• อัพเดทแผนคมนาคม 60 ถึงไหนแล้วน่ะ?

     

    แผนด้านคมนาคมขนส่ง คืออะไร?

    รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม กำหนดแผนคมนาคม 60
    เพื่อลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล
    กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเชื่อมโยงกับ
    แผนร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ปี 60 – 79)
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12
    (ปี 60 – 64)
    ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี
    (ปี 60 – 79)
    และ แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย
    (ปี 58 – 65)

    สำหรับ Action Plan 60
    พิจารณาคัดเลือกโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ปี 58 – 65 , โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลและพร้อมดำเนินการในปีงบประมาณ 60 และ โครงการสำคัญที่ต้องการเร่งผลักดัน จำนวน 36 โครงการ รวมทั้ง โครงการที่จำเป็นต้องขยายระยะเวลาปี 59
    ที่ครม. ยังไม่อนุมัติดำเนินโครงการ
    รวมทั้งสิ้น 43 โครงการ 10 ประเภท มูลค่า 1,769,992 ลบ.

     

    สรุปข่าวความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?

    (* = โครงการจำเป็นต้องขยายระยะเวลาเพื่อประโยชน์สูงสุดปี 59 )

     

    *4 รถไฟความเร็วสูง (วงเงิน 701,000 ลบ.)

    1.รถไฟความเร็วสูง กทม. – โคราช
    2.รถไฟความเร็วสูง กทม. – ระยอง

    3.รถไฟความเร็วสูง กทม. – พิษณุโลก
    4.รถไฟความเร็วสูง ช่วงกทม. – หัวหิน

     รถไฟไฮสปีดไทย – จีน ลงนาม 4 ก.ย.นี้

    ครม. เห็นชอบร่างสัญญา 2.2 งานที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วง กทม. – นครราชสีมา) วงเงิน 179,412 ลบ. และอนุมัติปรับกรอบวงเงินสัญญา 2.2 จากเดิมกำหนดไว้ที่ 1,649 ลบ. เป็น 3,500 ลบ. เป็นไปตามเกณฑ์งบที่คาดไว้ 

    จากนี้จะร่างสัญญา 2.1 ออกแบบรายละเอียดงานโยธา วงเงิน 1,706 ลบ. ที่ ครม. อนุมัติแล้วไปลงนามสัญญาร่วมกัน รฟท. และ ฝ่ายจีน ในวันที่ 4 ก.ย. เมืองเซี๊ยะเหมิน ประเทศจีน หลังจากนั้น ทางจีนจะส่งรายละเอียดการก่อสร้างให้ไทย เพื่อดำเนินการก่อสร้างตอนที่ 1 ระยะทาง 3.5 กม. เส้นทางกลางดง – ปางอโศก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงปลายเดือน ต.ค นี้

    แต่ต้องรอ EIA ผ่านก่อน คาดจะเป็นช่วงเดือน ก.ย.  ส่วนการออกแบบในส่วนที่เหลือ ได้เร่งให้จีนส่งมอบแบบให้เร็วขึ้น  เพื่อให้ รฟท. มีเวลาเตรียมแผนเปิดประมูลหาผู้รับเหมาในช่วง 2 , 3 , 4
    info: (voicetv 30  Aug 60)


    แผนที่เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง กทม. – โคราช

    ญี่ปุ่นสนใจสร้างรถไฟ กทม. – ระยอง 

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจเผย
    ญี่ปุ่นสนใจลงทุนรถไฟความเร็วสูง กทม. – ระยอง และพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์กับไทยในด้านต่างๆทุกมิติ
    โดย รมต. เศรษฐกิจฯ ญี่ปุ่นเตรียมนำนักธุรกิจ 500 คนมาเยือนไทย 11 – 13 ก.ย. นี้
    info: (T – News 23  Aug 60)


    แผนที่เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง กทม.  – ระยอง

    รถไฟ กทม. – เชียงใหม่คาดสรุปผลเสร็จปี 60

    ล่าสุดเส้นทาง กทม. – เชียงใหม่ ฝ่ายญี่ปุ่นเสนอให้ให้ปรับรูปแบบการใช้งานสถานีกลางบางซื่อ เพราะ จำเป็นต้องแยกชานชาลาของรถไฟความเร็วสูงที่สถานีกลาง ออกจากระบบรถไฟอื่นๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่กระทบการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนและแบบการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ เพราะไทยมีแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อและพื้นที่ย่านพหลฯ ทั้งหมดไว้แล้ว  

    ยืนยันโครงการเดินหน้าตามกรอบ  ส่วนเรื่องลงนามความร่วมมือและเริ่มก่อสร้างต้องรอฟังความเห็นจากญี่ปุ่นอีกครั้ง รวมทั้งญี่ปุ่นจะใช้ระบบรถไฟชินคันเซน มาใช้ในโครงการ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1. ช่วงกทม. – พิษณุโลก และ 2. ช่วงพิษณุโลก – เชียงใหม่ 
    info: (voicetv 30  Aug 60)


    แผนที่เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง กทม.  – เชียงใหม่

    รถไฟ กทม. – หัวหิน สะดุด สคร. สั่งฟังความเห็นใหม่

    รองปลัดคมนาคม อัพเดทความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กทม. – หัวหิน อยู่ในช่วงกลับไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนใหม่ เพราะแบบเดิมทำแบบสอบถามความเห็นผ่านจดหมาย ซึ่งผิดเงื่อนไขการร่วมทุนแบบพีพีพี คาดว่าจะรับฟังความเห็นใหม่แล้วเสร็จพร้อมสรุปเสนอ สคร. พิจารณาได้ในช่วงต้นเดือน มิ.ย. นี้
    info: (Thairath 26 Apr 60)


    แผนที่เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง กทม. – หัวหิน

     

    12 รถไฟทางคู่ (วงเงิน 408,000 ลบ.)

    1.ช่วงหัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์
    2.ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี
    3.ช่วงสุราษฎร์ธานี – สงขลา
    4.ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์

    5.ช่วงปากน้้าโพ – เด่นชัย
    6.ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่
    7.ช่วงเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ
    8.ช่วงขอนแก่น – หนองคาย

    9.ช่วงชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานี
    10.ช่วงบ้านไผ่ – นครพนม
    *11.ช่วงนครปฐม – หัวหิน
    *12.ช่วงลพบุรี – ปากน้าโพ


    แผนที่เส้นทางเดินรถไฟทางคู่ในประเทศไทย

       

    รถไฟชุมพร – สุราษฎร์ เริ่มก่อสร้างปี 61
    รถไฟหัวหิน – ประจวบฯ ได้ผู้รับเหมาแล้ว

    รถไฟทางคู่ชุมพร – สุราษฎร์ธานี เริ่มก่อสร้างปี 61 ใช้เวลาสร้าง
    3 ปี โดยจะเปิดบริการปี 64 ส่วนรถไฟทางคู่หัวหิน – ประจวบฯ ผู้ชนะการประมวลคือ 
    บ. อิตาเลียนไทยดีเวลอปเม้นท์ คาดว่าจะลงนามเซ็นสัญญากับเอกชนอย่างเป็นทางการได้ปลายเดือน ส.ค. และเวนคืนระยะทาง 86 กม. วงเงิน 10,239 ลบ. จำนวน 13 สถานี โดยก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มขึ้น 1 ทาง เป็นคันทางระดับดินขนานไปกับเส้นทางรถไฟเดิม และยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอดินทุกระดับ เพื่อก่อสร้างทางยกระดับข้ามและสะพานข้ามทางรถไฟแทน โดยมีกรอบดำเนินการใน 4 ปี 
    info: (Thairath  28 Jul 60) (voicetv 30  Aug 60)

     

    อัพเดทรถไฟ สุราษฎร์ – หาดใหญ่ – สงขลา

    จะเริ่มก่อสร้างปี 61 อยู่ร่วมในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ก่อสร้างเชื่อมโครงการรถไฟทางคู่ช่วง ชุมพร – สุราษฎร์ , ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร , หัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ , นครปฐม – หัวหิน และ ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ โดยกำหนดแล้วเสร็จในปี 64  ช่วงนี้รอโครงการเข้าสู่ ครม. เพื่ออนุมัติภายในเดือน ก.ย. 60  โดยแนวเส้นทางรถไฟช่วงหาดใหญ่ – สงขลา ใช้แนวเขตที่ดินรถไฟเดิมไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม 
    info: (Hatyaifocus 12 Jul 60) 

     

    เลื่อนสร้างรถไฟสายเด่นชัย – เชียงรายออกเป็นปี 64

    การก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมจาก อ. เด่นชัย จ. แพร่ ไปยัง จ. เชียงราย หลังการรถไฟแจ้งว่าจะพยายามให้มีการก่อสร้างภายในปี 60 นั้น ล่าสุดโครงการจะเลื่อนก่อสร้างออกเป็นปี 64 เพราะต้องมีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกเล็กน้อย เนื่องจากมีบางช่วงของเส้นทางที่ต้องผ่านป่าเขา อย่างไรก็ตามเส้นทางรถไฟจะต้องไปถึง จ.เชียงราย อย่างแน่นอน เพราะได้มีการออกแบบโครงการเสร็จไปแล้ว
     info: (คมชัดลึก  17 Mar 60)

     


    ภาพตัดรถไฟทางคู่ยกระดับ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางจิระ 

     

    รฟท.ออกแบบใหม่รถไฟโคราช 5.1 กม.

    จากเปิดประชุมพิจารณาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ยกระดับ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางจิระ ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา และ อ. สีคิ้ว ได้ข้อสรุป แก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ จะมี ถ. ลอดทางรถไฟจำนวน 8 แห่ง และ เป็นโครงสร้างยกระดับทางรถไฟ  5.1 กม. เริ่มก่อสร้างจากช่วงเลยสถานีภูเขาลาด และ ได้มีแนวทางดำเนินการในพื้นที่ตัวเมือง นครราชสีมาดังนี้

    1.มีการยกระดับ 8 ม.(ระดับ 2 ) ยาว 5.1 กม.
    2.สถานีหัวรถไฟมีการยกระดับ ส่วนสถานีชุมทางจิระอยู่ระดับพื้นดิน สูง 2 ม.
    3.ทุบสะพานโรงแรมสีมาธานี แล้วสร้างสะพานU – Turn 2แห่ง
    4.งบประมาณดำเนินการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2,992 ลบ.
    5.ระยะเวลาในการดำเนินการทั้งหมดเพิ่มขึ้น 19 เดือน

    สำหรับ อ.สีคิ้ว ยกระดับใช้ท่อเหลี่ยมสูง 3 ม.และยกระดับ 2 แห่ง ใช้งบเพิ่ม 93 ลบ. ระยะเวลาเพิ่ม 17 เดือน โดยจะยกเลิกประกวดราคาในวันที่ 1 ก.ย. 60  และขออนุมัติเปลี่ยนแปลง และขอเพิ่มวงเงินในการประชุม ครม. ต่อไป
    info: (thansettakij  31 Aug 60)

     

    7 รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน  (วงเงิน 221,000 ลบ.)

