• CELES ASOKE

    CELES ASOKE

    สี่แยกอโศกสุขุมวิท ทำเลดีที่ต้องเลือกให้ถูกข้าง

    ฟังความเห็นจากที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก บริษัท ซี บี อาร์ อี (ประเทศไทย) จำกัด  ชี้ข้อได้เปรียบเรื่องทำเล หลังจากตลาดคอนโดหรูเริ่มคึกคักขึ้นมาเมื่อทำเลใกล้สี่แยกอโศก – สุขุมวิทเริ่มล้อมรั้วโครงการใหม่  CELES Asoke

    นางสาวอลิวัสสา  พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ CBRE บอกว่า ที่ดินเปล่าแปลงนี้ถูกจับตาจากตลาดมานานแล้ว เพราะเป็นทำเลเด่นเนื่องจากอยู่ในฝั่งถนนอโศกตอนต้นใกล้ถนนสุขุมวิท และเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้า BTS และ MRT การคมนาคมสะดวกสบาย สามารถเดินทางเข้าออกโดยรถยนต์ที่สะดวกที่สุดในย่านอโศก – สุขุมวิทเพราะไปได้หลายเส้นทางต่างจากจุดอื่นๆ บนถนนอโศก

    นอกจากนี้ช่วงปากทางถนนอโศกมุ่งหน้าสุขุมวิทยังเป็นช่วงถนนที่ขยายช่องจราจรเป็น 9 เลน การจราจรจึงคล่องตัวกว่า อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจที่สมบูรณ์พร้อมด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ  ย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ และกลุ่มอาคารสำนักงานเกรด A ในย่านนี้ก็เป็นพื้นที่ที่มีอัตราปล่อยเช่าเต็มเกิน 90%

    การพัฒนาโครงการในสุดยอดทำเลแบบนี้ ซึ่งตอนนี้หาได้ยากมากแล้ว นั่นหมายถึง CELES  Asoke (เซอเลส  อโศก) จะเป็นสินค้า  Rare  Item ของตลาดลักซ์ชัวรีคอนโดที่น่าลงทุน

    ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกของ CELES Asoke

    โครงการ CELES  Asoke จัดสรรพื้นที่มากกว่า 1,500 ตร.ม. รวม  4  ชั้นที่ได้รับการออกแบบเป็นพื้นที่ส่วนกลาง จัดเต็ม Facilities หรูให้บริการเทียบเท่าโครงการคอนโดหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี

    ชั้น  33

    • Sky Water Club พื้นที่เต็มชั้น 33 ถูกเนรมิตให้เป็นแผ่นน้ำผืนใหญ่ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำความยาว  25  เมตร วางขนานตลอดแนวยาวด้านข้างตัวอาคาร ปรับภูมิทัศน์ให้เขียวครึ้มด้วยไม้เลื้อยเล่นระดับโดยรอบ  ส่วนพักผ่อนอื่นๆ  ออกแบบให้ลอยตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศผืนน้ำ  อาทิ  Floating  Daybed,  Spa Seat และ Pool Bed ที่สามารถเปิดรับวิวจากถนนอโศกด้านหน้าโครงการได้เต็มสายตา
    • Wet Spa   ห้องสปานวดตัวด้วยแรงดันน้ำ ผู้พักอาศัยสามารถใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ในพื้นที่ส่วนนี้ได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ให้บริการ  เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเป็นส่วนตัว และต้องการความผ่อนคลายความตึงเครียดจากภารกิจการงานในแต่ละวัน

    ชั้น   34

    • Virtual Fitness  มอบสิทธิ์ให้ผู้พักอาศัยสามารถสร้างสรรค์บรรยากาศการออกกำลังกาย  ได้ตามต้องการ เพียงใช้อุปกรณ์บลูทูธจากโทรศัพท์มือถือเชื่อมสัญญาณเฟ้นหาคอนเท้นต์การออกกำลังกายทุกรูปแบบจากแอพพลิเคชั่น  หรือยูทูป  ผนังห้องฟิตเนสจะเปลี่ยนโฉมไปตามความต้องการของผู้ใช้
    • Celes Residential Club เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่า การตกแต่งหรูหราด้วยโทนสีเทา เงิน และทองแดง  สะท้อนความมีระดับด้วยวัสดุชั้นดีคุณภาพสูงอย่างผนังหินอ่อนฮันนีออนิกซ์  และเฟอร์นิเจอร์หรูจากแบรนด์ดังระดับเวิลด์คลาส 
    • Personalized Service Room พื้นที่ส่วนตัว ตอบรับไลฟ์สไตล์มีระดับของผู้ที่ต้องออกงานราตรี  หรือไปงานสังสรรค์บ่อยครั้งได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางในห้องนี้สำหรับการเตรียมพร้อมเสื้อผ้า  หน้า  ผม ก่อนออกงาน

    ชั้น   35

    • The Celestial Terrace  สนามหญ้าเขียวชอุ่มในสวนพักผ่อนลอยฟ้า สร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยใกล้ชิดดวงดาว  พร้อมกับการเปิดทัศนวิสัยกว้างไกลใจกลางกรุงเทพฯ  จากฝั่งด้านหน้าโครงการกับทิวทัศน์เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมีสีสันความเจริญและพื้นที่สีเชียวของสวนสาธารณะเบญจกิติ

    ชั้นดาดฟ้า

    • Alfresco Rooftop มี Sky Bar  อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า  ออกแบบเป็น  2 สเต็ป โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งจัดสรรไว้สำหรับการสังสรรค์  ให้คุณได้จัดปาร์ตี้ในสไตล์ที่ชอบท่ามกลางหมู่ดาว  Sky Bar มีเคาน์เตอร์สำหรับทำบาร์บีคิว และโต๊ะอาหารที่จัดวางตามแนวยาวขนานเส้นอาคารเพื่อต้อนรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่นัดพบปะพูดคุยพร้อมชมวิวเมืองยามค่ำคืนภายใต้บรรยากาศสุดชิลบนจุดชมวิวสูงสุดของอาคาร  ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชื่นชอบทำกิจกรรมบนเส้นขอบฟ้า  ประหนึ่งสามารถเอื้อมคว้าดวงดาวมาไว้ในครอบครองได้ดั่งใจ

    ในฝั่งผู้ประกอบการ  เปิดข้อมูลผู้พัฒนาโครงการคือ  บริษัท ลัคกี้ ลิฟวิ่ง พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด เป็นกลุ่มทุนใหญ่ร่วมทุนกันระหว่างไทยและสิงคโปร์  ประสบความสำเร็จอย่างงดงามมาแล้วจากโครงการคอนโดไฮเอนด์ LIV@ 49 และอีกหลายโครงการ 

    ผู้ประกอบการรายนี้อาจไม่ใช่ Big name  แต่เป็นดีเวลลอปเปอร์ดั้งเดิมในย่านสุขุมวิท และมีฐานทุนที่เข้มแข็ง  การร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดหรูบนสุดยอดทำเลสี่แยกอโศก-สุขุมวิท จึงเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศรวมทั้งกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ที่กำลังมองหาสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิตที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ต่อไป

    สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่  www.celesasoke.com  หรือ โทร. 02 259 4444

  • แพงสะท้านปฐพี เปิดราคาที่ดินดังกรุงเทพ

    แพงสะท้านปฐพี เปิดราคาที่ดินดังกรุงเทพ

     

    หลังจากราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นจนสถานทูตหลายแห่งที่มีที่ดินผืนใหญ่อยู่ในทำเลดีๆ มานาน เริ่มทนกระแสทุนนิยมไม่ไหว ทยอยขายที่ แล้วย้ายไปหาที่ตั้งใหม่ที่มีขนาดเหมาะสมขึ้่น บนอาคารสำนักงานให้เช่าสักแห่ง หรือทำเลใหม่ที่ราคาเบาลง

    1 ในสถานฑูตที่สร้างทอล์คออฟเดอะทาวน์ คือ สถานทูตอังกฤษหลังห้าง Central Embassy ทำเล ถ.วิทยุ ที่เซ็นทรัลประมูลได้ในราคา 2.2 ลบ./ตร.ว. กำลังจะแซงหน้าราคาที่ดินของโครงการ 28 ชิดลม ที่เป็นแชมป์ราคาที่ดินสูงสุดอย่างเป็นทางการ

    ราคาประเมินที่ดินกรุงเทพ เดิมย่านทีเคยสูงสุดเป็นของเยาวราช เพราะเป็นย่านค้าขายเศรษฐกิจเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทำเลสีลม เพราะระบบถนนที่ดีกว่า และรถไฟฟ้าที่สนับสนุนความเจริญของทำเลนี้ แต่ปัจจุบันย่านที่มีราคาประเมินสูงที่สุดตกเป็นของทำเลสยาม ที่มองไม่เห็นว่ายังมีที่ดินแปลงไหนที่จะขาย เนื่องจากเป็นทำเลที่เหมาะกับการสร้างห้างพรีเมี่ยม ขณะที่ย่านสีลมเป็นทำเลที่เน้นอาคารสำนักงาน

    อย่างไรก็ตามราคาประเมินไม่ใช่ราคาที่แท้จริงของที่ดิน ราคาซื้อขายจริงมักสูงกว่าเสมอ โดยอาจสูงกว่าราคาประเมินเกิน 2 เท่า ราคาซื้อขายที่ดินตามที่เปิดเผย ราคาสูงสุดกระจุกกันอยู่ในทำเล ถ.เพลินจิต ถ.ชิดลม และ ถ.วิทยุ

    ที่ดินราคาสูงบางส่วนเป็นของตระกูลผู้ดีเก่าซึ่งมักจะหวงแหนที่ดินที่ครอง มี 3 ปัจจัย ที่ทำให้ที่ดินสวยๆ ในเมืองถูกปล่อยออกมา คือ 

    1 ราคาที่ดินที่สูงมาก จนเจ้าของที่รู้สึกพอใจ 2 ถูกบีบด้วยอาคารสูงรอบด้านที่รายล้อม จนความสงบในการอยู่อาศัยลดลง และ 3 ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ถึงจะเกิดปัญหาขนาดไหน กลุ่มเศรษฐีเก่าที่ถือครองที่เหล่านี้ก็จะไม่ยอมปล่อยที่ในราคาถูกแน่นอน

    ทาง REALIST ได้รวบรวมราคาซื้อขายที่ดินแปลงดังๆ ที่มีข่าวการซื้อขายออกมาให้อ่านกัน 

     

    ตำแหน่งที่ดินและราคาซื้อขาย

     

    2549

    Central Embassy กลุ่มเซ็นทรัลฯ ซื้อที่ดินแบ่งขายมุม ถ.เพลินจิต กับ ถ.วิทยุ จากสถานทูตอังกฤษ 10 ไร่ ในราคา 950,000 บ./ตร.ว. เดิมรัฐบาลอังกฤษซื้อที่ดิน 28 ไร่จากพระยาภักดีนรเศรษฐหรือนายเลิศ เศรษฐบุตร เมื่อ พ.ศ. 2465 เพื่อใช้เป็นสถานทูต

    2553

    98 Wireless บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่ ติดบ้านท่านทูตสหรัฐอเมริกาจากตระกูลสุทัศน์ ณ อยุธยา ดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ 98 Wireless คลิก

    Noble Ploenchit บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซื้อที่ดินติด BTS เพลินจิต 2 แปลงมารวมกัน แปลง 1 ซื้อจากคุณตัน ภาสกรนที ในราคา 1.5 ลบ. อีกแปลงซื้อจาก Raimon land ในราคา 1.2 ลบ./ตร.ว. ซึ่ง Raimon land ก็ซื้อมาจากคุณตัน ในราคา 1.2 ลบ./ตร.ว. ในปี 2551

    2554

    The Esse at Singha Complex บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประมูลที่ดินสถานทูตญี่ปุ่น ขนาด 8-3-13 ไร่ บนหัวมุม ถ.เพชรบุรี และอโศกมนตรี ในราคาประมาณ 520,000 บ./ตร.ว. ดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ The Esse at Singha Complex คลิก

    สถานทูตฝรั่งเศส (เดิม) ที่ดินขนาด 3 ไร่ครึ่ง บน ถ.สาทรใต้ ที่ทางบริษัท เอชเคอาร์ฯ (รร.กรุงเทพ) และซิตี้ เรียลตี้ (เครือแบงค์กรุงเทพ) ชนะการประมูลไปในราคา 1 ลบ./ตร.ว. โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ สูงประมาณ 40-41 ชั้น

    2557

    Q สุขุมวิท บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ ซื้อที่ดินติดสถานีนานา ขนาด 3 ไร่ ในราคา 1.8 ลบ./ตร.ว.

    2558

    28 ชิดลม บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น บริเวณสถานีชิดลม ขนาดประมาณ 3 ไร่ ในราคา 1.9 ลบ./ตร.ว. 

    Q ชิดลม – เพชรบุรี บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ ซื้อที่ดินใน ซ.ชิดลม ในราคา 814,000 บ./ตร.ว.

    Noble Wireless บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซื้อที่ดินบน ถ.วิทยุ ในราคา 1.25 ลบ./ตร.ว.

    2559

    The Esse Sukhumvit 36 บมจ.สิงห์ เอสเตท ซื้อที่ดินปากซอยสุขุมวิท 36 ฺBTS ทองหล่อ จากบริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แบ่งซื้อมา 2 ไร่ครึ่ง ในราคา 1.75 ลบ./ตร.ว.

    BDMS Wellness Clinic เครือ รพ.กรุงเทพ ซื้อที่ดิน รร.ปาร์คนายเลิศ เนื้อที่ 15 ไร่ บน ถ. วิทยุ ในราคา 1.8 ลบ./ตร.ว. มูลค่ารวม 10,800 ล้านบาท

    2560

    สถานทูติอังกฤษ กลุ่มเซ็นทรัลฯ ที่เคยซื้อที่ดินสถานทูติอังกฤษส่วนที่ติด ถ.เพลินจิตได้มาแล้วใน ปี 2549 ประมูลที่ดินสถานทูติอังกฤษ ส่วนที่เหลือบน ถ.วิทยุ ขนาด 25 ไร่ ในราคา 2.2 ลบ./ตร.ว. มูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท

     

    ที่ดินอีกผืนที่น่าจับตาดูผลการประมูลคือสถานฑูตออสเตรเลีย บน ถ.สาทรใต้ ซึ่งทาง REALIST จะมาอัพเดทราคาให้ฟังกัน ถ้าผลการประมูลออกมาเมื่อไหร่ รวมถึงที่ดีลซื้อขายที่ดินดังๆ แปลงอื่น ยังไงก็ขอให้เกาะบทความนี้ไปด้วยกันครับ 

     

     

  • ซื้อคอนโด รัชดา ลาดพร้าว

    ราคาคอนโดโตไม่หยุด!
    ราคาเปิดตัว / ตร.ม. สูงขึ้นปีละ 13 %

     

     

    ถ้าจะพูดถึงทำเลยอดฮิตที่ Developer ทั้งหลายอยากจะลงทุน จะไม่พูดถึงลาดพร้าวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นทำเลที่ครบครัน รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย

    นอกจากนี้ ยังถูกยกให้ เป็น CBD แห่งใหม่ เป็นศูนย์กลางทางการคมนาคม ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวก หลากหลาย

    โดยเฉพาะ ห้าแยกลาดพร้าว และ แยกรัชดาลาดพร้าว ที่เป็น จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรระหว่าง MRT และ BTS ทั้ง 2 แยก

    ทำให้เดินทางสะดวก เพิื่มทางเลือกในการสัญจรมากขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกใจที่จะมีการกระจุกตัวของคอนโดที่ใกล้ 5 แยกลาดพร้าวและแยกรัชดา-ลาดพร้าว 

    ก่อนอื่น เราจะพาไปดู 2 แยกนี้ว่ามีอะไรพิเศษบ้างและน่าอยู่อย่างที่คิดไว้หรือไม่

     

    ภาพรวมห้าแยกลาดพร้าวและแยกรัชดา – ลาดพร้าว

    จากกราฟฟิคแสดงให้เห็นถึง ความอุดมสมบูรณ์ของย่านลาดพร้าว ที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยอดฮิต ทั้ง Central ลาดพร้าว, Big C Extra, Union Mall รวมถึงตลาดนัดกลางคืนอย่างสวนลุมไนท์ บาซาร์ ที่จะช่วยสร้างความคึกคักยามค่ำคืน

    ยังไม่รวมถึงในอนาคต จะมี Gourmet Market ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก ขนาด 2,300 ตร.ม. มาเปิดภายใน MRT ลาดพร้าว ซึ่งเป็นสาขานอกห้างสรรพสินค้าที่แรกของประเทศอีกด้วย

    นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า ยังรายล้อมด้วย โรงเรียน ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน สถานที่สำคัญทางศาสนา ที่จะสร้างความสะดวกให้แก่คนในพื้นที่

    ด้านปัญหารถติดที่ถูกขนานนาม เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจซื้อคอนโดย่านนี้อย่างแน่นอน แต่ในอนาคตจะทำให้เรามีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้นเพราะมีทางเลือกทั้งใต้ดินและลอยฟ้า

    และเพราะความครบเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ราคาคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตรจะพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อยๆนั่นเอง

     

    CENTRAL PLAZA LADPRAO

    ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมย่านลาดพร้าว ที่ครบครันมีทุกอย่างให้เลือกสรร โดยเฉพาะเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย  

    ภายในประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ,ท็อปส์ มาร์เก็ต ,บีทูเอส ,เพาเวอร์บาย ,ซูเปอร์สปอตส์

    รวมถึงโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่าและอาคารสำนักงาน เรียกได้ว่าครบครันจริงๆ

    UNION MALL

    ศูนย์การค้า ยูเนี่ยน มอลล์ บริหารงานโดย บ.สยามจตุจักร จำกัด ก่อตั้งปี 2549 มีความโดดเด่นในความหลากหลายของสินค้า

    เป็นศูนย์รวมแฟชั่นนำสมัย มีร้านค้ารายย่อยมากกว่า 1,500 ร้าน มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย ตั้งอยู่ใจกลางห้าแยกลาดพร้าว เดินทางสะดวกสบาย มีที่จอดรถมากกว่า 2,000 คัน

    BIG C EXTRA

    บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า เกิดจากการกำหนดแบรนด์และรูปแบบสาขาใหม่ที่จะมาใช้แทนคาร์ฟูร์ 

    เป็นการนำเอาจุดเด่นในด้านการคัดสรรสินค้าจากทุกมุมโลก และการบริการที่เป็นเลิศของคาร์ฟูร์ มารวมกับราคาคุณภาพของบิ๊กซี ในแนวคิด “Better and Bigger”

    เน้นกลุ่มลูกค้าเกรด A ในโซนใจกลางเมืองเป็นหลัก เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค ในรูปแบบร้านไฮเปอร์มาร์ทขนาดใหญ่ 

     

    TRANSPORTATION

    MRT สถานีพหลโยธิน

    MRT สถานีลาดพร้าว

    BTS ห้าแยกลาดพร้าว

    BTS สถานีรัชดา

    MRT สถานีพหลโยธินและMRT สถานีลาดพร้าว

    เป็นสถานีรถไฟใต้ดิน ในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีเส้นทางการเดินรถรวมระยะทาง 21 กม. มีสถานีใต้ดินทั้งหมด 18 สถานี และสถานียกระดับ 1 สถานี

    เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีอยู่เดิม มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมาก และเป็นสถานีที่ มีความสำคัญทางธุรกิจในพื้นที่โดยรอบ

    BTS ห้าแยกลาดพร้าวและBTS สถานีรัชดา

    เป็นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีกำหนดสร้างเสร็จปี 2563 โดยห้าแยกลาดพร้าว จะเป็นจุดตัดระหว่าง BTS สายสีเขียว ลาดพร้าว – คูคต สถานีห้าแยกลาดพร้าว และ MRT สถานีพหลโยธิน  

    และแยกรัชดาลาดพร้าว เป็นจุดตัดระหว่าง BTS สายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง สถานีรัชดา และ MRT ลาดพร้าว

     

    คลิ๊ก! เพื่ออ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    click button-20

    click button-02

     

    ราคาต่อตร.ม.ของคอนโดมิเนียม High Rise

    เนื่องจากความครบครันของพื้นที่ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของวิถีชีวิตคนเมือง ทั้งในเรื่องของห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานที่บันเทิง โรงภาพยนตร์แล้ว ในอนาคตยังมีทางเลือกในการเดินทางมากมาย สะดวกในการเดินทาง

    ซึ่ง Developer ต่างๆก็มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ จึงไม่แปลกที่ในช่วงไม่กี่ปี ย่านลาดพร้าวมีคอนโดมิเนียมใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย เราจะพาไปดู การเปลี่ยนแปลงของราคาต่อตร.ม. ของคอนโดมิเนียม High Rise ในย่านลาดพร้าวกัน ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

     

    จากกราฟแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาเปิดตัว/ตร.ม.ของคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงปีปัจจุบัน

    และในอนาคตมีแนวโน้มว่า จากการที่มีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีเขียวเข้ามาในพื้นที่ ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น คนต้องการเข้ามาอยู่ในพื้นที่ลาดพร้าวมากขึ้น ดังนั้นความต้องการคอนโดนิเนียมในอนาคตจะต้องสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

    โดยคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในช่วงนี้จากกราฟ จะเห็นได้ว่ามี Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 และ Life ลาดพร้าว ที่มีราคาต่อตร.ม. ต่ำกว่า คอนโดมิเนียมอื่นๆที่เปิดในปีเดียวกัน

     

     

    WHIZDOM AVENUE  Ratchada – Ladprao

    บริษัท : แมกโนเลีย

    จำนวนชั้น : 27 ชั้น 

    จำนวนยูนิต : 497 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 135,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น : 3.65 MB

    จุดเด่น : มีให้เลือกหลาย Studio, Duplex, Duplex Penhouse และ Penhouse

    CHAPTER ONE Midtown Ladprao 24

    บริษัท : พฤกษา

    จำนวนชั้น : 37 ชั้น 

    จำนวนยูนิต : 517 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 104,000 บ./ตร.ม. 

