• วิเคราะห์บ้าน เจาะลึกทำเล

    ภัสสร ไพรด์ ปิ่นเกล้า-วงเเหวน

    โครงการ ภัสสร ไพรด์ ปิ่นเกล้า-วงแหวน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ของ พฤกษา เรียลเอสเตท ใน Product line ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ภัสสร” อยู่ในระดับราคา 3-5 ลบ.

    ตั้งอยู่บน ถ.อัจฉริยะพัฒนา สามารถเชื่อมต่อได้หลายเส้นทางหลัก ออก ถ.ศาลาธรรมสพน์เข้าสู่ ถ.บรมราชชนนี และขึ้นทางด่วนศรีรัช-วงเเหวนรอบนอกได้เลย ที่ ถ.กาญจนาภิเษก  เข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรง หรือ ขับขึ้นมอเตอร์เวย์วงเเหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก และ เป็นทางผ่านขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงแถวบางใหญ่ได้อีกด้วย

    และในอนาคตบริเวณถนนใกล้เคียง ถ.ศาลาธรรมสพน์ จะมีรถไฟฟ้าสายสีเเดงอ่อน สถานีศาลาธรรมสพน์ผ่านเข้ามา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรง

    ตัวบ้านใช้คอนเซ็ปต์การผสมผสานระหว่างรูปแบบ Art Nouveau กับ Modern Classic  “ความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่” และ “ความหรูหราแบบคลาสสิค” เน้นออกแบบพื้นทีใช้สอย รองรับไลฟ์สไตล์ใช้ชีวิตในระยะยาว โดยโครงการมีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 3.35 ลบ.

     

     

    FACT

    ชื่อโครงการ :
    ภัสสร ไพรด์
    ปิ่นเกล้า-วงแหวน

    เจ้าของโครงการ :
    พฤกษา เรียลเอทเตส จำกัด

    ที่ตั้ง :
    ถ.อัจฉรอยะพัฒนา อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

    พื้นที่โครงการ :
    55-0–80.3ไร่

    จำนวนยูนิตทั้งหมด :
    326 หลัง

    ประเภทบ้าน:
    บ้านเดี่ยว :
    Paradiz (145 ตร.ม.)
    บ้านแฝด :
    Re-Create (136 ตร.ม.)
    Re-Live (123 ตร.ม.)

    ความคืบหน้า :
    สร้างเสร็จเรียบร้อย
    พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

    FACILITIES : 

    – Club House

    – Swimming pool

    – Garden

    – Access control

    – 24-hours security

    – CCTV

    PRICE :

    ราคาเริ่มต้น : 3.35 ลบ.

    ค่าส่วนกลาง : 25 บ./ตร.ม.

    เงินจอง : 10,000 บ.

    ทำสัญญา : 10,000 บ.

    เว็บไซต์ : Passorn Pride

    Promotion : รับส่วนลด 10,000 บ. เมื่อลงทะเบียนเว็บไซต์โครงการ

     

    จุดเด่นของโครงการ

    จุดเด่นของโครงการคือ ทำเลที่สะดวกในการเดินทางสำหรับขับรถยนต์ เนื่องจากโครงการอยู่ ถ.อัจฉริยะพัฒนา ออก ถ.ศาลาธรรมสพน์เข้าสู่ ถ.บรมราชชนนี และ ขึ้นทางด่วนศรีรัช-วงเเหวนรอบนอกได้เลยที่ ถ.กาญจนาภิเษก  ซึ่งเป็นเส้นที่ใช้เข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรง

    หรือ ขับขึ้นมอเตอร์เวย์วงเเหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก และ เป็นทางผ่านขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงแถวบางใหญ่ได้อีกด้วย

    และในอนาคตบริเวณถนนใกล้เคียง ถ.ศาลาธรรมสพน์ จะมีรถไฟฟ้าสายสีเเดงอ่อน สถานีศาลาธรรมสพน์ผ่านเข้ามา ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรง

    อีกข้อหนึ่งคือเรื่องพื้นที่ใช้สอยของบ้าน ตัวห้องแบ่งฟังก์ชั่นการใช้สอยของห้อง ให้มาค่อนข้างเยอะ เพื่อรองรับความหลากหลายการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ในชีวิตระยะยาวด้วยงบที่ไม่เเพงมาก

    ตัวบ้านออกแบบให้มีความโปร่งโล่ง ให้บานเลื่อนและหน้าต่างค่อนข้างเยอะ รวมทั้งระเบียงที่ให้มากกว่าโครงการอื่นถึง 2 ระเบียงเพื่อเปิดการรับวิวเฉลี่ยให้ได้ทุกห้องและทำให้ห้องดูไม่อึดอัดอีกด้วย

    เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นมีครอบครัว อยากอยู่อาศัยชานเมืองเงียบสงบ มีพื้นที่สวนวิ่งเล่น เดินทางไปทำงานสะดวก และราคาเอื้อมถึง

     

    สระว่ายน้ำและสวนขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่

    สระว่ายน้ำระบบเกลือ กว้าง 20×8 ม.ลึก 1.25 ม. วิวต้นไม้เงียบสงบเเละส่วนตัว

    พื้นที่ภายใน Club House มีมุมพักผ่อนสำหรับวันหยุด

    สวนสีเขียวแนวยาวขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ พร้อมพื้นที่นั่งเล่น และ Jogging trail ในสวน ให้ออกกำลังกาย

     

    วิเคราะห์ทำเล

     

    เข้าออกเมืองสะดวก ขึ้นทางด่วนศรีรัชเข้ากรุงเทพชั้นในได้เลย

    เนื่องจากโครงการอยู่ ถ.อัจฉริยะพัฒนา ออก ถ.ศาลาธรรมสพน์เข้าสู่ ถ.บรมราชชนนี และ ขึ้นทางด่วนศรีรัช-วงเเหวนรอบนอกได้เลยที่ ถ.กาญจนาภิเษก  ซึ่งเป็นเส้นที่ใช้เข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรง

    หรือ ขับขึ้นมอเตอร์เวย์วงเเหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก และ เป็นทางผ่านขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงแถวบางใหญ่ได้อีกด้วย

    และในอนาคตบริเวณถนนใกล้เคียง ถ.ศาลาธรรมสพน์ จะมีรถไฟฟ้าสายสีเเดงอ่อน สถานีศาลาธรรมสพน์ผ่านเข้ามา ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพชั้นในได้โดยตรงและผ่านสถานีกลางบางซื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัด

     

    โครงการใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน 1.5 กม.

    ที่ตั้งของโครงการอยู่ใกล้เคียงบริเวณ ถนนที่รถไฟฟ้าสายสีเเดงอ่อนผ่านเข้ามา
    (นับจากโครงการระยะทางประมาณ 1.5 กม.)
    สถานีศาลาธรรมสพน์

    อยู่ในช่วงขั้นตอนเสนอให้ ครม.พิจารณา โครงสร้างจะเป็นทางรถไฟระดับพื้นดินทั้งหมด

    ซึ่งสามารถนั่งต้นสายเข้าในกรุงเทพ เมืองหลวงชั้นในได้โดยตรง และ เชื่อมรถไฟฟ้าได้หลากหลายเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ และผ่านสถานีกลางบางซื่อ สถานีในอนาคตเชื่อมต่อสู่ต่างจังหวัดได้เลย

    ข้อมูลรถไฟฟ้าสายสีเเดง คลิก

     

    ขึ้นมอเตอร์เวย์ฝั่งตะวันตก ผ่านรถไฟฟ้าสายสีม่วงแถวบางใหญ่ได้เลย

    ปัจจุบันสามารถขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพียงขับตรงขึ้นมอเตอร์เวย์รอบนอกฝั่งตะวันตก(นับจากโครงการระยะทางประมาณ 10 กม.)

    ขึ้นสถานีตลาดบางใหญ่ติดห้างเซ็นทรัล เวสเกต ปัจจุบันเปิดใช้งานเเล้ว เชื่อมต่อสถานีกลางบางซื่อ

    สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลากหลายเส้นทางได้ทั่วกรุงเทพ และ ในอนาคตสามารถเดินทางเชื่อมต่อต่างจังหวัดในไทยได้ด้วย

    ข้อมูลรถไฟฟ้าสายสี่ม่วง คลิก

     

    ใกล้ ม.มหิดล อุดมสมบูรณ์ทั้ง ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล

    เนื่องจากทำเลโครงการใกล้ย่านศาลายา ซึ่งมี ม.มหิดล เขตศาลายาตั้งอยู่ ทำให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร Street Food ตรงข้าม ม.มหิดลเป็นแนวยาว

    รวมทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่มีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ มีโรงเรียนทุกระดับครบถ้วน ตั้งเเต่อนุบาล จนถึง มหาวิทยาลัย

    ม.มหิดล ศาลายา


    Image : Mahidol

    สวนพุทธมณฑลสาย 4


    Image : Pantip

    Central Plaza ศาลายา


    Image : Mall Bangkok

    The Brio Mall


    Image : ทำเลขายของ

    รอบข้างเป็นหมู่บ้านเเละสวน เงียบสงบและส่วนตัว

    บริเวณพื้นที่โดยรอบโครงการส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัย สูงประมาณ 1-2 ชั้น และ มีสวนไร่พื้นที่ขนาดใหญ่สลับกับพื้นที่ชุมชนค่อนข้างเยอะ

    ด้วยตัวทำเลของโครงการอยู่ใกล้ ม.มหิดล วิทยาเขต ศาลายาซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาในพื้นที่อย่างมากมาย ทั้งร้านค้า ห้าง โรงพยาบาล

    และ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเเดงอ่อนเข้ามาบริเวณถนนที่ใกล้โครงการ จึงมีแนวโน้มที่บริเวณรอบข้างจะขึ้นเป็นที่อยู่อาศัยหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น

    และการที่มีคลองติดกับโครงการข้อดี คือ ช่วยแบ่งความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไม่ติดกับโครงการด้านข้างชิดเกินไป อย่างความกว้างของคลองรวมระยะถอยร่นของบ้านรวมกันประมาณ 9 ม. ห่างกันพอสมควร

     

    PRICE COMPARISON

    Villaggio ปิ่นเกล้า-ศาลายา

    เจ้าของโครงการ : Land & House
    ราคา : เริ่มต้น 3.29 ลบ.
    จำนวนหลัง : 944 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :
    บ้านเดี่ยว เริ่มต้น 136 ตร.ม.

    บ้านแฝด เริ่มต้น 133 ตร.ม.

    ตัวบ้านตกแต่งมีลูกเล่นเสริมเป็นกิมมิคให้กับบ้าน พื้นที่ใช้สอยบ้านอาจจะแบ่ง
    ฟังก์ชั่นห้องน้อย ชั้น 2 มีแค่ 2 ห้องนอนใหญ่

    ยกเว้นบ้านเดี่ยวที่มีห้องนอนอยู่ชั้นล่างให้ 1 ห้อง และ จำนวนหลังค่อนข้างเยอะถึง 944 หลังอาจจะเสียความส่วนตัวไปหน่อย

    Delight พุทธมณฑล-ศาลายา

    เจ้าของโครงการ : พฤกษา เรียลเอสเตท
    ราคา : เริ่มต้น 3.59 ลบ.
    จำนวนหลัง : 132 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :
    บ้านเดี่ยว เริ่มต้น 135 ตร.ม.

    โครงการมาจากเจ้าของเดียวกันกับภัสสร เเต่เน้นบ้านเดี่ยวและส่วนตัวมากกว่าเพียง 132 หลังเมื่อเทียบกับภัสสร 326 หลัง

    จุดด้อยคือที่ดินเเละพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นน้อยกว่าเเละเเพงกว่าภัสสร แถมพื้นที่ส่วนกลางได้เท่ากันอีกด้วย

    คาซ่า เพรสโต้ วงเเหวน-ปิ่นเกล้า

    เจ้าของโครงการ : Q.House
    ราคา : เริ่มต้น 3.08 ลบ.
    จำนวนหลัง : 214 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :
    บ้านเดี่ยว เริ่มต้น 145 ตร.ม.

    บ้านแฝด เริ่มต้น 135 ตร.ม.

    ตัวบ้านมีดีไซน์โมเดิรน์และสีสันฉูดฉาดเป็นจุดเด่น ได้พื้นที่ส่วนกลางมากกว่า  ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น บ้านเดี่ยวที่ดินเริ่มต้นได้มากกว่าที่อื่น 69 ตร.ม.

    แต่เมื่อเทียบบ้านเเฝดของภัสสรซึ่งมีความส่วนตัวมากกว่าติดกันแค่เสาโรงจอดรถแต่ตัวผนังบ้านไม่ติดกันทั้งแถบเหมือนคาซ่า เพรสโต้

     

    วิเคราะห์บ้าน

    ความโดดเด่นของบ้านแต่ละแบบ

    บ้านแต่ละหลังของโครงการภัสสร ไพรด์ ปิ่นเกล้า-วงแหวน ต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันไปในแต่ละแบบ โดยรวมแล้วตัวบ้านจะเด่นเรื่องการจัดพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน ฟังก์ชั่นครบแม้มีพื้นที่จำกัด การออกแบบให้พื้นที่ชั้นล่างเป็นแนวยาวและลึก ทำให้ตอบรับกับการวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างยืดหยุ่น  

    อีกทั้งตัวบ้านยังมีห้องอเนกประสงค์รองรับการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นในแบบต่างๆตาม Lifestyle ของเจ้าของได้อย่างอิสระ ทั้งรูปแบบของห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน ก็สามารถทำได้ โดยทาง Realist จะนำผู้อ่านไปดูพื้นที่ของบ้านแบบ PARADIZ ซึ่งเป็นหลัง Highlight ของโครงการ ว่ามีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง

     

    วิเคราะห์บ้าน PARADIZ บ้านเดี่ยวในโครงการ

    PARADIZ

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 50 ตร.ว.

    พื้นที่ใช้สอย : 145 ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น : 4.5 ลบ.

    หน้ากว้าง : 8.85 ม.

    ห้องนอน : 3 ห้องนอน

    ห้องน้ำ : 3 ห้องน้ำ

    ที่จอดรถ : 2 คัน

    ในหัวข้อนี้ Realist จะนำบ้านแบบ PARADIZ มาเป็นตัวแทนของโครงการและใช้วิเคราะห์เพื่อดูพื้นที่ของบ้านในส่วนต่างๆ

    โดยแบบบ้านนี้เป็นแบบที่มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในโครงการ ทำให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะกว่ารูปแบบอื่นๆ

    โดยจุดเด่นอยู่ที่การแบ่งพื้นที่ใช้สอยของห้องเป็นสัดส่วนลงตัว และให้พื้นที่มากกว่าแบบอื่นๆสามารถกั้นผนังทำเป็นห้องส่วนตัวได้มากขึ้นหรือกันกลิ่นและเสียงได้เลย อย่างห้องครัว พื้นที่รับเเขก เป็นต้น

    และที่เห็นได้ชัดคือความเป็นส่วนตัวมากกว่าบ้านเเบบอื่นๆ จากการแบ่งห้องน้ำ แยกเป็นส่วนตัวของห้องนอนใหญ่ กับห้องน้ำรวมของบ้านมีทั้งชั้นบน ชั้นล่าง ไม่ต้องแชร์หรือชนกันในเวลาเร่งรีบ

     

    3 ข้อเด่นของบ้านแบบ PARADIZ

     

    1. พื้นที่ชั้นล่างให้มาเยอะ จัด Space ลงตัว

    ด้วยการเชื่อมต่อกันของส่วนรับแขกกับส่วนรับประทานอาหาร เป็น Open plan (ซึ่งโดยปรกติก็เป็นแบบนี้) แต่สิ่งที่ดีคือ ส่วนโถงของบ้านมีความลึกที่เหมาะสม ทำให้ภายในบ้านดูโปร่ง จัดการใช้งานได้ลงตัว ระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่ 2.6 ม.  ถือเป็นความสูงที่โอเค (ตาม standard) บวกกับช่องเปิดเยอะ ทำให้ภาพรวม space โปร่งโล่งดูไม่อึดอัด

    ในขณะเดียวกัน ให้พื้นที่มาเยอะและแบ่งสัดส่วนการใช้งานลงตัวจบในพื้นที่ สามารถทำผนังกั้นเป็นห้องได้เลยทุกส่วน ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น กันกลิ่นควันเข้ามาในห้อง หรือไม่เอาผนัง ข้อดี คือช่วยเรื่องความโปร่งโล่ง ซึ่งแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ความชอบของผู้อยู่อาศัยด้วย

    2.ให้ระเบียงจัดเต็ม 2 ห้องนอน

    จุดเด่นของโครงการคือการให้ระเบียงมากว่าที่อื่นให้ถึง 2 ห้องนอน ข้อดีคือ ช่วยเปิดรับวิวข้างนอกและเพิ่มพื้นที่ Outdoor Living Area มากขึ้นในบ้านซึ่งในห้อง Master Bedroom ซึ่งมีพื้นที่ห้องมากที่สุดออกแบบเน้นพักผ่อนในห้องนอนมากกว่าออกมาชิวข้างนอกระเบียง ระเบียงจึงกว้างประมาณ 0.9 ม.พอดีในการวางคอมเพรสเซอร์แอร์

    ห้องขนาดกลาง คือ ห้องที่ได้พื้นที่ระเบียงมากที่สุดกว้างประมาณ 3 x 1.5 ม. เป็นพื้นที่ Outdoor Living Area ได้อย่างสบาย เนื่องจากเป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งาน อาจจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน มีพื้นที่พักผ่อน Outdoor ชิวๆจึงได้พื้นที่ระเบียงมากสุดในการรองรับการใช้งานหลากหลายของห้องตามไลฟสไตล์ผู้อยู่ และ ส่วนตัวกว่าแบบบ้านแฝดด้วย Set Back ต้องห่างอย่างน้อย 4 ม.

    3.แยกห้องน้ำแบบส่วนตัวกับส่วนรวมชัดเจน

    ฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องน้ำ แบบ PARADIZ จะมีความเป็นส่วนตัวกว่าแบบบ้านอื่นๆ ในส่วนห้องนอนใหญ่ต้องแชร์ห้องน้ำใช้ ซึ่งอาจจะวุ่นวายในเวลาเร่งรีบแย่งกันใช้ จึงต้องไปใช้ชั้นล่างบ้าง 

    แต่แบบ PARADIZ แยกห้องน้ำส่วนตัว และ ห้องน้ำส่วนรวมไว้เลย จะได้ไม่ต้องใช้เเย่งกันและรักษาความส่วนตัวในห้อง Master Bedroom อีกด้วยแต่อาจจะต้องทำความสะอาดห้องน้ำเยอะหน่อยนิดนึง ซึ่งอาจจะเหมาะกับครอบครัวเดี่ยวมีสมาชิก 3-4 คนอยู่สบาย

     

    วิเคราะห์ผัง มองภาพรวม

    การวางผังชั้นล่างออกแบบเน้นพื้นที่เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันทั้งภายในและภายนอก และไม่กั้นผนัง ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง ส่วนรับแขก + ส่วนทานข้าว (ไฮไลท์สีแดงด้านขวา) มีหน้ากว้าง 3.7 ม. ยาวถึง 7.3 ม. ทำให้พื้นที่ส่วนนี้สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ในขณะเดียวกันสามารถกั้นเป็นห้องได้เพราะถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานเสร็จในพื้นที่ ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัว และ กันสิ่งรบกวน

    ชั้นบนของบ้านแบ่งสัดส่วนการใช้งานของห้องเป็นส่วนตัวมากกว่าแบบบ้านแฝดอื่นๆในโครงการ อย่างห้องน้ำที่เเยกส่วนตัวในห้อง Master Bedroom และ ส่วนรวมแยกออกจากกัน รวมทั้งระเบียงที่ให้มากถึง 2 ห้องนอนได้พื้นที่รับวิวด้านนอกมากขึ้น และมีระยะห่างส่วนตัวจากข้างบ้านมากขึ้นกว่าบ้านแฝดด้วย

     

    ห้องรับเเขก

    ห้องรับแขกยาวเชื่อมต่อกับส่วนทานข้าวและส่วนครัว ให้หน้าต่างเยอะแถมเพิ่มบานเลื่อนกระจกส่วนทานข้าวมาอีก ข้อดีคือ  รับแสงและเปิดวิวสวนด้านนอกเข้ามาอย่างเต็มที่ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง กว้างขวางและไม่อึดอัด โดยเฉพาะส่วนทานข้าวให้พื้นที่เผื่อมาเยอะ สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของห้องตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่ได้หลากหลายขึ้น
    โดยห้องที่จะได้จริง เป็นผนังเรียบทาสี พื้นส่วนเฉลียงทางเข้าเป็นกระเบื้อง 12″ x 12″ สลับผิวทรายล้าง พื้นของส่วนรับเเขกจะเป็นกระเบื้องแกรนิต 60 x 60 ซม.(ตามรูป) กรอบประตูบานเลื่อนอลูมิเนียม ไฟด้านบนเป็นแบบ Down light

    ส่วนรับประทานอาหาร

    ให้พื้นที่เผื่อมาเยอะ สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารได้ถึง 6 ที่นั่งหรือปรับเปลี่ยนการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยตามใจชอบ 

    ห้องครัว

    แบบครัวไทย พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถทำครัว ทำอาหาร อบขนมเบเกอรี่ได้เต็มที่ รวมทั้งมีพื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง และเครื่องซักผ้าพอดี เหลือพื้นที่ทางเดินกว้างไม่แคบอึดอัดจนเกินไป
    โดยการออกแบบครัวเป็นสัดส่วนลงตัวพอดี สามารถกั้นประตูทำเป็นห้องครัวได้เลย เพื่อกันกลิ่นเเละเสียงออกไปข้างนอก

    ห้องน้ำชั้นล่าง

    เป็นห้องน้ำรวมของชั้นล่าง ซึ่งมีอ่างล้างมือ และ โถชักโครก อยู่ใต้บันได  ซึ่งของจริงที่ได้มากับโครงการได้ทั้งหมดทั้งพื้น ผนัง และ สุขภัณฑ์ห้องน้ำทั้งหมดตามรูป

    ห้องนอน Master Bedroom

    ขนาดใหญ่สุดในบ้าน มีพื้นที่ Walk-In Closet ในตัวและห้องน้ำแยกเป็นส่วนตัวของห้อง และระเบียงนอกห้องกว้างประมาณ 1 ม.

    ห้องน้ำส่วนตัวในห้อง Master Bedroom

    เป็นห้องน้ำแยกมาในห้องซึ่งห้องอื่นใช้ไม่ได้ มีชุดอาบน้ำฝักบัว  สุขภัณฑ์ห้องน้ำ และ อ่างล่างหน้า พื้นผนังให้ตามรูป

    แต่ต้องระวังเรื่องเวลาอาบน้ำอาจจะต้องติดผ้าม่าน หรือ ประตูกระจกกั้น เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นออกไปยังส่วนแห้ง ซึ่งทำให้ห้องเปียกและเลอะเทอะง่าย

    ห้องนอน 2

    ห้องขนาดกลาง สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ หรือ ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้งานแล้วเเต่ความชอบของผู้อยู่อาศัย

    พิเศษคือได้ระเบียงขนาดใหญ่กว้างประมาณ 1.6 ม. ได้พื้นที่เพิ่มเป็น Living  Area นอกห้อง

    ห้องนอน 3

    เป็นห้องขนาดเล็กของบ้าน ตัวห้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้งานแล้วเเต่ความชอบ

    ห้องน้ำรวมชั้นบน

    ขนาดและการใช้งานเหมือนห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอน Master Bedroom มีส่วนฝักบัว และ สุขภัณฑ์ห้องน้ำ พื้น ผนังได้ตามรูป

    แต่ต้องระวังเรื่องเวลาอาบน้ำอาจจะต้องติดผ้าม่าน หรือ ประตูกระจกกั้น เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นออกไปยังส่วนแห้ง ซึ่งทำให้ห้องเปียกและเลอะเทอะง่าย

     

    รายละเอียดของบ้านเเต่ละเเบบ

    RE-LIVE

     

    RE-LIVE เป็นแบบบ้านแฝดที่เล็กที่สุดในโครงการ เหมาะกับผู้ใช้งานแบบครอบครัวเดี่ยวอยู่อาศัย 2-3 คน ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 123 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.35 ลบ. สิ่งที่แตกต่างจากแบบบ้านอื่นๆ คือ แยกทางเข้าหลัก กับ ทาง Service ออกจากกันสร้างความส่วนตัวในบ้านมากขึ้น สามารถเดินเข้าบ้านได้ 3 ทาง จากหน้าบ้าน โรงจอดรถ และ หลังบ้าน

    ทั้งนี้ตัวบ้านชั้นล่างพื้นที่ค่อนข้างกว้างและทางเดินเยอะ  พื้นที่ครัวอาจจะเล็กนิดนึงแต่สามารถสร้างผนังกั้นเป็นห้องครัวได้เลย ช่วยกันกลิ่นรบกวนเข้ามาในห้องอื่นๆ และให้พื้นที่จอดรถ 1 คัน น้อยไปหน่อยแต่ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่ด้วย

    พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งห้องเป็นสัดส่วน เฉลี่ยพื้นที่ห้องเท่าๆกันในห้องนอนขนาดกลาง สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของห้องตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้หลากหลาย มีห้องน้ำรวมอยู่ชั้นบน

    แต่ข้อเสียคือ ขนาดห้องน้ำค่อนข้างเล็กนิดนึงแต่ให้มา 2 ห้องชั้นบนและชั้นล่าง ห้อง Master Bedroom ต้องใช้ร่วมกับส่วนกลางถึงเเม้จะมีประตูห้องน้ำส่วนตัว แต่ในช่วงเวลาเร่งรีบอาจจะต้องเเย่งกับห้องอื่น ซึ่งอาจจะต้องลงไปใช้ห้องน้ำชั้นล่างเเทน

    ห้องรับแขก

    ส่วนรับประทานอาหาร 

    ห้องครัว

    ห้องอาบน้ำชั้นล่าง 

    ห้อง Master Bedroom พร้อมระเบียงกว้างประมาณ 0.9 ม. และทางเข้าห้องน้ำเเยกเป็นส่วนตัว

    ห้องอาบน้ำรวม ชั้นบนมีประตูสองฝั่งจากโถงบันได และ ห้อง Master Bedroom

    ห้องนอน 2 เป็นห้องนอนขนาดกลางของบ้าน

    ห้องนอน 3 เป็นห้องนอนเล็กสุดของบ้าน

     

    RE-CREATE

    RE-CREATE แบบบ้านแฝดขนาดกลาง เหมาะกับครอบครัวเดี่ยวอยู่อาศัย 2-3 คน มีพื้นที่มากขึ้น โดยขนาดที่ดินเริ่มต้น 38 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.64 ลบ.

    ต่างจากแบบ RE-LIVE ในเรื่องพื้นที่ใช้สอย ห้องครัวขนาดกว้างกว่า ให้ระเบียงห้องนอน 2 ห้อง และ ห้องเก็บของในโรงจอดรถ ซึ่งจอดได้ 2 คัน โดยส่วนโรงจอดรถกับพื้นที่เก็บของเป็นส่วนที่ติดกันกับบ้านแฝด ซึ่งช่วยกันเรื่องเสียงและสร้างความเป็นส่วนตัวในบ้านมากขึ้น

    ชั้นบนแบ่งสัดส่วนการใช้งานคล้ายแบบ RE-LIVE แตกต่างตรงลูกเล่นบนห้องนอนให้ระเบียงมา 2 ห้องเพื่อเปิดรับวิว และ มีพื้นที่ Out Door นอกระเบียงมากขึ้น

    แต่ต้องระวังระเบียงจากห้องด้านข้างชิดกับเพื่อนบ้านเกินไปหน่อย และ ห้องน้ำชั้นบนสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่อยู่ในห้อง Master Bedroom ซึ่งอาจจะเสียความส่วนตัวไป เนื่องด้วยพื้นที่มีจำกัดแต่สามารถใช้ห้องน้ำชั้นล่างได้ในเวลาชนกัน

     

    ห้องรับแขก

    ส่วนรับประทานอาหาร

    ห้องครัว

    ห้องอาบน้ำชั้นล่าง

    ห้องนอน Master Bedroom พร้อมระเบียงกว้าง 0.9  ม. และมีห้องน้ำในห้อง(ห้องอื่นสามารถเข้ามาใช้งานได้)

    ห้องน้ำชั้นบน

     ห้องนอน 3 เป็นขนาดเล็กที่สุดของบ้าน

    ห้องนอน 2 เป็นขนาดกลางของบ้าน พร้อมระเบียงกว้างประมาณ 1.55 ม. 

     

    สรุปทุกประเด็นของ ภัสสร ไพรด์ ปิ่นเกล้า-วงเเหวน

    โครงการเหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นมีครอบครัว อยากอยู่ในพื้นที่ชานเมืองเงียบสงบ และ สะดวกในการขับรถยนต์เดินทางเข้าไปทำงานในเมือง ในงบที่ไม่แพงมาก

    ซึ่งจุดเด่นคือ ทำเล ใกล้ศาลายามีแหล่งสถาบันการศึกษามากมาย ร้านอาหาร ห้าง รพ. อุดมสมบูรณ์และตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตครอบครัว รวมทั้งใกล้ทางด่วนขับตรงเข้าถึงเมืองชั้นในโดยตรง

    และ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดงผ่านเข้ามาใกล้กับโครงการ ซึ่งสามารถนั่งต้นสายเข้าเมืองเเละเชื่อมต่อหลายเส้นทั่วกรุงเทพฯ

    เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการโดยรอบ ภัสสร ไพรด์ ปิ่นเกล้า-วงเเหวน ทำบ้านแฝดได้ส่วนตัวมากกว่า มีแค่ส่วนโรงจอดรถที่ติดกันทำให้ผนังบ้านไม่ชนกัน มีระยะความเป็นส่วนตัวมากกว่า

    และ บ้านเดี่ยวให้พื้นที่ใช้สอยมาเยอะในที่ดินเริ่มต้นเท่ากัน รวมทั้งทุกแบบให้ระเบียงและหน้าต่างเยอะ  ข้อดีคือทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง และยังได้พื้นที่ Living Area Outdoor เพิ่มอีกด้วย

    ส่วนพื้นที่ส่วนกลาง มีตามพื้นฐานทั่วไป แต่อาจจะไม่หลากหลายเท่าโครงการอื่น เรื่อง Spec ที่ได้มา และ ระบบความรักษาปลอดภัย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานดี

  • THE ESSE SUKHUMVIT 36

    คอนโดหรู ติดบีทีเอสทองหล่อ จาก SINGHA ESTATE

     

    The ESSE SUKHUMVIT 36 โครงการที่หลายคนตั้งตารอ โดยที่นี่เป็นโครงการที่ 3 ของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้มี 2 โครงการคือ THE ESSE ASOKE เป็นคอนโดมิเนียม และ THE ESSE at SINGHA COMPLEX ซึ่งเป็นโครงการ Mixed-Use ที่มีทั้ง ออฟฟิศ คอนโดมิเนี่ยม และศูนย์การค้า ซึ่งทั้ง 2 โครงการ มียอดขายใน Q3 2560 อยู่ที่ 83% โดยโครงการ THE ESSE ตั้งเป้าว่าจะมาแข่งขันระดับ Luxury ในตลาดย่านทองหล่อ ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่มากมาย โดยที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อเพียง 0 เมตร 

    เพียงแค่ก้าวออกจากโครงการก็ถึงแล้ว Prime มากๆเลยทีเดียว สำหรับรูปแบบโครงการที่ใช้ Concept ว่า “The Essence of Luxurious Living is A Harmony of Contrast” เป็นการผสมผสานการอยู่อาศัยแบบ Luxury บนความเรียบง่ายแต่ร่วมสมัย ที่สอดแทรกความเป็นบ้านไทยเข้าไปในการออกแบบด้วยสถาปนิก ภูมิสถาปนิก มัณฑนากร ชื่อดังทั้งในไทยและระดับโลก ด้วยความสูง 43 ชั้น ห้องชุด 338 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 6,500 ลบ. และมีราคาเปิดตัวคือ 12 ลบ. และราคาเฉลี่ยเริ่มต้นทั้งหมดที่ 330,000 บ./ตร.ม. โดยโครงการจะจัดงาน Pre-sale ในวันที่ 18-19 พ.ย. 2560  

    THE ESSE ASOKE

    THE ESSE at SINGHA COMPLEX

     

    FACT

    3 Nov 2017

    INFORMATION

    โครงการ : THE ESSE SUKHUMVIT 36

    เจ้าของโครงการ :
    Singha Estate 

    พื้นที่โครงการ :
    2 – 2 – 0 ไร่

    ที่ตั้ง :
    ถ. สุขุมวิท 36

    จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

    จำนวนชั้น : 43 ชั้น 

    ความคืบหน้า : อยู่ในช่วง Pre-sales

    เว็บไซต์ :
    The Esse SKV 36

    UNIT TYPE

    จำนวนยูนิตทั้งหมด :
      338 ยูนิต

    – 1 ห้องนอน
    38.5 – 43.25 ตร.ม.

    – 2 ห้องนอน
    73.5 – 77 ตร.ม.

    – 3 ห้องนอน
    116.75 – 124.25 ตร.ม.

    – PentHouse
    252 ตร.ม.

    FACILITIES

    ที่จอดรวม : 100 %
    (รวมจอดซ้อนคัน)
    แบบ Conventional Parking : 33%
    แบบ Mechanical Parking : 67%

    – 1st Floor : Lobby, Mailbox & Storage Space, Sunken Lawn Garden
    – 7th Floor : Water Garden, Swimming Pool, Horizon Onsen, Jacuzzi, Steam Room, Kid’s Room
    – 8th Floor : Fitness, Golf Simulator, Virtual Bike
    – 41st Floor : Sky Lounge, Residence Lounge, Sky Theatre, Rice field Garden, BBQ Deck
    43th Floor : Roof Orchard

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น : 12 ลบ.
    (312,000 บาท/ตร.ม.)
    โดยประมาณ

    ค่าจอง :
    1 ห้องนอน 100,000 บ.
    2 ห้องนอน 200,000 บ.
    3 ห้องนอน 300,000 บ.
    Penthouse 500,000 บ.