    1.สายสีน้ำเงิน บางแค – พุทธมณฑลสายสี่
    2.สายสีส้ม ตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมฯ
    3.สายสีเขียวเข้ม สมุทรปราการ – บางปู

    4.สายสีเขียวเข้ม คูคต – ลำลูกกา
    5.ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อม ทสภ. ส่วนต่อขยาย (ช่วงดอนเมือง – บางซื่อ – พญาไท) ARL

    6.ระบบขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต
    *7.สายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ

    ครม. เห็นชอบมติ เตาปูน – ราษฎร์บูรณะแล้ว

    ครม. เห็นชอบให้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.6 กม. วงเงิน 101,112 ลบ. และภายหลังปรับลดวงเงินเนื่องจาก ปรับรูปแบบศูนย์ซ่อมบำรุงให้มีขนาดเล็กลง  คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลโครงการได้ภายในเดือน ต.ค. ก่อนเดินหน้าจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมของโครงการและลงนามสัญญาเอกชนภายในเดือน ก.ย.61 ตามกรอบที่วางไว้ เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างโครงการในช่วงปลายปี 61 และเปิดให้บริการในเดือน พ.ค. 67 ระยะเวลาก่อสร้างราว 6 ปี
    info: (Posttoday 25 Jul 60)


    ภาพรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่จะวิ่งสายเตาปูน – ราษฎ์บูณะ

    รถไฟฟ้าภูเก็ต คาดได้ผู้รับสัมปทานต้นปีหน้า

    รฟม. จะเร่งคัดเลือกผู้รับสัมประทานภายในต้นปีหน้า และ จัดทำรายงานพีพีพี ส่งไป ครม. ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้รับเหมาได้ในต้นปีหน้า งบการดำเนินโครงการอยู่ที่ 39,400 ลบ. โดยเฟสแรกจะเริ่มสร้างจากท่าอากาศยานภูเก็ตถึง 5 แยกประกอบด้วย 6 ทางลอด และ 1 สถานียกระดับ ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ประกอบด้วย 24 สถานี โดยในพื้นที่เขตเมืองเก่า จะออกแบบให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมแบบ
    ชิโนโปรตุกีส อนุรักษ์ย่านเมืองเก่าของภูเก็ต คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ในปีหน้า และ โครงการมีระยะเวลา 3 ปี หรืออาจจะแล้วเสร็จก่อนกำหนด
     info: (khaophuket  29 May 60)


    info: สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 

    เตรียมเสนอ สายสีน้ำเงิน ส้ม เขียว เข้า ครม.

    สายสีส้ม (ตก) ช่วงตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมฯ
    วงเงิน 1.21 แสน ลบ. ระยะทาง 16.4 กม.
    สายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค – พุทธมณฑลสายสี่
    วงเงิน 2.11 หมื่น ลบ.  ระยะทาง 8 กม.
    สายสีเขียว (ใต้) ช่วงสมุทรปราการ – บางปู
    วงเงิน 1.37 หมื่น ลบ. และ
    สายสีเขียว (เหนือ) ช่วงคูคต – ลำลูกกา
    วงเงิน 1.19 หมื่น ลบ.
    อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติ วงเงินรวมกว่า 1.5 แสน ลบ.

    แต่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตก) ได้เสนอเร็วๆนี้
    เพราะ ได้ส่งเรื่องมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว
    นอกจากนี้ยังปรับลด 2 สถานีออกทำให้ลดเงินลงทุนได้ประมาณ 7 พัน ลบ. เป็นเส้นทางบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ จากเดิมเส้นทางตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมฯ เพราะไม่ต้องการลงทุนทับซ้อนกับเส้นรถไฟสายสีแดงของ รฟท. และเมื่อผ่าน ครม. จะประมูลใช้เวลาก่อสร้าง 5 – 6 ปี  
    info: (Thaipost  20 Feb 60)(Posttoday 25 Jul 60)


    แผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตก) ช่วงตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรม


    แผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตก) ช่วงตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรม


    แผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 

     

    รถไฟชานเมือง 2 เส้นทาง 26,000 ลบ.

    1.สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มธ. รังสิต
    2.สายสีแดงอ่อน ส่วนต่อขยาย ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช


    แผนที่เส้นทางรถไฟสายสีแดง
    info: สนข.

    สายสีแดงเข้มเสร็จแน่ปี 61 สีแดงอ่อนปี 62

    สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ระหว่างสถานีบางซื่อ – หัวลำโพง มีทั้งหมด 5 สถานี คือ สามเสน ราชวิถี ยมราช ยศเส และ หัวลำโพง โดยคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. 61 รวมถึงส่วนต่อขยายระหว่างสถานีรังสิต – ธรรมศาสตร์ และ จะเพิ่มมาอีก 3 สถานี คือ คลองหนึ่ง เชียงราก และ ธรรมศาสตร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. 61 เช่นกัน

    รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน ตอนนี้ได้ข้อมูลมาว่าสร้างเสร็จแล้ว แต่ต้องรอเชื่อมระบบเข้ากับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ – รังสิต) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ก่อน คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งาน โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ภายในปี 2561
    นอกจากนี้ยังจะมีส่วนต่อขยายของสายนี้ ระหว่างตลิ่งชัน – ธนบุรีศิริราช คาดว่าแล้วเสร็จปี 61 และส่วนต่อขยายระหว่าง ตลิ่งชัน – ศาลายา คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62
    info: (Thairath  14 Mar 60)

     

    5 มอร์เตอร์เวย์ และทางด่วน (วงเงิน 167,000 ลบ.)

    1.มอเตอร์เวย์ สายนครปฐม – ชะอำ
    2.มอเตอร์เวย์ สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย / มาเลเซีย
    3.ทางด่วน สายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก

    4.ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และ E – W Corridor
    5.โครงการทางพิเศษ สายกระทู้ – ป่าตอง

    มอเตอร์เวย์ นครปฐม – ชะอำ ผ่าน EIA แล้ว

    โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย นครปฐม – ชะอำ ความคืบหน้า อยู่ระหว่างเสนอรูปแบบการลงทุนแก่กระทรวงคมนาคมออกแบบรายละเอียด (Detail Design) แล้วเสร็จ ผ่านEIAแล้วอยู่ในระหว่างออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน
    info: (bangkokbiznews 3 Aug 60)


    แผนที่เส้นทางมอเตอร์เวย์ นครปฐม – ชะอำ

     

    พระราม3 – ดาวคะนอง สร้างด่วนคาดเปิดใช้ปี 64

    กระทรวงคมนาคม เผยว่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.60 ครม. มีมติเห็นชอบให้การทางพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนองวงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตกระยะทาง 18.7 กม. วงเงิน 31,244 ลบ. คาดว่าจะเวนคืนที่ดิน 18 เดือน ตั้งแต่ ก.ย. 60 – ก.พ. 62 จ้างที่ปรึกษาตั้งแต่ เม.ย. – ส.ค.60 เปิดประกวดราคา ก.ค. – ต.ค. 60 ก่อสร้างใช้เวลา 39 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค. 60 เปิดใช้ มี.ค. 64
    info: (prachachat 6 Jun 60)


    แผนที่เส้นทางด่วน พระราม 3 – ดาวคะนอง

    กทพ.ดำเนินทางด่วนขั้นที่ สายเหนือ N2 แล้ว

    คสช.ได้มีหนังสือแจ้ง กทพ. ให้ดำเนินโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และ E – W Corridor และพิจารณาความเป็นไปได้การเชื่อมต่อโครงการกับทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่สนข.เสนอ โดยต้องหารือกับกรมทางหลวง ตอนนี้กำลังทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบรายละเอียดของโครงการในช่วง N2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอก กทม. อยู่
    info: (Thairath 6 Jun 60)


    แผนที่เส้นทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ N2 แยกเกษตร – วงเเหวนรอบนอก

    สายกระทู้ ป่าตอง เร่งผลักดันให้เปิดประมูล 61

    โครงการอยู่ในช่วงวิเคราะห์ EIA คาดว่าจะได้รับการพิจารณาให้นำเสนอ ครม. อนุมัติให้เปิดประมูลโครงการในช่วงปลายปีนี้ โดยอุโมงค์เชื่อมจากอำเภอกะทู้ไปยังอำเภอป่าตอง ของ จ. ภูเก็ต ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี ล่าสุดมีการหารือร่วมกันระหว่าง กทพ. กับ จ. ภูเก็ตเพื่อเร่งผลักดันโครงการวงเงินลงทุนกว่า 1 หมื่น ลบ. ให้สามารถเปิดประมูลในปี 61
    info: (thansettakij 2 – 4 Feb , 26 Jul 60)


    ภาพรวมโครงการทางพิเศษ กระทู้ – ป่าตอง

     

    3 ทางน้ำ (วงเงิน 36,000 ลบ.)

    1.การเดินเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทยตอนบน
    2.การพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทยตอนบน
    3.ท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่3


    ภาพรวมโครงการเรือเฟอร์รี่เชื่อม พัทยา – หัวหิน 

    เริ่มสายแรกเฟอร์รี่เชื่อม พัทยา – หัวหิน เปิดแล้ว

    เปิดโครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทยระหว่าง พัทยา – หัวหิน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากทดลองฟรีช่วงปลายปี 59 -ม.ค. 60 ได้รับการตอบรับอย่างดี ส่วนการเดินทางจะเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่เข้ามารับสัมปทานเดินเรือ จากการศึกษาประชุมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการพัฒนาการเชื่อมโยงขนส่งและท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวไทย โดย จ. ชลบุรี ได้แก่ แหลมบาลีฮาย  ส่วนพื้นที่ทางเล็กฝั่งตะวันตก ได้แก่ พื้นที่ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี ร่องน้ำปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์
    info: (matichon  24 Feb 60)


    ภาพท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

     

    ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เสนอ ครม. ปลายปี 60

    คาดว่าจะจัดทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 3 ในเดือน ก.ย. ปีนี้ โครงการมีเงินลงทุนของภาครัฐและเอกชนไว้ 8.6 หมื่น ลบ. 

    โดยจะมีการก่อสร้างท่าเรือ 1,600 ไร่ ความยาวท่า 4,500 ม. ความลึกแอ่งจอดเรือ 18 ม. จากระดับนํ้าทะเลปานกลาง ประกอบดว้ย ท่าเทียบเรือขนส่งรถยนต์ (Ro/Ro) 1 ท่า , ท่าเทียบเรือสินค้าทั่วไป , ตู้สินค้า 1 ท่า และ ท่าเทียบเรือตู้สินค้า 7 ท่า

    สาเหตุที่ต้องพัฒนา เพราะปัญหาด้านการจราจรและความแออัดของเรือที่ขยาย อาจจะส่งผลการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นสะดุด  ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เนื่องจากต้องมีการถมทะเล ส่วนผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประมงพื้นบ้าน ท่าเรือจะต้องมีการเยียวยาและจะนำพื้นที่ว่างเปล่ากว่า 60 ไร่ มาจัดสรรพื้นที่ให้ผู้ได้รับผลกระทบและมีการสร้างตลาดประมงเพื่อที่ว่าจะให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต
    info: (หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37  วันที่ 18 – 20  May 60)

     

    5 สถานีขนส่งสินค้า (วงเงิน 21,000 ลบ.)

    1.พัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางหลัก
    2.ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ
    3.ศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม

    4.พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค (ชายแดน 9 จังหวัด)
    5.พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค (เมืองหลัก 8 จังหวัด)
    จุดพักรถบรรทุก แผน 6 ปีสร้าง 18 แห่ง เริ่มปี 58

    ทล. เร่งพัฒนาโครงการก่อสร้างจุดจอดพักรถบรรทุก (Truck Rest Area) ตามเส้นทางหลัก จำนวน 18 แห่ง เริ่มตั้งแต่ปี 58 – 63 ใช้งบประมาณกว่า 3,400 ลบ. จำแนกเป็นปี 58 นำร่องที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา (ขาเข้า) เสร็จและเปิดบริการตั้งแต่ปี 58 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่จุด อ.โนนสูง (ขาออก) คาดว่าจะให้บริการในช่วงปลายปีนี้

    ส่วนปี 61 มี 2 จุดคือ
    อ. เมือง จ. ขอนแก่น และที่ อ. หนองกี่ จ. บุรีรัมย์

    ปี 62 ดำเนินการ 7 แห่งคือ
    อ. เมือง จ. อุดรธานี , อ. เมือง จ. กำแพงเพชร (ขาเข้า) , อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ , อ. สว่างวีระวงศ์ จ. อุบลราชธานี , อ. เมือง จ. กำแพงเพชร (ขาออก) , อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ และ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ปี 63 กำหนดก่อสร้าง 7 แห่ง คือ ต.ทุ่งโพธิ์ อ. นาดี จ. ปราจีนบุรี , อ. เกาะคา จ. ลำปาง (ด้านซ้ายของทาง) , อ. เมือง จ. พะเยา , อ. สมเด็จ จ. กาฬสินธุ์ , อ. คำชะอี จ. มุกดาหาร , อ. คุระบุรี จ. พังงา และ อ. เด่นชัย จ. แพร่

    สำหรับอาคารบริการจุกพักรถบรรทุกที่ ทล. ดำเนินการมีทั้งพื้นที่จอดรถบรรทุก รถยนต์ส่วนบุคคล รถคนพิการ ห้องนํ้าสาธารณะ ห้องอาบนํ้า อาคารควบคุม ศาลาทางหลวงเพื่อการพักผ่อน และ งานอำนวยความปลอดภัย
    info: (thansettakij 24 – 26 Aug 60)


    ภาพบรรยากาศจุดพักรถบรรทุก

     

    ชง ครม. สร้างศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ 2,200 ลบ.