    ราคาเริ่มต้น : 3.7 MB

    จุดเด่น : ดีไซน์เป็น New York Soft Loft ที่มี facility จัดเต็ม พิเศษสนามเทนนิส

    METRIS Ladprao

    บริษัท : Major Development

    จำนวนชั้น :  29 ชั้น 

    จำนวนยูนิต :  193 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 117,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น :  3.5 MB

    จุดเด่น : ออกแบบในสไตล์ Mid-Century Modern และสร้างบรรยากาศ Retro Modern

    MARU Ladprao 15

    บริษัท : Major Development

    จำนวนชั้น :  35 ชั้น 

    จำนวนยูนิต :  350 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น :  120,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น :  3.6 MB

    จุดเด่น : เป็น Pet Friendly & Wellness Living 

    เริ่มจาก WHIZDOM AVENUE  Ratchada – Ladprao คอนโดอยู่หัวมุมแยกพอดี ซึ่งคอนโดจากแมกโนเลียส่วนใหญ่จะราคาแพง แต่ตัวนี้ราคาระดับกลาง ใครชอบคอนโดจากแมกโนเลียตัวนี้ก็น่าสนใจ

    คอนโดเพิ่งสร้างเสร็จพร้อมโอนล่าสุด คือ CHAPTER ONE Midtown Ladprao 24 จากพฤกษา ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างแบบ New York Soft Loft พร้อมส่วนกลาง 360 องศาบน Roof top ที่มีกระแสร้อนแรงมากๆในตอนนี้

    คอนโด METRIS Ladprao แบรนด์ใหม่จากเมเจอร์ ที่รุกตลาดระดับบน มีจุดเด่นด้วยการดีไซต์ตกแต่งที่แตกต่าง ใช้สีสันสดใส สร้างสรรค์เอกลักษณ์เฉพาะตัว

    และ MARU Ladprao 15 เน้นจุดเด่นเรื่อง Pet Friendly & Wellness Living ซึ่งจะมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง

     

    ข้อดีที่แตกต่างของแยกรัชดา – ลาดพร้าว

    แยกรัชดา – ลาดพร้าว ในตอนนี้ มีความคึกคักมากขึ้นจากการที่มี BTS สายสีเหลืองเข้ามาในพื้นที่ BTS สถานีรัชดา จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญกับ MRT ลาดพร้าว ที่มีอยู่เดิม จึงทำให้การเดินทางเข้าออกในพื้นที่สะดวกมากขึ้น

    โดย BTS สถานีรัชดา มีความพิเศษกว่าสถานีอื่น เพราะเป็นสถานี Interchange และมีอาคารจอดแล้วจร ทำให้มีความสะดวกมากกว่ารถไฟฟ้าสถานีทั่วไป

    รวมถึงเร็วๆนี้ จะมี กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส มาเปิดใน MRT สถานีลาดพร้าว ทำให้คนที่มีคอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าวสะดวก เพราะสามารถซื้อของสดและอาหารถือกลับเข้าคอนโดได้อย่างสะดวก

    นอกจากนี้ ยังมีสวนลุมไนท์ บาซาร์ ตลาดนัดกลางคืน ที่มีชื่อเสียงของไทย หากใครชอบเดินช้อปยามค่ำคืน ต้องชอบแยกนี้อย่างแน่นอน

    จะเห็นได้ว่า แยกนี้มีความแตกต่างจากแยกอื่น เพราะเป็นทั้งจุดเปลี่ยนถ่ายที่สำคัญ มีอาคารจอดแล้วจร และสามารถช้อปปิ้งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นย่าน 24 ชม.อย่างแท้จริง เรามาดูรายละเอียดของแหล่งช้อปปิ้งที่รายล้อมแยกนี้กัน

     

    RATCHADA NIGHT BAZAAR

    ตลาดนัดกลางคืนขนาดใหญ่ และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนใจกลางเมือง ประกอบด้วยโรงแรม, โซนร้านค้ามากกว่า 1,200 ร้านค้า, โซน Walking Street 500 บูท

    แบ่งเป็นโซนย่อยต่าง ๆ เช่น โซนสินค้าเสื้อผ้า และเครื่องประดับ โซนของตกแต่งบ้าน โซนของฝากนักท่องเที่ยว โซนสัตว์เลี้ยง โซนเบ็ดเตล็ด ร้านอาหาร ลานเบียร์และโจ หลุยส์ เธียร์เตอร์ บางกอก เอ็กซ์ฮิบิชั่น ฮอลล์ 

    GOURMET MARKET

    ข่าวดีที่สุดของชาวลาดพร้าวที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส จะเปิดสาขาในย่านนี้ โดยให้บริการ สินค้าและวัตถุดิบปรุงอาหารคุณภาพดี ที่ตอบโจทย์ได้ครบครันทุกความต้องการจริงๆ

    โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่อาจไม่มีเวลาทำอาหารเองที่บ้าน แต่อยากทานเมนูอร่อยๆ เหมือนในร้านอาหาร

    โดยเป็นสาขาพิเศษที่เปิดนอกห้างสรรพสินค้าที่แรก ภายใน MRT ลาดพร้าว กำหนดเสร็จสิ้น กันยายน 2560 

    จะเห็นได้ว่า แยกรัชดา – ลาดพร้าว มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ตระดับโลกและตลาดนัดกลางคืน จึงเป็นจุดเด่นที่พิเศษมาก เพราะเป็นย่าน 24 ชม. คึกคักทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน

    รวมถึงในอนาคตยังมี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีรัชดา ซึ่งเป็นสถานีปลางทาง ทำให้ย่านนี้คึกคักมากยิ่งขึ้น

     

    และแน่นอนว่า ราคาคอนโดในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เป็นเพราะราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

    เราจึงจะมาวิเคราะห์ราคาที่ดินบริเวณแยกรัชดา – ลาดพร้าว ที่เป็นจุดตัดระหว่างถนนสำคัญ 2 สาย นั่นคือ 

    ถนนลาดพร้าว และ ถนนรัชดาภิเษก

    จากกราฟแสดงให้เห็นว่า ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเฉลี่ยของถนนลาดพร้าวและถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่รอบบัญชีระยะปี 2551 – 2554 , 2555 – 2558 , 2559 – 2562 มีแนวโน้มสูงขึ้น

    เป็นเพราะระบบขนส่งมวลชนที่เข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้ที่ดินบริเวณนี้มีความต้องการสูงขึ้น นั่นเอง ราคาที่ดินจึงเพิ่มสูงขึ้น

     

    ที่มา : กรมธนารักษ์

    โดย ถนนลาดพร้าว มีจุดเริ่มต้นที่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต และสิ้นสุดที่สี่แยกบางกะปิ ตัดกับถนนนวมินทร์และถนนพ่วงศิริ โดยจากแยกนี้ไปจะเป็น ถนนเสรีไทย

    ถนนรัชดาภิเษก เป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพมหานคร เริ่มจากสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ ผ่านสะพานกรุงเทพ และสิ้นสุดเมื่อเข้าเขตกรุงเทพมหานคร รวมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ และมาบรรจบที่ทางแยกท่าพระ

     

    ตัวอย่างราคาที่ดินที่ขายในปัจจุบัน

    1.Location : ติดถนนรัชดาภิเษก

    ขนาดที่ดิน : 2 ไร่ 3 งาน

    ราคาที่ดิน : 935,000,000 บ.

    ราคา / ตร.วา : 850,000 บ.

    2.Location : ติดถนนรัชดาถิเษก ซอยรัชดา 44

    ขนาดที่ดิน : 1 ไร่ 15 ตร.วา

    ราคาที่ดิน :  186,750,000 บ.

    ราคา / ตร.วา :  450,000 บ.

    3. Location : ซอยลาดพร้าว 28 เข้าซอย 400 ม.

    ขนาดที่ดิน : 1 งาน 64 ตร.วา

    ราคาที่ดิน : 21,400,000 บ.

    ราคา / ตร.วา : 130,000 บ.

    จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพของทำเลรัชดา – ลาดพร้าว ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต จึงไม่แปลกที่ในตอนนี้ใครๆต่างสนใจ คอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าว

    และคอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าวที่น่าสนใจตอนนี้ เห็นจะมีแต่ Chapter One ลาดพร้าว 24 โดยเป็นคอนโดที่ราคาต่อตร.มต่ำกว่า คอนโดที่เปิดในปีเดียวกัน รวมถึงเพิ่งสร้างเสร็จเร็วๆนี้ เราไปดูกันดีกว่าว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง

     

    คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ล่าสุด Chapter One ลาดพร้าว 24

    คอนโดใหม่ แต่งครบ ติดถนนลาดพร้าว เพียง 100 เมตรจาก MRT ลาดพร้าว ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft

    มีจุดเด่น ที่มาพร้อม Facilities ขนาดใหญ่ พร้อมสนามเทนนิสและส่วนกลางที่หลากหลาย 

    INFORMATION

    Chapter One ลาดพร้าว 24

    Developer                    : พฤกษา เรียลเอสเตท
    Area                             : 2-3-31.9 ไร่
    Location                       : ซอยลาดพร้าว 24-26 
    Type                             : High Rise 
    Building                        : 1 อาคาร 37 ชั้น
    Cons. Start                   :  2558
    Cons. Complete           :  2560

    UNIT TYPE 

    Total units  517 ยูนิต

    • Studio                        : 23.71-24.15 ตร.ม.

    • 1 Bedroom                : 29.61-38.66 ตร.ม.

    • 2 Bedroom                : 58.64 ตร.ม.

     

    LOCATION

    พิกัด : 13.806386, 100.572666

     

    FACILITIES

    Parking : 231 คัน ประมาณ 45% 

    – Tennis Court / High Ceiling Lobby

    – Meeting Room / Fitness & steam room

    – Midtown Sky Lounge

    – Sky Pool / Sky Island / Sky Fitness

    – Sky Terrace / Sunken Bed

    ภายในโครงการมี Facilities ครบครันรองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยการอยู่ชั้นบนสุดของโครงการ สามารถชมวิวเมืองได้รอบ ครบทุกองศา พิเศษสุดๆ

    รวมถึงการดีไซน์ชั้นดาดฟ้าที่ทันสมัย ห้องตกแต่งในลักษณะ Glass box ชมวิวได้ในทุกการทำกิจกรรม เพิ่มความโปร่งโล่งด้วย Double volume ceiling ทำให้การพักผ่อนๆบนชั้นดาดฟ้าไม่น่าเบื่อ

    ข้อมูลล่าสุดคือ เหลือ 2 ยูนิตสุดท้าย และ Shop ขนาด 177 ตร.ม.ด้านหน้า ที่เตรียมงานระบบและเครื่องปรับอากาศไว้ให้พร้อม 

    ใครสนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/uns3yL ข้อมูลติดต่อ 1739

  • มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี

    มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี
    เชื่อมไทยสู่อาเซียน

    โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรีเป็นทางหลวงพิเศษ ที่จะทำให้การจราจรจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสามารถเดินทางไปภาคตะวันตกของประเทศได้โดยสะดวก

    และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมสู่ภาคตะวันตกและโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย  ประเทศพม่า

    ครม.อนุมัติเพิ่มเติมงบกลาง 5,112 ลบ. ก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรีที่ยังขาดงบประมาณ

    เมื่อวันที่ 1 สค. 2560 นายอาคม เดิมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.อนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 5,112 ลบ. 

    เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ของกรมทางหลวง (ทล.) โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้

    1.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 500 ลบ. ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

    2.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 4,612 ลบ. เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 1,842 ลบ. และค่าก่อสร้างงานโยธา จำนวน 2,770 ลบ.

    ซึ่งเป็นกรอบวงเงินเดิมที่ ครม.ได้เคยอนุมัติไว้ เพื่อให้สามารถจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและจ่ายค่างานล่วงหน้า 15% ได้ ก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ค.58, 8 มี.ค.59 และ 20 ก.ย.59 อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา วงเงินลงทุน 76,600 ลบ.

    รวมทั้งโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี วงเงินลงทุน 49,120 ลบ. รวมวงเงินลงทุนของทั้ง 2 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 125,720 ลบ. โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2563 ซึ่งกระทรวงฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณและได้โอนเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณโครงการอื่นของ ทล. มาเพื่อใช้ดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ

    สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2559 – 2561 แล้ว พบว่าแผนการดำเนินงานของทั้ง 2 โครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ยังขาดงบประมาณอีกจำนวนทั้งสิ้น 5,112 ลบ. เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษาได้สำรวจพื้นที่โครงการเบื้องต้นตั้งแต่ปี 2551 เพื่อใช้ในการออกแบบก่อสร้างโครงการ โดยมิได้สำรวจทรัพย์สินเพื่อการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือกำหนดค่าทดแทนตามกฎหมาย

    ทั้งนี้ กระทรวงฯ โดย ทล.จึงได้เสนอสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมทั้งสิ้น 11,920 ลบ. เพื่อเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา จำนวน 500 ลบ.

    ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 7,484 ลบ. และค่าก่อสร้างงานโยธาโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี จำนวน 3,936 ลบ.

    Info : Thairath Online (1 สค. 2560)

    โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ บางใหญ่-บ้านโป่ง ระยะทาง 51 กม. ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (กาญจนาภิเษก)

    บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ จ.นนทบุรี ถึงแยกทางต่างระดับบ้านโป่ง จ.กาญจนบุรี และบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 47 กม. ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร สิ้นสุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รวมระยะทาง 96 กม.

    โครงการการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81

    เส้นทาง : บางใหญ่ – บ้านโป่ง – กาญจนบุรี
    ระยะทาง
     : 96 กม.

    วงเงินลงทุน : 49,120 ลบ.

    สัญญาการก่อสร้าง : แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 25 ตอน ประมูลแล้ว 9 ตอน 

    สถานะการก่อสร้าง : ยังไม่เริ่มก่อสร้าง ติดปัญหาการเวนคืนที่ดิน
    การลงทุน :
    กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
    ปีที่สร้างเสร็จ :
    2562
    ปีที่เปิดให้บริการ :
     2563

    Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

    โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี มีจุดแยกทางยกระดับเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งหมด 8 จุด 

    1) บางใหญ่                      
    2) นครชัยศรี (ทล.3323)
    3) นครชัยศรี (เชื่อมต่อสายนครปฐม-ชะอำ)
    4) นครปฐมฝั่งตะวันออก (ทล.3036)
    5) นครปฐมฝั่งตะวันตก (ทล.321)   
    6) ท่ามะกา (ทล.3394)      
    7) ท่าม่วง (ทล.3081)     
    8) กาญจนบุรี (ทล.324)

    Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

    โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เป็นทางหลวงที่มีด่านเก็บค่าผ่านทางแบบปิด (คิดตามระยะทาง)

    มีสถานีบริการทางหลวง (Service Area) 2 แห่ง ได้แก่ สถานีบริการทางหลวงนครชัยศรี สถานีบริการทางหลวงนครปฐม

    และที่พักริมทางหลวง (Rest Area) 1 แห่ง บริเวณ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

    Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

    โครงการท่าเรือน้ำ ลึกทวายเป็นโครงการสัมปทานแบบ “Build-Operate-Transfer” ตั้งอยู่ที่บ้าน Nabule อำเภอทวาย มณฑลตะนาวศรี พื้นที่ 204 ตร.กม. ประกอบด้วย ท่าเรือทวายซึ่งเป็นท่าเรือ น้ำลึกธรรมชาติที่มีร่องน้ำลึกถึง 50 ม.

    ถนนโครงการเริ่มจากพื้นที่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและนิคมอุตสาหกรรมที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ในสหภาพพม่าเชื่อมโยงสู่ชายแดนไทย-พม่าที่ บ.พุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยระยะทางในส่วนของ ถนนสายหลักในพื้นที่ท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 18 กม. และถนนโครงการถัดจากนั้นถึงชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 132 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 150 กม.

    ระยะแรกถนนโครงการจะเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร แบบแบ่งแยกทิศทางโดยมีรูปแบบทั้งเกาะกลางกดเป็นร่อง (Depressed Median) และเกาะกลางรูปแบบกำแพง คสล. (Barrier Type Median) และโดยที่เส้นทางส่วนใหญ่ต้องตัดผ่านสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง จึงต้องมีรูปแบบของ Viaduct และอุโมงค์อยู่ด้วย ทั้งนี้ รูปแบบของถนนโครงการและมาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่จะสามารถรองรับยวดยานในกลุ่มประเทศใน GMS Corridor รวมถึงประเทศจีนด้วย

    แนวคิดในการกำหนดแนวทางเลือกของเส้นทาง

    ในการกำหนดจุดเริ่มต้นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สาย กาญจนบุรี-ชายแดนไทย/พม่า (บ้านพุน้ำร้อน) จะพิจารณาถึงการเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งมีจุดสิ้นสุดอยู่ที่บริเวณบ้านหนองขาว ทางเหนือของเมืองกาญจนบุรีและอยู่ฝั่งเหนือของทางหลวง หมายเลข 323

    บริเวณดังกล่าวนี้ก็มีความสะดวกที่จะต่อเชื่อมกับทางหลวง ที่เชื่อมต่อสู่วงแหวนรอบนอก(กรุงเทพมหานคร) ด้วยเส้นทางผ่านอำเภอบางเลน และสามารถมุ่งต่อไปยังพื้นที่ทางเหนือ คือ ด่านเจดีย์สามองค์ได้โดยสะดวก

    อย่างไรก็ตาม จากจุดสิ้นสุดของแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ดังกล่าวนี้ แนวเส้นทางเลือกสำหรับโครงการ จะต้องตัดผ่านพื้นที่ทหาร คือ หน่วยราชการของกองทัพบก

    ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่องทางด้านทิศเหนือของเมืองกาญจนบุรี และนับเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงการ ดังนั้น จึงได้พิจารณาเพิ่มเติมในบริเวณอื่นๆ ซึ่งจะมีการศึกษารายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

    Info : กรมทางหลวง (02/02/2560)

    Video : กรมทางหลวง (02/02/2560)

  • นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Niche id @ Pakkret Station

    นิช ไอดี ปากเกร็ด สเตชั่น

    นิช ไอดี ปากเกร็ด เป็นคอนโดประเภท High Rise อยู่ในย่านปากเกร็ดซึ่งเป็นย่านที่กำลังมีการเติบโตของเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่กำลังจะมาถึงอย่างรถไฟฟ้า หรือโครงการอาคารสูงที่กำลังทยอยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทำเลนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าลงทุน ที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากห้าแยกปากเกร็ดและ BTS สถานีปากเกร็ด 500 ม.

    โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกิดขึ้นมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และยังชูจุดเด่นด้าน Facilities ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่อย่างการจัดสรรค์พื้นที่ co-working space ไว้ให้คนในโครงการใช้ทำงาน ห้องพักมีการจัดการพื้นที่โดยชูจุดเด่นเรื่อง Furniture และการใส่ใจความเป็นอยู่ของลูกบ้านด้วย Application สำหรับแจ้งปัญหา ฝากขายหรือให้เช่าห้องได้ ภายในคลิกเดียว โครงการนี้จึงถือได้ว่าเป็นโครงการคอนโดที่ครอบคลุมในทุกๆปัจจัยของการอยู่อาศัย และน่าสนใจอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว

    FACT

    9 Aug 2560

    INFORMATION

    Project : Niche id @ Pakkret Station
    Developer : 
    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
    Area : 2-3-64.1 ไร่
    Location :  ใกล้แยกปากเกร็ด , ถ.ติวานนท์ , 500 ม. จาก BTS ปากเกร็ด (สายสีชมพู)
    Type : High Rise Condo
    Building : 1 อาคาร สูง 35 ชั้น
    คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สิงหาคม 2562

    UNIT PACKAGE
    – Fully-Furnished

    UNIT TYPE 

    Total units :

    864 ยูนิต (ร้านค้า 7 ยูนิต , ห้องพัก 857 ยูนิต)

    • 1 Bedroom : 25.25-28 ตร.ม.
    • 1 Bedroom Plus : 34 ตร.ม.
    • 2 Bedroom : 50.5 – 56 ตร.ม.

     

    FACILITIES

    Parking : ประมาณ 40%
    – Lobby
    – Meeting Room
    – Sport Area ( open air )
    – Swimming Pool
    – Fitness
    – Co-Working Space
    – Sky Garden
    – Key Card Access
    – Elevator Access
    – CCTV 24 hrs

    PRICE

    Price :
    เริ่มต้นที่  1.35 ลบ.
    (เริ่มต้น  53,000 บ./ตร.ม.)

    ค่าจอง :
    – 1 BR 10,000 บ.
    – 1 BR Plus 10,000 บ.
    – 2 BR 20,000 บ.
    ทำสัญญา : เริ่มต้น 22,000 บ.
    ผ่อนดาวน์ :  3,500-6,500 บ.
    ค่ากองทุน : 500 บ./ตร.ม.
    ค่าส่วนกลาง : 35 บ./ตร.ม.

    .

    PRODUCT

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    นิช ไอดี ปากเกร็ด เป็นโครงการคอนโด High Rise 35 ชั้น รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดเพียง 500 ม. โครงการนี้เป็นโครงการของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ออกแบบภายใต้แนวคิด “ขยายทุกพื้นที่ ให้ชีวิตลงตัว ” โครงการตั้งอยู่ติดถ.ติวานนท์ ห่างจากแยกปากเกร็ด 500 ม.

    จุดเด่นของโครงการ คือ การออกแบบพื้นที่ส่วนต่างๆของคอนโดให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง อย่าง co-working space ที่มีการเชื่อมต่อ WiFi ในพื้นที่ ให้ผู้อยู่อาศัยใช้ทำงานได้อย่างสะดวกสบาย หรือภายในห้องพักเองที่ชูข้อเด่นด้านการออกแบบ Furniture ให้มีการใช้งานได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น ทำให้สามารถใช้พื้นที่ภายในได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น

    นิช ไอดี ปากเกร็ด
    One Bedroom 25.25 ตร.ม.

     

    นิช ไอดี ปากเกร็ด
    One Bedroom 28 ตร.ม.

    .

    FACILITIES

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Facilities ของโครงการถือว่าให้มาอย่างครบครัน ส่วนหลักๆคือ สวนหย่อมและสระว่ายน้ำระบบเกลือที่ชั้น 7 ในชั้นเดียวกันยังมี Fitness สำหรับให้ลูกบ้านออกกำลังกัน นอกจากนั้นในชั้นที่ 28 โครงการยังมี Co-working Space เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพบปะพูดคุย ซึ่งมี wifi ไว้อำนวยความสะดวก

    หรือถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวก็มี Meeting Room เตรียมไว้ให้ใช้จัดประชุมกัน ส่วนภายนอกของชั้นนี้ยังมีพื้นที่พักผ่อน ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของต้นไม้ และรับวิวของเมืองในมุมสูงอีกด้วย

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Swimming Pool – สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 25 x 8.5 เมตร ลึก 1.20 เมตร
    Garden – พื้นที่สีเขียวของโครงการ เป็นพื้นที่สำหรับนั่งสำหรับพักผ่อน พบปะพูดคุย ซึ่งจะมีที่ชั้น 7 กับ ชั้น 28 ของโครงการ

    .

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Fitness – พื้นที่ออกกำลังกายสำหรับลูกบ้าน อยู่ในชั้น 7 ซึ่งทำให้ได้รับวิวของสระว่ายน้ำไปด้วย

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Elevator Access  – ระบบลิฟท์ที่ล็อคชั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Meeting Room  – ห้องประชุม สำหรับการพบปะพูดคุยเป็นการส่วนตัว

    .

    Application บริการหลังการขายครบวงจร

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    บริการเสริมของโครงการ Application สำหรับจัดการปัญหาและมอบบริการที่เกิดขึ้นภายหลังเข้าอยู่ ทั้งแจ้งซ่อม ติดต่อกับโครงการโดยตรงหรือนิติบุคคล รวมถึงการฝากขายหรือให้เช่า ซึ่งบริการนี้สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของ Sena ในด้านของการใส่ใจผู้อยู่ อีกทั้งเมื่อเร็วๆนี้เมื่อต้นเดือน มิ.ย. 2560 เพิ่งมีการจัดแถลงข่าวการร่วมมือของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ฮันคิว เรียลตี้ (ประเทศญี่ปุ่น) จำกัด ที่ร่วมมือกันจัดตั้งบริษัท “เสนา ฮันคิว 1” 

    ฮันคิว เรียลตี้มีผลงานการก่อสร้างบ้านพักอยู่อาศัยกว่า 60,000 ยูนิต และคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ Geo กว่า 20,000 ยูนิต และทั้ง 2 บริษัทยังมีปรัชญาในการทำงานที่ตรงกัน คือ Consumers come first การใส่ใจต่อการบริการลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง การสร้างความไว้วางใจ การศึกษาความต้องการของลูกค้าเพื่อมาพัฒนาผลงานให้ลูกค้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆในชีวิตประจำวัน

     

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : SENA จับมือพันธมิตรญี่ปุ่นร่วมทุน ฮันคิว เรียลตี้ ชู Geo fit+ คลิก

    .

    .

    LOCATION

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    โครงการ นิช ไอดี ปากเกร็ด ตั้งอยู่ในย่าน ปากเกร็ด-นนทบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตบริเวณแยกปากเกร็ดซึ่งถัดไป 500 ม. จากโครงการ จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) ตัดผ่าน และยังเชื่อมต่อไปยังสายสีแดงที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี2563 กับสีม่วงซึ่งปัจจุบันเปิดใช้บริการแล้ว จากการมาถึงของระบบขนส่งสาธารณะดังกล่าว ทำให้บริเวณโดยรอบเริ่มมีอาคารสูงเกิดขึ้นและเกิดการเติบโตของเมือง ซึ่งทำให้ย่านนี้เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าลงทุน

    การเดินทาง โครงการติดกับ ถ.ติวานนท์ ที่เชื่อมต่อไปยังถนนหลักๆเส้นอื่นได้อีกหลายสายทั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ และถ.งามวงศ์วาน รวมถึงทางพิเศษศรีรัช ซึ่งทั้งสองสายต่างเป็นเส้นหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพชั้นใน หน้าโครงการยังมีรถประจำทางซึ่งผ่านถนนเส้นนี้อีกหลายสาย หรือที่ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถเดินทางด้วยเรือด่วนได้อีกทางเลือกหนึ่ง โดยภาพรวมแล้วโครงการมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทำให้การเดินทางมาถึงนั้นเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

    ความคืบหน้ารถไฟสายต่างๆ คลิก

    ห้างสรรพสินค้า

    – ห่างเมเจอร์ฮอลลีวูด ปากเกร็ด 1 กม.
    – ห่างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า 1.6 กม.
    – ห่างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ 3.2 กม.
    – ห่างเอสพลานาดแคราย 6.7 กม.
    – ห่างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 8.8 กม.

    Image : google map

     

    เมเจอร์ฮอลลีวูด ปากเกร็ด

    บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า แจ้งวัฒนะ

    เซ็นทรัล พลาซ่า แจ้งวัฒนะ

    เอสพลานาด งามวงศ์วาน

    เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

     

    Landmark และสถานที่ราชการ

    – ห่างวัดชลประทานรังสฤษฏ์ 3.2 กม.
    – ห่างกรมชลประทาน ปากเกร็ด 4 กม.
    – ห่างศูนย์ราชการนนทบุรี 7.8 กม.
    – ห่างเมืองทองธานี 8.7 กม.

    – ห่างห้าแยกปากเกร็ด 500 ม.