    ทำสัญญา : 3% ของราคาห้องชุดพักอาศัย

    ค่าส่วนกลาง : 100 บ. / ตร.ม.

    ค่ากองทุนส่วนกลาง : 1,000 บ. / ตร.ม.

    เปิดโครงการ : Q4 2560

    คาดว่าแล้วเสร็จ : Q4 2563

    PROMOTION

     ส่วนลด ณ วัน Pre-sale 200,000 – 800,000 บาท ขึ้นอยู่กับ Type ของห้องชุดพักอาศัย

    PRODUCT

    THE ESSE SUKHUMVIT 36
    โครงการเป็น High Rise Condominium 1 อาคาร ความสูง 43 ชั้น รวมที่พักอาศัยจำนวน 338 ยูนิต โดยมีห้องทั้งหมด 7 ขนาด 4 ประเภท ได้แก่

    – 1 Bedroom
    38.5 – 43.25 ตร.ม.

    – 2 Bedroom
    73.5 – 77 ตร.ม.

    – 3 Bedroom
    116.75 – 124.25 ตร.ม.

    – Penthouse
    252 ตร.ม.

    1 Bedroom – 38.5 sq.m.

    – 1 ห้องนอน
    – 1 รับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 1 ห้องน้ำ

    1 Bedroom – 43.25 sq.m.

    – 1 ห้องนอน
    – 1 รับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 1 ห้องน้ำ

    2 Bedroom – 73.5 sq.m.

    – 1 ห้องนอน
    – 1 รับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 1 ห้องน้ำ

     

    FACILITIES

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงการสามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะการใช้งาน 2 แบบ ดังนี้

    รูปภาพบางส่วนจากโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36

    1. Society Amenities (แบบส่วนรวม) ได้แก่

    Lobby

    โถงต้อนรับที่ชั้น 1

    Library

    ห้องอ่านหนังสือที่ชั้น 1

    Fitness with the view

    พื้นที่ออกกำลังกายที่ ชั้น 8

    Kid’s Room

    ห้องนั่งเล่นเด็กที่ ชั้น 7

     

    Sky Lounge

    พื้นที่รับรอง ชั้น 41

    2. Exclusivity Amenities (แบบเฉพาะกลุ่ม)

    Horizon Onsen

    บ่อแช่น้ำร้อนที่ชั้น 7

    Sky Theatre

    ห้องภาพยนตร์ ชั้น 41

    Residence Lounge

    ห้องทานอาหารส่วนบุคคล ชั้น 41

     

    LOCATION

    ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่หัวมุมถนนสุขุมวิท ซอย 36 ซึ่งติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทองหล่อ ทำให้เป็นโครงการที่มีจุดเด่นกว่าโครงการใกล้เคียงในละเเวกเดียวกัน สามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยง่าย สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนบุคคล รวมไปถึงการเดินทางเข้าหรือออกจากโครงการด้วยรถส่วนบุคคล ที่สามารถเข้าจากทางถนนสุขุมวิทได้เลย จากถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้าเมือง หากต้องเดินทางออกนอกเมือง สามารถที่จะวิ่งไปทางสุขุมวิท 49 เพื่อกลับรถไปทางฝั่งขาออกได้ครับ

    และที่แน่นอนว่าย่านทองหล่อ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การค้า Community Mall โรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ เป็นต้น ซึ่งต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าย่านนี้เป็นย่านของคนมีฐานะ ซึ่งการซื้อ The Esse สุขุมวิท 36 อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม รวมถึงเป็นย่านชาวต่างชาติที่มาเช่าอยู่อาศัยเป็นส่วนมาก ทั้งคนญี่ปุ่น คนเกาหลี เป็นต้น หากเป็นนักลงทุนที่มีกำลังทรัพย์ในการซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็เป็นแนวทางที่คุ้มค่าครับ

    Education
    – Bangkok Prep International School (120 m.)
    – Trinity International School (450 m.)
    – Srinakharinwirot University (3.2 km.)
    – Wattana Wittaya Academy (3.2 km.)
    – Ekkamai International School (3.2 km.)
    – Bangkok University (2.2 km.)

    Lifestyle
    – Rainhill (550 m.)
    – Gateway Ekkamai (1.1 km.)
    – Market Place (1.4 km.)
    – The Em District (1.4 km.)
    – Suanplearn Market (1.8 km.)
    – Seenspace (2.0 km.)
    – J Avenue (2.1 km.)
    – K Village (2.2 km)
    – Terminal 21 (3.2 km.)
    – Singha Complex (3.6 km.)
    – Makkasan Mega Project (4.0 km.)

    Health & Wellness
    – Sukhumvit Hospital (1.2 km.)
    – Samitivej Sukhumvit Hospital (1.3 km.)
    – Camillian Hospital (2.6 km.)
    – Rutnin Eye Hospital (3.3 km.)
    – Bangkok Hospital (3.9 km.)
    – Bumrungrad International Hospital (4.0 km.)
    – Asoke Skin Hospital (5.3 km.)

    Transportation
    – Thonglor BTS (0 m.)
    – Sukhumvit MRT (2.4 km.)
    – Expressway (3.3 km.)

     

    POINT OF INTERESTS

    BKK Prep School

    Image : bkkprep

    BKK University

    Image : bangkok university

    Rainhill

    Image : bangkok.com

    The Em District

    Image : dooddot

    J Avenue

    Image : siam future

    Gateway Ekkamai

    Image : property insight

    SKV hospital

    Image : SKV hospital

    Samitivej SKV hospital

    Image : Samitivej Skv hospital

     

    ACCESSIBILITIES

    จุดที่ 1 เส้นทางจากทางถนนสุขุมวิทขาเข้าเมือง ไปยังโครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    มาจากทางถนนสุุขุมวิทขาเข้า ผ่านแยกทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ลอดผ่านใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อเพื่อไปยังที่ตั้งโครงการ The Esse Sukhumvit 36

    จุดที่ 2 เส้นทางกลับรถจากทางถนนสุขุมวิทขาออก 
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จากโครงการ The Esse Sukhumvit 36 ที่ต้องการเดินทางย้อนออกไปทางถนนสุขุมวิทขาออก กลับรถบริเวณหน้าแยกตัดระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนสุขุมวิทซอย 49 

    จุดที่ 3 เส้นทางจากทางกลับรถไปยังถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จากแยกตัดระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนสุขุมวิทซอย 49 ตรงต่อมาเพื่อเข้าไปยังถนนสุขุมวิท 55 หรือถนนทองหล่อ

     

    SURROUNDINGS

    ทิศเหนือ

    ติดกับ ถนนสุขุมวิท ด้านหน้าโครงการจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ โดยตัวอาคารจะอยู่ห่างจากตัวสถานีประมาณ 35 ม.

    ทิศใต้

    เป็นพื้นที่โซนที่พักอาศัยแนวราบ อาคารพาณิชย์หรือบ้านเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่

    ทิศตะวันออก

    เป็นพื้นที่โซนที่พักอาศัยแนวราบ อาคารพาณิชย์หรือบ้านเดี่ยว บางส่วนเป็นอพาร์ทเม้นท์

    ทิศตะวันตก

    ติดกับโครงการ Noble Remix แต่ถูกขั้นด้วยถนนสุขุมวิท 36 มุมมองของอาคารเหลื่อมกันเล็กน้อยแต่ไม่บังกัน

     

    SALES GALLERY

    ปัจจุบันเป็นอาคาร 2 ชั้นที่สร้างอยู่ด้านหน้าติดกับถนนสุขุมวิท และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ สามารถลงได้จากทางออกที่ 3 ของสถานี หากลูกค้าที่สนใจแวะมาด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถที่จะนำรถมาจอดได้ ที่ Sales Gallery

    ในส่วนของพื้นที่ Sales Gallery มีการแบ่งส่วนชัดเจนทั้งจุดต้อนรับด้านหน้า ทางเข้า เดินเข้ามาจะเจอกับ พื้นที่วางโมเดล และมีพื้นที่ปิดการขาย ในส่วนของห้องตัวอย่างได้จัดเตรียมไว้ที่ชั้นที่ 2 ของ Sales Gallery ครับ

    พื้นที่ Sales Area

    พื้นที่ Model และ Presentation

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (SALES GALLERY)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    MASTER PLAN

    Ground Floor – Suken Lawn Garden | Mailbox 

    2F – 4F Conventional Parking  / 5F-6F Mechanical Parking 

    7F – Horizon Onsen | Kids Room | Water Garden | Private Spa Room | Swimming Pool

    8F – Fitness | Golf Simulator | Virtual Bike

    9F – 2B-1 (73.50 sq.m.) | 1A-2 (43.25 sq.m.)

    10F-35F – 2B-1 (73.50 sq.m.) | 1A-1 (38.50 sq.m.) | 1A-2 (43.25 sq.m.) 

    36F-38F – 2B-2 (77 sq.m.) | 3C-1 (116.75 sq.m.) | 3C-2 (124.25 sq.m.) 

    39F – PH-1 (167.25 sq.m.) 

    40F – PH-1 (84.75 sq.m.) 

    41F – Sky Lounge | The Residence Lounge | Sky Theatre | Rock Garden | Rice Field Garden | BBQ Deck

    42F – MEP Room | Tank

    43F – Roof Orchard | Roof Top

    UNIT TYPE

    1-BEDROOM : 1A-1 (38.50 sq.m.)

    1-BEDROOM : 1A-2 (43.25 sq.m.)

    2-BEDROOM : 2B-1 (73.50 sq.m.)

    2-BEDROOM : 2B-2 (77.00 sq.m.)

    3-BEDROOM : 3C-1 (116.75 sq.m.)

    3-BEDROOM : 3C-2 (124.25 sq.m.)

    SHOW UNIT | 1-BEDROOM : 1A-1 (38.50 sq.m.)

    ห้องนั่งเล่นสำหรับ 1 – 2 คน เพดานสูงถึง  3 ม. ฝั่งหนึ่งติดกับครัวส่วนอีกฝั่งติดกับระเบียงสามารถนั่งดูที่ทีวีและชมวิวทางด้านนอกไปด้วย ตัวผนังฝั่งทีวีจะเป็นผนังหินอ่อนและไฟด้านบนจะเป็นไฟ Down Light ตัวผ้าม่านมีระบบ Home Automation สามารถเปิด-ปิด ได้จากมือถือ

    ห้องนอนของห้องขนาด 38.50 ตร.ม. มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง ปลายเตียงสามารถแขวนทีวีได้ มีบริเวณจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งใกล้กับ Walk-In Closet ให้พื้นที่ในส่วนนี้ค่อนข้างกว้าง เมื่อทะลุผ่านบริเวณ Walk-in Closet ไปจะเป็นส่วนของห้องน้ำ สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างสบายๆ

    จากประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาในห้องจะพบกับครัวเป็นส่วนแรก เพดานสูง 2.70 ม.  วัสดุในห้องนี้ติดด้วยกระจกเงารอบด้านและ Top หินอ่อนทำให้ห้องดูหรูหราและดูกว้าง พื้นเป็นกระเบื้อง Porcelainโดยชั้นเก็บของจะถูกซ่อนไว้หลังกระจกเงา โดยครัวจะมีเตา 2 หัวและตู้เย็น Build-In ไว้ให้ Top ของครัวเล่น Step ลดระดับมาเป็นลักษณะ Bar ไว้สำหรับทานอาหาร

    ห้องน้ำประกอบไปด้วย อ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติยี่ห้อ TOTO  และ พื้นที่อาบน้ำแบบฝักบัว โดยจะมีประตูกั้นระหว่างโซนเปียกโซนแห้งไว้ด้วยประตูกระจกกรอบอลูมิเนียมสีทอง ตัววัสดุจะเป็นกระเบื้อง Porcelain และหินอ่อน ชั้นเก็บของจะอยู่ด้านหลังกระจก

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (38.5 sq.m.)

    KEY PLAN
    จุดที่ 1 – Kitchen
    จุดที่ 2 – Living room 
    จุดที่ 3 – Master bedroom
    จุดที่ 4 – Bathroom

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

    BUILT-IN

    ตู้เย็นและตู้เก็บรองเท้า พร้อมพื้นที่ชั้นวางของแยกส่วน

    ชั้นวางของและเครื่องซักผ้า

    ตู้เก็บของในครัว ทั้งแบบบานสวิง ลิ้นชัก และบานยกขึ้น

    ประตูบางกระจกกรอบสีทอง ทางเข้า Walk-Through Closet

    ตู็เก็บของในครัว หน้าบานกระจกเงา ปิดกับตู้ไม้

    ชั้นวางของในห้องน้ำ ทั้งบานกระจกเงา และ บานไม้สีน้ำตาล Top อ่างล้างมือเป็นหินอ่อน

     

    SHOW UNIT | 1-BEDROOM : 1A-2 (43.25 sq.m.)

    เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่น ซึ่งจะอยู่ติดพิ้นที่ทานอาหารและครัว ทำให้ห้องนั่งเล่นของแบบห้องขนาด 43.25 ดูค่อนข้างกว้าง และยังติดกับระเบียงทำให้ยิ่งดูกว้างขวางเพิ่มขึ้น สามารถรองรับคนได้ถึง 3-4 คนเลยทีเดียว ด้านหลังของโซฟา มีพื้นที่เหลือสามารถวางโต๊ะทานอาหารได้

    ห้องนอนที่สามารถใส่เตียงขนาดควีนไซต์ได้สบายๆ แถบยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางชั้นวางทีวีอีกด้วย ตัวห้องอยู่ติดกับหน้าต่างกระจก ทำให้ห้องได้รับแสงสว่างมากพอในเวลากลางวัน และเช่นเดียวกับห้องอื่นๆของโครงการ ห้องนี้ก็มี Walk-In Closet ก่อนเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน 

    พื้นที่ส่วนครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้สามารถทำอาหารได้อย่างเต็มที่และมีช่องสำหรับเก็บของที่เยอะ อีกทั้งยังอยู่ติดกับพื้นที่ทานอาหารและห้องนั่งเล่น ทำให้เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วสามารถยกมาทานไปและดูทีวีไปด้วยก็ยังได้ 

    รูปแบบของห้องน้ำในห้อง 43.25 ตร.ม. มีพื้นที่บริเวณ Shower ที่ลึกกว่า ห้องขนาด 38.50 ตร.ม. เล็กน้อยทำให้ห้องดูกว้างกว่า

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (43.25 sq.m.)

    KEY PLAN
    จุดที่ 1 – Kitchen
    จุดที่ 2 – Living room
    จุดที่ 3 – Master bedroom
    จุดที่ 4 – Bathroom 

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

    BUILT-IN

    ชั้นวางของและเครื่องซักผ้า บานกระจกเงา

    ชั้นวางของในห้องน้ำ ตู้บานกระจกเงา และตู้บานไม้ Top อ่างล้างมือเป็นหินอ่อน

    Walk-In Closet

    ตู้เก็บของและตู้เย็น

    ตู้เก็บของในครัว ทั้งแบบบานสวิง ลิ้นชัก และบางยกขึ้น

    SHOW UNIT | 2-BEDROOM : 2B-1 (73.50 sq.m.)

    ห้องนั่งเล่นของห้องขนาด 73.50 ตร.ม. ที่อยู่ติดกับส่วนครัว และพื้นที่ ระเบียงสามารถเดินออกไปได้ บริเวณห้องนั่งเล่น สามารถรองรับคนได้ประมาณ 3-4 คน มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใช้ทำกิจกรรมต่างๆในครอบครัวหรือรับแขกได้อย่างเต็มที่ 

    เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนเข้ามาจะเจอกับทางเดิน Hall Way ในห้องนี้ก่อนซึ่งถูกจัดให้เป็น Walk-In Closet แบบกระจกซีทรู สามารถมองมายังเตียงได้ ทำให้ห้องดูกว้าง โดย ห้อง Master Bedroom นั้นจะอยู่ในสุดเป็นมุมของอาคาร ทำให้ได้รับวิวได้ถึงสองด้าน ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของรูปแบบ 2 ห้องนอนที่อยู่ทั้ง 4 มุมของอาคาร

    Master Bathroom โดยส่วนใหญ่แล้วยังจัดองค์ประกอบเหมือนกับห้องแบบอื่น จะต่างออกไปที่บริเวณอ่างล้างหน้าจะถูกแบ่งเป็น His & Her ให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นและตัวอ่างอาบน้ำที่อยู่ติดริมหน้าต่างกระจก สามารถนอนแช่น้ำไปชมวิวไปได้อย่างสบายๆ 

    ห้องนอน 1 มีขนาดปานกลางเหมาะแก่การพัก 1-2 คน ไม่มี Walk-In Closet แต่จะมีเป็น Build-In ตู้เสื้อผ้า มาให้ ต้องใช้ห้องน้ำแชร์กับภายนอกห้อง ถึงแม้จะไม่ใช่ Master Bedroom แต่ตัวห้องก็ออกแบบมาได้ไม่คับแคบ ยังมีพื้นที่ให้เดินในห้องและใส่โต๊ะทำงานไปเพิ่มก็ยังได้

    หน้าทางเข้าจะเจอกับ ห้องครัวและห้องทานอาหารเป็นส่วนแรก ตรงส่วนของห้องครัวนั้นจะพิเศษกว่าห้อง 1 Bedroom ตรงที่จะมี Island ตรงกลางเพิ่มให้ และหัวเตาจาก 2 จะถูกเพิ่มขึ้นเป็น 4 เตา และแน่นอนว่าขนาดครัวที่ใหญ่ขึ้น พื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งถูกออกแบบซ่อนไว้ด้านหลังของชั้นกระจก และข้อดีของกระจกเงายังมีคุณสมบัติที่สะท้อนกับผนังทำให้ห้องดูกว้างขึ้นมาก

    ห้องน้ำเล็กของห้องขนาด 73.50 ตร.ม. ต่างจากห้องอื่นๆ เพียง ไม่มีอ่างอาบน้ำ แต่โดยรวมยังเหมือนกับห้องอื่นๆในโครงการ

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (43.25 sq.m.)

    KEY PLAN
    จุดที่ 1 – Kitchen
    จุดที่ 2 – Living room 
    จุดที่ 3 – Hall way
    จุดที่ 4 – Bathroom
    จุดที่ 5 – Bedroom 1
    จุดที่ 6 
    – Hall way master
    จุดที่ 7 – Master Bathroom
    จุดที่ 8 – Master Bedroom

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

    BUILT-IN

    ตู้ข้างโต๊ะเครื่องแป้งบานกระจก กรอบอลูมิเนียมสีดำ ใน Master Bedroom

    ตู้เสื้อผ้า กระจก กอบอลูมิเนียมสีดำ ใน Master Bedroom

     

    ตู้เก็บรองเท้าและตู้เก็บของ บานตู้กระจกเงาซ้อนกับไม้

    ชั้นเก็บของ ลิ้นชักและเตาอบ

    ตู้เสื้อผ้าใน Bedroom บานกระจกกรอบอลูมิเนียมขอบดำ

    ตู้เก็บของใต้ Sink ใน Master Bathroom

    SPECIFICATION

    1.เต้ารับแบบสามขา ยี่ห้อ Legrand

    2.สวิตท์ไฟ ยี่ห้อ Schneider

    3.สวิตท์ไฟ แบบปรับระดับ ยี่ห้อ Schneider

    4.เต้ารับแบบสามขา มีฝากันน้ำ (ติดตั้งในห้องน้ำ) ยี่ห้อ Legrand

    5.เต้ารับแบบสามขา และช่องเสียบ USB ยี่ห้อ Legrand

     

     

    1.ประตูระบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Samsung

    2.ช่องมองลอดประตู (ตาแมว)

    3.หน้าต่างบานกระทุ้ง กรอบอลูมิเนียม (ห้องน้ำ)

    4.บานเลื่อนกระจก กรอบอลูมิเนียม บริเวณระเบียง

    5.ตะขอแขวนผ้ารัดม่าน

    6.ราวระเบียงกันตกแบบกระจก กรอบอลูมิเนียม

    7.ผ้าม่านบาง บริเวณประตูระเบียง

    8.บานพับตู้ ยี่ห้อ Blum

    9. Soft Close ช่วยเปิด-ปิดบานตู้แบบมีมอเตอร์

     

     

     

    1.พื้นไม้จริง Dark Oak (ห้องนอน)

    2.พื้นกระเบื้อง Porcelain ลายหินอ่อน(ห้องน้ำ)

    3.พื้นกระเบื้องลายไม้ (ระเบียง)

    4.พื้นกระเบื้อง Porcelain สีขาว (ครัว)

    1.ผนังหินอ่อน Atlantic Grey บริเวณผนังทีวี (73.50 sq.m.)

    2.Laurent Brown 1 ผนัง สำหรับห้องน้ำ Master โซน Shower

    3.ผนังหินอ่อน White Marmara บริเวณผนังทีวี (38.50 sq.m.)

    4.ผนังกระเบื้อง Porcelain ในห้องน้ำ

    5.ดรอปฝ้า ซ่อนไฟด้านใต้

    ุ6. ไฟ LED Down light และ Heat Detector

     

     

     

     

     

    1.โถสุขภัณฑ์แบบ อัตโนมัติ ยี่ห้อ TOTO Washlet

    2.ที่เปิดฝักบัว ยี่ห้อ Gessi

    3.ฝักบัว แบบ Rain Shower ยี่ห้อ Gessi

    4. อ่างล้างหน้า ยี่ห้อ TOTO และ Top หินอ่อน

    5. อ่างล้างมือแบบ  His&Her ยี่ห้อ TOTO และ Top หินอ่อน (เฉพาะ Master Bathroom)

    6.ชั้นวางของ ที่อาบน้ำ

    7.อ่างอาบน้ำ ยี่ห้อ TOTO

    8. ก็อกอ่างอาบน้ำ ยี่ห้อ Gessi

    9. ราวแขวนผ้า อลูมิเนียม ในห้องน้ำ

     

     

     

    1.เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว ยี่ห้อ kuppersbusch (2 ห้องนอน)

    2.เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว ยี่ห้อ kuppersbusch (1 ห้องนอน)

    3.เตาอบ ยี่ห้อ kuppersbusch

    4.เครื่องดูดควัน ยี่ห้อ kuppersbusch

    5.อ่างล้างมือ ยี่ห้อ Franke (1 ห้องนอน)

    6. ตู้เย็น ยี่ห้อ Kuppersbusch

    7. Sink แยก 2 ฝั่ง ยี่ห้อ Franke ( 2 ห้องนอน)

     

     

    PRICE COMPARISON

    The Esse Thonglor

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 36

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 43 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    2–2–0 ไร่

    จำนวนยูนิต
    338 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (330,000 บ. /ตร.ม.)

    The Bangkok Thonglor

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 55

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 31 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–2–94 ไร่

    จำนวนยูนิต
    148 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (370,000 บ. /ตร.ม.)

    Beatniq

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 32

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 35 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–3–69 ไร่

    จำนวนยูนิต
    197 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (300,000 บ. /ตร.ม.)

    KHUN by yoo

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 55

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 27 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–0–0 ไร่

    จำนวนยูนิต
    148 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (350,000 บ. /ตร.ม.)

    Tela Thonglor

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 55

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 33 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–3–63 ไร่

    จำนวนยูนิต
    88 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (310,000 บ. /ตร.ม.)

    Marque Sukhumvit

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 39

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 50 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3–0–0 ไร่

    จำนวนยูนิต
    149 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (320,000 บ. /ตร.ม.)

    Vittorio 39

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท 39

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 28 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–1–16 ไร่

    จำนวนยูนิต
    88 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย
    (350,000 บ. /ตร.ม.)

     

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    ในเรื่องของโครงการต้องยอมรับว่า อยู่ในทำเลที่ดีมาก เนื่องจากติดถนนใหญ่ สุขุมวิท และยังติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสด้วย ถือเป็นทำเลที่เดินทางได้สะดวกมาก เหมาะทั้งเป็นคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยเองหรือซืิ้อเก็บไว้เป็น asset เพราะทำเลติด BTS ทองหล่อนั้นราคามีแต่จะขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่มากมายทั้ง โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์การค้า ร้านอาหาร เป็นต้น

    SPECIFICATION

    สิ่งที่โครงการให้มาเป็น Fully Fitted ซึ่งมีพร้อมมาให้ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวทั้ง Hob Hood Sink ตู้เย็น เตาอบ สุขภัณฑ์ Wallpaper ที่ขนเอายี่ห้อดังๆมารวมกัน ทั้ง Toto, Gessi, Franke, Kuppersbusch, Jim thompson, Schneider, Legrand เป็นต้น ภายในห้องนอนพร้อมด้วยตู้เสื้อผ้า และ Walk-in Closet ที่อยู่ด้านหน้าของห้องน้ำ พร้อมด้วยระบบ Home Automation ที่ควบคุมได้ทั้ง เปิดปิดไฟ ม่าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนภายในห้องตอบรับกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี

    DESIGN

    ในด้านการออกแบบทางโครงการได้ผนึกรวมดีไซน์เนอร์และสถานิกชื่อดังของโลกหลายบริษัท ได้แก่ SOM, TENDAM, SHMA และ DWP มาร่วมกันออกแบบโครงการนี้ให้มีความสวยงาม เรียบง่าย แต่ร่วมสมัย ทั้งการออกแบบภายนอก ภายใน Landscape และการวางผังอาคาร กับ Unit Type ที่มีความโดดเด่น ด้วย Concept แบบไทย เพื่อตอบสนองกับภูมิอากาศในกรุงเทพฯ

    FACILITIES

    เป็นโครงการที่มี Facilities เยอะมาก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ทั้งที่ใช้ส่วนรวม เช่น สระว่ายน้ำ ออนเซ็น ล๊อบบี้ ฟิตเนส เป็นต้น กับส่วนที่ต้องมีการจองก่อนเพื่อใช้งาน เช่น Sky Theatre, Residence Lounge เป็นต้น ตอบรับกับ Lifestyle การใช้ชีวิตแบบ Luxury หรือตอบรับการลงทุนปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติ ในคอนโด The Esse Sukhumvit 36

     

    ORIENTATION AND VIEW

    ทิศทางแดด และ ทิศทางลม

    การวางตัวอาคารด้านแคบตามทิศเหนือและทิศใต้ การวางแกนลักษณะนี้จะทำให้รับแดดทั้งทางด้านตะวันออกและตะวันตก อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่ห้องที่หันทางทิศตะวันตกจะรับแสงแดด แต่ห้องทิศตะวันตกจะไม่ร้อนมากเพราะมีตึกด้านข้างที่มาบังแสงแดดในช่วงบ่ายได้บางส่วน 

    ในอีกมุมเรื่องของลม ซึ่งการคิดถึงในเรื่องของการออกแบบที่เปิดช่องระบายอากาศไม่มีสิ่งกีดขวาง ในช่วงโถงกลางของทุกชั้นทำให้ลมวิ่งระหว่างทิศเหนือ ทิศใต้ได้ดี ความยาวของตัวอาคารที่ไม่ลึกมาก มีส่วนช่วยในการให้การไหลเวียนที่ดีของลม ทำให้ตัวอาคารไม่ร้อน และโถงลิฟต์ก็ไม่อบอีกด้วย 

    มุมมองของห้องชุดพักอาศัย

    หากพูดถึงมุมมองของตัวอาคารแล้ว ส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งเป็นห้องชุด 1 bedroom เป็นส่วนใหญ่ โดยห้องทางทิศตะวันออกจะได้เปรียบในเรื่องมุมมองที่เปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงบังสายตา ได้รับแดดเช้าเต็มที่ เหมาะสำหรับคนชอบตื่นเช้า ส่วนห้องทางทิศตะวันตก เนื่องจากมีโครงการคอนโดมิเนี่ยม แต่ส่วนของห้องทางทิศนี้ ไม่ได้ถูกบังวิว เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารสูงเพียง 11 ชั้น และยังได้วิวของสระว่ายน้ำของโครงการฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

    สำหรับห้องชุดที่มองว่ามุมดีที่สุดในอาคารเห็นจะเป็นห้องขนาด 2 ห้องนอนที่อยู่ทางทิศเหนือ และทิศใต้ของอาคาร เพราะเป็นห้องหัวมุมด้วยซึ่งถือว่าไม่มีส่วนไหนที่ถูกบล๊อควิวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะห้องทางทิศเหนือซึ่แน่นอนว่าจะไม่มีโครงการขึ้นมาบังวิวเพราะว่า เป็นถนนสุขุมวิทและมีสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งสูงเพียง 4 ชั้นของตัวอาคาร จึงไม่โดนบังหรือเสียเรื่องของความเป็นส่วนตัว ในส่วนของห้องทางทิศใต้ เป็นมุมมองของบ้านและอาคารที่ไม่สูงเป็นส่วนใหญ่ มองว่ายังไม่มีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาเป็นโครงการใดๆ

    RECOMMENDATION

    สำหรับห้องชุดที่ดีที่สุดของโครงการ ยกให้เป็นห้องหัวมุมหน้าโครงการที่ได้ทั้งทิศเหนือและทิศตะวันออก ไหนจะได้วิวถนนทองหล่ออีกด้วย รองลงมาเป็นห้องทางทิศตะวันออกที่ได้แสงเช้าที่ไม่ร้อนมากและเป็นที่ดินส่วนบุคคลไม่มีอาคารสูงบัง

    จริงแล้วห้องทางทิศตะวันตกและทิศใต้แม้ว่าช่วงบ่ายแดดจะร้อน เป็นบางช่วง แต่มุมมองวิวไม่ได้โดนบล๊อคทั้งหมด ในตอนกลางคืนวิวทางทิศตะวันตกจะได้เห็นวิวเมืองที่สวยงาม ถือว่ายังได้ความ Exclusive ไม่แพ้ห้องในมุมอื่นๆครับ

  • NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42

    คอนโดสูง 8 ชั้น ใจกลางสุขุมวิท ใกล้ BTS เอกมัยเพียง 350 ม. 

    โครงการ NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42 เป็นคอนโด Low Rise ตัวใหม่จากดีเวลอปเปอร์เจ้าดังอย่าง Noble ทำที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม High Rise และ Low Rise มาหลายโครงการ

    เคยทำแบรนด์ NOBLE AMBIECE  ที่สารสินมาก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จ ขายได้หมดไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดเปิดตัวโครงการ NOBLE AMBIECE  สุขุมวิท 42 ใกล้ BTS เอกมัยเพียง
    350 ม. เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้่นในย่านเอกมัย

    โดยมีแนวความคิดดีไซน์แบบ LAGOM  เน้นเรียบง่าย ลดทอนสิ่งเกินจำเป็น โทนสีขาวอ่อนๆ ธรรมชาติสบายตาทำให้ห้องดูโปร่งโล่งและกว้างขวาง

    รวมทั้งความพิเศษของโครงการที่ไม่เคยมีมาก่อนของ Noble คือการทำระเบียงยื่นออกมาพิเศษเป็น Living Area Out Door ของห้อง รวมทั้งการแบ่งสัดส่วนการใช้งานของห้องอย่างลงตัว ตกแต่งแบบ Fully-Furnished เริ่มต้นที่ 3.59 ลบ.

     

     

    ดีไซน์เรียบง่าย สบายตา เต็มที่ทุกฟังก์ชั่น แบบ LAGOM

    คอนเซ็ปต์การออกแบบ
    สไตล์ LAGOM มาจาก ปรัชญาสุขแบบสเเกนดิเนเวียน หรือ ความพอดี ไม่มาก
    ไม่น้อยเกินไป

    เน้นความเรียบง่าย ลดทอนสิ่งที่เกินจำเป็น แต่ยังคงคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้สอยครบถ้วนในชีวิตประจำวัน

    ตัวห้องออกแบบโทนอ่อนสบายตา สีขาวเป็นหลัก ตัวหน้าต่างบานยาวจรดถึงเพดานทำให้รับเเสงเข้ามาในห้องอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ห้องดูโปร่งโล่งและกว้างสบายตาในการพักผ่อน

    รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ พื้น ผนังของห้องใช้โทนสีธรรมชาติ ให้เข้ากับบรรยากาศ  นิ่งเรียบและเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนเมื่ออยู่ในห้อง

     

     

    350 ม. ถึง BTS เอกมัย และ ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานคร

    ทำเลโครงการอยู่ในระยะการเดินขึ้นรถไฟฟ้าไม่เหนื่อย และ ขับรถเดินทางสะดวกขึ้นทางด่วน เข้า-ออกเมืองได้เลย

    ซึ่งคอนโดอยู่ใกล้ BTS สถานีเอกมัยสายสีเขียวอ่อน เชื่อมย่านออฟฟิศในเมืองสะดวก อย่างอโศก ชิดลม เดินทางประมาณ
    350 ม. อยู่ในระยะคนเดินสบาย ไม่เหนื่อยไม่ไกลจนเกินไป

    และโครงการอยู่ใน ซ.สุขใจ เป็นถนน Two-way เชื่อมระหว่าง ถ.สุขุมวิท 40 และ 42 ซึ่งเป็นถนน One-Way สามารถเลือกออกได้ทั้งสองทางสู่ ถ.พระราม 4 และ ถ.สุขุมวิท

    หรือ เดินทางเข้า-ออกเมืองขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร บน ถ.อาจณรงค์ได้เลย(นับระยะทางจากโครงการประมาณ 2.7 กม.)

     

     

    ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ห้าง รพ. รร. และ อยู่หลังเกตเวย์ เอกมัย!

