการเมืองปัจจุบันทำให้กังวลอยู่บ้าง จึงเตรียมตั้งรับเพื่อผลักดันให้ลูกค้ารับโอนเต็มจำนวน

    แนวทางคือ 1.กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุนจะซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวไม่ใช่เก็งกำไร มั่นใจว่าเป็นกลุ่มที่รับโอนห้องชุด 2.ส่วนใหญ่มีเงินเดือนประจำ แม้เศรษฐกิจไม่ดีแต่ยังไม่มีปัญหาว่างงานเพิ่มขึ้น การกู้เงินจึงยังไม่มีประเด็น แม้สถาบันการเงินเข้มงวดพิจารณาสินเชื่อ 3.กรณีที่มีลูกค้าเริ่มแสดงท่าทียื้อการรับโอน มีบริษัทลูกคือบางกอก ซิตี้สมาร์ท เข้ามารับผิดชอบหาลูกค้ารายอื่นเข้ามาซื้อและรับโอนแทนทันที

    ส.คอนโดฯห่วงรายกลาง-เล็ก

    นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า แต่ละปีจะมียอดโอนห้องชุดหลักแสนล้านบาทอยู่แล้ว ปีนี้มีประเด็นการเมืองยืดเยื้อเป็นปัญหาใหญ่ ลูกค้าไม่รับโอนจึงอาจมีบ้าง ที่น่าห่วงคือผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กปัจจุบันมีสัดส่วน 22% นั่นหมายความว่าตลาดถูกครอบครองโดยรายใหญ่ อยากเห็นรัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก

    สาเหตุที่การโอนห้องชุดปีนี้มีปัญหาจะมาจากสถาบันการเงินเป็นหลัก เพราะคุมสินเชื่อเข้มงวด หรือกรณีปฏิเสธสินเชื่อจะทำให้ผู้ประกอบการต้องนำห้องชุดมาขายใหม่ ใช้เวลาในการโอนนานกว่าปกติ

    ที่มาข้อมูล
    ประชาชาติธุรกิจ 10-12 กุมภาพันธ์ 2557

     

    สัดส่วนการเติบโตสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์
    (สัดส่วนสินเชื่อ ณ ไตรมาส 3 ปี 2556)

    NPL และ SM ของสินเชื่อ Post-Finance

    I139-U1

    Image : Financial Stability Report 2013, BOT

    I139 - NPL & SM Post Finance

    Image : Financial Stability Report 2013, BOT

    จากรายงานการประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย ปี 2556 โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
    กล่าวไว้ว่า คุณภาพสินเชื่อ Post-finance โดยรวมจากปี 2551 – ก.ย. 2556 อยู่ในเกณฑ์ดีโดยสัดส่วน NPL และ สัญญาณการผิดนัดช้าระหนี้ (SM) สำหรับอาคารชุดลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.1 และร้อยละ 0.7 ตามลำดับ ขณะที่สัดส่วน NPL และ SM ของบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 2.6 และร้อยละ1.6 ตามลำดับ
    (จากข่าวของประชาชาติธุรกิจ ตัวเลข NPL เป็นภาพรวม บ้านจัดสรรและอาคารชุด ซึ่งในรายงานนี้ เป็นตัวเลขแยกส่วนบ้านจัดสรรและอาคารชุด โดยถ้านำตัวเลข NPL มาเฉลี่ยกัน จะใกล้เคียงกับตัวเลขจากข่าว

     

     

    หลายธนาคารต่างมีแผนปรับลดสินเชื่อที่อยู่อาศัย

    I139-U3

    Image: BOT

    – อัตราการอนุมัติสินเชื่่อ เฉพาะอสังหาฯ ลดลง 1.6% (ไตรมาสก่อนหน้า 9.5%) ถือเป็นการอนุมัติยอดสินเชื่อที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี จาก 2552 (ข้อมูลธปท.สำรวจสถาบันการเงิน 48 แห่ง)

    แผนการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของแบงก์ต่าง ๆ ในปีนี้

