• สำรวจคอนโดใหม่ใกล้รถไฟฟ้าเอกมัย 2017

    ย่านเอกมัยถือเป็นหนึ่งในทำเลพรีเมียมของกรุงเทพฯ ด้วยความท่ี่เป็นสุขุมวิทตอนกลาง ที่ดินราคาสูง 

    มีคอนโดระดับ Medium to High และบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury หลายโครงการ บ้านเดี่ยวที่อยู่มานานก็เป็นบ้านมีบริเวณ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารดีๆอยู่หลายร้าน

    บริบทพื้นที่รายล้อมด้วยร้านอาหารนานาชาติ (ไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี) ร้านกาแฟชิคๆ ออฟฟิศนักออกแบบ Cluster Mall และแหล่ง Hangout ที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยบ้านเดี่ยวที่ปล่อยเช่าในระดับราคาค่อนข้างสูง

    รวมไปถึงคอนโดฯที่มียูนิตขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวและยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง 

     

    ถึงแม้ว่าคอนโดในย่านเอกมัยจะมีระดับราคา Medium to High ถ้าใครทราบตลาดคอนโดฯแถวเอกมัย ก็จะรู้ว่าแถวนี้มีระดับราคาไล่จากปากซอยด้านถ.เพชรบุรีมาถึงปากซอยด้านถ.สุขุมวิทแบบ ต่ำไปสูง เพราะด้านสุขุมวิทมี สถานี BTS เอกมัย ไล่ระดับประมาณ 120k-190k / ตร.ม. แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ความใหม่-เก่าของโครงการด้วย

    นอกจากนั้นปัจจัยด้านค่าเช่า ถ้าเป็นห้อง Studio ก็เริ่ม 25,000 บ.ขึ้นไป ถ้าพูดในแง่คนปล่อยเช่า ถือว่า Gross Rental Yield โอเค ทั้งย่านเฉลี่ยประมาณ 5.2% เพราะราคาคอนโดยังถูกกว่าทองหล่อและพร้อมพงษ์มาก

    ทาง Realist จึงได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ว่าที่อยู่อาศัยแบบไหนที่น่าลงทุนในย่านแห่งนี้ หรือซื้อเพิื่ออยู่เองก็ดี โดยเราเลือกคอนโดฯใกล้ BTS ในระยะเดินไม่เกิน 500 ม.มาวิเคราะห์ให้ดูกันครับ

     

     

    POINT OF INTERESTS


    เอกมัยราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ!

    จากราคาประเมินที่ดินแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของราคาที่พุ่งสูงขึ้นของที่ดินย่านเอกมัย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามักจะต่ำกว่าราคาจริงประมาณเท่าตัว

    โดยเป็นราคาประเมินที่ดินเฉลี่ยของถนนเอกมัย (สุขุมวิท 63) ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2562 ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 20.3 % เลยทีเดียวในช่วงเวลา 10 ปีมานี้

    ย่านเอกมัยนับเป็นทำเลทองครบครัน ทั้งความสะดวกด้านคมนาคมและมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยรอบด้านทำให้ย่านเอกมัยมีราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี โดยปัจจุบันราคาที่ดินติดถนนซอยเอกมัยอยู่ที่ 7 แสน ถึง 1.8 ลบ.ต่อตารางวา

    ส่วนที่ดินในซอยย่อยเอกมัยจะอยู่ที่ 3 แสน ถึง 6 แสนบาทต่อตารางวา และที่ดินติดหน้าถนนสุขุมวิทจะมีราคาสูงกว่า 1.9 ลบ.ต่อตารางวา อย่างเช่น ที่ดินบ้านไร่กาแฟ ติดถนนเอกมัย มีเนื้อที่กว่า 4 ไร่  ราคาตารางวาละ 1.9 ลบ. ซึ่งมีราคาขายกว่า 3,401 ลบ.

    การเติบโตของราคาขายคอนโด High Rise (บ./ตร.ม.)

    จากความครบครันด้านความสะดวกสบายและครบครันในการอยู่อาศัยส่งผลราคาที่ดินแตะ 1.5 ลบ.ต่อตารางวา ส่งผลโดยตรงให้ราคาคอนโดมิเนียมเติบโตมากขึ้น พบคอนโดมิเนียมแนว High Rise ราคาเพิ่มสูงสุด 8.6% / ปี นั่นคือ Noble Reveal 

    ซึ่งคอนโดประเภท High Rise แม้ราคาจะสูงแต่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้อยู่อาศัยทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่องและน่าลงทุนมากที่สุด

    อัตราส่วนต่างกำไร (Capital Gain)

    Capital Gain คืออัตราส่วนต่างกำไร โดยการเปรียบเทียบกำไรที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กับราคาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มา เเละนำมาหาว่าถ้าหากซื้อมาในราคา 100 บาท จะขายได้กำไรกี่บาท ซึ่งก็คือการทำออกมาให้อยู่ในรูปร้อยละ เนื่องจากคอนโดมีระยะเวลาในการเริ่มโครงการที่เเตกต่างกันจึงต้องนำมาหาเฉลี่ยเพื่อที่จะทราบถึง Capital gain เฉลี่ยต่อปีของเเต่ละโครงการ ซึ่งโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดขายหรืออยู่ในช่วงก่อสร้างจะยังไม่สามารถคำนวณหา Capital gain ได้ ราคาซื้อขายในการคำนวณนี้ ทาง Realist อ้างอิงจากการสำรวจราคาขายต่อตรม.

    **Capital Gain  = [ (ราคาขายลบราคาซื้อ/ราคาขายเริ่มต้น)* x 100 ] / จำนวนปีที่ซื้อ
    AVERAGE CAPITAL GAIN = ค่าเฉลี่ยของ Capital Gain ทั้ง 6 โครงการ

    *ราคาขาย = ราคาที่กำลังขาย ณ ปัจจุบัน , ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    อัตราผลตอบเเทน (Gross Rental Yield)

    Gross Rental  Yield คือ กำไรจากการปล่อยเช่าโดย “ไม่หักค่าใช้จ่าย” (ถ้าเป็น Net Rental Yield จะเป็นกำไรจากการปล่อยเช่าที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว) เนื่องจากแต่ละโครงการก็จะมีค่าใช้จ่ายระหว่างการปล่อยเช่าที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาส่วนกลาง บาท/ตร.ม. ที่แต่ละโครงการกำหนดมา, ค่านายหน้าที่บางคนต้องจ่ายเพื่อให้ Agent มาดูแล รวมถึงค่าประกันที่อยู่อาศัย และค่าซ่อมแซม บำรุงห้องซึ่งราคาพวกนี้ก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องดูแลจัดการ โดยถ้ามี RENTAL YIELD/year เกิน 3% ก็ถือเป็นทำเลที่น่าลงทุน  (เนื่องจากโครงการที่ยังสร้างเสร็จจึงยังไม่มีผู้ปล่อยเช่า ทำให้ยังไม่สามารถนำมาคำนวณหา Gross Rental Yield ได้ ) 

    **GROSS RENTAL YIELD = [ (ค่าเช่าทั้งปี / ราคาซื้อขายคอนโด*) x 100 ]
    AVERAGE GROSS RENTAL YIELD = ค่าเฉลี่ยของ GROSS RENTAL YIELD ทั้ง 4 โครงการ

    *ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    สรุปความคุ้มค่าในการลงทุน

    เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยอัตราส่วนต่างกำไรการขายและกำไรจากการปล่อยเช่าพบว่ามี AVERAGE CAPITAL GAIN/year  6.25% และ GROSS RENTAL YIELD/year 5.2% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคอนโด High Rise ใกล้สถานีเอกมัยมีความน่าลงทุนสูง จะซื้อเพื่อขายต่อก็ดีหรือซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ 

    และในช่วงนี้ก็มีคอนโดเปิดใหม่ตรงสถานีเอกมัย นั่นคือ MARU เอกมัย 2 นับเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนและซื้อเพื่ออยู่อาศัย เพราะเป็นคอนโดใหม่เอี่ยม อยู่ในระยะเดินถึงรถไฟฟ้า เพิ่งจะ Pre-sales ไปหมาดๆ

    MARU เอกมัย 2

    Major Development เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ MARU ” ใน 2 ทำเลที่ตั้งคือย่านลาดพร้าวและเอกมัย ภายใต้แนวคิด Live More, Live Maru ที่เป็นคอนโด Pet Friendly & Wellness Living ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้และการอยู่อาศัยในแนวคิด Once you need less, you will have more ในการออกแบบที่สะท้อนภาพชีวิตของคนในกรุงเทพ แฝงแนวความคิดที่บอกว่า เราต้องเหนื่อยจากการทำงานภายนอก แต่จริงๆ แล้วเมื่อได้กลับบ้าน ในที่ที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ก็มีความสุขแล้ว

    MARU เอกมัย 2  เป็นคอนโด High Rise เลี้ยงสัตว์ได้ จาก Major Development  อยู่ในซอยสุขุมวิท 63 เดินทางสะดวกใกล้ถนนสุขุมวิท, ถนนเพชรบุรีและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ 

    มีความสูง 32 ชั้น มี 1 อาคาร จำนวน 333 ยูนิต  บนเนื้อที่ 1-2-77.2 ไร่ ที่จอดรถชั้น 1-8 จำนวน 165 คันหรือคิดเป็น 44% มีที่จอดรถทั้งแบบปกติและแบบ Auto Parking เริ่มก่อสร้าง พ.ค. 2561 คาดว่าแล้วเสร็จ พ.ค. 2563 ราคาเริ่มต้น 4.3 ล.บ. (เฉลี่ย 180,000 บ./ตร.ม.)

    UNIT TYPE

    1 Bedroom Smart : 29-30 SQ.M.
    1 Bedroom : 32.5-35.5  SQ.M.
    2 Bedrooms : 54-60.5 SQ.M.

    Duplex 1 Bedroom : 41 – 45 SQ.M.
    Duplex 2 Bedrooms : 45.5-75 SQ.M.

     

    Floor to celing 

    – Typical Floor
    Bed 2.7 M.
    W.C. & Kitchen 2.5 M.

    – Duplex Floor
    Bed 2.4 M.
    W.C. 2.4 M.
    Living 5.5 M.