    กรมการขนส่งทางบกชง ครม. จ่ายค่าเวนคืนกว่า 780 ลบ. ดันโครงการศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ 2.2 พัน ลบ.เป็นศูนย์ CIQ ครบวงจร วัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าชายแดน เชื่อมสะพานข้าม ม. โขงไทย – สปป.ลาว แห่งที่ 4 กับถนน R3A ไทย -สปป.ลาว – จีนตอนใต้ ออกแบบ 2 ระยะ เล็งเอกชนร่วมทุน พร้อมสอดรับรถไฟโครงการรถไฟสายเด่นชัย – เชียงรายในอนาคต

    เป็นพื้นที่ก่อสร้างกว่า 330 ไร่ 18 ตร.ว ใช้พื้นที่ฝั่งซ้ายของ ถ. หน้าด่านพรมแดน ก่อนถึงสะพานข้าม ม.โขง หลังจากเวนคืนที่ดิน
    จะนำเรื่องเข้าสู่ ครม. ดำเนินการก่อสร้างศูนย์เชียงของ ด้วยงบผูกพัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 60 เสร็จปี 62 ด้วยงบประมาณ 2,265 ลบ.

    ออกแบบภายในศูนย์มี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 อาคารดำเนินการ คลังสินค้า ลานเปลี่ยนหัวลาก เป็นต้น สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละกว่า 27,000 ตัน หรือรองรับปริมาณสินค้าได้วันละกว่า 6,652 ตัน รถยนต์บรรทุกวันละ 262 คัน ลักษณะการบริหารงาน คือ ภาครัฐทำหน้าที่จัดหาที่ดิน และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และให้ภาคเอกชนเข้าไปดำเนินการอาจเป็นลักษณะร่วมทุน และ ระยะที่ 2 เพื่อรับระบบรางตามโครงการรถไฟสายเด่นชัย – เชียงราย ในอนาคต
    info: (prachachat 27 Apr 60)


    ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าเชียงของ
    info: The leader


    สถานีขนส่งสินค้าเชียงของ
    info: The leader

    ขบ.เดินหน้าสร้างสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค 17 จังหวัด 

    จากการร่วมสัมนาของกรมขนส่งทางบกกับเอกชน เพื่อแสดงเห็นต่อแนวทางการลงทุนโครงการสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาคตามแผนกำหนดไว้ทั้งหมด 17 แห่ง แต่คัดมาดำเนินการในระยะแรก 9 แห่ง รวมวงเงินกว่า 18,000 ลบ. (สถานีละ 600 – 1,000 ลบ.) จัดหาที่ดินและออกแบบแล้วเสร็จ ได้แก่ จ. เชียงราย , ตาก , หนองคาย , มุกดาหาร , สระแก้ว , ตราด , กาญจนบุรี , สงขลา และ นราธิวาส

    ส่วนระยะที่ 2 อีก 8 แห่งนั้นตั้งงบประมาณปี 61 ดำเนินการเวนคืนและศึกษาออกแบบต่อไป เพื่อเสริมศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศให้สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับประเทศต่างๆในภูมิภาค ได้แก่ จ. เชียงใหม่ , พิษณุโลก , นครสวรรค์ , ขอนแก่น , อุบลราชธานี , นครราชสีมา , ปราจีนบุรี และ สุราษฎร์ธานี 

    โดยขณะนี้กรมขนส่งทางบกอยู่ในช่วงจ้างศึกษา และ วิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการหาแนวทางในการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาคที่มีความเหมาะสมมากที่สุด
    info: (thansettakij 10 Jun 60)


    สถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค เสริมศักยภาพโลจิสติกส์

    3 ทางอากาศ  (วงเงิน 11,000 ลบ.)

    1.การพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค
    2.ปรับปรุงระบบล้าเลียงกระเป๋าสัมภาระ ทสภ.
    3.MRO ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา


    ภาพจำลองสามบินพาณิชย์เบตง ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62
    info: benarnews
    ภาพจำลองสามบินแม่สอด ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62
    info: skyscrapercity

    เปิดแผนลงทุนสนามบินเชื่อมภูมิภาค

    ท่าอากาศยานทำแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั่วประเทศระยะแรกพัฒนา 5 ปี 60 – 64 วงเงิน 2.4 หมื่นลบ. ประกอบด้วย งบการพัฒนาสนามบินรวมทั้งสิ้น 16,184 ลบ. และงบการพัฒนาและปรับปรุงสนามบินทั่วประเทศ28 แห่ง วงเงิน 7,816 ลบ. เพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสารให้ถึง 30 ล้านคน ภายในปี 68 

    ในอนาคตเร่งพัฒนาแผนแม่บทระยะที่ 2 วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายรองรับผู้โดยสาร 58 ล้านคน ภายในปี  78 ทั้งนี้ เริ่มจากพัฒนาสนามบินกระบี่วงเงิน 6,892 ลบ.ระยะเวลาดำเนินการปี 61 – 63 ,สนามบินขอนแก่น วงเงิน 2,500 ลบ. โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จในปี 64 , สนามบินนครศรีธรรมราช จะใช้วงเงิน 2,250 ลบ. , สนามบินตรัง วงเงิน 1,316 ลบ.คาดว่าช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการจะอยู่ในปี 62 – 64 , สนามบินอุบลราชธานีนั้นใช้งบประมาณ 114 ลบ. 

    อย่างไรก็ตามยังมีแผนขยายสนามบินเพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านและรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ การก่อสร้างสนามบินเบตง วงเงิน 2,040 ลบ. ขณะนี้ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 5 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 62 นอกจากนี้ ยังเร่งพัฒนาสนามบินแม่สอด วงเงิน 877 ลบ. ขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 32 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 62 คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนรันเวย์ในช่วงกลางปี 61
    info: (Posttoday 19 Apr 60)


    ภาพรวมโครงการสนามบินอู่ตะเภา – สัตหีบ

    ครม. เคาะ 760 ล้านใส่อู่ตะเภา – สัตหีบพัฒนารับ ECC

    ครม.อนุมัติงบ 760 ลบ. ใช้จ่ายในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบรองรับอีอีซี ครม. สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบเงินสำรองกรณีฉุกเฉินวงเงิน 760 ลบ. แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กองทัพเรือ วงเงิน 690 ลบ. และ ค่าจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการวงเงิน 70 ลบ. 

    นอกจากนั้น ครม. ยังอนุมัติขยายกรอบวงเงินลงทุนเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารเรียน ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน อาคารฝ่ายอำนวยการและสิ่งก่อสร้างประกอบ พร้อมครุภัณฑ์ของสถาบันการบินพลเรือน วงเงิน 1,402 ลบ. มีระยะเวลาดำเนินการ 1,260 วัน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในเดือน ก.ย.และจะแล้วเสร็จภายในปี 64
    info: (Thaipost 26 Jul 60)



    รูปจำลองอาคารรองสนามบินเชียงใหม่
    Info : Thailand Skyline

    สร้างแน่ สนามบินเชียงใหม่ 2 – สนามบินพังงา 

    เนื่องจากจำนวนท่องเที่ยวสูงมากขึ้นจนเกินศักยภาพที่สนามบินรองรับได้ต้องเร่งขยาย อาคารผู้โดยสาร และ รันเวย์และสร้าง
    สนามบินใหม่ โดยเริ่มต้น มีโครงการจะสร้างสนามบินภูเก็ต และ สนามบินเชียงใหม่ ล่าสุด รมต. คมนาคมประชุมหารือ เตรียมพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ รวมทั้ง รูปแบบการลงทุน ของสนามบินเชียงใหม่

    โดย กพท. เสนอก่อสร้างสนามบินรอง  เพื่อทำหน้าที่ถ่ายเทผู้โดยสารจากเชียงใหม่ พื้นที่ต้องอยู่ห่างจากเชียงใหม่ไม่เกิน 20 กม. และต้องมีระบบถนนที่สามารถเชื่อมต่อสะดวก สำหรับพื้นที่ก่อสร้างที่เหมาะสม กพท. เห็นควรใช้พื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คือระหว่าง อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่ และ อ. บ้านธิ จ. ลำพูน เนื่องจากอยู่ติดกับเชียงใหม่ และปัจจุบันยังมี ถ. ของกรมทางหลวงเชื่อมต่อการเดินทางอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องมีการขยายช่องจราจรเพิ่มขึ้นในอนาคต

    ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาสนามบินภูเก็ต กพท. เห็นควรให้มีการสร้างสนามบินรองเพิ่มโดยใช้พื้นที่ใน จ.พังงา
    อย่างไรก็ตาม หากบอร์ด ทอท.พิจารณาแล้วว่ามีศักยภาพในการลงทุนก่อสร้างสนามบินใหม่ทั้งสองแห่ง ก็ต้องไปปรับแผนการลงทุนและทำแผนใหม่มาเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา หลังจากนั้นจะเริ่มต้นทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการต่อไป
    info: (oknation 26 Aug 60)

     

    1 รถโดยสารสาธารณะ  (วงเงิน 2,000 ลบ.)

    ซื้อรถไฟฟ้า 200 คัน พร้อมก่อสร้างสถานีประจุไฟฟ้า

    ตามแผนคมนาคม 60 มีแผนจัดซื้อรถไฟฟ้า 200 คัน ขณะนี้ได้ประกาศร่าง TOR 

    อ้างอิงจากเว็บไซต์ขององค์การขนส่งมวลชน กทม. อยู่ในช่วงประกาศร่างTOR จัดซื้อพร้อมว่าจ้างซ่อมรถโดยสารไฟฟ้า จำนวน 200 คัน(ครั้งที่ 2)

     

    1 ตั๋วร่วม (วงเงิน 1,000 ลบ.)