    1. กสิกรไทย
    – ตั้งเป้าสินเชื่อบ้านเพิ่มแค่ 7% (สินเชื่อใหม่ 5.2 หมื่นลบ. + สินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนลบ.)
    – เน้นกระจายสู่ต่างจังหวัด ปัจจุบันอยู่ในกรุงเทพฯ vs ต่างจังหวัด 55/50 อีก 3 ปีจะปรับเป็น 50/50
    – จับกลุ่มลูกค้าซื้อบ้านราคา 2.5 ลบ.ขึ้นไป (รายได้เริ่มต้น 50,000 บาท/เดือน)
    – ยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้าน = 35%

    2.กรุงไทย

    – สินเชื่อบ้านเดิมวางไว้โต 10-15% คาดต้องปรับลด ไม่ให้กระทบ NPL (ก่อนหน้านี้เพิ่มจาก 1.7-1.8% เป็น 2.04% จากลูกหนี้รายเล็กที่ขอสินเชื่อบ้าน 1-5 ลบ. เป็นกลุ่มข้าราชการที่เป็นฐานลูกค้าหลักถึง 70-80%)

    3.กรุงเทพ

    – เน้นดูแลสินเชื่อบ้านรายเก่า

    4.ไทยพาณิชย์
    – เตรียมปรับประมาณการเติบโตสินเชื่อบ้านลง
    – ยอดการปฏิเสธสินเชื่อบ้าน = 20%

    Infographic : Prachachat Online (10-12 Feb 2014)

     

    มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เดือนกันยายน 2556

    I139-U2

    Image : Financial Stability Report 2013, BOT

     

    จากกราฟทางด้านขวา สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น สะท้อนจากรายงานผลการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อของ ธปท. ที่พบว่าสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา
    (จากรายงานการประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย ปี 2556 โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย)

  • เลือกตั้ง 2 ก.พ.(ผู้ใช้สิทธิ์ ทั้งประเทศ 45.84% กรุงเทพฯ 26.18%)

    ผลการเลือกตั้ง 2 ก.พ. สถิติการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง Image : AP สถิติทั่วประเทศ – มีผู้มาใช้สิทธิ์ คิดเป็น 45.84% (ประมาณ 20 กว่าล้านคน จากประมาณ 44 ล้านคน) เป็นตัวเลขผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวม 68 จังหวัด ไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ที่งดลงคะแนน และบางหน่วยที่มีปัญหา – หน่วยเลือกตั้งที่เปิดได้ทั้งหมด 89.2% (83,813 หน่วยจาก 93,952 หน่วย) – เปิดลงคะแนนได้ทั้งจังหวัด 59 จังหวัด 306 เขต – เปิดลงคะแนนได้บางส่วน 9 จังหวัด 32 เขต (กรุงเทพฯ / เพชรบุรี / ระยอง / ประจวบคีรีขันธ์ / สตูล / […]

  • เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสีและสัญลักษณ์ของสถานีรถไฟฟ้า MRT

    เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสีและสัญลักษณ์ สถานีรถไฟฟ้า MRT สีและสัญลักษณ์ของสถานีแบ่งเป็น 2 ส่วน 1. ส่วนใต้ 9 สถานี ใช้สัญลักษณ์ และ สีประจำสถานี 2. ส่วนเหนือ มี 9 สถานี (ไม่มีสัญลักษณ์ประจำสถานี) ใช้เพียงสีเป็นตัวบ่งบอก ทั้งนี้ เพราะสถานี 2 ส่วนผู้ได้รับสัมปทานจัดสร้างเป็นผู้รับเหมาคนละบริษัท และบริเวณ 9 สถานีที่เหลือไม่มีเอกลักษณ์หรือสถานที่สำคัญใดๆ พอจะนำมาเป็นสัญลักษณ์ได้ สำหรับสีสัญลักษณ์แต่ละสถานี ส่วนใต้ 9 สถานี 1. หัวลำโพง สัญลักษณ์คือ รูปทรงของอาคารสถานีรถไฟหัวลำโพง สีแดง บอกถึงความเป็นย่านธุรกิจ/ตลาด 2. สามย่าน สัญลักษณ์คือ รูปทรงหลังคาอาคารหอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สีชมพู 3. สีลม จุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดิน และ รถไฟฟ้าลอยฟ้า สัญลักษณ์เป็น รูปพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่อยู่ทางด้านหน้าของสวนลุมพินี สีน้ำเงิน 4. […]

  • ยุบสภาแล้ว….จะเกิดไหม ?