    Image : google map

    วัดชลประทานรังสฤษฏ์ 

    กรมชลประทาน ปากเกร็ด

    ศูนย์ราชการนนทบุรี

    เมืองทองธานี

    ห้าแยกปากเกร็ด

    .

    โรงพยาบาลและสถานศึกษา

    – ห่าง รพ. กรุงไทย 290 ม. (ข้างโครงการ)
    – ห่าง รพ มงกุฎวัฒนะ 7.2 กม.

    – ห่าง ร.ร. สวนกุหลาบนนทบุรี 650 ม. (ตรงข้ามโครงการ)
    – ห่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ 6.6 กม.

    Image : google map

    รพ. กรุงไทย

    รพ. มงกุฎวัฒนะ

    โรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี

    วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ

    .

    ACCESSIBILITY

    จุดที่ 1 จากถ.แจ้งวัฒนะ (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้ามาจากเส้นแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้า ให้ขับตรงมาผ่านเส้นถ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตรงมาอีก 1.5 กม.ให้เบี่ยงเข้าเลยขวา จะเจอห้าแยกปากเกร็ด ให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงมา 500 ม. โครงการจะอยู่ซ้ายมือ

    จุดที่ 2 จากถ.งามวงศ์วาน (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้ามาจากฝั่งบางเขนแล้วตรงมายังเส้น ถ.งามวงศ์วาน ให้ขับตรงยาวข้ามสะพานที่ตัดข้ามถ.ประชาชื่น ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับสะพานข้ามแยกแครายให้กลับรถใต้สะพานไปยังถนนฝั่งขวา (ตัดเข้าเส้นถ.ติวานนท์) ขับตรงมาอีกประมาณ 5.7 กม. จะเจอกับห้าแยกปากเกร็ด ให้ขับลอดอุโมงค์จากแยกมาอีก 500 ม. โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

    จุดที่ 3 จากถ.ติวานนท์ (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้ามาจากเส้น รังสิต-ปทุมธานี ให้ขับตรงมาตัดเข้าเส้น ถ.ติวานนท์ ฝั่งขาเข้า โดยจะเป็นการขับตรงยาวมาจนถึงโครงการ แต่โครงการจะอยู่ทางฝั่งขวามือซึ่งเป็นถนนฝั่งตรงข้าม ให้ขับลอดอุโมงค์ผ่านห้าแยกปากเกร็ดไปกลับรถบริเวณวัดชลประทานฯ แล้วลอดผ่านอุโมงค์มาอีกครั้งขับตรงมา 500 ม. โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

    จุดที่ 4 จากถ.ราชพฤกษ์ (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จาก ถ.ราชพฤกษ์ฝั่งขาออกให้ขับเข้ามาตัดเส้นถ.ชัยพฤกษ์ที่บริเวณวงแหวนข้ามแยก เลี้ยวเข้ามาทางขวาแล้วขับตรงมาเลียบทางคู่ขนานถ.ชัยพฤกษ์ ข้ามสะพานข้ามคลองพระอุดม ซึ่งฝั่งขวามือจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเกาะเกร็ด ขับตรงมาอีก 3 กม.ทางเลนซ้ายจะเจอห้าแยกปากเกร็ด ให้เลี้ยวซ้าย ตรงมา 500 ม. โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

    SURROUNDING

    ทิศเหนือ

    – ติดที่ดินเปล่า , และคอนโด Low Rise The Kith Tiwanon สูง 7 ชั้น

    ทิศใต้

    – ติด ถ.ติวานนท์ ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    ทิศตะวันออก

    – ติดร้านขายเหล็ก , ปั๊มน้ำมันซัสโก้ , โรงพยาบาลกรุงไทย

    ทิศตะวันตก

    – ติดถ.ติวานนท์-ปากเกร็ด ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่าและอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    ทิศเหนือ

    ที่ดินเปล่า

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    The Kith Tiwanon

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ทิศใต้

    อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ทิศตะวันออก

    ร้านขายเหล็กรูปพรรณ

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ปั๊มน้ำมันซัสโก้

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    รพ.กรุงไทย

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ทิศตะวันตก

    พื้นที่ดินเปล่า

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    .

    พื้นที่โครงการ

    บรรยากาศด้านหน้าโครงการ

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    site ปัจจุบัน ยังเป็นพื้นที่ว่าง อยู่ในขั้นตอนขอ EIA ขั้นสุดท้าย คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายเดือนสิงหาคม 2560 และมีกำหนดเสร็จเดือนสิงหาคม 2562

    .

    SALES GALLERY

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    Sales Gallery อยู่ติดถ.ติวานนท์ ห่างจากห้าแยกปากเกร็ด 500 ม. 

    .

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)

     

    .

    MASTER PLAN

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    โครงการ Niche id @ Pakkret เป็นคอนโด High Rise ประกอบไปด้วย

    อาคารชุดพักอาศัยจำนวน 1 อาคาร ทั้งหมด 864 ยูนิต (ร้านค้า 7 ยูนิต ห้องพัก 857 ยูนิต)

    ชั้น Ground Floor ประกอบไปด้วย

    1.Lobby
    2.ที่จอดรถ
    3.Mail Box
    4.Lift Lobby
    5.พื้นที่สันทนาการ/ลานกิจกรรม

    ชั้น 2-6 เป็นชั้นสำหรับจอดรถ และชั้น 7 เป็นต้นไปจะเป็นส่วนของ Facilities และ ห้องพัก

    ชั้น 7 ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือ สวนและฟิตเนส

    ชั้น 28 ประกอบไปด้วย co-working space และสวนดาดฟ้า

    .

    UNIT TYPE

    ห้องพักมีทั้งหมด 6 Type คือ

    1.Type 1A- 1bedroom
    ขนาด 25.25 ตร.ม.

    2.Type 1A- 2bedroom
    ขนาด 50.50 ตร.ม.

    3.Type 2A- 2bedroom
    ขนาด 51 ตร.ม.

    4.Type 1B- 1bedroom
    ขนาด 28 ตร.ม.

    5.Type 1B- 2bedroom
    ขนาด 56 ตร.ม.

    6.Type 1C- 1bedroom plus
    ขนาด 34 ตร.ม.

    .

    SHOW UNIT (1 bedroom : 25.25 sq.m.)

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ห้องนั่งเล่น เป็นส่วนต้อนรับแรกสุดที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอ บริเวณพื้นที่ประกอบไปด้วยชุดโซฟาสำหรับสองคนนั่ง และชุดตู้ทีวี Built-in กับตู้เก็บของ ระยะระหว่างโซฟากับทีวีห่างกันพอสมควร เป็นระยะที่เหมาะสม

    ในส่วนของโซฟากับชั้นวางทีวีนั้นเป็นดีไซน์พิเศษที่ถูกออกแบบโดย Sena เอง และให้บริษัท Metro Index ผลิตให้ เอกลักษณ์จะอยู่ที่ฟังก์ชั่นเก็บของที่ซ่อนอยู่ในตัวเฟอร์นิเจอร์ ทำให้สามารถปรับ ขยายพื้นที่ได้ตามต้องการ ถัดจากโซฟาจะเป็นชุดโต๊ะกินข้าว ซึ่งถูกออกแบบมาให้พับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งานอีกด้วย ความสูงจากพื้นห้องถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 ม. ผนังและฝ้าที่ให้จะเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ห้องนอนจะมีเฟอร์นิเจอร์ Built-in ให้เช่นกัน เป็นตู้เสื้อผ้าอเนกประสงค์ เตียงภายในห้องขนาด 5 ฟุตมีลิ้นชักเก็บของที่ใต้เตียง พื้นที่ระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจะถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน บานกรอบอลูมิเนียมสีเงิน

    เคาน์เตอร์ครัวซึ่งมีลิ้นชักและตู้ใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งออกแบบโดย Sena เช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ส่วนนี้จะไม่ได้ให้เตากับที่ดูดควันมา แต่จะทำช่องเตรียมไว้ให้สามารถต่อเองได้ในภายหลัง ตู้เหนือเคาท์เตอร์เมื่อเปิดออกสามารถดึงชั้นวางจานลงมาเพื่อใช้วางจานแล้วพับเก็บได้

    ห้องน้ำจะใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto พื้นปูกระเบื้อง 30×30 ซม. ส่วนเปียกกับส่วนแห้งกั้นด้วยการยกระดับพื้นขึ้นมาคั่นกลาง และไม่มีประตูกระจกให้ ส่วนอาบน้ำบริเวณฝักบัว Built-in ที่วางเครื่องอาบน้ำมาให้ กระจกในห้องน้ำติดตั้งกระจกบานใหญ่มาให้

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom

     สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)

    .

    SHOW UNIT (1 bedroom : 28 sq.m.)

    ห้องขนาด 28 ตร.ม.จะมีการจัดวางพื้นที่หลายๆส่วนคล้ายกับห้องขนาด 25.25 ตร.ม. ที่แตกต่างกันคือบริเวณหน้าห้องน้ำจะโต๊ะ Built-in มาให้สำหรับเป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะสำหรับทำงาน เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นจะให้มาเหมือนกับห้องที่แล้ว

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ห้องนอนมีเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้ามาให้ มีลิ้นชักและพื้นที่สำหรับเก็บของเช่นกัน ห้องนอนอาจไม่ได้กว้างมากนักแต่ด้วยฝ้าที่สูง 2.6 ม. ก็ทำให้ห้องนี้ดูโปร่งขึ้น พื้นห้องปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่น

    ครัวห้องนี้จะมีขนาดเท่ากับห้อง 25.25 ตร.ม. โดยมีเคาน์เตอร์ครัว Built-in มาให้เช่นกัน พื้นครัวจะเป็นกระเบื้องสีเทาอ่อนขนาด 30×30 ซม. ถัดจากครัวจะเป็นระเบียง มีพื้นที่สำหรับติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ และเครื่องซักผ้า ซึ่งทำจุดเชื่อมต่อเอาไว้ให้ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.4 ม.

    ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto ทั้งหมด ระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.4 ม. ห้องนี้ให้กระจกบานใหญ่มา รวมอยู่ในโปรโมรชั่นเช่นเดียวกันกับห้องขนาดแรก

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom

     สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)
    .

    .

    SPECIFICATION

    SWITCH&OUTLET

    1.สวิตซ์ และ ปลั๊กไฟยี่ห้อ Schneider
    2.โคมไฟสี่เหลี่ยม
    3.ไฟ LED Downlight 

    DOOR&WINDOW

    1.ห้องนอน ประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสามตอน
    2.ห้องครัว ประตูบานเลื่อนอลูมิเนียม
    3.ระเบียง ประตูบานเลื่อนอลูมิเนียม
    4.หน้าต่างบานเลื่อนสองตอน
    ในห้องนอน และบาน Fixed ด้านล่าง

    1

    2

    3

    4

    FLOOR

    1. พื้นภายในห้องเป็นพื้นลามิเนตหนา 8 มม.
    2. พื้นห้องน้ำเป็นพื้นกระเบื้องสีเทา ขนาด 30 × 30 ซม.
    3. พื้นระเบียงเป็นกระเบื้องสีครีม ขนาด 30 x 30 ซม.
    4. พื้นระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำ กั้นด้วยธรณีประตูทำจากกระเบื้องสีเทา

    1

    2

    3

    4

    WALL&CEILING

    1.ผนังห้องพักภายใน (ห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, ครัว ) เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว
    ผนังภายนอก (ส่วนระเบียง) เป็นผนังฉาบเรียบทาสีภายนอก
    ฝ้าห้องพัก เป็นฝ้ายิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี
    ฝ้าห้องน้ำ เป็นฝ้ายิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี ชนิดกันชื้น
    2. ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวจรดฝ้าเพดาน
    3.ผนังในห้องอาบน้ำปูกระเบื้องสีเทาเข้ม

    1

    2

    3

     

    SANITARY WARE

    1. โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto
    2. สายฉีดชำระ
    3. ที่ใส่กระดาษชำระ
    4. อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Cotto
    5. ฝักบัวยี่ห้อ Cotto
    6. ชั้นวางเครื่องอาบน้ำ
    7. ที่วางสบู่
    8. ราวแขวนผ้าเช็ดตัว

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    KITCHEN

    1. Built-in เคาน์เตอร์ครัว (เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น)
    2. ก๊อกและอ่างล้างจาน 1 ช่อง รวมอยู่ในโปรโมชั่น
    3. ช่องเชื่อมต่อ Hood ดูดควัน
    4. Built-in ชั้นเก็บของเหนือเคาน์เตอร์ครัว

    1

    2

    3

    4

    .

    BUILT-IN

    แบบ Fully-Furnished

    1.ชุดโต๊ะรับประทานอาหาร
    2.ชุดโต๊ะวางทีวี และตู้เก็บของ
    3.ชุดโซฟา
    4.เตียงนอนขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก)
    5.ชุดครัว และที่วางจานพับเก็บได้
    6.ตู้เสื้อผ้า
    7.ชุดโต๊ะเครื่องแป้ง/ทำงาน (สำหรับห้องขนาด 28 ตร.ม.)

    8.แอร์ York  9,000 BTU 1 ตัว (ห้องนอน)

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    1

    2

    3

    4

    5

    5

    6

    7

    8

    .

    PRICE COMPARISON

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    นิช ไอดี @ ปากเกร็ด สเตชั่น 

    ที่ตั้ง
    ถ.ติวานนท์ , 500 ม. จาก BTS ปากเกร็ด และห้าแยกปากเกร็ด

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

    ความสูงอาคาร
    35 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    2-3-64.1 ไร่

    จำนวนยูนิต
    864 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.36 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น 54,000 บ./ตร.ม.)

    ศุภาลัย วิสต้า ห้าแยกปากเกร็ด

    ที่ตั้ง
    ถ.แจ้งวัฒนะ

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

    ความสูงอาคาร
    30 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    2-0-43 ไร่

    จำนวนยูนิต
    404 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    2.19 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น 70,000 บ./ตร.ม.)

    เอสโทร แจ้งวัฒนะ…………

    ที่ตั้ง
    ถ.แจ้งวัฒนะ

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    เอ-สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้

    ความสูงอาคาร
    37 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    2-0-95 ไร่

    จำนวนยูนิต
    484 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    2.10 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น 75,000 บ./ตร.ม.)

    ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ

    ที่ตั้ง
    ถ.แจ้งวัฒนะ

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

    ความสูงอาคาร
    28 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    2-0-95 ไร่

    จำนวนยูนิต
    435 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.95 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น 58,000 บ./ตร.ม.)

    ไนท์บริดจ์ ดูเพล็กซ์ ติวานนท์

    ที่ตั้ง
    ถ.ติวานนท์

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

    ความสูงอาคาร
    25 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    1-2-46 ไร่

    จำนวนยูนิต
    373 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    2.3 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น 88,500 บ./ตร.ม.)

    .

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    การเดินทาง

    โครงการ นิช ไอดี ปากเกร็ด สามารถเดินทางมาได้หลากหลายเส้นทางจากถนนเส้นหลักคือ ถ.ติวานนท์ ทั้งรถยนต์ส่วนตัว และรถประจำทาง ในอนาคตบริเวณใกล้กับ ห้าแยกปากเกร็ดจากมีสถานีปากเกร็ด ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีชมพูตัดผ่าน ห่างจากโครงการ 500 ม. ทำให้การเดินทางเข้า-ออกจากโครงการเป็นไปโดยสะดวก ทางทิศเหนือยังมีท่าเรือปากเกร็ด ทำให้เราสามารถสัญจรโดยเรือด่วนเจ้าพระยาเข้าเมืองได้อีกช่องทางหนึ่ง

    บรรยากาศของย่าน

    ย่านปากเกร็ดส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัย 2 ชั้น และอาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ติดถนนและด้านล่างเป็นร้านค้า ทำให้ย่านนี้มีผู้คนสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา ไม่เงียบเหงาจนเกินไป ใกล้กับห้าแยกปากเกร็ดมีตลาดปากเกร็ดซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยหลักของคนในย่าน ทั้งของกิน และของสด ตรงหัวมุมแยกยังมีห้างเมเจอร์ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งบันเทิงของคนในย่าน ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นโรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี โครงการนี้จึงค่อนข้างจะตอบสนองต่อความต้องการผู้ปกครองที่ต้องการซื้อห้องไว้เพื่อเป็นที่พักให้ลูกเดินทางไปโรงเรียนได้อย่างสะดวกสบาย

    SPECIFICATION

    สิ่งที่โครงการให้มาถือว่าเป็น spec ระดับมาตรฐาน แต่ข้อดีของโครงการนี้คือ มีจุดเด่นด้าน Built-in Furniture ซึ่งถือว่าออกแบบมาได้ตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในห้องพักของตัวเองอย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถเก็บของได้เยอะขึ้น เพราะปัญหาหลักๆส่วนมากของคอนโดคือ พื้นที่เก็บของน้อยนั่นเอง

    DESIGN

    เมื่อดูตามผังโครงการ ห้องที่ได้รับวิวจะเป็นห้องในชั้นที่ 7 ขึ้นไปซึ่งก็ถือว่าเหมาะสมในการพักอาศัย เนื่องจากทัศนียภาพด้านล่างของโครงการไม่ได้โดดเด่นมากนัก การออกแบบเน้นที่ฟังก์ชั่นใช้สอย และการวางผังที่เน้นการวางห้องให้ไปที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ให้ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ตื่นมาไปทำงานตอนเช้า และกลับบ้านตอนเย็น จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องแดดมากนัก

    FACILITIES

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงการถือว่าให้มาอย่างครบครัน อีกทั้งยังชูจุดเด่นเรื่อง co-working space ซึ่งตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ที่ชอบค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมในการทำงาน อีกทั้งยังมีบริการหลังการขายเป็น application ที่ทำให้ผู้พักอาศัยได้สื่อสารกับนิติบุคคลของโครงการได้โดยตรงหากมีปัญหา ถือว่าจุดนี้เป็นนวัตกรรมที่ดีอีกข้อหนึ่งของโครงการ 

    ORIENTATION AND VIEW

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    แดด – ทิศของอาคารมีอิทธิพลกับการออกแบบอาคารและการรับแดดของอาคาร โดยเฉพาะทิศตะวันตกที่มีความร้อนจากแสงแดดมาก แม้ทิศใต้จะร้อนน้อยกว่า แต่ในฤดูหนาวแดดในทิศนี้จะร้อนกว่าทิศอื่นๆ

    ส่วนทิศตะวันตกความร้อนจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน อีกข้อหนึ่ง ห้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และห้องทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ยังเป็นทิศที่มีชั่วโมงรับแดดที่มากจึงมักจะร้อนและเป็นทิศที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ส่วนทิศเหนือจะได้รับความร้อนจากแดดน้อยที่สุด เป็นทิศที่ดีที่สุด

    ลม – ลมประจำฤดูของประเทศไทยจะมีทั้งหมดสองประเภทคือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้มีเมฆมากและฝนชุกทั่วไป

    ประมาณกลางเดือนตุลาคมจะมี ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมประเทศไทย จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง การเริ่มต้นและสิ้นสุดมรสุมทั้งสองชนิดอาจผันแปรไปจากปกติได้ในแต่ละปี

    วิเคราะห์แดดและลมในโครงการ – บริเวณโดยรอบโครงการ นิช ไอดี ปากเกร็ด ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูงประมาณ 4 ชั้น และพื้นที่ดินเปล่า ทำให้ไม่มีผลกระทบเรื่องอาคารบดบังทิศทางลมแดดของโครงการ ในทิศเหนือและตะวันตก เป็นพื้นที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ แต่ไม่อยู่ติดถนนใหญ่ ในอนาคตจึงไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นอาคารสูง ถัดจากที่ดินเปล่าจะเป็นโครงการคอนโด Low Rise 7 ชั้น ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการพอสมควรจึงไม่มีผลกระทบต่อโครงการนัก ดังนั้นทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของโครงการจึงได้แดดยามบ่ายโดยตรง จึงค่อนข้างร้อนพอสมควร แต่ถ้าผู้ซื้อมีไลฟ์สไตล์ตื่นเช้าไปทำงานและกลับมาช่วงเย็น-ค่ำ ก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องความร้อนจากแดด อีกทั้งในตอนกลางคืนยังได้ลมเย็นจากทิศตะวันตกเฉียงใต้อีกด้วย ส่วนทิศเหนือและทิศตะวันออกจากได้รับแดดยามเช้า และลมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ห้องในสองฝั่งนี้เกิดสภาวะน่าสบายที่สุด

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    โครงการ นิช ไอดี ปากเกร็ด สามารถรับวิวได้จากหลายทิศทางและรอบด้านเนื่องจากไม่มีอาคารสูงมาบดบังทัศนียภาพ ทางทิศเหนือในชั้นที่ 20 ขึ้นไปจะเริ่มมองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนทิศตะวันออกจะเห็นวิวแม่น้ำเป็นมุมโค้ง ส่วนทางทิศใต้จะได้รับทัศนียภาพของเมืองในมุมกว้าง จากชั้นที่ 7 ขึ้นไปก็เริ่มจะมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง เนื่องจากทางทิศนี้อยู่ติดถนนใหญ่และอาคารที่สูงที่สุดฝั่งตรงข้ามอยู่ที่ 4 ชั้น ซึ่งชั้นที่ 2-6 ของโครงการเป็นส่วนของอาคารจอดรถ ส่วนของที่พักจะเริ่มที่ชั้น 7 เป็นต้นไป ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการบดบังทัศนียภาพจากโครงการอื่น

     

    RECOMMENDATION

    นิช ไอดี ปากเกร็ด

    ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่วนที่ใกล้ทิศเหนือเป็นห้องที่เริ่มได้รับผลกระทบจากแดดน้อยกว่าห้องอื่นๆในทิศเดียวกัน เพราะตะวันเริ่มตกดิน อีกทั้งยังได้รับวิวของแม่น้ำอย่างชัดเจน เช่นเดียวกันทิศตะวันออกเป็นทิศที่ได้รับวิวของแม่น้ำซึ่งเป็นมุมโค้ง และมีสภาวะน่าสบายจากแดดที่ไม่ร้อนมากในยามเช้า และได้รับลมเต็มๆ ทำด้านนี้ได้ทั้งวิวที่ดีและมีสภาวะน่าสบายเหมาะแก่การอยู่อาศัยที่สุด

    .

    .