    1.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

    บัตรแมงมุมเริ่มใช้ 1 ตุลาคมนี้

    โดยคมนาคมตั้งเป้าไว้จะใช้บัตรกับ 5 ระบบขนส่งคือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-เตาปูน , สายสีม่วง บางใหญ่ – บางซื่อ , รถไฟฟ้าบีทีเอส , รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิงค์ และ รถเมล์เอ็นจีวี 

    เริ่มใช้เเน่ บัตรแมงมุม 1 ต.ค.นี้ใช้กับรถเมล์ ขสมก. จากนั้นปลายปี 60 – ต้นปี 61 จะสามารถใช้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ , สายสีม่วงช่วงบางใหญ่ – เตาปูน , รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางซื่อ และ รถไฟฟ้าบีทีเอสจะทยอยเริ่มใช้บริการตั้งแต่กลางปี 61 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของระบบรถไฟฟ้า จะใช้บัตรได้แค่สถานีร่วม เช่น สถานีจตุจักร , สถานีอโศก และ สถานีพญาไท เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้ได้ครบทุกสถานีทุกสายทาง แต่จะมีการเร่งรัดให้ปรับระบบรองรับบัตรแมงมุมได้ครบทุกสถานีในเดือน มี.ค. ปีหน้า 

    ส่วนของรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ สีเหลือง ที่กำลังเริ่มก่อสร้างมีข้อกำหนดใน TOR ให้ใช้ระบบบัตรแมงมุม เมื่อก่อสร้างเสร็จเปิดให้บริการก็จะใช้บัตรแมงมุมได้ทันที และ บัตร Rabbit ที่มีอยู่

    ส่วน E – Ticket ของรถเมล์ หลังจากลงนามกับพารท์เนอร์ เรื่อง สัญญาเช่าระบบบัตร E – Ticket จำนวน 2,600 คัน ล่าสุด คาดต้องติดตั้งกล่องเก็บค่าโดยสาร (Cash Box) และ เครื่องสแกนตั๋วอัตโนมัติ (E-ticket) ให้ได้  800 คันภายใน 30 ก.ย. นี้ เพื่อใช้งานร่วมกับบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย และ บัตรแมงมุมได้ ส่วนที่เหลืออีก 1,800 คัน ต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน  1 ปี หรือไม่เกินกลางปี 61

    ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิงค์ อยู่ในระหว่างปรับปรุงระบบ งบกว่า 140 ลบ.เตรียมเสนอให้ รฟท. อนุมัติเร็วๆนี้ และถ้าผ่านแล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีซึ่งไม่สามารถใช้ได้ตามระยะเวลาที่ สนข.ตั้งไว้แน่นอน
    info: (bltbangkok 13 Jul 60)

    ภาพไทม์ไลน์การใช้บัตรแมงมุม 
    info: bltbangkok

     

    สรุปสถานะโครงการ

    โครงการที่พร้อมให้บริการ

    – เดินเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทยตอนบน (พัทยา – หัวหิน)
    – การพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทยตอนบน (พัทยา – หัวหิน)
    – การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

    โครงการที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้

    – มอเตอร์เวย์สายนครปฐม – ชะอำ
    – ทางด่วนสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก

    – การปรับปรุงระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    – MRO ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา

    – การพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาค (ท่าอากาศยานแม่สอด จ.ตาก ท่าอากาศยานสกลนครและสนามบินเบตง )

    โครงการที่เริ่มประกวดราคาได้

    – รถไฟทางคู่ช่วงหัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์
    – รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี
    – รถไฟทางคู่ช่วงปากน้้าโพ – เด่นชัย
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ

    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสีส้ม ตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมฯ
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสีเขียวเข้ม สมุทรปราการ – บางปู
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสีเขียวเข้ม คูคต – ลำลูกกา
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อม ทสภ. ส่วนต่อขยาย (ช่วงดอนเมือง – บางซื่อ – พญาไท) 

    – โครงการจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า จำนวน 200 คัน
    – รถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม – หัวหิน
    – รถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี – ปากน้าโพ
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระบบขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต

    โครงการที่เสนอคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการ PPP

    – รถไฟความเร็วสูง กทม. – โคราช
    – รถไฟทางคู่ช่วงสุราษฎร์ธานี – สงขลา
    – รถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์
    – รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่
    – รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ
    – รถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่ – นครพนม

    – รถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น – หนองคาย
    – รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานี
    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระบบขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต
    – รถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – มธ. รังสิต
    – รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ส่วนต่อขยาย ช่วงตลิ่งชัน – ศิริราช

    – มอเตอร์เวย์ สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย / มาเลเซีย
    – ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ
    – ศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม
    – พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค (ชายแดน 9 จังหวัด)
    – พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค (เมืองหลัก 8 จังหวัด)

    โครงการที่หน่วยงานเตรียมข้อเสนอโครงการแล้วเสร็จ

    – รถไฟความเร็วสูง กทม. – หัวหิน
    – รถไฟความเร็วสูง กทม. – ระยอง
    – รถไฟความเร็วสูง กทม. – พิษณุโลก

    – รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสีน้ำเงิน บางแค – พุทธมณฑลสาย 4
    – ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และ E – W Corridor

    – โครงการทางพิเศษ สายกระทู้ – ป่าตอง
    – ท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3

    โครงการสำคัญที่ต้องการผลักดัน

    – โครงการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางการขนส่งสินค้าหลักของประเทศ (จ.บุรีรัมย์ อุดรธานี และ กำแพงเพชร)

     

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

     

     

  • THE PRIVACY พระราม 9

    คอนโดราคากันเอง แต่งครบ เฟอร์เต็ม 

    ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2560 พฤกษา สามารถครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) คอนโดมิเนียมใน Segment ระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของพฤกษา สูงสุดเป็นอันดับ 1

    ผลจากความสำเร็จนี้จึงทำให้มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ The Privacy ซึ่งเดิมทีแบรนด์นี้เคยเป็น Low Rise Condo มาก่อนและเพิ่ง Re-Positioning แบรนด์ใหม่ เป็นแบบ High Rise Condo ล่าสุด 2 ตัวค่ือ The Privacy ท่าพระ Interchange และ The Privacy พระราม 9 ซึ่งมีรูปแบบและภาพลักษณ์แบรนด์ที่คล้ายคลึงกับ The Tree สุุขุมวิท 71-เอกมัยในเครือเดียวกันที่อยู่บริเวณพื้นที่ข้างเคียง

    The Privacy ออกแบบภายใต้แนวคิด “Compose Your Moments สร้างโลกที่น่าหลงใหลในแบบคุณ” เน้นลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ช่วงอายุประมาณ 25-35 ปี ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีสไตล์เฉพาะตัว และการออกแบบที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Smart Product) ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครันและหลากหลายที่ให้มาค่อนข้างมากกว่าในคอนโดระดับราคาเดียวกัน

    และยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการอยู่อาศัย ตอบรับกับ Lifestyle ยุคดิจิตอล บนทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาที่เข้าถึงได้คือราคาเริ่มต้นประมาณ 2-3 ลบ.

     

    FACT SHEET

    ที่ตั้ง : ถนนรามคำแหง ติดรามคำแหง ซ.2 แขวง สวนหลวง เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร 
    ลักษณะโครงการ : อาคารที่พักอาศัยสูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 
    พื้นที่โครงการ: 4-2-60.6 ไร่
    จำนวนยูนิต : 877 ยูนิต, ร้านค้า 6 ยูนิต
    แบบห้อง :
    – 1 ห้องนอน ขนาด 75 ตร.ม.  

    – 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. 
    – 1 Bed Plus ขนาด 50 ตร.ม.       
    – 2 ห้องชุดรวมกัน ขนาด 46 ตร.ม.    
    จำนวนที่จอดรถ : 40% รวมจอดซ้อนคัน
    กำหนดการสร้างเสร็จ : พ.ย. 2562

    FACILITIES

    ชั้น 1 : Lobby, Living Lounge, Basketball court,Garden
    ชั้น 1-4 : Parking
    ชั้น 5 :  30 Meters Swimming Pool,Star Pool and Terrace, Pool Lounge,Workout space ,Jogging Track,Garden,Game room,Play space,Movie room
    ชั้น 29 : The Sky space
    ชั้น 30 :  Privacy Lounge,Sky Lounge,The Sky space

    PRICE

    – ค่าส่วนกลาง 42 บาท/ตร.ม./เดือน
    – เงินกองทุน 500 บาท / ตร.ม.

    เริ่มต้น 1.79 ลบ. (90,000 บ./ตรม.)

     

    10 นาทีถึงทองหล่อ 4 สถานีถึงสุวรรณภูมิ เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก

    โครงการมีทำเลอยู่ระหว่างในเมืองกับนอกเมืองรวมทั้งใกล้รถไฟฟ้า ถนนเส้นหลักและทางด่วน ที่สามารถเดินทางได้หลายทางเลือกเข้าและออกเมืองได้อย่างสะดวก อยู่ใกล้ทองหล่อ-เอกมัยแหล่ง Hang Out ช๊อป ชิม ชิล 24 ชั่วโมงของคนเมืองเพียง 10-15 นาทีถึงหากรถไม่ติด 

    สามารถเดินทางไปทำงานใจกลางเมืองก็สะดวก ใกล้ New CBD พระราม 9 และสามารถเดินทางผ่าน ARL เข้าเมืองหรือไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 2 สถานี นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า รพ. สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน

    – 6 กม. ถึงเอกมัย
    – 2 กม. ถึงทองหล่อ
    – 250 เมตร จาก Airport Rail Link
    – 1 สถานีถึงอโศก
    – 3 สถานีถึงพญาไท

    – 4 สถานีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
    – ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีหน้า The Mall รามคำแหง ประมาณ 1 กม.
    – ใกล้ทางด่วน 3 สาย ทางด่วนเข้าเมือง, ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ Motorway ชลบุรี

    ราคาเริ่มต้นถูกสุดในย่านพระราม 9 ณ ปัจจุบัน

    จากการสำรวจราคาขายเริ่มต้นของคอนโดบริเวณ 4 แยกพระราม 9 ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีโครงการของพฤกษากว่า 3 โครงการอย่าง The Tree สุขุมวิท71-เอกมัย,Plum Condo รามคำแหง สเตชั่น

    และล่าสุดคือ The Privacy พระราม 9 ซึ่งพบว่าตัว โครงการ The Privacy พระราม 9 เป็นคอนโดใหม่ล่าสุด ที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุด ณ ปัจจุบันคือ 1.79 ลบ. (ต.ค. 60)

     

    พื้นที่ส่วนกลางให้มาเยอะและหลากหลายเมื่อเทียบระดับราคาเดียวกัน

    ชั้น 1

    : Double Volume Lobby,Shop ร้านค้าจำนวน 6 ยูนิต รวมถึงมี 7- Eleven มาเปิดเมื่อโครงการสร้างเสร็จ,Living Lounge,Basketball court,Garden

    “Space ส่งเสริมการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อนอย่าง Basketball Court และสวนหย่อม”

    ชั้น 5 

    :  30 Meters Swimming Pool,Star Pool and Terrace,Pool Lounge,Workout Space,Jogging Track, Garden,Game Room,Play Space,Movie Room

    “Star Pool  กับ Gimmick ที่คล้ายคลึงกับ The Privacy ท่าพระ ว่ายน้ำท่ามกลางดวงดาวในสระยาวกว่า 30 ม. พร้อม  Terrace ไว้นั่งพิงให้อารมณ์เหมือนทำสปา   Workout Space ออกกำลังกายพร้อมเห็นวิวเมืองและ  Space ส่งเสริมกิจกรรมร่วมกันอย่าง Game Room,Play Space,Movie Room”

    ชั้น 29 

    : Roof Top Garden

    “The Sky Space สวนลอยฟ้า อยู่ชั้นสูงก็เข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ พร้อมวิวเมืองพาโนราม่า”

    ชั้น 30 

    :  Privacy Lounge , Sky Lounge,  The Sky Space

    “ประชุม ทำงาน นั่งพูดคุยแบบส่วนตัวกับวิวเมืองมุมสูงที่ Privacy Lounge”

     

    DIGITAL TECHNOLOGY สะดวกสบายและล้ำสมัย

    โครงการได้นำ Digital Technology มาใช้เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคสมัยใหม่ของคนเมือง อาทิ ระบบ Smart Access System จะสร้างเสริมความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากยิ่งขึ้น

    และอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกโครงการ แจ้งข่าวสาร และบริการต่างๆหลังการขาย อย่างง่ายดายผ่าน Mobile Application

     

    ซื้อเก็งกำไร ต้องเลือกห้องให้ดี!