    ทำเลใกล้ย่านทองหล่อ เอกมัย ซึ่งเป็นย่านกิน ย่านบันเทิงของเมือง พื้นที่รอบข้างจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร มากมาย อย่าง ซ.สุขุมวิท 63 เป็นซอยที่มี ร้านอาหาร หรือ Street Food เป็นเเนวยาว ค่อนข้างคึกคักพอสมควร

    นอกจากนี้ ยังหลายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอย่าง โรงพยาบาล และ โรงเรียน ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งรัฐบาล เอกชน หรือ แบบอินเตอร์ ค่อนข้างมีทางเลือกหลากหลายทีเดียว

     

    PRICE COMPARISON

    สำรวจตลาดคอนโด Low Rise ในพื้นที่โดยรอบ แถวย่านเอกมัย-ทองหล่อ ส่วนมากเป็นโครงการพึ่งเปิดใหม่ อยู่ในช่วงก่อสร้างสร้าง หรือ บางโครงการยังล้อมรั้วไม่ได้สร้างโครงการก็มีเช่นกัน โดยรวมตกราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม. อยู่ประมาณ 150,000 บ./ตร.ม.

    เมื่อเปรียบเทียบราคากับทำเลของแต่ละโครงการ พบว่าคอนโด NOBLE AMBIENCE อยู่ในช่วงราคากลางๆ เมื่อเทียบกับโครงการอื่น ไม่ได้สูงมากหรือน้อยเกินไปและราคาค่อนข้างถูกกว่าคอนโดอื่นที่อยู่ติดกับ BTS ซึ่งทำเลระยะทางการเดินไป BTS ใกล้เคียงกัน รวมทั้งบางโครงการอยู่ในซอยลึกและราคาเเพงกว่า ค่อนข้างไกลในการเดินไปสถานี BTS ด้วย

     

    PRODUCT

    FACT

    Project Name : NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42
    Developer : Noble Development
    Type :
     Low Rise Condominium
    Location : ซ.สุขุมวิท 42 (ซ.สุขใจ)  เขตคลองเตย
    Land area : 2ไร่

    Total Building : 2 อาคาร
    Total Floor : 8 ชั้น
    Total Units :
     259 ยูนิต

    Type Unit :
    1-ฺBedroom (225 ยูนิต) – 25.2-41.5 ตร.ม.

    2-Bedroom (34 ยูนิต)   – 42.8-61.2 ตร.ม.
    Facilities : สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ,Glass House Fitness, Private Garden, Lobby
    Parking : 50% (รวมซ้อนคัน)
    Expected Completion  : 2563
    Starting Price : 3.59 ลบ.
    Average Price : 144,000 บ./ตร.ม.

     

    SURROUNDING

    เนื่องจากถนนหน้าโครงการค่อนข้างเล็ก จึงสร้างตึกสูงไม่ค่อยได้

    ข้อดีคือ สภาพเเวดล้อมรอบข้างส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้นจึงไม่มีตึกสูงบดบังวิวในโครงการ

    ซึ่งหาทำเลแบบนี้ไม่ค่อยมีมากนักอยู่ในเมืองและยังติดกับย่านทองหล่อ-เอกมัย และใกล้ BTS

    รวมทั้งสภาพชุมชนรอบข้างค่อนข้างดีมีฐานะพอสมควร และ เงียบสงบ ไม่ค่อยเปลี่ยวมากนัก(ถ้าเดินมาจาก ซ.สุขุมวิท 42 คอนโด สำนักงานขึ้นเยอะตามแนวถนน มีรถวิ่งผ่านตลอด คนเดินผ่านบ่อยและมีทางเท้าเดินสบาย)

    ทั้งนี้ยังใกล้กับแหล่งห้างและร้านอาหาร หลัง Gateway เอกมัย ประมาณ 300 ม.หรือร้านอาหาร Street Food ในซอยโครงการ

     

     

    Private Garden & Pool มุมสงบของโครงการ

    พื้นที่ส่วนกลางยังคงเน้นความสงบ เรียบง่ายตามแนวคิดของโครงการ ด้วยพื้นที่สวนสีเขียวเกือบครึ่งไร่ ติดกับสระว่ายน้ำแนวยาวไปถึงอาคารอีกฝั่ง ตัวล็อบบี้มีฟิตเนสอยู่ชั้นบนวิวพาโนรามาเห็นสวนสีเขียวและสระว่ายน้ำ สบายตา

    ทั้งนี้ยังเป็นจุดชมวิวของทุกห้องในคอนโด เพื่อสร้างบรรยากาศความร่มรื่น สัมผัสกับธรรมชาติใกล้ตัวในห้องมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพื้นที่จอดรถของโครงการจะอยู่ชั้นใต้ดินของอาคาร A ทั้งหมด

    Private Garden ขนาด 20×30 ตร.ม. และ Swimming Pool ระบบน้ำเกลือแยกสระเด็กและผู้ใหญ่ ขนาด20×5 ม.

    อาคารส่วนกลางของพื้นที่ ชั้นล่างเป็น Lobby ข้างบนเป็นฟิตเนส

    ฟิตเนสวิวพาโนรามาสระว่ายน้ำและสวนของโครงการ

    พื้นที่ภายใน Lobby รับวิวสระว่ายน้ำและสวนของโครงการ

     

     

    MASTEREPLAN

    โครงการมีจำนวน 2 อาคาร A และ B โดยพื้นที่จอดรถทั้งหมดจะอยู่ในอาคาร A แต่ลิฟท์อาคาร B สามารถเข้าไปที่ชั้นจอดรถได้เลย รวมทั้งติดกับอาคาร Lobby ด้วย

    วิเคราะห์ลม-แดด

    การวางอาคารมีบางส่วนที่อยู่ในการเคลื่อนที่และขวางทิศทางของแดดและลม  ทั้งนี้ห้องที่โดนแดดมากที่สุดจะอยู่ทางทิศตะวันตกเพราะโดนแดดกระทบในช่วงบ่าย รองลงมาคือ ทิศใต้ และ ทิศตะวันออกรองลงมาจะได้รับแดดในช่วงเที่ยงกับบ่าย

    แต่ทุกห้องทั้งหมดได้ลมผ่านทั่วถึงอาจจะมีหัวมุมทิศตะวันออกกับตกได้ลมแรงมากกว่า เนื่องจากทิศทางการเคลื่อนที่ของลมมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ กับ ตะวันออกเฉียงเหนือ

    วิเคราะห์วิวในโครงการ

    วิวโดยรอบส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัยอาคาร 2 ชั้น จึงไม่ถูกบล็อควิวโดยตรงจากจากทุกด้าน แต่ในอนาคตอาจจะมีการก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาได้แต่คงไม่ใช้ตึกสูง เพราะถนนหน้าโครงการค่อนข้างเล็ก ไม่สามารถขึ้นสูงได้เยอะ

    ทั้งนี้วิวที่ดีที่สุดจึงตัดสินจากวิวในโครงการ เพราะมีพื้นที่สีเขียวและสระว่ายน้ำ ซึ่งช่วยสร้างวิวที่ดีให้กับห้อง เงียบสงบและสบายตา เเละได้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวธรรมชาติอย่างเต็มที่ จึงเป็นห้องที่หันเข้าหาสวนเเละสระว่ายน้ำ ทิศเหนืออาคาร A และ ทิศตะวันตกอาคาร B

     

     

    UNIT TYPE

    ขนาดห้อง 2-Bedroom และการออกแบบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำงานในเมืองกลับบ้านมาพักผ่อน อาจจะเหมาะเเก่ผู้อาศัยอยู่สบายเป็นคู่ หรือ ครอบครัวเดี่ยวประมาณ 3-4 คน

    ซึ่งพื้นที่ถูกออกแบบเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว คำนึงถึงความเรียบง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน สามารถสร้างผนังกั้นเป็นห้องแยกส่วนตัวกับสาธารณะได้เลย รวมทั้งห้องน้ำที่คิดเผื่อส่วนตัวเเละส่วนรวมเอาไว้อย่างพอดี 

    ที่น่าสนใจคือ ทุกห้องได้ระเบียงรับวิวหมด ซึ่งทำให้ห้องได้รับแสงเข้ามาอย่างเต็มที่และทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง กว้างขวางมากขึ้น

     

     

    2-Bedroom 58 ตร.ม.

    LIVING ROOM

    จุดเด่นของห้อง คือการใช้หน้าต่างบานยาว ให้แสงเเดดเข้ามาในตัวห้องได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเปิดวิวด้านนอกอย่าง สวนหรือวิวเมือง ได้อย่างจุใจ  ช่วยทำให้ห้องโปร่งโล่งดูกว้างขวาง และ ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

    พื้นที่ภายในห้องออกแบบสัดส่วนการใช้งานได้อย่างครบถ้วนในการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างส่วนทานข้าว  ทำครัว นั่งเล่นและทำงาน ได้อย่างลงตัว

    แต่ห้องที่ได้จะเป็นกำแพงทึบแทนบานเลื่อนกระจกกลางห้อง ข้อดีคือกันเสียง ส่วนตัวมากขึ้น แต่ถ้าไม่เอากำเเพงสามารถบอกโครงการทุบออกได้ ซึ่งก็จะได้ความโล่งโปร่ง และ ทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้นแทน

    ห้องสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์การตกเเต่งตามความชอบของผู้อาศัยได้ง่าย

    โดยสามารถสร้างเชื่อมต่อพื้นที่เป็นห้องรวมหรือแบ่งแยกห้องเพื่อความส่วนตัวมากขึ้นก็ได้ แต่ยังคงได้หน้าต่างรับเเสงเข้าถึงทุกพื้นที่อยู่ทั้งสองส่วนที่แบ่งกัน

    ไฮไลต์พิเศษของโครงการคือ ระเบียง จะมีบางห้องที่มีขนาดพื้นที่ระเบียงเยอะกว่าห้องอื่น สามารถเป็น Living Area นั่งเล่นนอกห้องชิวๆชมวิวด้านนอกได้เลย

    และให้ต้นไม้ยืนต้นปลูกข้างระเบียง เพื่อสร้างบรรยากาศใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นในห้อง ซึ่งถือว่าเป็นโครงการแรกที่
    โนเบิลไม่เคยทำระเบียงแบบนี้มาก่อนกับโครงการไหนในเลย

    Bedroom

    การออกแบบห้องนอนเน้นเรียบง่าย โทนสีอ่อนให้ความรู้สึกอบอุ่น เน้นนอนหลับพักผ่อน สบายตาหลังจากเหนื่อยจากการทำงาน

    ด้วยโทนสีผนังและพื้นไม้ ใช้หน้าต่างบานยาวในห้องเพื่อรับเเสงเข้ามาได้มากขึ้น

    ในทางเดียวกันสามารถเปิดรับวิวจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่ ตัวห้องสามารถใส่เตียงไซส์ควีนไซส์ได้สบาย

    เเละเหลือพื้นที่ทางเดินภายในห้องไม่อึดอัดและมีพื้นที่วางเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก ได้อย่างพอดี เช่น โต๊ะเล็กข้างที่นอน

     

    KITCHEN

    ห้องครัวจะอยู่ใกล้ประตูทางเข้าห้อง หยิบจับใช้สอยคล่องมือสะดวกสำหรับคนชอบเร่งรีบในการทำงาน

    พื้นที่ค่อนข้างแบ่งเป็นสัดส่วนการใช้งานได้อย่างลงตัว ด้านหน้าเป็นโต๊ะรับประทานอาหารเเละอยู่ใกล้กับห้องน้ำ

    ซึ่งเชื่อมกับส่วนรับแขกและส่วนทำงานของห้อง เดินใช้สอยสะดวกไม่ซับซ้อน

    พื้นที่ครัวเหมาะสำหรับทำอาหารกินเองง่ายๆ หรือ อุ่นอาหารทานได้ในเเต่ละวัน เพราะมีพื้นที่ทำกับข้าวขนาดเล็ก ที่วางไม่โครเวฟ กาน้ำร้อน และ ที่วางตู้เย็นขนาดกลาง พร้อมซิงค์ล้างจาน พอดีในการทำครัวในชีวิตประจำวัน

    BATHROOM

    ขนาดห้องน้ำค่อนข้างสบายตัวไม่อึดอัดจนเกินไป เน้นอาบน้ำและเเต่งตัวได้ภายในห้อง

    แบ่งโซนการใช้งานส่วนเปียกและส่วนเเห้งแยกกันระหว่างส่วนอาบน้ำกับส่วนชักโครก กั้นกลางด้วยส่วนล้างมือ

    ซึ่งทางโครงการได้ให้ชุดสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Kasch
    ก๊อกน้ำยี่ห้อ Grohe จะมีห้องแบบ 2 bedroom ได้ Rain Shower และ ผนังกั้นอาบน้ำแบบ Tempered Glass

    กั้นส่วนเเห้งกับส่วนเปียกในห้องไม่ให้เปียกพื้น เลอะเทอะง่าย เเละ เดินระบบน้ำร้อนให้ภายในห้องอีกด้วย

     

    BUILT-IN

    การตกแต่งที่โครงการให้มาเป็นแบบ Fully-Furnished
    ทั้งห้องแบบ 1-Bedroom และ 2-Bedroom ซึ่งจะได้
    เฟอร์นิเจอร์เเถมมาด้วย คือ โต๊ะทานข้าว,โต๊ะกาแฟ,โซฟา และ ฐานเตียงขนาด 5.5 ฟุต สำหรับ 1 Bedroom และขนาด 3.5 ฟุต สำหรับ 2 Bedroom

    และ Built-In เสื้อผ้า,ชุดครัวสำเร็จรูป ,สุขภัณฑ์ห้องน้ำยี่ห้อ Kasch ก๊อกน้ำยี่ห้อ Grohe จะมี 2 bedroom ได้ Rain Shower และ ผนังกั้นอาบน้ำ Tempered Glass,เครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อ Daikin 9,000-18,000 BTU เเละ เดินระบบน้ำร้อนให้ภายในห้องอีกด้วย

    Built-In ตู้เสื้อผ้าและเคาน์เตอร์ครัว

    โดยตู้เสื้อผ้า Build-in ผิวหน้า Top laminate สีขาวด้าน ภายในตู้ปิดผิวเมลามีน หรือ เทียบเท่า พร้อมชุดไฟส่องสว่าง

    ชุดครัวสำเร็จรูป มี ตู้ครัวสำเร็จรูป หน้าบานปิดผิว Laminate , ท็อปครัวหินสังเคราะห์ สีขาว , ผนังกันเปื้อน ,Hob&Hood และอ่างล้างจานยี่ห้อ Mex

     

    SALES GALLERY

    ทั้งหมดที่เล่าก่อนหน้านี้ บอกได้เลยว่าเป็นเพียงแค่ส่วนนึงเท่านั้น เรียกได้ว่าใครที่ชอบแนวสไตล์ Minimalism เรียบง่าย แต่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานครบถ้วน แถมทำเลยังใกล้ BTS เอกมัย ย่านที่อยู่อาศัยเงียบสงบในเมืองหลวง

    คอนโด NOBLE AMBIENCE อาจจะเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ น่าลองพิจารณาดูเหมือนกัน

    สามารถเข้าไปดูตัวอย่างห้องหรือรายละเอียดเพิ่มเติมพิเศษมากมายใน Sales Gallery ได้ที่คอนโด NOBLE REMIX สุขุมวิท 36 ติด BTS ทองหล่อ อยู่ด้านในสุดของอาคาร เปิด 9.30 – 18.00 น.

    พิเศษโปรโมชั่น รับส่วนลด 100,000 บ. เมื่อลงทะเบียนรับส่วนลดออนไลน์คลิก  NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42

     

     

    สรุปทุกประเด็นของ NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42

    ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างทำให้โครงการ NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42  มีความโดดเด่น เเละน่าสนใจในเรื่องดังต่อไปนี้

    เดินทางง่ายทั้ง BTS และ ขับรถเข้า-ออกเมืองสะดวก

    เรียกว่าเป็นจุดเด่นของโครงการ ทำเลอยู่ในระยะเดินขึ้น BTS สถานีเอกมัยเพียง 350 ม. ระยะคนเดินสบายไม่เหนื่อย และ ขับรถขึ้นทางด่วน เฉลิมมหานครบน ถ.อาจณรงค์ เข้า-ออกเมืองได้เลย(นับระยะทางจากโครงการประมาณ 2.7 กม.)

    รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

    โครงการอยู่ในย่านเอกมัย ย่านกินดื่ม คึกคักของคนกรุงเทพฯ สภาพเเวดล้อมรอบข้างจึงมากมายด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนทั้งรัฐบาล เอกชน หรือ อินเตอร์ ซึ่งค่อนข้างมีทางเหลือกหลาหลายทีเดียว รวมทั้งยังใกล้กับย่านอโศก ทองหล่อ ย่านทำงานของกรุงเทพฯอีกด้วย

    ราคาดีกว่าโครงการอื่นโดยรอบและใกล้ BTS เหมือนกัน

    โครงการราคาดีเอื้อมถึงได้ ซื้อง่าย ขายคล่อง อยู่ในทำเดินไม่ไกลเเละไม่เปลี่ยว ซึ่งหายากในทำเลเมืองแบบนี้ เมื่อเทียบกับโครงการอื่นที่มีราคาเเพงและอยู่ใกล้ BTS เหมือกัน  หรือบางโครงการที่อยู่ในซอยลึก ระยะทางเดินไป BTS ค่อนข้างไกลมากทีเดียว

    การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ครบถ้วน

    เน้นเรียบง่าย โทนสีอ่อน ใช้เฟอน์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ค่อนข้างครบถ้วนในกิจวัตรประจำวัน ทั้งส่วนรับเเขก ส่วนครัว ทานข้าว ทำงาน เหมาะสำหรับคนชอบความไม่เยอะ โทนสีสบายตา ชอบสไตล์ Minimalism และใกล้ชิดกับความสงบของธรรมชาติของวิวในโครงการ

     

    สรุป โครงการนี้เหมาะแก่คนทำงานในโซนสุขุมวิท ชาวต่างชาติมาพักอาศัย หรือ นักลงทุนมาอยู่เอง ด้วยทำเลที่สงบส่วนตัวแบบ Low Rise แต่อยู่ในเมืองใกล้ย่านสำนักงาน หลายล้อมด้วยสิ่งเเวดล้อมอุดมสมบูรณ์ครบครัน

    และคนที่ชื่นชอบห้องสไตล์เรียบง่าย น้อยเเต่พอดี และตอบโจทย์การใช้งานในช่ีวิตประจำวัน คอนโด NOBLE AMBIENCE สุขุมวิท 42 เป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจในการอยู่อาศัยหรือเก็บลงทุน

     

     

  • THE PRIVACY พระราม 9

    คอนโดราคากันเอง แต่งครบ เฟอร์เต็ม 

    ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2560 พฤกษา สามารถครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) คอนโดมิเนียมใน Segment ระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของพฤกษา สูงสุดเป็นอันดับ 1

    ผลจากความสำเร็จนี้จึงทำให้มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ The Privacy ซึ่งเดิมทีแบรนด์นี้เคยเป็น Low Rise Condo มาก่อนและเพิ่ง Re-Positioning แบรนด์ใหม่ เป็นแบบ High Rise Condo ล่าสุด 2 ตัวค่ือ The Privacy ท่าพระ Interchange และ The Privacy พระราม 9 ซึ่งมีรูปแบบและภาพลักษณ์แบรนด์ที่คล้ายคลึงกับ The Tree สุุขุมวิท 71-เอกมัยในเครือเดียวกันที่อยู่บริเวณพื้นที่ข้างเคียง

    The Privacy ออกแบบภายใต้แนวคิด “Compose Your Moments สร้างโลกที่น่าหลงใหลในแบบคุณ” เน้นลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ช่วงอายุประมาณ 25-35 ปี ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีสไตล์เฉพาะตัว และการออกแบบที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Smart Product) ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครันและหลากหลายที่ให้มาค่อนข้างมากกว่าในคอนโดระดับราคาเดียวกัน

    และยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการอยู่อาศัย ตอบรับกับ Lifestyle ยุคดิจิตอล บนทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาที่เข้าถึงได้คือราคาเริ่มต้นประมาณ 2-3 ลบ.

     

    FACT SHEET

    ที่ตั้ง : ถนนรามคำแหง ติดรามคำแหง ซ.2 แขวง สวนหลวง เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร 
    ลักษณะโครงการ : อาคารที่พักอาศัยสูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 
    พื้นที่โครงการ: 4-2-60.6 ไร่
    จำนวนยูนิต : 877 ยูนิต, ร้านค้า 6 ยูนิต
    แบบห้อง :
    – 1 ห้องนอน ขนาด 75 ตร.ม.  

    – 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. 
    – 1 Bed Plus ขนาด 50 ตร.ม.       
    – 2 ห้องชุดรวมกัน ขนาด 46 ตร.ม.    
    จำนวนที่จอดรถ : 40% รวมจอดซ้อนคัน
    กำหนดการสร้างเสร็จ : พ.ย. 2562

    FACILITIES

    ชั้น 1 : Lobby, Living Lounge, Basketball court,Garden
    ชั้น 1-4 : Parking
    ชั้น 5 :  30 Meters Swimming Pool,Star Pool and Terrace, Pool Lounge,Workout space ,Jogging Track,Garden,Game room,Play space,Movie room
    ชั้น 29 : The Sky space
    ชั้น 30 :  Privacy Lounge,Sky Lounge,The Sky space

    PRICE

    – ค่าส่วนกลาง 42 บาท/ตร.ม./เดือน
    – เงินกองทุน 500 บาท / ตร.ม.

    เริ่มต้น 1.79 ลบ. (90,000 บ./ตรม.)

     

    10 นาทีถึงทองหล่อ 4 สถานีถึงสุวรรณภูมิ เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก

    โครงการมีทำเลอยู่ระหว่างในเมืองกับนอกเมืองรวมทั้งใกล้รถไฟฟ้า ถนนเส้นหลักและทางด่วน ที่สามารถเดินทางได้หลายทางเลือกเข้าและออกเมืองได้อย่างสะดวก อยู่ใกล้ทองหล่อ-เอกมัยแหล่ง Hang Out ช๊อป ชิม ชิล 24 ชั่วโมงของคนเมืองเพียง 10-15 นาทีถึงหากรถไม่ติด 

    สามารถเดินทางไปทำงานใจกลางเมืองก็สะดวก ใกล้ New CBD พระราม 9 และสามารถเดินทางผ่าน ARL เข้าเมืองหรือไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 2 สถานี นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า รพ. สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน

    – 6 กม. ถึงเอกมัย
    – 2 กม. ถึงทองหล่อ
    – 250 เมตร จาก Airport Rail Link
    – 1 สถานีถึงอโศก
    – 3 สถานีถึงพญาไท

    – 4 สถานีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
    – ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีหน้า The Mall รามคำแหง ประมาณ 1 กม.
    – ใกล้ทางด่วน 3 สาย ทางด่วนเข้าเมือง, ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ Motorway ชลบุรี

    ราคาเริ่มต้นถูกสุดในย่านพระราม 9 ณ ปัจจุบัน

    จากการสำรวจราคาขายเริ่มต้นของคอนโดบริเวณ 4 แยกพระราม 9 ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีโครงการของพฤกษากว่า 3 โครงการอย่าง The Tree สุขุมวิท71-เอกมัย,Plum Condo รามคำแหง สเตชั่น

    และล่าสุดคือ The Privacy พระราม 9 ซึ่งพบว่าตัว โครงการ The Privacy พระราม 9 เป็นคอนโดใหม่ล่าสุด ที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุด ณ ปัจจุบันคือ 1.79 ลบ. (ต.ค. 60)

     

    พื้นที่ส่วนกลางให้มาเยอะและหลากหลายเมื่อเทียบระดับราคาเดียวกัน

    ชั้น 1

    : Double Volume Lobby,Shop ร้านค้าจำนวน 6 ยูนิต รวมถึงมี 7- Eleven มาเปิดเมื่อโครงการสร้างเสร็จ,Living Lounge,Basketball court,Garden

    “Space ส่งเสริมการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อนอย่าง Basketball Court และสวนหย่อม”

    ชั้น 5 

    :  30 Meters Swimming Pool,Star Pool and Terrace,Pool Lounge,Workout Space,Jogging Track, Garden,Game Room,Play Space,Movie Room

    “Star Pool  กับ Gimmick ที่คล้ายคลึงกับ The Privacy ท่าพระ ว่ายน้ำท่ามกลางดวงดาวในสระยาวกว่า 30 ม. พร้อม  Terrace ไว้นั่งพิงให้อารมณ์เหมือนทำสปา   Workout Space ออกกำลังกายพร้อมเห็นวิวเมืองและ  Space ส่งเสริมกิจกรรมร่วมกันอย่าง Game Room,Play Space,Movie Room”

    ชั้น 29 

    : Roof Top Garden

    “The Sky Space สวนลอยฟ้า อยู่ชั้นสูงก็เข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ พร้อมวิวเมืองพาโนราม่า”

    ชั้น 30 

    :  Privacy Lounge , Sky Lounge,  The Sky Space

    “ประชุม ทำงาน นั่งพูดคุยแบบส่วนตัวกับวิวเมืองมุมสูงที่ Privacy Lounge”

     

    DIGITAL TECHNOLOGY สะดวกสบายและล้ำสมัย

    โครงการได้นำ Digital Technology มาใช้เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคสมัยใหม่ของคนเมือง อาทิ ระบบ Smart Access System จะสร้างเสริมความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากยิ่งขึ้น

    และอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกโครงการ แจ้งข่าวสาร และบริการต่างๆหลังการขาย อย่างง่ายดายผ่าน Mobile Application

     

    ซื้อเก็งกำไร ต้องเลือกห้องให้ดี!

    4 แยกพระราม 9-รามคำแหง เป็นสี่แยกที่โครงการคอนโดใหม่เกิดขึ้นเยอะ เพราะจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้ามาในอนาคต ทำให้มีคู่แข่งมากซึ่งเป็นทั้งผลดีและผลเสียให้มีการแข่งกันเรื่องราคาที่ถูกลง แต่ในทางเดียวกันนั้น อาจทำให้เกิด Over Supply แห่กันซื้อใบจองมาขาย จนล้นตลาด

    ข้อได้เปรียบของโครงการ The Privacy พระราม 9 คือ สามารถเดินทางได้ทั้ง ARL ที่มีอยู่แล้วและราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่า ซึ่งนอกเหนือจากการเลือกราคาคอนโดที่ราคาถูกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงรูปแบบและคุณภาพห้องที่คนน่าจะมาซื้อหรือเช่าต่ออีกด้วย

     

    UNIT TYPE ทุกห้องแต่งครบพร้อมอยู่ แบบ FULLY FURNISHED

    22.75 ตร.ม.  ห้องเน้นใช้งานจริง ฟังก์ชั่นครบ มีหลายวิวให้เลือก

    1 ห้องนอนขนาด 22.75 ตร.ม. : 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished แต่งครบให้ เตียงนอน 5 ฟุต (ไม่รวมที่นอน),ตู้เสื้อผ้า,ชั้นวางทีวี,โซฟา,ชุดครัวพร้อมเตาและเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ MEX หรือเทียบเท่า,แอร์ติดตั้งที่ห้องนอนขนาด 9,000 BTU ยี่ห้อ DAIKIN หรือเทียบเท่า,โต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้ทานข้าวและสุขภัณฑ์ยี่ห้อ COTTO หรือเทียบเท่า

    “ฟังก์ชั่นลงตัว ครบครัน พร้อมเข้าอยู่ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยคนเดียว มียูนิตให้เลือกหลายตำแหน่งในโครงการ”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะสำหรับซื้ออยู่อาศัย 1-2 คน มีให้เลือกทุกวิวและราคาของห้อง 22.75 ตร.ม. ต่อตารางเมตร จะถูกกว่าห้องขนาด 26.25 ตารางเมตร และ 37.5 ตร.ม. ในชั้นเดียวกัน

    ถ้าซื้อไว้ลงทุนปล่อยเช่าให้คนทำงานหรือนักศึกษาที่อยู่คนเดียว ราคาค่าเช่าประมาณ 12,000 บาท/เดือน Return Yield (ผลตอบแทนจากการลงทุน)  6% (คำนวณจาก Rate ค่าเช่าปัจจุบันในละแวกนี้)

     

    26.25 ตร.ม.  ห้องเป็นสัดส่วน ส่วนตัวมากขึ้น ทุกห้องร่มทั้งปี

    1 ห้องนอนขนาด 26.25 ตร.ม. : 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัว ที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น

    “มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว เป็น TYPE ที่อยู่ในทิศเหนือทุกยูนิตทำให้แดดไม่ร้อน”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะกับการลงทุน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซื้อไว้อยู่เองระยะสั้น อยู่อาศัยได้ 1-2 คนและอาจขายต่อ ซึี่งเป็นห้องที่หันหน้าไปทางทิศเหนือทำให้ไม่ร้อน

    เห็นวิวทางด่วน และ ถนนพระราม 9 รามคำแหง มีจำนวนน้อยแค่ 20% ของโครงการ จึงมีผู้ให้ความสนใจมาก  คาดว่าปล่อยเช่าได้ประมาณ 15,000 บาท/เดือน Return Yield (ผลตอบแทนจากการลงทุน)  6% (คำนวณจาก Rate ค่าเช่าปัจจุบันในละแวกนี้)

     

    37.50 ตร.ม.  ห้องวิวสวย MULTIPURPOSE ROOM ปรับเปลี่ยนตาม LIFESTYLE

    2 ห้องนอนขนาด 37.50 ตร.ม. : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัวที่ห้องนอน และ 12,000 BTU 1 ตัวที่ห้องนั่งเล่นและตู้เก็บของสูงจรดฝ้าไว้สามารถใส่เครื่องซักผ้าภายในได้

    “ห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรืออื่นๆได้ พื้นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว”

    เหมาะกับผู้ต้องการห้องแบบ 2 ห้องนอนที่ต้องการเริ่มครอบครัวขนาดเล็ก ที่มีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอน ซึ่งห้องนอนเล็กอาจประยุกต์เป็นห้องอเนกประสงค์อย่างห้องแต่งตัว ห้องทำงานก็ได้ อยู่ในตำเหน่งเห็นวิวสวยมีให้เลือกทั้งวิวสระว่ายน้ำและวิวทางด่วน ถนนพระราม 9 -รามคำแหง

     

    46 ตร.ม.  ห้องขนาดครอบครัว เน้นอยู่อาศัยระยะยาว

    2 ห้องนอนขนาด 46 ตร.ม. : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัวที่ห้องนอน และ 12,000 BTU 1 ตัวที่ห้องนั่งเล่นและตู้เก็บของสูงจรดฝ้าไว้สามารถใส่เครื่องซักผ้าภายในได้

    “ห้องขนาดเริ่มต้นครอบครัวขนาดเล็ก ห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรืออื่นๆได้ พื้นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวหรือคู่แต่งงานที่วางแผนมีลูก ซึ่งห้องนี้ยังมีราคาต่อตารางเมตรถูกกว่าห้องแบบอื่นในชั้นเดียวกัน

     

    สรุปทุกประเด็นของ THE PRIVACY พระราม 9

    ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างหลายประการทำให้โครงการ The Privacy พระราม 9 มีความโดดเด่น คุ้มค่า เเละน่าสนใจในเรื่อง

    – ทำเลที่ตั้งอุดมสมบูรณ์ใกล้ทองหล่อ เดินทางเข้าออก-เมืองสะดวกด้วย ARL ถนนสายหลักและทางด่วน 

    ใกล้ ARL แค่ 250 ม. เดินทางไปถึงสุวรรณภูมิเพียง 2 สถานี ใกล้ทางด่วน เข้า-ออกเมืองสะดวกและถนนสายหลักสามารถเชื่อมต่อไปทองหล่อย่านกินดื่มและใจกลางเมืองที่เป็นแหล่งงานได้รวดเร็ว  รวมทั้งรายล้อมด้วย ห้าง,รพ,สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านที่ครบครัน

    – เหมาะแก่การลงทุน เป็นคอนโดใหม่ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในย่านเดียวกัน 

    โครงการ The Privacy พระราม 9 เป็นคอนโดใหม่ล่าสุด ที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุด ณ ปัจจุบัน ซึ่งราคา Presale คือราคาที่ดีสุด เหมาะสำหรับการลงทุน เพราะเป็นราคาพิเศษที่มีส่วนลดพิเศษและของแถมมากกว่าในช่วงอื่น และเนื่องจากทุกห้องเป็นแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ครบ เมื่อลูกค้าโอนกรรมสิทธิ์ก็สามารถให้เช่าได้เลยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจ้างออกแบบ และตกแต่งห้อง ซึ่งทางพฤกษาเอง ก็มีโรงงานผลิตแผ่น Precast เป็นของตนเอง สามารถควบคุมระยะเวลาการก่อสร้างได้ดี ทำให้ผู้ต้องการลงทุนปล่อยเช่า หรือสามารถให้เช่าได้เร็ว ได้รับค่าเช่าได้เร็ว

    – พื้นที่ส่วนกลางให้มาเยอะและหลากหลายเมื่อเทียบระดับราคาเดียวกัน

    มีพื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายและให้มาอย่างเพียงพอตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นและมีการนำ Digital Technology มาใช้เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคสมัยใหม่

    – ห้องพัก แต่งครบ พร้อมอยู่ มีความหลากหลาย ฟังก์ชั่นลงตัว ตอบโจทย์ผู้อยู้อาศัยที่แตกต่างกัน

    ทุกห้องเป็นแบบ Fully Furnished ทุกห้องให้เตียงนอน 5 ฟุต (ไม่รวมที่นอน),ตู้เสื้อผ้า,ชั้นวางทีวี,โซฟา,ชุดครัวพร้อมเตาและเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ MEX หรือเทียบเท่า,แอร์ติดตั้งที่ห้องนอนขนาด 9,000 BTU ยี่ห้อ DAIKIN หรือเทียบเท่า,โต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้ทานข้าว,สุขภัณฑ์ยี่ห้อ COTTO หรือเทียบเท่า วัสดุสเปคค่อนข้างดี ตามมาตรฐาน

    – ข้อควรระวังเรื่อง OVER SUPPLY หากต้องการซื้อเก็งกำไรหรือปล่อยเช่า

    เนื่องจากบริเวณรอบโครงการมีโครงการคอนโดที่เปิดตัวใหม่ค่อนข้างเยอะ หากต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร จำเป็นต้องเลือกห้องให้ดี

    สรุป โครงการนี้เหมาะสมกับผู้กำลังหาคอนโดที่พร้อมเข้าอยู่ทันทีในราคาที่ไม่แพง ที่ทำงานในย่านพระราม9 ใจกลางเมืองหรือสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถเดินเท้าไป ARL ได้ ใกล้แหล่งกินดื่มทองหล่อ-เอกมัย อยู่คนเดียว 2 คนหรือครอบครัวก็มีห้องตอบโจทย์ทุกแบบ หรือต้องลงทุนปล่อยขายหรือเช่าให้นักศึกษาในมหาลัยข้างเคียงหรือคนทำงานในเมืองก็ได้

    Promotion

    สำหรับลูกค้าที่มาจองตั้งแต่ วันที่ 29 กันยายน ส่วนลดเงินสด ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

    100,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน (22.75 ตร.ม. และ 25 ตร.ม.)