  • LIFE ONE WIRELESS

    LIFE ONE WIRELESS

    วิเคราะห์ทำเล การลงทุน และตัวโครงการ

     

     

    แค่อยู่ถนนวิทยุก็หล่อแล้วจริงหรือ? ตอบเลยครับว่าจริง สำหรับคอนโด Life One Wireless ที่แค่ได้ยินชื่อกับราคาก็ทำให้เงินในกระเป๋ามันสั่นไปหมด ทั้งที่ตอนแรกยังไม่ทันเห็นว่าโครงการหน้าตาเป็นแบบไหน

    Life One Wireless เป็นคอนโด High Rise ระดับ Luxury สูง 43 ชั้น 1 อาคาร จาก AP

    สร้างปรากฎการณ์ฝูงคนแทบเหยียบกันตายเพื่อเข้าไปจองคอนโดในวันเปิด Pre-sales มาแล้ว เนื่องจาก AP ต้องการป้องกันการรับจ้างต่อคิว จึงเริ่มนับคิวที่ไปเข้าต่อแถวตอน 8 โมงเช้าเท่านั้น และยังจำกัดสิทธิ์ 1 คน 1 ยูนิตด้วย งานนี้คนที่ไปต่อคิวตั้งแต่วันก่อนหน้ามีเงิบไปตามๆกัน ซึ่งมองไปก็เป็นข้อดีสำหรับผู้ซื้อตัวจริงอย่างเราๆ และคิดว่าครั้งต่อไปการจัดการของทาง AP คงจะดีขึ้น

    ถ้าถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนแย่งกันถึงขนาดนั้น คงเป็นเพราะโครงการเปิดตัวมาด้วยราคาเริ่มต้น 4.9 ลบ. และราคาเฉลี่ย 170,000 บ./ตร.ม. เป็นราคาที่หายากมากสำหรับคอนโดเปิดใหม่บน ถ.วิทยุ เพราะราคาซื้อขายที่ดินโซนนี้ที่พุ่งแรงไม่มีสะดุดขึ้นไปเรื่อยๆ โดยปัจจุบันโครงการขายไปได้แล้วกว่า 85 % 

    ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วแบรนด์ Life เองไม่ได้เป็นแบรนด์ Segment สูงสุด อย่าง The Address ซึ่งเราก็ไม่ได้เห็นโครงการใหม่ๆ กันมาพอสมควร (ถ้าไม่นับ Vittorio ที่มีอยู่ที่เดียว ณ ตอนนี้) หรืออย่างแบรนด์ Rhythm ซึ่งเป็นแบรนด์ Segment สูงสุดที่เราจะเห็นกันในช่วงหลังๆ ของ AP

    นั่นเป็นเหตุผลให้ Life One Wireless สามารถทำราคาที่น่าเอ็นดู แต่ขณะเดียวกันก็ดูเหมือน AP กำลังผลักดันแบรนด์ Life ขึ้นมา อย่างโครงการนี้ และโครงการ Life Asoke – Rama 9 ซึ่งอยู่ในทำเลเดียวกับแบรนด์ Segment สูงสุดของ Developer เจ้าอื่น

    วันนี้เราก็เลยจะมาวิเคราะห์โครงการนี้กันทีละข้อ ทั้ง ทำเล การลงทุน วิว และตัวโครงการ ฟันโช๊ะให้เห็นกันจะๆ ไปเลย อะไรดี Realist ก็บอกว่าดี อะไรไม่ดีเราก็จะกระซิบบอกกันเบาๆครับ

     

    “ถนนวิทยุ” ทำเลหล่อขั้นเทพ ราคาพุ่งไม่หยุด

    ถ.วิทยุ เป็นถนนสายสั้นๆ ระยะทางไม่ถึง 3 กม. แต่มีมูลค่าที่ดินสูงถึง 1.8 ลบ./ตร.ว. สร้างขึ้นเพื่อเชื่อม ถ.พระราม 4 กับ ถ.เพลินจิต และได้รับพระราชทานชื่อจาก ร.6 เนื่องจากตัดผ่านสถานีวิทยุกรุงเทพฯ ณ ศาลาแดง (สถานีวิทยุแห่งแรกของไทย) ซึ่งต่อมาเป็นที่ตั้งของสวนลุมไนท์บาซาร์ และกำลังจะพัฒนาเป็นโครงการ One Bangkok อภิมหาโปรเจคของเสี่ยเจริญ ในเร็วๆนี้

    ความหล่อของถนนวิทยุ คือการเป็น CBD ที่มีต้นไม้ใหญ่สีเขียวตลอดถนน แวดล้อมด้วยดงออฟฟิศเกรด A โรงแรมหรู สถานทูตและสถานกงศุลกว่า 20 ประเทศ รวมไปถึงห้างสุดพรีเมียมอย่าง Central Embassy แม้กระทั่งคอนโดที่แพงที่สุดในไทยอย่าง 98 Wireless ก็ยังอยู่บนถนนเส้นนี้

    ทำเลนี้จึงเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์คุณภาพสูงมาก (ราคาก็เช่นกัน) เรียกว่าใครที่อยู่โซนนี้ก็ต้องดูหล่อและรวย

    208 Wireless Road Building

    Park Venture / แยกเพลินจิต / สถานี BTS เพลินจิต

    Central Embassy

    มหากาพย์ราคาแพงเอาแพงเอาของที่ดินโซนนี้เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ที่กลุ่มเซ็นทรัลชนะการประมูลที่ดินของสถานฑูตอังกฤษในราคา 950,000 บ./ตร.ว. และพัฒนาเป็นโครงการ Central Embassy ห้างสุดหรู ตรงมุมแยกเพลินจิตในปัจจุบัน

    4 ปีถัดมา พ.ศ. 2553 ที่ดินแปลงสวยติดบ้านฑูตอเมริกาของตระกูล สุทัศน์ ณ อยุธยา ได้ขายต่อให้กับบริษัท แสนสิริ เพื่อสร้าง 98 Wireless คอนโดที่หรูที่สุด (ราคาก็เช่นกัน) ในราคา 1,500,000 บ./ตร.ว. ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ซื้อที่ดินจากคุณตัน ภาสกร

    นที ในปีเดียวกัน มารวมกับที่ดินที่ซื้อมาก่อนหน้านี้จาก Raimon Land ในราคา 1,200,000 บ./ตร.ว. และพัฒนาเป็นโครงการ Noble Ploenchit คอนโดหรูติดสถานี BTS เพลินจิตในปัจจุบัน

    พ.ศ. 2558 SC Asset ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่เศษ พัฒนาเป็นโครงการ 28 Chidlom ในราคา 1,900,000 บ./ตร.ว. (ครองสถิติ Official New High) และปีถัดมา พ.ศ. 2559 BDMS (เครือรพ.กรุงเทพฯ) ซื้อที่ดินโรงแรมปาร์คนายเลิศขนาด 15 ไร่ ในราคา  1,800,000 บ./ตร.ว. และกำลังจะพัฒนาเป็น BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร

    ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัล คือ ผู้เสนอราคาสูงสุดในการประมูลที่ดินสถานทูตอังกฤษ ในราคาที่คาดกัน คือ  2,200,000 บ./ตร.ว. (รอประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีวงในแอบบอกมาว่ากลุ่มเซ็นทรัลได้ซื้อไปแล้วเรียบร้อย) ซึ่งราคาขนาดนี้ คนที่ชนะแล้วคุ้มค่าที่สุดคงไม่พ้นกลุ่มเซ็นทรัล เพราะถ้ารวมกับพื้นที่ของห้าง Central Embassy นี่จะเป็นอาณาจักรใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัล และเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา

    จากแนวโน้มราคาที่ดินที่กล่าวมาทั้งหมด น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ดันราคาอสังหาฯโซนนี้ ให้สูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอสังหาฯใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 

     

    Luxury Department Store
    & Hospital

    – Central Embassy 450 ม.
    – Central Chidlom 800 ม.
    – Gaysorn Village 1.2 กม.
    – Central World 1.3 กม.
    – โรงแรม Park Hyatt 450 ม.
    – Bamrungrad International Hospital 1.2 กม.
    – โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย 1.0 กม.

     

    Transportation

    – สถานี BTS เพลินจิต 600 ม.
    – ทางด่วนจาก ถ.เพชรบุรี 250 ม.
    – ทางด่วนจาก ถ.สุขุมวิท 800 ม.
    – ท่าเรือสะพานวิทยุ 0 ม.

     

    Office Building

    – Park Venture 600 ม.
    – All Seasons Place 1.0 กม.

     

     

    CAPITAL GAIN สูงสุด 12.5 % 

    ขณะที่ราคาที่ดินพุ่งไม่หยุด ราคาคอนโดในโซนนี้เองก็ขึ้นตามกันมาติดๆ เริ่มกันที่ The Address Chidlom (พ.ศ. 2551) คอนโดหรูที่มีการหยิบองค์ประกอบสไตล์ Art Deco มาตกแต่งยอดตึก โก้เก๋ตั้งอยู่ในซอยสมคิด ซอยคู่ขนานกับ ถ.วิทยุ  เปิดตัวด้วยราคาประมาณ 120,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันราคา Resale เฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บ./ตร.ม. แต่บางห้องที่มุมดีๆ ราคาขายอาจขึ้นสูงไปกว่า 200,000 บ./ตร.ม Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ใกล้เคียงกับ Oriental Residence (พ.ศ. 2553) โครงการระดับ Luxury ที่มีทั้งคอนโด โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ สร้างเสร็จและเปิดขายแบบพร้อมอยู่มาประมาณ 7 – 8 ปีแล้ว ราคาตอนนั้น อยู่ที่ 170,000 บ./ตร.ม. ปีนี้ราคาเพิ่มมาถึง 230,000 บ./ตร.ม. Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.4%

    Noble Ploenchit (พ.ศ.2554) คอนโดหรูติด BTS เพลินจิต ที่ราคาพุ่งไม่เกรงใจคอนโดอื่นกันบ้างเลย สร้างมาแล้วประมาณ 7 ปี ตอนนี้อยู่ในช่วงโอน พร้อมเข้าอยู่ ราคาเฉลี่ยตอนเริ่ม Pre-sales คือ 160,000 บ./ตร.ม. ก็ว่าสูงแล้วนะสำหรับตอนนั้น ปัจจุบันราคา Resale เฉลี่ยพุ่งไปถึง 300,000 บ./ตร.ม. โดยเฉพาะ ยูนิต 2
    ห้องนอน ขายกันถึง 400,000 บ./ตร.ม.

    ก็มี Capital Gain เฉลี่ยปีละ 12.5% เรียกว่าคนที่ซื้อตั้งแต่ Pre-sales ได้หัวเราะดังๆเลยครับ ก็ต้องยอมรับว่าทำเล ฺBTS เพลินจิตเป็นแหล่งรวมออฟฟิศเกรด A ของประเทศนี้จริงๆ 

    มากันที่คอนโดที่กำลังสร้างอยู่อย่าง Nimit Langsuan (พ.ศ. 2558) คอนโดระดับ Ultimate Luxury บน ถ.หลังสวน บรรยากาศ Private รถไม่แน่น ได้วิวติดสวนลุม ราคา Pre-sales อยู่ที่ 320,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 360,000 บ./ตร.ม. แล้ว Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ใกล้เคียงกับ The Address Chidlom และ Oriental Residence คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2561 ส่วน Q Chidlom (พ.ศ. 2558) คอนโด Super Luxury จากอนันดา เปิดตัวและน่าจะสร้างเสร็จในปีเดียวกัน ราคาเฉลี่ยตอนเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 160,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันราคา Resale ขึ้นไปถึง 190,000 บ./ตร.ม. แล้ว Capital Gain เฉลี่ยปีละ 6.2%

    28 Chidlom (2559) คอนโดหรูติดถนนชิดลม จาก SC Asset เจ้าของแชมป์ที่ดินแพงสุดอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ด้วยราคาเปิดตัวประมาณ 330,000 บ./ตร.ม. ตอนนี้มี

    ห้อง Resale ออกมาขายกันบ้างแล้วในราคา 380,000 บ./ตร.ม. Capital Gain เฉลี่ยปีละ 7.5% ก็ดูไม่เลว

    มาถึงโครงการ Flagship จากค่ายแสนสิริ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นปีนี้อย่าง 98 Wireless (2560) ปัจจุบันครองตำแหน่งคอนโดที่ราคาแพงที่สุดในประเทศไทยไปแล้วเรียบร้อย ด้วยความเป็นที่สุดของทุกองค์ประกอบ แม้กระทั่งบ้านเลขที่ (98 เป็นเลขจักรพรรดิ ตามความหมายเลขคู่อันดับ ไม่เชื่อต้อง Google ดู) ราคาขายเฉลี่ยจึงอยู่ที่ 580,000 บ./ตร.ม. และคาดว่าภายใน 5 ปี ราคาอาจเหยียบ 700,000 บ./ตร.ม. ถ้าคำนวนด้วย Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ซึ่งเป็น Capital Gain ที่น้อยที่สุดของคอนโดโซนนี้ที่เราหยิบมาพูดถึงกัน 

    เมื่อพิจารณา ราคาเฉลี่ยของ Life One Wireless 170,000 บ./ตร.ม. ใกล้เคียงกับราคา Resale ของ The Address Chidlom ที่อยู่ถัดไปอีกซอย ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดของคอนโดที่เราหยิบมาพูดกันในโซนนี้ ดังนั้นราคานี้จึงถือว่าไม่แพงเลย ต้องมาดูกันต่อไปว่าราคาของโครงการนี้ขึ้นไปได้สูงขนาดไหน ขณะที่ Capital Gain สูงสุดถึงปีละ 12.5 % และ Capital Gain เฉลี่ยปีละ 6.5% 

     

    ตอบโจทย์ 3 การเดินทาง (ราง รถ  เรือ)

    BTS เพลินจิต / ทางออก ถ.เพชรบุรี / ทางออก ถ.สุขุมวิท / ท่าเรือสะพานวิทยุ

    BTS
    เพลินจิต

    ตำแหน่งของ Life One Wireless อยู่ห่างจาก BTS เพลินจิต ประมาณ 650 ม. ถามว่าเดินได้ไหมก็เดินได้ แต่ถามว่าสะดวกไหมก็ไม่ค่อยมาก คือระยะประมาณนี้อาจจะดูไม่ได้ใกล้มากสำหรับคนไทย ยิ่งพื้นฐานประเทศเราไม่ใช่คนชอบเดิน แต่สำหรับชาวต่างชาติหรือคนที่ชอบการเดิน ระยะประมาณนี้เป็นระยะที่เดินได้ปกติ ไม่ได้ลำบากอะไร และยิ่ง ถ.วิทยุ เป็นถนนที่มีต้นไม้ตลอดทาง การออกมาเดินชิวๆในวันที่ไม่เร่งรีบก็ถือว่าโอเคอยู่

    สรุปถ้าเดินทาง BTS ผมให้ข้อนี้กลางๆ ไปทางบวกนิดๆ ถ้าโจทย์ของคุณคือการตื่นเช้ามารีบขึ้น BTS ไปทำงาน และต้องรีบกลับบ้านด้วย BTS ทุกวัน โครงการนี้ไม่ตอบไลฟ์สไตล์คุณเท่าที่ควร

    เพลินจิต/เพชรบุรี/
    ทางพิเศษเฉลิมหานคร

    ถ.วิทยุหน้าโครงการเป็นช่วงที่เป็น One way ไปทาง ถ.เพชรบุรี สำหรับคนที่อยู่ทำงานช่วงตั้งแต่ BTS เพลินจิต ถึง สวนลุมตอนกลับบ้านก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนเช้าเวลาที่ไปทำงานก็อาจต้องอ้อมเล็กน้อย ซึ่งปัญหานี้จะหมดไปถ้าคุณได้รู้จักกับซอยนายเลิศที่ทางออกด้านหลังโครงการ สามารถไปออก ถ.เพลินจิตได้โดยไม่ต้องอ้อมไกล ช่วงลอดใต้ทางด่วนอาจจะดูอึมครึมหน่อย แต่ระยะทางสั้นมากก็เข้าซอยนายเลิศ ต้องบอกก่อนว่าขนาดซอยไม่ใหญ่มาก พอแค่รถสวนกันได้ แต่เราคงจะไม่เตือนว่าในอนาคตซอยนี้อาจรถติด เพราะที่นี่กรุงเทพ 

    นอกจากนี้ยังห่างจากจุดขึ้นลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร 250 ม. บน ถ.เพชรบุรี และ 800 ม. บน ถ.สุขุมวิท

    ท่าเรือ
    สะพานวิทยุ

    อีก Option ของโครงการนี้คือการมีท่าเรือ จริงๆ เรือด่วนเป็นขนส่งมวลชนที่มีคนใช้ประจำและใช้จริงจังจำนวนหนึ่งเลย แต่คนที่ไม่ได้ใช้ประจำอาจไม่คุ้นกับการเดินทางแบบนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้ นี่คือขนส่งมวลชนที่มีสีสันและมิติที่หลากหลาย สำหรับคนที่ลุยๆหน่อย ไม่กลัวการขึ้นลง เรือโครงเครง และน้ำกระเด็นใส่หน้า จะต้องตกหลุมรัก

    ข้อนี้ผมให้เป็นบวก แต่ให้น้ำหนักไม่มากเพราะกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้อาจไม่ได้ใช้บ่อย แต่การอยู่ติดท่าเรือและมีถนนสาธารณะด้านหน้าเข้ามาจาก ถ.วิทยุ (น่าจะเป็นเหตุผลเรื่องทางเข้าที่อยู่ใกล้สะพาน) ก็ทำให้ความเป็นส่วนตัวของโครงการลดไปพอสมควร 

    ท่าเรือสะพานวิทยุ

    SURROUNDING & VIEW

    SURROUNDING

    อาคารสูงที่อยู่ใกล้โครงการจะอยู่ทางด้าน ถ. เพชรบุรี อาคารรอบๆ ส่วนใหญ่เป็นอาคาร Lowrise สูงไม่เกิน 8 ชั้น

     

     VIEW                  

    ตะวันตกเฉียงใต้

    วิวทางด้านนี้น่าจะเป็นวิวที่ดีที่สุดของโครงการในปัจจุบัน เพราะค่อนข้างเปิดโล่งและมีต้นไม้อยู่เยอะ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นโรงแรมปาร์คนายเลิศเดิมและบริเวณสถานฑูตอังกฤษ ซึ่งที่ดินทั้ง 2 ผืนเป็นที่ดินที่มีแผนพัฒนาในอนาคต ถัดออกไปมองเห็นห้าง Central Embassy

    ตะวันตกเฉียงเหนือ

    วิวทางด้านนี้มองเห็นวิวเมือง ถ.เพชรบุรี และตึกใบหยก 2 (อดีตตึกที่สูงที่สุดของไทย) การวางผังอาคารเอียงช่วยเรื่องมุมมองวิว ทำให้สามารถหลบตึกวิทยุคอมเพล็กได้ที่อยู่ใกล้กันทางทิศเหนือได้ ส่วนอีกตึกที่เห็นในภาพ คือ ตึกวานิชที่อยู่เยื้องฝั่งตรงข้ามคลองและถนน

    ตะวันออกเฉียงเหนือ

    วิวด้านนี้ก็เป็นอีกมุมที่ค่อนข้างเปิดโล่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะวิววัดดิสหงษาราม ซึ่งมีโอกาสเกิดอาคารสูงน้อยมาก ไฮไลต์คือวิวซุปเปอร์ ทาวเวอร์ ว่าที่ตึกสูงที่สุดในอาเซียน และวิวมักกะสัน ซึ่งเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ แม้ว่าอนาคตมีแผนจะพัฒนาแต่มีแนวโน้มสูงที่จะยังรักษาพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่ไว้

    ตะวันออกเฉียงใต้

    วิวทางด้านนี้มองเห็นวิวเมือง ถ.สุขุมวิท รถไฟฟ้า และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ซึ่งก็เป็นอีกมุมที่ปัจจุบันค่อนข้างเปิดโล่ง ไม่มีตึกใกล้ๆมาบดบังให้กวนใจ

    วิวที่ความสูง 130 ม. (ชั้น 24)

     

    LIFE ONE WIRELESS

    17 AUG 2017

    หน้าโครงการ

    FACT

    Project : LIFE ONE WIRELESS
    Developer : AP

    Location : ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
    Area : 4 – 2 – 47.1 ไร่
    Tenure : Freehold

    Type : High Rise Condo 1 อาคาร
    Total Floors : 43 ชั้น
    Parking lot : 566 คัน (42%)

    Completed year : 2563

    Website : LIFE ONE WIRELESS

    UNIT

    Total Units : 1,344 ยูนิต
    – Studio 24 – 28 ตร.ม.
    – 1 Bedroom 35 – 45 ตร.ม.
    – 2 Bedroom 63 ตร.ม.

    PRICE

    Starting Price : 4.9 ลบ.
    Average Price : 170,000 บ./ตร.ม.

    High Garden Promanade & Dazzling Pool

    สถาปัตยกรรม Colonial Style

    CONCEPT

    ออกแบบสไตล์ Modern Thai Colonial ซึ่งดูจากชื่อน่าจะเป็นการผสมระหว่างสไตล์ Modern ที่ชัดเจนมากในภาพรวมของอาคารภายนอก กับสไตล์ Colonial แบบไทยๆ ซึ่งจากภาพที่เห็นจะถูกทำมาใช้ในส่วนของการตกแต่งภายใน 

    สไตล์ Colonial ถ้าแปลตามตัวคือสถาปัตยกรรมอาณานิคม เกิดขึ้นในช่วงล่าอาณานิคม เมื่อชาวยุโรปเข้ามาในประเทศแถบบ้านเรา ก็ต้องเริ่มสร้างอาคารเพื่อใช้งาน แต่ไลฟ์สไตล์ของพวกยุโรปก็มีความแตกต่างกับคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นอาคารที่ออกมาจะมีเสน่ห์มาก เพราะเป็นการเอาอาคารแบบฝรั่งมาปรับให้เข้ากับภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ คาแรคเตอร์เด่นๆ ได้แก่ หน้าต่างบานเกล็ด หน้าต่างสูงจากพื้นถึงผนัง การใช้บัวในจุดต่างๆ

    FACILITIES

    Reception

    สิ่งอำนวนความสะดวกของโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ ส่วนต้อนรับขนาดใหญ่สไตล์ Modern Thai Colonial อย่างที่ได้อธิบายไป ซึ่งในมุมมองผมคิดว่าเป็นคาแรคเตอร์ที่เข้ากับทำเลนี้มาก อย่างที่รู้ว่า ถ.วิทยุเป็นศูนย์รวมสถานฑูต ซึ่งอาคารหรูๆ ในยุคหนึ่ง อย่างบ้านท่าน
    ฑูต จะมีกลิ่นไอของสไตล์แบบนี้

    นอกจากนี้โครงการยังจับคาแรคเตอร์ของถนนที่มีต้นไม้ร่มรื่น โดยเฉพาะหน้าสถานฑูตอเมริกาที่รักษาต้นไม้ใหญ่ไว้ หรือใกล้อย่างสถานฑูตอังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ และโรงแรมปาร์คนายเลิศเดิม โดยโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวทั้งบนดินและบนอาคาร พยายามรักษาต้นไม้ใหญ่เดิมไว้ถึง 12 ต้น สวนที่นี้จะเป็นสวนที่เน้นน้ำและเล่นระดับ ดูมีมิติและร่มรื่น เป็นการจำลองธรรมชาติมาในรูปแบบใหม่ๆ

    ชั้น 43 มีสระว่ายน้ำยาว 35 ม. พร้อม Jacuzzi มีจุดชมวิว รวมไปถึง Social Club, ห้องดูหนัง ห้องออกกำลังกาย Co-working space และห้องประชุมพร้อมให้คุณใช้บริการ

    Lobby

    Rooftop Double Facility

    Drop off

    Outdoor Garden

    Pavilion of The Cascade Garden

    Skyline Co – Working Space

    Skyline Meeting Room

    Sky Lounge

    SHOW UNIT

    Studio 28 sq.m. 

     

    1 Bedroom 35 sq.m.

    สรุป

    LOCATION

    ข้อดีที่สุดของ Life One Wireless ก็คือ Location ถ.วิทยุ นั่นแหละครับ ถามว่าใกล้ BTS ไหม ก็ไม่ใกล้มาก แต่สามารถเดินได้ เหมาะกับคนที่เลือกความเป็นส่วนตัวมากกว่าไลฟ์สไตล์เร่งรีบ มีทางลัดไป ถ.เพลินจิต และมีท่าเรือหน้าโครงการเป็น Option เสริม 

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น 4.9 ลบ. ดูเข้าถึงง่ายสุดสำหรับโซนนี้ ราคาเฉลี่ย 170,000 ลบ./ตร.ม. ถูกไหมไม่แน่ใจ เพราะก็ใกล้เคียงราคา Resale คอนโดใกล้ๆ แต่ที่แน่ๆคือไม่แพงกว่าโครงการอื่น แถมเป็นคอนโดใหม่ ราคาก็มีโอกาสขึ้น โซนนี้ Capital Gain ปีละ 4.2 – 12.6%

     

    VIEW 

    ภาพรวมเป็นวิวเมือง การบิดอาคารช่วยให้ทั้งโครงการไม่ถูกบล็อควิวตรงๆ ปัจจุบันวิวสวยสุดต้องให้ สถานฑูต และปาร์นายเลิศเดิม แต่เรื่องวิวผมว่าขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า และอย่าลืมว่าทุกด้านมีโอกาสเกิดโครงการใหม่ ซึ่งเป็นปกติของ CBD ต้องไปลุ้นกันเอาเอง

     

    PRODUCT

    ออกตัวแรงๆก่อนเลยครับ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วน ให้คะแนนสวนขนาดเกือบ 1 ไร่ และสวนบนอาคารที่มีการใช้น้ำและการเล่นระดับ เพราะชีวิตในกรุงเทพที่ต้นไม้อยู่ยากทุกวัน การได้เจอ ถนนเขียวๆ อย่าง ถ.วิทยุ และเข้ามาอยู่ในโครงการเขียวๆ ร่มรื่นช่วยให้ชีวิตดี๊ดี

    หลังจากได้ทำความรู้จักกับ Life One Wireless ก็พบว่าคอนโดนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนใช้รถและ BTS ที่ทำงานในโซนวิทยุ เพลินจิต ชิตลม ใครที่อยากอยู่ทำเลเดียวกับคอนโดที่แพงที่สุดในประเทศไทย แต่ราคาเฉลี่ยๆไม่สูงเมื่อเทียบกับราคา Resale คอนโดใกล้ๆ รวมไปถึงนักลงทุน นี่คือโอกาสของพวกคุณ

     

    ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม คลิก! 