    FACILITIES

    เป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของทาง Major ก็คือให้ส่วนกลางค่อนข้างเยอะและหลากหลาย โดยโครงการนอกจากจะมีส่วนกลางพื้นฐานอย่างห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำแล้ว ยังมี พื้นที่ส่วนกลางที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษ ตอบโจทย์ Lifestyle ใหม่ๆเช่น พื้นที่จอดรถจักรยาน,Co-Creation Space,Co-Kitchen Space,Co-Working Space ในสวน,Quite Room,Outdoor Theater ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นใกล้ต้นไม้ โดยโครงการมีแนวคิดที่สะท้อนในการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างรอบด้าน

    Less Social, More Senses
    มารุเป็นสถานที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยหลีกหนีจากความวุ่นวายของใจกลางกรุงเทพ อยู่กับส่วนกลางที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ พยายามใช้พันธุ์ไม้ที่ให้กลิ่นหอมในโครงการเพื่อให้ลูกบ้านได้ออกมาหายใจ ได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น

    Less Depress, More Refresh
    การตกแต่งที่น้อยๆ ดูสะอาดตา แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานและ idea ใหม่ๆ และใส่ใจในรายละเอียด
    ที่จอดจักรยานมีที่เติมลมยางแบบ Automatic,EV Charger,Bark and Bike wash,มี Trampoline ให้เด็กๆได้กระโดดเล่นข้างๆคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ลานออกกำลังกาย สระน้ำอุ่นให้ได้ปรับอุณหภูมิก่อนลงสระใหญ่ที่น้ำเย็นกว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ว่า facility ส่วนกลางนี้ผู้อยู่อาศัยจะได้ใช้หรือไม่โดยเฉพาะ Maintenance Cost ต้องไม่เป็นภาระกับลูกบ้าน

    Less Stress, More Serene
    จัดพื้นที่ส่วนกลางที่สงบ อย่าง Quiet Room ให้อ่านหนังสือ อย่างสงบเงียบ

    Less Indoor, More Exploring
    นำ Facility ที่เคยอยู่ใน Indoor ออกมา Outdoor มากขึ้น เพื่อให้ผู้อยุ่อาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติ อย่าง Co-Working Space ในสวน,โต๊ะ Pool กลางแจ้ง,Outdoor Theater และพื้นที่เชื่อมต่อภายนอกของ Co-Creation Room

    Less Self, More Sharing
    Trend หนึ่งที่เราเห็นว่า เกิดขึ้นกับ Lifestyle คนเมือง คือ การใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยออกแบบมาเป็น Co-working Space ที่หลากหลายใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต่างๆกัน

  • สะพานภูมิพล

    สะพานภูมิพล เกิดจากการเจริญเติบโตสู่การขยายตัวของสังคมเมืองและการจราจรที่คับคั่ง มีการใช้เส้นทางเพื่อการสัญจรมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างตัวเมืองและย่านอุตสาหกรรม ซึ่งสวนทางกับปริมาณของเส้นทางสัญจรที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรที่ยากจะแก้ไข

    แต่ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเล็งเห็นทุกข์สุขของประชาชน จึงก่อให้เกิดโครงการสะพานภูมิพลในพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่ราษฎรได้สัญจรอย่างสะดวก รวดเร็ว รวมถึงลดมลภาวะต่างๆให้แก่ชุมชนจากปัญหารถติดบริเวณนั้น

     

    PROJECT

    โครงการ : สะพานภูมิพล Bhumibol Bridge

    สถานที่ตั้ง : ทางด้านเหนือ หรือ “สะพานภูมิพล 1” เชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง กทม. กับ ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

    ทางด้านใต้ หรือ “สะพานภูมิพล 2” เชื่อมระหว่าง ต.ทรงคนอง กับ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

    พิกัด : สะพานภูมิพล 1 : 13°40’11.9″N 100°32’18.7″E / สะพานภูมิพล 2 : 13°39’35.2″N 100°32’23.0″E

    ขนาด : สะพานภูมิพล 1 มีความยาว 702 ม. สะพานภูมิพล 2 มีความยาว 582 ม. และความสูงจากระดับน้ำสูงสุดที่กึ่งกลางสะพานใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 50 ม.

    FACT

    งบประมาณ : 8,739 ลบ. 

    การจัดสรรงบประมาณ : ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวน 3,660 ลบ. เงินกู้สมทบจาก JBIC วงเงิน 14,887 ล้านเยน รวมมูลค่าโครงการคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 8,739 ลบ. 

    โดยคิดเป็นค่าเวนคืน 6,357 ลบ. ที่จ่ายให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้นจำนวน 767 ราย ที่ดิน 1,180 แปลง เนื้อที่ 347 ไร่ ค่าทดแทนที่ดินรวม 5,040 ลบ.  จำนวนสิ่งปลูกสร้าง 1,338 หลัง ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งสิ้น 1,317 ลบ. 

    จุดประสงค์หลัก : ตอบสนองความต้องการการสัญจรระหว่างตัวเมืองและทางด้านใต้ แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด / เชื่อมโยงโครงข่ายการสัญจรโดยรอบ กทม.อย่างสมบูรณ์

    IMPORTANT DAYS

    29 พฤษภาคม 2543 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์

    5 ธันวาคม 2549 เปิดใช้สะพาน โดยมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม”

     21 ตุลาคม 2552 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสะพานแห่งนี้ว่า “สะพานภูมิพล”

    24 พฤศจิกายน 2553 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค โดยเรือพระที่นั่งอังสนาของกองทัพเรือ 

    ทรงทำพิธีเปิดสะพานภูมิพลและประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ณ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

     

    สะพานภูมิพล ประกอบด้วยกัน 2 ช่วง คือ สะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2

    โดยสะพานภูมิพล 1 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. กับ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

    ส่วนสะพานภูมิพล 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านใต้ ตั้งอยู่ระหว่าง ต.ทรงคนอง กับ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

    เชื่อมต่อกับถ.สุขสวัสดิ์ ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ถ.พระราม 3 และ ถ.กาญจนาภิเษกเข้าด้วยกัน

    ทางกรมทางหลวงชนบทได้รับสนองพระราชดำริ ด้วยการจัดตั้งงบประมาณในการก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาสบทบจำนวนหนึ่ง โดยพระองค์ทรงเป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2543 ก่อนดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ

    สะพานภูมิพลเริ่มเปิดใช้สะพาน ในวันที่ 5 ธ.ค. 2549 นับเป็นพระอัจฉริยะภาพและสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านการวางแผนระบบการจราจรและการขนส่ง

     

    ลักษณะของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ช่วง ประกอบด้วย

    สะพานภูมิพล 1 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านเหนือ เป็นสะพานขึงเคเบิลคู่ กว้าง 7 ช่องจราจร ประกอบด้วยเสาสูง จำนวน 2 ต้น ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 326 ม. เป็นโครงสร้างประกอบระหว่างคอนกรีตและเหล็ก ความยาวตัวสะพานในช่วงด้านหลัง 128 ม. 

    ส่วนสะพานภูมิพล 2 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านใต้ เป็นสะพานขึงเคเบิลคู่ กว้าง 7 ช่องจราจร ประกอบด้วยเสาสูง จำนวน 2 ต้น ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 398 ม. เป็นโครงสร้างประกอบระหว่างคอนกรีตและเหล็ก ความยาวตัวสะพานในช่วงด้านหลัง 152 ม. 

    ซึ่งทั้ง 2 สะพาน เป็นโครงสร้างแบบคอนกรีตอัดแรง มีความสูงจากระดับน้ำสูงสุดที่กึ่งกลางสะพาน ประมาณ 50 ม. เพื่อให้เรือบรรทุกหรือเรือขนส่งสินค้าสามารถสัญจรผ่านไปมาได้

    ที่มา : www.flickr.com/photos/gift-of-light 

    โดยการดำเนินการก่อสร้างตามแบบเดิม จะเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ติดปัญหาด้านงบประมาณ จึงปรับเป็นรูปแบบสะพานข้ามแม่น้ำแทน

    วิศวกรผู้ออกแบบ คือ พอลเล กุสตาฟสันส์ ชาวสวีเดน ได้เลือกรูปแบบสะพานขึง เนื่องจากข้อกำหนดว่าตัวสะพานต้องสูงกว่าระดับน้ำ ไม่น้อยกว่า 50 ม. ลักษณะโครงสร้างสถาปัตยกรรมจึงต้องมีรูปร่างเพรียว เพื่อความประหยัดค่าก่อสร้าง

    โดยใช้วิธีก่อสร้างทั้งสองฝั่งมาบรรจบกันตรงกลาง ทีมแขวนสะพานกำหนดระยะการเชื่อมสะพานแค่ 6 เดือน ซึ่งการเชื่อมใช้พื้นคอนกรีตหนักอัดแรง หนักชิ้นละ 480 ตันมาเชื่อมกัน ใช้เครนคู่ขนาดยักษ์ในดึงคอนกรีตขึ้นจากเรือขนส่งด้านล่าง 

    ซึ่งการยกคอนกรีตมีเวลาแค่ 4 ชม. ต่อวันเท่านั้น เพื่อเปิดทางให้การจราจรทางน้ำให้เป็นปกติ 

    ทั้งนี้ การก่อสร้างสะพานทั้ง 2 แห่ง ใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 4 เดือนก็แล้วเสร็จ จากกำหนดเดิมคือ 6 เดือน ถูกบันทึกในสถิติโลกว่า เป็นการสร้างสะพานขึงคู่ที่สร้างเร็วที่สุดในโลก

    จากเสียงของประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้สะพานแห่งนี้ในการสัญจร ต่างก็มีความปลื้มปีติในโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรจากโครงการตามพระราชดำรินี้

    มากกว่านั้น ยิ่งทำให้เรารับรู้ถึงความห่วงใยและความใกล้ชิดพสกนิกรของพระองค์ เพราะนี่เป็นสะพานเดียวที่ใช้ชื่อสะพานเป็นพระนามของพระองค์เอง

     

     

    ปัญหาการสัญจรนั้นจำเป็นต้องแก้อย่างเป็นระบบ ให้เกิดเป็นโครงข่ายการสัญจรที่มีประสิทธิภาพ

    นับตั้งแต่พุทธศักราช 2514 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริโครงการถนนวงแหวน (Ring Road) เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายให้เกิดความสมบูรณ์รอบกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโครงการพระราชทาน นำร่องไปสู่การแก้ปัญหาการจราจรด้วย

    วงแหวนขนาดใหญ่ อันประกอบไปด้วย ถ.วงแหวนรอบในหรือถ.รัชดาภิเษก และ ถ.วงแหวนรอบนอกหรือถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นโครงข่ายถนนวงแหวนล้อมรอบตัวเมือง 3 ด้าน ทั้งด้านตะวันตก ตะวันออก และใต้ ครอบคลุมพื้นที่กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา

    จากโครงการดังกล่าว สู่การสร้างถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการเติมเต็มระบบถ.วงแหวนรอบกรุงเทพมหานคร

    ซึ่งสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เป็นส่วนสำคัญของวงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบนอกโดยตรง

    โดยสะพานภูมิพลเชื่อมต่อกับถ.สุขสวัสดิ์ ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ถ.พระราม 3 และถ.กาญจนาภิเษกเข้าด้วยกัน ซึ่งถนนทั้ง 4 เส้นนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมและท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง จึงเป็นที่มาของชื่อ”วงแหวนอุตสาหกรรม”นั่นเอง

    สามารถรองรับและกระจายความเจริญจากใจกลางเมืองหลวงออกไปทั่วประเทศ จากการเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบนอก ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการเดินทางและแก้ไขปัญหาจราจรได้เป็นอย่างมาก

    อีกทั้ง ถ.วงแหวนอุตสาหกรรมและสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 ยังเป็นโครงข่ายถนนวงแหวนและสะพานขึงแฝดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรองรับการขนส่งและการลำเลียงสินค้า ระหว่างท่าเรือกรุงเทพฯและพื้นที่อุตสาหกรรม ใน จ.สมุทรปราการและภูมิภาคอื่นๆ

    นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงถนนวงแหวนทั้ง 3 วง คือ “วงแหวนรัชดาภิเษก”  “วงแหวนกาญจนาภิเษก” และ “วงแหวนอุตสาหกรรม” ให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน 

    ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จึงเป็นการใช้ประโยชน์ของถนนในการ ลัดทาง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรพื้นที่กรุงเทพฯด้านใต้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยัง เสริมให้โครงข่ายถนนโดยรอบเกิดความสมบูรณ์

     

    ที่มา : www.facebook.com/rak.thammarak

    นอกจากประโยชน์ในการสัญจรและการบรรเทาวิกฤตจราจรแล้ว สะพานภูมิพล 1 และ 2 ยังมี ความงดงามที่โดดเด่นในแง่ของโครงสร้างทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมระดับโลก ในรูปแบบสะพานสูงตระหง่าน