    ยุบสภาแล้ว..จะเกิดไหม

    Infographic 138 - Mega Project Chiengmai - 1200 60

     

    ที่มาข้อมูล ประชาชาติธุรกิจ 2-4 ธันวาคม 2556

    ผุดมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-ลำปาง4.9หมื่นล. เล็งเวนคืน3,000ไร่”บ้านธิ-สันกำแพง”สร้างสนามบิน2รับเออีซี

    เพื่อไทยทุ่มกว่า 5 หมื่นล้านสร้างโครงข่ายคมนาคมใหม่ รองรับการเติบโตเมืองชียงใหม่ ทอท.เล็งสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ขนาด 3,000 ไร่ ย่าน “สันกำแพง-บ้านธิ” ผังเมืองรับลูกปั้นเป็นเมืองใหม่-ฮับการบิน กรมทางหลวงลุยไม่ยั้งขยาย 8 เลนถนนสาย 11 “แยกดอยติ-เมืองเชียงใหม่” กับวงแหวนรอบที่ 3 ขุดอุโมงค์ทางลอดแก้จุดตัดนับ 10 แห่ง เร่งศึกษาวงแหวนรอบที่ 4 ผุดมอเตอร์เวย์

    สายเชียงใหม่-ลำปาง 53 กม. วงเงิน 4.9 หมื่นล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงใหม่มีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีมานี้ทั้งเศรษฐกิจ การค้า ที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการขยายตัวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งการลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาท และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 มีผลให้กรมโยธาธิการและผังเมืองทำการทบทวนผังเมืองรวมจังหวัดใหม่ ให้สอดรับกับการลงทุนทั้งโครงการ 2 ล้านล้านบาท และโครงการที่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเตรียมจะลงทุนเพิ่ม เช่น สนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 การขยายถนนวงแหวนรอบนอกวงที่ 3 เพื่อให้โครงข่ายครบสมบูรณ์ นอกจากนี้มีโครงการมอเตอร์เวย์สายใหม่ เพื่อรับมือเมืองที่จะเติบโตขึ้นจากคลื่นลงทุนและคนที่จะย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก รวมเบ็ดเสร็จใช้เม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นร่วม 55,200 ล้านบาท

    ปักหมุดเมืองใหม่ สันกำแพง

    นายสุรพล ศราทธทัต นักวิเคราะห์ผังเมืองชำนาญการพิเศษโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อีกเหตุผลที่จะต้องทบทวนผังเมืองรวมจังหวัดฉบับปัจจุบันใหม่ เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ในเชียงใหม่ โดยมีแผนดำเนินการก่อสร้างในอนาคต บริเวณพื้นที่รอยต่ออำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ กับอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูนและบริเวณนี้จะเป็นเมืองใหม่ในอนาคต

    “ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาเพิ่มโครงข่ายการคมนาคมเข้าไปในผังเมืองรวมจังหวัดที่จะปรับใหม่นี้ด้วย เช่น ขยายถนนวงแหวนรอบนอกวงที่ 3 ให้สมบูรณ์จากเดิมมีแค่ 2 ช่องจราจร” นายสุรพลกล่าว

    ศึกษาสนามบินเชียงใหม่ 2

    นายพงษ์ศักดิฐ์ เสมสันต์ กรรมการและรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท.กำลังศึกษาความเหมาะสมและรายละเอียดโครงการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ซึ่งทางจังหวัดเสนอให้มีการก่อสร้างเพิ่ม สอดคล้องกับแผนงาน ทอท.ที่บรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนาและลงทุนในอนาคตอยู่แล้ว แต่คงจะไม่ใช่เร็ววันนี้ เหตุผลการลงทุนเนื่องจากต่อไปเชียงใหม่จะเป็นศูนย์กลางการบินและเออีซี แนวโน้มมีคนเดินทางเพิ่มขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปสร้างหรือไม่สร้างต้นปี 2557 นี้