    150,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 1 Bed Plus (37.50 ตร.ม.)

    200,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 2 ห้องชุดรวมกัน (46 ตร.ม.)

  • Chewathai Residence Asoke

    ใครที่กำลังมองหาคอนโดใหม่ทำเลใกล้ย่านออฟฟิศใจกลางเมือง ตั้งอยู่บนทำเล The New CBD  ใกล้ MRT พระราม 9 และ แอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่เรียกได้ว่ากำลังบูมสุดๆ  วันนี้ทาง Realist มีโครงการมานำเสนอนั่นก็คือ โครงการ CHEWATHAI RESIDENCE ASOKE ที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวสูงสุด เพียง 315 ยูนิต

    ด้วย Concept ใหม่สไตล์ห้อง Loft Duplex  เพดานสูงกว่า 3.6 เมตร  พื้นที่ภายในส่วนกลางชั้น 4 ของอาคาร เรียกว่าให้มาอย่างจัดเต็ม อย่าง  Athletic Club ,Kids Stadium, Co-working Lounge, Chilling Area  , EV Station  หรือหากใครอยากเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำ ก็มีชั้นดาดฟ้าที่รองรับด้วย Sunset lounge , Barbecue Terrace ให้อีกด้วย

     

    FACILITIES

     

    UNIT TYPE

    DUPLEX 1

     

    DUPLEX 2

     

    DUPLEX 3

     

    DUPLEX 4

     

    DUPLEX 5

     

    หากใครสนใจสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมโครงการ CHEWATHAI RESIDENCE ASOKE กันได้เลย ระหว่างวันที่ 18-19  พ.ย. นี้ พร้อมร่วมกิจกรรม DIY และมีบริการ Valet Parking ให้อีกด้วย

    นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษก่อนใคร  จองซื้อภายในงานได้รับราคาดีที่สุด One Price 4.99 ล้าน  ตกแต่ง แบบ Fully Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด

    สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1260 หรือ เว็บไซต์โครงการ chewathai 

  • คอนโด รามคำแหง 2017

    ทำเลเติบโต คอนโดน่าซื้อ

    คอนโด รามคำแหง 2017

    ย่านรามคำแหง เป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าจับตามอง เพราะมีการเติบโตของเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งอสังหาฯประเภทหมู่บ้านจัดสรรและคอนโด รวมถึงระบบ Mass Transit คือ รฟฟแบบ Monorail สายสีเหลือง และรฟฟสายสีส้ม

    ซึ่งทำให้ที่ดินโดยรอบถูกพัฒนาไปเป็นโครงการต่างๆมากมาย เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และการใช้สอยของผู้คนในย่าน สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเด่นของย่านคือ มหาวิทยาลัย ที่กระจายอยู่ตามมุมเมืองต่างๆของย่าน ทั้ง ม.รามคำแหง , ABAC , NIDA , ม.เกษมบัณฑิต เป็นต้น เมื่อมีจำนวนมหาลัยค่อนข้างเยอะ ทำให้จำนวนนักศึกษาก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

    อาคารประเภทหอพัก จึงเข้ามามีบทบาท แต่ในปัจจุบันตลาดคอนโดเริ่มมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ในจุดนี้เองที่คอนโดราคาล้านต้นๆ และไม่เกิน 2 ล้าน กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ของนักศึกษา และผู้ปกครอง ซึ่งวางแผน จะใช้ชีวิตอยู่ภายในย่านนี้ อย่างน้อยๆก็ 4 ปี

    คอนโด รามคำแหง 2017

    ในบทความนี้ทาง Realist จะพาไปอัพเดทด้านต่างๆของย่านรามคำแหง คือ ถนน และทางพิเศษ , ระบบขนส่งสาธารณะ , Commercial Area , สถิติจำนวนนักเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัย รวมถึงดูเรื่องการลงทุนซื้อคอนโดแบบ Low Rise และ High Rise ซึ่งมีทั้งด้านการซื้อเพื่ออยู่เอง ซื้อเพื่อขายต่อ และซื้อเพื่อปล่อยเช่า โดยจะนำแต่ละข้อมาพิจารณาด้วย Capital Gain และ Rental Yield เราไปดูพร้อมๆกันในบทความนี้ได้เลยครับ

    .

    Transportation

    ถนน และทางพิเศษ

    ภาพรวมของย่านรามคำแหง ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพักอาศัย และหมู่บ้านจัดสรร การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และรถประจำทาง เป็นหลัก การจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนค่อนข้างติดขัด ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงแยกลำสาลี (บริเวณจุดตัดระหว่างถ.รามคำแหง กับ ถ.ศรีนครินทร์)

    เส้นทางสัญจรหลักๆของย่าน คือ ถ.รามคำแหง ซึ่งมีความยาวตลอดเส้นประมาณ 6 กม. วิ่งเชื่อมต่อระหว่างแยกคลองตันไปจนถึงแยกลำสาลี , ถ.ศรีนครินทร์ ซึ่งวิ่งจากถ.ลาดพร้าว เขตบางกะปิ ไปจนถึง ถ.สุขุมวิท จ.สมุทรปราการ , ถ.พระราม9 วิ่งขนานกับทางพิเศษศรีรัช และมอเตอร์เวย์ โดยถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพชั้นใน , ถ.กรุงเทพกรีฑา ซึ่งสามารถวิ่งทะลุไปยังซ.รามคำแหง60 เพื่อตัดเข้าเส้นรามคำแหงได้

    .

    ถนนเส้นหลักของย่านรามคำแหง

    ถ.รามคำแหง

    ถนนเส้นหลักของย่าน วิ่งไปบรรจบกับถ.ศรีนครินทร์ บริเวณแยกลำสาลี ฝั่งขาเข้าทางทิศตะวันตกจะวิ่งไปตัดกับ ถ.หัวหมาก และสามารถวิ่งยาวได้ไปจนถึงสี่แยกคลองตัน เขตสวนหลวง ซึ่งเป็นจุดตัดกับถ.เพชรบุรี ถ.พัฒนาการ และถ.สุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ส่วนฝั่งขาออก ทางทิศตะวันออก จะวิ่งไปสุดที่ ถ.สุวินทวงศ์

    ถ.ศรีนครินทร์

    ถนนเส้นนี้หากใช้วิ่งไปทางทิศเหนือจะตัดเข้าเส้นถ.ลาดพร้าวเขตบางกะปิ และตัดกับเส้นรามคำแหงบริเวณแยกลำสาลี ส่วนทางทิศใต้จะวิ่งยาวไปบรรจบกับเส้นสุขุมวิท จ.สมุทรปราการ 

    ถ.พระราม 9

    ถนนเส้นนี้เป็นเส้นหลักที่คนในย่านใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพชั้นใน วิ่งตัดกับถนนรามคำแหงในพื้นที่เขตบางกะปิ ไปสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ซึ่งเป็นจุดตัดกับถ.ศรีนครินทร์ในพื้นที่เขตสวนหลวง โดยมีถนนมอเตอร์เวย์เป็นเส้นทางขนานต่อเนื่อง

    ถ.กรุงเทพกรีฑา

    ส่วนใหญ่จะตัดผ่านทำเลที่เป็นบ้านพักอาศัย และแตกแขนงไปเป็นซอยต่างๆ ซึ่งซ.กรุงเทพกรีฑา 8 ทางฝั่งทิศใต้สามารถตัดมายังเส้น ถ.พระราม 9 เพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ หรือขับเข้าสู่ตัวเมือง ส่วน ซ.กรุงเทพกรีฑา 7 จะไปเชื่อมกับ ซ.รามคำแหง 60 ซึ่งใช้ลัดไปยังถ.รามคำแหงได้

    .

    ระบบขนส่งสาธารณะ

    รฟฟ สองสายที่ตัดผ่าน คือสายสีส้ม และสีเหลือง นั้นมีกำหนดเสร็จในปี 2563 เมื่อสร้างเสร็จคาดว่าย่านนี้น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งเรื่องการเติบโตทางด้านที่พักอาศัย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน โครงการคอนโดเริ่มเข้ามามีบทบาท และเกิดขึ้นมาให้เลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการเดินทางเข้าออกระหว่างเมืองจะเป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น

    สายสีส้ม เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดินและยกระดับ มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางภายในเขตเมืองตามแนวตะวันออก-ตะวันตก เริ่มต้นจากสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน  เข้าสู่ย่านบางกอกน้อย แล้วลอดแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ย่านเมืองเก่าในเขตพระนคร

    สายสีเหลือง เริ่มต้นจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าว ยกระดับข้ามทางด่วนฉลองรัชจนถึงทางแยกบางกะปิ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ทางแยกลำสาลี ต่อจากนั้นแนวเส้นทางจะยกระดับข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 โดยเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link ไปสิ้นสุดที่แนวเส้นทางบริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย

    .

    คอนโดรามคำแหง2017

    รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail)

    – 23 สถานี ระยะทาง 30 กม. เป็นโรงจอดรถศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง บริเวณทิศตะวันออกของทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม รวมถึงมีอาคารและลานจอดแล้วจร 1 แห่ง บริเวณพื้นที่ว่างของทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม
    – งบประมาณ 54,644 ลบ.
    – มติเห็นชอบของคณะกรรมการ PPP อนุมัติให้เอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ (PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost
    – กำหนดสร้างเสร็จ 2563

    .

    รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี และ ตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรม

    เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดินและยกระดับ มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางภายในเขตเมืองตามแนวตะวันออก-ตะวันตก เริ่มต้นจากสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน ชานเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เข้าสู่ย่านบางกอกน้อย แล้วลอดแม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะทางรวม 35.4 กม. เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 26.2 กม. และเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ 9.2 กม. มีสถานีทั้งสิ้น 29 สถานี แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 22 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี 

    .
    .

    Landmark and Commercial Area

    ส่วนใหญ่ย่านนี้จะเป็นย่านชุมชน ซึ่งเมื่อดูภาพรวมแล้วค่อนข้างมี Facilities ที่ครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างเดอะมอลล์รามคำแหง , เดอะมอลล์บางกะปิ ตัวCommunity mall อย่าง เดอะไนน์ , ลอนดอนสตรีท สวนสาธารณะอย่าง สวนปิยะภิรมณ์

    และโรงพยาบาลหลักๆของย่านอย่าง รพ.รามคำแหง และ รพ.สมิติเวช อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังมีห้างสรพพสินค้าขนาดย่อยอย่าง บิ๊กซี และแม็คโคร กระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งถือเป็นแหล่งกินช็อปของเด็กมหาลัยก็ว่าได้

    แม้ไม่มีห้างหรือโครงการใหญ่ๆแบบในตัวเมืองกรุงเทพชั้นใน แต่ก็สามารถเรียกได้ว่าย่านรามคำแหงเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอย ที่ค่อนข้างครบครันอีกย่านหนึ่งเลยทีเดียว

    .

    University

    เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักศึกษาภายในย่านพบว่า การกระจายตัวอยู่ของสถาบันการศึกษาทั่วทั้งย่าน ทำให้เกิด Hubบริเวณนั้นๆขึ้นตามไปด้วยเพื่อรองรับความต้องการของนักศึกษาที่กำลังมีเพิ่มขึ้นในทุกๆปี

    ที่เด่นชัดสุดคือ บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มีจำนวนนักศึกษาในปัจจุบันกว่าสองแสนคน บริเวณโดยรอบจึงเต็มไปด้วย ห้างร้าน หอพัก และคอนโด

    เมื่อดูในจุดนี้ก็สามารถกล่าวได้ว่ากลุ่มเด็กมหาลัยนั้นถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมาย สำหรับโครงการคอนโดที่มีราคาไม่สูงมาก (ไม่เกิน 2 ลบ.) ซึ่งหากจะลงทุนปล่อยเช่าเป็นหอพัก หรือขายคอนโดในย่านนี้ ก็ถือว่าน่าสนใจที่จะลงทุน

    ข้อมูลสถิตินักศึกษาทุกมหาลัยปี 2560 ภาคเรียนที่ 1 จาก http://www.info.mua.go.th

    .

    Condominium

    Low Rise Condo

    คอนโด รามคำแหง 2017

    คอนโด Low Rise ในย่านรามคำแหงมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 69,000 บ./ตร.ม. ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคอนโดในเมือง เมื่อพิจารณาจากบริบทโดยรอบพบว่าเป็นพื้นที่ของหมู่บ้านและอาคารพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่

    แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ให้พัฒนาเป็นโครงการใหญ่ๆอยู่บ้าง อีกทั้งหากมีรถไฟฟ้าสองสายตัดผ่านย่านในอนาคต (กำหนดเสร็จปี2563) ก็มีแนวโน้มว่าทั้งย่านจะเกิดโครงการใหม่ๆและมีการขยายตัวขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

    ดังนั้นคอนโดต่างๆจึงพร้อมใจกันเกิดขึ้นมาเรื่อยๆเพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยของผู้คนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในย่านนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากต่างจังหวัด

    .

    ศักยภาพของพื้นที่ และการลงทุน

    การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบอัตราส่วนต่างกำไรหรือที่เรียกว่า Capital gain  เเละรูปแบบการสร้างรายได้กระเเสเงินสดจากการปล่อยเช่า หรือที่เรียกว่า Gross Rental Yield

    ครั้งนี้ทาง Realist จะนำโครงการคอนโด Low Rise 7 โครงการมาคำนวณหา Capital gain เเละ Gross Rental Yield ว่าคุ้มค่าเเก่การลงทุนหรือไม่

    ดูตัวอย่างการวิเคราะห์ Capital gain และ Gross Rental Yield โครงการคอนโดย่านแบริ่ง คลิก

    อัตราส่วนต่างกำไร(Capital gain)

    คอนโด รามคำแหง 2017

    Capital gain (อัตราส่วนต่างกำไร) คือ การเปรียบเทียบกำไรที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กับราคาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มา เเละนำมาหาว่าถ้าหากซื้อมาในราคา 100 บาท จะขายได้กำไรกี่บาท ซึ่งก็คือการทำออกมาให้อยู่ในรูปเปอร์เซนต์หรือร้อยละ 

    โดยในที่นี้เนื่องจากคอนโดมีระยะเวลาในการเริ่มโครงการที่เเตกต่างกันจึงต้องนำมาหาเฉลี่ยเพื่อที่จะทราบถึง Capital gain เฉลี่ยต่อปีของเเต่ละโครงการ (เนื่องจากโครงการ Plum Condo Ram 60 Interchange เป็นโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดขาย ดังนั้นจึงยังไม่สามารถคำนวณหา Capital gain ได้)

    ราคาซื้อขายในการคำนวณนี้ ทาง Realist อ้างอิงจากการสำรวจ ‘ราคาขายเฉลี่ย’ ของโครงการนั้นๆในการมาคิด

    **Capital gain  = [ (ราคาขายลบราคาซื้อ/ราคาขายเริ่มต้น)* x 100 ] / จำนวนปีที่ซื้อ
    AVERAGE CAPITAL GAIN = ค่าเฉลี่ยของ Capital gain ทั้ง 6 โครงการ [ (6.32+4.57+8.89+5.59+8.96+10.03)/6 ] = 7.39%

    *ราคาขาย = ราคาที่กำลังขาย ณ ปัจจุบัน , ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    .

    คอนโด รามคำแหง 2017

     

    .

    อัตราผลตอบเเทน(Gross Rental Yield)

    คอนโด รามคำแหง 2017

    Gross Rental Yield คือ กำไรจากการปล่อยเช่าโดย ไม่หักค่าใช้จ่าย (ถ้าเป็น Net Rental Yield จะเป็นกำไรจากการปล่อยเช่าที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว เนื่องจากแต่ละโครงการก็จะมีค่าใช้จ่ายระหว่างการปล่อยเช่าที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาส่วนกลาง บาท/ตร.ม. ที่แต่ละโครงการกำหนดมา, ค่านายหน้าที่บางคนต้องจ่ายเพื่อให้ Agent มาดูแล รวมถึงค่าประกันที่อยู่อาศัย และค่าซ่อมแซม บำรุงห้องซึ่งราคาพวกนี้ก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องดูแลจัดการ)

    อัตราเฉลี่ย Gross Rental Yield ของโครงการคอนโดที่น่าลงทุนอยู่ที่ 3-5% จากการคำนวณ  Gross Rental Yield ของคอนโด 6 โครงการ (เนื่องจากโครงการ  Plum Condo Ram 60 Interchange ยังสร้างไม่เเล้วเสร็จจึงยังไม่มีผู้ปล่อยเช่า ทำให้ยังไม่สามารถนำมาคำนวณหา Gross Rental Yield ได้ ) โดยตัวเลขที่นำมาคิดคือ ‘ราคาขายเฉลี่ย’ ของทั้งโครงการ

    **GROSS RENTAL YIELD = [ (ค่าเช่าทั้งปี / ราคาซื้อขายคอนโด*) x 100 ]
    AVERAGE GROSS RENTAL YIELD = ค่าเฉลี่ยของ GROSS RENTAL YIELD ทั้ง 6 โครงการ
    [ (6.36+6.67+6.91+6.76+6.00+6.42)/6 ]=6.52%

    *ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    .

    คอนโด รามคำแหง 2017

    .

    High Rise Condo

    คอนโด รามคำแหง 2017

    คอนโด High Rise ในย่านรามคำแหงมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 78,000 บ./ตร.ม. ซึ่งเป็นราคาปานกลางเมื่อเทียบกับคอนโดในเมือง ราคาที่โดดออกมาอย่างเห็นได้ชัดคือโครงการใหม่ knight Bridge Collage ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 110,000 บ./ตร.ม. ถือเป็นโครงการระดับ Luxury ไม่กี่โครงการภายในย่าน และจะไม่นำมาคิด Capital Gain กับ Rental Yield เพราะเป็นโครงการใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ

    .

    ศักยภาพของพื้นที่ และการลงทุน

    อัตราส่วนต่างกำไร(Capital gain)

    คอนโด รามคำแหง 2017

    **Capital gain  = [ (ราคาขายลบราคาซื้อ/ราคาขายเริ่มต้น)* x 100 ] / จำนวนปีที่ซื้อ
    AVERAGE CAPITAL GAIN = ค่าเฉลี่ยของ Capital gain ทั้ง 3 โครงการ [ (1.90+4.76+2.30)/3 ] = 2.99%

    *ราคาขาย = ราคาที่กำลังขาย ณ ปัจจุบัน , ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

     

    .

    อัตราผลตอบเเทน(Gross Rental Yield)

    **GROSS RENTAL YIELD = [ (ค่าเช่าทั้งปี / ราคาซื้อขายคอนโด*) x 100 ]
    AVERAGE GROSS RENTAL YIELD = ค่าเฉลี่ยของ GROSS RENTAL YIELD ทั้ง 3 โครงการ
    [ (5.70+6.17+6.13)/3 ]=6%

    *ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    .

    สรุปความคุ้มค่าในด้านการลงทุน

    เมื่อดูตัวเลขค่าเฉลี่ยทั้งสองพบว่าในคอนโด Low Rise AVERAGE CAPITAL GAIN 7.39% และ AVERAGE GROSS RENTAL YIELD 6.52% เป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่าย่านรามคำแหงโดยรอบมีแนวโน้มที่ดีมากในการลงทุนด้านอสังหา ถ้าจะซื้อเพื่อขายต่อก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ หรือการซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะตัวเลขที่เกิน 5% ถือเป็นตัวเลขที่สูงและน่าลงทุน (3-5%คือตัวเลขที่คุ้มค่าในการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า) ส่วนคอนโดแบบ High Rise ค่อนข้างจะมี Capital Gain ที่ต่ำไปซักหน่อย แต่ Yield ค่อนข้างดี จึงเหมาะแก่การปล่อยเช่ามากกว่าขาย

    จะเห็นได้ว่าคอนโด Low Rise ที่เกิดขึ้นใหม่สามารถทำค่า Yield และ Capital Gain ได้สูสีหรือดีกว่าคอนโดแบบ High Rise ได้ ส่วนราคาต่อตร.ม. ไม่ห่างกันมากนัก เมื่อมองภาพรวมของย่านจากหัวข้อนี้จะพบว่า คอนโดในย่าน หรือที่กำลังจะเกิดใหม่นั้นมีความคุ้มค่าพอที่จะลงทุนเป็นอย่างมาก โดยโครงการ Plum Condo Ram60 Interchange เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกิดขึ้นใหม่ในย่าน และมีความน่าสนใจ ด้วยศักยภาพของทำเลซึ่งตัวโครงการอยู่ในซอยราม 60 ใกล้ ถ.รามคำแหง และในอนาคตอันใกล้ก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือและส้มตัดผ่าน (สถานีลำสาลี Interchange)

    .

    Plum Condo Ram60 Interchange

    สร้างสังคมที่ดีตอบสนองวิถีในอนาคต ด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2,000 ตรม. รวมถึงพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและทำงานอย่างครบครัน

    เพียง 350 ม. จากรถไฟฟ้า Interchange Station ระหว่างสายสีเหลืองและสีส้ม มีเพียงไม่กี่สถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อของ BTS และ MRT 

    .

    Swimming Pool

    Co Working Space

    Library

    one bedroom 22.5 sq.m.

    one bedroom 26 sq.m.

    ราคาโครงการถูกที่สุดในย่านรามคำแหง

    – ราคาเริ่ม 1.35 ลบ. เฉลี่ยเริ่มต้น 60,000 บ./ ตร.ม.
    – ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 70,000 บ./ตร.ม.

    Register@Sales Office 1 BED-1 30,000 บ. 1 BED-2 40,000 บ. 1 BED PLUS 60,000 บ. Special for Fan page รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 15,000 บ. เมื่อแจ้งว่าเห็นคอนโดนี้จาก REALIST

  • THE PALM กะทู้-ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    จ.ภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตของเมือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เป็นอันดับต้นๆของประเทศ สิ่งหนึ่งที่ทำให้จ.ภูเก็ต ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ให้มาเยือน มาลงทุน หรือแม้แต่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่อย่างถาวรคือธรรมชาติที่งดงามของหมู่เกาะ และวัฒนธรรมเก่าแก่ของจังหวัด ทั้งสถาปัตยกรรม อาหารและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน เมื่อเมืองมีการเติบโต และผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามา อุปสงค์ในด้านที่อยู่อาศัยจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดโครงการต่างๆขึ้นมารองรับความต้องการซึ่งมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง ที่อยู่ใกล้ย่านเศรษฐกิจสำคัญของภูเก็ตนั่นคือ หาดป่าตอง และเป็นหนึ่งในสองแบรนด์แนวราบระดับบนสุดของพฤกษา (ภัสสรและ The Palm) โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการบ้านแบบ High end ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันก็ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับบ้านแบบรีสอร์ท อย่างเช่น โครงการ บาบา บีชคลับ ของชาญอิสสระ (แต่บาบา บีชเป็นบ้าน Super Luxury ติดทะเลอยู่ในพื้นที่โรงแรม ราคาเริ่มประมาณ 43 ลบ.) ในบทความนี้ทาง Realist จึงได้นำโครงการนี้มาวิเคราะห์เจาะประเด็นให้ผู้อ่านที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใน จ.ภูเก็ต ได้ใช้ตัดสินใจ และเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆในบทความนี้กันครับ

    .

    Fact

    Project Name : The Palm กะทู้-ป่าตอง
    Developer : พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
    Location : ถ.วิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
    Land area : 42-3-9.19 ไร่ 
    No. of Units : 120 หลัง

    Unit Mixed : Bismarckia (292 ตร.ม.)
    Licuala (292 ตร.ม.)
    Dypsis (230 ตร.ม.)
    Roystonea (222 ตร.ม.)
    Butia (179 ตร.ม.)

    Facilities : Clubhouse 2 Floor , Fitness, Swimming pool,  Garden, Access control, 24-hours security , CCTV
    Expected Completion : 
    Common Expense : ราคาเริ่มต้น 7.9 ลบ. , ค่าส่วนกลาง = 30 บ./ตร.ว. , เงินจอง = 50,000 บ. , ทำสัญญา = 150,000 บ. 

    .

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านหรู ตั้งอยู่ที่ ถ.วิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อยู่กึ่งกลางระหว่างหาดป่าตองกับตัวเมืองภูเก็ต ทำให้สะดวกในการเลือกเดินทางภายในตัวจังหวัด อีกทั้งถนนที่ตัดผ่านโครงการยังเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับเส้นสำคัญอย่าง ถ.พระบารมี ที่วิ่งตรงไปยังหาดป่าตอง และ ถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 ซึ่งสามารถใช้วิ่งตรงขึ้นเหนือไปยังสนามบินภูเก็ตได้โดยตรง 

    บ้านในโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง มีจุดเด่นในด้านพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาค่อนข้างเยอะเมื่องเทียบกับราคา อีกข้อเด่นคือเรื่องทิวทัศน์ ซึ่งตัวบ้านถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบ โดยจะเห็นวิวได้ชัดเจนที่สุดบริเวณส่วนกลางของโครงการ ด้วยราคาและทำเลโครงการนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีครอบครัวแบบขยาย มีธุรกิจหรือทำงานอยู่ภายในตัวจังหวัด หรือจะซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง เป็นรีสอร์ทส่วนตัว ก็สามารถทำได้เช่นกัน

    .

    1. ตั้งอยู่ระหว่างหาดป่าตอง และตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    ย่านหลักๆในจ.ภูเก็ตที่มีการเติบโตในหลายๆด้าน รวมถึงด้านอสังหาริมทรัพย์ มี 2 ย่าน คือ หาดป่าตอง และตัวเมืองภูเก็ต ในภาพด้านบนวงกลมสีแดงแสดงถึงการขยายตัวของเมือง หลักๆคือโครงการพักอาศัยซึ่งแผ่ออกมาจากศูนย์กลางเรื่อยๆ เนื่องจากความแออัดภายในย่าน

    ในอนาคตโครงการเกิดใหม่จึงมีแนวโน้มจะอยู่ออกมานอกเมืองมากขึ้น แต่ก็จะยังคงเกาะถนนเส้นหลักๆเอาไว้ เพื่อให้ยังสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกเหมือนเดิม

    โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการที่เลือกสถานที่ตั้งอยู่ถัดออกมาจากจุดศูนย์กลางของย่าน ทำให้บริเวณโดยรอบยังไม่แออัดมากนัก แต่ก็ยังเข้าเมืองสะดวก

    อีกข้อหนึ่งคือ Developer เลือกที่จะสร้างสภาพแวดล้อมให้โครงการโดยออกแบบให้มีทั้งหมด 3 โครงการอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และมีส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ทำให้ได้ส่วนกลางขนาดใหญ่ไว้ใช้ร่วมกัน  (The Palm กะทู้-ป่าตอง , ภัสสร กะทู้-ป่าตอง และ The Plant กะทู้-ป่าตอง)

    อีกทั้งตัวโครงการยังเชื่อมต่อกับถนนเส้นสำคัญอย่าง ถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 ที่ใช้เดินทางไปยังสนามบินภูเก็ตโดยตรง ในจุดนี้หากมองว่า หากผู้พักอาศัยเดินทางเข้า-ออกตัวจังหวัดบ่อยๆ ก็สามารถใช้เส้นทางนี้เดินทางได้โดยสะดวก ซึ่งในปัจจุบันสนามบินภูเก็ตได้ ปรับปรุงและสร้างอาคารใหม่มารองรับการใช้งานที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาอีกด้วย

    .

    .บรรยากาศอาคารใหม่สนามบินภูเก็ต

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    .

    เส้นทางมายังโครงการ

    .

    เส้นทางที่ 1 – จาก ถ.พระบารมี (ถ.หมายเลข 4029 )

    ถ้ามาจากหาดป่าตองโดยใช้ ถ.พระบารมี จะสามารถขับตรงมายังโครงการได้สะดวกที่สุด ขับมาจนตัดเข้าเส้น ถ.วิชิตสงคราม สังเกตทางขวามือจะเจอกับ ซ.บางทอง ให้เลี้ยวขวาเข้ามาในซอย แล้ววิ่งตามเส้นทางอีกประมาณ 800 ม. ทางขวามือจะเจอกับเวิ้ง Pruksa Avenue Phuket ให้เลี้ยวเข้ามา ในอเวนิวจะเป็นที่ตั้งโครงการของพฤกษาทั้งหมดสามโครงการ คือ The Palm กะทู้-ป่าตอง , ภัสสร กะทู้-ป่าตอง และ The Plant กะทู้-ป่าตอง 

    เส้นทางที่ 2 – จากถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 แยกดาราสมุทร

    ถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 เป็นถนนที่ใช้เดินทางจากสนามบินมายังตัวเมือง และเป็นเส้นที่ขนานยาวจากทิศเหนือลงไปยังทิศใต้ โดยจะมาบรรจบกันที่แยกดาราสมุทร จากแยกให้เลี้ยวเข้าเส้นถ.วิชิตสงคราม ซึ่งตรงไปยังต.กะทู้ ขับตรงไปตามทางประมาณ 4.8 กม. สังเกตทางซ้ายมือจะเจอกับเวิ้ง Pruksa Avenue Phuket

    .

    2. Countdown การมาถึงของ รฟฟ. รางเบา

    The palm กะทู้ป่าตอง

    image : thairath.co.th

    LRT
    ระบบขนส่งมวลชนขนาดเบา เส้นทางรถราง เริ่มจากท่านุ่น บริเวณสะพานสารสิน เชื่อมจังหวัดพังงากับภูเก็ต ข้ามสะพานไปตามแนวเกาะกลางถนนเทพกระษัตรี ช่วงท่านุ่น–ประตูเมืองภูเก็ต ใช้ระบบรางเดี่ยว เมื่อถึงแยกสนามบินภูเก็ต แนวเส้นทางจะเบี่ยงออกทางซ้าย ตีโค้งเปลี่ยนเป็นยกระดับเข้าสนามบินเพื่อรับผู้โดยสาร เมื่อออกจากสนามบินแนวเส้นทางจะกลับสู่เกาะกลางถนนตามเดิม เป็นระบบรางคู่ ช่วงผ่านจุดตัดทางแยกจะใช้รูปแบบทางลอดมีทั้งหมด 6 จุด แนวเส้นทางไปสิ้นสุดที่ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 60 กม. และเริ่มก่อสร้างปี 2561 โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

    เนื้อหาบางส่วนจาก : thairath.co.th

    .

    3. ใกล้เส้นทางตัดใหม่ โครงการทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    โครงการทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. เงินลงทุน 10,496.65 ลบ. ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2564

    โดย กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้าง บริษัทเอกชนมาให้คำปรึกษา และลงทุนร่วมในรูปแบบ PPP คือรัฐจะเวนคืนที่ดิน และจัดสรรงบ ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบันอยู่ในช่วงเสนอมติ ครม. และ คกก.

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม Link

    .

    4. Facilities ครบครัน และอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้า

    The palm กะทู้ป่าตอง

    เนื่องจากโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตมากนัก ทำให้การเดินทางเข้าไปในเมืองทำได้โดยสะดวกระดับหนึ่ง ซึ่งตัวเมืองภูเก็ตนั้นถือเป็นย่านที่มี Facilities ที่ครบครันที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง จุดเด่นคือห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มีให้เลือกจับจ่ายใช้สอยในหลากหลายความต้องการ ทั้ง บิ๊กซี , แม็คโคร และห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัล

    นอกจากห้างแล้ว โรงพยาบาล , โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ก็มีครบครันอีกเช่นกัน โดยสถานที่หลักๆคือ รพ.กรุงเทพ-ภูเก็ต , ม.ราชภัฏภูเก็ต , รร.ภูเก็ตวิทยาลัย เรียกได้ว่าเป็นอีกจังหวัดที่มี Facilities ที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการการอยู่อาศัยของคนในจังหวัดซึ่งใกล้เคียงกับกรุงเทพ อีกจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว

    โครงการเกิดใหม่ในย่าน และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    image : sansiri.com

    อกจาก Facilities หลักๆที่มีแล้ว ภูเก็ตยังมีโครงการอสังหาฯ อื่นๆที่กำลังจะเกิดขึ้นมาในอนาคตอันใกล้อีกเช่นกัน Highlight หลักๆคือ ศูนย์การค้า Blu Pearl ของเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือเรียกได้ว่าเป็น Paragon of Phuket เลยทีเดียว

    อีกหนึ่งโครงการที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เซ็นทรัลภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการค้าสำคัญของจังหวัดอีกเช่นกัน

    จากโครงการทั้งสองจะเห็นได้ว่าในอนาคตภูเก็ตจะกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของประเทศ ที่ดึงดูดให้คนจากหลากหลายพื้นที่มารวมตัวกัน ทำให้เศรษฐกิจในประเทศได้พัฒนาไปอีกระดับจากปัจจุบัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อไป

    .