    โดยผู้ออกแบบกำหนดให้ระหว่างสะพานทั้งสองช่วง ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายพระธำมรงค์ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    ด้านการออกแบบยอดเสมี แนวความคิดมาจากยอดเจดีย์หรือยอดชฎาอันมีค่าสูงสุด นอกจากนี้ ยังขึงด้วยสายเคเบิลสีเหลืองทอง ทอดยาวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เปรียบประดุจพัดที่คลี่ออกอย่างงดงาม ในขณะเดียวกันเมื่อมองในมุมสูง จะให้ความรู้สึกคล้ายภาพการพนมมือเพื่อแสดงความเคารพและความนอบน้อม 

    ที่เชิงสะพานช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ด้าน ยังมีการประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมอันสะท้อนถึงการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

    เช่น ประติมากรรมรูปทรงหยดน้ำสีทอง ที่ส่วนบนมีรูปอุณาโลม อันเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ โอบล้อมด้วยยอดแหลม อันหมายถึงพสกนิกร สะท้อนถึงความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทย ที่เทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้า

    สะพานภูมิพลแห่งนี้ จึงเป็นทั้งสถานที่ที่ ทรงคุณค่าทั้งด้านความวิจิตรงดงามทางสถาปัตยกรรม คุณค่าด้านประโยชน์ทางการสัญจร และทรงคุณค่าด้านความหมาย อันเป็นของขวัญจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มอบให้แก่ประชนชนชาวไทยทุกคน ให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแผ่นดินของพ่อได้อย่างร่มเย็นต่อไป

     

    ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากนิตยสาร ASA CREW ISSUE 01 – JANUARY 2017 – สถาปนิกแห่งแผ่นดิน

  • เขื่อนภูมิพล

    เขื่อนภูมิพล เกิดขึ้นจากความต้องการแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำในหลายจังหวัด

    โดยเริ่มจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพราะส่วนใหญ่แล้ว ประชาชนในต่างจังหวัดจะประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก อันเป็นอาชีพสำคัญของประเทศไทยที่มีทรัพยากรดินที่อุดมสมบูรณ์

    ซึ่งพระองค์ทรงทราบถึง ปัญหาในการทำเกษตร นั่นคือเรื่องของน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงผลผลิตการเพาะปลูก จึงเริ่มมีพระราชดำริเกี่ยวกับระบบการจัดการน้ำแก่พื้นที่เหล่านั้น 

    รวมถึงปัญหาสำคัญการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในหลายจังหวัดของประเทศ ที่เริ่มจากภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงจักรไฟฟ้าถูกระเบิดเสียหาย ในขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากขึ้น แม้รัฐบาลจะพยายามซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

    จึงเริ่มมีแนวคิดโครงการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ประเทศไทยมีแม่น้ำหลายสาย ถ้าสามารถสร้างเขื่อนขนาดใหญ่และโรงไฟฟ้าขวางทางแม่น้ำได้ จะเป็นการประหยัด กว่าการสร้างโรงไฟฟ้ากังหันน้ำหรือเครื่องยนต์ดีเซล

    นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ปัญหาความขาดแคลนทรัพยากรน้ำ เพราะเขื่อนสามารถควบคุมและบริหารการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม จึงเริ่มเกิดแนวคิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

     

    PROJECT

    โครงการ : เขื่อนอเนกประสงค์ภูมิพล Bhumibol Dam

    สถานที่ตั้ง : เขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก

    พิกัด : 17.265°N 98.9°E

    ขนาด : เป็นเขื่อนคอนกรีต สูง 154 ม. ยาว 486 ม. อาณาเขตรับน้ำ 26,386 ตร.กม.

    ความจุ : 13,462 ล้าน ลบ.ม. ระดับสันเขื่อน + 261.00 ร.ท.ก. ระดับเก็บกักสูงสุด 318 ตร.กม. ความจุที่พักตะกอน 3,600 ล้าน ลบ.ม.

    FACT

    งบประมาณ : 2,250 ลบ. เป็นเงินกู้จากธนาคารโลก 66 ล้านเหรียญสหรัฐ ร่วมกับเงินงบประมาณ

    ประโยชน์หลัก : กักเก็บน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้แก่ประชาชน ตั้งแต่ภาคเหนือและภาคกลางลงไปถึงจังหวัดเพชรบุรี รวม 36 จังหวัด

    หน่วยงานควบคุมการก่อสร้าง : รัฐวิสาหกิจมีชื่อว่า “การไฟฟ้ายันฮี” ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกับรัฐวิสาหกิจ “การลิกไนต์” และ “การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ” เป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

    IMPORTANT DAYS

    25 กรกฎาคม 2500  ได้รับพระราชทานบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยมาเป็นมงคล นามของเขื่อนว่า “เขื่อนภูมิพล”

    31 กรกฎาคม 2501  ลงนามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างเขื่อนภูมิพลกับบริษัท Brown & Root, S.A. and Utah International Inc.

    24 มิถุนายน 2504  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เขื่อนภูมิพล

    17 พฤษภาคม 2507  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล

     

    โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำนี้ มีมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเริ่มมีการวางแผนถึงตำแหน่งที่ตั้งของโรงงาน บริเวณแม่น้ำสายต่างๆ

    แต่โครงการได้หยุดชะงักไป เพราะภาวะทางเศรษฐกิจภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และความผันผวนทางการเมือง 

    ต่อมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้เสนอเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำอีกครั้ง และเลือกแม่น้ำแม่กลองเป็นอันดับแรก เพราะอยู่ใกล้พระนครและธนบุรี

    รวมถึงสภาพบริเวณโดยรอบที่เหมาะสมในการสร้างเขื่อน แต่ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น โครงการจึงต้องระงับไปก่อน

     

    ต่อมา ได้นำเอาโครงการก่อสร้างไฟฟ้าพลังน้ำแก่งเรียง จังหวัดกาญจนบุรี มาพิจารณาอีกและจัดทำรายงานเสนอธนาคารโลกเพื่อพิจารณาขอกู้เงิน แต่มีข้อมูลไม่เพียงพอให้ธนาคารโลกได้พิจารณา

    จึงให้กรมชลประทานเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้รายละเอียดครบถ้วนเพียงพอและดินทางไปสำรวจและศึกษาพื้นที่ทางภาคเหนือเพราะกรมชลประทานมีข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน

    ภายหลังการพิจารณาข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบด้าน จึงตัดสินใจสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ แม่น้ำปิงที่เขายันฮี จังหวัดตาก เพราะสามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้เพียงพอแก่ความต้องการ รวมถึงจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือและภาคกลางของประเทศได้

    เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์ อีกทั้งยังเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย เดิมชื่อ “เขื่อนยันฮี”

    ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2500 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานพระปรมาภิไธย เปลี่ยนชื่อเขื่อนเป็น “เขื่อนภูมิพล” เขื่อนภูมิพลมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก สร้างปิดกั้นลำน้ำปิง ที่บริเวณเขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก

    อ่างเก็บน้ำสามารถรองรับน้ำได้สูงสุด 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื้อที่ผิวน้ำประมาณ 300 ตร.กม. ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง 207 กม.

     

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จทอดพระเนตรระบบการทำงานของเขื่อนภูมิพล

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2504 ด้วยพระองค์เอง

    การก่อสร้างในระยะแรกประกอบด้วยงานก่อสร้างตัวเขื่อน ระบบส่งไฟฟ้า และอาคารโรงไฟฟ้า ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 1 – 2 กำลังผลิตเครื่องละ 70,000 กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม และ 15 มิถุนายน 2507 ตามลำดับ

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 ต่อมาได้มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 3 – 6 กำลังผลิตเครื่องละ 70,000 กิโลวัตต์

    โดยเครื่องที่ 3 สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ใน วันที่ 11 พฤษภาคม, 9 สิงหาคม 2510, 25 ตุลาคม และวันที่ 19 สิงหาคม 2512 ตามลำดับ และเครื่องที่ 7 กำลังผลิต 115,000 กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในวันที่ 18 ตุลาคม 2525

    เขื่อนภูมิพลในขณะการดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ 

    เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออกไป ในปี พ.ศ.2531 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงได้ทำการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

    เครื่องที่ 1 – 2 ทำให้มีพลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกเครื่องละ 6,300 กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้  เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2535 และพฤศจิกายน 2536 ตามลำดับ

    ส่วนการปรับปรุงเครื่องเครื่องที่ 3 – 4 มีการปรับปรุงกำลังผลิตเท่ากันกับเครื่อง ที่ 1 – 2 เมื่อแล้วเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และสิงหาคม 2540 ตามลำดับ 

    นอกจากนี้ ในปี 2534 กฟผ.ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 8 แบบสูบกลับ ขนาดกำลังผลิต 171,000 กิโลวัตต์ และก่อสร้างเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในเดือน มกราคม 2539

    ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล มีกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 779.2 เมกกะวัตต์ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทอดพระเนตรระบบการจัดการน้ำในเขื่อน

     


    ที่มา : http://www.neutron.rmutphysics.com

    โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล มีหลักการการผลิตกระแสไฟฟ้า คือ การใช้แรงดันน้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) มาดันให้กังหันน้ำ (Turbine) ให้หมุนโดยกังหันน้ำ

    ซึ่งเป็นตัวต้นกำลัง ต่อเชื่อมกับส่วนที่หมุน (Rotor) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(Generator) ด้วยแกน shaft ในแนวตั้ง ทำให้ Rotor หมุนตามด้วยความเร็วรอบที่เท่ากันกับ Turbine 150 รอบต่อนาที

    เมื่อป้อนไฟฟ้ากระแสตรง (Excite) เพื่อกระตุ้นให้ขดรวดของ Rotor (Rotor winding) จะเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นที่ Rotor winding เมื่อสนามแม่เหล็กหมุนตัดกับขดรวดที่อยู่กับที่ (Stator winding)

    แรงดันไฟฟ้าจะถูกสร้างขึ้นที่ Stator winding ที่ระดับ 13,800 โวลต์ และแปลงแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้นไปที่ระดับ 230,000 โวลต์ ด้วยหม้อแปลงแรงดันไฟฟ้า ก่อนที่จะส่งไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าระบบไฟฟ้าของประเทศ

     

    เขื่อนภูมิพลมีภารกิจหลัก คือ “การระบายน้ำและการผลิตไฟฟ้า”  ให้ตรงตามแผนที่กรมชลประทานกำหนดมาให้

    โดยทางด้านชลประทาน เขื่อนทำให้เราสามารถควบคุมน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้

    ทั้งการกักเก็บน้ำเมื่อถึงคราวน้ำมาก เพื่อป้องกันน้ำท่วม หรือเมื่อถึงหน้าแล้งก็สามารถปล่อยน้ำให้แก่พื้นที่ที่ต้องการใช้น้ำได้ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม

    ทางด้านพลังงานไฟฟ้า เขื่อนสามารถนำน้ำที่กักเก็บมาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งออกกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ตั้งแต่ภาคเหนือและภาคกลางลงไปถึงจังหวัดเพชรบุรี รวม 36 จังหวัด 

    นอกจากนี้เขื่อนภูมิพลยังกลายเป็น แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด เป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ที่สำคัญอีกด้วย

    นี่เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ ในการใช้ทรัพยากรองค์รวมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระองค์ 

    หลักในการจัดทำโครงการพัฒนาต่างๆ พระองค์จะทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของราษฎรเป็นหลัก

    ไม่ว่าจะเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ หรือจำนวนมากน้อยแค่ไหน ด้วยน้ำพระทัยแห่งพระปรีชาสามารถ การพัฒนาพลังน้ำในประเทศจึงเติบโตอย่างมั่นคง และเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

     

    พระธาตุแก่งสร้อย (เมืองโบราณ)

    ปัจจุบันเขื่อนภูมิพล ไม่เพียงแต่สร้างคุณประโยชน์มหาศาลแก่ชาวไทยให้ได้มีน้ำและไฟฟ้าใช้เท่านั้น

    เขื่อนภูมิพลกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีทัศนียภาพสวยงามและเป้นแหล่งเรียนรู้สำคัญแห่งหนึ่งของไทย

    โดยทางเขื่อนได้จัดทำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติลัดเลาะสองฝั่งลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่น เพื่อดูสภาพความหลากหลายของพื้นที่ป่าดิบเขาและการฟื้นฟูสภาพป่า

    ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าในลักษณะ ทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตกที่สวยงาม 

    นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งนันทนาการ เช่น การล่องแพและเรือสำราญในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล โดยเป็นล่องแพที่ใช้เรือลากจูง เพื่อศึกษาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พระพุทธบาท ถ้ำอาบนาง โบราณสถานแก่งสร้อย จนถึงดอยเต่า จำหวัดเชียงใหม่

    เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและได้ความรู้ไปพร้อมๆกัน อีกทั้งยังช่วย ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ตามรอยพระองค์ท่าน อีกด้วย

     

     


    .

    ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากนิตยสาร ASA CREW ISSUE 01 – JANUARY 2017 – สถาปนิกแห่งแผ่นดิน และกรมชลประทาน

     

  • น้ำท่วม กรุงเทพ 2560

    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงนี้ฝนตกหนักบ่อยและเเรงมากขึ้นทุกวัน แถมน้ำท่วมมากมายจนเกือบเข้าไปในบ้านเสียอีก ชาวกรุงเทพฯคงจะรู้สึกเบื่อไม่น้อยที่จะต้องเจอกับปัญหารถติด น้ำท่วมขัง เฉอะแฉะ บ่อยๆ

    บทความนี้ จะพูดถึงสาระความรู้ สาเหตุและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแก้อย่างไร? รวมทั้งอัพเดทข่าวสารอุโมงค์ระบายน้่ำของกรุงเทพฯ จะป้องกันน้ำท่วมได้เเค่ไหน?  

    ซึ่งตอนนี้ระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ สร้างเสร็จและเปิดใช้งานอยู่ 8 แห่ง สามารถระบายน้ำได้ 215.5 ลบ./วินาที ซึ่งเท่ากับ นำน้ำออกจากสระว่ายน้ำภายใน 12 วินาที

    และมีแผนจะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำอีก 5 แห่งในอนาคต ปัจจุบันอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ เปิดใช้งานได้แล้ว และ อุโมงค์ระบายน้ำคองเปรมประชากร กำลังเสนอเข้ารัฐอนุมัติ

    แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าคับว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมบ่อยๆคืออะไร?

     

    ต้นตอน้ำท่วมในกรุงเทพ?

     “ฝนตกหนัก”

    ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 60 มม./ชม. เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำจะรับได้ (วัดเองง่ายๆด้วยการเอาภาชนะมาวางรองไว้ 1 ชม. แล้วดูว่ามีน้ำฝนที่ขังอยู่ในภาชนะสูงกี่มม.)

    ทำให้น้ำเกิดการรอระบาย ไม่สามารถระบายได้ทัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมนานมาจากปัจจัยเหล่านี้

    ขยะอุดตัน

    ขยะที่เก็บขึ้นจากคลองมากถึง 10 ตัน/วัน

    ทำให้อุดตันระบบระบายน้ำที่มีอยู่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร และระบายได้ช้าลง

    ระบายน้ำไม่ทัน

    ระบบการระบายน้ำของกทม.รับมือได้อยู่ที่ 60 มม./ชม. ถ้าวันไหนฝนตกเกิน
    100 มม./ชม.จะทำให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายได้ทัน

    กายภาพเมือง

    กรุงเทพเป็นที่ราบลุ่ม มีชั้นดินเหนียวสลับกับชั้นน้ำบาดาล เมื่อฝนตกหนักทำให้ดินทรุดตัวต่ำลง กระทบต่อระบบระบายน้ำ

    รวมทั้งในเมืองขาดพื้นที่ดิน หรือ สวนซึ่งช่วยในการซึมซับน้ำ ทำให้น้ำไหลไปตามทิศทางได้ช้าจากเหนือลงใต้ออกสู่อ่าวไทย

     

    อัพเดทอุโมงค์ระบายน้ำกรุงเทพฯ

    เปิดแล้ว “อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ”

    ผู้ว่ากทม. เปิดใช้ระบบสูบน้ำอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ จากคลองลาดพร้าวถึง ม.เจ้าพระยา เริ่มจากบริเวณ ถ. รัชดาภิเษก ลอดใต้คลองบางซื่อไปออก ม.เจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย โดยสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในพื้นที่เขตดุสิต บางซื่อ พญาไท จตุจักร ดินแดงและเขตห้วยขวาง รวม 56 ตร.กม. และสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ไม่น้อยกว่า 60 มม./ชม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น

    Info : pptvhd36 (7 ก.ย. 60)

    เตรียมสร้างอุโมงค์คลองเปรมประชากร

    กทม.เสนองบประมาณรัฐก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร เร่งระบายน้ำในพื้นที่หลักสี่ ดอนเมือง ลาดพร้าว รามอินทรา และ บางเขน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบเพราะ ปัจจุบันยังไม่มีอุโมงค์ระบายน้ำรองรับ ใช้การระบายน้ำในระบบรอง โดยใช้คลองสายต่างๆ ทั้งคลองหลักและคลองสายย่อย เป็นตัวช่วยในการระบายน้ำไปก่อน

    Info : thaipbs (25 ก.ย. 60)


    ภาพในอาคารสูบน้ำ ของอาคารระบายน้ำบางซื่อ


    ภาพ ภายในอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน  Info : คมชัดลึก

    กทม.เสนอรัฐของบสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีก 2 แห่ง

    โดยปัจจุบัน กทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำรวม 7 แห่ง รองรับน้ำได้จำนวน 155.5 ลบ.ม.ต่อวินาที

    และ กทม.ยังมีแผนอุโมงค์ระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 แห่ง คืออุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน (อยู่ระหว่างก่อสร้าง) และ อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ (เสร็จในเดือนส.ค.)

    แต่ไม่เพียงพอต่อสภาพพื้นที่ ทางกทม.จึงมีแผนการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม โดยเป้าหมายในปี 61 จะเริ่มการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำอีก 2 แห่งคือ

    โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ถึงลาดพร้าว บริเวณซ.ลาดพร้าว 130 เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก และ อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ช่วยระบายน้ำแก้ปัญหาคลองทวีวัฒนาในช่วงคอขวด ทำให้น้ำระบายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

    โดยทั้งสองอุโมงค์ กทม.ได้ออกแบบเสร็จแล้วและมีความพร้อมในการก่อสร้างมากที่สุด ซึ่งทาง กทม.จะยื่นของบสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อก่อสร้างรวม 4,010 ลบ. และ คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปลายปี 61 นี้

     Info : thaich8 (15 สิ.ค. 60)  

     

    แผนสร้างอุโมงค์ระบายน้ำกรุงเทพฯ

    การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณที่มีปัญหาน้ำท่วม เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงไม่ต้องผ่านระบบคลองตามปกติ

    และยังช่วยลดระดับน้ำในคลองระบายน้ำสายสำคัญให้มีระดับต่ำได้รวดเร็วเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลอง

    ปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ 1 แห่ง คืออุโมงค์บึงหนองบอน และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 แห่ง

    ถ้าสร้างได้ทั้งหมดจะมีความยาวรวม 115 กม. มีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 505 ลบ.ม./วินาที = นำน้ำออกจากสระว่ายน้ำประมาณ 3 วินาที

     

    อุโมงค์ระบายน้ำในในปัจจุบัน

    ปัจจุบัน กทม. มีอุโมงค์ระบายน้ำที่สร้างเสร็จและเปิดใช้งาน 8 แห่ง ความยาวรวม 32 กม. มีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 215.50 ลบ.ม./วินาที ดังนี้

    1.อุโมงค์ระบายน้ำ ซ.สุขุมวิท 26

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน ถ.สุขุมวิทระหว่าง ซ.สุขุมวิท 22-28 ใน ซ.สุขุมวิท 26 และบริเวณใกล้เคียง

    2.อุโมงค์ระบบระบายน้ำพื้นที่เขตพญาไท

    แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เขตพญาไท ถ.พหลโยธิน ช่วงจาก ซ.พหลโยธิน 5-11 และ ถ.พระราม 6 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ตร.กม.

    3.สถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ ซ.สุขุมวิท 36

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน ถ.สุขุมวิทและบริเวณ ซ.สุขุมวิท 36

    4.อุโมงค์ระบายน้ำ
    ซ.สุขุมวิท 42

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน ถ.สุขุมวิทและ ซ.สุขุมวิท 42

    5.อุโมงค์ระบบผันน้ำคลองเปรมประชากร

    แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ บางเขน และ ดอนเมือง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.50 ตร.กม.

    6.อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
    เขตวัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง  ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ
    26 ตร.กม.

    7.อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ&ลาดพร้าว

    ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และ ลาดพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตร.กม.

    8.อุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ

    ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในพื้นที่เขตดุสิต บางซื่อ พญาไท จตุจักร ดินแดงและเขตห้วยขวาง
    รวม 56 ตร.กม.

     

    อุโมงค์ระบายน้ำทำงานอย่างไร ?

    อุโมงค์ระบายน้ำ  เป็นตัวกลางสำคัญที่เชื่อมผ่าน น้ำจากคลองไหลสู่ ม.เจ้าพระยา โดยกระบวนการระบายน้ำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ปริมาณน้ำจากคลองเกินระดับที่รองรับไว้ ไหลเข้าสู่อาคารรับน้ำซึ่งเป็นตัวผ่านเข้าอุโมงค์ระบายน้ำไหลไปสู่พื้นที่เตรียมน้ำออก เมื่อระดับแม่น้ำอยู่ในสภาะปกติจึงระบายน้าออกสู่ ม.เจ้าพระยาได้

    ทั้งนี้จะเห็นว่าอุโมงค์ระบายน้ำเป็นตัวแปรสำคัญในการเคลื่อนย้ายมวลน้ำให้ถ่ายเทออกสะดวก ในทางเดียวกันเราต้องระวังหากมีสิ่งอุดตัน อย่างขยะ สิ่งสกปรกเน่าเสียมาอุดช่องท่อระบายน้ำซึ่งทำให้ถ่ายเทช้าลงและทำให้น้ำเน่าเหม็น เกิดน้ำเสียขังบนพื้นดินอีกด้วย

     

    แก้มลิงป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

    โครงการแก้มลิง 

    แก้มลิงเป็นโครงการในพระราชดำริ ของร.9 ทำเพื่อช่วยป้องกันและเเก้ไข ความรุนเเรงของปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

    โดยอาศัยสภาพธรรมชาติของกทม. คือพื้นที่ลุ่มรับน้ำ โดยหาพื้นที่กักเก็บน้ำ เมื่อฝนตกหนักให้นำน้ำเข้ามาเก็บพักพื้นที่รับน้ำไว้ชั่วคราว เมื่อน้ำในคลองมีสภาพปกติจึงระบายน้ำออกจากพื้นที่เก็บน้ำ โดยใช้หลักกลไกตามเเรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow)

    นอกจากนี้ยังช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ เมื่อถูกระบายสู่คูคลอง จะไปบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลง และในที่สุดน้ำเหล่านี้จะผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้

    ปัจจุบันกรุงเทพ มีพื้นที่รองรับและเก็บกักน้ำไว้ จำนวน 25 แห่ง

    สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 13.04 ล้านลบ.ม. 

    โดยฝั่งตะวันออกของ ม.เจ้าพระยา (ฝั่งพระนคร) จำนวน 23 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 7.03 ล้านลบ.ม. 