  • แฟลตดินแดงโฉมใหม่

    แฟลตดินแดงโฉมใหม่

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    ประเด็นฮอตของไทยเรื่องหนึ่งในเวลานี้ คือ การรื้อถอนแฟลตดินแดง ทำให้ชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยในชุมชนต่างพากันกังวลกับการก่อสร้างใหม่ของการเคหะ ซึ่งแฟลตดินแดงเองก็มีอายุมากว่า 50 ปี ดังนั้น เหตุผลหลักของการรื้อถอนสร้างใหม่คือโครงสร้างอาคาร ที่เก่าและอาจเป็นอันตรายได้ในอนาคต

    แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ในชุมชนดินแดงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 207 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมประมาณ 38.44 ไร่ พื้นที่สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 88.86 ไร่ พื้นที่สำหรับจัดทำสวนสาธารณะของชุมชน ประมาณ 21.47 ไร่ พื้นที่สำหรับการปรับปรุงอาคารเดิมเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมประมาณ 32.50 ไร่ พื้นที่ที่ไม่อยู่ในการจัดทำโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงประมาณ 6.26 ไร่

     

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    แฟลตดินแดงเริ่มต้นสร้างในปี พ.ศ.2506 โดยเริ่มให้คนเข้ามาอยู่อาศัยในปี พ.ศ.2508 ซึ่งนับได้ว่า มีมากว่า 53 ปี ถ้าเทียบกับมนุษย์เรา เรียกได้ว่ากำลังเข้าสู่วัยเกษียณเลยทีเดียว 

    ทั้งนี้ทำให้การเคหะแห่งชาติได้ริเริ่มโครงการ “ฟื้นนครดินแดง” ซึ่งโครงการนี้ได้มีนโยบายรื้อถอนแฟลตดินแดงเพื่อพัฒนาใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2530 แล้ว แต่ก็ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานจนถึงปี พ.ศ.2549 การเคหะแห่งชาติก็รื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะอาคารมีสภาพที่เป็นอันตรายต่อการอยู่อาศัย

     

    การเปรียบเทียบรายได้จากค่าเช่าของการเคหะแห่งชาติ (กคช) กับค่าเช่าตลาด

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    จากตารางเปรียบเทียบค่าเช่าของแฟลตดินแดงกับค่าเช่าตลาด จะเห็นได้ว่าตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมา ค่าเช่ารายเดือนของแฟลตดินแดงปรับราคาขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาเช่าตลาด

    คือมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีเพียง 3.36% ราคาเติบโตเฉลี่ยของตลาดมากกว่าเป็น 2 เท่า นั่นเท่ากับว่าเอื้อประโยชน์แก่ผู้รายได้น้อยจริงๆ มาโดยตลอดนั่นเอง

    .

    02

    ที่จริงแล้ว ทำเลแฟลตดินแดงเรียกได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว ตั้งอยู่ในตำแหน่ง Prime Area นั่นคือใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมักกะสัน ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาเป็น Mega Project อีกทั้งยังมีถนนสายหลักตัดผ่านหน้าโครงการ นั่นคือถนนดินแดง และถนนพระราม 9  และสามารถใช้ทางพิเศษศรีรัชเพื่อเชื่อมไปยังฝั่งธนบุรีได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และ แอร์พอร์ต ลิ้งค์ อีกทั้งยังใกล้  Business District อย่างเช่น พญาไท ประตูน้ำ อีกด้วย

    ทำให้เป็นทำเลที่สะดวกสบายในการเดินทางไปไหนมาไหนอย่างยิ่ง นอกจากการเดินทางที่แสนสะดวกแล้วยังเป็นทำเลที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือโรงแรม ซึ่งถ้าทำเลนี้ถูกตกไปอยู่ในมือของนักพัฒนาเอกชน รับรองว่าต้องสร้างรายได้มหาศาลอย่างแน่นอน

     

    .

    03

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    เหตุผลของชาวแฟลตดินแดง มีดังนี้
    – ค่าเช่าถูก ไม่สามารถไปหาที่เช่าที่ถูกเช่นนี้ได้อีก
    – ค่าชดเชยไม่สามารถชดเชยวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไป
    – อยู่มานานคุ้นเคยกับอยู่แถวนี้ และมีลูกหลานเรียนหนังสืออยู่แถวนี้
    – เชื่อว่าอาคารยังแข็งแรง(แต่หากถล่ม ผู้เช่าบางท่านบอกว่า “ยินดีตายที่นี่”)
    – เกรงว่าทางราชการจะเอาที่ดินที่เป็นทำเลทองนี้ไปโกงกินหาผลประโยชน์ เป็นต้น

    ซึ่งนโยบายการพัฒนาแฟลตดินแดงใหม่นี้ ทำให้การเคหะแห่งชาติพบว่า “มีผู้ประสงค์ย้ายออกจากแฟลตทันที 1,200 ราย ขอย้ายไปชั่วคราวเมื่ออาคารเสร็จจะกลับมาใหม่ 2,000 กว่าราย และผู้ไม่ประสงค์เข้าอยู่อาคารสร้างใหม่ แต่ขออยู่อาคารเก่าที่แข็งแรงประมาณ 1,000 ราย สำหรับผู้ที่จะย้ายออกทันที 1,200 ราย จะได้รับค่าชดเชย 250,000 บาท และค่าขนย้าย 10,000 บาท ส่วนผู้ที่จะกลับเข้าอยู่อีกจะไม่ได้รับค่าชดเชย”

     

     

    04

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    ในพื้นที่แฟลตดินแดง ตามแผนพัฒนา จะแบ่งออกเป็น Zone A ถึง Zone G 

    ซึ่งจะมีการรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม โดยอาคารเก่าจะมีความสูงไม่เกิน 10 ชั้น ส่วนอาคารที่พัฒนาขึ้นมาใหม่จะสูงมากกว่า 25 ชั้นขึ้นไป ดังนั้น ทำให้ 1 อาคารที่สร้างใหม่ สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยในอาคารเดิมได้หลายอาคาร ซึ่งอาคารเดิมมีจำนวน 11 อาคาร มีผู้อยู่อาศัย 6,546 หน่วย  Zone ที่รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ได้แก่ A, C, D1 และ G

    นอกจากนั้นได้รื้อถอนอาคารเดิมเพื่อสร้างใหม่ ทำให้สารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น มีจำนวน 25 อาคาร รองรับได้ 13,746 หน่วย Zone ที่รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ได้แก่ B, D2, E, F1, F2

     

     


    ระยะที่ 1
     จัดสร้างอาคารพักอาศัยแปลง G สูง 28 ชั้น 334 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต 18-22 จำนวน 280 หน่วย 

    ระยะที่ 2 แปลง D1 และแปลง A จัดสร้างอาคารสูง 35 ชั้น 2 อาคาร รวม 1,247 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม แฟลต 9-17, 23-32 และ 63-64 จำนวน 1,160 หน่วย
    ระยะที่ 3 แปลง D1 แปลง A และแปลง C จัดสร้างอาคารสูง 35 ชั้น 5 อาคาร รวม 3,333 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต 1-8, 33-56, 57-62 และดินแดง 4 จำนวน 3,056 หน่วย และที่ดินแปลง D2 จัดสร้างอาคารสูง 30 ชั้น 5 อาคาร รวม 2,610 หน่วย เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม และบุคคลทั่วไป 
    ระยะที่ 4 แปลง C จัดสร้างอาคารสูง 35 ชั้น 3 อาคาร รวม 1,632 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต ช.1-ช.6 จำนวน 1,350 หน่วย ส่วนแปลง B และแปลง E จัดสร้างอาคารสูง 8-35 ชั้น 20 อาคาร รวมจำนวน 1,136 หน่วย รองรับข้าราชการ และบุคคลทั่วไป

    โดยการก่อสร้างระยะที่ 1 ได้ดำเนินการแล้ว คือ ก่อสร้างอาคารพักอาศัยแปลง G บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดี-รังสิต ตัดกับถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง ใช้วงเงินลงทุน 460 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน คาดว่าจะย้ายผู้อยู่อาศัยเดิมเข้าอยู่ได้เดือนเมษายน 2561 ซึ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้รับจ้าง เพื่อก่อสร้างอาคารใหม่

    สำหรับค่าเช่าใหม่ยังคงอัตราเดิม แต่เพิ่มค่าบริหารจัดการสาธารณูปโภค และค่าภาษีโรงเรือน 12.5% ซึ่งจะทำให้ค่าเช่าที่ต้องจ่ายปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 300-3,000 บาท เป็น 1,265-4,303 บาท ส่วนผู้อยู่อาศัยใหม่ หากเป็นข้าราชการ คิดค่าเช่า 9,000 บาท/หน่วย/เดือน ซึ่งรวมค่าบริหารจัดการสาธารณูปโภค และค่าภาษีโรงเรือนแล้ว ในขณะที่ผู้เช่ารายใหม่ที่เป็นบุคคลทั่วไป ต้องจ่ายค่าเช่าเซ้ง 1.7 ล้านบาท/หน่วย

     

    credit : http://manager.co.th

     

    ตัวอย่างห้องที่พัฒนาใหม่ของแฟลตดินแดง

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    ในโครงการมีห้องให้เลือก 4 แบบ

    ในภาพเป็นห้องแบบ 33 ตร.ม. เอกลักษณ์เดียวกันคือห้องถูกจัดเป็นสัดส่วน ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาวผิวเงา สีภายในชนิดสีน้ำสีขาว ประตูด้านหลัง หน้าต่างด้านหลังห้องเป็นอะลูมิเนียม มีห้องน้ำด้านหน้าห้อง ในห้องน้ำปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาวผิวด้าน มีสุขภัณฑ์พื้นฐานครบครัน ได้แก่ ชักโครก อ่างล้างหน้า กระจก ฝักบัวอาบน้ำ ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือ เช่น เตียง ตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น โซฟา เครื่องครัว ผู้อยู่อาศัยต้องนำมาเอง

    credit : http://www.matichon.co.th/news/66562

    ห้องแบบที่ 1

    ห้องแบบที่ 2

    ห้องแบบที่ 3

    ห้องแบบที่ 4

    Image : matichon.co.th

     

    แฟลตดินแดง, ขัดแย้งแฟลตดินแดง, อนุสาวรีย์ชัย, มักกะสัน, รื้อแฟลตดินแดง, ไล่ที่ดินแดง, เกาะดินแดง, Realist, Realist Blog

    credit : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/713126

    บทสรุป

    สำหรับแผนการทำงานจากนี้แบ่งเป็น 4 เฟสใช้เวลา 8 ปี จำนวน 20,292 หน่วย โดยแบ่งเป็นรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 6,546 หน่วย และรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ 13,746 หน่วย โดยกันส่วนหนึ่งไว้สำหรับข้าราชการบริเวณพื้นที่นั้น สำหรับเฟสแรก แปลงG อาคารสูง 28 ชั้น ระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน 334 ยูนิต ,เฟส 2 จำนวน 1,000 กว่ายูนิต ทั้งนี้เป็นรูปแบบการให้เช่าที่อยู่อาศัยโดยให้สิทธิเช่าผู้พักอาศัยรายเดิมที่มีจำนวน 5,846 ราย ในอัตราค่าเช่าเดิมระหว่าง300-3,000 บาทต่อเดือน

     

  • PHENOMENAL10

    Phenomenal 10 ทาวน์โฮมใหม่ ในงบ 1.7 – 8.9 ลบ.

    พบกับ 10 โครงการทาวน์โฮมใหม่ โดย AP ซึ่งได้เตรียมที่จะจัดงานเปิดตัวโครงการพร้อมกัน ซึ่งมีทั้งโครงการจากแบรนด์ บ้านกลางเมือง และ โครงการ PLENO ที่มีระดับราคาเริ่มต้นอยู่ระหว่าง 1.69 – 8.99 ล้านบาท การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวโครงการปกติ เพราะทาง AP ได้ทำการรีแบรนด์ ใหม่ กับโครงการทาวน์โฮม ทั้ง 2 แบรนด์ ที่จะเน้นเรื่องของรูปแบบบ้าน (Design) การใช้งานภายในบ้าน (Function) และระดับราคาที่คุ้มค่า (Value) ติดตามได้ในโพสนี้ครับ

     

    เปิดที่ตั้ง 10 โครงการ ทาวน์โฮมใหม่ จาก AP

    ถ้าถามว่าเรื่องคุณภาพ, ราคาและการขายของโครงการทาวน์โฮมแล้ว AP ถือได้ว่าเป็น Developer อันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่สนใจโครงการทาวน์โฮมในเมืองกรุงเทพ ที่มีระดับราคาอยู่ระหว่าง 1.69 – 8.99 ล้านบาทล่ะก็ ณ ปัจจุบัน สามารถจำแนก พื้นที่ตั้งของโครงการออกมาได้เป็น 3 ทำเล รวม 10 โครงการ

    ที่มีทั้งโครงการแบรนด์ บ้านกลางเมือง จำนวน 4 โครงการ (ราคาเริ่มต้นระหว่าง 3.59 – 8.99 ล้านบาท) และ โครงการ PLENO  จำนวน 6 โครงการ (ราคาเริ่มต้นระหว่าง 1.69 – 2.99 ล้านบาท) จากแผนภาพข้างต้นจะเห็นได้ถึงการเกาะกลุ่มกัน รอบ CBD ของกรุงเทพมหานคร ของโครงการที่จะเปิดตัว เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในแต่ละ

    พื้นที่ เมื่อมองภาพรวมแล้วการเลือกทำเลของ AP ในแต่ละโครงการจะอยู่ในทำเลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจาก ถนนสายหลัก ทางด่วนพิเศษ และ เส้นทางของรถไฟฟ้าหลายสาย ที่จะสร้างเสร็จภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองตาม Concept ของแบรนด์โครงการ แบ่งได้ดังนี้ครับ

    ทำเล Zone 1

    – PLENO รามอินทรา-วงแหวน
    – PLENO พหลโยธิน-รังสิต
    – PLENO พหลโยธิน-วัชรพล
    – บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล
    – บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย

    ทำเล Zone 2

    – PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ
    – PLENO ราชพฤกษ์
    – บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5

    ทำเล Zone 3

    – PLENO สุขุมวิท-บางนา
    – บ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์

     

    บ้านกลางเมือง ทาวน์โฮมคุณภาพที่สุด จาก AP

    Phenomenal 10

    Phenomenal 10

    ในบรรดาทาวน์โฮมทั้งหมดที่ขายอยู่ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ทาวน์โฮม “บ้านกลางเมือง” ถือเป็นเจ้าตลาด Hi-End อันดับ 1 ของเมืองไทย จากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ AP Thailand ซึ่งทำมาแล้วโดยประมาณกว่า 22 ปี มีการเปลี่ยนสไตล์การออกแบบไปตามยุคสมัย แนวทางการออกแบบมาตรฐานโครงการ ภายใต้แบรนด์ บ้านกลางเมือง จะเป็นทาวน์โฮมแบบ 3 ชั้น, 3.5 ชั้น และ บ้านแฝด แต่ในปัจจุบันถ้านับรวมรูปแบบทั้งหมดแล้ว มีกว่า 6 แบบ ประกอบไปด้วย

    ทาวน์โฮมแบบ 3 ชั้น ทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ 1. Urbanion เน้นการจัดพื้นที่ใช้สอยพวกความเป็นส่วนตัว 2. Modernist เน้น ความสวยงามเรียบง่ายสไตล์ Minimal 3. Urbanist เน้นดีไซน์ครบทุกฟังค์ชั่น รองรับทุกไลฟ์สไตล์ 4. New Design เน้น ออกแบบพื้นที่ผสานฟังค์ชั่น ตอบรับวิถีสมัยใหม่ ในส่วนทาวน์โฮมแบบ 3.5 ชั้น มี 1 แบบ คือ 1. Iconic เน้นโดดเด่น ด้วย Double Volume ทำให้โปร่งโล่ง ภายในตัวบาน และ บ้านแฝด มี 1 แบบ คือ 1. X-Trend เน้น Multiplied Space สร้างสรรค์ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่รอบบ้านอีกด้วย

    สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.realist.co.th/blog/บ้านกลางเมือง

      

    Brand New “PLENO” ทาวน์โฮมใหม่สไตล์คนเมือง

    Phenomenal 10

    Phenomenal 10

    แบรนด์โครงการ PLENO ทาวน์โฮม 2 ชั้น ของ AP ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ที่พึ่งเปิดตัวออกมา หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ PLENO ในอดีตสามารถทำยอดขายโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่แมสกว่า โครงการบ้านกลางเมือง และ บ้านกลางกรุง ซึ่งเป็นเซคเตอร์ที่อยู่ระดับกลาง-บน ตามลำดับ มาจับกลุ่มระดับราคาที่ถูกกว่า เป็นทาวน์โฮมที่เน้นเรื่อง รูปแบบที่เรียบง่าย มีการใช้งานที่เหมาะสม และเรื่องของราคาที่ไม่สูง

    จนมาถึงปัจจุบันในงานเปิดตัวโครงการ Phenomenal 10 ทาง AP ได้มีแผนเปิดตัวการรีแบรนด์ PLENO ใหม่ เพื่อการตอบโจทย์ของไลฟ์สไตล์ของคนเมืองมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเมือง ความเจริญที่มากขึ้น ดังนั้นจึงได้ มีแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลงเรื่องของ ภาพลักษณ์ (Design) ที่ให้ดูมีความ Premium มากขึ้น ต้องมีความคุ้มค่ากับราคาบ้าน การจัดวางฟังค์ชั่นต่างๆภายในบ้านที่เน้นเรื่องของ Flexible Space ที่เจ้าของบ้านสามารถที่จะปรับเปลี่ยน Layout ต่างๆได้ง่าย รวมถึง เพื่อตอบรับการใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตของครอบครัวคนยุคใหม่ครับ 

     

    3 ทำเลหลัก ศักยภาพของโครงการทาวน์โฮม

    โซนที่ 1

    Phenomenal 10

    ทำเลโซนแรก เป็นทำเลที่ดินทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งโครงการจะอยู่ตามเส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนวัชรพล เส้นทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา วงแหวนรอบนอก เป็นต้น หากพูดถึงเรื่องของการเดินทางในทำเลนี้ถือว่าง่าย รวมไปถึง เป็นโซนที่มีโครงการรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหลายสาย ที่ผ่านโครงการในพื้นที่นี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีหลักหก รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา 31, สถานีมัยราภ, สถานีวัชรพล รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีภูมิพล

    นอกจากนี้แล้ว ศูนย์การค้าที่อยู่โดยรอบไม่ไกลจากโครงการ มีหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, Fashion Island และเดอะมอลล์บางกะปิ เป็นต้น หากมองว่ากลุ่มลูกค้าที่สนใจในทำเลนี้ นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว อาจเป็นกลุ่มคนในพื้นที่ด้วย เนื่องจากความคุ้นเคยหรือกลุ่มขยายครอบครัวออกมา เป็นต้น มาดูจุดเด่นของแต่ละโครงการในทำเลกันครับ

     

    PLENO พหลโยธิน-รังสิต

    จุดเด่น โครงการ PLENO พหลโยธิน-รังสิต โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวิภาวดีรังสิต และรถไฟฟ้าสถานีหลักหก มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น  คือ แบบ 3 นอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น ที่เน้นความเรียบง่าย

    – ด้านหน้าบ้านมีความ Modern สีเทาแบบขรึมๆ
    – การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่เรียบง่าย
    – มีพื้นที่ใต้บันไดไว้เก็บของได้
    – พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท

     

    PLENO พหลโยธิน-วัชรพล

    จุดเด่น โครงการ PLENO พหลโยธิน-วัชรพล โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวัชรพล และรถไฟฟ้าสถานีภูมิพล มีทาวน์โฮม ให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 3 นอน 2-3 ห้องน้ำ 1-2 ที่จอดรถ เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น

    – หน้ากากแบบเป็นสีขาวสลับการเล่นแผ่นกระเบื้องหินสีครีม
    – ทั้ง 2 แบบชั้นล่างเป็น Open Plan สามารถทำห้องนอนที่ 4 หรือขยายพื้นที่ครัวได้
    – มีห้องเก็บของใต้บันได
    – พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

     

    PLENO รามอินทรา-วงแหวน

    จุดเด่น โครงการ PLENO รามอินทรา-วงแหวน การเดินทางสามารถมาทางวงแหวนรอบนอกตะวันออกได้ง่าย และรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น มาตรฐานฟังค์ชั่น เป็น 3 นอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – หน้ากากเป็นสไตล์โมเดิร์น
    – ชั้นล่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย เพราะเป็นแบบ Open Plan
    – มีห้องเก็บของใต้บันได
    – พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก สวนส่วนกลางและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวัชรพล และรถไฟฟ้าสถานีสายสีชมพู มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น  คือ แบบ 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น
    – ด้านนอกมีความเรียบง่าย แต่ด้านในเน้น การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่
    – มี walk-in closet แนวยาวไม่เหมือนใครและมีห้อง Living room เล็กๆ ในห้อง Master Bedroom
    – มีพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse ในโครงการ
    – ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย 

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนรอบนอก และรถไฟฟ้าสถานีสายสีชมพูหรือส้ม มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น แบบใหม่ของ AP มีฟังค์ชั่น 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – ด้านนอกมีความหรูหรา มีการเล่นระเบียงด้านหน้า  เพื่อความสวยงาม 
    – มีพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ การจัดวางไม่เหมือนใคร ปรับเปลี่ยนได้ 
    – มีพื้นที่นั่งเล่นระหว่าง ชานพัก ในชั้น 2 และตู้เก็บของใต้บันไดชั้น 1
    – พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สวนและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

     

    โซนที่ 2

    Phenomenal 10

    ทำเลโซนที่ 2 ตั้งอยู่ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร การเข้าถึงของโครงการในทำเลนี้ มีความสะดวกสบาย มีถนนหลักหลายสายตัดผ่าน เช่น ถนนชัยพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนรัตนาทิเบศร์ และ ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงการมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ตัดผ่านมา สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ที่อยู่ใกล้กับโครงการPLENO ราชพฤกษ์ และ โครงการ บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 

    พื้นที่ใกล้เคียงยังมีศูนย์การค้า และ Community Mall หลายโครงการที่อยู่ใกล้เคียง อาทิเช่น เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, The Walk, The Crystal เป็นต้น

    กลุ่มลูกค้า เป็นได้ทั้งกลุ่มคนที่คุ้ยเคยหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ขยายครอบครัวออกมา หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ขยับขยายออกมารอบนอกของกรุงเทพฯ เพราะได้พื้นที่ใช้สอยของบ้านที่มากขึ้น ซึ่งในเมืองมีการกระจุกตัวของปริมาณคนค่อนข้างมาก และแออัด มาดูจุดเด่นของแต่ละโครงการในทำเลกันครับ

     

    PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ และ PLENO ราชพฤกษ์

    จุดเด่น โครงการ PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะและ PLENO ราชพฤกษ์ มีความคล้ายคลึงกันของรูปแบบบ้านแตกต่างกันในเรื่องของทำเล ทำเล PLENO ราชพฤกษ์ สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า จากถนน ราชพฤกษ์ และวงแหวนรอบนอก  การจัดฟังค์ชั่นแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทั้ง 2 โครงการมีความพร้อมและจุดเด่นในโครงการ ดังนี้

    – พื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse และพื้นที่สวนขนาดใหญ่ 
    – รูปแบบบ้านเป็น ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Modern Classic ที่มีความเรียบง่ายทันสมัย
    – เล่นลายเส้นสายสไตล์คลาสสิค  
    – ผังชั้นล่างจะเป็นแบบ Open Plan สามารถมีการปรับเปลี่ยนการจัดพื้นที่ได้ง่าย
    – PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ เริ่ม 1.69 ล้านบาท, PLENO ราชพฤกษ์ เริ่ม 2.09 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนราชพฤกษ์ และรถไฟฟ้าสถานีสายสีม่วง มีรูปแบบบ้าน ทาวน์โฮม 3 ชั้น แบบ 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีจุดเด่นโครงการ ดังนี้

    – สไตล์โมเดิร์น ด้านนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบเรียบง่าย
    – การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ ไม่เหมือนใคร
    – การวาง walk-in closet แนวยาวหยิบของงาย และยังมีห้อง Living room เล็กๆ และระเบียงด้านหลังของบ้านไว้พักผ่อน ในชั้น 3
    – สภาพแวดล้อม รบรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท

     

    โซนที่ 3

    Phenomenal 10

    ทำเลโซนที่ 3 ตั้งอยู่ ทางใต้ของกรุงเทพฯ มีอยู่ด้วยกัน 2 โครงการ ได้แก่ บ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์, โครงการ PLENO สุขุมวิท-บางน ในเรื่องของการเข้าถึงโครงการ ค่อนข้างมีความสะดวกเช่นเดียวกัน หากเดินทางไป โครงการ บ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์จากในเมือง โดยใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร มาลงถนนสุขสวัสดิ์ได้ ซึ่งค่อนข้างใกล้จากในเมือง ในส่วนของโครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สามารถมาลงที่ถนนบางนาตราดได้สะดวกมากเช่นกัน

    หากใช้รถไฟฟ้า สามารถใช้สายสีม่วงมาลงสถานีครุใน มายังโครงการ บ้านกลางเมือง ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสามารถมาลงที่สถานีศรีเอี่ยม และต่อรถไปยังโครงการ PLENO ได้ ข้อดีของ PLENO สุขุมวิท-บางนา ถือว่าได้เปรียบ เพราะใกล้กับศูนย์การค้า หลายแห่งอาทิเช่น เมกาบางนา เซ็นทรัลบางนา พาราไดซ์พาร์ค ซีคอนสแควร์ เป็นต้น มาดูจุดเด่นกันครับ