    “สนามบินเดิมยังรองรับผู้โดยสารได้อีกประมาณ 3 ปีนับจากปี 2557-2559 ยังไม่หนาแน่นเหมือนภูเก็ต สุวรรณภูมิ เพราะก่อนหน้านี้ได้ขยายพื้นที่รันเวย์ อาคาร ที่จอดแท็กซี่ และปรับปรุงภายในอาคารใหม่ โครงการแห่งที่ 2 จะขยายแค่ไหนดูจากของเดิมเป็นฐาน เช่น จำนวนผู้โดยสาร ขนาดพื้นที่ เป็นต้น โดยทางจังหวัดจะเป็นคนเลือกพื้นที่ให้”

    เล็ง อ.สันกำแพง-บ้านธิ

    น.ท.หลักชัย เฉลยปราชญ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาความเป็นไปได้จากส่วนกลางเรื่องการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 เช่น ขนาดพื้นที่ เงินลงทุน การจัดวงจรการบิน เนื่องจากต้องดูหลายองค์ประกอบมาพิจารณา คาดว่าการดำเนินการคงไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้

    เนื่องจากปัจจุบันสนามบินเชียงใหม่ปริมาณผู้โดยสารยังไม่เต็มตามที่ประเมินไว้ที่ 8 ล้านคนต่อปี แม้ว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 10% โดยปัจจุบันยังอยู่ที่ 5.1 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้นจากปี 2555 อยู่ที่ 4.1 ล้านคนต่อปี ในปี 2557 คาดว่าอยู่ที่ 6 ล้านคนต่อปี ยังสามารถรองรับได้อีก 5 ปี

    เวนคืนที่ดิน 3 พันไร่

    “พื้นที่ก่อสร้างแห่งใหม่ที่เหมาะสมอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด ห่างจากสนามบินเดิมประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นพื้นที่เปิดใหม่อยู่บริเวณอำเภอสันกำแพงกับอำเภอบ้านธิ ด้านตะวันตกไม่สามารถสร้างได้เพราะติดเขา ส่วนด้านเหนือและใต้ติดพื้นที่ทหาร” ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่กล่าว

    สำหรับขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมคาดว่าจะอยู่ประมาณ 3,000 ไร่ ตามที่ทางจังหวัดได้นำเสนอ และจะต้องมีการเวนคืนที่ดินหากมีข้อสรุปชัดเจนว่าจะใช้บริเวณนี้ ทั้งนี้นับว่าเป็นพื้นที่ใหญ่กว่าสนามบินเดิม 2 เท่าตัว เนื่องจากสนามบินปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่เท่านั้น อย่างไรก็ตามในการบริหารจัดการเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและสายการบินที่เพิ่มขึ้น มีแนวคิดจะเปิดการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จากปัจจุบันเปิดบริการเวลา 06.00-24.00 น. เพื่อเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีหลายสายการบินขอเปิดชาร์เตอร์ไฟลต์หรือบินตรงเพิ่ม

    ทล.ลุยขยายถนน-ขุดอุโมงค์

    นายสอาด ประจันพล ผู้อำนวยการส่วนวางแผนสำนักทางหลวงที่ 1 (เชียงใหม่) กล่าวว่า ในแผนงานก่อสร้างมีหลายโครงการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น เป็นโครงการที่กำลังดำเนินการใช้งบประมาณปี 2556 และงบประมาณปี 2557 และโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณโครงการที่จะดำเนินการ ประกอบด้วย
    1. ขยายถนนวงแหวนรอบที่ 3 จาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร วงเงิน 1,000 ล้านบาท

    ยังไม่รวมก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดจุดตัดอีก 7 แห่ง เช่น แยกหลุยส์ แยกสันกำแพง จะมีการพัฒนาในระยะต่อไปหลังขยายถนนเสร็จแล้ว หากรวมด้วยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีการออกแบบเสร็จแล้วรอการจัดสรรงบประมาณ