    ฝั่งตะวันตกของ ม.เจ้าพระยา (ฝั่งธนบุรี) จ่านวน 2 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 6.01 ล้านลบ.ม.

    ถ้าสามารถสร้างได้หมด 37 แห่งจะเก็บน้ำได้ถึง 19.48 ล้านลบ.ม. หรือเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิค 7,500 สระทีเดียว

    รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.

  • CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท64/1

    CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท64/1

    คอนโด LOW RISE ใกล้ BTS ปุณณวิถี เพียง 250 ม. ในราคาเอื้อมถึง

    CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท 64/1

    เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จาก บ.พระยาพาณิชย์พร๊อพเพอร์ตี้ ในเครือ CMC GROUP

    ทำคอนโดสไตล์ Low Rise มาแล้วหลายโครงการอย่าง Chateau In Town สุขุมวิท 62/1 , 64 Sky Moon 

    ภายใต้เเนวคิด Expand Your Life ขยายชีวิตให้ใกล้อนาคต  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานอยู่ในเมืองเดินทางโดยรถไฟฟ้า ตัวอาคารสไตล์โมเดิร์นเน้นความโปร่งโล่ง กระจกใสเต็มบานในห้องนอน แบ่งสัดส่วนของห้องไว้อย่างชัดเจน พร้อมส่วนกลางครบครัน

    ทำเลใกล้ BTS สถานีปุณณวิถี เดินทางจากโครงการถึงสถานีประมาณ 250 ม. เข้าสู่ตัวเมืองรวดเร็ว อย่างอโศก ทองหล่อ และ ใกล้ทางด่วนสุขุมวิท 62 เป็นทางด่วนขั้นที่ 2 สามารถเดินทาง เข้า-ออกเมือง เชื่อมถนนหลากหลายเส้นทางอย่าง ถ.สุขุมวิท , ถ.บางนา-ตราด , ถ.สรรพาวุธ ได้เลย 

    โครงการใกล้ย่านออฟฟิศ รายล้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ร้านค้า มียูนิตทั้งหมด 222 ยูนิต อยู่ในซอยแต่ไม่ห่างจากสถานีมากนัก แต่ได้ความส่วนตัวและสงบท่ามกลางชุมชนที่อยู่อาศัย ทุกห้องตกแต่งแบบ Fully Fitted  ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.6 ลบ. 

    ซึ่งราคานี้นับว่าใช้ได้กับทำเลสุขุมวิทตอนปลาย เเนวเชื่อมต่อขยายกับตัวเมือง ราคาจับต้องได้

     

     

    FACT

    INFORMATION

    โครงการ :
    ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1

    เจ้าของโครงการ :
    บ. พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้
    ในเครือ CMC GROUP

    พื้นที่โครงการ :
    3–0–64.6 ไร่

    ที่ตั้ง :
    ซ. สุขุมวิท 64/1

    จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

    จำนวนชั้น : 8 ชั้น

    ความคืบหน้า :
    สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
    พร้อมเข้าอยู่

    เว็บไซต์ :
    Chateau In Town
    สุขุมวิท 64/1

    UNIT TYPE

    จำนวนยูนิตทั้งหมด :
    222 ยูนิต

    – 1 Bedroom
    28–43 ตร.ม.

    – 2 Bedroom
    44.9 ตร.ม.

    FACILITIES

    ที่จอดรวม : 50 %
    (รวมจอดซ้อนคัน)

    ข้างในอาคาร : 75 คัน

    – สระว่ายน้ำ
    – ฟิตเนส
    – ห้องซาวน์น่า
    – Shuttle Bus
    ส่ง BTS สะพานควาย

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น : 2.6 ลบ.
    95,000 บ. / ตร.ม.

    ค่าจอง : 10,000 บ.

    ทำสัญญา :
    10,000 บ. / ห้อง

    ค่าส่วนกลาง : 45 บ. / ตร.ม.

    ค่ากองทุน : 500 บ. / ตร.ม.

    นิติบุคคล : ปิยภิรมณ์
    ในเครือ CMC

    PROMOTION

    ฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอน มูลค่า 80,000 บ. (โอนค่ากรรมสิทธิ์ + ส่วนกลางล่วงหน้า 1 ปี + กองทุน)
    ได้เครื่องปรับอากาศ 1 ตัว ยี่ห้อ Samsung 12,000 BTU เมื่อลงทะเบียนในเว็บไซต์โครงการ

     

    PRODUCT

    CHATEAU IN TOWN
    สุขุมวิท 64/1

    โครงการเป็น
    Low Rise Condominium
    1 อาคาร
    ความสูง 8 ชั้น
    รวมทั้งหมดจำนวน 222 ยูนิต
    โดยมีห้องทั้งหมด 2 แบบ

    – 1 Bedroom
    28–43 ตร.ม.

    – 2 Bedroom
    44.9 ตร.ม.

     

    FACILITIES

    – สระว่ายน้ำ กว้าง 4 X 20 ม. ลึก 1.4 ม.

    – ฟิตเนส ชั้น 2 ของโครงการ

    – ห้องซาวน์น่า 

    – รถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ขึ้น BTS ปุณณวิถี (6.00-24.00 น.)

     

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (Facilities โครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    LOCATION

    ทำเล CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท 64/1

    ทำเลค่อนข้างสะดวกในการเดินทางทั้งขับรถ ใกล้ทางด่วนสุขุมวิท 62 บางนา-ท่าเรือ หรือ นั่งขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี และ ป้ายรถเมล์ เพียง 250 ม. สามารถเชื่อมการเดินทางหลากหลายเส้นทางใน-นอกกรุงเทพ

    สะดวกในการเดินทางไปย่านออฟฟิศ และ แหล่งท่องเที่ยวในเมือง อย่างย่านอโศก ทองหล่อ หรือ ขึ้นทางด่วนเชื่อมต่อหลายย่าน อย่างรามอินทรา หมอชิตได้ และตัวพื้นที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง ห้าง ร้านค้า โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น

    COMMERCIAL AREA

    – ปิยรมย์ เพลส (240 ม.)
    – The Phyll (2 กม.)
    – Tesco Lotus อ่อนนุช (3 กม.)
    – Big C อ่อนนุช
    เอ็กซ์ตร้า (3.4 กม.)
    – Central Plaza บางนา
    (5 กม.)
    – Seacon Square ศรีนครินทร์ (7 กม.)

    OFFICE

    – โรงกลั่นน้ำมันบางจาก
    (1.4 กม.)
    – ที่ทำการไปรษณีย์อุดมสุข (540 ม.)
    – ไบเทค บางนา (1.8 กม.)
    – สำนักงานใหญ่ DKSH
    (1.2 กม.)
    – M Tower (1.1 กม.)

    SCHOOL /  UNIVERSITY

    – วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวัฒนาบริหารธุรกิจ (230 ม.)
    – Anglo Singapore International School
    (300 ม.)
    – รร. พิพัฒนา (500 ม.)
    – รร. พูนสิน  (1.3 กม.)
    – สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (1.9 กม.)

    HOSPITAL

    – สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังกล้วยน้ำไท (1.6 กม.)
    – รพ. บางนา 2 (2.8 กม.)
    – รพ. ไทยนครินทร์ (5.1 กม.)

     

    POINT OF INTERESTS

    ปิยรมย์ เพลส


    Image : siamfuture

    The Phyll


    Image : Inno Viva

    Tesco Lotus อ่อนนุช


    Image : เช็ค ราคา

    Central Plaza บางนา


    Image : SkyscraperCity

    Anglo International School


    Image : th.theasianparent

    ว.เทคโนโลยีศรีวัฒนา


    Image :  Sriwattana

    รพ. บางนา 2


    Image : Baania

    รพ. ไทยนครินทร์


    Image : Mthai

     

    ACCESSIBILITIES

    จุดที่ 1 จาก ถ. สุขุมวิท กลับรถแยกทุ่งสาธิต เข้าโครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จากเส้นทาง ถ. สุขุมวิท ขับตรงมา จนถึงแยกทุ่งสาธิต (สังเกตป้ายด้านซ้ายมือ ชื่อ วัดวชิรธรรมสาธิต) ให้กลับรถ ขับตรงไปประมาณ 300 ม. เลี้ยวซ้ายเข้า ซ. สุขุมวิท 64/1 ประมาณ
    100 ม.ถึงโครงการด้านซ้ายมือ

    จุดที่ 2 จากทางด่วนเฉลิมมหานคร เข้าสู่โครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    มาจากทางด่วนเฉลิมมหานคร พอถึงทางแยกบางนา พระโขนง ให้เบี่ยงเข้าเลนซ้าย ขับออกตรงมาเข้าสู่ ถ.สุขุมวิท วิ่งตรงไปประมาณ 1.2 กม. สังเกต ซ.สุขุมวิท 64/1 เลี้ยวซ้ายเข้าไป 100 ม. เจอโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ

     

    SURROUNDINGS

    ทิศเหนือ

    ติดกับ ถ. สุขุมวิท 64/1 กว้างประมาณ 4 ม. และอพาร์ทเม้นท์ สูงประมาณ 6 ชั้น 

    ทิศใต้

    ติดกับโชว์รูม และ ศูนย์ซ่อมรถยนต์ สูงประมาณ 3 ชั้น พื้นที่อื่นส่วนมากเป็นร้านค้า ที่อยู่อาศัย คอนโดประปราย

    ทิศตะวันออก

    ติดกับที่อยู่อาศัยประมาณ 3 ชั้น และ ใกล้กับร้านค้าและซ่อมเกี่ยวกับรถยนต์

    ทิศตะวันตก

    ติดกับสำนักงานที่จะสร้างขึ้นใหม่ สูงประมาณ 7 ชั้น และ พื้นที่อื่นส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัย และใกล้ร้าน 7-11

     

    SALES GALLERY

    Sales Gallery อยู่ชั้น 2 ของอาคาร ต้องขึ้นลิฟท์ผ่านส่วน Lobby ชั้นแรกขึ้นไป
    โดยขณะนี้โครงการขายไป 40 % แล้ว 


    ภาพด้านหน้าโครงการ มีป้อมรปภ.และระบบไม้กั้นรักษาความปลอดภัย 


    ภาพ Lobby ในอาคาร เดินตรงจากทางเข้าหลักจะอยู่ด้านหน้าเลย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (ทางเข้าโครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    MASTER PLAN

    ชั้น 1 จะมีสระว่ายน้ำ , ห้องซาวน์น่า , Lobby , ที่จอดรถ

    ชั้น 2 จะมีพื้นที่ส่วนกลาง คือ ฟิตเนส (สีแดง) เห็นวิวสระว่ายน้ำในโครงการ ใกล้โถงลิฟท์

    ชั้น 3-8 เป็นที่อยู่อาศัยทั้งหมด โดยห้องที่มีขนาดมากที่สุดของ 2-Bedroom จะอยู่ตรงหัวมุมซึ่งได้วิวมากกว่าห้องอื่น 2 ทิศทาง คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ กับ ทิศใต้ มีแค่ห้องเดียวในเเต่ละชั้น

    ห้องที่มีขนาดมากที่สุดแบบ 1-Bedroom อยู่ชิดโถงลิฟท์ฝั่งใต้ของโครงการ จะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำ ชั้นละ 1 ห้อง ผสมกับขนาดแบบอื่นๆของ 1-Bedroom คละกับไปในแต่ละชั้น

     

    UNIT TYPE

    TYPE A  (1 – Bedroom) 28.91 – 30.51 ตร.ม.

    TYPE B (1 – Bedroom)  32 ตร.ม.

    TYPE C (2 – Bedroom)  44.86 ตร.ม.

    TYPE D (1 – Bedroom)  32 ตร.ม.