     

    PLENO สุขุมวิท-บางนา

    จุดเด่น โครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา เห็นจะเป็นเรื่องของทำเลที่นอกจากจะอยู่ใกล้กับถนนบางนาตราด ซอยบางนา กม.7 เป็นซอยที่มี Value และคนรู้จักมากที่สุด สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ผ่านทางพิเศษเฉลิมมหาคร ในบริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังมีศูนย์การค้าที่ให้ความสะดวกสบาย ได้แก่ เมกาบางนา, เซ็นทรัลบางนา, พาราไดซ์พาร์ค, ซีคอนสแควร์ เป็นต้น มีฟังค์ชั่นภายในตัวบ้านแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวสมัยใหม่

    – ดีไซน์ตัวบ้านด้านหน้าทำได้เรียบหรู แบบ Modern Classic
    – มีความทันสมัยแตกต่างจากโครงการในทำเลอื่นๆ แบบไม่ซ้ำกัน
    – มีฟังค์ชั่นใหม่ ได้แก่ Foyer ชั้นล่าง Green Space ในชั้น 2 เป็นแบบ Double Garden
    – Facility ขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียว 

     

    บ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์

    ทาวน์โฮม

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากถนนสุขสวัสดิ์ 200 เมตร และรถไฟฟ้าสถานีสายสีม่วงสถานี ครุใน มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น แบบใหม่ของ AP มีฟังค์ชั่น 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีข้อดีชัดเจนดังนี้

    – ทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์นแบบใหม่ ด้านนอกมีความหรูหรา ออกแบบระเบียงด้านหน้ามีความเด่น
    – การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนฟังค์ชั่นได้ มีพื้นที่ชานพัก นั่งเล่นได้
    – ชั้นที่ 2 สามารถทำเป็น 2 ห้องหรือเป็น Master Bedroom ได้ 
    – มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse ขนาดใหญ่ รองรับการใช้งาน
    – ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท

    บ้านแฝด

    นอกจากรูปแบบทาวน์โฮมแล้ว โครงการบ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์ ยังมีแบบบ้านแฝดให้เลือกอีกด้วย โดยมี ฟังค์ชั่น 4 นอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ จุดเด่นของแบบบ้านดังนี้ครับ

    – ไซต์ระดับเดียวกับบ้านเดี่ยว ติดแค่เรื่องของโครงสร้างที่ติดกับบ้านด้านข้าง
    – ชั้นที่ 1 การมีห้องนอนในชั้นนี้เพื่อรองรับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี มีห้องเก็บของใต้บันได และมีพื้นที่จัดสวนภายนอกบ้านอีกด้วย
    – ชั้นที่ 2 จัดให้เป็นส่วน Master Bedroom ที่มีฟังค์ชั่นเสริม เป็นห้องดูทีวี และ ห้องนั่งเล่น ถือว่ามีพื้นที่กว้างมากครับ
    – ชั้น 3 เป็น 2 ห้องนอนเล็กของบ้าน ที่มีห้องน้ำแยกในตัวของแต่ละห้องทำให้สะดวกสบายสำหรับผู้อาศัยได้ดี

     

    Big Event Big Promotion จาก AP

     

    Phenomenal 10 งาน Pre-sale ทาวน์โฮมกว่า 10 โครงการ ทั้งแบรนด์บ้านกลางเมือง และ PLENO ในราคาระหว่าง 1.69 – 8.99 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม ที่ Sales Gallery ทุกโครงการ มาพร้อมกับ Promotion สุดพิเศษใน Concept “ครั้งแรกของทาวน์โฮม…จ่ายน้อย คืน 100%” (เพียง 2 วันเท่านั้น) โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้

    ส่วนที่ 1 

    2 วันราคา Pre-sale เฉพาะยูนิตพิเศษ

    ส่วนที่ 2 

    Step 1

    เงื่อนไขการผ่อนดาวน์ ในงวด 1-3 ผ่อนตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด งวดที่ 4  ไม่ต้องจ่าย

    Step 2

    1. กรณีผ่อนดาวน์รายเดือนตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด รับส่วนลดเงินสด Top up x 2 จากเงินดาวน์ทั้งหมด

    2. กรณีจ่ายเงินดาวน์ ในครั้งเดียวพร้อมเงินจองและเงินทำสัญญา ด้วยบัตรเครดิต หรือเงินสด รับส่วนลดเงินสด Top up x 3 จากจำนวนเงินดาวน์ทั้งหมด

    3. กรณีจ่ายด้วยบัตรเครดิต SCB รับสิทธิพิเศษ Double Point

    ส่วนที่ 3

    Top up Promotion เพิ่มเติมจากโครงการต่างๆ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

    คลิกเพื่อลงทะเบียน รับข้อเสนอพิเศษสุดจาก AP 

     

  • บัตรเเมงมุม

    บัตรเเมงมุม เริ่มใช้ ตุลาคม 2560 นี้

     

    สนข.ดำเนินงานพัฒนาระบบตั๋วร่วม ในชื่อ “บัตรแมงมุม” เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบทั้ง ทางด่วน รถเมล์ เรือโดยสาร รถไฟ, รถไฟฟ้า BTS, Airport rail link,  MRT ให้กับประชาชนด้วยบัตรเพียงใบเดียวเเละยังสามารถใช้จ่ายนอกภาคการขนส่ง เช่น ร้านสะดวกซื้ออีกด้วยครับ

    สัดส่วนผู้ถือหุ้นประกอบด้วยภาคเอกชน 60% ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เเละ ภาครัฐ 40% ได้เเก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และธนาคารกรุงไทย 

    นอกจากนี้ ระบบตั๋วร่วมยังได้ออกแบบให้รองรับกับระบบการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ(National e-Payment) ของรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง

     

    ประเภทเเละรูปแบบการใช้งานบัตรเเมงมุม

     

    บัตรเเมงมุมเเบ่งประเภทผู้ถือบัตรออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้เเก่

    1. บุคคลทั่วไป  สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สามารถซื้อบัตรได้ตามจุดจำหน่ายของผู้ให้บริการหรือสถานที่จำหน่ายตัวเเทนผู้ให้บริการ
    2.ลงทะเบียน
    สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการร่วมใช้สิทธิของบัตรโดยต้องลงทะเบียนเพื่อใส่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรเข้าไปในระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลระบุตัวตนเจ้าของบัตร ซึ่งผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิต่างๆตาที่กำหนด เช่น  สามารถเเจ้งระงับการใช้บัตรหรือขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรได้กรณีบัตรหาย
    3.ส่วนบุคคล
    ออกเเบบสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานหรือองค์กรเฉพาะเพราะจะมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลในระบบเเละในบัตร รวมทั้งจะมีการพิมพ์ลายหรือรูปที่ต้องการลงบนตัวบัตร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์เป็นเเบบต่างๆได้ เช่นบัตรพนักงาน

    ประเภทลงทะเบียนเเละส่วนบุคคลจำเป็นที่ผู้ถือบัตรต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจัดเก็บในศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางสำหรับการใช้ระบุตัวตนในการใช้บริการเพื่อรับสิทธิพิเศษหรือบริการที่กำหนดไว้สำหรับบัตรเเต่ละประเภทครับ เเละในเเต่ละประเภทของผู้ถือบัตรสามารถกำหนดประเภทย่อยของบัตรได้สูงสุดถึง 64 ประเภทด้วยกัน เช่น ประเภทนักเรียน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย นักท่องเที่ยว เป็นต้น

    รูปเเบบการใช้งานบัตรเเมงมุม สามารถใช้ได้กว้างขวางถึง 4 รูปแบบ คือ
    1. รูปแบบกระเป๋าร่วม ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้หลากหลายทั้งชำระค่าโดยสารในธุรกิจขนส่งเเละชำระค่าสินค้าร้านค้าปลีก โดยสามารถเติมเงินภายในบัตรได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
    2. รูปแบบเที่ยวการเดินทางร่วม ใช้กับระบบขนส่งที่สามารถตัดค่าโดยสารเป็นเที่ยวได้ ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ คือ เเบบจำกัดจำนวนเที่ยวเเละวัน เเละ เเบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเเต่จำกัดจำนวนวัน
    3. รูปแบบเที่ยวการเดินทางเเบบเจาะจงเส้นทาง  เป็นรูปแบบเที่ยวการเดินทางที่กำหนดให้ผู้ใช้งานต้องเข้าเเละออกจากสถานีที่ได้ซื้อไว้เท่านั้น จึงจะได้ราคาส่วนลดในการซื้อ
    4. รูปเเบบผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการขาย เป็นรูปแบบที่ผู้ใช้ชำระค่าโดยสารหรือซื้อสินค้าซึ่งจะได้รับเเต้มสะสมเพื่อนำมาเเลกของรางวัลหรือผลิตภัณฑ์

     

    อัพเดต!! ระยะเวลาเริ่มเปิดให้บริการขนส่งในเเต่ละประเภท (ข้อมูล ณ วันที่  10 เมษายน 2560)

     

    รายงานข่าวแจ้งว่า นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ได้ให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อให้เปิดใช้ระบบตั๋วร่วมได้ตามนโยบายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยตามแผนงานนั้นต้องการให้เปิดใช้กับรถไฟฟ้า 4 สายในปัจจุบันก่อนเป็นกลุ่มแรก รวมถึงรถเมล์ และทางด่วน

    กลุ่มที่ 2 เป็นรถไฟฟ้าสายใหม่ ใช้ได้ทันทีเมื่อเปิดให้บริการ
    และกลุ่มที่ 3 เป็นระบบนอกภาคขนส่ง เช่น ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ธนาคารต่างๆ ที่ผู้ถือบัตรจะสามารถเข้าไปชำระเงินหรือเติมเงินได้สะดวก โดยได้มีการหารือกับเครือเซ็นทรัลและซีพีเบื้องต้นแล้ว ซึ่งส่วนนี้หากติดระบบจะสามารถใช้งานได้ทันทีเช่นกัน

     

    แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดการดำเนินการระบบตั๋วร่วมซึ่งมีเป้าหมายต้องการให้เริ่มใช้ได้ในเดือน มิ.ย. 60 นี้ แต่เนื่องจากยังมีการดำเนินการหลายส่วน ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถเปิดใช้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะฝ่ายนโยบายที่ต้องการให้เริ่มใช้กับระบบรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบันเป็นลำดับแรก ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (เฉลิมมหานคร MRT) สายสีม่วง สายสีเขียว (BTS)  เเละแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เนื่องจากการเจรจากับผู้ให้บริการภาคเอกชน 2 ราย คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในการลงทุนปรับปรุงระบบเดิม ซึ่งต้องใช้เงินรายละกว่า 100 ล้านบาทนั้นยังไม่เรียบร้อย และแม้เอกชนจะยอมรับหลักการและจะเร่งปรับปรุงทางเทคนิคของระบบจากเดิม 15 เดือนให้เร็วขึ้น เป็น 10-12 เดือน ซึ่งตั๋วร่วมจะเริ่มใช้งานได้อย่างเร็วสุดต้นปี 2561

    ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วง และแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะเริ่มปรับปรุงระบบได้ก่อนเนื่องจากเป็นของรัฐ โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ของบประมาณหน่วยงานละกว่า 100 ล้านบาท และจัดทำร่าง TOR เปิดประมูลหาผู้ปรับปรุงระบบแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการปรับปรุงระบบประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งจะเร็วกว่า BTS และสายสีน้ำเงิน (MRT) ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จทันในปลายปีนี้

    ขณะที่ระบบรถโดยสารประจำทางนั้น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เปิดประมูลเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) วงเงิน 1,786.59 ล้านบาท เพื่อติดตั้งกับรถ 800 คันแล้ว โดยได้เคาะราคาเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลาติดตั้งระบบ 6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จใน ต.ค. 60 และจะขยายการติดตั้งระบบ E-Ticket อีก 2,600 คันในต้นปี 61 ดังนั้น ตั๋วร่วมน่าจะเริ่มใช้งานได้กับรถเมล์เป็นลำดับแรก ซึ่งระบบตั๋วร่วมยังได้ออกแบบให้รองรับระบบการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ของรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังได้กำหนดแผนบูรณาการเข้ากับระบบจ่ายเงินสวัสดิการภาครัฐสำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ให้เริ่มใช้ได้ในเดือน ต.ค. 2560

     

    ความคืบหน้ารถไฟฟ้า 10 เส้นทาง (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน 2560)

     

     

  • ซื้อคอนโด ลาดพร้าว

    ซื้อคอนโดลาดพร้าวมีเเต่กำไรจริงหรือไม่?

    ทำเลช่วงห้าเเยกลาดพร้าวถึงเเยกรัชดา มีโครงการคอนโดเกิดขึ้นหลายโครงการครับ ทั้งรูปเเบบ low rise ที่อยู่ภายในซอยต่างๆหลายสิบโครงการ เเละ high rise ที่อยู่บริเวณริมถนนลาดพร้าวตอนต้น  เรียกได้ว่าทำเลถนนเส้นนี้ฮอตจริงๆ

    ถ้าพูดถึงการลงทุนคอนโดสำหรับนักลงทุน ใครๆก็ต้องอยากได้ Yield ดีๆ นะครับ หรือผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อที่จะอยู่อาศัยก็อยากให้ราคาคอนโดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ทาง Realist จึงทำการรวบรวมข้อมูลคอนโด high rise ทั้งราคาขายเเละเช่า เพื่อมาทำการคาดการณ์ถึงอัตราผลตอบเเทนเบื้องต้น (Gross Rental Yield) เเละอัตราราคาคอนโดที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปีครับ (Capital Gain)

    เนื้อหาด้านล่างต่อไปนี้จะเป็นบทวิเคราะห์ถึงศักยภาพทำเลช่วงห้าเเยกลาดพร้าวถึงเเยกรัชดา เเละ ความคุ้มค่าในการลงทุนคอนโด ประเภท high rise สำหรับปล่อยเช่าระยะยาวหรือซื้ออยู่อาศัยครับ

     

    ทำเลช่วงห้าเเยกลาดพร้าวถึงเเยกรัชดาดีจริงหรือ?

    1. รถไฟฟ้าผ่านถึง 3 สาย

    สายสีเขียวเข้ม

    บริเวณถนนห้าเเยกลาดพร้าวมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต  (สร้างเสร็จปี พ.ศ. 2562 และเปิดให้บริการปี พ.ศ. 2563)

    สายสีน้ำเงิน

    ถนนลาดพร้าวช่วงต้น ณ ปัจจุบันมีโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินตัดผ่าน โดยมีสถานี 2 จุด คือ สถานีลาดพร้าวเละสถานีพหลโยธิน นอกจากนี้ในอนาคตมีโครงการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดบริการในปี 62 เนื่องจากการก่อสร้างเร็วกว่าแผน

    สายสีเหลือง

    บริเวณเยกลาดพร้าว-รัชดามีโครงการรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม. เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ระยะเวลาดำเนินการ 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็น ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี

     

    2. เชื่อมต่อถนนคมนาคมหลักถึง 4 สาย

    ถนนลาดพร้าวช่วงต้น สามารถเชื่อมต่อกับ ถนน 4 สายหลักที่สามารถเดินทางเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองนอกจากนี้ ถนนทั้ง 4 สายประกอบด้วยมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล  ถนนทั้ง 4  สายได้เเก่

    1. ถนนพหลโยธิน มีทางยกระดับอุตราภิมุกเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง
    2. ถนนรัชดาภิเษก
    3. ถนนลาดพร้าว
    4. ทางคู่ขนานวิภาวดีรังสิต

    3. เดินทางเพียง 1-2 สถานีถึงเเหล่งชอปปิ้งเเละสวนสาธารณะ

    เเหล่งชอปปิ้ง

    บิ๊กซีลาดพร้าว

    ยูเนี่ยน มอล์ล

    เซนทรัล ลาดพร้าว

    ตลาดนัดสวนจตุจักร

    สวนสาธารณะ

    สวนจตุจักร

    สวนรถไฟ

    สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์

     

    ซื้อคอนโดลาดพร้าว – รัชดากำไรจริงหรือ?

    การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว มี 2 รูปแบบหลักๆ คือ รูปแบบอัตราส่วนต่างกำไรหรือที่เรียกว่า Capital gain  เเละรูปแบบการสร้างรายได้กระเเสเงินสดจากการปล่อยเช่า หรือที่เรียกว่า Gross Rental Yield ครับ วันนี้ทาง Realist จึงได้ลองนำคอนโดHigh-rise ช่วงลาดพร้าว-รัชดา ที่จะแล้วเสร็จเเละโครงการคอนโดใหม่ที่กำลังเปิดขายทั้งหมด 8 โครงการ มาคำนวณหา Capital gain เเละ Gross Rental Yield กำไรจากการปล่อยเช่าดูครับ ว่าคุ้มค่าเเก่การลงทุนจริงหรือไม่

    อัตราส่วนต่างกำไร(Capital gain)

    Capital gain (อัตราส่วนต่างกำไร) คือ การเปรียบเทียบกำไรที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กับราคาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มา เเละนำมาหาว่าถ้าหากซื้อมาในราคา 100 บาท จะขายได้กำไรกี่บาท ซึ่งก็คือการทำออกมาให้อยู่ในรูปเปอร์เซนต์หรือร้อยละครับ โดยในที่นี้เนื่องจากคอนโดมีระยะเวลาในการเริ่มโครงการที่เเตกต่างกันครับ จึงนำมาหาเฉลี่ยเพื่อที่จะทราบถึง Capital gain เฉลี่ยต่อปีของเเต่ละโครงการครับ 

    การคำนวณ Capital gain ของคอนโดทั้ง 7 โครงการ(เนื่องจากโครงการ Maru 15 เป็นโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดขาย ดังนั้นจึงยังไม่สามารถคำนวณหา Capital gain ได้ครับ) พบว่าคอนโดเเถบลาดพร้าว-รัชดา มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่อนข้างสูงเลยครับ โดยอัตราเฉลี่ยของคอนโดทั้ง 7 โครงการช่วง ลาดพร้าว – รัชดา ประมาณ 5.89% ต่อปี 

    ราคาซื้อขายในการคำนวณนี้ ทาง Realist อ้างอิงจากการสำรวจราคาซื้อขายเฉลี่ยต่อ ตร.ม. เริ่มต้นของห้อง 1 bedroom ขนาด 30-35 ตร.ม.ครับ

    ในส่วนของการหา Capital gain  = กำไร/ราคาซื้อคอนโด x 100
    AVERAGE CAPITAL GAIN = ((CAPITAL GAIN คอนโด 1 x จำนวนห้องชุดของ คอนโด 1)+…+(CAPITAL GAIN คอนโด 7 x จำนวนห้องชุดของ คอนโด 7))/ผลรวมจำนวนห้องชุดคอนโด1-7 

    เนื่องจากทำเลลาดพร้าว-รัชดาเป็นทำเลทองที่ผู้อยู่อาศัยเเละนักลงทุนอสังหาเล็งเห็นโอกาสในการทำกำไร่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าคอนโดที่สร้างเเล้วเสร็จเป็นระยะเวลานานมี Capital gain สูง เช่น The Zest , Ideo Ladprao 5 , The light ในส่วนของคอนโดที่กำลังเปิดขายอย่าง Chapter one midtown ก็มี Capital gain สูงเช่นกัน

    อัตราผลตอบเเทน(Gross Rental Yield)

    Gross Rental  Yield นะครับ คือ กำไรจากการปล่อยเช่าโดย ไม่หักค่าใช้จ่าย (ถ้าเป็น Net Rental Yield จะเป็นกำไรจากการปล่อยเช่าที่หักค่าใช้จ่ายแล้วครับ) เป็นการคำนวณหากำไรจากการปล่อยเช่าเบื้องต้นครับ เนื่องจากแต่ละโครงการก็จะมีค่าใช้จ่ายระหว่างการปล่อยเช่าที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาส่วนกลาง บาท/ตร.ม. ที่แต่ละโครงการกำหนดมา, ค่านายหน้าที่บางคนต้องจ่ายเพื่อให้ Agent มาดูแล รวมถึงค่าประกันที่อยู่อาศัย และค่าซ่อมแซม บำรุงห้องซึ่งราคาพวกนี้ก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องดูแลจัดการครับ

    อัตราเฉลี่ย Gross Rental Yield ของโครงการคอนโดที่น่าลงทุนอยู่ที่ 3-5% ครับ  จากการคำนวณ  Gross Rental Yield ของคอนโด 6 โครงการ(เนื่องจากโครงการ Maru 15 เเละ โครงการ Whizdom Avenue ยังสร้างไม่เเล้วเสร็จ ดังนั้นจึงยังไม่มีผู้ปล่อยเช่า จึงยังไม่สามารถนำมาคำนวณหา Gross Rental Yield ได้ครับ) พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงถึง 5.05% ครับ 

    ในส่วนของค่าเช่าทาง Realist อ้างอิงจากการสำรวจค่าเช่าเฉลี่ยห้อง 1 bedroom ขนาด 30-35ตร.ม. ราคาประมาณ 380-485 บาท/ตร.ม.

    ในส่วนของการหา GROSS RENTAL YIELD = ค่าเช่าทั้งปี  / ราคาซื้อคอนโด
    AVERAGE GROSS RENTAL YIELD = ((GROSS RENTAL YIELD คอนโด 1 x จำนวนห้องชุดของ คอนโด 1)+…+(GROSS RENTAL YIELD คอนโด 7 x จำนวนห้องชุดของ คอนโด 7))/ผลรวมจำนวนห้องชุดคอนโด1-7

    จากการคำนวณหา Gross Rental Yield พบว่า % กำไรปล่อยเช่าคอนโดช่วงลาดพร้าว-รัชดา ดูดีทีเดียวเลยครับ  อยู่ที่ 4% ขึ้นไปทั้งนั้นเลย ซึ่งเป็นการนำราคาเช่าเฉลี่ยของ Resale Condo ที่เป็นราคา บาท/ตร.ม./เดือน มาคิด โดยคำนวณกับห้อง 1 bedroom ขนาด 30-35 ตร.ม. ของโครงการนั้นๆ

     

    อัพเดตตลาดคอนโดลาดพร้าว-รัชดา

    ดังที่ได้กล่าวไปเเล้วข้างต้นถึงศักยภาพของทำเลลาดพร้าว – รัชดา รวมถึงกำไรจากการปล่อยเช่าเเละการขายอสังหา  ทาง Realist จึงรวบรวมข้อมูลโครงการคอนโดเปิดใหม่ที่กำลังขายอยู่เเละกำลังจะเปิดขาย สำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนระยาวหรืออยู่อาศัยครับ โครงกรคอนโด high rise ที่กำลังเปิดขายอยู่มี 2 โครงการครับ คือ โครงการ Chapter one midtown ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงโอนครับ ราคาเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 125,000 บาท/ตร.ม. เเละโครงการ Whizdom avenue ratchada-ladprao ราคาเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งขณะนี้มียอดขาย 85% 

    อีกหนึ่งโครงการใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดขาย คือ Maru 15 ของ Major Development อยู่บริเวณปั๊มน้ำมัน susco เก่า ทำเลอยู่ระหว่างซอยลาดพร้าว 15 เเละ 17 มีราคาเปิดตัวประมาณ 130,000-150,000 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากโครงการคอนโดเก่าเล็กน้อยครับ

    Maru Ladprao 15

    Area
    1-3-07 Rai

    Location
    Ladprao soi 15

    Type of Building
    High Rise 31 stories

    Type of room
    Studio  30 sq.m.

    1 Bedroom  32-35 sq.m.
    2 Bedroom  50-60 sq.m.
    Loft 28-32 sq.m.

    Parking
    44%

    ราคา/ตร.ม.
    160,000 บ. (ประมาณการณ์)

    Chapter One Midtown  Ladprao 24

    Area
    2-3-31.91 Rai

    Location
    Ladprao soi 124-26

    Type of Building
    High Rise 37 stories

    Type of room
    Studio  23.71-24.15 sq.m.

    1 Bedroom  29.61 – 38.66 sq.m.
    2 Bedroom  58.64 sq.m.

    Parking
    45%

    ราคา/ตร.ม.
    125,000 บ.

    Whizdom Avenue ratchada-ladprao

    Area
    3-0-44.6 Rai

    Location
    Ratchada – Ladprao  junction

    Type of Building
    High Rise 27 stories

    Type of room
    Studio  27  sq.m.

    1 Bedroom  30-386 sq.m.
    2 Bedroom  47-56 sq.m.
    Duplex 76-77 sq.m.
    Duplex penthouse  81.35-82.39 sq.m.
    Penthouse  105-141 sq.m.

    Parking
    49%

    ราคา/ตร.ม.
    145,000 บ.