    4 แยกพระราม 9-รามคำแหง เป็นสี่แยกที่โครงการคอนโดใหม่เกิดขึ้นเยอะ เพราะจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้ามาในอนาคต ทำให้มีคู่แข่งมากซึ่งเป็นทั้งผลดีและผลเสียให้มีการแข่งกันเรื่องราคาที่ถูกลง แต่ในทางเดียวกันนั้น อาจทำให้เกิด Over Supply แห่กันซื้อใบจองมาขาย จนล้นตลาด

    ข้อได้เปรียบของโครงการ The Privacy พระราม 9 คือ สามารถเดินทางได้ทั้ง ARL ที่มีอยู่แล้วและราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่า ซึ่งนอกเหนือจากการเลือกราคาคอนโดที่ราคาถูกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงรูปแบบและคุณภาพห้องที่คนน่าจะมาซื้อหรือเช่าต่ออีกด้วย

     

    UNIT TYPE ทุกห้องแต่งครบพร้อมอยู่ แบบ FULLY FURNISHED

    22.75 ตร.ม.  ห้องเน้นใช้งานจริง ฟังก์ชั่นครบ มีหลายวิวให้เลือก

    1 ห้องนอนขนาด 22.75 ตร.ม. : 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished แต่งครบให้ เตียงนอน 5 ฟุต (ไม่รวมที่นอน),ตู้เสื้อผ้า,ชั้นวางทีวี,โซฟา,ชุดครัวพร้อมเตาและเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ MEX หรือเทียบเท่า,แอร์ติดตั้งที่ห้องนอนขนาด 9,000 BTU ยี่ห้อ DAIKIN หรือเทียบเท่า,โต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้ทานข้าวและสุขภัณฑ์ยี่ห้อ COTTO หรือเทียบเท่า

    “ฟังก์ชั่นลงตัว ครบครัน พร้อมเข้าอยู่ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยคนเดียว มียูนิตให้เลือกหลายตำแหน่งในโครงการ”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะสำหรับซื้ออยู่อาศัย 1-2 คน มีให้เลือกทุกวิวและราคาของห้อง 22.75 ตร.ม. ต่อตารางเมตร จะถูกกว่าห้องขนาด 26.25 ตารางเมตร และ 37.5 ตร.ม. ในชั้นเดียวกัน

    ถ้าซื้อไว้ลงทุนปล่อยเช่าให้คนทำงานหรือนักศึกษาที่อยู่คนเดียว ราคาค่าเช่าประมาณ 12,000 บาท/เดือน Return Yield (ผลตอบแทนจากการลงทุน)  6% (คำนวณจาก Rate ค่าเช่าปัจจุบันในละแวกนี้)

     

    26.25 ตร.ม.  ห้องเป็นสัดส่วน ส่วนตัวมากขึ้น ทุกห้องร่มทั้งปี

    1 ห้องนอนขนาด 26.25 ตร.ม. : 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัว ที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น

    “มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว เป็น TYPE ที่อยู่ในทิศเหนือทุกยูนิตทำให้แดดไม่ร้อน”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะกับการลงทุน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซื้อไว้อยู่เองระยะสั้น อยู่อาศัยได้ 1-2 คนและอาจขายต่อ ซึี่งเป็นห้องที่หันหน้าไปทางทิศเหนือทำให้ไม่ร้อน

    เห็นวิวทางด่วน และ ถนนพระราม 9 รามคำแหง มีจำนวนน้อยแค่ 20% ของโครงการ จึงมีผู้ให้ความสนใจมาก  คาดว่าปล่อยเช่าได้ประมาณ 15,000 บาท/เดือน Return Yield (ผลตอบแทนจากการลงทุน)  6% (คำนวณจาก Rate ค่าเช่าปัจจุบันในละแวกนี้)

     

    37.50 ตร.ม.  ห้องวิวสวย MULTIPURPOSE ROOM ปรับเปลี่ยนตาม LIFESTYLE

    2 ห้องนอนขนาด 37.50 ตร.ม. : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัวที่ห้องนอน และ 12,000 BTU 1 ตัวที่ห้องนั่งเล่นและตู้เก็บของสูงจรดฝ้าไว้สามารถใส่เครื่องซักผ้าภายในได้

    “ห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรืออื่นๆได้ พื้นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว”

    เหมาะกับผู้ต้องการห้องแบบ 2 ห้องนอนที่ต้องการเริ่มครอบครัวขนาดเล็ก ที่มีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอน ซึ่งห้องนอนเล็กอาจประยุกต์เป็นห้องอเนกประสงค์อย่างห้องแต่งตัว ห้องทำงานก็ได้ อยู่ในตำเหน่งเห็นวิวสวยมีให้เลือกทั้งวิวสระว่ายน้ำและวิวทางด่วน ถนนพระราม 9 -รามคำแหง

     

    46 ตร.ม.  ห้องขนาดครอบครัว เน้นอยู่อาศัยระยะยาว

    2 ห้องนอนขนาด 46 ตร.ม. : 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีความสูง Floor to ceiling 2.55 ม. เป็นห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้ของเหมือนแบบห้อง 22.75 ทุกอย่าง ที่แตกต่างคือให้แอร์ขนาด 9,000 BTU มา 2 ตัวที่ห้องนอน และ 12,000 BTU 1 ตัวที่ห้องนั่งเล่นและตู้เก็บของสูงจรดฝ้าไว้สามารถใส่เครื่องซักผ้าภายในได้

    “ห้องขนาดเริ่มต้นครอบครัวขนาดเล็ก ห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรืออื่นๆได้ พื้นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ มีประตูกั้นห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวขึ้นและกันกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว”

    รูปห้องตัวอย่างจาก SALES GALLERY

    เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวหรือคู่แต่งงานที่วางแผนมีลูก ซึ่งห้องนี้ยังมีราคาต่อตารางเมตรถูกกว่าห้องแบบอื่นในชั้นเดียวกัน

     

    สรุปทุกประเด็นของ THE PRIVACY พระราม 9

    ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างหลายประการทำให้โครงการ The Privacy พระราม 9 มีความโดดเด่น คุ้มค่า เเละน่าสนใจในเรื่อง

    – ทำเลที่ตั้งอุดมสมบูรณ์ใกล้ทองหล่อ เดินทางเข้าออก-เมืองสะดวกด้วย ARL ถนนสายหลักและทางด่วน 

    ใกล้ ARL แค่ 250 ม. เดินทางไปถึงสุวรรณภูมิเพียง 2 สถานี ใกล้ทางด่วน เข้า-ออกเมืองสะดวกและถนนสายหลักสามารถเชื่อมต่อไปทองหล่อย่านกินดื่มและใจกลางเมืองที่เป็นแหล่งงานได้รวดเร็ว  รวมทั้งรายล้อมด้วย ห้าง,รพ,สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านที่ครบครัน

    – เหมาะแก่การลงทุน เป็นคอนโดใหม่ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในย่านเดียวกัน 

    โครงการ The Privacy พระราม 9 เป็นคอนโดใหม่ล่าสุด ที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุด ณ ปัจจุบัน ซึ่งราคา Presale คือราคาที่ดีสุด เหมาะสำหรับการลงทุน เพราะเป็นราคาพิเศษที่มีส่วนลดพิเศษและของแถมมากกว่าในช่วงอื่น และเนื่องจากทุกห้องเป็นแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ครบ เมื่อลูกค้าโอนกรรมสิทธิ์ก็สามารถให้เช่าได้เลยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจ้างออกแบบ และตกแต่งห้อง ซึ่งทางพฤกษาเอง ก็มีโรงงานผลิตแผ่น Precast เป็นของตนเอง สามารถควบคุมระยะเวลาการก่อสร้างได้ดี ทำให้ผู้ต้องการลงทุนปล่อยเช่า หรือสามารถให้เช่าได้เร็ว ได้รับค่าเช่าได้เร็ว

    – พื้นที่ส่วนกลางให้มาเยอะและหลากหลายเมื่อเทียบระดับราคาเดียวกัน

    มีพื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายและให้มาอย่างเพียงพอตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นและมีการนำ Digital Technology มาใช้เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคสมัยใหม่

    – ห้องพัก แต่งครบ พร้อมอยู่ มีความหลากหลาย ฟังก์ชั่นลงตัว ตอบโจทย์ผู้อยู้อาศัยที่แตกต่างกัน

    ทุกห้องเป็นแบบ Fully Furnished ทุกห้องให้เตียงนอน 5 ฟุต (ไม่รวมที่นอน),ตู้เสื้อผ้า,ชั้นวางทีวี,โซฟา,ชุดครัวพร้อมเตาและเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ MEX หรือเทียบเท่า,แอร์ติดตั้งที่ห้องนอนขนาด 9,000 BTU ยี่ห้อ DAIKIN หรือเทียบเท่า,โต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้ทานข้าว,สุขภัณฑ์ยี่ห้อ COTTO หรือเทียบเท่า วัสดุสเปคค่อนข้างดี ตามมาตรฐาน

    – ข้อควรระวังเรื่อง OVER SUPPLY หากต้องการซื้อเก็งกำไรหรือปล่อยเช่า

    เนื่องจากบริเวณรอบโครงการมีโครงการคอนโดที่เปิดตัวใหม่ค่อนข้างเยอะ หากต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร จำเป็นต้องเลือกห้องให้ดี

    สรุป โครงการนี้เหมาะสมกับผู้กำลังหาคอนโดที่พร้อมเข้าอยู่ทันทีในราคาที่ไม่แพง ที่ทำงานในย่านพระราม9 ใจกลางเมืองหรือสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถเดินเท้าไป ARL ได้ ใกล้แหล่งกินดื่มทองหล่อ-เอกมัย อยู่คนเดียว 2 คนหรือครอบครัวก็มีห้องตอบโจทย์ทุกแบบ หรือต้องลงทุนปล่อยขายหรือเช่าให้นักศึกษาในมหาลัยข้างเคียงหรือคนทำงานในเมืองก็ได้

    Promotion

    สำหรับลูกค้าที่มาจองตั้งแต่ วันที่ 29 กันยายน ส่วนลดเงินสด ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

    100,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน (22.75 ตร.ม. และ 25 ตร.ม.)

    150,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 1 Bed Plus (37.50 ตร.ม.)

    200,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 2 ห้องชุดรวมกัน (46 ตร.ม.)

  • บ้านเดี่ยวใกล้เมกาซิตี้

    ย่านบางนาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อยู่อาศัยอย่างบ้านจัดสรร โดยการเกิดขึ้นของโครงการในอนาคตส่งผลต่อการเป็นทำเลทองของผู้อยู่อาศัยในบริเวณแถบนี้ อย่างการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม(บางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว – สำโรง)  ที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณพื้นที่รอบสถานีและการเดินทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวกมากขึ้นรวมถึงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 อีกด้วย และอีกหนึ่งการพัฒนาที่สำคัญคืออภิมหาโปรเจกต์อย่าง “เมกา ซิตี้”  ซึ่งเป็นการพัฒนาจาก “เมกา บางนา” เดิม มาสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ยูส” ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้า พื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่ครบครันเป็นศูนย์กลางของคนอยู่อาศัยในย่านบางนาแห่งนี้

    ทาง Realist จึงรวมรวบรวมโครงการบ้านเดี่ยวว่ามีโครงการไหนบ้างที่ตั้งอยู่ในทำเลทองนี้ที่อยู่ภายในระยะ 3 กม.จากโครงการ “เมกา ซิตี้” และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีเหลืองมาให้ชมกัน

     

    บางนาในอนาคต

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

    เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) จำนวน 23 สถานี เชื่อมโครงข่ายขนส่งด้านตะวันออกของกรุงเทพ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง  จุดเริ่มต้น รัชดา – ลาดพร้าว ผ่าน – บางกะปิ – แยกลำสาลี – พัฒนาการ – ลาซาล สิ้นสุดสถานี สำโรง สมุทรปราการ

    ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ระหว่างรอส่งมอบพื้นที่จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คาดว่าจะเริ่มเข้าพื้นที่และก่อสร้างได้ ม.ค. 61 ปีหน้า โดยล่าสุดได้มีการลงพื้นที่ ประชาสัมพันธ์โครงการแจกแผ่นพับตามบริเวณสถานที่สำคัญที่อยู่ในแนวเส้นทางให้ประชาชนได้รับรู้แล้ว คาดว่าแล้วเสร็จในปี  2563

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม

    เป็นระบบรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LightRail) สายบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีตอม่อ 13 สถานี สถานีใต้ดิน 1 สถานี โดยคงสถานะเป็นสถานีในอนาคต 2 สถานี และสายแยกอีก 3 สถานี 

    ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ โดยกรุงเทพมหานครจะเริ่มก่อสร้างในส่วน สรรพาวุธ – ธนาซิตี้ – วัดศรีวาน้อย ก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนโครงสร้างช่วงเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้มีการปรับแบบของอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ เพื่อรองรับให้รถไฟฟ้าเส้นนี้สามารถเข้ามาจอดที่ใต้อาคารได้เลย คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2565

    โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2

    บมจ.ท่าอากาศยาน เผย โครงการพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2 ดำเนินการไปแล้ว 3 สัญญา จากทั้งหมด  7 สัญญา ซึ่งประกอบด้วย งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง , การจ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และงานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้นB2/B1 และชั้น G)ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินและส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ซึ่งขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าในภาพรวมแล้ว 38%

    แต่ยังช้ากว่าแผนที่กำหนดอยู่ 6 % เนื่องจากปัญหาช่วงหน้าฝนทำให้ การขุดดินต้องค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเตรียมโครงสร้างใต้ดินลึกถึง 12 แต่จะเพิ่มเครื่องจักรและคนงานให้มากขึ้นเพื่อเร่งงานก่อสร้างให้เกลับมาตามแผนที่วางไว้ภายใน 2 เดือน

    สำหรับแผนงานปี 60 ทอท.เร่งลงนามสัญญาก่อสร้าง 4 สัญญาที่เหลือ ประกอบด้วย

    1. งานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น 2-4) และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ล่าสุดมีกำหนดยื่นซองประกวดราคาและเสร็จภายใน เดือน ส.ค.จึงลงนามสัญญาว่าจ้างได้ และเริ่มการก่อสร้างได้ในช่วงเดือนก.ย.