    2. ขยายทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณแยกดอยติ จ.ลำพูน ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จาก 4 ช่องเป็น 6-8 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร วงเงิน 1,200-1,400 ล้านบาท อยู่ระหว่างของบประมาณส่วนกลางมาดำเนินการ

    3. ก่อสร้างทางลอดแยกกองพันธุ์สัตว์ป่า วงเงิน 600 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณปี 2556 ก่อสร้าง 2 ปี

    4. โครงการในงบประมาณปี 2557 มีอุโมงค์ทางลอดบริเวณสามแยกแม่โจ้ ขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิง จาก 4 ช่องเป็น 6 ช่องจราจร วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี ผุดมอเตอร์เวย์ไปลำปาง

    5. โครงการถนนวงแหวนรอบที่ 4 เป็นความต้องการของจังหวัดที่จะให้ดำเนินการก่อสร้าง แต่ยังไม่ได้มีความคืบหน้า เนื่องจากกรมยังไม่ได้งบประมาณศึกษาโครงการ คาดว่าจะตั้งงบประมาณในปี 2557 นี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในแผนแม่บทมอเตอร์เวย์ที่กรมทางหลวงได้จ้างบริษัทที่ปรึกษามาดำเนินการนั้น ในแผนเร่งด่วนช่วง 10 ปีแรก (2557-2567) มีโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เส้นทางจากอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง-เชียงใหม่ บรรจุอยู่ในแผนงานด้วยระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ค่าก่อสร้างเบื้องต้นประมาณ 49,000 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 1,000 ล้านบาทเนื่องจากออกแบบเจาะอุโมงค์ด้วยทำให้ค่าก่อสร้างสูงขึ้น

    โดยแนวเส้นทางเปิดพื้นที่ใหม่จะเริ่มจากบริเวณอำเภอแจ้ห่ม แล้วไปบรรจบพื้นที่ทางด้านตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ รัศมีประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมกับวงแหวนรอบนอกรอบที่ 3 ส่วนช่วงจากเชียงใหม่ไปเชียงรายคาดว่าจะเป็นระยะต่อไป

     

    โครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ เบื้องต้นกว่า 5 หมื่นล้าน !

    1. สนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 (ห่างจากสนามบินเดิม 20 กม.) ขนาด 3,000 ไร่ (ปัจจุบันสนามบินเชียงใหม่ 1,000 ไร่) โดยจะได้ข้อสรุปว่าสร้าง-ไม่สร้างภายใน 2557

    2. ขยายถนนวงแหวนรอบที่ 3 จาก 2 ช่องเป็น 4 ช่อง ระยะทางประมาณ 28 กม. วงเงิน 1,000 ลบ.

    3. อุโมงค์ทางลอดจุดตัดอีก 7 แห่ง เช่น แยกหลุยส์ แยกสันกำแพง จะมีการพัฒนาในระยะต่อไปหลังขยายถนนเสร็จแล้ว วงเงิน 1,500-2,000 ลบ. ปัจจุบันมีการออกแบบเสร็จแล้วรอการจัดสรรงบฯ

    4. ขยายทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณแยกดอยติ จ.ลำพูน ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จาก 4 ช่องเป็น 6-8 ช่อง ระยะทางประมาณ 30 กม. วงเงิน 1,200-1,400 ลบ. อยู่ระหว่างของบฯส่วนกลางมาดำเนินการ

    5. ก่อสร้างทางลอดแยกกองพันธุ์สัตว์ป่า วงเงิน 600 ลบ. ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณปี 2556 ก่อสร้าง 2 ปี

    6. อุโมงค์ทางลอดบริเวณสามแยกแม่โจ้ ขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิง จาก 4 ช่องเป็น 6 ช่อง วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี โดยเป็นโครงการในงบฯปี 2557

    7. โครงการถนนวงแหวนรอบที่ 4 ยังไม่มีมีความคืบหน้า เนื่องจากกรมยังไม่ได้งบประมาณศึกษาโครงการ คาดว่าจะตั้งงบฯในปี 2557 นี้