    Central Phuket 

    The palm กะทู้ป่าตอง

    image : skyscrapercity.com

    The palm กะทู้ป่าตอง

    บรรยากาศหน้าโครงการ update ณ วันที่ 12 ต.ค. 60

    .

    Blu Pearl

    The palm กะทู้ป่าตอง

    image : skyscrapercity.com

    The palm กะทู้ป่าตอง

    บรรยากาศหน้าโครงการ update ณ วันที่ 12 ต.ค. 60

    .

    5. บ้านหรูในราคาเหมาะสม เมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นหนึ่งในโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ระดับบนสุดของพฤกษา ในหัวข้อนี้ทาง Realist จึงได้นำมาเปรียบเทียบกับโครงการบ้านเดี่ยวที่มีราคาใกล้เคียงกัน

    แต่ละโครงการที่นำมาเปรียบเทียบหลักๆจะดูในเรื่อง ราคา, พื้นที่ใช้สอย และทำเล เมื่อนำมาเปรียบเทียบจะพบว่า The Palm มีภาพรวมที่ดี เมื่อเทียบด้วยราคาต่อตร.ม. แล้วก็ยังคงมีความคุ้มค่าในระดับหนึ่ง

    .

    The palm กะทู้ป่าตอง

    88 แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ฮิลไซด์ ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (Land & Houses)
    ราคา : เริ่มต้น 9.3 – 14.6 ลบ.
    จำนวนหลัง : 100 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย : 170-272 ตร.ม.

    มีราคาและขนาดใกล้เคียงกับ The Palm และมีจำนวนหลังที่น้อยกว่า แต่ทำเลที่ตั้งจะด้อยกว่าเพราะอยู่ห่างไกลเส้นทางสำคัญ และตัวเมือง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    อิลิแกนซ์ ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : ภูเก็ตธานี เรียล เอสเตทส์ จำกัด
    ราคา : เริ่มต้น 8 – 15 ลบ.
    จำนวนหลัง : 30 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย : 215 ตร.ม.

    มีราคาใกล้เคียงกับโครงการ The Palm ด้วยขนาดที่ใกล้เคียงกัน แต่ความเป็นส่วนตัวภายในโครงการจะสูงกว่าด้วยจำนวนหลังเพียง 30 หลัง อีกทั้งยังได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งซึ่งตั้งอยู่ภายในตัวเมืองภูเก็ต ทำให้ใกล้กับ Facilities หลักๆของเมือง 

    The palm กะทู้ป่าตอง

    Perfect Life Lake Ville ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : ภูเก็ตท้อปแลนด์ จำกัด
    ราคา : เริ่มต้น 4.8 – 9 ลบ.
    จำนวนหลัง : 231 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย : 156-384 ตร.ม.

    มีขนาดเริ่มต้นและราคาที่ต่ำกว่าโครงการ The Palm แต่หลังใหญ่สุดจะมีพื้นที่มากกว่าทุกโครงการที่นำมาเปรียบเทียบ ข้อเสียเปรียบอย่างเดียวคือจำนวนหลังภายในโครงการที่มากถึง 231 หลัง ทำให้ความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยมีน้อยกว่าโครงการอื่นๆ

    .

    6.บ้านหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยสมราคา

    The palm กะทู้ป่าตอง

    บ้านแต่ละแบบของโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง นั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละ Type โดยรวมแล้วโครงการจะโดดเด่นเรื่องการจัดการพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของบ้านจัดสรร

    ใน 3 Type แรกจะมีการออกแบบตัวระเบียงให้มีขนาดใหญ่ ทั้งระเบียงส่วนห้องนอน และระเบียงดาดฟ้า ซึ่งหากมองตามการใช้งานจริงสำหรับอากาศเมืองไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องแดด ฝน อาจใช้งาน outdoor ได้บางช่วงเวลา แต่หากมองเรื่องการต่อเติมในอนาคต เช่นทำเป็นห้องอีกห้องนอน หรือสร้างหลังคาคลุม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการเลือกหลังที่มีพื้นที่ระเบียงเพิ่มขึ้นมา

    ในหัวข้อนี้ Realist จะเลือกบ้านหลังใหญ่สุดของโครงการคือ Type Bismarckia มาวิเคราะห์ ซึ่งบ้าน Type นี้เมื่อดูภาพรวมจะเป็นหลังที่เหมาะสมกับครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างเยอะ สามารถปรับเปลี่ยน Function ในหลายๆส่วนได้อย่างอิสระ ทั้งการทำส่วนนั่งเล่นให้กลายเป็นห้องทำงาน หรือการกั้นผนังส่วนระเบียงให้กลายเป็นห้องอีกห้องหนึ่งก็สามารถทำได้

    **หมายเหตุ ชื่อ Type ของบ้านแต่ละหลังมาจากชื่อของสายพันธ์ุต้นปาล์ม

    The palm กะทู้ป่าตอง

    .

    Surroundings

    The palm กะทู้ป่าตอง

    พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นผืนป่า และแนวเขาทางฝั่งทิศตะวันตกและทิศใต้ ทำให้บ้านหลังที่หันหน้ามายังทิศนี้ได้รับวิวที่ดี บริเวณข้างเคียงในทิศเหนือและทิศตะวันออกจะเป็นโครงการของพฤกษาอีกสองโครงการ คือ ภัสสร กะทู้-ป่าตอง และ The Plant กะทู้-ป่าตอง

    เส้นถนนที่ตัดเข้ามายังโครงการจะเป็นถนนส่วนบุคคลซึ่งเป็นของโครงการเอง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง ตัวถนนเชื่อมกับถนนเส้นหลักอย่าง ถ.วิชิตสงคราม ที่ใช้เดินทางไปยังย่านสำคัญได้ทั้งสองฝั่งคือ ฝั่งหาดป่าตอง และตัวเมืองภูเก็ต พื้นที่ถูกปรับ Slope ดินแล้วทำให้เดินทางสัญจรได้สะดวกพอสมควร 

    .

    บรรยากาศด้านหน้าโครงการ

    The palm กะทู้ป่าตอง

    .

    วิเคราะห์บ้าน Type Bismarckia

    The palm กะทู้ป่าตอง

    Bismarckia

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 78.2 ตร.วา.
    พื้นที่ใช้สอย : 292 ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น : 10.1 ลบ.
    หน้ากว้าง :
     
    11.8 ม.

    ห้องนอน : 3 ห้องนอน
    ห้องน้ำ : 3 ห้องน้ำ
    ที่จอดรถ : 2 คัน

     .

    บ้านเล่นระดับ พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม 3 ส่วนหลัก

    The palm กะทู้ป่าตอง

    ข้อเด่นบ้าน Type Bismarckia คือ พื้นที่ใช้สอยที่ให้มาค่อนข้างเยอะและเป็นสัดส่วน โดยตัวบ้านมีพื้นที่ Highlight ทั้งหมด 3 จุดหลักๆ คือ

    3) ส่วนห้องนอนกว้างและวางผังเป็นแนวยาว ทำให้จัด Furniture ภายในได้ยืดหยุ่นและเป็นสัดส่วน ด้านหน้าเชื่อมต่อกับระเบียงนั่งเล่นขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถต่อเติมหลังคาคลุม หรือทำเป็นห้องใหม่ได้

    2) ส่วนกลางของบ้าน ที่เชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียว ทำให้บ้านดูกว้างและสามารถปรับเปลี่ยน Function ได้อย่างอิสระ บริเวณพื้นที่ที่เชื่อมต่อแต่ละส่วนจะมีการเล่นระดับด้วยขั้นบันได แต่ข้อเสียคือพื้นที่ตรงกลางบ้านโดนส่วนบันไดกินที่เข้ามาทำให้ผังส่วนนี้อาจจะดูกระทัดรัดไปสักเล็กน้อย

    1) ส่วนที่จอดรถมีความลึกถึง 11 ม. กว้าง 5.1 ม. ทำให้สามารถจอดได้ทั้งหมด 4 คัน (แบบซ้อนคัน) แต่ในการใช้งานจริงอาจจำเป็นต้องวางแผนในการจอด เช่น คันที่ต้องใช้งานบ่อยอาจต้องจอดไว้ด้านนอก เป็นต้น

    .

    1. ที่จอดรถสามารถจอดได้ 4 คัน แบบซ้อนคัน

    The palm กะทู้ป่าตอง
    .

    2. ส่วนกลางของบ้านเชื่อมต่อกันเป็นผังใหญ่ น่าใช้สอย

    The palm กะทู้ป่าตอง

    3.1 Master Bedroom ขนาดใหญ่
    .

    The palm กะทู้ป่าตอง

    3.2 ระเบียงนั่งเล่นสุดกว้าง รองรับการต่อเติมในอนาคต

    The palm กะทู้ป่าตอง

    .

    Double Volume 2 จุด ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้าง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    ข้อเด่นอีกข้อของบ้าน Type นี้คือการสร้าง Double Volume ให้กับพื้นที่ (การตีฝ้ายกสูงในบางจุดของบ้าน ทำให้บ้านสูงโปร่ง น่าใช้สอยมากยิ่งขึ้น) โดยตัวบ้านมีสองจุด คือ

    1) ส่วนโถงทางเข้าซึ่งเป็นพื้นที่พักคอยและวางรองเท้า ทำให้เมื่อเดินเข้ามาในบ้านจะทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด

    2) ส่วนโถงนั่งเล่น (สามารถปรับเป็นพื้นที่รับประทานอาหารได้ ) พื้นที่ส่วนนี้ถูกยกระดับขึ้นมาจากส่วนรับแขก 0.15 ม. และยกฝ้าสูง ด้านบนเป็นระเบียงโถงบันได ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานภายในพื้นที่ เพราะสามารถมองเห็นกันและกันได้ด้วยมุมมอง

    ข้อดีอีกข้อของการทำ Double Volume คือ ตัวบ้านมีการทำช่องเปิดด้านบน ทำให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามาในตัวบ้าน ทำให้บ้านสว่างในเวลากลางวัน อีกทั้งแดดที่เข้ามาจะไม่ได้เข้ามาโดยตรงทำให้พื้นที่ใช้สอยที่ได้รับแสงไม่ร้อน และมีสภาวะน่าสบาย

    .

    Double Volume ส่วนแรก – โถงต้อนรับ

    The palm กะทู้ป่าตอง

    Double Volume ส่วนที่สอง – โถงนั่งเล่น

    The palm กะทู้ป่าตอง

    .

    Detail ในส่วนอื่นๆ ของบ้าน

    The palm กะทู้ป่าตอง

    เนื่องจากพื้นที่โดยรอบ Type Bismarckia เป็น Slope จึงอาจทำให้จัดสรรพื้นที่ภายนอกได้ไม่มากนัก หากต้องการใช้งานอาจต้องทำการปรับพื้นที่ด้านบนให้เป็นแนวราบก่อน ถึงจะสามารถใช้งานได้ 

    The palm กะทู้ป่าตอง

    บริเวณที่จอดรถ จะมีประตูทางเข้าสู่ตัวบ้านเป็นทางเข้ารอง โดยไม่ต้องเดินออกมาที่ส่วนหน้าทางเข้าหลักของบ้าน ทำให้สะดวกหากต้องการเข้าไปยังตัวบ้านในช่วงเวลาฝนตก

    The palm กะทู้ป่าตอง

    ส่วนบันได เป็นโครงสร้างเหล็ก และเก็บงานด้วยไม้ งานค่อนข้างเรียบร้อยและดูสวยงาม ส่วนใต้บันไดมีห้องสำหรับเก็บของเตรียมไว้ให้

    The palm กะทู้ป่าตอง

    โถงบันไดทางขึ้น มีช่องเปิดค่อนข้างสูง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้สว่างและได้แสงสว่างอย่างเต็มที่ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน 

    .

    วิเคราะห์ผัง ดูภาพรวม

    Bismarckia 292 ตร.ม.

    ภาพรวมของบ้าน Type Bismarckia ตัวบ้านค่อนข้างลงตัวในระดับหนึ่งด้านการใช้งาน ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า Type นี้เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวขยาย เพราะเนื้อที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะ

    ในส่วนของ Detail อาคาร หากดูจากผังจะพบว่าส่วนใหญ่ตัวบ้านจะเล่นระดับในหลายๆจุด ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมต่อและเปลี่ยนถ่ายในแต่ละจุดภายในพื้นที่ ( Transition Space ) หากมองในเชิง Concept บ้านหลังนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้สอยที่อายุไม่เยอะมากนักเพราะมีการการเล่นระดับของผังที่น่าสนใจ แต่หากเป็นผู้ใช้สอยที่มีอายุค่อนข้างเยอะ หรือเป็นผู้สูงอายุ อาจไม่เหมาะสมมากนักเพราะเดินลำบาก กับการต้องเดินขึ้นลงบันไดในหลายๆจุด

    หากมองในเชิง Universal Design เช่น ผู้ใช้สอยที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ อาจใช้งานบ้าน Type นี้ได้ค่อนข้างลำบาก อาจต้องเลือกบ้าน Type อื่นที่มี slope ของที่ดิน และ การเล่นระดับที่น้อยลง อย่างบ้าน Type Licuala ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ เป็นต้น 

    เรื่องการวางผัง Type นี้ทำให้ลงตัว การแยกพื้นที่ส่วนแม่บ้านไว้มุมใดมุมหนึ่งของอาคาร ติดกับครัวและส่วนซักล้างทำให้เกิดความเป็นสัดส่วนในการใช้งาน และไม่รบกวนการใช้สอยพื้นที่อื่นๆของคนภายในบ้าน

    ห้องนอนทั้งหมด 3 ห้องของบ้าน ในส่วนของห้องนอนใหญ่ถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่และน่าใช้สอย ส่วนอีกสองห้องที่เหลืออาจมีขนาดเล็กไปซักหน่อย และเนื่องจาก Type นี้เป็น Type ที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ จึงควรจะมีห้องน้ำในส่วนของห้องนอนทุกห้อง แต่กลายเป็นว่าอีกสองห้องที่เหลือต้องใช้ห้องน้ำรวม อาจทำให้ดูไม่สมน้ำสมเนื้อนักกับหลัง Highlight ของโครงการและด้วยราคาระดับนี้ เพราะเมื่อเทียบกับอีก Type คือ Licuala ที่ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง อาจมีความน่าสนใจกว่า 

    สำหรับความเห็นของทาง Realist พอได้เห็นผังของทั้งสอง Type คือ Bismarckia กับ Licuala ความน่าใช้งานของบ้าน Licuala ค่อนข้างน่าสนใจและลงตัวกว่าในหลายๆด้าน เพราะพื้นที่ใช้สอยรวมนั้นเท่ากันคือ 292 ตร.ม. การเล่นระดับที่ไม่เยอะมากเหมาะกับผู้สูงอายุ และห้องนอนมีความน่าใช้งานที่มากกว่า มีห้องน้ำในตัว และวางผังได้ค่อนข้างลงตัว อีกทั้งส่วนดาดฟ้ายังเป็นพื้นที่ของระเบียงนั่งเล่นเต็มพื้นที่ สามารถขึ้นบันไดส่วนกลางได้เลยโดยไม่ต้องผ่านห้องนอน ความเป็นสัดส่วนจึงดีกว่าหลัง Bismarckia ในระดับหนึ่ง

    .

    Type อื่นๆ ของโครงการ

    .

    Licuala

    The Palm กะทู้-ป่าตอง

    Licuala

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 68 ตร.วา.
    พื้นที่ใช้สอย : 292 ตร.ม.
    ราคาเริ่มต้น : 9.95 ลบ.
    หน้ากว้าง : 11.8 ม.
    ห้องนอน : 4 ห้องนอน
    ห้องน้ำ : 4 ห้องน้ำ
    ที่จอดรถ : 2 คัน

    Licuala 292 ตร.ม.

    .

    Dypsis

    The palm กะทู้ป่าตอง

    Dypsis

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 65 ตร.วา.
    พื้นที่ใช้สอย : 230 ตร.ม.
    ราคาเริ่มต้น : 8.2 ลบ.
    หน้ากว้าง : 9 ม.
    ห้องนอน : 3 ห้องนอน
    ห้องน้ำ : 3 ห้องน้ำ
    ที่จอดรถ : 2 คัน

    Dypsis 230 ตร.ม.

    .

    7.ส่วนกลางน่าใช้งาน บรรยากาศริมทะเลสาบ และภูเขา

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    ส่วนกลางของโครงการมีความน่าใช้งาน ทั้งเรื่องมุมมองที่สามารถเห็นบรรยากาศของภูเขา และธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และพื้นที่ใช้สอยในแต่ละ Function ที่เหมาะสม

    ข้อดีอีกข้อคือ จำนวนหลังของบ้านภายในโครงการไม่เยอะมากนักคือ 120 หลัง ทำให้ความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านค่อนข้างสูง และเงียบสงบ ให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นรีสอร์ทส่วนตัว

    .

    สรุปทุกประเด็นของ The Palm กะทู้ – ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    The palm กะทู้ป่าตอง

    โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นอีกหนึ่งโครงการในภูเก็ตที่มีทำเลที่สะดวกในการเข้าถึงพอสมควรหากเดินทางด้วยรถยนต์เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนเส้นหลัก อีกทั้งราคานั้นสอดคล้องกับความสมเหตุสมผลในด้านจำนวนพื้นที่ใช้สอย และวัสดุที่ใช้ แต่หากเทียบกับโครงการใกล้เคียงอื่นๆ จะค่อนข้างสูสีกัน แตกต่างกันที่ Design ของตัวบ้าน และจำนวนหลัง ซึ่งโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง ถ้าดูปัจจัยด้านทำเล และราคา สำหรับบ้านหรู ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าใจภายในย่าน

    ในด้าน Facilities ของโครงการ หากดูเรื่องจำนวนหลังของบ้านก็ค่อนข้างเหมาะสมพอสมควร ตัวโครงการมีแท็งค์เก็บน้ำและทะเลสาบ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง บรรยากาศค่อนข้างสงบและส่วนตัว คล้ายรีสอร์ท แม้จะไม่ได้ติดทะเล แต่ก็ได้วิวภูเขาทดแทน ห้องฟิตเนส และ สระว่ายน้ำ ค่อนข้างใหญ่ น่าใช้งาน มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ข้อเด่นคือ พื้นที่โครงการได้รวมอยู่ด้วยกัน 3 โครงการ ทำให้เกิดเป็น Communities ขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ การจัดการพื้นที่จึงเป็นระบบ ทั้งการตัดเส้นถนนส่วนบุคคลสำหรับเดินทางภายในโครงการ และความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน โดยรวมถือว่าทำได้ในระดับมาตรฐาน 

    .

    .

  • BAAN NAWAT

    บ้านนวัต เป็นโครงการบ้านเดี่ยวของ บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงอสังหาฯ อย่างยาวนาน และมีโครงการเด่นๆของบริษัทอย่างเช่นโครงการ Tamarind Village เชียงใหม่ และ Rayavadee กระบี่ เป็นต้น โดยบ้านนวัตจะมีทั้งหมดสองโครงการ คือ บ้านนวัต พระราม9 กับ บ้านนวัต เอกมัย-รามอินทรา ซึ่งทั้งสองโครงการจะมีแบบบ้านรูปแบบเดียวกันแตกต่างกันที่ขนาด ข้อเด่นของบ้านคือ เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน และความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังมีจำนวนหลังในโครงการที่น้อยมาก เพียง 6-8 หลัง เท่านั้น

    ราคาเริ่มต้นของบ้านจะอยู่ที่ 35 ลบ. มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 550 ตร.ม. บนที่ดิน 84 ตร.วา ในทำเลที่ใกล้กับถนนใหญ่ทั้งสองโครงการ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถทำได้โดยสะดวกในระดับหนึ่ง ในครั้งนี้ทาง Realist จะมาวิเคราะห์ถึงประเด็นเด่นๆเกี่ยวกับโครงการนี้ให้ผู้อ่านได้ใช้พิจารณาเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยในบทความจะเน้นเรื่องการวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของตัวบ้านเป็นหลัก มากกว่าการเน้นเรื่องทำเล เพราะโครงการมีการออกแบบตัวบ้านได้น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการประหยัดพลังงาน หรือแนวคิดแบบ Sustainable Design

    .

    Fact

    Project Name : Baan Nawat (บ้านนวัต)
    Developer : บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด

    1. เอกมัย-รามอินทรา
    Location : Ramkhamhaeng21 Wangthonglang Bangkapi Bangkok
    Land area 1 : 1-3-99 ไร่
    No. of Units : 6 หลัง
    Unit Type : 1 Type (660 ตร.ม.)

    2. พระราม 9
    Location :
    Krungthep Kreetha 8 Lane 14 Huamark Bangkapi Bangkok
    Land area : 2-0-0 ไร่ 
    No. of Units : 8 หลัง
    Unit Type : 1 Type (550 ตร.ม.)

    Facilities : Access control, 24-hours security , CCTV , Electrical Fencing
    Expected Completion : สร้างเมื่อเริ่มจองและทำสัญญากับโครงการ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปีครึ่ง
    Common Expense : ราคาเริ่มต้น 35 ลบ. , ค่าสาธารณูปโภค พระราม9= 10,000บ./เดือน ,เอกมัย-รามอินทรา= 14,000บ./เดือน, เงินจอง = 500,000 บ. , ทำสัญญา = 500,000 บ. 

    บ้านนวัต

    บ้านนวัต มาจากคำว่า “บ้านนวัตกรรม” ครับ เพราะที่นี่มีจุดเด่นในเชิง detail ในการประหยัดพลังงานอยู่มากจริงๆ (Eco Friendly Home) ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังเป็นข้อ ๆ อีกทั้งยังมีข้อดีคือ เป็นบ้านหรูที่มีจำนวนหลังภายในโครงการน้อย มีความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งแบรนด์ Premier Assets นั้นมีประสบการณ์ในด้านอสังหาฯ ที่ยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น โรงแรม และรีสอร์ท

    การวางผังของอาคารก็เป็นอีกหนึ่งข้อเด่น คือการวางอาคารตามทิศลมแดดโดยด้านยาวถูกวางให้ขวางตะวัน บ้านจึงได้รับลมอย่างเต็มที่ และมีสภาวะน่าสบาย หรือในเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาอย่างครบครัน ตอบโจทย์กับครอบครัวแบบขยายที่มีตั้งแต่สามช่วงวัยขึ้นไป คือ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

    .

    1. สร้างโดย Premier Assets ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงอสังหาอย่างยาวนาน

    .

    โครงการในเครือ Premier Assets

    บ้านนวัต

    99 Residence , Rama9

    บ้านนวัต

    โครงการบ้านพักอาศัยบนถนนพระราม 9 บ้านหรูระดับ Luxury โดยมีสภาพแวดล้อมคล้ายกับชุมชนขนาดเล็กที่มีคุณภาพ สงบ และ เป็นส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 50 ลบ. 

    Ratavadee , Krabi

    บ้านนวัต

    รีสอร์ทหรู ตั้งอยู่บนแหลมพระนางบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดกระบี่ ออกแบบเป็นบ้านพักแบบ Tropical Design ท่ามกลางต้นไม้ และวิวทะเล

    Tamarind Village , Chiang Mai

    บ้านนวัต

    แทมมาริน วิลเลจ เป็นโรงแรมขนาดเล็กภายในเมืองเก่าของเชียงใหม่ ห้องพัก 41 ห้องและห้องสวีท 5 ห้อง การออกแบบเน้นความเรียบง่ายแฝงด้วยรายละอียดของสถาปัตยกรรมแบบพื้นถิ่น

    .

    2. เป็นบ้านหรูแบบ Luxury Compound จำนวนหลังน้อย ความเป็นส่วนตัวสูง

    บ้านนวัต

    .

    อะไรคือ Luxury Compound ?

    Luxury Compound เป็นโครงการบ้านหรูแบบปิด (มีรั้วรอบโครงการ) มีจำนวนหลังที่ไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะมี Location อยู่ในเมือง และให้ spec วัสดุที่ราคาค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบบ้านเดี่ยว

    ตัวอย่างโครงการแบบ Luxury Compound

    Quarter Thonglor , ทองหล่อ 25

    บ้านนวัต

    Parc Priva , ถ.เทียมร่วมมิตร

    บ้านนวัต

    The Honor , ลาดพร้าว 81

    บ้านนวัต

    BANN NAWAT ทั้ง 2 โครงการมีจำนวนบ้านเพียง 8 หลัง กับ 6 หลังเท่านั้น

    BANN NAWAT เอกมัย-รามอินทรา

    บ้านนวัต

    BANN NAWAT พระราม 9

    บ้านนวัต

    เนื่องจากบ้านมีจำนวนหลังที่น้อย จึงมีข้อดีคือ ตัวโครงการมีความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างสูง สงบ เพราะทุกหลังมีสระว่ายน้ำของตัวเองอยู่แล้ว ค่าส่วนกลางจึงมีเพียง รปภ. รักษาความปลอดภัย และประตูรั้วทางเข้าโครงการก็สามารถ ควบคุมผ่านรีโมท ดูผ่านจอในบ้านได้ ถ้าเพื่อนมาบ้าน เราก็สามารถเปิดประตูรั้วใหญ่ให้เองได้เลย 

    การซื้อบ้านจะเป็นแบบสั่งสร้าง โดยจองและทำสัญญากับโครงการ ใช้เวลาสร้างประมาณ 1 ปีครึ่ง พื้นที่แต่ละแปลงลงเสาเข็มไว้แล้วทั้งหมด ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นเมื่อทำการก่อสร้าง และโครงการยังแยกทางเข้าไว้อีกด้วย

    .

    3. บ้านหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยสมราคา

    บ้านนวัต

    พื้นที่ใช้สอยของโครงการบ้านนวัตจะแบ่งเป็น 2 ขนาดคือ โครงการบ้านนวัต พระราม 9 จะมีพื้นที่ 550 ตร.ม. (กว้าง 12.3 ม. ลึก 27 ม.) และ เอกมัย-รามอินทรา จะมีพื้นที่ 660 ตร.ม. (กว้าง 13 ม. ลึก 34 ม.) โดยพื้นที่ Highlight หลักๆที่จะกล่าวถึงในบทวิเคราะห์ทั้งหมด 4 จุด คือ
    1. Swimming Pool
    2. ส่วน Living & Dining Area
    3. Master Bedroom
    4. Bedroom 3

    ซึ่งแต่ละส่วนของบ้านก็ยังมีการออกแบบที่คำนึงเรื่อง Sustainable อยู่เป็นหลัก ทำให้บ้านเกิดสภาวะน่าสบาย และประหยัดพลังงาน

    ในส่วนของการวิเคราะห์ ทาง Realist จะเลือก Site พระราม9 ในการวิเคราะห์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโครงการที่มีบ้านตัวอย่างตั้งอยู่ ทำให้เห็นภาพทั้งเรื่องการวางผัง และลักษณะของตัวบ้าน

    .

    Surroundings

    โครงการบ้านนวัต พระราม9 ตั้งอยู่ในย่านกรุงเทพกรีฑา ภายในซ.กรุงเทพกรีฑา 8 แยก 14 เลี้ยวเข้ามาจากมอเตอร์เวย์ ตามป้ายถ.กรุงเทพกรีฑา เข้ามานิดเดียว โครงการอยู่ซ้ายมือ การสัญจรหากเดินทางด้วยรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด สามารถทะลุได้หลายเส้นทางทั้ง พระราม 9, ศรีนครินทร์, รามคำแหง และในอนาคตบริเวณ ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดถ.ศรีนครินทร์ จะมีเส้นรฟฟ. สายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา (BTS) ตัดผ่าน 

    นอกจากรฟฟ.แล้ว ย่านนี้ยังมีถนนเส้นใหม่ที่กำลังตัดผ่าน คือ ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งสร้างมาช่วยเรื่องการจราจร ระบายรถในพื้นที่กรุงเทพฯโซนตะวันออก น่าจะแล้วเสร็จทุกเฟสปี 2561 บริเวณโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น ซอยกรุงเทพกรีฑา 8 แยก 14 นี้ถือเป็นซอยที่มีบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ราคาแพงอยู่หลายหลัง หนึ่งในนั้นก็คือ บ้านของคุณแอ๊ว ศุภลักษณ์ อัพพุชแห่งเดอะมอลล์ กรุ๊ปนั่นเอง 

    อ่านบทความเรื่องย่านกรุงเทพกรีฑา คลิก

    .

    Master Plan

    การวางผังของโครงการถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี อาจด้วยลักษณะของขอบเขตที่ดินโครงการที่เป็น สี่เหลี่ยมจตุรัส ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย โครงการเลือกออกแบบบ้านให้เป็นแนวยาวบนที่ดินที่ถูกแบ่งแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยวางแบบขวางตะวัน ซึ่งถูกต้องตามหลัก Orientation ทำให้บ้านไม่ร้อน และลมเข้าตลอดปี

    การวาง Function ของตัวบ้าน เลือกหันสระว่ายน้ำมาเจอกัน เพราะเป็นส่วนเปิดโล่งของแต่ละหลัง การวางแปลนแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ข้อดีคือ ทุกบ้านมีความโปร่งโล่ง บ้านดูห่างกันมากขึ้นไปอีก แต่ข้อด้อยคือเวลาเรายืนอยู่ชั้นบนก็จะเห็นอีกบ้านว่ายน้ำอยู่ ในทางกลับกันเค้าเห็นเราเหมือนกัน เรียกว่าความ Private ลดลงเล็กน้อย 

    .ด

    เปลือกอาคารและงานดีไซน์

    บ้านนวัต

    1) ด้านหน้าของตัวบ้าน 

    ชั้น1 จะเป็นส่วนของที่จอดรถ ซึ่งจอดได้ประมาณ 3 คัน ประตูเป็นแบบอัตโนมัติ (ถ้ามีคนเดินผ่าน ประตูจะเลื่อนกลับทันที เป็นระบบ security กันคนโดนหนีบ)

    ทางด้านขวามือเป็นห้องเครื่อง ถัดไปด้านในเป็นสระว่ายน้ำที่ถูกกั้นด้วยฉากลายฉลุ ซึ่งทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง

    ส่วนชั้น 2 ของบ้านด้านนี้จะเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วน Highlight ของโครงการ ด้านนอกเป็นส่วนระเบียง ซึ่งใช้ระแนงไม้กั้นไว้ เพื่อบังแดด และสร้างความเป็นส่วนตัว

    บ้านนวัต

    2) ด้านข้างของตัวบ้านฝั่งสระว่ายน้ำ

    เป็นด้าน Highlight ของบ้าน เนื่องจากมีช่องเปิดมากที่สุด ด้านซ้ายมือของภาพ ส่วนระแนงทำหน้าที่เป็นการ Decoration และช่วยบังแดดให้แก่ห้องนอนได้ในระดับหนึ่ง

    ส่วนตรงกลางจะเป็นโถงบันได ซึ่งในชั้น 2 จะเป็นส่วน Family Area ซึ่งการมีช่องเปิดค่อนข้างใหญ่ ทำให้ส่วนนี้ได้รับแสงสว่างอย่างเต็มที่ในตอนกลางวัน

    และส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในด้านนี้คือระเบียงยาวเชื่ิอมต่อทุกห้อง ซึ่งถูกออกแบบให้ยื่นออกมารอบบ้านทั้งชั้น 2 และชั้น 3 โดยถือว่ามีขนาดที่ใหญ่พอสมควร

    บ้านนวัต

    3) รูปด้านฝั่ง Service 

    เป็นด้านที่มีช่องเปิดน้อยที่สุด

    แต่ก็ยังถูกออกแบบให้มีเส้นสายจากการลดหลั่นกันของ Function ด้านใน ช่องเปิดที่ชั้นสองเป็นบริเวณโถง Family Area ซึ่งทำให้ได้รับแสงสว่างจากทั้งสองด้าน

    ด้านล่างของบ้านเป็นห้องแม่บ้านและครัว ทำให้ค่อนข้างปิดทึบ โครงการเลือกด้านนี้ของบ้านหันหน้าเข้าหากันในผัง 

    .

    วิเคราะห์ผัง ดูภาพรวม

    บ้านนวัต

    เมื่อทำการคลี่ผังของบ้านออกมาเพื่อดูแต่ละจุด จะพบว่าจุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่การวาง Function อย่างเต็มพื้นที่ และแบ่งสัดส่วนอย่างเป็นระบบ ปกติแล้วบ้าน Luxury แบบนี้จะชอบทำ Double Volume บริเวณโถงรับแขกหรือส่วนรับประทานอาหารเพื่อทำพื้นที่ให้ดูโปร่ง โล่ง แต่ข้อเสียคือพื้นที่ชั้นสองจะหายไปค่อนข้างเยอะ ซึ่งการที่บ้านหลังนี้ไม่มี Double Volume ก็ถือเป็นข้อดีที่ทำให้สามารถใช้งานชั้นสองได้อย่างเต็มที่

    ในรูปส่วนต่างๆของบ้านจะถูกแบ่งสีเพื่อพิจารณาเป็นโซนๆ ดังนี้

    1) ส่วนสีแดง Semi-Public Area (พื้นที่กึ่งสาธารณะ เป็นพื้นที่กลางที่อาจจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้ได้บ้าง)

    2) ส่วนสีเหลือง Public Area (พื้นที่สาธารณะ ทุกคนในบ้านรวมถึงแขกจากภายนอกสามารถใช้งานได้อิสระ)

    3) ส่วนสีม่วง Service Area (พื้นที่หลังบ้าน เช่นห้องครัว และซักล้าง)

    4) ส่วนสีส้ม Semi-Private  Area (พื้นที่กึ่งส่วนตัว เป็นส่วนกลางสำหรับให้คนในบ้านใช้งานเท่านั้น)

    5) ส่วนสีเขียว Private Area (พื้นที่ส่วนตัว เป็นห้องส่วนตัวของแต่ละบุคคลภายในบ้าน)

    บ้านนวัต

     

    .