    TYPE E – F  (1 – Bedroom)  37.95 – 43.57 ตร.ม.

     

    SHOW UNIT

    1 – Bedroom (38 ตร.ม.)

    ห้องรับแขก

    ตัวห้องค่อนข้างกว้างทีเดียว และ สามารถเพิ่มส่วนพื้นที่รับประทานอาหารภายในห้องได้

    สามารถใส่เฟอร์นิเจอร์ อย่างชั้นวางทีวี ชั้นวางของ หรือ โต๊ะขนาดเล็กได้พอดี ไม่อึดอัดจนเกินไป เหมาะสำหรับอยู่สบาย 1-2 คน

    ทางโครงการติดตั้งชั้นวางของมาให้ เป็นฟังก์ชั่นเสริมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ผู้อาศัยมากขึ้น สามารถประยุกต์เป็นชั้นวางของ หรือ โต๊ะทำงานก็ได้แล้วแต่ความชอบ

    และยังเพิ่มลูกเล่น ออกแบบให้หน้าต่างเป็นบานเลื่อน เปิด-ปิดได้ เชื่อมกับห้องนอน มองเห็นซึ่งกันและกันได้ 

    ห้องนอน

    ขนาดห้องนอนค่อนข้างสบายสำหรับการนอนคนเดียว หรือ 1-2 คน

    สามารถใส่เตียงควีนไซส์ได้สบาย หรือ คิงไซส์ก็ได้ เเต่พื้นที่ทางเดินอาจจะเเคบนิดนึง มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์ อย่างโต๊ะวางทีวี โต๊ะข้างหัวเตียง พอดีไม่อึดอัดในการเดินจนเกินไป

    ทางโครงการให้ Built-In โต๊ะเครื่องแป้ง และ ตู้เสื้อผ้าไว้ในห้อง และ กระจกในห้องเป็นกระจกบานเลื่อนเปิด-ปิด บานใหญ่ สามารถเปิดถ่ายเทอากาศ รับลมและแสงข้างนอกได้ดี ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบเปิดหน้าต่างที่ห้อง ไม่ค่อยเปิดแอร์ทั้งวัน

    ห้องครัว

    ขนาดห้องครัว เพียงพอสำหรับทำครัวขนาดนิดๆหน่อยๆในชีวิตประจำวัน ใช้งานสะดวกในระดับนึง

    ให้เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน ช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟ พื้นที่เตรียมทำอาหารขนาดเล็ก ช่องใส่เครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาหน้า ด้านล่างของครัว พื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง และ ให้เคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่เก็บของในครัวระดับนึง

    ครัวออกแบบการใช้งานชัดเจน ติดประตูบานเลื่อนกระจก รับแสงเข้ามาอย่างเต็มที่ตรงระเบียง และ กั้นประตูเข้าห้องรับแขกช่วยกันกลิ่นและเสียงเข้าไปอีกด้วย

    ห้องน้ำ

    ขนาดห้องน้ำค่อนข้างกระชับ เรียบง่าย เพียงพอสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    มีแบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน กระจกห้องน้ำเต็มบาน ทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้น

    พร้อมชั้นวางของ รวมทั้งพื้นที่อาบน้ำมีประตู เปิด-ปิด พร้อมราวจับ

    โดยอ่างล้างหน้า และ โถสุขภัณฑ์ ของยี่ห้อ Mogen ฝักบัวยี่ห้อ Cotto และที่เปิด-ปิดฝักบัวยี่ห้อ American Standard ประตูห้องอาบน้ำยี่ห้อ Showerking รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY ( 1 – Bedroom 38 ตร.ม.)

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom 

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

    1 – Bedroom (29 ตร.ม.)

    ห้องรับแขก

    ตัวห้องขนาดค่อนข้างเหมาะสมสำหรับคนทำงานอยู่คนเดียว มีพื้นที่วางเฟอร์นิเจอร์ใส่ได้ไม่ค่อยเยอะมากนัก แต่เพียงพอถ้าวางชั้นวางทีวี หรือ โต๊ะขนาดเล็ก เข้าไป

    โครงการให้ Built-In ชั้นวางของเป็นฟังก์ชั่นเสริมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ผู้อาศัยมากขึ้น สามารถประยุกต์เป็นชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานก็ได้แล้วแต่ความชอบ

    อาจจะไม่มีส่วนทานอาหารชัดเจน ออกแบบเพื่อความสะดวกคล่องตัวชีวิตคนรุ่นใหม่ ไม่ซีเรียสเรื่องรับประทานอาหารบนโต๊ะมากนัก อาจจะชอบกินข้าวหน้าทีวี หรือ บนโต๊ะทำงาน เป็นต้น

    ห้องนอน

    ขนาดห้องนอนเหมาะแก่การนอนสบายคนเดียว หรือ 1-2 คน

    สามารถใส่เตียงควีนไซส์ได้เเต่พื้นที่ทางเดินอาจจะเเคบ นิดนึง วางเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่มากนัก แต่สามารถติดทีวีบนผนังได้

    แต่ทางโครงการให้ Built–In โต๊ะเครื่องแป้ง และ ตู้เสื้อผ้าไว้ในห้อง ถ้าเสื้อผ้าเยอะก็อาจจะใส่ไม่พอนะครับ

    กระจกในห้องเป็นกระจกบานเลื่อนเปิด–ปิด บานใหญ่ สามารถเปิดถ่ายเทอากาศ รับลมและเเสงข้างนอกได้ดี ตอบโจทย์คนที่ชอบเปิดหน้าต่างที่ห้อง ไม่ค่อยเปิดแอร์ทั้งวัน

    ห้องครัว

    ขนาดห้องครัว เพียงพอสำหรับทำครัวนิดๆหน่อยๆในชีวิตประจำวัน 

    ให้เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน ช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟ พื้นที่เตรียมทำอาหารขนาดเล็ก ช่องใส่เครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาหน้า ด้านล่างของครัว พื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง และ ให้เคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่เก็บของในครัวระดับนึง

    ครัวออกแบบการใช้งานชัดเจน ติดประตูบานเลื่อนกระจก รับแสงเข้ามาอย่างเต็มที่ตรงระเบียง และ กั้นประตูเข้าห้องรับแขกช่วยกันกลิ่นและเสียงเข้าไปอีกด้วย

    ห้องน้ำ

    ขนาดห้องน้ำค่อนข้างกระชับ เรียบง่าย เพียงพอสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    มีแบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน กระจกห้องน้ำเต็มบาน ทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้น 

    พร้อมชั้นวางของ รวมทั้งพื้นที่อาบน้ำมีประตู เปิด-ปิด พร้อมราวจับ

    โดยอ่างล้างหน้า และ โถสุขภัณฑ์ ของยี่ห้อ Mogen ฝักบัวยี่ห้อ Cotto และที่เปิด-ปิดฝักบัวยี่ห้อ American Standard ประตูห้องอาบน้ำยี่ห้อ Showerking รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (1 Bedroom 29 ตร.ม.)

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    SPECIFICATION

    Switch & Outlet

    1. ปลั๊กไฟยี่ห้อ Bticino
    2. สวิตซ์ เปิด–ปิดไฟฟ้ายี่ห้อ Bticino
    3. Heat Detector ในห้องครัว
    4. Smoke Detector ในห้องรับแขกกับห้องนอน

    5. ไฟ Downlight
    6. ไฟเพดาน ส่องสว่างพื้นที่ระเบียง
    7. เครื่องระบายอากาศในห้องน้ำยี่ห้อ Schon

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    Door & Window

    1. ประตูเข้าห้องชุด ระบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Safeti
    2. ประตูเข้าห้องนอน แบบมือจับก้านโยกพร้อมตัวล็อคกุญแจ
    3. ประตูเข้าห้องน้ำ แบบลูกบิด
    4. ประตูจับบานเลื่อน ห้องครัว 
    5. ตัวล็อคประตูด้านในห้อง
    6. ตาแมว

    7. ประตู MDF/HDF กรุหน้าบานลามิเนต เข้าห้องชุด
    8. ประตู PU เคลือบไฟเบอร์กลาส ห้องนอน และ ห้องน้ำ
    9. ประตูระเบียงแบบบานเลื่อนอะลูมิเนียม
    10. ประตูห้องครัวแบบบานเลื่อนอะลูมิเนียม
    11. หน้าต่างบานเลื่อนในห้องนอนและห้องรับแขก และบาน Fixed ด้านล่าง

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    11

    FLOOR

    1. พื้นลามิเนต หนา 8 มม. สำหรับห้องพัก
    2. พื้นกระเบื้องสำหรับห้องครัว ขนาด 40 X 40 ซม
    3. พื้นกระเบื้องสำหรับห้องน้ำ ขนาด 30 X 40 ซม
    4. พื้นกระเบื้องบริเวณระเบียง ขนาด 30 X 30 ซม

    1

    2

    3

    4

    Wall & Ceiling

    1. ผนังกระเบื้องห้องน้ำ ขนาด 30 X 60 ซม.
    2. ผนังตกแต่งกระเบื้องโมเสก สำหรับห้องน้ำ

    1

    2

    Sanitary Ware

    1. บานประตู Shower Box ยี่ห้อ Showerking
    2. โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Mogen
    3. ที่เเขวนผ้าเช็ดตัว
    4. อ่างล้างหน้ายี่ห้อ  Mogen
    5. สายชำระยี่ห้อ Hoy

    6. ที่วางสบู่
    7. กระจกในห้องน้ำ
    8. ที่แขวนกระดาษชำระ
    9. ฝักบัวอาบน้ำยี่ห้อ Cotto 
    10. หัวเปิด-ปิด ฝักบัวยี่ห้อ American Standard

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    Kitchen

    1. ก๊อกน้ำ และ อ่างล้างจานยี่ห้อ Teka
    2. เตา และ เครื่องดูดควันอาหารยี่ห้อ Schon
    3. ช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าฝาด้านหน้า
    4. ท็อปเคาน์เตอร์ครัวหินเทียมสีดำ

    1

    2

    3

    4

     

    BUILT-IN

    1. ชุดตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะเครื่องแป้ง
    2. ชุดเคาน์เตอร์ครัว หน้าบานเปิด-ปิดแบบ Soft Closed
    3. ชั้นวางของยาวประมาณ 2 ม.
    4. หน้าต่างบานเลื่อน เปิด-ปิด ระหว่างห้องรับเเขกกับห้องนอน
    5. เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Samsung (12,000 BTU)

    1

    2

    3

    4

    5

     

     

    PRICE COMPARISON

    CHATEAU

    IN TOWN

    สุขุมวิท 64/1

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3–0–64.6 ไร่

    จำนวนยูนิต
    222 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.6 ลบ.
    (95,000 บ. /ตร.ม.)

    The Light New York

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64 แยก 4

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–0–53 ไร่

    จำนวนยูนิต
    168 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 1.8 ลบ.
    (80,000 บ. /ตร.ม.)

    Moniiq สุขุมวิท 64

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64 

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3–1–89.1 ไร่

    จำนวนยูนิต
    366 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.7 ลบ.
    (85,000 บ. /ตร.ม.)

    Le Crique สุขุมวิท 64/2

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64/2

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–1–39.6 ไร่

    จำนวนยูนิต
    169 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 3 ลบ.
    (100,000 บ. /ตร.ม.)

     The Tree สุขุมวิท 64

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–1–43 ไร่

    จำนวนยูนิต
    149 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 3.49 ลบ.
    (80,000 บ. /ตร.ม.)