    8. มีโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เส้นทางจากอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง-เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 53 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร ค่าก่อสร้างเบื้องต้นประมาณ 49,000 ลบ. เฉลี่ยกม.ละ 1,000 ล้านบาท (มีอุโมงค์ด้วยทำให้ค่าก่อสร้างสูงขึ้น) โดยแผนสร้างมอเตอร์เวย์อยู่ในแผนเร่งด่วนช่วง 10 ปีแรก (2557-2567) ของกรมทางหลวง

    Infographic : Prachachat Online (2-4 Dec 2013)

     

    สนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน

     

    I138 - Chiengmai Airport Traffic

    Info : Prachachat Online (22 Aug 2013)

    – สนามบินเชียงใหม่รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 6 – 8 ล้านคนต่อปี
    – ภายใน 5 ปีนับจากนี้ผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นถึง 8 ล้านคน จึงจำเป็นต้องสร้างท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ ที่จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 20 ล้านคน
    – เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 200%
    – จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 15,000 คน / วัน ผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 12,000 คน ที่เหลือ 3,000 คนเป็นผู้โดยสารต่างประเทศ ซึ่งในสัดส่วน 3,000 คน (คนจีน 30% ใน 3,000 คน)

     

     

  • ลาวแซงไทยอีกแล้ว!

    ลาวแซงไทยอีกแล้ว!
    HN020 - Lao-Vietnam Hi-speed train Image : Laos Government & Wikipedia
    ที่มาข้อมูล
    Radio Free Asia 3 มกราคม 2557

    Laos Breaks Ground On Railway Project Linking Thailand to VietnamLaos has broken ground on an ambitious high-speed railway project linking the country’s western border with Thailand to Vietnam and is likely to begin full construction this month, according to sources.

    Giant Consolidated, a Malaysian company that will construct and operate the 220-kilometer (140-mile) railway, held a groundbreaking ceremony to mark the laying of the “foundation” for the project last month in Savannakhet, multiple sources in the province confirmed to RFA’s Lao Service.

    The Dec. 18 event was held in Outhumphone district’s Ban Naxai, the sources said, speaking on condition of anonymity.

    An official from the Lao Ministry of Planning and Investment, citing sources at Giant, told RFA that full construction on the railway was likely to begin this month.

    “According to Giant Consolidated, work is expected to begin in January,” said the official, who also asked not to reveal his name.

    The official did not provide further details on construction plans for the project.

    Malaysia’s Giant was in November 2012 awarded a contract to construct and operate the railway from Savannakhet, on Laos’s southwestern border with Thailand, to the Lao Bao border gate with Vietnam in the east.

    RFA was unable to contact the company to confirm that it plans to proceed with construction in January, or whether it had obtained a loan it had sought in connection with the project.

    Officials use shovels to ceremoniously break ground on the Savannakhet-Lao Bao railway project, Dec. 18, 2013. Credit: Source in SavannakhetMoving forward

    Giant appears to be steaming ahead with the project after what may have been a minor derailment last year.

    In June, an official from the Lao Ministry of Public Works and Transportation in Vientiane told RFA that a groundbreaking ceremony for the railway was originally scheduled for “sometime in August” following Giant’s completion of a mandatory environmental impact assessment needed for construction to begin.

    It is unclear whether the study has since been submitted to authorities, or whether Giant has delivered findings to provincial officials from a survey of the construction site it conducted early last year.

    In April, a Lao railways official told RFA that before launching construction, Giant also needed to carry out a project design study, which it expected to complete by August.

    Construction of the railway, which also links Savannakhet city to Vietnam’s Danang port city, is expected to take four years.

    A financial institution reportedly had agreed in April last year to provide a U.S. $5 billion loan to Giant to fund the construction, but it is unclear whether the arrangement was confirmed.

    Second rail line

    Laos was also in negotiations to borrow U.S. $7.2 billion from China to fund a second planned rail line—a 420-kilometer (260-mile) project linking the capital Vientiane to southwestern China.

    In July, a senior official at the Chinese Embassy in Bangkok told RFA that Beijing was waiting for Thailand to confirm that it will proceed with the project before finalizing the loan.

    Laos assumed sole ownership of the project after a Chinese construction company pulled out of a joint partnership because it decided the project would not be profitable enough.

    Legislators and the Asian Development Bank have cautioned that the project is “unaffordable” and could sink the country into debt.