    เปิดบ้าน ดูส่วนที่เป็นไฮไลท์

     

    1) Swimming Pool ขนาด 11 x 3 ม.

    บ้านนวัต

    บ้านนวัต

    สระว่ายน้ำ ขนาด 11 x 3 ม. วางเป็นแนวยาวขนานไปกับตัวบ้าน จากที่เห็นพบว่าขนาดของสระอาจดูไม่ได้ใหญ่มาก ว่ายแบบเต็มสตรีมอาจจะยาก จึงเหมาะสำหรับใช้งานเบาๆ อย่างการว่ายเล่นเพื่อพักผ่อน หรือทำเป็น Pool Party 

    ในรูปที่สอง จะพิจารณาความเป็นส่วนตัวของสระว่ายน้ำซึ่งติดกับที่ดินของอีกหลัง ตามในผังคือสระว่ายน้ำของทั้งสองหลังจะอยู่ติดกัน โดยสระว่ายน้ำทั้งสองจะทำหน้าที่เป็นตัวกั้นให้ระยะห่างของอาคารอยู่ไกลจากกัน และมีทัศนียภาพที่ดี แต่เมื่ออยู่ชั้นที่ 2 และ 3 ของบ้านจะสามารถมองลงมาเห็นผู้ที่กำลังใช้งานสระว่ายน้ำอยู่

     

    2) Living & Dining Area ขนาด 40 ตร.ม.

    บ้านนวัต

    ส่วนรับแขกและรับประทานอาหาร ด้วยขนาดพื้นที่ 40 ตร.ม. ถือว่าเป็นพื้นที่ขนาดปานกลาง หากมองจากผังแล้วเปรียบเทียบโดยรวม อาจจะดูเล็กไปสักหน่อยสำหรับบ้านราคาระดับนี้ สังเกตว่าตอนนี้ใส่โต๊ะอาหาร 4 ที่นั่งพร้อม bench แบบไม่มีพนักทำให้ space โล่ง แต่ถ้าใส่โต๊ะทานอาหารตัวใหญ่ขึ้น บวกกับเก้าอี้มีพนักพิง ก็อาจจะดูเต็มห้องทีเดียว

    ข้อดีของผังนี้คือ ความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างส่วนกลางของบ้านกับสระว่ายน้ำภายนอก ทั้งเรื่องแสงสว่าง และลม ก็ได้รับอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดสภาวะน่าสบายขึ้นภายในบ้าน และให้ความรู้สึกน่าใช้งาน

     

    3) Master Bedroom ขนาด 30 ตร.ม.

    ห้องนอนใหญ่ เป็นอีกส่วนหลักของบ้าน ถูกออกแบบมาให้กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของชั้นสอง ความสูงจากพื้นถึงฝ้าของห้องจะอยู่ที่ 2.8 ม. จุดเด่นคือมีห้อง Walk-in Closet ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับห้องน้ำ (จริงๆแนะนำว่าน่าจะมีประตูเข้า walk-in closet แยกอีกทาง จะสะดวกกว่า) รวมถึงระเบียงนั่งเล่นภายนอก ที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน

    เมื่อพิจารณาจากผังแล้ว ห้องนี้ถือว่าทำได้ดี เนื่องจากถูกวางไว้เป็นห้องหัวมุม (สิ่งนี้เป็นข้อเด่นเลย คือ สถาปนิกคิดมาแล้วว่าห้องนอนทุกห้องถูกทำให้เป็นห้องหัวมุม มีความ Private) ทำให้สามารถเปิดรับมุมมองภายนอกได้อย่างเต็มที่ และก็ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน แต่ตัวบ้านมีระแนงอลูมิเนียมลายไม้กั้นซึ่งช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง

     

    4) Bedroom 3 ขนาด 30 ตร.ม. 

    บ้านนวัต

    ห้องนอนในชั้น 3 โดยภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ลงตัวกว่า Master Bedroom ในชั้น 2 เนื่องจากลดขนาด Walk-in Closet ลง เอาอ่างอาบน้ำออก ทำให้พื้นที่ภายในห้องนอนโปร่งและดูกว้างขึ้น

    ด้านนอกห้องเป็นระเบียงนั่งเล่นขนาดใหญ่ การออกแบบห้องนอนนี้ ทำมาเพื่อรองรับการใช้งานของเจนเนอเรชั่นรุ่นลูกที่เพิ่งเริ่มมีครอบครัว หรือเพิ่งแต่งงาน ต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ยังคงอยู่ร่วมกันภายในครอบครัวใหญ่

     

    5) ลิฟท์ขนาดเล็ก (Home Lift) แต่รองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์

    บ้านนวัต

     

    .4. บ้านแนวคิด Sustainable & Eco-Friendly

    บ้านนวัต

    กล่าวไปในตอนต้นว่านี่คือ “บ้านนวัตกรรม” จะตอบโจทย์มากถ้าคุณรักการประหยัดพลังงาน เพราะที่นี่เน้นการระบายอากาศแบบ Passive Cooling (เน้นการพึ่งพาธรรมชาติ)

    อย่างแรกเลยที่โครงการทำในขั้นตอนการออกแบบคือการวางผังอาคาร และนำมา simulate ในคอม เพื่อดู Ventilation ของแดดและลม เพื่อให้บ้านอยู่สบาย ลมเข้าบ้านตลอดปี

    เมื่อพิจารณาเรื่องเปลือกอาคารในหัวข้อที่ผ่านมา จะพบว่าอาคารถูกออกแบบให้กันแดด กันฝนได้จริง ทั้งการใช้ระแนงกันแดด และการยื่นพื้นอาคารออกมาเพื่อกันฝนให้ชั้นล่าง

    ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการออกแบบขั้นพื้นฐานของบ้านเท่านั้น แต่ส่วนที่ถูกเสริมเข้ามาคือ วัสดุ และระบบต่างๆ ที่สถาปนิกโครงการนำมาใช้กับตัวบ้าน

    ระบบแอร์ของบ้านทั้งหลังเป็นแบบ VRV* ซึ่งโดยปรกติเป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ แต่อันนี้จะเป็นการระบายความร้อนด้วยน้ำ ทำให้สามารถนำน้ำที่มีความร้อน ส่งต่อให้เครื่องทำน้ำอุ่น ทำให้ได้น้ำอุ่นใช้ฟรีๆ ซึ่งถ้าความร้อนในระบบเหลือใช้ ก็จะส่งต่อไปที่สระว่ายน้ำ กลายเป็นสระน้ำอุ่น 

    และยังมีการนำน้ำที่ใช้แล้วผ่าน treatment tank เป็นการบำบัดน้ำด้วยออกซิเจน ซึ่งถ้าผ่าน UV อีกที จะสามารถเป็นน้ำดื่มได้เลย! แต่ที่นี่เราเอาไว้รดน้ำต้นไม้กันครับ ถือเป็นการใช้น้ำได้คุ้มค่ามาก 

    นอกจากนั้นยังมีการใช้กระจกนิรภัยตัดแสง ที่มีฟิล์มตรงกลาง ลดการนำความร้อนของแดดเข้าสู่ตัวบ้าน หรือผนังสองชั้น ที่ทำจากอิฐมวลเบา และช่วยในเรื่องการระบายอากาศ เรียกได้ว่าเป็นบ้านประหยัดพลังงานที่ทำได้อย่างครบวงจร โครงการหนึ่งเลยทีเดียว

    *VRV คือ ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ที่ชุดภายนอกหรือคอนเดนซิ่งหนึ่งชุดสามารถเชื่อมต่อชุดภายในหรือแฟนคอยล์ได้สูงสุดถึง 64 เครื่อง ผสานเทคโนโลยี VRT (Variable Refrigerant Temperature) ที่สามารถปรับอุณหภูมิของน้ำยาตามสภาวะอากาศ จึงช่วยให้ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น

    ด้านซ้ายเป็นจอแสดงผล Report กระแสไฟฟ้าที่ได้จาก Solar cell ซึ่งเราสามารถเช็คแบบ real time จากมือถือหรือจอโทรทัศน์ (ถ้าต่อ WIFI) ได้เลย 

    เรียกว่าค่อนข้างใช้งานง่าย และเห็นผลเป็นรูปธรรม

     

    1) Grill

    บ้านนวัต

    ระแนงกันแดด นอกจากจะช่วยในการบังแดดไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านโดยตรงแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นส่วน Decoration ให้กับรูปด้านอาคารอีกด้วย 

    ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้ได้รับแสงสว่างอย่างเต็มที่ในตอนกลางวัน แต่ก็ยังมีส่วนของชายคาที่ช่วยกันแดดในช่วงเวลา 8.00-16.00 น. ตัวบ้านจึงไม่ได้รับแดดโดยตรง

    2) Double Wall มีช่องระบายอากาศด้วย

    บ้านนวัต

    Double Walling หรือ ผนังสองชั้น ใช้การก่อสร้างแบบ Conventional โดยสถาปนิกเลือกวัสดุเป็น อิฐมวลเบา ข้อดีคือ กันน้ำซึม มีรูพรุนแต่ไม่ทะลุถึงกัน ทำให้ผนังหายใจได้ ช่วยระบายอากาศ และไม่อมความร้อน 

    ผนังสองชั้นส่วนอาคารจะใช้กับตัวบ้านในทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ร้อนที่สุด ใช้งานร่วมกับ Double Glazing 

    3) Double Glazing

    บ้านนวัต

    โครงการได้เลือกวัสดุในการก่อสร้างที่ค่อนข้างดีมาใช้ ส่วนช่องเปิดใช้กระจกสองชั้นและติดฟิล์มตรงกลาง 

    ตัวโครงเป็นบานกรอบอลูมิเนียมของญี่ปุ่น (Tostem) ซึ่งทำงานเหมือนระบบประตูรถยนต์ทำให้เวลาเปิดปิดทำได้เงียบ ไร้เสียงรบกวน อีกทั้งยังกันน้ำและฝุ่น และมีระบบล๊อก 3 ชั้น และกระจกนิรภัยอีกด้วย

    4) Cellulose Bitumen Sheet Roof & Solar cell

    บ้านนวัต

    ส่วนของหลังคา สถาปนิกเลือกใช้ Cellulose Bitumen Sheet Roof ยี่ห้อ Onduline ลักษณะคล้ายกับ กระเบื้องลอนเล็ก ถึงมีหน้าตาธรรมดาแต่มีจุดเด่นคือ น้ำหนักเบา ทำให้โครงสร้างหลังคาไม่รับภาระมาก รวมถึงไม่มีเสียงรบกวนเวลาฝนตก และมีฉนวนกันความร้อนภายในตัว

    อีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นข้อเด่นของตัวบ้านคือ แผง solar cell ซึ่งวางไว้ 11 แผงสร้างไฟฟ้าได้ประมาณ 3,000 watt ซึ่งนำมาใช้กับระบบบำบัดน้ำ แอร์ และตู้เย็น แต่ไม่มีแบตเตอรี่มาให้จึงสามารถใช้ได้เพียงตอนกลางวัน (วันต่อวัน) ไม่สามารถเก็บกักไฟไว้ใช้ในวันต่อไป แต่ก็มีจุดดีตรงที่เราไม่ต้อง maintenance แบตเตอรี่

    5) แอร์ระบบ VRV 

    บ้านนวัต

    แอร์ระบบ VRV เป็นคอยล์ร้อนทำหน้าที่ควบคุมแอร์ทั้งหมด 11 ตัว ของบ้าน มี Cost การติดตั้งสูงกว่าระบบ split type 1.5 เท่า แต่ประหยัดไฟกว่า ซึ่งโครงการติดมาให้แล้ว จุดเด่นของระบบคือ เปิดแอร์ 1 คืน จะมีน้ำร้อนใช้ 3 วัน โดยความร้อน (ที่มีเหลือจากระบบ) จะสามารถถ่ายเทจากแอร์ไปสู่สระว่ายน้ำ ทำให้กลายเป็นสระน้ำอุ่นได้ โดยถือว่าเป็นการระบายความร้อนด้วยน้ำไปในตัว

     .

    5. เปิดตัว 2 ทำเล – กรุงเทพกรีฑาซ.8 และ รามคำแหง

    ทั้งสองย่านเรียกว่าอยู่ในโซนกรุงเทพตะวันออก บ้านนวัตพระราม 9 อยู่ตรงซ.กรุงเทพกรีฑา 8 แยก 14 สามารถเข้า-ออกได้ 3 ทางหลัก ๆ คือ มอเตอร์เวย์ (ง่ายสุด), ทางศรีนครินทร์ตัดกรุงเทพกรีฑา ซึ่งขณะนี้ออกได้อย่างเดียว เข้าไม่ได้ เพราะกำลังทำถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า รถค่อนข้างติดตอนเช้า และต่อไปตรงนี้จะมีสถานี BTS ศรีกรีฑา (สายสีเหลือง)  และอีกทางคือ ซ.รามคำแหง 60 

    ส่วนบ้านนวัตเอกมัย-รามอินทรา อยู่ตรงซ.รามคำแหง 21 แยก 9 สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง คือ ถ.รามคำแหงและถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ถ้าคุณทำงานตรงพระราม 9 ตรงนี้ถือว่าสะดวกมาก 

    .

    พระราม 9

    บ้านนวัต

    ข้อดีของย่านพระราม 9 คือ อยู่ใกล้กับ แอร์พอร์ตลิงค์สถานีหัวหมาก (ปัจจุบัน) มีทั้งรถไฟฟ้าใหม่และถนนใหม่ ทำให้บริเวณโดยรอบเริ่มพัฒนาและขยับขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

    ส่วนการเดินทางสัญจรด้วยรถยนต์ ก็ถือว่าสามารถเดินทางได้สะดวกพอสมควร จากการที่โครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วน ในเรื่อง Facilities ก็มีเด่นๆเช่น The Nine และ Curve ซึ่งเป็น Community mall ขนาดเล็กในซอยกรุงเทพกรีฑา 7 ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยกัน

    บ้านนวัต

    เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา

    เจ้าของโครงการ : บริษัท แสนสิริ จำกัด มหาชน
    ราคา : 8.39 – 25 ลบ.
    จำนวนหลัง : 314 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย : 156 – 393 ตร.ม.

    หลังใหญ่สุดมีการจัดสรรพื้นที่ได้ค่อนข้างลงตัว ข้อดีคือราคาถูกกว่า แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยที่น้อยกว่า ไม่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และมีจำนวนหลังที่ค่อนข้างเยอะ คือ 314 หลัง เมื่อเทียบกับโครงการบ้านนวัต ซึ่งมีเพียง 6-8 หลัง ทำให้ด้อยกว่าในเรื่องความเป็นส่วนตัว

    บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9

    เจ้าของโครงการ : บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    ราคา : 27.9-45  ลบ.
    จำนวนหลัง :  52 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :  399 – 693 ตร.ม.

    มีขนาดใกล้เคียงกับโครงการบ้านนวัต หลังใหญ่สุดมีขนาดที่ใหญ่กว่าและราคาแพงกว่า แต่ไม่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว รวมถึงมีจำนวนหลังที่เยอะกว่า แต่มีข้อเด่นคือส่วนกลางของบ้านที่กว้างและเป็นสัดส่วนมากกว่าโครงการบ้านนวัต

    เนอวานา บียอนด์ ไลท์ พระราม 9

    เจ้าของโครงการ : เนอวานา ดีเวลลอปเมนท์
    ราคา : 17-30  ลบ.
    จำนวนหลัง :  156 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :  270 – 418 ตร.ม.

    ตัวบ้านค่อนข้างใหญ่ และมีถึง 3 ชั้น จำนวนหลังค่อนข้างเยอะ เมื่อเทียบกับโครงการบ้านนวัต ทำให้ความเป็นส่วนตัวอาจน้อยกว่า อีกทั้งยังไม่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ราคาถูกกว่าและขนาดเล็กกว่า

    .

    เอกมัย-รามอินทรา

    บ้านนวัต

    ย่านรามคำแหง 21 หรือที่เรียกกันว่า รามฯ21 ถือเป็นย่านที่มีความพลุกพล่าน และเต็มไปด้วยอาคารพักศัยเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ Facilities โดยรอบค่อนข้างครบครันพอสมควรและเข้าเมืองสะดวก

    ในอนาคตบริเวณถ.รามคำแหงจะมีรฟฟ.สายสีส้มตัดผ่าน สถานีที่ใกล้โครงการที่สุดคือสถานีรามคำแหง 12 ทำให้การเดินทางเข้าตัวเมืองเป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และหากใช้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักก็สามารถทำได้โดยสะดวกเนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วน และถ.พระราม 9

    เดอะ เจนทริ พระราม 9

    เจ้าของโครงการ : บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    ราคา : 27-50  ลบ.
    จำนวนหลัง :  13 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :  – ตร.ม.

    มีการวางผังค่อนข้างใกล้เคียงกับโครงการบ้านนวัต มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ราคาใกล้เคียงกัน แต่มีจำนวนหลังที่มากกว่าเล็กน้อย

    อาเทลล์ พัฒนาการ-ทองหล่อ

    เจ้าของโครงการ : อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
    ราคา : เริ่มต้น 28  ลบ.
    จำนวนหลัง :  49 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :  395-450 ตร.ม.

    มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านนวัต เมื่อดูจากผังให้ความรู้สึกว่ากว้างกว่า ใช้งานพื้นที่ได้เต็มประสิทธิภาพกว่า จำนวนหลังมากกว่า อยู่ที่ 49 หลัง 

    บ้านอิสสระ พระราม9

    เจ้าของโครงการ : ชาญอิสสระ
    ราคา : เริ่มต้น 80-132  ลบ.
    จำนวนหลัง :  20 หลัง
    พื้นที่ใช้สอย :  700-842 ตร.ม.

    โครงการนี้มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าบ้านนวัต และราคาสูงกว่า อาจเทียบกันได้ยากสักหน่อย แต่หากดูเรื่องการวางผังและสัดส่วนของพื้นที่ใช้งาน ถือว่าทำได้ลงตัว จำนวนหลังของบ้านมีมากกว่าเล็กน้อย

    .

    สรุปทุกประเด็นของโครงการบ้านนวัต

    บ้านนวัต

    บ้านนวัต

    โครงการบ้านนวัต ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการทางเลือก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบ้านที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย บริเวณโดยรอบสงบ และมีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงานแบบครบวงจร

    ขนาดพื้นที่ใช้สอยถือว่าค่อนข้างเยอะ และเพียงพอต่อความต้องการของครอบครัวแบบขยาย เรื่องทำเลถือว่ากลางๆ หากเดินทางด้วยรถยนต์จะถือว่าสามารถเดินทางได้โดยสะดวกพอสมควร จากจุดขึ้นลงทางด่วนซึ่งอยู่ใกล้โครงการ 

    เมื่อพิจารณาเรื่องราคา โครงการบ้านนวัต อาจมีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งรอบๆ แต่หากเทียบเรื่องความ Private, จุดเด่นเรื่อง Eco Friendly และรูปแบบของบ้านที่ได้มา ก็ถือว่าอยู่ในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล

    เนื่องจากมีการใช้วัสดุที่ช่วยในการประหยัดพลังงานอยู่หลายจุดด้วยกัน โดยรวมเรียกได้ว่า เป็นบ้าน Green ที่เด่นเรื่องฟังก์ชั่น เหมาะกับครอบครัวแบบขยายที่มีกลุ่มอายุที่แตกต่างกันอาศัยอยู่ร่วมกัน

  • บ้านเดี่ยวใกล้เมกาซิตี้

    ย่านบางนาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อยู่อาศัยอย่างบ้านจัดสรร โดยการเกิดขึ้นของโครงการในอนาคตส่งผลต่อการเป็นทำเลทองของผู้อยู่อาศัยในบริเวณแถบนี้ อย่างการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม(บางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว – สำโรง)  ที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณพื้นที่รอบสถานีและการเดินทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวกมากขึ้นรวมถึงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 อีกด้วย และอีกหนึ่งการพัฒนาที่สำคัญคืออภิมหาโปรเจกต์อย่าง “เมกา ซิตี้”  ซึ่งเป็นการพัฒนาจาก “เมกา บางนา” เดิม มาสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ยูส” ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้า พื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่ครบครันเป็นศูนย์กลางของคนอยู่อาศัยในย่านบางนาแห่งนี้

    ทาง Realist จึงรวมรวบรวมโครงการบ้านเดี่ยวว่ามีโครงการไหนบ้างที่ตั้งอยู่ในทำเลทองนี้ที่อยู่ภายในระยะ 3 กม.จากโครงการ “เมกา ซิตี้” และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีเหลืองมาให้ชมกัน

     

    บางนาในอนาคต

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

    เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) จำนวน 23 สถานี เชื่อมโครงข่ายขนส่งด้านตะวันออกของกรุงเทพ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง  จุดเริ่มต้น รัชดา – ลาดพร้าว ผ่าน – บางกะปิ – แยกลำสาลี – พัฒนาการ – ลาซาล สิ้นสุดสถานี สำโรง สมุทรปราการ

    ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ระหว่างรอส่งมอบพื้นที่จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คาดว่าจะเริ่มเข้าพื้นที่และก่อสร้างได้ ม.ค. 61 ปีหน้า โดยล่าสุดได้มีการลงพื้นที่ ประชาสัมพันธ์โครงการแจกแผ่นพับตามบริเวณสถานที่สำคัญที่อยู่ในแนวเส้นทางให้ประชาชนได้รับรู้แล้ว คาดว่าแล้วเสร็จในปี  2563

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม

    เป็นระบบรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LightRail) สายบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีตอม่อ 13 สถานี สถานีใต้ดิน 1 สถานี โดยคงสถานะเป็นสถานีในอนาคต 2 สถานี และสายแยกอีก 3 สถานี 

    ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ โดยกรุงเทพมหานครจะเริ่มก่อสร้างในส่วน สรรพาวุธ – ธนาซิตี้ – วัดศรีวาน้อย ก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนโครงสร้างช่วงเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้มีการปรับแบบของอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ เพื่อรองรับให้รถไฟฟ้าเส้นนี้สามารถเข้ามาจอดที่ใต้อาคารได้เลย คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2565

    โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2

    บมจ.ท่าอากาศยาน เผย โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2 ดำเนินการไปแล้ว 3 สัญญา จากทั้งหมด  7 สัญญา ซึ่งประกอบด้วย งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง , การจ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และงานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้นB2/B1 และชั้น G)ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินและส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ซึ่งขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าในภาพรวมแล้ว 38%

    แต่ยังช้ากว่าแผนที่กำหนดอยู่ 6 % เนื่องจากปัญหาช่วงหน้าฝนทำให้ การขุดดินต้องค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเตรียมโครงสร้างใต้ดินลึกถึง 12 แต่จะเพิ่มเครื่องจักรและคนงานให้มากขึ้นเพื่อเร่งงานก่อสร้างให้เกลับมาตามแผนที่วางไว้ภายใน 2 เดือน

    สำหรับแผนงานปี 60 ทอท.เร่งลงนามสัญญาก่อสร้าง 4 สัญญาที่เหลือ ประกอบด้วย

    1. งานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น 2-4) และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ล่าสุดมีกำหนดยื่นซองประกวดราคาและเสร็จภายใน เดือน ส.ค.จึงลงนามสัญญาว่าจ้างได้ และเริ่มการก่อสร้างได้ในช่วงเดือนก.ย.

    2. งานจ้างก่อสร้างอาคารสำนักงานสายการบินและที่จอดรถด้านทิศตะวันออก คาดว่าจะสามารถกำหนดราคา กลางได้ และเปิดขายซองประกวดราคาในเดือน ก.ค.

    3. งานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับจ้างงาน และเริ่มกระบวนการสั่งซื้อรถได้ในเดือน ก.ค.

     4. งานจัดซื้อระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า และระบบตรวจจับวัตถุระเบิด คาดว่าจะสามารถขายซองประกวดราคาได้ในช่วงปลายปีนี้ 60 ส่วนงานจ้างก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก รอความชัดเจนของแผนการก่อสร้างเฟส 3 ที่จะพิจารณาเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมีพื้นที่บางส่วนเชื่อมต่อกัน

    สามารถอ่านระเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ สุวรรณภูมิ เฟส 2

     

    ภาพจาก : http://www.skyscrapercity.com

    โครงการ “เมกา ซิตี้” 


    “เมกา บางนา” ศูนย์การค้าแนวราบใหญ่สุดในอาเซียน
      คือศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่อยู่นอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (Central Business District : CBD) ที่เพียบพร้อมไปด้วยแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์เนชันแนล แฟลกชิปสโตร์ และร้านอาหารยอดนิยมจำนวนมาก ประกาศเดินหน้าโครงการ “เมกา ซิตี้” บนถนนบางนา-ตราด สร้างเมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร โปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ยูส” พื้นที่กว่า 400 ไร่ ลงทุนทั้งหมดกว่า 67,000 ล้านบาท โครงการจะแบ่งออกเป็นหลายเฟส ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้าและอื่นๆ

    โดยจะเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่มีโครงการจะสร้างที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับคนกว่า 50,000 คน อาคารสำนักงานรองรับคนกว่า 30,000 คน โรงแรม 2 แห่ง และเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ ให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างสะดวกสบายในที่เดียวกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย นอกเหนือจากเป็นสถานที่ชอปปิ้ง ยังเป็นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ และสถานที่มอบความสนุกสนานและความบันเทิงได้อย่างครบวงจร คาดว่าสามารถรองรับผู้เข้ามาใช้บริการได้มากถึงกว่าวันละ 250,000 คน

    สำหรับแผนการพัฒนา “เมกาซิตี้” ในเบื้องต้นกำหนดเป็น 2 เฟส ได้แก่

    เฟสแรก ใช้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท สร้างลานจอดรถเพิ่มเติม รองรับ 1,200 คัน / ส่วนต่อขยายศูนย์การค้า ด้วยการเพิ่มร้านค้าอีก 40 ร้าน และซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้โดยรวมมีทั้งหมด 900 ร้านค้า จากขณะนี้มี 800 ร้านค้า / การสร้างถนนด้านหลังโครงการ เพื่อทำให้การเข้า-ออกโครงการสะดวกขึ้น โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ จะสร้างเสร็จภายในเดือนธ.ค. 60

    นอกจากนี้ปีนี้เตรียมสร้าง “โซน Entertainment, Leisure, Sport, Education” โดยมี “Latitude” จากออสเตรเลีย เป็นผู้เช่ารายใหญ่ในโซนนี้ คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี 61

    เฟสสอง พัฒนา “โรงแรมแห่งแรก” เป็นของโครงการเมกาซิตี้ ด้วยงบลงทุน 3,000 ล้านบาท เป็นอาคาร 9 ชั้น 240 ห้อง เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 61 และจะคัดเลือกบริษัทเข้ามาเป็นผู้บริหารโรงแรมนี้

    ส่วนการพัฒนา “โรงแรมแห่งที่สอง ยังไม่มีกำหนดการสร้าง เนื่องจากจะเปิดให้เชนโรงแรม หรือบริษัทที่สนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่และสร้างโครงการเอง นอกจากนี้กำลังหานักลงทุนร่วมทุน (Joint Venture) พัฒนาอาคารสำนักงาน และโครงการที่อยู่อาศัย

    ข้อมูล : www.brandbuffet.in.th

     

    รวมบ้านเดี่ยวใกล้ “เมกา ซิตี้”

    นอกจากการพัฒนาโครงข่ายการสัญจรระบบราง สนามบินสุวรรณภูมิและโครงการพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่แล้วแล้ว ภายในย่านยังมีการเติบโตของที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจตลาดบ้านเดี่ยวใกล้เมกาซิตี้ พบว่ามีโครงการเปิดใหม่ล่าสุดอยู่ 10 โครงการ

    แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ใน
    ใหม่ล่าสุด 4 โครงการ
    – THE CITY บางนา กม. 7
    – CENTRO บางนา กม. 7
    – บ้านอิสสระ บางนา
    – ภัสสร เพรสทีส บางนา-สุวรรณภูมิ

    นอกจากนั้นเป็นโครงการ
    เปิดตัวก่อนปี 59 อีก 6 โครงการ
    – นาราสิริ บางนา
    – นันทวัน บางนา กม. 7
    – ลัดดารมย์ บางนา
    – มัณฑนา บางนา กม. 7
    – ชัยพฤกษ์ บางนา กม. 7
    – เนเชอร่า บางนา กม. 5

    โดยราคาบ้านเดี่ยวเฉลี่ยในพื้นที่อยู่ที่ 6 ลบ.ขึ้นไป 

    จากการวิเคราะห์มองว่าการเลือกราคาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่อยู่ในย่านน่าจะเป็นราคาที่ไม่เกิน 20 ลบ. ถ้าเป็นราคาอยู่ที่ 6-20 ลบ. จะเป็นราคาที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านในบริเวณพื้นที่นี้มากที่สุด

     

    โครงการบ้านเดีี่ยวเก่า (เปิดตัวก่อนปี 59)

    เนเชอร่า
    บางนา กม. 5 

    ที่ตั้ง : ถนนบัวนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 179 ยูนิต
    แบบบ้าน : 6 แบบ
    พื้นที่ : 125-160 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    2 ห้องน้ำ
    1-2 ที่จอดรถ

    ชัยพฤกษ์
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 118 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 136-172 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    3-4 ห้องน้ำ
    2 ที่จอดรถ

    มัณฑนา
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 229 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 172-279 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    4-5 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

    ลัดดารมย์
    บางนา

    ที่ตั้ง : ซอยเมืองแก้ว ช่วงถนนบางนา-ตราด กม.7 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 99 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 245-328 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    4 ห้องน้ำ
    3 ที่จอดรถ

    นันทวัน
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 371 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 275-564 ตร.ม.
    4-5 ห้องนอน
    3-6 ห้องน้ำ
    3-4 ที่จอดรถ

    นาราสิริ
    บางนา 

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 101 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 375-521 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    5 ห้องน้ำ
    4 ที่จอดรถ

     

     โครงการใหม่

    ภัสสร เพรสทีช
    บางนา-สุวรรณภูมิ

    ที่ตั้ง : ถนนกิ่งแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 205 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 142-222 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    3-4 ห้องน้ำ
    2 ที่จอดรถ

    บ้านอิสสระ
    บางนา 

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด กม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น
    จำนวน : 43 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 425-633 ตร.ม.
    3-6 ห้องนอน
    n/a ห้องน้ำ
    4-5 ที่จอดรถ

     

     โครงการใหม่ล่าสุด

    CENTRO
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ซอย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว (บางนากม.7) ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 131 ยูนิต
    แบบบ้าน : 6 แบบ
    พื้นที่ : 175-342 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    3-5 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

    Sale Gallery

     

    THE CITY
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ซอย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว (บางนากม.7)  ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 88 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 260-375 ตร.ม.
    4-5 ห้องนอน
    4-6 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

     

     

    CENTRO บางนา กม. 7

    บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern ในราคาระดับ 8.5-12 ล้าน จำนวน 131 ยูนิต ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะยูนิตน้อย มีพื้นที่ใช้สอย 175-275 ตร.ม. ซึ่งมากที่สุด ในราคาระดับ 8.5-12 ล้าน  มี 6 แบบบ้าน 4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ 2-3 ที่จอดรถ มีแบบบ้านและจำนวนห้องที่จอดรถมากสุดเมื่อเทียบโครงการข้างเคียงระดับราคาเดียวกัน โครงการใช้อิฐมวลเบา สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ในอนาคต

    กลุ่มผู้อยู่อาศัย

    หนุ่ม-สาว วัยทำงาน อายุ 28-50 ปี กำลังเริ่มสร้างครอบครัว ยังไม่มีลูกหรือมีลูกเล็ก (ไม่เกิน 4 ขวบ) รายได้ครอบครัว 80,000 บ./ด ขึ้นไป

    THE CITY บางนา กม. 7

    บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่จาก AP สไตล์ Modern Luxury ในราคาระดับ 12-20 ล้าน จำนวน 88 ยูนิต ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะยูนิตน้อย มีพื้นที่ใช้สอย 260-375 ตร.ม. มี 3 แบบบ้าน 4-5 ห้องนอน 4-6 ห้องน้ำ 2-3 ที่จอดรถ มีความคุ้มค่าในพื้นที่ใช้สอยมากกว่าและขนาดที่ดินมากกว่าในระดับราคา 10-20 ล้านกับโครงการข้างเคียง มีห้องนอนชั้นล่างที่ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ รองรับผู้สูงวัยและการอยู่อาศัยในระยะยาว

    กลุ่มผู้อยู่อาศัย

    ครอบครัวที่มีความภูมิฐาน พ่อ-แม่ทางานเป็นระดับผู้บริหาร อายุ 35-55 ปี มีลูก 1-2 คน (อายุ 10 ขวบขึ้นไป) รายได้ครอบครัว 200,000 บ./ด. ขึ้นไป

    ซึ่งทั้งโครงการ CENTRO และ THE CITY ต่างตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทั้งผู้ที่เริ่มต้นมีครอบครัวจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่และคำนึงถึงการอยู่อาศัยตลอดช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็ก หนุ่มสาว ผู้ใหญ่จนถึงวัยสูงอายุ 

    ซึ่งนับเป็นโอกาศของผู้ที่ทำงานในแหล่งงานบริเวณแห่งนี้ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและโครงการอนาคตอย่างเมกา ซิตี้ รวมถึงยังเดินทางเข้าเมืองไปทำงานได้หลายเส้นทางด้วยรถไฟฟ้าหรือทางด่วนที่สะดวกรวดเร็ว

     

  • dcondo campusกำแพงเเสน

    dcondo campusกำแพงเเสน

    คอนโดสูง 8 ชั้น หน้าม.เกษตร ทำเลน่าจับตามอง

    แสนสิริ ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ดีคอนโด” (dcondo) อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เนื่องจากเป็นแบรนด์คอนโดที่ราคาดี ซื้อง่าย ขายคล่อง 

    โดยเฉพาะด้านการขยาย dcondo สู่ตลาดต่างจังหวัด เพื่อขยายฐานลูกค้า และรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองหลักที่ยังมี supply ค่อนข้างน้อย

    แสนสิริเล็งเห็นถึงศักยภาพของอ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพราะมีม.เกษตรฯ กำแพงแสนที่น่าจะเป็น Demand หลัก รวมถึงนักลงทุนที่เตรียมจ่อซื้อคอนโด Big name เพื่อปล่อยเช่าคนในพื้นที่และยังมีหลายสถาบันศึกษาขนาดใหญ่มาตั้งใน อ. กำแพงเเสน

    ซึ่งรายได้คนใน จ.นครปฐม มากเป็นอันดับ 3 ในประเทศถึง 40,400 บ./เดือน รวมทั้งประชากรในกำแพงเเสนมีวัยศึกษามากถึง 21,500 คน/ปี พื้นที่ในจังหวัดส่วนมากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ขาดโครงการที่อยู่อาศัยมารองรับตอบสนองผู้ซื้อที่มีความต้องการและมีกำลังทรัพย์

     

    1. เพราะแบรนด์ dcondo ซื้อง่ายขายคล่อง
    Developer มีความน่าเชื่อถือ

    นอกจากแบรนด์ dcondo campus กำแพงเเสน ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังเปิดตัวอยู่ ยกตัวอย่างเช่นดังต่อไปนี้

    dcondo ping เชียงใหม่

    จำนวนอาคาร : 4 อาคาร (687 ยูนิต)
    พื้นที่โครงการ : 12 ไร่ 
    ที่ตั้ง : ต.ฟ้าฮ่าม  อ.เมือง จ.เชียงใหม่
    ลักษณะห้อง : สตูดิโอ,1 ห้องนอน,2 ห้องนอน
    ราคาเริ่มต้น : 1.79 ลบ. (60,000 บ./ตร.ม.)

    dcondo campus รีสอร์ท กู้กู ภูเก็ต

    จำนวนอาคาร : 4 อาคาร (471 ยูนิต)
    พื้นที่โครงการ : 6-0-66.8 ไร่
    ที่ตั้ง : ถ.รัชฎานุสรณ์  อ.เมือง จ.ภูเก็ต
    ลักษณะห้อง : สตูดิโอ,2 ห้องนอน
    ราคาเริ่มต้น : 1.49 ลบ. (51,000 บ./ตร.ม.)