    2. งานจ้างก่อสร้างอาคารสำนักงานสายการบินและที่จอดรถด้านทิศตะวันออก คาดว่าจะสามารถกำหนดราคา กลางได้ และเปิดขายซองประกวดราคาในเดือน ก.ค.

    3. งานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับจ้างงาน และเริ่มกระบวนการสั่งซื้อรถได้ในเดือน ก.ค.

     4. งานจัดซื้อระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า และระบบตรวจจับวัตถุระเบิด คาดว่าจะสามารถขายซองประกวดราคาได้ในช่วงปลายปีนี้ 60 ส่วนงานจ้างก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก รอความชัดเจนของแผนการก่อสร้างเฟส 3 ที่จะพิจารณาเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมีพื้นที่บางส่วนเชื่อมต่อกัน

    สามารถอ่านระเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ สุวรรณภูมิ เฟส 2

     

    ภาพจาก : http://www.skyscrapercity.com

    โครงการ “เมกา ซิตี้” 


    “เมกา บางนา” ศูนย์การค้าแนวราบใหญ่สุดในอาเซียน
      คือศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่อยู่นอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (Central Business District : CBD) ที่เพียบพร้อมไปด้วยแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์เนชันแนล แฟลกชิปสโตร์ และร้านอาหารยอดนิยมจำนวนมาก ประกาศเดินหน้าโครงการ “เมกา ซิตี้” บนถนนบางนา-ตราด สร้างเมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร โปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ยูส” พื้นที่กว่า 400 ไร่ ลงทุนทั้งหมดกว่า 67,000 ล้านบาท โครงการจะแบ่งออกเป็นหลายเฟส ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้าและอื่นๆ

    โดยจะเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่มีโครงการจะสร้างที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับคนกว่า 50,000 คน อาคารสำนักงานรองรับคนกว่า 30,000 คน โรงแรม 2 แห่ง และเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ ให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างสะดวกสบายในที่เดียวกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย นอกเหนือจากเป็นสถานที่ชอปปิ้ง ยังเป็นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ และสถานที่มอบความสนุกสนานและความบันเทิงได้อย่างครบวงจร คาดว่าสามารถรองรับผู้เข้ามาใช้บริการได้มากถึงกว่าวันละ 250,000 คน

    สำหรับแผนการพัฒนา “เมกาซิตี้” ในเบื้องต้นกำหนดเป็น 2 เฟส ได้แก่

    เฟสแรก ใช้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท สร้างลานจอดรถเพิ่มเติม รองรับ 1,200 คัน / ส่วนต่อขยายศูนย์การค้า ด้วยการเพิ่มร้านค้าอีก 40 ร้าน และซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้โดยรวมมีทั้งหมด 900 ร้านค้า จากขณะนี้มี 800 ร้านค้า / การสร้างถนนด้านหลังโครงการ เพื่อทำให้การเข้า-ออกโครงการสะดวกขึ้น โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ จะสร้างเสร็จภายในเดือนธ.ค. 60

    นอกจากนี้ปีนี้เตรียมสร้าง “โซน Entertainment, Leisure, Sport, Education” โดยมี “Latitude” จากออสเตรเลีย เป็นผู้เช่ารายใหญ่ในโซนนี้ คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี 61

    เฟสสอง พัฒนา “โรงแรมแห่งแรก” เป็นของโครงการเมกาซิตี้ ด้วยงบลงทุน 3,000 ล้านบาท เป็นอาคาร 9 ชั้น 240 ห้อง เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 61 และจะคัดเลือกบริษัทเข้ามาเป็นผู้บริหารโรงแรมนี้

    ส่วนการพัฒนา “โรงแรมแห่งที่สอง ยังไม่มีกำหนดการสร้าง เนื่องจากจะเปิดให้เชนโรงแรม หรือบริษัทที่สนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่และสร้างโครงการเอง นอกจากนี้กำลังหานักลงทุนร่วมทุน (Joint Venture) พัฒนาอาคารสำนักงาน และโครงการที่อยู่อาศัย

    ข้อมูล : www.brandbuffet.in.th

     

    รวมบ้านเดี่ยวใกล้ “เมกา ซิตี้”

    นอกจากการพัฒนาโครงข่ายการสัญจรระบบราง สนามบินสุวรรณภูมิและโครงการพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่แล้วแล้ว ภายในย่านยังมีการเติบโตของที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจตลาดบ้านเดี่ยวใกล้เมกาซิตี้ พบว่ามีโครงการเปิดใหม่ล่าสุดอยู่ 10 โครงการ

    แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ใน
    ใหม่ล่าสุด 4 โครงการ
    – THE CITY บางนา กม. 7
    – CENTRO บางนา กม. 7
    – บ้านอิสสระ บางนา
    – ภัสสร เพรสทีส บางนา-สุวรรณภูมิ

    นอกจากนั้นเป็นโครงการ
    เปิดตัวก่อนปี 59 อีก 6 โครงการ
    – นาราสิริ บางนา
    – นันทวัน บางนา กม. 7
    – ลัดดารมย์ บางนา
    – มัณฑนา บางนา กม. 7
    – ชัยพฤกษ์ บางนา กม. 7
    – เนเชอร่า บางนา กม. 5

    โดยราคาบ้านเดี่ยวเฉลี่ยในพื้นที่อยู่ที่ 6 ลบ.ขึ้นไป 

    จากการวิเคราะห์มองว่าการเลือกราคาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่อยู่ในย่านน่าจะเป็นราคาที่ไม่เกิน 20 ลบ. ถ้าเป็นราคาอยู่ที่ 6-20 ลบ. จะเป็นราคาที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านในบริเวณพื้นที่นี้มากที่สุด

     

    โครงการบ้านเดีี่ยวเก่า (เปิดตัวก่อนปี 59)

    เนเชอร่า
    บางนา กม. 5 

    ที่ตั้ง : ถนนบัวนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 179 ยูนิต
    แบบบ้าน : 6 แบบ
    พื้นที่ : 125-160 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    2 ห้องน้ำ
    1-2 ที่จอดรถ

    ชัยพฤกษ์
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 118 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 136-172 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    3-4 ห้องน้ำ
    2 ที่จอดรถ

    มัณฑนา
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 229 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 172-279 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    4-5 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

    ลัดดารมย์
    บางนา

    ที่ตั้ง : ซอยเมืองแก้ว ช่วงถนนบางนา-ตราด กม.7 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 99 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 245-328 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    4 ห้องน้ำ
    3 ที่จอดรถ

    นันทวัน
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 371 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 275-564 ตร.ม.
    4-5 ห้องนอน
    3-6 ห้องน้ำ
    3-4 ที่จอดรถ

    นาราสิริ
    บางนา 

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 101 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 375-521 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    5 ห้องน้ำ
    4 ที่จอดรถ

     

     โครงการใหม่

    ภัสสร เพรสทีช
    บางนา-สุวรรณภูมิ

    ที่ตั้ง : ถนนกิ่งแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 205 ยูนิต
    แบบบ้าน : 4 แบบ
    พื้นที่ : 142-222 ตร.ม.
    3 ห้องนอน
    3-4 ห้องน้ำ
    2 ที่จอดรถ

    บ้านอิสสระ
    บางนา 

    ที่ตั้ง : ถนนบางนา-ตราด กม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น
    จำนวน : 43 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 425-633 ตร.ม.
    3-6 ห้องนอน
    n/a ห้องน้ำ
    4-5 ที่จอดรถ

     

     โครงการใหม่ล่าสุด

    CENTRO
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ซอย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว (บางนากม.7) ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 131 ยูนิต
    แบบบ้าน : 6 แบบ
    พื้นที่ : 175-342 ตร.ม.
    4 ห้องนอน
    3-5 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

    Sale Gallery

     

    THE CITY
    บางนา กม. 7

    ที่ตั้ง : ซอย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว (บางนากม.7)  ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
    ลักษณะ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    จำนวน : 88 ยูนิต
    แบบบ้าน : 3 แบบ
    พื้นที่ : 260-375 ตร.ม.
    4-5 ห้องนอน
    4-6 ห้องน้ำ
    2-3 ที่จอดรถ

     

     

    CENTRO บางนา กม. 7

    บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern ในราคาระดับ 8.5-12 ล้าน จำนวน 131 ยูนิต ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะยูนิตน้อย มีพื้นที่ใช้สอย 175-275 ตร.ม. ซึ่งมากที่สุด ในราคาระดับ 8.5-12 ล้าน  มี 6 แบบบ้าน 4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ 2-3 ที่จอดรถ มีแบบบ้านและจำนวนห้องที่จอดรถมากสุดเมื่อเทียบโครงการข้างเคียงระดับราคาเดียวกัน โครงการใช้อิฐมวลเบา สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ในอนาคต

    กลุ่มผู้อยู่อาศัย

    หนุ่ม-สาว วัยทำงาน อายุ 28-50 ปี กำลังเริ่มสร้างครอบครัว ยังไม่มีลูกหรือมีลูกเล็ก (ไม่เกิน 4 ขวบ) รายได้ครอบครัว 80,000 บ./ด ขึ้นไป

    THE CITY บางนา กม. 7

    บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่จาก AP สไตล์ Modern Luxury ในราคาระดับ 12-20 ล้าน จำนวน 88 ยูนิต ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะยูนิตน้อย มีพื้นที่ใช้สอย 260-375 ตร.ม. มี 3 แบบบ้าน 4-5 ห้องนอน 4-6 ห้องน้ำ 2-3 ที่จอดรถ มีความคุ้มค่าในพื้นที่ใช้สอยมากกว่าและขนาดที่ดินมากกว่าในระดับราคา 10-20 ล้านกับโครงการข้างเคียง มีห้องนอนชั้นล่างที่ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ รองรับผู้สูงวัยและการอยู่อาศัยในระยะยาว

    กลุ่มผู้อยู่อาศัย

    ครอบครัวที่มีความภูมิฐาน พ่อ-แม่ทางานเป็นระดับผู้บริหาร อายุ 35-55 ปี มีลูก 1-2 คน (อายุ 10 ขวบขึ้นไป) รายได้ครอบครัว 200,000 บ./ด. ขึ้นไป

    ซึ่งทั้งโครงการ CENTRO และ THE CITY ต่างตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทั้งผู้ที่เริ่มต้นมีครอบครัวจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่และคำนึงถึงการอยู่อาศัยตลอดช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็ก หนุ่มสาว ผู้ใหญ่จนถึงวัยสูงอายุ 

    ซึ่งนับเป็นโอกาศของผู้ที่ทำงานในแหล่งงานบริเวณแห่งนี้ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและโครงการอนาคตอย่างเมกา ซิตี้ รวมถึงยังเดินทางเข้าเมืองไปทำงานได้หลายเส้นทางด้วยรถไฟฟ้าหรือทางด่วนที่สะดวกรวดเร็ว

     