     

    Maru Ladprao 15  คอนโดใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัว

     

  • ASHTON ASOKE

    ASHTON ASOKE

    TOP CONDOMINIUM ON TOP LOCATION

     

     

    ASHTON ASOKE สร้างปรากฎการณ์ขายหมดตั้งแต่ PRE-SALES

    ASHTON ASOKE เป็น Luxurious condominium ตัว TOP ของบริษัท Ananda Development ร่วมทุนกับบริษัท Mitsui Fudosan จากญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 6,358 ลบ. และสร้างปรากฎการณ์ Sold Out ตั้งแต่ช่วง Presales ทำให้คงไม่มีนักลงทุนด้านอสังหาฯคนไหนที่ไม่รู้จักโครงการนี้ ปัจจุบันโครงการนี้เหลือเฉพาะห้อง Resale เท่านั้น ซึ่งสามารถดูข้อมูลและซื้อห้อง Resale ได้ในเว็บไซต์ The Agent โดยในเว็บนี้เป็นฐานข้อมูลใหญ่ที่สุดของในการประกาศขาย Ashton Asoke แล้ว

    ASHTON ASOKE เป็นคอนโดมิเนียมโครงการที่ 2 ที่ Ananda เลือกใช้แบรนด์ ASHTON แบรนด์ Segment สูงสุดของ Ananda ต่อยอดความสำเร็จจาก ASHTON Morph 38 โดยคาแรคเตอร์ของแบรนด์ ASHTON คือ การอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัวและเงียบสงบโดดเด่นบนพื้นที่สุดท้ายใจกลางเมืองบนจุด zero ground ที่เชื่อมรถไฟฟ้า 2 สาย แวดล้อมไปด้วยออฟฟิศชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งถ้าเราพิจารณาจากความ Prime ของทำเลประกอบกับ Timeless Design ของอาคารก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Ananda ถึงเลือกใช้แบรนด์นี้

     

    5 อันดับ ทำเลคอนโดราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด (ไตรมาส 2 ปี 2560)

    1 สุขุมวิทตอนกลาง
    (เขตวัฒนา เฉพาะแขวงพระโขนงเหนือ และเขตคลองเตย เฉพาะแขวงพระโขนง)
    ราคาสูงขึ้นประมาณ 11.3 – 13.3 % 

    2 สุขุมวิทตอนต้น
    (เขตวัฒนา เฉพาะแขวงคลองเตยเหนือ คลองตันเหนือ และเขตคลองเตยเฉพาะแขวงคลองเตย แขวงคลองตัน)
    ราคาสูงขึ้นประมาณ 8.6 – 10.6 %

    3 สุขุมวิทตอนปลาย
    (เขตพระโขนง เขตบางนา)
    ราคาสูงขึ้นประมาณ 8.1 – 10.1 %

    4 เขตพญาไท – เขตราชเทวี
    ราคาสูงขึ้นประมาณ 8.0 – 10.0 %

    5 เขตบางซื่อ – เขตดุสิต
    ราคาสูงขึ้นประมาณ 7.7 – 9.7 %

    หมายเหตุ เทียบกับราคาในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    ที่มา ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

    ย่าน อโศก อยู่ในพื้นที่สุขุมวิทตอนต้น ซึ่งเป็นทำเลที่คอนโดราคาเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพ เพิ่มขึ้นถึง 8.6 – 10.6 % สูงกว่าพื้นที่สุขุมวิทตอนปลาย เขตพญาไท – เขตราชเทวี และเขตบางซื่อ – เขตดุสิต อันดับ 1 เป็นของสุขุมวิทตอนกลางที่เพิ่มขึ้นถึง 11.3 – 13.3 % เมื่อเทียบกับราคาในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

     

    คอนโดอโศก DEMAND สูง ขายแล้ว 92% 

    ตลาดคอนโดย่าน อโศก สุขุมวิท ทองหล่อ และพระราม 9 มีความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากเป็นย่านเศรษฐกิจและแหล่งทำงาน โดยคอนโดย่านอโศกขายไปได้แล้วกว่า 92% เรียกว่าขายกันไปแล้วแทบจะหมด

    ส่วนย่านสุขุมวิท-ทองหล่อเป็นทำเลน่าปล่อยเช่า เพราะมี Rental Yield สูงถึง 12% ต่อปี สูงกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อ (MRR) ที่อยู่ที่ประมาณ 8% (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 4 ก.ค. 60) ซึ่งหมายความว่าเราสามารถเอาค่าเช่ามาจ่ายดอกเบี้ยและยังเหลือปิดเงินต้นอีกประมาณ 4%

    ในขณะที่ด้าน Capital Gain จากการขายพบว่าพอๆกันทั้ง 3 ย่าน คือประมาณ 5% 

    ความต้องการของตลาดคอนโดดันราคาที่ดินอโศกเพิ่ม 17.8%/ปี เป็นอัตราการเพิ่มเฉลี่ยของราคาที่ดินในเมือง เพราะเดิมก็แพงมากอยู่แล้ว ราคาจึงไม่พุ่งเหมือนชานเมืองที่เพิ่งมีรฟฟ.วิ่งผ่าน เมื่อเทียบกับราคาที่ดินย่านใหม่ๆตามแนวรถไฟฟ้าบางย่านที่อาจสูงเกิน 100% 

    ราคาคอนโดที่เพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องมาจากปัจจัยหลัก ๆ เช่น ราคาที่ดินสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้น ประกอบกับ Supply ที่มีไม่มากในแต่ละปี เพราะนับวันที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ เหลือน้อยลงทุกที

    ส่วนย่านใกล้เคียงกันอย่าง พระราม 9 New CBD ราคาที่เดินเพิ่ม 17.4% ซึ่งเป็นผลจากความบูมของทำเล และยังมี Supply คอนโดสูงถึง 7,666 ยูนิต 

    แต่ถ้ากลับมาพูดถึงราคาคอนโดเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ย่าน พระราม 9 ก็ยังไม่สูงเท่าอโศก และสุขุมวิท ทองหล่อ เพราะอโศก สุขุมวิท ทองหล่อเป็นย่าน CBD ที่มีฐานลูกค้า Premium เป็นพนักงานระดับสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่

     

    “อโศก” ย่าน CBD มีสถานี INTERCHANGE หัว – ท้ายถนน  


    ถ.อโศกมนตรี เดิมชื่อ “ซ.สุขุมวิท 21” ก่อนเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ พระอโศกมนตรี ที่ร่วมมอบที่ดินให้เทศบาลนครกรุงเทพสร้างถนนสายนี้ โดยเป็นถนนสายสั้นๆในย่าน CBD ยาวประมาณ 1.3 กม. เริ่มต้นที่ แยกอโศกมนตรี ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง ถ.สุขุมวิทกับ ถ.รัชดาภิเษก ไปทางทิศเหนือในแขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา ข้ามคลองแสนแสบ เข้าแขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ไปสิ้นสุดที่ แยกอโศก – เพชรบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดกับ ถ.เพชรบุรี 

    ด้วยทำเล CBD ของ “อโศก” ที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 แยกสำคัญ คือ แยกอโศก ที่เป็นจุดตัดของถนนใหญ่ อย่าง ถ.สุขุมวิท กับ ถ.รัชดาภิเษก เชื่อมไปยังย่าน สีลม – สาทร ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเก่าแก่ และธุรกิจเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร

    อีกด้านของอโศก คือ แยกอโศก – เพชรบุรี ที่เชื่อมไปยัง พระราม 9 ที่เป็นย่าน CBD ใหม่ ซึ่งทั้ง 2 แยกเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน
    แยกอโศก เป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท
    แยกอโศก – เพชรบุรี เป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อระหว่าง MRT เพชรบุรี กับรถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีมักกะสัน

    พูดถึงอโศก 2 สถานที่แรกที่คนทั่วไปนึกถึกคงหนีไม่พ้น Terminal 21 เนื่องจากขนาดที่ใหญ่สะดุดสายตาเป็นอย่างแรก เมื่อลงมาจากสถานี BTS อโศก กับคอนเซ็ป “ท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้ง” ที่ขนเมืองสำคัญของโลกมาอยู่ในแต่ละชั้น อีกสถานที่คือ ตึกแกรมมี ที่ใครหลายคนอาจเคยไปตามศิลปินกัน

    นอกจากอาคารสำนักงานตั้งเรียงกันยาวมาตลอดถนน อโศกยังมีสถานสำคัญอื่นๆอีก เช่น พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    ใกล้ ๆ ย่านอโศกจะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ คือ สวนเบญจกิติ ที่คนทำงานในย่านมักไปออกกำลังกายกัน และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่มีการจัดงาน event ระดับประเทศอยู่ตลอดทั้งปี

     

    “อโศก” OFFICE HUB ตลาดลูกค้าต่างชาติระดับ PREMIUM

    ความสะดวกของทำเลนี้อยู่ตรงที่มี Interchange Station ทั้งหัวและท้ายถนน แต่ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์อาจจะติดบ้างในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ด้วยความเป็น CBD ที่เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานใหญ่ๆจำนวนมาก และมีชาวต่างชาติระดับ Expat เข้ามาทำงาน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น เกาหลี และตะวันออกกลาง จึงไม่น่าแปลกใจที่ย่านนี้ยังมีกระแสตอบรับที่ดีทุกครั้งที่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียม

    ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในย่านนี้ เป็นผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการ ทำให้ฐานรายได้ของคนกลุ่มนี้ค่อนข้างสูงตามไปด้วย  ดังนั้นอสังหาฯในย่านนี้จึงเป็นระดับ Premium ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม Serviced Apartment และคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้ 

    เมื่อสำรวจราคาค่าเช่าอาคารสำนักงานที่เรียงกันยาวเหยียดบน ถ.อโศก พบว่ามีราคาตั้งแต่ 350 – 1,100 บ./ตร.ม./เดือน ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าและความใหม่ของอาคาร

    Info : irentoffice

     

    ราคาคอนโดย่านอโศก เพิ่มเฉลี่ย ปีละ 7.5%
    เจาะต่างชาติและนักลงทุน

    คอนโดมิเนียมในย่าน อโศก ล้วนเป็นระดับ Premium เนื่องจากต้นทุนราคาที่ดินที่สูงมากและศักยภาพของทำเลที่เป็นแหล่งทำงาน เป็นย่านที่คนพักอาศัยเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ของคอนโดเหล่านี้มักเป็นนักลงทุนและชาวต่างชาติ อย่างโครงการ ASHTON ASOKE ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ (ต.ค. 2560) ผลสำรวจคือมีลูกค้าระดับ Premium เข้ามามีชื่อเป็นเจ้าของจำนวนมาก รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาลงหลักปักฐานในประเทศไทย

    การลงทุนสำหรับคอนโดในย่านนี้ สามารถปล่อยเช่าได้โดยเฉพาะชาวต่างชาติ โดย Rental Yield ที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 8% และยังสามารถเก็บไว้เก็งกำไรในระยะยาวได้อีกด้วย ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นรถไฟฟ้าสายหลักของเมืองไทยทั้ง BTS และ MRT

    ซึ่งเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยสินเชื่อ (MRR) ที่อยู่ที่ประมาณ 8% (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 4 ก.ค. 60) ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่มากไม่น้อย คงต้องมาโฟกัสกันที่ Capital Gain ที่จะได้จากการขาย ซึ่งเมื่อพิจารณาดู Capital Gain เฉลี่ย ตั้งแต่ปี 2011 – 2016 ของย่านอโศกพบว่าอยู่ที่ 5.33 สูงกว่าย่านสุขุมวิททองหล่อ แต่น้อยกว่าย่านพระรามเก้า เพราะกระแส CBD ใหม่ของย่านพระรามเก้าทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมในย่านนั้นคึกคักขึ้นมาในช่วงนี้ แต่เปอร์เซ็นต์การขายของย่านอโศกก็ยังสูงกว่าอีก 2 โซน โดยสูงถึง 92%

    มาดูแนวโน้มของคอนโดมิเนียมในย่านอโศก พบว่าตั้งแต่ปี 2011 – 2017 มีจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นถึง 2,427 ยูนิต เฉลี่ยปีละประมาณ 350 ยูนิตต่อปี โดยเฉพาะช่วงปี 2013 – 2014 เป็นปีที่มีคอนโดเปิดตัวย่านนี้กว่าปีละ 600 – 700 ยูนิต ซึ่งก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ไม่มากแล้ว เนื่องจากปัจจัยที่ดินที่เหลือน้อยเต็มที หากมีการซื้อขายอีกครั้งคงต้องเป็น Big Deal ที่ถูกพูดถึงแน่ๆ และราคาที่ดินคงพุ่งขึ้นแซงหน้าทุกโครงการในปัจจุบัน

    THE ESSE AT SINGHA COMPLEX เป็นโครงการใหม่ล่าสุดที่ยืนยันความร้อนแรงของคอนโดในย่านนี้ เพราะเปิดตัวด้วยราคาเฉลี่ยสูงถึง 275,000 บ./ตร.ม. สูงกว่า THE ESSE ASOKE ที่ราคาเฉลี่ย 220,000 บ./ตร.ม. แต่ขายไปแล้วถึง 90% (ข้อมูลจากเซลล์ เดือน มิ.ย. โปรดใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ) ทั้งที่อยู่ไปทาง ถ.เพชรบุรีแล้วด้วยซ้ำ ทำให้เห็นว่าความต้องการคอนโดมิเนียมในย่านอโศกยังคงสูงอยู่เสมอ

    ด้านราคาพบว่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 7.5% โดยเฉพาะ Q ASOKE และ THE LOFTS ASOKE ที่สูงประมาณ 11% ต่อปี สำหรับ ASHTON ASOKE ที่ทำสถิติเปิดตัวสูงถึง 230,000 บ./ตร.ม. พบว่าปีนี้ราคา RESALE เฉลี่ยอยู่ที่ 263,000 บ./ตร.ม.

    ก็ต้องยอมรับว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีนักลงทุนที่หวังเก็งกำไรระยะสั้นจำนวนหนึ่ง ที่ดันราคากันในช่วงปีก่อน ทำให้ปีนี้เมื่อใกล้กำหนดโอนจริง นักลงทุนกลุ่มนี้อาจโอนไม่ไหวและเริ่มทยอยปล่อยห้องโดยเอากำไรไม่เยอะ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้อยู่อาศัยตัวจริงที่เล็งโครงการนี้มานานหรือนักลงทุนที่หวังผลในระยะยาวจะเข้ามาในช่วงนี้

    ก็ต้องมาวัดใจกันในช่วงใกล้โอนนี้ว่าใครจะได้ของดีในราคาที่ถูกที่สุดไป ต้องยอมรับว่าแม้จะมีการปั่นราคากันจนสูง แต่ก็ไม่เกินคุณภาพของโครงการนี้เลย เพราะปัจจัยสำคัญที่ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆของโครงการนี้ก็คือ Location ด้วยระยะ 230 ม.จาก BTS อโศก, 20 ม. จาก MRT สุขุมวิท และความเป็น CBD ที่แท้จริง ต้องยอมให้ ANANDA สำหรับที่ดินแปลงนี้

     

    เตรียมสอยห้องราคาดีก่อนโอน ASHTON ASOKE 

    ASHTON ASOKE

    เจ้าของโครงการ:
    Ananda Development 
    และ Mitsui Fudosan

    ที่ตั้งโครงการ:
    ถ.อโศกมนตรี

    พื้นที่โครงการ:
    2-3-47.60 ไร่

    จำนวนชั้น: 50 ชั้น

    จำนวนยูนิต: 783 ยูนิต

    จำนวนที่จอดรถ: 371 คัน

    ราคา RESALE เฉลี่ย:
    263,000 บ./ตร.ม. (2ส.ค.60)

    เป็นการยากที่จะเลือกว่า ASHTON ASOKE ควรเป็นอะไร ระหว่าง “ที่พักอาศัย” “ของสะสม” หรือ “การลงทุน” หรือจะพูดให้ถูก ASHTON ASOKE คือ ที่พักอาศัยที่น่าเก็บสะสม และควรค่าแก่การลงทุน นอกจากทำเลที่ใกล้แหล่งทำงานแล้ว การได้ครอบครองห้องชุดที่เป็นที่สุดบนทำเลที่เป็นที่สุดก็เป็นความปรารถนาที่ไม่กี่คนจะสามารถทำได้

    ANANDA เลือกใช้ทีมออกแบบสถาปัตยกรรมจาก A49 บริษัทสถาปนิกชื่อดังของไทยที่ฝากผลงานรางวัลและผลงานต่างประเทศไว้จำนวนมาก และเป็นเหมือนโรงเรียนสถาปนิก เพราะสถาปนิกที่มีชื่อเสียงหลายๆคนก็เคยทำงานที่นี่ เรื่องการออกแบบจึงวางใจได้เลย

    จุดเด่นของโครงการนี้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ถ้าเป็นเรื่องการออกแบบ คือการเอากระจกโค้งเข้ามาใช้ตรงมุมอาคาร ทำให้ดีไซน์มีความต่อเนื่อง ความบาง และนุ่มนวลแบบที่กระจกธรรมดาไม่สามารถให้ได้ และมีไม่กี่โครงการที่กล้าใช้กระจกแบบนี้ เนื่องจากราคาที่โหดไม่เบา ซึ่งดีไซน์ระดับนี้ถึงจะสูสีกับทำเลที่ Outstanding ของโครงการ 

    นอกจากดีไซน์ภายนอกอาคารที่ A49 ออกแบบมาได้บางเบาและสง่างามแล้ว ยังได้ทีมอินทีเรียมือดีจาก PIA Interior บรฺิษัทตกแต่งภายในชื่อดัง ที่มีผลงานออกแบบให้กับโรงแรมระดับ 5 ดาวมาแล้วมากมาย ทำให้มั่นใจได้เลยว่า พื้นที่ส่วนกลาง และ Facilities ต่างๆในโครงการทุกตารางเมตรผ่านการคิดออกแบบมาแล้วอย่างดี

    ซึ่งในโครงการต่อๆมาของแบรนด์ ASHTON เราก็ยังเห็น ANANDA เลือกใช้บริการ 2 ทีมนี้ อย่างโครงการล่าสุด ASHTON ASOKE – RAMA 9 แสดงว่าจากผลตอบรับโครงการที่ผ่านมา ผลงานร่วมกันของ 2 ทีมนี้น่าจะเป็นที่พึงพอใจของ ANANDA อย่างมาก

    ASHTON ASOKE จึงคงไม่ใช่โครงการที่ตอบโจทย์แค่ด้านการลงทุนเพียงอย่างเดียว เพราะคอนโดมิเนียมที่ผ่านนักออกแบบยอดฝีมือขนาดนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ

    ตามกำหนด ASHTON ASOKE น่าจะเสร็จประมาณเดือนตุลาคม ปี 2560 นี้ เชื่อว่าจะต้องมีนักลงทุนระยะสั้นที่จ่ายค่าโอนไม่ไหวเริ่มปล่อยห้องกันมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยตัวจริงที่รอสอยห้องที่ราคาดีกันอยู่

    เป็นจังหวะสำคัญที่จะได้เห็นคนที่ยอม Cut loss ก่อนที่ตัวเองจะเจ็บตัวมากไป งานนี้คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดน่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยตัวจริงและนักลงทุนในระยะยาวครับ 

  • Unio H ติวานนท์

    UNIO H ติวานนท์

    คอนโด High Rise ยูนิตน้อย 100 ม.จาก MRT แยกติวานนท์

    บางครั้งความเรียบง่ายก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการใช้ชีวิต แต่ปัจจุบันชีวิตเราก็ค่อยๆห่างหายจากคำว่าเรียบง่ายไปทุกที โครงการ Unio H ติวานนท์ อาจเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยในย่านที่สงบไม่พลุกพล่าน แต่ยังคงเดินทางไปทำงานในเมืองได้อย่างสะดวก โดยโครงการนี้เป็นโครงการของ “เฮลิกซ์” ในเครือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งอยู่ติดถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ห่างจากแยกติวานนท์ 500 ม.

    ความโดดเด่นของโครงการอยู่ตรงที่ ใกล้ MRT แยกติวานนท์ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพียง 100 ม. ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัว เพียง 378 ยูนิต โดยโครงการมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.59 ลบ.

    FACT

    11 July 2560

    INFORMATION

    Project : Unio H ติวานนท์
    Developer : 
    บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด 
    Area : 1-2-24.8 ไร่
    Location :  ใกล้แยกติวานนท์ , ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 100 ม. จาก MRT แยกติวานนท์
    Type : High Rise Condo
    Building : 1 อาคาร สูง 37 ชั้น (ไม่รวมชั้นดาดฟ้า)

    UNIT PACKAGE

    – Fully Fitted 

    UNIT TYPE 

    Total units : 378 ยูนิต

    • Studio : 24.30-25.70 ตร.ม.
    • 1 Bedroom : 28.30-33.50 ตร.ม.
    • 1 Bedroom Plus : 42.80-43.80 ตร.ม.

    FACILITIES

    Parking : 160 คัน คิดเป็น 42% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
    – Lobby
    – Mail Corner
    – Hall Lift
    – Swimming Pool 6.5 x 18 ม.
    – Fitness
    – Garden
    – CCTV 24 hrs

    PRICE

    Price :
    เริ่มต้นที่  1.59 ลบ.

    (เริ่มต้น  65,000 บ./ตร.ม.)

    ค่าจอง :
    – Studio/1 BR 10,000
     บ.
    – 1 BR Plus 20,000 บ.
    ทำสัญญา : เริ่มต้น 36,500 บ.
    ผ่อนดาวน์ :
      5,500 – 12,800 บ.
    ค่ากองทุน : 500 บ./ตร.ม.

    ค่าส่วนกลาง : 58 บ./ตร.ม.

    .

    PRODUCT

    Unio H ติวานนท์ เป็นคอนโด High Rise 1 อาคาร สูง 37 ชั้น รวมที่พักอาศัยจำนวน 378 ยูนิต โดยห้องแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Studio , One Bedroom และ One Bedroom Plus ซึ่งทุก Type เป็นห้องแบบ Fully Fitted ไม่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้ แต่แถมเป็นชุดครัวกับสุขภัณฑ์

    .

    Studio ขนาด 24.30-25.70 ตร.ม. : แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน , ห้องนอน , ห้องครัว และห้องน้ำ ห้องเป็นแบบ Fully-Fitted ที่มีให้คือ ชุดครัวจาก Helix และห้องน้ำให้เป็น สุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard 

    .

    One Bedroom ขนาด 28.30-33.50 , One Bedroom Plus ขนาด 42.80-43.80 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Fully-Fitted เช่นเดียวกับห้องแบบ Studio

    .

    FACILITIES

    Ground Floor Planunio h ติวานนท์

    8th Floor

    unio h ติวานนท์

    36th Floor

    unio h ติวานนท์

    Roof Floor

    unio h ติวานนท์

    Facilities หลักของโครงการถ้าดูตามการใช้งานจริงถือว่าเพียงพอในการใช้งานเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตของอาคารที่มีเพียง 378 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยมาก

    โดยส่วนกลางหลักของโครงการจะเป็น Swimming Pool ซึ่งอยู่ที่ชั้น 8 Fitness ที่ชั้น 9 รวมถึงสวนหย่อมเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ชั้น 8 และชั้นที่ 36  อีกทั้งยังมีสวนดาดฟ้า ที่ชั้น 37 ซึ่งมี Jogging Track ให้ลูกบ้านใช้ออกกำลังกาย โดยหนึ่งรอบจะมีระยะทางทั้งหมด 50ม.  

    และสวนชั้น Ground ของโครงการจะมี Outdoor Fitness ตั้งอยู่ เป็นสวนเล็กๆที่ตั้งเครื่องออกกำลังกายเอาไว้สำหรับให้ลูกบ้านได้ออกมายืดเส้นยืดสายกัน 

     

    .

    ภาพบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

    1. Lobby – Living Working Connection พื้นที่ทำงานพร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน พบปะพูดคุยหรือทำงานในบรรยากาศที่สบาย ๆ

    .

    2. Swimming Pool – หลีกหนีความวุ่นวายเพื่อมาพักผ่อนกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 6 x 18 ม. มาพร้อมกับ สระออนเซ็น และห้องซาวน์น่า 

    .

    3. Fitness – ห้องออกกำลังกายซึ่งอยู่บริเวณชั้น 9 ของอาคาร จุดเด่นคือความโปร่งโล่งของพื้นที่ซึ่งมีระยะพื้นถึงฝ้าที่สูงโปร่ง

    .

    4. สวนดาดฟ้า – พื้นที่สีเขียวและส่วนพักผ่อนของโครงการ ความพิเศษอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าที่ต้องเดินขึ้นบันไดไป สามารถเห็นวิวของเมืองแบบ Panorama รวมถึง Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย ระยะทางโดยรอบ 50 ม.

    .