     

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    ทำเลค่อนข้างสะดวกในการเดินทางทั้งขับรถยนต์ และ นั่งรถไฟฟ้าเข้า-ออกเมือง

    ใกล้ BTS สถานีปุณณวิถี และ สถานีรถเมล์ เพียง 250 ม. เข้าสู่ตัวเมืองและย่านออฟฟิศ

    สามารถใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร นับจากโครงการระยะทาง 2 กม. ออกสู่ใน-นอกเมือง เชื่อม รามอินทรา มักกะสัน หมอชิตได้เลย

    SPECIFICATION

    เป็นแบบ Fully Fitted ซึ่งจะได้ Built-In โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ ชุดครัว เตาและเครื่องดูดควัน ชุดห้องน้ำและอุปกรณ์ พร้อมเครื่องปรับอากาศ

    วัสดุที่ให้มากับห้อง ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไป

    DESIGN

    แปลนห้องส่วนมากเป็นขนาด 1 ห้องนอน มีรูปแบบหลากหลายตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนทำงานจริงในสมัยนี้เหมาะสำหรับอาศัยอยู่
    1–2 คนสบาย

    ห้องค่อนข้างดีไซน์แบ่งสัดส่วนการใช้งานชัดเจน อย่างห้องครัวมีประตูกั้นกลิ่นและเสียง ห้องนอน ห้องรับแขก แบ่งเป็นโซนชัดเจน มีความส่วนตัวในแต่ละห้อง

    FACILITIES

    Facilities ของโครงการอาจจะไม่ได้มากนัก แต่ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด ตามมาตรฐานทั่วไป

     

    ORIENTATION AND VIEW

    แดด และ ลม

    ทิศทางการวางอาคารในโครงการขวางแนวทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์  ทำให้ห้องฝั่งตะวันออก และ ตก โดนแดดเเรงมากกว่าทิศอื่น โดยเฉพาะทิศตะวันตกรับแดดเเรงสุดในช่วงบ่าย ส่วนทิศทางการเคลื่อนที่ของลม อาจจะผ่านเข้าทุกห้องแต่ด้านยาวของอาคารจะได้รับลมมากกว่าห้องด้านกว้าง เนื่องจากไม่ได้อยู่ในแนวเคลื่อนที่ของลมโดยตรง

    วิว

    เนื่องจากรอบข้างเป็นที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม วิวทุกด้านอาจจะไม่เเตกต่างกันมากนัก และมีแนวโน้มในอนาคตที่ว่างผืนใหญ่รอบข้างจะขึ้นอาคารได้ จึงตัดสินจาก วิวที่มีความส่วนตัวมาก ไม่ชนกับตึกด้านข้างโดยตรง หรือ มีทัศนียภาพที่น่ามอง อย่าง วิวสวนและสระว่ายน้ำ

    นั่นก็คือห้องทางฝั่งตะวันออกตรงกลางหันเข้าหาสระว่ายน้ำ และ ห้องฝั่งทิศเหนือ กับ ทิศใต้ เพราะมีระยะห่างพอสมควรที่ไม่ให้เห็นตึกอีกฝั่งโดยตรง และ รอบข้างเป็นที่จอดรถ และ ที่พักอาศัยประมาณ 2 ชั้น จึงไม่บดบังวิวมากนักทีเดียว

     

     RECOMMENDATION

    แนะนำว่าห้องที่ดีที่สุดคือห้องฝั่งตะวันออกหันเข้าสระว่ายน้ำ เนื่องจากไม่โดนบดบังจากอาคารรอบข้าง มีความส่วนตัวมากกว่าห้องอื่นๆและ ได้มุมพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้ไปด้วย รวมทั้งไม่โดนแดดโดยตรงเท่าฝั่งตะวันตก 

    รองลงมาคือห้องทางทิศเหนือกับทิศใต้ เนื่องจากไม่ได้โดนบล็อควิวโดยตรง เท่าฝั่งตะวันออกที่มีเเนวโน้มว่าพื้นที่ด้านข้างจะขึ้นอาคารได้ รวมทั้งไม่โดนแดดโดยตรงเท่าฝั่งตะวันตก

  • ฝนหลวง

    i371-7

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    โครงการพระราชดำริฝนหลวง เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร ๑๕ จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีพ.ศ.๒๔๙๘ ท่านได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎร และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

    เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล วิศวกร เข้าเฝ้าฯ แล้วพระราชทานแนวความคิดนั้นแก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล 

    ในพ.ศ. ๒๕๔๒ ยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและเทคนิคควบคู่กันไปด้วย  ซึ่งทรงสามารถพัฒนากรรมวิธีการทำฝนหลวงให้ก้าวหน้าขึ้น คือ เป็นการปฏิบัติการฝนหลวงโดยการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนโดยเทคโนโลยีฝนหลวงจากทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกัน เรียกนวัตกรรมใหม่ล่าสุดว่า SUPER SANDWICH TECHNIC

     

     

     

    i371-11

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    จาก  พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นต้นมา ทรงใช้เวลาอีก ๑๔ ปี ศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งทรงรอบรู้ และเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ จนทรงมั่นพระทัย จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น ในปีถัดมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการในท้องฟ้าให้เป็นไปได้

    การทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๒ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบว่า พร้อมที่จะดำเนินการ ตามพระราชประสงค์แล้ว ดังนั้นในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑-๒ กรกฎาคม ๒๕๑๒ โดยเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลอง โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง (dry ice หรือ solid carbondioxide) ขนาดไม่เกิน ๑ ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลอง ในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆอย่างเห็นได้ชัดเจนเกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วแล้วเคลื่อนตัวตามทิศทางลมพ้นไปจากสายตาไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากยอดเขาบัง แต่จากการติดตามผล โดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน และได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

    และด้วยความสำเร็จของโครงการฝนหลวง จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๘ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากนั้นเมื่อวันที่ ๒o สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ คณะรัฐมนตรีมีมติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” พร้อมกันนี้ได้กำหนดให้วันที่ ๑๔ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวงอีกด้วย

     

     

     

    i371-10

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีการจัดท้าแผนปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกพืชประจำปี โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคทั้ง ๕ ศูนย์ ดำเนินการจัดต้ังหน่วยปฏิบัติการ จำนวน ๑๗ หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก/แพร่ ตาก นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครสวรรค์ กาญจนบุรี ลพบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือให้ครอบคลุม 25 ลุ่ม น้ำหลักในพื้นที่ ๗๗ จังหวัด เพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวงให้สูงขึ้น และให้มีจ้านวนวันฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายมากยิ่งขึ้น

    แต่ในปีนี้ ๒๕๕๘๙ เกิดภัยแล้งรุนแรง เป็นบริเวณกว้าง ท้าให้ปฏิบัติการ ฝนหลวงไม่ทั่วถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเดือดร้อนดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เปิดศูนย์ฝนหลวงพิเศษ จำนวน ๒ ศูนย์ (เชียงใหม่ และนครสวรรค์) เพื่อช่วยเหลือ พื้นที่เกษตรกรรมและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

     

    แผนภูมิแสดงการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๒๘

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    Credit : royalrain.go.th

     

     

     

    i371-9

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    ก่อนจะทำฝนหลวงได้นั้น ท้องฟ้าต้อง

    โปร่งหรือมีเมฆเดิมก่อตัวอยู่บ้าง ในอากาศจะต้องมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ ไม่น้อยกว่า ๖๐% 

    เป็นการเร่งให้เกิดเมฆโดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น ๑ เครื่อง โปรยสารเคมีผงเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ที่ระดับความสูง ๗,๐๐๐ ฟุต ให้เป็นแกนกลั่นตัว (Cloud Condensation Nuclei) เรียกย่อว่า CCN  ความชื้นหรือไอน้ำจะถูกดูดซับเข้าไปเกาะรอบแกนเกลือแล้วรวมตัวกันเกิดเป็นเมฆ

    เมฆเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจะพัฒนาเจริญขึ้นเป็นเมฆก้อนใหญ่ อาจก่อยอดถึงระดับ ๑๐,๐๐๐ ฟุต ได้

     

     

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    เป็นการเร่งการเจริญเติบโตของเมฆที่ก่อขึ้นหรือเมฆเดิมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ใช้เครื่องบินแบบเมฆอุ่นอีกหนึ่งเครื่อง โปรยสารเคมีผงแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) เข้าไปในกลุ่มเมฆที่ระดับ ๘,๐๐๐ ฟุต ทำให้เกิดความร้อน และพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ตามธรรมชาติ จะเร่งหรือเสริมแรงยกตัวของมวลอากาศภายในเมฆยกตัวขึ้น

    การปล่อย CaCl2 เป็นการเร่งกิจกรรมการกลั่นตัวของไอน้ำและการรวมตัวกันของเม็ดน้ำภายในเมฆ และทวีความหนาแน่นจนขนาดของเมฆใหญ่และก่อยอดขึ้นถึงระดับ ๑๕,๐๐๐ ฟุต (ซึ่งยังเป็นส่วนของเมฆอุ่น) ได้เร็วกว่าที่จะปล่อยให้เจริญขึ้นเองตามธรรมชาติ

    การกลั่นและการรวมตัวของเม็ดน้ำภายในเมฆ ยังคงเป็นอย่างต่อเนื่องแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ แต่บางครั้งอาจมีแรงยกตัวเหลือพอที่ยอดเมฆอาจพัฒนาขึ้นถึงระดับสูงกว่า ๒๐,๐๐๐ ฟุต ซึ่งเป็นส่วนของเมฆเย็น เริ่มตั้งแต่ระดับประมาณ ๑๘,๐๐๐ ฟุตขึ้นไป

     

     

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    เร่งหรือบังคับให้เกิดฝน เมื่อเมฆอุ่นเจริญเติบโตขึ้นจนเริ่มแก่ตัวจัด ฐานเมฆลดระดับต่ำลงอยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ฟุต  โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น ๒ เครื่อง เครื่องหนึ่งโปรยผงโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ทับยอดเมฆที่ระดับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ฟุต ทางด้านเหนือลม อีกเครื่องหนึ่งโปรยผงยูเรีย (Urea) ที่ระดับฐานเมฆด้านใต้ลม ให้แนวโปรยทั้งสองทำมุมเยื้องกัน ๔๕ องศา

    เมฆจะทวีความหนาแน่นของเม็ดน้ำขนาดใหญ่และปริมาณมากขึ้น ล่วงหล่นลงสู่ฐานเมฆทำให้ฐานเมฆหนาแน่นจนใกล้ตกเป็นฝน หรือเริ่มตกเป็นฝนแต่ยังไม่ถึงพื้นดิน หรือตกถึงพื้นดินแต่ปริมาณยังเบาบาง

    เสริมการโจมตีเพื่อเพิ่มปริมาณฝนให้สูงขึ้นด้วยสารเคมีสูตรเย็นจัด คือ น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำระดับ –๗๘ องศาเซลเซียส ที่ใต้ฐานเมฆ ๑,๐๐๐ ฟุต จะทำให้อุณหภูมิของมวลอากาศใต้ฐานเมฆลดต่ำลง ช่วยลดความร้อนของพื้นดิน ทำให้ฝนที่ตกลงมา ไม่ระเหยก่อนเมื่อเจอความร้อนที่พื้นดิน ยังทำให้ฝนตกหนาแน่นยิ่งขึ้น 

     

     

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    ทำการโจมตีเมฆเย็นโดยการยิงพลุสารเคมีซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Agl) ที่ระดับความสูงประมาณ ๒๑,๕๐๐ ฟุต ซึ่งมีอุณหภูมิระดับ –๘ ถึง –๑๒ องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำเย็นจัดไม่ต่ำกว่า ๑ กรัมต่อลูกบาศก์เมตร

    จะทำให้ไอน้ำระเหยจากเม็ดน้ำเย็นยิ่งยวด (Super cooled vapour) มาเกาะตัวรอบแกน Agl กลายเป็นผลึกน้ำแข็ง