    แบรนด์ dcondoเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise ในราคาระดับ Local เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเอื้ออำนวยแก่ความต้องการซื้อของลูกค้าในพื้นที่จริง

    dcondo มีมาเเล้วถึง 9 โครงการ ใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา ระยอง ภูเก็ต รวมมูลค่าโครงการกว่า 9,750 ลบ.

    โดยบางโครงการได้รับการตอบรับอย่างดี และบางโครงการยังอยู่ในระหว่างการขาย โครงการล่าสุดคือ dcondo ping จ.เชียงใหม่ ขายไปได้กว่า 90%  และขยายความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวโครงการล่าสุด dcondo แห่งใหม่ที่กำแพงเเสน จ.นครปฐม

     

    2. เพราะเลือก Location ได้ถูกต้อง
    เป็นพื้นที่มี Demand แต่ไม่มี Supply!

    อ.กำเเพงแสนอยู่ใน จ.นครปฐม ตัวพื้นที่ติดกับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

    และยังสามารถขับรถเข้ากรุงเทพ เข้าปทุมธานี แล้วขึ้นทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด เข้าสู่เมืองหลวงหรือขึ้นบนออกจังหวัดอื่น ๆ ได้เลย (นับระยะทางจาก กำแพงเเสนถึงทางขึ้นทางด่วนประมาณ 70 กม.)

    จุดสำคัญของกำแพงเเสน คือ เป็นแหล่งการศึกษา เพราะมีสถานศึกษาแคมปัสใหญ่มาก่อตั้งในพื้นทีี่อย่าง ม.เกษตรศาสตร์ , รร.การบิน , ค่ายลูกเสือ กำแพงเเสน ที่นักเรียน นักศึกษาต้องเข้ามาเรียนที่นี่

    สวนรุกขชาติ วนอุทยาน


    Image : thongthailand

    อุโมงค์ชมพูพันธุ์ทิพย์


    Image : EDTguide

    อุทยานแมลง กำแพงเเสน


    Image : ชิลไปไหน

    ส่งผลให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอย่าง อุโมงค์ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์สีชมพู ช่วงเดือนก.พ. – มี.ค. ของทุกปี , อุทยานแมลง โดมแมลงขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน , งานเกษตรกำแพงแสน งานใหญ่ประจำปี ช่วงเดือน ธ.ค. หรือ สวนรุกขชาติ วนอุทยาน
    สีเขียวของพื้นที่

    ดูจากสถิติรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่อเดือนใน จ.นครปฐม 40,347 บ./เดือน ติด 1 ใน 3 อันดับที่มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนในไทยมากที่สุดรองลงมาจาก กรุงเทพฯ และ ปทุมธานี (อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 58)

    นับว่าพื้นที่โดยรวมมีสภาวะทางการเงินดี เมื่อมาดูประชากรที่อาศัยใน อ.กำแพงเเสน ค่อนข้างมากเป็นอันดับ 3 จาก 7 อำเภอ และในพื้นที่ส่วนมากเป็นเกษตรกรรมค่อนข้างเยอะ ทั้งที่ในพื้นที่มีประชากรหนาแน่น และ มีสถานศึกษาขนาดใหญ่มาตั้ง ซึ่งมีความต้องการที่จะซื้อและอยู่อาศัย แต่ ณ ขณะนี้ (พ.ย.60) ยังไม่มีโครงการที่อยู่อาศัยไหนเปิดใหม่รองรับเลย

    Target Group : นักศึกษา/บุคลากรในพื้นที่มีมากกว่า 20,000 คน!!

    *อัพเดทจำนวนคนในสถานศึกษาปี 2560

    มาดูสถิติจำนวนนักศึกษาและบุคลากรกันบ้าง เฉพาะม.เกษตรศาสตร์ เขตกำแพงแสนมีถึง 18,823 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3 ปีก่อนถึง 14% และ รร.การบินกำแพงเเสนจำนวนทั้งหมด 2,683 คน รวมทั้งสองสถาบันมีกว่าสองหมื่นคน ลองคิดง่ายๆว่าแค่สองสถาบัน ยังไม่นับรวมประชากรในอำเภอ ก็มีจำนวนถึง 25 เท่า จากจำนวนยูนิตของ dcondo แล้ว (คอนโดมี 766 ยูนิต) ซึ่งแถวนั้นมี supply เป็น local condo เพียงหนึ่งเดียว ก็นับว่า dcondo campus กำแพงแสนมาถูกที่ ถูกเวลาทีเดียว 

    ด้วยทำเลโครงการอยู่ใจกลางเมืองกำแพงแสน  เชื่อมต่อกับเส้นถนนหลักในเมืองและจังหวัด ทั้งนี้ยังใกล้กับสถานศึกษาหลักในพื้นที่และเดินทางสะดวกอีกด้วย

    Location อยู่หน้า ม.เกษตรศาสตร์ ติดถนนใหญ่ ห่างเพียง 150 ม. ซึ่งมองระยะยาว นอกจากซื้อมาพักอาศัยแล้ว ยังสามารถเก็บไว้ปล่อยเช่าได้ด้วย และทำเลก็หลายล้อมไปด้วยร้านค้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คึกคัก และไม่เปลี่ยวอีกด้วย

     

    3. เพราะเทียบกับ Local Condo และ หอพักแล้ว ซื้อที่นี่คุ้มกว่า!

    สำรวจตลาดที่อยู่อาศัยโดยรอบโครงการ พบว่าส่วนมากเป็นรูปแบบหอพัก หรือ อพาร์ทเม้นท์ ให้เช่า

    ช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 2,800-7,000 บ./เดือน ตกเฉลี่ยละ 5,000 บ./เดือน แต่ถ้าติดมหาวิทยาลัยและใกล้กับถนนใหญ่ จะตกราคาประมาณ 3,500-7,000 บ./เดือน ถัดออกไป จะถูกลงมาประมาณ 2,800-4,500 บ./เดือนเมื่อเทียบกับราคาเช่าคอนโดตกเดือนละ 6,500-8,500 บ./เดือน ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้าเทียบราคาหอพักกับคอนโด หอพักจะราคาถูกกว่าคอนโดอยู่มาก

    แต่ถ้ามองภาพในระยะยาว การอยู่คอนโดมีสิ่งที่ได้เปรียบกว่าหลายอย่าง เช่น Facilities ที่สะดวกสบาย ดีไซน์อาคารสวยงามทันสมัย มี Co-working space ทำงานกลุ่มได้ ที่สำคัญปลอดภัยกว่า เพราะมีรปภ.ตลอด 24 ชม. ซึ่งถ้าพูดถึงประเด็นซื้อมาอยู่เองหรือซื้อลงทุน ก็น่าจะได้ Capital Gain ที่ดีมากพอสมควรในการขายต่อ และปล่อยเช่าได้ มีความเสี่ยงต่ำ เพราะ Location ดี 

    ทั้งนี้เราจึงลองเปรียบเทียบฟังก์ชั่น ที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท คอนโด อพารท์เม้นท์ หอพัก เทียบให้เห็นความแตกต่างเป็นอย่างไรบ้าง ?

    เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย รูปแบบแต่ละที่อยู่อาศัย

    จากตารางจะเห็นได้ชัดเจนว่าคอนโดที่มีแบรนด์มีความได้เปรียบหลายด้าน ทั้งความสะดวกสบาย ห้องพัก พื้นที่ส่วนกลางและความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัวและผลตอบแทนจากการเก็งกำไรปล่อยเช่าหรือขายต่อก็มีแนวโน้มที่จะได้ราคาที่ดีกว่า เพราะคนรู้จักและมีความเชื่อมั่นในแบรนด์อยู่แล้ว 

    ซึ่งได้เปรียบเทียบกับโครงการ ฟิฟ อเวนิว แคมปัส คอนโด แม้จะเป็นคอนโดที่ไม่ใช่ของ Developer รายใหญ่ แต่ก็พบว่าราคาขายเริ่มต้นขึ้นมาค่อนข้างสูงและราคาปล่อยเช่าค่อนข้างดี โดยราคาเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วอยู่ที่เริ่มต้น 38,000 บ./ตรม. จนปัจจุบันปี 2560 ขึ้นมาถึง 53,400 บ./ตรม. ถ้ามองเป็นรายปี คือราคาขึ้น 20%/ปี เลยทีเดียว

    คอนโดมีชื่อ

    ข้อดีคือ มีภาษีดีกว่าในการขายต่อ จากแบรนด์แสนสิริ ดีเวลลอปเปอร์ชื่อดังสร้างที่อยู่อาศัยมากมาย ทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจ ภาพลักษณ์ที่ดี และ การันตีถึงคุณภาพ มีน้ำหนักในการขายต่อผู้เช่ามากกว่าอพาร์ทเม้นท์อื่นๆ

    FACILITIES เยอะ

    เรียกว่าเป็นจุดเด่นที่อยู่อาศัยแบบอื่นๆไม่มี และสร้างความอยู่สบายให้กับผู้อยู่อาศัย เติมเต็มในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งพื้นที่ทำงาน ประชุม ทำงานกลุ่ม เล่นกีฬา และ สระว่ายน้ำ

    เก็งกำไรดี

    นอกจากเราจะซื้อมาเป็นเจ้าของแล้ว สามารถขายต่อหรือปล่อยเช่า ซึ่งยังได้ราคาดีอยู่เนื่องด้วยทำเลติดถนน อยู่หน้ามหาวิทยาลัย ใกล้แหล่งชุมชน ร้านค้า

    ความปลอดภัยสูง

    ความปลอดภัยในคอนโดเป็นระบบที่ได้มาตรฐาน ด้วยระบบ Key Card ระบบรักษาความปลอดภัยรปภ. 24 ชม. หรือ กล้องวงจรปิดทั้งโครงการ เป็นต้น

     

    4. ก่อนซื้อ มาดูรายละเอียดชัดๆประกอบการตัดสินใจกัน

    FACT

    ที่ตั้ง : ถ.มาลัยแมน  อ. กำแพงแสน จ.นครปฐม

    เนื้อที่โครงการ 8 ไร่

    ลักษณะโครงการ อาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร

    รูปแบบห้อง Studio ขนาดประมาณ 26.52 ตร.ม.

    จำนวนยูนิต : 766 ยูนิต

    จำนวนที่จอดรถ : 230 คัน (30%)

    FACILITIES

    สิ่งอำนวยความสะดวก : ร้านค้าสะดวกซื้อ , สระว่ายน้ำยาว 57 ม. , Co-Living Space, ฟิตเนส, สนามบาสเก็ตบอล และ พื้นที่นั่งเล่น

    ความปลอดภัย พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชม. , คีย์การ์ดเฉพาะตึกและชั้นอยู่อาศัย , ประตูรูปแบบ Digital Door Lock

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น 1.29 ลบ. (ราคาเฉลี่ย 1.55 ลบ.)
    เฉลี่ย 58,000 บ./ตร.ม.

     

    SURROUNDINGS

    พื้นที่โครงการรายล้อมด้วยอพาร์ทเมนท์สูงไม่เกิน 7 ชั้น มีตึกแถว ร้านค้า ร้านอาหารอยู่ติดถนนใหญ่ และที่โล่งที่รอการพัฒนาที่อาจมีแนวโน้มเป็นคอนโดหรืออพาร์ทเมนท์เกิดขึ้นได้ในอนาคต โครงการเรียกว่าอยู่ ม.เกษตรเลย ทำให้เดินทางไปมหาวิทยาลัยและเชื่อมเข้าตัวเมืองได้อย่างสะดวก

    ซึ่งปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์และร้านค้าเกิดขึ้นใหม่ มีหลายแห่งกำลังก่อสร้างอยู่ซึ่งส่งผลต่อความเจริญที่กำลังเข้ามาสู่ย่านแห่งนี้

     

     MASTER PLAN

    ในโครงการมีจำนวน 3 อาคาร มีอาคาร A , B ติดกับสระว่ายน้ำ และ อาคาร C ติดกับสนามบาสเก็ตบอลและโซนพักผ่อน

    วิเคราะห์ลม-แดด

    การวางอาคารอยู่ในเเนวขวางการเคลื่อนที่ของแดด จะมีเพียงห้องหัวมุมทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของอาคารได้รับแดดมากที่สุด เนื่องจากได้รับแดดตอนบ่ายค่อนข้างแรง รองลงมาทิศใต้จะโดนแดดน้อยกว่าทิศตะวันตก และ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกที่โดนแดดช่วงเช้าไม่แรงมาก

     

    ส่วนเรื่องลม ทุกห้องได้ลมผ่านเข้ามาทั่วถึง  อาจจะมีหัวมุมทิศตะวันออกกับตกได้ลมแรงมากกว่า เนื่องจากทิศทางการเคลื่อนที่ของลมมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ กับ ตะวันออกเฉียงเหนือ

    วิเคราะห์วิวในโครงการ

    วิวโดยรอบภายในโครงการส่วนมากเป็นที่โล่งสีเขียว ไม่ถูกบล็อควิว แต่ในอนาคตอาจจะมีการก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาได้ เพราะขนาดที่ดินค่อนข้างใหญ่ทุกด้าน

     

    วิวในโครงการที่ดีที่สุด ก็คือ วิวสระว่ายน้ำและสวนสีเขียว สนามบาสหลังโครงการ เนื่องจากมุมมองสงบสบายตา แนวต้นไม้สีเขียว ซึ่งก็คือห้องที่หันเข้าสระว่ายน้ำและสวน ทิศใต้อาคาร A  ทิศเหนืออาคาร B และ ทิศเหนืออาคาร C

     

    น่าปล่อยเช่านักศึกษา เพราะ Facilities ตอบโจทย์

    สำหรับพื้นที่ส่วนกลางได้มีการออกแบบที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นักศึกษาที่สะท้อนออกมาเป็น Space ที่หลากหลายตอบรับกับ Activities จริงของเด็กยุคใหม่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ซ้ำซากจำเจ และ ครบครันทั้งมุมสงบเงียบ ส่วนตัว พักผ่อน หรือ นั่งเล่น ทำงานเงียบๆแบบ Passive หรือจะเป็นมุมสังสรรค์ พบปะ เล่นกีฬากลางแจ้งแบบ Active

    อีกจุดเด่นคือพื้นที่สีเขียวที่เยอะและมีการนำพันธ์ไม้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์มาใช้เป็นลักษณะเด่นของโครงการ และเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ถือว่าพื้นที่ส่วนกลางให้มามาก มีขนาดใหญ่และค่อนข้างมีความหลากหลาย ไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว

    สระว่ายน้ำขนาดใหญ่แบบโอลิมปิค ยาวกว่า 57 ม.  ระหว่างอาคาร A และ B

    Fitness เห็นวิวสระว่ายน้ำและแนวต้นไม้ของโครงการ

    ลานกีฬาบาสเก็ตบอล ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง หลังอาคาร C

    มุมพักผ่อน นั่งเล่น แบบ Pavilion ยกระดับ หลังอาคาร C

     

    SALES GALLERY

    ชั้น 1  เมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้ว ส่วน Sales Gallery จะถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ Shop Area คือร้านสะดวกซื้อ

    ชั้น 2 จะมีความส่วนตัวกว่าชั้น 1 เป็นพื้นที่ทำงาน ประชุม Co-Working Space และ ฟิตเนสวิวสระว่ายน้ำ 

    ห้องแบบ Studio ฟังก์ชั่นลงตัวในขนาดกะทัดรัด 26 ตร.ม

     

    UNIT TYPE

    ขนาดห้องและการออกแบบภายใน อาจจะตอบโจทย์สำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน พื้นที่ถูกออกแบบแบ่งโซนการใช้งานชัดเจน

    ทั้งโซน Service อย่างส่วนครัวมีประตูปิด กันกลิ่นได้ดี ห้องน้ำแยกกับส่วนพักผ่อน พื้นที่ทำงาน นั่งเล่น ส่วนนอน แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ไม่ปะปนกัน

    ในโซนพักผ่อน ไม่มีผนังกั้น ข้อดีคือ ห้องดูโล่งกว้าง สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย อย่างโต๊ะทำงาน ชั้นวางของ โซฟาพักผ่อน และ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องง่าย และ สะดวกตามใจตัวเองได้เลย

     นอกจากนี้โครงการยังออกแบบเฟอร์นิเจอร์ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพิ่มพื้นที่เก็บของซ่อนภายในเฟอร์นิเจอร์ ประหยัดพื้นที่ใช้สอยแต่ได้พื้นที่เก็บของมากยิ่งขึ้น

    ไม่ต้องซื้อชั้นวางใหม่ให้เปลืองพื้นที่ หรือ กินพื้นที่ทางเดินของห้อง อย่างลิ้นชักเก็บของใต้เตียง หรือ ชั้นวางของใต้โซฟา ซึ่งอาจจะตรงใจคนที่มีของค่อนข้างเยอะ หรือ ต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นที่เป็นทางก็น่าสนใจทีเดียว  

    ส่วนห้องครัวขนาดเล็ก เหมาะเเก่คนชอบซื้ออาหารมาอุ่นทาน หรือ ทำครัวขนาดเล็กทำเร็วๆ สะดวกในการหยิบจับใช้สอย คล่องตัวในการใช้งาน

    รวมทั้งหน้าต่างบานใหญ่ในโซนพักผ่อน และ หน้าต่างบานเลื่อนตรงส่วนครัว ช่วยเปิดรับเเสงจากข้างนอกเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่ช่วยให้ห้องโปร่งโล่งและดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

     

    สรุปทุกประเด็นของ dcondo campus กำแพงเเสน

    ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างทำให้โครงการ ดีคอนโด แคมปัส กำแพงแสน มีความโดดเด่น เเละน่าสนใจในเรื่องดังต่อไปนี้

    ทำเลใกล้สถานศึกษาขนาดใหญ่ที่สำคัญหลายแห่ง

    แน่นอนว่า Target หลักหนีไม่พ้นนักศึกษาและบุคลากรกว่า 20,000 คน น่าจะมีกำลังซื้อ อุ่นใจหายห่วง

    พื้นที่มี DEMAND ไม่มี SUPPLY คนกำแพงแสน มีกำลังซื้อ

    ภาพรวมคนค่อนข้างมีฐานะดี เมื่อมาดูประชากรที่อาศัยใน อ.กำแพงเเสน ค่อนข้างมากเป็นอันดับ 3 จาก 7 อำเภอ และไม่ค่อยมีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆมาตั้งโครงการเยอะซักเท่าไหร่ ทั้งที่ในพื้นที่มีประชากรหนาแน่น และ มีสถานศึกษาขนาดใหญ่มาตั้ง ซึ่งมีความต้องการที่จะซื้อและอยู่อาศัย แต่ไม่มีที่โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่มารองรับเลย

    คอนโด ข้อได้เปรียบที่มากกว่า อพาร์ทเม้นท์และหอพัก

    คอนโดมีความได้เปรียบหลายด้าน ทั้งความสะดวกสบาย คุณภาพห้องพักดีกว่า พื้นที่ส่วนกลางและความปลอดภัยมีความส่วนตัวในโครงการที่สร้างคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่มากกว่า

    ห้องพักและส่วนกลางตอบโจทย์ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่

    จากที่แสดงข้างต้นแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักมีรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของการใช้ชีวิตของนักศึกษาทั้งความครบครัน ร้านค้าสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง พื้นที่ทำงานและกิจกรรมต่างๆอย่าง Co-Living Space และสนามบาสเก็ตบอลเป็นต้น มีขนาดห้องที่พอดีลงตัว

    สรุป โครงการนี้เหมาะสมกับนักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัยที่ทำงาน ศึกษาอยู่ข้างเคียงและผู้ต้องการซื้อเก็งกำไรปล่อยเช่าให้นักศึกษาและคนทำงานในสถานศึกษาและละแวกข้างเคียง

  • ภัสสร เกาะแก้ว

    สรุปทุกประเด็นที่ควรรู้

    โครงการ ภัสสร เกาะแก้ว

    ภูเก็ต ถือได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทย ทำให้มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มองเห็นโอกาสในการลงทุนในจังหวัดนี้ ซึ่ง Pruksa เจ้าตลาดอสังหาฯแนวราบ ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มาบุกตลาดบ้านระดับ Mid to high ในจังหวัดนี้เช่นเดียวกัน สำหรับโครงการที่เราจะเจาะลึกนั้นอยู่ภายใต้แบรนด์ ภัสสร เกาะแก้ว โดยแบรนด์ภัสสรจะเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก (พฤกษามีบ้านสไตล์โมเดิร์นอยู่บ้างอย่างแบรนด์เดอะ แพลนท์)

    ทำเลที่ตั้งของโครงการ อยู่ในซอยเกาะแก้ว 33 อยู่ใกล้กับถนนเทพกระษัตรี สามารถเข้าไปยังตัวเมืองภูเก็ตได้โดยง่าย สำหรับรูปแบบโครงการ เป็นประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในระดับราคาที่ 3.79 – 6 ลบ. ถือว่าเป็นโครงการบ้านในระดับกลางของจังหวัดภูเก็ต มีสไตล์ของบ้านตามแนวคิด Art Nouveau โดดเด่น เรียบหรู ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ ” Living Success “ เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า รูปแบบโครงการและรูปแบบบ้าน จะเป็นอย่างไรกันครับ

    Fact

    Project Name : ภัสสร เกาะแก้ว
    Developer : พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด (มหาชน)
    Project Concept : Living Success สะท้อนการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า 
    Location : ถ.เทพกระษัตรี ซ.เกาะแก้ว 33 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
    Project area : 29-3-78 ไร่
    No. of Units : 161 หลัง
    House Type : บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด
    Land area : เริ่มต้น 36 ตร.วา

    Unit Mixed : Paradiz (142 ตร.ม.)
    Re-fine (142 ตร.ม.)
    Re-sense (134 ตร.ม.)
    Re-life (121 ตร.ม.)
    Facilities : Clubhouse 2 Floor , Fitness, Swimming pool,  Garden, Access control, 24-hours security , CCTV
    Expected Completion : คาดว่าแล้วเสร็จ  2562
    Common Expense : ราคาเริ่มต้น 3.79 ลบ. , ค่าส่วนกลาง = 35 บ./ตร.ม. , เงินจอง = 10,000 บ. , ทำสัญญา = 10,000 บ. 

     

    ดูภาพรวม สิ่งไหนเด่น

    ข้อเด่น
    – ทำเล : ดี เชื่อมต่อเส้นทางลัดสู่กะทู้-ไปยังหาดป่าตอง
    – ถนน : เข้าออกได้หลายทาง ถนนเกาะแก้ว 33, ถนนเกาะแก้ว 23
    – ส่วนกลาง : ใหญ่ รองรับการใช้งาน บนพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 23 ตร.วา
    – ผังโครงการ : เข้าถึงบ้านง่าย หันทิศเหนือ ใต้ ไม่ร้อน ลมดี
    – บ้าน : วางผังลงตัว จัดฟังค์ชั่นง่าย พื้นที่กว้าง แสงธรรมชาติเข้าถึึง
    – วัสดุ : มาตรฐาน ตามรูปแบบโครงการของพฤกษา
    – ราคา : เหมาะสม ระดับราคา 3.79 – 6 ลบ.

    ข้อสังเกต
    – ดีไซน์ : ซุ้มประตูสวย ดูหรู ดูเรียบแม้ใส่ลูกเล่นเหล็กดัดสไตล์ Art Nouveau
    – สภาพแวดล้อม : ล้อมด้วยหมู่บ้านจัดสรร วิวภูเขา แต่ไม่มีร้านค้าใกล้เคียง
    – ถนน : ถนน เกาะแก้ว 33 กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างขยายทาง

    บทสรุป

    โดยภาพรวมแล้วถือว่าเป็นโครงการที่ได้มาตรฐานครอบคลุมทุกด้านอย่างลงตัว โดดเด่นที่ระเบียงห้องนอนที่ 2 ใหญ่ แต่หากมองในเรื่องของทำเลที่มีศักยภาพ เดินทางสะดวกใกล้ถนนใหญ่ อยู่ในโซนที่กำลังพัฒนาซึ่งในอนาคตรถไฟฟ้ารางเบามีสถานีที่อยู่ใกล้กับโครงการ ไม่ไกลจากย่านการค้าในเมือง ทั้ง Central Phuket และ ฺBlu Pearl จึงมองว่าเป็นโครงการที่อาจจะตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าที่เคยอาศัยอยู่ในตัวเมือง หรือมีสมาชิกเพิ่ม ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและทำเลที่ไม่แออัด เดินทางสะดวกในระดับราคาเอื้อมถึง ถือว่าเป็นโครงการที่ลงตัวครับ

     

    ภัสสร เกาะแก้ว

    ความลงตัวของ โครงการภัสสร เกาะแก้ว เป็นโครงการบ้านเดี่ยวตั้งอยู่ใน ถนนเกาะแก้ว ซอย 33 ที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นหลักของภูเก็ต คือถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังตัวเมืองหลักของภูเก็ต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ใกล้ๆกัน โครงการนี้มีจำนวนยูนิต 161 หลัง แบบบ้าน 4 แบบ ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 121 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 36.2 ตร.วา

    สำหรับโครงการนี้เมื่อวิเคราะห์ลึกๆ ยอมรับว่ามีข้อดีที่ลงตัว อยู่หลายเรื่อง ที่ทำให้มีจุดขายที่ดีกว่าหลายๆโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เพื่อพิจารณาประกอบการซื้อบ้านของโครงการนี้ครับ โดยขอแบ่งออกเป็นทีละประเด็น เช่น ทำเล การเข้าถึง การวางผัง รูปแบบบ้าน ราคา และสรุปเปรียบเทียบโครงการกับสภาพตลาดโดยรอบ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจได้ง่ายครับ 

     

    1. ซ้ายสนามบิน ขวาเมืองภูเก็ต

    โครงการ ภัสสร เกาะแก้วมีข้อเด่นในเรื่องของการเดินทางเข้าไปยังโครงการ ซึ่งสามารถจะเลือกได้ 2 ทางหลัก จากเส้นทางถนนใหญ่ หรือ ถนนเทพกระษัตรี ที่เชื่อมต่อระหว่างสนามบินภูเก็ตกับทางเข้าตัวเมืองภูเก็ต จะผ่านทั้ง ถนนเกาะแก้ว ซอย 33 และ ถนนเกาะแก้ว ซอย 23 หากมาจากทางด้านตัวเมืองภูเก็ต จะถึงถนนเกาะแก้ว ซอย 23 ก่อน จะอยู่ทางด้านซ้ายของถนนกระษัตรี เป็นถนนที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้อยู่เป็นประจำ ทางเข้าจะแคบเล็กน้อย แต่ถนนด้านในจะกว้างขึ้น ทำให้ขับง่าย และรถในซอยไม่ติด

    ถ้าหากเดินทางมาจากสนามบินภูเก็ต จะเจอกับจุดกลับรถบนถนนเทพกระษัตรี ก่อนที่จะมาถึงถนนเกาะแก้ว ซอย 33 เป็นถนนที่ทางเข้าค่อนข้างดี ถนนทางเรียบไม่ขรุขระ แต่จะมีบางช่วงของถนนที่อาจมีโอกาสถูกกัดเซาะในช่วงหน้าฝน เพราะว่าถนนสร้างเลียบคลองครับ จากถนนเทพกระษัตรีเข้าไปยังโครงการ ประมาณ 700 – 800 ม. โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เดินทางในจังหวัดภูเก็ตจะนิยมใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์กันอยู่แล้ว ทำให้ไม่ลำบากในการเดินทาง

     

    1) เส้นทางเข้าโครงการผ่าน ถ.เกาะแก้ว ซอย 33

    ทางเข้าถนนเกาะแก้ว ซอย 23 – ถ.เทพกระษัตรี

    ด้านในของถนนเกาะแก้ว ซอย 33

    2) เส้นทางเข้าโครงการผ่าน ถ.เกาะแก้ว ซอย 23

    ทางเข้าถนนเกาะแก้ว ซอย 23 – ถ.เทพกระษัตรี

    ด้านในของถนนเกาะแก้ว ซอย 23

    3) เส้นทางลัดมาจากกะทู้-ซ.ห่านฝรั่ง ผ่าน รร. นานาชาติบริติช ภูเก็ต

    เส้นทางลัดจาก รร.นานาชาติบริติช ภูเก็ต

     

    2. คมนาคมโลกอนาคตในจังหวัดภูเก็ต

     

    การเปิดตัวของรถไฟฟ้ารางเบา

    image : www.prachachat.net, www.thairath.co.th

    โครงการหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับถนนหลักของจังหวัดภูเก็ต จะได้อานิสงค์ในอนาคตในเรื่องของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ารางเบาหรือ LRT ที่มีโครงการจากสนข.กระทรวงคมนาคม โดยจะเริ่มจากสถานี ท่านุ่น จ.พังงา เข้าเส้นทางหลักวิ่งผ่านสนามบิน เข้าเส้นถนนเทพกระษัตรี ผ่านตัวเมืองไปจนถึง 5 แยกฉลอง ระยะทาง 60 กม. มีสถานีย่อย 23 สถานี ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการวางแผนจุดตั้งสถานีของรถไฟฟ้าในแต่ละจุดทั่วเกาะภูเก็ต

    สำหรับเหตุผลหลักๆของการสร้าง LRT คืิอจัดทำเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ช่วยแก้ปัญหาจราจร และพัฒนาระบบขนส่งที่มีความยืดหยุ่น สามารถขยายต่อได้อีกในอนาคตโดยมีแนวทางในการจัดทำโครงการ ได้แก่ เชื่อมต่อกับการเดินทางระบบอื่น ได้ความจุที่เหมาะสมกับปริมาณการเดินทาง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและชุมชนเมือง มีความยืดหยุ่นของระบบทั้งด้านแนวเส้นทาง ค่าลงทุนและบำรุงรักษาต่ำและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัด

    สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการรถไฟฟ้ารางเบานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินงานในการร่วมลงทุน หรือ PPP (Public Private Partnership) โดยได้รับการประสานงานจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ (สนข.) ซึ่งจะอยู่ในช่วงปี 2560 และขอยืนยันว่าคนภูเก็ตจะได้ใช้รถไฟฟ้ารางเบาในปี 2564 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี คือ ปี 2561 2562 และ 2563 ตามแผนที่กำหนด

    ที่มาของข้อมูลบางส่วน : ฐานเศรษฐกิจ (ุ6/2/2560)

     

    วีดีโอนำเสนอภาพจำลองโครงการรถไฟฟ้ารางเบา

    ที่มา : สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

     

    ปรับโฉมใหม่สนามบินภายในประเทศ จังหวัดภูเก็ต

    ได้มีการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการของสนามบินนานาชาติภูเก็ตใหม่ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2559 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการตอบรับกับเมืองเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่ชาวต่างชาติสามารถที่จะเดินทางมาที่ตัวจังหวัดได้โดยตรง

    จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว ในส่วนของจำนวนชาวต่างชาติที่มาลงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตั้งแต่เดือน ม.ค. – ก.ย. 2560 เป็นจำนวนโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่ 370,000 คน

    ถือว่าเป็นจำนวนที่สูง ในส่วนของสนามบินภายในประเทศของภูเก็ตเองนั้น ก็มีการเตรียมปรับปรุงสนามบิน โดยคาดว่าจะเริ่มมีการปรับปรุงในเดือน พ.ย. 2560 โดยมีกรอบการดำเนินการคือ 330 วัน ซึ่งแนวทางการปรับปรุงได้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้

    ระยะที่ 1 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยภายในประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศใต้) จะใช้เวลาจะใช้เวลาจำนวน 236 วันโดยแบ่งออกเป็น งานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร

    ระยะที่ 2 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยสารระหว่างประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศเหนือ) จะใช้เวลาจำนวน 150 วัน และ Commissioning ทุกระบบจำนวน 20 วัน โดยแบ่งออกเป็นงานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร ซึ่งทั้งโครงการจะแล้วคาดการณ์ว่าจะเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2561

     

    ที่มาของข้อมูลบางส่วน : thairath (ุ29/10/2560)

     

    แผนผังการปรับปรุงสนามบิน

    image : www.phuketairportthai.com

     

    3. ป่าตอง ไปง่ายกว่าเดิม

    ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง

    ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง

    ความคดเคี้ยวของเส้นทางเดิม ทางหลวง 4029

    โครงการทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. เงินลงทุน 10,496.65 ลบ. ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556

    โดย กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้าง บริษัทเอกชนมาให้คำปรึกษา และลงทุนร่วมในรูปแบบ PPP คือรัฐจะเวนคืนที่ดิน และจัดสรรงบ ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบันอยู่ในช่วงเสนอมติ ครม. และ คกก.