    LOCATION

     

    .unio h ติวานนท์

    โครงการ Unio H ติวานนท์ ตั้งอยู่ติดถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ห่างจากแยกติวานนท์ 500 ม. ใกล้ MRT แยกติวานนท์ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพียง 100 ม. ถ.ที่ตัดผ่านโครงการสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับย่านอื่นๆได้หลายที่ เช่น ทิศเหนือ ถ้าขับไปบนเส้นถ.ติวานนท์ จะไปตัดกับถ.รัตนาธิเบศร์ หรือขับไปทางเส้นถ.วงศ์สว่างเพื่อข้ามสะพานพระราม 7 ไปยังย่านจรัญสนิทวงศ์ก็สามารถสัญจรไปได้โดยง่าย

    ถ้าจะเข้าเมืองก็ขับเข้าเส้น ถ.รัชดาภิเษก จากเส้นทางทั้งหมดถือว่าสถานที่ตั้งโครงการนั้นครบครันและสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างมากทั้งทางรถ และระบบขนส่งสาธารณะที่นอกจากรถไฟฟ้าแล้วยังมีรถเมลล์ผ่านหน้าโครงการอีกหลายสายเช่นกัน

    .

    ห้างสรรพสินค้า

    ห่างบิ๊กซีติวานนท์ 2.6 กม. , ห่างบิ๊กซีวงศ์สว่าง 7.5 กม. , ห่างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ 5 กม. , ห่างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 5 กม.

    บิ๊กซีติวานนท์


    i
    mage : googlemap

    บิ๊กซีวงศ์สว่าง


    image : google map

    เซ็นทรัลรัตนาเบศร์


    image : google map

    เดอะมอลล์งามวงศ์วาน


    image : google map

    .

    ตลาดและแหล่งของกิน

    ใกล้ตลาดท่าน้ำนนท์ 2.3 กม.

    ตลาดท่าน้ำนนท์

    image : google map

    .

    โรงพยาบาลและสถานศึกษา

    ห่าง รพ.เกษมราษฎร์ 6.6 กม. , ห่าง รพ.นนทเวช 5 กม. , ห่าง ม.พระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ 5.2 กม.

    รพ.เกษมราษฎร์

    image : google map

    รพ.นนทเวช

    image : google map

    ม.พระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ

    image : google map

    .

    สถานที่ราชการ

    ห่างกระทรวงสาธารณะสุข 3.8 กม. , ห่างศูนย์ราชการนนทบุรี 3.6 กม.

    กระทรวงสาธารณสุข

    image : google map

    ศูนย์ราชการนนทบุรี

    image : google map

    .

    ACCESSIBILITY

    .

    จุดที่ 1 จากถ.งามวงศ์วาน (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้าขับรถมาฝั่งขาออกจากเขตบางเขนให้ข้ามสะพานข้ามแยกวิภาวดีมาทางเรือนจำคลองเปรมตรงมาเรื่อย ๆ ตามถ.งามวงศ์วานจนถึงแยกแครายให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ติวานนท์ ขับตรงมาผ่านกระทรวงสาธารณสุข จนถึงแยกติวานนท์แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงมา 500 ม.โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ

    จุดที่ 2 จากถ.นครอินทร์ ขึ้นสะพานพระราม 5 (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้าขับรถมาจากเส้นราชพฤกษ์ หรือกาญจนาภิเษกให้ขับเข้ามายัง ถ.นครอินทร์ ตรงมาจนถึงสะพานพระราม 5 ให้ข้ามมาแล้วขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกติวานนท์ ให้เลี้ยวขวา ตรงไปอีก 500 ม. โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

    จุดที่ 3 จากถ.รัชดาภิเษก (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จากรัชดาภิเษกฝั่งขาออก ทางเส้นนี้สำหรับผู้ที่มาจากเส้นวิภาวดี รัชโยธิน หรือ ฝั่งดอนเมือง ให้ตัดเข้ามายังเส้น ถ.รัชดาภิเษก ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับแยกวงศ์สว่าง ให้เลี้ยวขวา ขับตรงมาอีกประมาณ 2 กม. โครงการจะอยู่ฝั่งขวามือ

    .

    SURROUNDING

    ทิศเหนือ

    – ติดอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น, แคมป์คนงาน (เป็นพื้นที่ดินเปล่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ในอนาคตอาจถูกพัฒนาเป็นโครงการที่พักอาศัยหรืออาคารสูงได้)

    ทิศใต้

    – ติดถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น

    ทิศตะวันออก

    – ติดที่ดินเปล่า และ Amber คอนโดสูง 37 ชั้น

    ทิศตะวันตก

    – ติดโกดังสินค้า , Sale Office โครงการ Amber , อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

    unio h ติวานนท์

    ทิศเหนือ

    แคมป์คนงาน

    อาคารพักอาศัย 3 ชั้น

    ทิศใต้

    ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี

    อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น

    ทิศตะวันออก

    อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น

    พื้นที่ดินเปล่า

    คอนโด Amber สูง 37 ชั้น

    ทิศตะวันตก

    อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น

    Sales Office โครงการ Amber

    โกดังโรงงาน

    .

    พื้นที่โครงการ

    บรรยากาศด้านหน้าโครงการ

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)

      .

    .

    ด้านหน้าโครงการ
    unio h ติวานนท์

    .

    Site ก่อสร้างของโครงการ
    unio h ติวานนท์

    โครงการ Unio H ติวานนท์ เริ่มก่อสร้างไปแล้วประมาณ 10% ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการลงฐานราก คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ค. ปี 2562

     .

    SALES GALLERY

    Sales Gallery อยู่หัวมุมถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ติดกับแยกติวานนท์ อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT แยกติวานนท์ 500 ม.

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)


    .

    MASTER PLAN

    Ground Floor

    unio h ติวานนท์

    โครงการ Unio H ติวานนท์ เป็นคอนโด High Rise ประกอบไปด้วย

    อาคารชุดพักอาศัยจำนวน 1 อาคาร ทั้งหมด 378 ยูนิต

    ชั้น Ground Floor ประกอบไปด้วย

    1.Lobby
    2.ที่จอดรถ
    3.Mail Box
    4.Lift Lobby

    ชั้น 2-7 เป็นชั้นสำหรับจอดรถ และชั้น 8 เป็นต้นไปจะเป็นส่วนของ Facilities และ ห้องพัก

    ชั้น 8-9 เป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ ประกอบไปด้วย

    1. Swimming Pool
    2. ห้อง Sauna
    3. Garden
    4. Fitness

    ชั้น36 เป็นสวนหย่อมสำหรับพักผ่อน และชั้นดาดฟ้าจะมี Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย

    ชั้น 11-35 จะมีผังเหมือนกันทุกชั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นห้องพัก

    .

    Facilities

    8th Floor

    unio h ติวานนท์

    36th Floor
    unio h ติวานนท์

    Roof Plan
    unio h ติวานนท์

    Floor Plan

    2nd – 6th
    unio h ติวานนท์

    7th

    unio h ติวานนท์

    9th

    unio h ติวานนท์

    10th

    unio h ติวานนท์

    11th – 35th

    unio h ติวานนท์

    .

    UNIT TYPE

    Type A1 24.30 ตร.ม.
    unio h ติวานนท์

    Type A2 25.70 ตร.ม.

    unio h ติวานนท์

    Type B1 28.30 ตร.ม.

    unio h ติวานนท์

    Type B2 32.30 ตร.ม.

    unio h ติวานนท์

    Type C 33.50 ตร.ม.

    unio h ติวานนท์

    Type D1 42.80 ตร.ม.

    unio h ติวานนท์

    ห้องพักมีทั้งหมด 6 Type คือ

    1.Type A1 24.30 ตร.ม.
    2.Type A2 28.30 ตร.ม.
    3.Type B1 28.30 ตร.ม.
    4.Type B2 32.30 ตร.ม.
    5.Type C 33.50 ตร.ม.
    6.Type D1 42.80 ตร.ม.

    ซึ่งปัจจุบัน Type A หรือ Studio Type เหลือเพียง 3 ห้องในชั้น 20 เท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.ค. 60)

    .

    SHOW UNIT (Studio : 24.30 sq.m.)

    unio h ติวานนท์

    Kitchen

    โครงการ Unio H ติวานนท์ จะเป็นห้องแบบ Fully-Fitted ซึ่งให้มาสองอย่างคือชุดครัว Built-in (Helix บิ้วท์เอง) และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดครัวให้มาพร้อม Hob&Hood มีเตาไฟฟ้า 2 หัว ของ Hafele ก็อกและอ่างล้างจาน ชั้นวางของเหนือเคาน์เตอร์ครัวพร้อมไฟซ่อนบริเวณ Hood ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าที่ส่วนครัวคือ 2.4 ม.

    ถัดจากชุดครัวจะเป็นส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารซึ่งชุดโต๊ะเก้าอี้ไม่ได้รวมอยู่ในโปรโมชั่น สำหรับพื้นที่ส่วนนี้จัดไว้สำหรับรับประทานอาหารได้ 2 คน

    unio h ติวานนท์

    Living room

    ห้องนั่งเล่น ติดกับระเบียงภายนอกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่นั่งเล่นจะติดกับห้องนอนและไม่มีประตูกั้นแบ่งสัดส่วน ทั้งสองส่วนจะเชื่อมต่อกัน และเฟอร์นิเจอร์ในภาพไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น

    unio h ติวานนท์

    Bedroom

    ห้องนอนจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ใช้กระจกเต็มบานและมีส่วนหนึ่งเป็นบานกระทุ้ง ห้องโปร่งด้วยความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.65 ม.เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่น ผนังฉาบเรียบทาสีขาว

     

    unio h ติวานนท์

    Bathroom

    ห้องน้ำของโครงการให้สุขภัณฑ์ของ American Standard และแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งด้วยฉากกั้นกระจกเทมเปอร์ บริเวณฝ้ามีพัดลมดูดอากาศ พื้นปูกระเบื้องสีเทาอ่อนขนาด 60 x 60 ซม. ผนังกรุกระเบื้องสีขาว ส่วนภายในห้องอาบน้ำบริเวณฝักบัวจะกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY

    unio h ติวานนท์

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Kitchen
    จุดที่ 2 – Living Room
    จุดที่ 3 – Bedroom
    จุดที่ 4 – Bathroom

     สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)

    .

    SHOW UNIT (1 Bedroom : 28.30 sq.m.)

    unio h ติวานนท์

    Kitchen

    เคาน์เตอร์ครัวซึ่งมีลิ้นชักและตู้ใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งออกแบบโดย Helix เอง ให้มาพร้อม Hob&Hood มีเตาไฟฟ้า 2 หัว ของ Hafele ก็อกและอ่างล้างจาน ชั้นวางของเหนือเคาน์เตอร์ครัวพร้อมไฟซ่อนบริเวณ Hood ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าที่ส่วนครัวคือ 2.4 ม.

    ถัดจากชุดครัวจะเป็นส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารซึ่ง Helix Built-in โต๊ะแบบเลื่อน slide เข้า-ออกติดกับชุดครัวมาให้ ทำให้พื้นที่รับประทานอาหารของห้องนี้สามารถปรับเพิ่มลดพื้นที่ได้ตามต้องการ

    unio h ติวานนท์

    Living room

    ห้องนั่งเล่น ติดกับระเบียงภายนอกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่นั่งเล่นจะมีผนังกั้นระหว่างห้องนอนแบ่งเป็นสัดส่วน โดยระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวี ถือว่ามีระยะค่อนข้างใกล้กันพอสมควร ต้องติดทีวีขนาดไ่ใหญ่มาก ส่วนเฟอร์นิเจอร์และชั้นวาง Built-inในภาพไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น

    unio h ติวานนท์

    Bedroom

    ห้องนอนจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ใช้กระจกเต็มบานและมีส่วนหนึ่งเป็นบานกระทุ้ง ห้องโปร่งด้วยความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.65 ม. ส่วนผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว ฝ้าฉาบเรียบ

    unio h ติวานนท์

    Bathroom

    ห้องน้ำของโครงการให้สุขภัณฑ์ของ American Standard และแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งด้วยฉากกั้นกระจกเทมเปอร์ บริเวณฝ้ามีพัดลมดูดอากาศ พื้นปูกระเบื้องสีเทาอ่อนขนาด 60 x 60 ซม. ผนังกรุกระเบื้องสีขาว ส่วนภายในห้องอาบน้ำบริเวณฝักบัวจะกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน รวมถึง Built-in ช่องสำหรับวางขวดแชมพู เครื่องอาบน้ำ

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY

    unio h ติวานนท์

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Kitchen
    จุดที่ 2 – Living Room
    จุดที่ 3 – Bedroom
    จุดที่ 4 – Bathroom

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Round Me Logo)

    SPECIFICATION

    SWITCH & OUTLET

    1. สวิตซ์ และ ปลั๊กไฟยี่ห้อ Panasonic
    2. หลอดไฟส่องสว่าง เป็นระบบ LED Down-light ภายในห้องเเละไฟแบบกลมบริเวณระเบียง

    DOOR & WINDOW

    1. ประตูภายนอกระบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Samsung (ใช้งานได้ 3 ระบบ : Key card, Password, กุญแจ)
    2. ประตูกระจกบานเลื่อนบานกรอบอลูมิเนียมสีดำ
    3. หน้าต่างบานกระทุ้งในห้องนอน และกระจกแบบ Fixed เต็มบาน


    1


    2


    3

    FLOOR

    1. พื้นภายในห้องเป็นพื้นลามิเนตหนา 12 มม.
    2. พื้นห้องน้ำเป็นพื้นกระเบื้องสีเทา ขนาด 30 × 30 ซม.
    3. พื้นระเบียงเป็นกระเบื้องสีครีม ขนาด 20 x 20 ซม.
    4. พื้นระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำ กั้นด้วยธรณีประตูทำจากกระเบื้องเเกรนิตสีดำ


    1


    2


    3


    4

    WALL & CEILING

    1.ผนังห้องพักภายใน (ห้องนั่งเล่น , ห้องนอน , ครัว ) เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว
    ผนังภายนอก (ส่วนระเบียง) เป็นผนังฉาบเรียบทาสีภายนอก
    ฝ้าห้องพัก เป็นฝ้ายิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี
    ฝ้าห้องน้ำ เป็นฝ้ายิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี ชนิดกันชื้น

    2. ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวจรดฝ้าเพดาน
    3.ผนังในห้องอาบน้ำปูกระเบื้องลายหินอ่อน


    1


    2


    3

    SANITARY WARE

    1. โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard
    2. สายฉีดชำระ
    3. ที่ใส่กระดาษชำระ

    4. อ่างล้างหน้ายี่ห้อ American Standard
    5. ฉากกั้นอาบน้ำ กระจกเทมเปอร์
    6. ฝักบัวยี่ห้อ American Standard
    7. ที่วางสบู่
    8. ราวแขวนผ้าเช็ดตัว


    1


    2


    3


    4


    5


    6


    7


    8

    KITCHEN

    1. Built-in เคาน์เตอร์ครัว (เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น)
    2. ก๊อกและอ่างล้างจาน 1 ช่อง รวมอยู่ในโปรโมชั่น
    3. เตาไฟฟ้าแบบเซรามิก 2 หัว ยี่ห้อ Hafele
    4. Built-in ชั้นเก็บของเหนือเคาน์เตอร์ครัว


    1


    2


    3


    4

    .

    BUILT-IN

    แบบ Fully-Fitted

    1. ชุดครัว Built-in by Helix
    2. แอร์ ยี่ห้อ Samsung  1,500 BTU รวมอยู่ในโปรโมชั่น


    1


    2

     

     

    .

    PRICE COMPARISON

    Unio H ติวานนท์

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 100 ม. จาก MRT แยกติวานนท์

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด

    ความสูงอาคาร
    37 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    1-2-24.8 ไร่

    จำนวนยูนิต
    378 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.59 ลบ.(Fully-Fitted)
    (เริ่มต้น  65,000 บ./ตร.ม.)

    Amber
    By Eastern Star

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 45 ม. จาก MRT แยกติวานนท์

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    อีสเทิร์น สตาร์ 

    ความสูงอาคาร
    37 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    2-2-47.3 ไร่

    จำนวนยูนิต
    563 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    2.39 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น  68,000 บ./ตร.ม.)

    Supalai Vista ติวานนท์

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 500 ม. จาก MRT แยกติวานนท์

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    ศุภาลัย 

    ความสูงอาคาร
    34 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    3-0-17.7 ไร่

    จำนวนยูนิต
    646 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.8 ลบ.(Fully-Fitted)
    (เริ่มต้น  55,000 บ./ตร.ม.)

    Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 50 ม. จาก MRT วงศ์สว่าง

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    AP

    ความสูงอาคาร
    27 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    5-2-96.5 ไร่

    จำนวนยูนิต
    1,232 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.9 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น  82,000 บ./ตร.ม.)

    Parkland รัชดา-วงศ์สว่าง

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี , 230 ม. จาก MRT วงศ์สว่าง

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condo 1 อาคาร

    เจ้าของโครงการ
    นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้

    ความสูงอาคาร
    33 ชั้น

    ขนาดที่ดิน
    4-2-3 ไร่

    จำนวนยูนิต
    734 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น
    1.95 ลบ.(Fully-Furnished)
    (เริ่มต้น  65,000 บ./ตร.ม.)
    (ปัจจุบันเหลือ 1 ห้อง 2bedroom 5.1 ลบ.)

    .

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    การเดินทาง

    การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและการเดิน โครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสาย MRT สถานีแยกติวานนท์ 100 ม. (รถไฟฟ้าสายสีม่วง) เชื่อมต่อไปถึงสถานีบางซื่อ ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นสถานีกลางบางซื่อที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่นๆทำให้สามารถเดินทางเข้าออกตัวเมืองได้อย่างสะดวก

    การสัญจรด้วยรถยนต์ มีความสะดวกสบายเนื่องจากสามารถเดินทางมาได้หลายเส้นทาง ซึ่งทุกเส้นจะมาบรรจบกันที่ ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่ใช้สัญจรมายังโครงการได้โดยตรง

    บรรยากาศของย่าน

    บริเวณรอบโครงการส่วนมากเป็นห้องแถวทำการค้า ถัดจากพื้นที่โครงการไป 500ม. บริเวณแยกติวานนท์ จะเริ่มมีบรรยากาศที่คึกคักขึ้นเพราะมีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกจับจ่าย ใกล้ๆกันนั้นยังมีพื้นที่สาธารณะให้ใช้งานอย่างกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นศูนย์รวมสถานที่ออกกำลังกายต่างๆให้คนทั่วไปได้มาใช้อาทิเช่น สนามฟุตบอลพร้อมลู่วิ่ง สนามแบตมินตัน สนามเทนนิส สนามบาสเก็ตบอล และสระว่ายน้ำ เรียกได้ว่ามี Facilities ด้านสุขภาพที่ครบครันทีเดียว

    เลยจากแยกติวานนท์ไปทาง ถ.ประชาราษฎ์ร จะเป็นตลาดท่าน้ำนนท์ ซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยหลักของย่านนี้เพราะมีทั้งอาหารและของสดให้เลือกสรรมากมาย รวมถึงมีบรรยากาศท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้พักผ่อนกันในวันสบายๆอีกด้วย

    SPECIFICATION

    สิ่งที่โครงการให้มาถือว่าเป็น spec ระดับมาตรฐานทั่วไป เป็นระดับกลาง ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับราคาของโครงการที่เป็นแบบ Fully-Fitted

    DESIGN

    เมื่อดูตามผังโครงการ ห้องที่ได้รับวิวจะเป็นห้องในชั้นที่ 8 ขึ้นไปซึ่งก็ถือว่าเหมาะสมในการพักอาศัย เนื่องจากทัศนียภาพด้านล่างของโครงการไม่ได้ดีมาก ลักษณะอาคารตาม concept โครงการคือความเรียบง่าย 

    FACILITIES

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงการถือว่ามีพื้นที่เหมาะสมกับจำนวนยูนิตของโครงการซึ่งมียูนิตที่น้อยเพียง 378 ยูนิต บริเวณชั้นที่มี Facilities จะแทรกพื้นที่สีเขียวเข้ามา ทำให้เกิดความร่มรื่น และน่าพักผ่อน สระว่ายน้ำระบบเกลือที่ให้มาถือว่ามีขนาดที่มาตรฐานไม่ใหญ่และเล็กจนเกินไป ส่วน Fitness โครงการดีไซน์ห้องนี้ให้โปร่งโล่งด้วยระยะพื้นถึงฝ้าที่สูงและน่าใช้งาน

    ORIENTATION AND VIEW

    unio h ติวานนท์

    แดด – ทิศของอาคารมีอิทธิพลกับการออกแบบอาคารและการรับแดดของอาคาร โดยเฉพาะทิศตะวันตกที่มีความร้อนจากแสงแดดมาก แม้ทิศใต้จะร้อนน้อยกว่า แต่ในฤดูหนาวแดดในทิศนี้จะร้อนกว่าทิศอื่นๆ

    ส่วนทิศตะวันตกความร้อนจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน อีกข้อหนึ่ง ห้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และห้องทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ยังเป็นทิศที่มีชั่วโมงรับแดดที่มากจึงมักจะร้อนและเป็นทิศที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ส่วนทิศเหนือจะได้รับความร้อนจากแดดน้อยที่สุด เป็นทิศที่ดีที่สุด

    ลม – ลมประจำฤดูของประเทศไทยจะมีทั้งหมดสองประเภทคือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้มีเมฆมากและฝนชุกทั่วไป

    ประมาณกลางเดือนตุลาคมจะมี ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมประเทศไทย จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง การเริ่มต้นและสิ้นสุดมรสุมทั้งสองชนิดอาจผันแปรไปจากปกติได้ในแต่ละปี

    วิเคราะห์แดดและลมในโครงการ – เนื่องจากบริบทโดยรอบโครงการรายล้อมไปด้วยอาคารพาณิชย์และคอนโด High Rise ทำให้ส่งผลกระทบเรื่องลมแดดพอสมควร ในทิศเหนือเป็นทิศที่รับลมตะวันออกเฉียงเหนือเต็มๆและได้รับแดดอ่อนๆยามเช้า จึงเป็นทิศที่มีสภาวะน่าสบายที่สุด แต่ในทิศนี้มีพื้นที่ดินเปล่าซึ่งปัจจุบันเป็นแคมป์คนงานของโครงการคอนโดข้างเคียง และเป็นที่ดินใหญ่พอสมควร ในอนาคตอาจเกิดเป็นโครงการอาคารสูงได้เช่นกัน

    ในทิศตะวันออกมีโครงการที่กำลังจะสร้างเป็นคอนโด High Rise ในอนาคตทิศนี้จะได้รับแดดและลมน้อยลงพอสมควรเนื่องจากโครงการมีระยะห่างกันไม่มากนัก

    ทิศตะวันตกเป็นทิศที่ได้รับแดดยามบ่ายเต็มที่และไม่มีอาคารสูงช่วยบัง แต่ยังได้รับลมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ยังคงไม่ร้อนเกินไป

    ส่วนทิศใต้เป็นทิศที่ได้รับผลกระทบเรื่องแดดมากที่สุดเนื่องจากโดนแดดยามบ่ายโดยตรง แต่ในอนาคตอาจมีโครงการคอนโด High Rise เกิดขึ้น แดดที่ได้รับก็จะถูกโครงการบางส่วนนั้นบดบัง ห้องด้านนี้ก็จะเย็นลง

    unio h ติวานนท์

    ทิศตะวันออกของโครงการในอนาคตจะมีคอนโด High Rise เกิดขึ้นทำให้วิวด้านนี้ไม่ดีนัก ส่วนด้านที่ดีที่สุดคือทิศตะวันออกเพราะทิศนี้ไม่มีอาคารสูงมาบดบัง ส่วนทิศเหนือและทิศใต้ ณ ปัจจุบันอาจจะได้รับวิวที่ดี แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าทั้งสองทิศจะเกิดโครงการอาคารสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบในเรื่องวิวค่อนข้างมาก

    RECOMMENDATION

    unio h ติวานนท์

    เนื่องจากในทิศเหนือมีสภาวะน่าสบายที่สุดจึงเป็นทิศที่เหมาะสมในการพักอาศัย เรื่องวิวในปัจจุบันทิศนี้ยังเป็นพื้นที่โล่งใช้เป็นแคมป์คนงาน อาจจะยังไม่มีโครงการเกิดขึ้นในระยะ 3-4 ปีนี้ อีกทั้งระยะ set back ระหว่างอาคารยังมีระยะพอสมควร วิวที่ได้รับจึงค่อนข้างเป็นวิวที่ดี 

เพิ่มเพื่อน

Subscribe to our mailing list

* indicates required

A photo posted by REALIST (@realist.co.th) on

Latest Posts

August 2017
SMTWTFS
« Jul Sep »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Monthly Archives