    Laos has no coastline or seaports, and the rail links are expected to lower the cost of exports and consumer goods and help drive the impoverished country’s socioeconomic development.

    The country’s current rail system consists of a 3.5-kilometer (2-mile) link over the Mekong River between Vientiane and Thailand’s Nongkhai.

    Reported by RFA’s Lao Service. Written in English by Joshua Lipes.

    รถไฟความเร็วสูงลาว-เวียดนาม เริ่มก่อสร้างแล้ว
    – ลาวเดินหน้าลงทุนสร้างรถไฟความเร็วสูงจาก แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ด่านลาวบาว เมืองกวางตรี ประเทศ เวียดนาม ระยะทางประมาณ 220 กม. (ซึ่งมาเชื่อมที่มุกดาหารของไทยด้วย)
    – ผู้ดำเนินการโครงการ + ลงทุน คือ บ.ไจแอ้นท์ คอนโซลิเดท จากมาเลเซีย (กู้เงินจากสถาบันการเงิน ป.นิวซีแลนด์ 5 พันล้าน US ดอลล่าร์) ได้รับสัมปทาน 50 ปี
    -ตัวขบวนรถไฟ+ระบบควบคุมมาจาก จีน (ระบบเดียวกับที่ใช้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง-ชายแดนจีน-เวียงจันทน์) ลงนามไปแล้วแต่ชะลอโครงการไว้ เนื่องจากมีปัญหากรมรถไฟจีน
    – ตอนนี้เริ่มก่อสร้างแล้ว (ตั้งแต่ มค.2014) คาดว่าจะเสร็จภายใน 5 ปี
    – ความเร็วในการวิ่งอยู่ที่ 120-160 กม./ชม ถือเป็นความเร็วระดับกลาง (รถไฟไทยธรรมดา 60-100 กม./ชม.)หมายเหตุ : รถไฟตามภาพเป็นรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีน (รุ่น-แบบที่ใช้ในโครงการอาจมีการเปลี่ยนแปลง)Info : Radio Free Asia (rfa.org) & Matichon
    Image : Laos Government & Wikipedia

    Definition รถไฟความเร็วสูง จากสหภาพยุโรป- รถไฟความเร็วสูง ถ้ารางใหม่ speed ควรอยู่ที่ 250 กม./ชม. หรือมากกว่า
    – ราง upgrade speed ควรอยู่ประมาณ 200-220 กม./ชม.Info : International Union of Railway

    HN020 - CRH380 Image : CRH380 (China Railway High-speed) from China to North Korea Project, Reuter
    HN020 - Where is Thailand - Thai Railway Image : Where is Thailand Facebook
  • ขยายสนามบินภูเก็ต เฟสแรกใกล้เสร็จแล้ว! Terminal X เตรียมเปิดหลัง 15 ก.พ.57 นี้

    ขยายสนามบินภูเก็ต เฟสแรกใกล้เสร็จแล้ว! Terminal X เตรียมเปิดหลัง 15 ก.พ.57 นี้ ขยายสนามบินภูเก็ตใกล้แล้วเสร็จในหลายส่วน – งบฯ ประมาณ 5,146 ลบ. (เฟส 1) – Terminal X : สร้างเสร็จแล้ว เหลือตกแต่ง โดยเป็นจุดเช็คอิน สำหรับผู้โดยสารเช่าเหมาลำ+ Group Tour รองรับได้ 3,000-4,000 คน งบ 155 ลบ. (อาคารผู้โดยสารปัจจุบันรองรับกว่า 20,000 คน/วัน) – หลุมจอด : สร้างเพิ่ม 10 หลุม (เดิมมี 15 รวมเป็น 25) 5 หลุมแรก เปิดหลังสงกรานต์ รองรับเครื่องบินเพิ่มได้ 20-30 ไฟลต์/วัน – คลังสินค้า + อาคารจอดรถ […]

เพิ่มเพื่อน

Subscribe to our mailing list

* indicates required

A photo posted by REALIST (@realist.co.th) on

Latest Posts

February 2014
SMTWTFS
« Jan Mar »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 

Monthly Archives