    ไอน้ำที่แปรสภาพเป็นผลึกน้ำแข็งจะทวีขนาดใหญ่ขึ้นจนร่วงหล่นลงมา และละลายเป็นเม็ดฝนเมื่อเข้าสู่ระดับเมฆอุ่น และจะทำให้ไอน้ำและเม็ดน้ำในเมฆอุ่นเข้ามาเกาะรวมตัวกันเป็นเม็ดใหญ่ขึ้น ทะลุฐานเมฆเป็นฝนตกลงสู่พื้นดิน

     

     

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    ทำได้ต่อเมื่อมีเครื่องบินปฏิบัติการทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นใช้ปฏิบัติการได้ครบถ้วน ขณะที่ทำการโจมตีเมฆอุ่นตามขั้นตอนที่ ๓.๑ ทำการโจมตีเมฆเย็นตามขั้นตอนที่ ๓.๒ ควบคู่กันไปในขณะเดียวกัน จะทำให้ฝนตกหนักและต่อเนื่องนานและปริมาณน้ำฝนสูงยิ่งขึ้น เทคนิคการโจมตีนี้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า SUPER SANDWICH

     

    ฝนหลวง, ฝนเทียม, โครงการพระราชดำริ, ในหลวง, รัชกาลที่ 9, การทำฝนหลวง, โครงการฝนหลวง, แห้งแล้ง, น้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการแก้มลิง, โครงการแกล้งดิน, แกล้งดิน, Realist, Realist Blog

    แถวบนสุด (แถวแรก) ของตำราฝนหลวงพระราชทาน

    ช่องที่ ๑ “นางมณีเมฆขลา” เป็นเครื่องหมายหรือสัญญลักษณ์ของโครงการ เป็นหัวหน้าสำนักงานอุตุนิยมวิทยา แห่งเขาไกรลาศ หรือเขาพระสุเมรุ วิเทศะสันนิษฐานว่าอยู่ในทะเล
    ช่องที่ ๒ “พระอินทร์ทรงเกวียน” พระอินทร์เป็นพระสักกะเทวราช เป็นราชาของเทวดา ที่ทรงมาช่วยทำฝน
    ช่องที่ ๓ “๒๑ มกราคม ๒๕๔๒” เป็นวันที่ทรงประทับบนเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จไปประกอบพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเส้นทางพระราชดำเนินกลับ ทรงสังเกตเห็นกลุ่มเมฆปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่น่าจะทำฝนได้ทรงบันทึกภาพเมฆเหล่านั้นพระราชทานลงมา และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ส่งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษออกไปปฏิบัติการกู้ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และภาคเหนือตอนล่าง โดยเร่งด่วน
    ช่องที่ ๔ “เครื่องบิน ๓ เครื่อง” เป็นตัวอย่างของเครื่องบินที่เหมาะสมกับการปฏิบัติการตามตำราฝนหลวงพระราชทาน
    เครื่องบินเมฆเย็น (BEECHCRAFT KING AIR)
    เครื่องบินเมฆอุ่น (CASA)
    เครื่องบินเมฆอุ่น (CARAVAN)

  • Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    อัพเดทข่าวคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนปี 2560 ใกล้ปลายปีเข้ามาเรื่อยๆแล้ว วงการอสังหาประเภทคอนโดก็ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเกิดโครงการใหม่ๆขึ้นอยู่ตลอดเวลา วันนี้ทาง Realist จะมาอัพเดทข่าวเกี่ยวกับคอนโดที่สร้างเสร็จพร้อมโอนปลายปีนี้กัน และเป็นโครงการที่ Luxury มากอีกด้วย

    สองโครงการที่ Realist ได้เลือกมาในครั้งนี้คือ The Monument Sanampao ซึ่งชูความล้ำค่าระดับมาสเตอร์พีซหนึ่งเดียวบนถ.พหลโยธิน และมีเพียง 86 ยูนิต คาดว่าจะทยอยรับยอดโอน 80% ภายในสิ้นปีนี้ และอีกโครงการที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในเวลานี้ คือ Ashton Residence 41 คอนโด Low Rise สุดหรูใจกลางเมือง ย่านพร้อมพงษ์ เรามาดูรายละเอียดแต่ละโครงการไปพร้อมกันครับ

    .

    The Monument Sanampao

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    คอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนปี 2560 โครงการแรกคือ The Monument Sanampao โดยแสนสิริตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า (THE MONUMENT SANAMPAO) High Rise คอนโดระดับลักซ์ชัวรี่ ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางเมืองใกล้ รฟฟ.สนามเป้า และห่างจากทางด่วนเพียง5 นาที 

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

    ปัจจุบันโครงการมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 250,000 บ./ตร.ม. เป็น 270,000 บ./ตร.ม. หรือปรับตัวสูงขึ้นถึง 8% ภายในระยะเวลา 2 ปี ด้วยปัจจัยจากการเป็นคอนโดระดับลักซ์ชัวรี่เพียงแห่งเดียวในย่านพหลโยธินและอารีย์ ซึ่งมีที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการคอนโดไม่มากนัก  

    แสนสิริเชื่อมั่นว่า ‘เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า’ (THE MONUMENT SANAMPAO) จะเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าระดับบน และสามารถส่งต่อความมั่นใจไปสู่โครงการที่ 2 ภายใต้แบรนด์เดียวกัน หรือ ‘เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ’ (THE MONUMENT THONGLO) ซึ่งวางแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2561 นี้ อีกด้วย

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    สำหรับโครงการ The Monument Sanampao จะมีจำนวนเพียง 86 ยูนิต มีห้องให้เลือกตั้งแต่ 1 – 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 46.25 – 89.25 ตร.ม.จนถึงเพนท์เฮ้าส์แบบ 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 138.25 – 140.25 ตร.ม. การออกแบบส่วนกลางของโครงการ ตั้งใจให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างการเลือกใช้หินอ่อนสีน้ำเงินหายาก Corchia Grey

    ส่วนกลางจะอยู่บริเวณชั้น 9 ทั้งชั้น อาทิ ห้องสมุด (Library) ห้องดื่มชา (Tea Room) ห้องสังสรรค์ (Social Lounge) ห้องดูหนัง (Screening Room) ห้องสปา (Spa) และห้องเอนกประสงค์ (Multi-Purpose Room) ส่วนบริเวณชั้น 23 ได้รับการออกแบบให้เป็น Infinity Edge Pool โดยเลือกใช้หิน Silver Grey Quartzite ในพื้นสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นหินสีเทาที่มีเส้นสายของแร่สีเงิน จนสามารถเกิดประกายของเนื้อหิน และให้ผิวสัมผัสที่แตกต่างจากหินทั่วไป ส่วนฟิตเนสที่ชั้น 24 เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า สามารถมองลงมาเห็นวิวของเมืองได้ชัดเจน ให้การออกกำลังกายและการพักผ่อนมีสุนทรียภาพยิ่งขึ้น

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Infinity Edge Pool

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Fitness

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Social Lounge

    .

    ปัจจุบันโครงการ The Monument Sanampao ได้เตรียมทยอยรับยอดโอนถึง 80% ทั้งนี้ ลูกค้าจะสามารถเข้าอยู่ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2560

    .

    Ashton Residence 41

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    คอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนปี 2560 อีกโครงการคือ Ashton Residence 41 คอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 79 ยูนิต ตั้งอยู่ในสุขุมวิท 41 ใกล้ BTS เพียง 600 เมตร จากโครงการ ถึงสถานีพร้อมพงษ์ และ EmDistrict โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18.42 ลบ.

    มอบความรู้สึกพิเศษให้แต่ละโครงการด้วย Facade ห้องหันเอียง 45 องศา ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับผู้อยู่อาศัย เน้นความส่วนตัว ไม่ให้ชนปะทะกับเพื่อนบ้าน และยังเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น เพื่อรับความชุ่มชื่นของสวนแนวตั้งของโครงการ และยังมีพื้นที่ Pet Area สำหรับเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ ถือเป็นอีกหนึ่งในจุดเด่นของโครงการ

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Cheek Pool

    โครงการ Ashton Residence 41 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง A49 บริษัทสถาปนิกชั้นนำของไทย และ TROP โดย landscapeทั้งหมด รวมทั้งสระว่ายน้ำของโครงการ จะออกแบบโดย TROP บริษัทภูมิสถาปัตยกรรมอันดับต้นๆของไทย ขั้นแรกทาง A49 ได้มีการกำหนดรูปแบบอาคารและตำแหน่งสระ และทาง TROP รับหน้าที่ในการวาง concept ของ Landscape ทั้งโครงการให้สมบูรณ์ ตอบโจทย์การพักอาศัยในแบบ high end

    สระว่ายน้ำของโครงการนั้นได้ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายหลักของโครงการ  การออกแบบของสระว่ายน้ำที่นี่ถูกออกแบบในสไตล์ Creek Pool ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Barton Springs Pool ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เปรียบอาคารเป็นดั่งภูเขาที่มีสายธารน้ำไหลผ่านระหว่างกลาง ซึ่งสายธารน้ำทำหน้าที่เป็นสระว่ายน้ำที่สร้างพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้แต่ละห้องพักบนพื้นดิน ภายในสระน้ำนี้ได้มีการออกแบบให้เสมือนมีขั้นโขดหินตามธรรมชาติตลอดแนวขอบสระ เพื่อเป็นการสร้างมิติให้กับสระว่ายน้ำ และผู้ที่ลงไปใช้งานสามารถนั่งหรือนอน เพื่อพักผ่อนได้อย่างอิสระ และในขณะเดียวกันขั้นโขดหินนี้ยังใช้เป็นบันไดส่วนตัวเพื่อลงสู่สระว่ายน้ำของห้อง Duplex ได้อีกด้วย

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Vertical Garden

    Vertical Garden สูงระดับตึก 8 ชั้น เสมือน Cliff Garden ซึ่ง concept ในการทำ Cliff Garden นี้จะเป็นการออกแบบให้ผนังระหว่างอาคารมี Vertical Green Wall 

    เริ่มจากสระว่ายน้ำ สูงขึ้นตลอดอาคารไปจนถึงชั้น 8 เพื่อลดความแข็งกระด้างของเปลือกอาคาร และพื้นที่สวนดาดฟ้าขนาดเต็มพื้นที่ทั้งสองอาคาร ได้มีการออกแบบให้เป็นดั่งเนินเขาที่เขียวขจีซึ่งมีพื้นที่การใช้งานแทรกอยู่  โดยมีการจัดแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับงานระบบต่างๆ ของโครงการที่จำเป็นต้องจัดตั้งไว้บนชั้นดาดฟ้าเพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุด  พื้นที่สวนสำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมของทุกคนในโครงการ

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Roof Garden

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Co-Working Space

    .

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    Luxury คอนโดพร้อมโอนปลายปี 2560

    สำหรับห้องพัก ขนาดห้องเริ่มต้นจะอยู่ที่ 2 ห้องนอน 68.5 – 91.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 18.42 ล้านบาท

    – ขนาด 3 ห้องนอน 137 ตร.ม.
    – ขนาด Duplex 2 ห้องนอน 122 – 124.5 ตร.ม.
    – ขนาด Duplex 3 ห้องนอน 130.5 – 162 ตร.ม.
    – ขนาด Duplex 3 ห้องนอน 208.5 ตร.ม.

    ปัจจุบันโครงการมียอดโอนแล้ว 75 % ขายอยู่ 25% สัดส่วน 2 bed 15% และ 3 bed และ Duplex 10%

    .

เพิ่มเพื่อน

Subscribe to our mailing list

* indicates required

A photo posted by REALIST (@realist.co.th) on

Latest Posts

October 2017
SMTWTFS
« Sep Nov »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 

Monthly Archives