  • ภัสสร เกาะแก้ว

    สรุปทุกประเด็นที่ควรรู้

    โครงการ ภัสสร เกาะแก้ว

    ภูเก็ต ถือได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทย ทำให้มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มองเห็นโอกาสในการลงทุนในจังหวัดนี้ ซึ่ง Pruksa เจ้าตลาดอสังหาฯแนวราบ ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มาบุกตลาดบ้านระดับ Mid to high ในจังหวัดนี้เช่นเดียวกัน สำหรับโครงการที่เราจะเจาะลึกนั้นอยู่ภายใต้แบรนด์ ภัสสร เกาะแก้ว โดยแบรนด์ภัสสรจะเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก (พฤกษามีบ้านสไตล์โมเดิร์นอยู่บ้างอย่างแบรนด์เดอะ แพลนท์)

    ทำเลที่ตั้งของโครงการ อยู่ในซอยเกาะแก้ว 33 อยู่ใกล้กับถนนเทพกระษัตรี สามารถเข้าไปยังตัวเมืองภูเก็ตได้โดยง่าย สำหรับรูปแบบโครงการ เป็นประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในระดับราคาที่ 3.79 – 6 ลบ. ถือว่าเป็นโครงการบ้านในระดับกลางของจังหวัดภูเก็ต มีสไตล์ของบ้านตามแนวคิด Art Nouveau โดดเด่น เรียบหรู ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ ” Living Success “ เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า รูปแบบโครงการและรูปแบบบ้าน จะเป็นอย่างไรกันครับ

    Fact

    Project Name : ภัสสร เกาะแก้ว
    Developer : พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด (มหาชน)
    Project Concept : Living Success สะท้อนการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า 
    Location : ถ.เทพกระษัตรี ซ.เกาะแก้ว 33 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
    Project area : 29-3-78 ไร่
    No. of Units : 161 หลัง
    House Type : บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด
    Land area : เริ่มต้น 36 ตร.วา

    Unit Mixed : Paradiz (142 ตร.ม.)
    Re-fine (142 ตร.ม.)
    Re-sense (134 ตร.ม.)
    Re-life (121 ตร.ม.)
    Facilities : Clubhouse 2 Floor , Fitness, Swimming pool,  Garden, Access control, 24-hours security , CCTV
    Expected Completion : คาดว่าแล้วเสร็จ  2562
    Common Expense : ราคาเริ่มต้น 3.79 ลบ. , ค่าส่วนกลาง = 35 บ./ตร.ม. , เงินจอง = 10,000 บ. , ทำสัญญา = 10,000 บ. 

     

    ดูภาพรวม สิ่งไหนเด่น

    ข้อเด่น
    – ทำเล : ดี เชื่อมต่อเส้นทางลัดสู่กะทู้-ไปยังหาดป่าตอง
    – ถนน : เข้าออกได้หลายทาง ถนนเกาะแก้ว 33, ถนนเกาะแก้ว 23
    – ส่วนกลาง : ใหญ่ รองรับการใช้งาน บนพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 23 ตร.วา
    – ผังโครงการ : เข้าถึงบ้านง่าย หันทิศเหนือ ใต้ ไม่ร้อน ลมดี
    – บ้าน : วางผังลงตัว จัดฟังค์ชั่นง่าย พื้นที่กว้าง แสงธรรมชาติเข้าถึึง
    – วัสดุ : มาตรฐาน ตามรูปแบบโครงการของพฤกษา
    – ราคา : เหมาะสม ระดับราคา 3.79 – 6 ลบ.

    ข้อสังเกต
    – ดีไซน์ : ซุ้มประตูสวย ดูหรู ดูเรียบแม้ใส่ลูกเล่นเหล็กดัดสไตล์ Art Nouveau
    – สภาพแวดล้อม : ล้อมด้วยหมู่บ้านจัดสรร วิวภูเขา แต่ไม่มีร้านค้าใกล้เคียง
    – ถนน : ถนน เกาะแก้ว 33 กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างขยายทาง

    บทสรุป

    โดยภาพรวมแล้วถือว่าเป็นโครงการที่ได้มาตรฐานครอบคลุมทุกด้านอย่างลงตัว โดดเด่นที่ระเบียงห้องนอนที่ 2 ใหญ่ แต่หากมองในเรื่องของทำเลที่มีศักยภาพ เดินทางสะดวกใกล้ถนนใหญ่ อยู่ในโซนที่กำลังพัฒนาซึ่งในอนาคตรถไฟฟ้ารางเบามีสถานีที่อยู่ใกล้กับโครงการ ไม่ไกลจากย่านการค้าในเมือง ทั้ง Central Phuket และ ฺBlu Pearl จึงมองว่าเป็นโครงการที่อาจจะตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าที่เคยอาศัยอยู่ในตัวเมือง หรือมีสมาชิกเพิ่ม ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและทำเลที่ไม่แออัด เดินทางสะดวกในระดับราคาเอื้อมถึง ถือว่าเป็นโครงการที่ลงตัวครับ

     

    ภัสสร เกาะแก้ว

    ความลงตัวของ โครงการภัสสร เกาะแก้ว เป็นโครงการบ้านเดี่ยวตั้งอยู่ใน ถนนเกาะแก้ว ซอย 33 ที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นหลักของภูเก็ต คือถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังตัวเมืองหลักของภูเก็ต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ใกล้ๆกัน โครงการนี้มีจำนวนยูนิต 161 หลัง แบบบ้าน 4 แบบ ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 121 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 36.2 ตร.วา

    สำหรับโครงการนี้เมื่อวิเคราะห์ลึกๆ ยอมรับว่ามีข้อดีที่ลงตัว อยู่หลายเรื่อง ที่ทำให้มีจุดขายที่ดีกว่าหลายๆโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เพื่อพิจารณาประกอบการซื้อบ้านของโครงการนี้ครับ โดยขอแบ่งออกเป็นทีละประเด็น เช่น ทำเล การเข้าถึง การวางผัง รูปแบบบ้าน ราคา และสรุปเปรียบเทียบโครงการกับสภาพตลาดโดยรอบ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจได้ง่ายครับ 

     

    1. ซ้ายสนามบิน ขวาเมืองภูเก็ต

    โครงการ ภัสสร เกาะแก้วมีข้อเด่นในเรื่องของการเดินทางเข้าไปยังโครงการ ซึ่งสามารถจะเลือกได้ 2 ทางหลัก จากเส้นทางถนนใหญ่ หรือ ถนนเทพกระษัตรี ที่เชื่อมต่อระหว่างสนามบินภูเก็ตกับทางเข้าตัวเมืองภูเก็ต จะผ่านทั้ง ถนนเกาะแก้ว ซอย 33 และ ถนนเกาะแก้ว ซอย 23 หากมาจากทางด้านตัวเมืองภูเก็ต จะถึงถนนเกาะแก้ว ซอย 23 ก่อน จะอยู่ทางด้านซ้ายของถนนกระษัตรี เป็นถนนที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้อยู่เป็นประจำ ทางเข้าจะแคบเล็กน้อย แต่ถนนด้านในจะกว้างขึ้น ทำให้ขับง่าย และรถในซอยไม่ติด

    ถ้าหากเดินทางมาจากสนามบินภูเก็ต จะเจอกับจุดกลับรถบนถนนเทพกระษัตรี ก่อนที่จะมาถึงถนนเกาะแก้ว ซอย 33 เป็นถนนที่ทางเข้าค่อนข้างดี ถนนทางเรียบไม่ขรุขระ แต่จะมีบางช่วงของถนนที่อาจมีโอกาสถูกกัดเซาะในช่วงหน้าฝน เพราะว่าถนนสร้างเลียบคลองครับ จากถนนเทพกระษัตรีเข้าไปยังโครงการ ประมาณ 700 – 800 ม. โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เดินทางในจังหวัดภูเก็ตจะนิยมใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์กันอยู่แล้ว ทำให้ไม่ลำบากในการเดินทาง

     

    1) เส้นทางเข้าโครงการผ่าน ถ.เกาะแก้ว ซอย 33

    ทางเข้าถนนเกาะแก้ว ซอย 23 – ถ.เทพกระษัตรี

    ด้านในของถนนเกาะแก้ว ซอย 33

    2) เส้นทางเข้าโครงการผ่าน ถ.เกาะแก้ว ซอย 23

    ทางเข้าถนนเกาะแก้ว ซอย 23 – ถ.เทพกระษัตรี

    ด้านในของถนนเกาะแก้ว ซอย 23

    3) เส้นทางลัดมาจากกะทู้-ซ.ห่านฝรั่ง ผ่าน รร. นานาชาติบริติช ภูเก็ต

    เส้นทางลัดจาก รร.นานาชาติบริติช ภูเก็ต

     

    2. คมนาคมโลกอนาคตในจังหวัดภูเก็ต

     

    การเปิดตัวของรถไฟฟ้ารางเบา

    image : www.prachachat.net, www.thairath.co.th

    โครงการหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับถนนหลักของจังหวัดภูเก็ต จะได้อานิสงค์ในอนาคตในเรื่องของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ารางเบาหรือ LRT ที่มีโครงการจากสนข.กระทรวงคมนาคม โดยจะเริ่มจากสถานี ท่านุ่น จ.พังงา เข้าเส้นทางหลักวิ่งผ่านสนามบิน เข้าเส้นถนนเทพกระษัตรี ผ่านตัวเมืองไปจนถึง 5 แยกฉลอง ระยะทาง 60 กม. มีสถานีย่อย 23 สถานี ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการวางแผนจุดตั้งสถานีของรถไฟฟ้าในแต่ละจุดทั่วเกาะภูเก็ต

    สำหรับเหตุผลหลักๆของการสร้าง LRT คืิอจัดทำเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ช่วยแก้ปัญหาจราจร และพัฒนาระบบขนส่งที่มีความยืดหยุ่น สามารถขยายต่อได้อีกในอนาคตโดยมีแนวทางในการจัดทำโครงการ ได้แก่ เชื่อมต่อกับการเดินทางระบบอื่น ได้ความจุที่เหมาะสมกับปริมาณการเดินทาง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและชุมชนเมือง มีความยืดหยุ่นของระบบทั้งด้านแนวเส้นทาง ค่าลงทุนและบำรุงรักษาต่ำและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัด

    สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการรถไฟฟ้ารางเบานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินงานในการร่วมลงทุน หรือ PPP (Public Private Partnership) โดยได้รับการประสานงานจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ (สนข.) ซึ่งจะอยู่ในช่วงปี 2560 และขอยืนยันว่าคนภูเก็ตจะได้ใช้รถไฟฟ้ารางเบาในปี 2564 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี คือ ปี 2561 2562 และ 2563 ตามแผนที่กำหนด

    ที่มาของข้อมูลบางส่วน : ฐานเศรษฐกิจ (ุ6/2/2560)

     

    วีดีโอนำเสนอภาพจำลองโครงการรถไฟฟ้ารางเบา

    ที่มา : สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

     

    ปรับโฉมใหม่สนามบินภายในประเทศ จังหวัดภูเก็ต

    ได้มีการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการของสนามบินนานาชาติภูเก็ตใหม่ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2559 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการตอบรับกับเมืองเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่ชาวต่างชาติสามารถที่จะเดินทางมาที่ตัวจังหวัดได้โดยตรง

    จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว ในส่วนของจำนวนชาวต่างชาติที่มาลงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตั้งแต่เดือน ม.ค. – ก.ย. 2560 เป็นจำนวนโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่ 370,000 คน

    ถือว่าเป็นจำนวนที่สูง ในส่วนของสนามบินภายในประเทศของภูเก็ตเองนั้น ก็มีการเตรียมปรับปรุงสนามบิน โดยคาดว่าจะเริ่มมีการปรับปรุงในเดือน พ.ย. 2560 โดยมีกรอบการดำเนินการคือ 330 วัน ซึ่งแนวทางการปรับปรุงได้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้

    ระยะที่ 1 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยภายในประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศใต้) จะใช้เวลาจะใช้เวลาจำนวน 236 วันโดยแบ่งออกเป็น งานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร

    ระยะที่ 2 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยสารระหว่างประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศเหนือ) จะใช้เวลาจำนวน 150 วัน และ Commissioning ทุกระบบจำนวน 20 วัน โดยแบ่งออกเป็นงานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร ซึ่งทั้งโครงการจะแล้วคาดการณ์ว่าจะเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2561

     

    ที่มาของข้อมูลบางส่วน : thairath (ุ29/10/2560)

     

    แผนผังการปรับปรุงสนามบิน

    image : www.phuketairportthai.com

     

    3. ป่าตอง ไปง่ายกว่าเดิม

    ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง

    ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง

    ความคดเคี้ยวของเส้นทางเดิม ทางหลวง 4029

    โครงการทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. เงินลงทุน 10,496.65 ลบ. ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556

    โดย กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้าง บริษัทเอกชนมาให้คำปรึกษา และลงทุนร่วมในรูปแบบ PPP คือรัฐจะเวนคืนที่ดิน และจัดสรรงบ ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบันอยู่ในช่วงเสนอมติ ครม. และ คกก.