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    Link

     

    4. Mega Project ใกล้โครงการ

    ระยะทางเพียง 8 – 10 กม. จากโครงการทางใต้จะเป็นย่านศูนย์การค้าใหญ่ของจังหวัด ซึ่งอยู่ออกมาจากตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันได้แก่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เช่น บิ๊กซี, โลตัส, แมคโคร อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในอนาคตการพัฒนายังคงต่อเนื่อง ทั้งกลุ่ม Central และกลุ่ม The Mall Group โดย Central Festival Phuket 2

    เป้าหมายคือให้เมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและการจับจ่าย บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ด้วยมูลค่าโครงการ 12,700 ลบ. เซ็นทรัล ภูเก็ต มาพร้อมแนวคิด The Real Ultimate Gateway of Phuket ที่มีอาคารศูนย์การค้าทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งประกอบด้วยเวิลด์คลาสลักชัวรี่แบรนด์, สวนสนุกระดับโลก, ลานไอซ์สเก็ต  และโลกใต้น้ำ มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก

    ในส่วนของ The Mall ได้มีการเปิดแบรนด์โครงการ บลูเพิร์ล (ฺBlu-Pearl) มีมูลค่ากว่า 20,000 ลบ.กับ World Class Resort & Shopping Destination ในชื่อโครงการ BLU PEARL ที่เพียบพร้อมไปด้วยศูนย์รวมความบันเทิง

    Convention & Exhibition Center ขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูเก็ต พร้อม Resort Hotel นอกจากนี้ยังได้เตรียมสร้าง World Class Theme Park ที่ยิ่งใหญ่และตระการตา บนเนื้อที่รวม 150 ไร่ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2560 อีกด้วยครับ

    ล่าสุด ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรีอย่าง คิง เพาเวอร์ ได้เปิดตัวศูนย์การค้าไปเมื่อปลายปี 2558 ชูจุดช็อป 3 โซน เจาะนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในภาคใต้ทั้งสินค้าปลอดอากร แบรนด์เนมหรู ชั้นนำระดับโลกกว่า 100 แบรนด์ โซนสินค้าไทย และภัตตาคารรามายณะ จุลูกค้า 1 พันคน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอื่นๆ ใกล้เคียงก็ยังมี GMS Duty Free และ Bugis Shopping Mall 

    สถานที่สำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ British International School Phuket ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต โดยชาวต่างชาติที่พำนักหรือทำงานในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงคนภูเก็ตบางส่วนที่มีบุตร มักจะส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ ในพื้นที่ใกล้เคียงนี้ยังมีโรงพยาบาลใหญ่ ด้วยกัน เช่น โรงพยาบาลศิริโรจน์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น

     

    Central Festival Phuket

    ขนาดพื้นที่ : 300,000 ตร.ม.

    จำนวนร้านค้า : 400 ร้าน โดยมี concept เป็น World Class Luxury Brand มี ลานไอซ์สเก็ต Aquarium

    กำหนดเปิดให้บริการ : 2560

    ภาพการก่อสร้าง Central Festival Phuket

    Blu Pearl

    ิblu pearl

    ขนาดพื้นที่ : 650,000 ตร.ม. บนที่ดิน 150 ไร่

    กำหนดเปิดให้บริการ : ยังไม่มีกำหนด

    ภาพการก่อสร้าง Blu Pearl

    King Power Phuket

    ขนาดพื้นที่ : 8,200 ตร.ม.

    จำนวนร้านค้า : รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 100 แบรนด์

    กำหนดเปิดให้บริการ : 2558

     

    5. วิวภูเขา ส่วนกลางใหญ่ ให้มากกว่าคู่แข่ง

    โครงการบ้านภัสสร เกาะแก้ว ที่มีขนาด 161 หลัง รวมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 523 ตร.วา คิดเป็น 7.7% โดยประมาณของพื้นที่ขาย ซึ่งตามกฎหมายจัดสรรแล้วต้องมีขนาดรวมไม่ต่ำกว่า 5% ของพื้นที่ขายในโครงการ หากเทียบกับโครงการอื่นแล้วอาจไม่ได้ใหญ่ที่สุด แต่ถือว่า “ให้มากกว่า”หลายโครงการใกล้เคียง ซึ่งบางโครงการมีเพียงแค่ Clubhouse กับสวนเล็กๆ เท่านั้น

    พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่แบ่งออกเป็น สวนขนาดกว่า 380 ตร.วา ถือว่ามีขนาดใหญ่เทียบเป็นพื้นที่บ้านเดี่ยวได้ถึง 7 หลังเลยทีเดียว โดยลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้ และมีพื้นที่ Clubhouse ขนาด 143 ตร.วา เทียบเป็นขนาดที่ดินของบ้านเดี่ยวได้ถึง 2 หลัง 

    การจัดวางผังโครงการ หน้าบ้านทุกหลังหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ในส่วนของบ้านที่หันหน้าทิศใต้ จะได้เห็นวิวภูเขาด้านหลังโครงการ จะเป็นลักษณะของผืนป่าขนาดใหญ่ท้ายโครงการ และยังได้รับลมทิศใต้อีกด้วยครับ ถ้าถามว่าราคาแต่ละทิศแตกต่างกันมากหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่เกี่ยวครับ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ดิน รูปแบบบ้าน และทำเลครับ ซึ่งทางโครงการได้เกริ่นไว้เล็กน้อยว่า ซื้อช่วงแรกราคาจะถูกกว่า เพราะจะเน้นทยอยสร้างเข้าไป บ้านในเฟสหลังจะเริ่มมีราคาสูงขึ้นตามมา

     

    6. บ้านมาตรฐาน สไตล์ Pruksa

    แบบบ้านของโครงการภัสสร เกาะแก้ว ถูกเลือกมาจากแบบบ้านมาตรฐานที่ทางพฤกษา มีอยู่แล้ว พร้อมขาย ในโครงการนี้ บ้านแต่ละหลังได้ถูกเลือกมาภายใต้ของความแตกต่างกันในเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอย และฟังค์ชั่นภายในบ้านเพื่อในตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ หากให้แบ่งประเภทบ้านจะได้ดังนี้ บ้านเดี่ยว 1 แบบ คือ Paradiz และบ้านแฝด 3 แบบ คือ Re-fine, Re-Sense, Re-life แต่เนื่องจากแบบบ้าน Paradiz กับ Re-fine เป็นแบบบ้านเดียวกัน

    ฟังค์ชั่นภายในตัวบ้านเหมือนกัน เพียงแต่ขนาดพื้นที่ดินต่างกัน ดังนั้น Type บ้านของโครงการนี้จริงๆแล้วมีด้วยกัน 3 type เท่านั้นเอง ขึ้นอยู่กับลูกค้าจะเลือกแบบบ้านที่ได้บริเวณโดยรอบอย่าง Paradiz หรือ แบบบ้านแฝดอื่นๆ ที่มีฟังค์ชั่นที่ลดลงตามลำดับ ในส่วนถัดไปจะมาวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดของแบบบ้าน Paradiz หรือ Re-fine ซึ่งเป็นแบบบ้านพระเอกสุดของโครงการ และรายละเอียดอื่นๆของแบบบ้านแฝดทั้งหมดกันครับ

     

    วิเคราะห์บ้าน Type Paradiz

    ภัสสร เกาะแก้ว

    Paradiz

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 52 ตร.วา.
    พื้นที่ใช้สอย : 142 ตร.ม.
    ราคาเริ่มต้น : 5.07 ลบ.
    หน้ากว้าง : 8.85 ม.
    ห้องนอน : 3 ห้องนอน
    ห้องน้ำ : 3 ห้องน้ำ
    ที่จอดรถ : 2 คัน

    ลักษณะเด่นเฉพาะภายนอกตัวบ้าน

    หากดูจากด้านหน้าของบ้าน ความกว้างของหน้าบ้านทั้ง 2 ชั้นไม่เท่ากัน เพราะมีการออกแบบให้ชั่นล่างมีโถงจอดรถยื่นออกไปด้านข้างของตัวบ้านทำให้สามารถจอดรถได้ 2 คัน และห้องที่ได้ประโยชน์คือห้องนอนที่ 2 ทำให้มีพื้นที่ระเบียงยื่นออกมา

     

    เจาะลึกรายละเอียดผังรวมของบ้าน Paradiz (Re-fine)

    ภัสสร เกาะแก้ว

    สำหรับรูปแบบผังบ้านเดี่ยว Paradiz หรือ บ้านแฝด Re-fine ที่มีแบบบ้านเหมือนกัน ตัวบ้านกว้างxยาว อยู่ที่ 8.50 ม.x 8.85 ม. ซึ่งข้อดีของบ้าน Paradiz เทียบกับ Re-fine  มีเรื่องเดียวคือขนาดของที่ดิน โดย Paradiz จะได้พื้นที่รอบบ้านมากกว่า ตามกฏหมายมีพื้นที่รอบบ้าน Setback ไม่ต่ำกว่า 2 ม. ทุกด้าน ในส่วนของบ้านแฝด Re-fine จะมีด้านหนึ่งเป็นโครงสร้างที่ิติดกับบ้านด้านข้าง และอีกด้านหนึ่งเป็นพื้นที่ Setback 2 ม. สลับกันไปเป็นคู่ๆ

    การจัดวางผังของบ้านค่อนข้างเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปของบ้านจัดสรร ที่เข้ามาเจอกับ Living Area ก่อน แล้วเชื่อมต่อไปยัง Dining Area จุดเด่นของชั้นล่างเห็นจะเป็นห้องครัวที่ค่อนข้างเป็นสัดส่วน มีขนาด 8 ตร.ม. โดยประมาณ ที่มีพื้นที่ทำครัว Pantry ได้เต็มที่ และมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าภายใน รวมกัน สำหรับชั้นที่ 2 ของ Type นี้ห้องน้ำของห้องนอนเล็กและ Master bedroom แยกกันทำให้มีความส่วนตัวมากขึ้น

    การออกแบบพื้นที่ภายในบ้าน

    ภัสสร เกาะแก้ว

     

    1. พื้นที่ชั้นล่าง ที่เชื่อมต่อกัน

    ภัสสร เกาะแก้ว

    ภัสสร เกาะแก้ว

    เมื่อเข้ามาในตัวบ้านสิ่งแรกเลยคือ พื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ยาวต่อไปถึงพื้นที่ทานอาหาร ยาว 8.2 ม. เป็นก้อนเดียวกัน ทรงมาตรฐานแบบง่ายๆ ในส่วนของด้านกว้างของพื้นที่ห้องนี้จะอยู่ที่ 3.7 ม. ถือว่าไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป มีระยะเพียงพอในการดูทีวีขนาดใหญ่ไม่เกิน 60 นิ้วได้สบายๆ

    ข้อดีอีกเรื่อง คือการที่มีประตูด้านข้างของบ้าน บริเวณห้องทานอาหาร ที่เจ้าของสามารถเดินออกไปที่สวนได้โดยที่ไม่ต้องอ้อมหน้าบ้านหรือหลังบ้าน ซึ่งยังช่วยในเรื่องของจำนวนช่องเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามา และยังทำให้บ้านดูโปร่ง และระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

     2. ห้องนอน Master Bedroom

    ภัสสร เกาะแก้ว

    พื้นที่ของห้องนอน Master Bedroom อยู่ติดกับหน้าบ้าน เช่นเดียวกันห้องนอน 2 โดยมีหน้ากว้างของห้องนอนอยู่ที่ 3.7 ม. หากวางเตียงขนาด 6 ฟุต จะเหลือพื้นที่ทางเดินและตู้วางทีวี ประมาณ 2.35 ม. แบบสบายๆ  

    สำหรับพื้นที่ด้านข้างเตียง มีพื้นที่เพียงพอที่จะวางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งของคุณผู้หญิงได้ เป็นระยะประมาณ 4.3 ม.โดยประมาณ โดยหักพื้นที่ความลึกสำหรับ Walk-in Closet ไว้แล้วแบบเหลือๆ ซึ่งห้องนอน Master สามารถที่จะจัดวางตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งเลยครับ

    3. ห้องนอน 2

    ภัสสร เกาะแก้ว

    สำหรับห้องนอนที่ 2 มีขนาดกว้าง x ยาว อยู่ที่ 3 ม. x 3.6 ม. จากขนาดของห้องเหมาะสมที่จะวางเตียง 3.5 ฟุต เพื่อให้มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับโต๊ะข้างเตียง และพื้นที่แต่งกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งจะฟิตพอดีๆด้านยาว 3.6 ม. อีกด้านหนึ่งของปลายเตียงเนื่องจากยั่งมีพื้นที่บางส่วนสามารถวางโต๊ะ Study ได้อีกด้วย อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า พื้นที่ห้องนอน 2 เป็นชั้นบนของโรงจอดรถ 

    ทำให้ได้พื้นที่ระเบียงที่เชื่อมออกมาจากตัวห้องนอน เป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ครับ มีขนาด 3 ตร.ม.โดยประมาณ ที่ความกว้างและยาว 1.55 ม. x 3 ม. ถือเป็นขนาดที่ใช้งานได้ ไม่ใช่เป็นแค่ระเบียงตกแต่งครับ ข้อดีสุดท้ายของห้องนี้ หากเปรียบเทียบกับห้องนอนทั้งหมด คือเรื่องของช่องเปิด ติดระเบียง ห้องเป็นแนวสั้นกว่า ห้อง Master Bedroom ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติค่อนข้างเต็มที่ทั้งห้อง

    4. ห้องนอน 3

    ห้องนอน 3 เล็กสุดของบ้านแต่ขนาดใกล้เคียงกับห้องนอนที่ 2 แต่ไม่มีพื้นที่ระเบียงและมุมหลังบ้าน อาจจะได้บรรยากาศที่ต่างออกไป ช่องเปิดในห้องมีขนาดเล็กอาจทำให้ดูทึบ ซึ่งความกว้างโดยประมาณคือ 1 ใน 3 ของความกว้างห้องนอน ส่วนของการจัดวางพื้นที่เฟอร์นิเจอร์มีข้อจำกัดเล็กน้อย

    ระยะการวางเตียง 3.5 ฟุต ควรชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งของห้อง จะทำให้เหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงสำหรับวางตู้เสื้อผ้า และปลายเตียงอีกด้านเพื่อวางเป็นโต็ะ Study ได้ โดยมีพื้นที่ทางเดินเหลือไม่ต่ำกว่า 0.8 ม. โดยประมาณ ก็จะทำให้ห้องนี้ดูไม่แออัดจนเกินไป

     

    Type อื่นๆ ของโครงการ

    Re-Sense

    ภัสสร เกาะแก้ว

    Re-Life

     

    7. คุ้มค่ากับของที่ได้

    ทางด้านความเหมาะสมของราคา โดยปกติแบรนด์โครงการ ภัสสรจะอยู่ในระดับราคากลางๆ โดยประมาณที่ 3 – 7 ลบ. โดยเฉลี่ยทั้งโครงการในกรุงเทพหรือภูเก็ตเองด้วยกัน ซึ่งระดับราคานี้เป็นช่วงที่กลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็เช่นเดียวกันทำให้มีคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันเกิดขึ้นมาหลายแห่ง ราคาของโครงการภัสสร เกาะแก้ว คือ 3.79 – 6 ลบ. ซึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงกันมีระดับราคาเดียวกันไม่มาก

    สำหรับโครงการโดยรอบส่วนใหญ่ หากไม่เป็นโครงบ้านเดี่ยวไปเลยก็เป็นโครงการบ้านแฝดเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงสไตล์ของบ้าน ความชอบก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า หากแต่ว่าการที่โครงการมีส่วนกลางขนาดใหญ่ ถือเป็นความคุ้มค่าของลูกบ้านที่ซื้อโครงการนี้และสามารถมาใช้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

     

    Inizio เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : Land & House
    ราคา : เริ่มต้น 4.93 ลบ.
    จำนวนหลัง : 128 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 125 – 135 ตร.ม.

    โครงการตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ ภัสสร เกาะแก้ว รูปแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ เล็กกว่า และราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าด้วย อาจทำให้ขายได้ยากกว่า

    สราญสิริ เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : Sansiri
    ราคา : เริ่มต้น 5.15 ลบ.
    จำนวนหลัง : เฟสแรก 40 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 140 – 151 ตร.ม.

    โครงการตั้งอยู่ ใกล้กับ รร.นานาชาติ บริติช ภูเก็ต อาจเป็นคู่แข่งเฉพาะบ้านเดี่ยว ในระดับราคาและพื้นที่ใช้สอยที่ใกล้เคียงกัน

    สุพิชฌาย์ ชิโน เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : อิสยาภรณ์
    ราคา : เริ่มต้น 3.99 ลบ.
    จำนวนหลัง : 136 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 150 – 175 ตร.ม.

    รูปแบบบ้านที่เป็นสไตล์ ชิโน โปรตุกีส เมืองเก่าของภูเก็ตมาใช้ ทำให้มีความแตกต่าง และตามมาด้วยขนาดพื้นที่ช้สอยที่มากกว่าและราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย เป็นข้อเปรียบเทียบกับโครงการได้

    Mono เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : The Attitude One
    ราคา : เริ่มต้น 4.9 – 12.9 ลบ.
    จำนวนหลัง : 95 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านแฝด และ Villa
    พื้นที่ใช้สอย : 161 – 170 ตร.ม.

    รูปแบบบ้านสไตล์ Loft แบบญี่ปุ่น เป็นบ้านแฝดที่ได้พื้นที่ใช้สอยมากถึง 161 ตร.ม. แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นตามขนาดพื้นที่ใช้สอย บนพื้นที่ดินไม่เท่าบ้านเดี่ยวโครงการอื่นๆ ทำให้เน้นจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางมากกว่า 

    สรุปความลงตัวของโครงการ

    โดยภาพรวมแล้วโครงการ ภัสสร เกาะแก้ว ถือว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้มาตรฐาน ในเรื่องของทำเลที่ตั้ง อยู่ตรงกลางระหว่างสนามบินภูเก็ตกับตัวเมือง จากถนนซอยเกาะแก้ว 23, 33 ก็ถึงถนนเทพกระษัตรีได้ ซึ่งห่างจากเมือง 8 – 10 กม. สามารถเดินทางไปศูนย์การค้าใหญ่ๆได้ง่าย มองว่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบความแออัดในเมือง หรือเป็นกลุ่มที่เดินทางไปต่างจังหวัดหรือไปต่างประเทศบ่อยๆ การขับรถไปสนามบิน ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็ถึง การเดินทางนอกจากรถยนต์ที่เป็นหลักแล้ว ต้องมาดูกันอีกทีว่า โครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นซึ่งสถานีอยู่ใกล้กับโครงการ เพื่อความสะดวกในการเดินทางที่เร็วขึ้นทั้งเข้าเมืองหรือไปจุดอื่นๆ ในเกาะภูเก็ต

    นอกจากในเรื่องของทำเลที่เป็นจุดเด่น ตัวบ้านเองมีความลงตัว ที่ระดับราคาปานกลางกับรูปแบบบ้าน สไตล์ Modern แต่มีกลิ่นอายของ Art Nouveau ผสมเล็กน้อย เพื่อเป็นจุดขายที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆความที่เป็น Developer รายใหญ่ของไทย เป็นการการันตีในเรื่องของมาตรฐานของการก่อสร้างได้ดี และมาตรฐานวัสดุที่พฤกษาใช้ในทุกโครงการที่ทำเป็นรูปแบบมาตรฐาน ความดีความชอบจริงๆ คงต้องยกให้กับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่เตรียมพื้นที่ไว้ 1 ไร่ กว่าๆ ที่เป็นทั้งสวนส่วนกลาง และเป็น Clubhouse รวม Facilities ต่างๆของโครงการเอาไว้ด้วยกัน ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ Lobby และอื่นๆ  

  • ทำเลเทพารักษ์กับการมาของ รฟฟ.สายสีเหลือง

    “ทำเลเทพารักษ์” ย่านน้องใหม่ใจกลาง EBD

    กับการมาของ รฟฟ.สายสีเหลืองปี’63

    *EBD = Extended Business District

    **คำนวนการผ่อน(บาท/เดือน) โดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 8% ผ่อนระยะเวลา 30 ปี คิดจากราคาเริ่มต้นของแต่ละโครงการ ที่หักลบกับเงินที่ผ่อนดาวน์ (สมมุติผ่อนดาวน์ 200,000 บ.)

    ทำเลเทพารักษ์ ทำเลใหม่ ใกล้เมืองที่เริ่มมีการบุกตลาด High Rise Condominium ในพื้นที่นี้เนื่องด้วยการมาของ รฟฟ.สายสีเหลือง อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับ รฟฟ.สายสีเขียว สายสุขุมวิท ที่สถานีร่วมสำโรงที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้อสังหาฯ ช่วงต้น ถ.เทพารักษ์ เริ่มคึกคัก

    ซึ่งภาพรวมอสังหาฯ ทำเลนี้ส่วนใหญ่เป็นแนวราบ เป็นบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเม้นท์ คอนโด low rise เต็มไปด้วยบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ หลายแหล่ง และถ้าเทียบราคาค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดในบริเวณนี้ (เฉลี่ย 4,500-5,000 บ./ด.) การซื้อคอนโดในราคาล้านต้นๆ ก็ถือเป็นตัวเลือกในการซื้อผ่อนแทนการเช่า หรือซื้อเพื่อลงทุนในอนาคต เพราะเมื่อ รฟฟ.สายสีเหลือง สร้างเสร็จใน 4-5 ปี แน่นอนว่าราคาที่ดิน บ้านและคอนโดบริเวณนี้ต้องปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน

    จากการคำนวณ ราคาผ่อนเริ่มต้นของคอนโดสูงที่เปิดใหม่แห่งเดียวบน ถ.เทพารักษ์ ช่วงต้นนี้ คือโครงการ Kensington สุขุมวิท- เทพารักษ์ เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละประมาณ 6,700 บ./ด.

     

     

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทาง 30.4 กม. จำนวน 23 สถานี เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) วงเงิน 52,000 ลบ. ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติ

    โดยแนวเส้นทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินระยะแรกที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนว ถ.ลาดพร้าว จากนั้นเลี้ยวไปทางทิศใต้ตาม ถ.ศรีนครินทร์ จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาไปตามแนว ถ.เทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง และสิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณ ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย

     

     

    ภาพรถไฟฟ้าสถานีสำโรงจาก www.thairath.co.th

     

    ทำเลเทพารักษ์-ศรีนครินทร์ เริ่มจาก ถ.สุขุมวิท ไปตัดกับ ถ.ศรีนครินทร์ ช่วงถนนบริเวณนี้เป็นจุดที่รถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง พาดผ่านถึง 2 สถานี ได้แก่ สถานีทิพวัล และสถานีศรีเทพา

    โดยปลายสุดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหรือที่ถัดจากสถานีทิพวัล คือสถานีสำโรงซึ่งเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งสถานีสำโรงเป็นสถานีใหม่ได้เปิดให้บริการแล้วในขณะนี้ นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว ใกล้กับวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ซึ่งสามารถเดินทางไปทางเส้นพระราม 2 ด้าน จ.สมุทรสาคร หรือจะไปทางตะวันออกเพื่อไปยังบางนา-ตราด, พัทยา-ชลบุรี ครับ

    นอกเหนือจากเส้นทางคมนาคมที่สามารถเดินทางเข้าเมือง-ออกเมืองได้สะดวกแล้ว ทำเลเทพารักษ์ยังเต็มไปด้วยบริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัท Denso, Hino Motors, Panasonic

    ใกล้กับโรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รร.อัสสัมชัญ สมุทรปราการ, Concordian International School , Berkeley International School, รร.บางกอกพัฒนา เป็นต้น

    ถ้าพูดถึงห้างหรือคอมมิวนิตี้มอลล์ก็จะมี Imperial World สำโรง, Palm Island, Bic C Jumbo สำโรง ถัดไปทาง ถ.ศรีนครินทร์ ก็จะมี The JAS Urban ศรีนครินทร์ คอมมิวนิตี้มอลล์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2559

    และในอนาคตอันใกล้ยังมี The Bangkok Mall ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับ World Class จากเดอะมอลล์ กรุ๊ปมาเปิดซึ่งใกล้เทพารักษ์ในระยะเพียง 4 กม.(วัดระยะจากช่วงต้น ถ.เทพารักษ์ตัดกับ ถ.สุขุมวิท)

     

    ขอบเขต ต.เทพารักษ์คลอบคลุมตั้งแต่ช่วงต้น ถ.เทพารักษ์ถึงบริเวณวงแหวนกาญจนาภิเษก โดย ต.เทพารักษ์มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 343 โรงงาน จำนวนเงินลงทุนประมาณ 14,000 ลบ. และคนงานประมาณ 22,000 คน

    ข้อมูล – กรมโรงงานอุตสาหกรรม

     

    The JAS Urban

    Imperial World สำโรง

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    Big C Jumbo สำโรง

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    Palm Island Mall

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

     

    รร.อัสสัมชัญ

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    รพ.สำโรงการแพทย์

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    Denso

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

    Panasonic 

    เทพารักษ์, Kensington สุขุมวิท เทพารักษ์, เคนซิงตัน เทพารักษ์

     

     

    *คำนวนการผ่อน (บาท/เดือน) โดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 8% ผ่อนระยะเวลา 30 ปี คิดจากราคาเริ่มต้นของแต่ละโครงการ ที่หักลบกับเงินที่ผ่อนดาวน์ (สมมุติผ่อนดาวน์ 200,000 บ.)

    ข้อมูล – ราคาอพาร์ทเม้นท์มาจาก renthub.in.th 

     

    ทำเลเทพารักษ์ถือเป็นทำเลใหม่ ใกล้เมือง เพราะการมาของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองอีกทั้งยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสุขุมวิทซึ่งเป็นสายที่มีคนใช้งานมากที่สุด ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการรถไฟฟ้ามีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รอบข้างปรับสูงขึ้น

    โดยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริเวณสุขุมวิทตอนปลาย เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดตั้งแต่อ่อนนุช มีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งได้อานิสงส์จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ

    ดยเฉพาะบริเวณรอบสถานีสำโรงที่เปิดทดลองให้บริการ จะเห็นได้จากก่อนเปิดให้บริการช่วงอ่อนนุช-แบริ่งอย่างเป็นทางการ ราคาคอนโดใกล้สถานีแบริ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 30K บ./ตร.ม.

    ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 70K บ./ตร.ม. และใกล้สถานีอ่อนนุชเคยอยู่ที่ 100K บ./ตร.ม. ปัจจุบัน อยู่ที่ 120K-140K บ./ตร.ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่าคอนโดช่วงสถานีปลายทางที่เปิดให้บริการจะขายดีและมีการปรับขึ้นราคาอย่างรวดเร็ว

    ส่วนทำเลเทพารักษ์ที่ได้อานิสงค์จากการมาของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ขณะนี้ก็มีผู้พัฒนาอสังหาฯ เริ่มมาเปิดตัวโครงการบ้างแล้ว แต่ภาพรวมของตลาดอสังหาฯ บนทำเลเทพารักษ์ก็ยังจะเป็นตลาดแนวราบ ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้าน อพาร์ทเม้นท์ และคอนโด Low-rise 

    โดยส่วนมากคนที่ทำงานบริเวณนี้มีดีมานด์เป็นกลุ่มเจ้าของกิจการ กลุ่มวิศวกรตามโรงงานและกลุ่มผู้อยู่อาศัยเดิมตามหมู่บ้านเก่าแก่อย่างหมู่บ้านทิพวัล

    ในส่วนของราคาค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ทำเลเทพารักษ์ช่วงต้นนี้มีราคาต่ำสุดจะอยู่ประมาณ 2,000-3,000 บ./ด. ถ้าอพาร์ทเม้นท์ที่ดีขึ้นมาหน่อยราคาอยู่ที่ 4,000-6,000 บ./ด. และถ้าเป็นคอนโดให้เช่าราคาขยับมาถึง 7,000-10,000 บ./ด. เลยทีเดียว ถ้าพูดถึงการซื้อคอนโด “ผ่อนแทนการเช่า” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุน

    KENSINGTON (NEW)

    สุขุมวิท-เทพาร้กษ์

    ที่ตั้ง : ถ.เทพารักษ์ ติด รฟฟ.สายสีเหลือง สถานีทิพวัล

    ความสูง : 38 ชั้น 1 อาคาร
    เริ่มสร้าง : Q2 ปี 2561
    สร้างเสร็จ : Q4 ปี 2563
    ราคาเริ่มต้น : 1.09 ลบ.
    ราคาเฉลี่ย : 70,000 บ./ตร.ม.

    ส่วนตลาดคอนโดมิเนียม ถ้านับจริงๆ แล้วบน ถ.เทพารักษ์ ตอนต้นมีโครงการที่เป็นคอนโด High-rise เพียงแห่งเดียวคือ โครงการ Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ สูง 38 ชั้นจาก Origin Property ซึ่งจุดขายนอกจากติดรถไฟฟ้าสถานีทิพวัล (สายสีเหลือง) 0 เมตร เป็นคอนโดสไตล์ Industrial British Loft การออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่ง เพดานสูง ให้ความรู้สึก เท่ห์ มีสเน่ห์ เป็นเอกลักษณ์แบบอังกฤษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ที่จัดเต็ม เหนือความคาดหมาย

    เรื่องราคาถือว่าจับต้องได้สำหรับกำลังซื้อของคนทำงานในบริเวณนี้ที่เริ่มเพียงล้านต้นๆ เพราะเมื่อถ้าเทียบจาก ราคาเช่าอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโด Low-rise ในย่านนี้ที่เฉลี่ยอยู่ 4,500-6,000 บ./ด.

    เพิ่มเงินอีกหน่อยก็สามารถซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าได้แล้ว ซึ่งเหมาะทั้งอยู่อาศัยเอง สำหรับคนที่ทำงานแถวนี้หรือซื้อลงทุนปล่อยเช่าก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสร้างเสร็จครับ

     

    ยกตัวอย่างการคำนวนผ่อนคอนโดแทนการเช่า

    ราคาห้อง 1.2 ลบ. ต้องการกู้วงเงิน 1 ลบ. ระยะเวลาผ่อน 25 ปี

     

    ราคาห้อง 1.2 ลบ. ต้องการกู้วงเงิน 1 ลบ. ระยะเวลาผ่อน 30 ปี

     

     

    KENSINGTON SUKHUMVIT THEPARAK

    “จุดเริ่มต้น” กับคอนโดสูงที่สุด ต้นถนนเทพารักษ์ ติดรถไฟฟ้าบีทีเอส 0 เมตร

    โครงการ เคนซิงตัน สุขุมวิท – เทพารักษ์ ตั้งอยู่บนช่วงต้น ถ.เทพารักษ์ ใกล้ Interchange สถานีสำโรง เพียง 1 สถานี และยังติดกับสถานีทิพวัล ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองอีกด้วย ใกล้ทางด่วนวงแหวนรอบนอก โรงพยาบาลและโรงเรียนหลายแห่ง สามารถเดินทางไปทองหล่อในเวลาเพียง 15 นาที

    ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโครงการเดียวบน ถ.เทพารักษ์ ตอนต้นที่เป็นคอนโด High-rise Building เป็นการเปิดตลาดบนทำเลนี้อย่างจริงจังเพื่อรองรับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

    ทำเลนี้ถือเป็น “EBD” หรือ Extension Business District พื้นที่ทางธุรกิจฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก คือย่านบางนา ที่เชื่อมต่อมาจากย่านสุขุมวิทตอนกลางนั่นเอง

    เนื่องจากพื้นที่ CBD ที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นย่านพาณิชยกรรมสีแดง ถูกจับจองและใช้พื้นที่อย่างเต็มที่แล้ว ทำให้การขยายพื้นที่เมืองส่วนใหญ่เริ่มออกไปทางกรุงเทพฯ ตะวันออก

    สังเกตได้ว่าเมืองฝั่งนี้ในอนาคตมีโครงการยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นหลายโครงการไม่ว่าจะเป็น The Bangkok Mall, Bitec 2 และโครงการรถไฟฟ้าหลายสายที่มาเชื่อมต่อเป็นโครงข่าย เป็นต้น

    คลิก! เพื่ออ่านบทความศักยภาพกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

    โครงการนี้เป็นคอนโดสูง 38 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ออกแบบในสไตล์ Industrial British Loft การออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่ง เพดานสูง ให้ความรู้สึก เท่ห์ มีสเน่ห์ เป็นเอกลักษณ์แบบอังกฤษ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เริ่มสร้าง Q4 ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการใน Q1 ปี 2563 ครับ