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    Link

     

    4. Mega Project ใกล้โครงการ

    ระยะทางเพียง 8 – 10 กม. จากโครงการทางใต้จะเป็นย่านศูนย์การค้าใหญ่ของจังหวัด ซึ่งอยู่ออกมาจากตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันได้แก่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เช่น บิ๊กซี, โลตัส, แมคโคร อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในอนาคตการพัฒนายังคงต่อเนื่อง ทั้งกลุ่ม Central และกลุ่ม The Mall Group โดย Central Festival Phuket 2

    เป้าหมายคือให้เมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและการจับจ่าย บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ด้วยมูลค่าโครงการ 12,700 ลบ. เซ็นทรัล ภูเก็ต มาพร้อมแนวคิด The Real Ultimate Gateway of Phuket ที่มีอาคารศูนย์การค้าทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งประกอบด้วยเวิลด์คลาสลักชัวรี่แบรนด์, สวนสนุกระดับโลก, ลานไอซ์สเก็ต  และโลกใต้น้ำ มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก

    ในส่วนของ The Mall ได้มีการเปิดแบรนด์โครงการ บลูเพิร์ล (ฺBlu-Pearl) มีมูลค่ากว่า 20,000 ลบ.กับ World Class Resort & Shopping Destination ในชื่อโครงการ BLU PEARL ที่เพียบพร้อมไปด้วยศูนย์รวมความบันเทิง

    Convention & Exhibition Center ขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูเก็ต พร้อม Resort Hotel นอกจากนี้ยังได้เตรียมสร้าง World Class Theme Park ที่ยิ่งใหญ่และตระการตา บนเนื้อที่รวม 150 ไร่ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2560 อีกด้วยครับ

    ล่าสุด ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรีอย่าง คิง เพาเวอร์ ได้เปิดตัวศูนย์การค้าไปเมื่อปลายปี 2558 ชูจุดช็อป 3 โซน เจาะนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในภาคใต้ทั้งสินค้าปลอดอากร แบรนด์เนมหรู ชั้นนำระดับโลกกว่า 100 แบรนด์ โซนสินค้าไทย และภัตตาคารรามายณะ จุลูกค้า 1 พันคน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอื่นๆ ใกล้เคียงก็ยังมี GMS Duty Free และ Bugis Shopping Mall 

    สถานที่สำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ British International School Phuket ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต โดยชาวต่างชาติที่พำนักหรือทำงานในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงคนภูเก็ตบางส่วนที่มีบุตร มักจะส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ ในพื้นที่ใกล้เคียงนี้ยังมีโรงพยาบาลใหญ่ ด้วยกัน เช่น โรงพยาบาลศิริโรจน์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น

     

    Central Festival Phuket

    ขนาดพื้นที่ : 300,000 ตร.ม.

    จำนวนร้านค้า : 400 ร้าน โดยมี concept เป็น World Class Luxury Brand มี ลานไอซ์สเก็ต Aquarium

    กำหนดเปิดให้บริการ : 2560

    ภาพการก่อสร้าง Central Festival Phuket

    Blu Pearl

    ิblu pearl

    ขนาดพื้นที่ : 650,000 ตร.ม. บนที่ดิน 150 ไร่

    กำหนดเปิดให้บริการ : ยังไม่มีกำหนด

    ภาพการก่อสร้าง Blu Pearl

    King Power Phuket

    ขนาดพื้นที่ : 8,200 ตร.ม.

    จำนวนร้านค้า : รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 100 แบรนด์

    กำหนดเปิดให้บริการ : 2558

     

    5. วิวภูเขา ส่วนกลางใหญ่ ให้มากกว่าคู่แข่ง

    โครงการบ้านภัสสร เกาะแก้ว ที่มีขนาด 161 หลัง รวมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 523 ตร.วา คิดเป็น 7.7% โดยประมาณของพื้นที่ขาย ซึ่งตามกฎหมายจัดสรรแล้วต้องมีขนาดรวมไม่ต่ำกว่า 5% ของพื้นที่ขายในโครงการ หากเทียบกับโครงการอื่นแล้วอาจไม่ได้ใหญ่ที่สุด แต่ถือว่า “ให้มากกว่า”หลายโครงการใกล้เคียง ซึ่งบางโครงการมีเพียงแค่ Clubhouse กับสวนเล็กๆ เท่านั้น

    พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่แบ่งออกเป็น สวนขนาดกว่า 380 ตร.วา ถือว่ามีขนาดใหญ่เทียบเป็นพื้นที่บ้านเดี่ยวได้ถึง 7 หลังเลยทีเดียว โดยลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้ และมีพื้นที่ Clubhouse ขนาด 143 ตร.วา เทียบเป็นขนาดที่ดินของบ้านเดี่ยวได้ถึง 2 หลัง 

    การจัดวางผังโครงการ หน้าบ้านทุกหลังหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ในส่วนของบ้านที่หันหน้าทิศใต้ จะได้เห็นวิวภูเขาด้านหลังโครงการ จะเป็นลักษณะของผืนป่าขนาดใหญ่ท้ายโครงการ และยังได้รับลมทิศใต้อีกด้วยครับ ถ้าถามว่าราคาแต่ละทิศแตกต่างกันมากหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่เกี่ยวครับ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ดิน รูปแบบบ้าน และทำเลครับ ซึ่งทางโครงการได้เกริ่นไว้เล็กน้อยว่า ซื้อช่วงแรกราคาจะถูกกว่า เพราะจะเน้นทยอยสร้างเข้าไป บ้านในเฟสหลังจะเริ่มมีราคาสูงขึ้นตามมา

     

    6. บ้านมาตรฐาน สไตล์ Pruksa

    แบบบ้านของโครงการภัสสร เกาะแก้ว ถูกเลือกมาจากแบบบ้านมาตรฐานที่ทางพฤกษา มีอยู่แล้ว พร้อมขาย ในโครงการนี้ บ้านแต่ละหลังได้ถูกเลือกมาภายใต้ของความแตกต่างกันในเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอย และฟังค์ชั่นภายในบ้านเพื่อในตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ หากให้แบ่งประเภทบ้านจะได้ดังนี้ บ้านเดี่ยว 1 แบบ คือ Paradiz และบ้านแฝด 3 แบบ คือ Re-fine, Re-Sense, Re-life แต่เนื่องจากแบบบ้าน Paradiz กับ Re-fine เป็นแบบบ้านเดียวกัน

    ฟังค์ชั่นภายในตัวบ้านเหมือนกัน เพียงแต่ขนาดพื้นที่ดินต่างกัน ดังนั้น Type บ้านของโครงการนี้จริงๆแล้วมีด้วยกัน 3 type เท่านั้นเอง ขึ้นอยู่กับลูกค้าจะเลือกแบบบ้านที่ได้บริเวณโดยรอบอย่าง Paradiz หรือ แบบบ้านแฝดอื่นๆ ที่มีฟังค์ชั่นที่ลดลงตามลำดับ ในส่วนถัดไปจะมาวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดของแบบบ้าน Paradiz หรือ Re-fine ซึ่งเป็นแบบบ้านพระเอกสุดของโครงการ และรายละเอียดอื่นๆของแบบบ้านแฝดทั้งหมดกันครับ

     

    วิเคราะห์บ้าน Type Paradiz

    ภัสสร เกาะแก้ว

    Paradiz

    ขนาดที่ดินเริ่มต้น : 52 ตร.วา.
    พื้นที่ใช้สอย : 142 ตร.ม.
    ราคาเริ่มต้น : 5.07 ลบ.
    หน้ากว้าง : 8.85 ม.
    ห้องนอน : 3 ห้องนอน
    ห้องน้ำ : 3 ห้องน้ำ
    ที่จอดรถ : 2 คัน

    ลักษณะเด่นเฉพาะภายนอกตัวบ้าน

    หากดูจากด้านหน้าของบ้าน ความกว้างของหน้าบ้านทั้ง 2 ชั้นไม่เท่ากัน เพราะมีการออกแบบให้ชั่นล่างมีโถงจอดรถยื่นออกไปด้านข้างของตัวบ้านทำให้สามารถจอดรถได้ 2 คัน และห้องที่ได้ประโยชน์คือห้องนอนที่ 2 ทำให้มีพื้นที่ระเบียงยื่นออกมา

     

    เจาะลึกรายละเอียดผังรวมของบ้าน Paradiz (Re-fine)

    ภัสสร เกาะแก้ว

    สำหรับรูปแบบผังบ้านเดี่ยว Paradiz หรือ บ้านแฝด Re-fine ที่มีแบบบ้านเหมือนกัน ตัวบ้านกว้างxยาว อยู่ที่ 8.50 ม.x 8.85 ม. ซึ่งข้อดีของบ้าน Paradiz เทียบกับ Re-fine  มีเรื่องเดียวคือขนาดของที่ดิน โดย Paradiz จะได้พื้นที่รอบบ้านมากกว่า ตามกฏหมายมีพื้นที่รอบบ้าน Setback ไม่ต่ำกว่า 2 ม. ทุกด้าน ในส่วนของบ้านแฝด Re-fine จะมีด้านหนึ่งเป็นโครงสร้างที่ิติดกับบ้านด้านข้าง และอีกด้านหนึ่งเป็นพื้นที่ Setback 2 ม. สลับกันไปเป็นคู่ๆ

    การจัดวางผังของบ้านค่อนข้างเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปของบ้านจัดสรร ที่เข้ามาเจอกับ Living Area ก่อน แล้วเชื่อมต่อไปยัง Dining Area จุดเด่นของชั้นล่างเห็นจะเป็นห้องครัวที่ค่อนข้างเป็นสัดส่วน มีขนาด 8 ตร.ม. โดยประมาณ ที่มีพื้นที่ทำครัว Pantry ได้เต็มที่ และมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าภายใน รวมกัน สำหรับชั้นที่ 2 ของ Type นี้ห้องน้ำของห้องนอนเล็กและ Master bedroom แยกกันทำให้มีความส่วนตัวมากขึ้น

    การออกแบบพื้นที่ภายในบ้าน

    ภัสสร เกาะแก้ว

     

    1. พื้นที่ชั้นล่าง ที่เชื่อมต่อกัน

    ภัสสร เกาะแก้ว

    ภัสสร เกาะแก้ว

    เมื่อเข้ามาในตัวบ้านสิ่งแรกเลยคือ พื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ยาวต่อไปถึงพื้นที่ทานอาหาร ยาว 8.2 ม. เป็นก้อนเดียวกัน ทรงมาตรฐานแบบง่ายๆ ในส่วนของด้านกว้างของพื้นที่ห้องนี้จะอยู่ที่ 3.7 ม. ถือว่าไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป มีระยะเพียงพอในการดูทีวีขนาดใหญ่ไม่เกิน 60 นิ้วได้สบายๆ

    ข้อดีอีกเรื่อง คือการที่มีประตูด้านข้างของบ้าน บริเวณห้องทานอาหาร ที่เจ้าของสามารถเดินออกไปที่สวนได้โดยที่ไม่ต้องอ้อมหน้าบ้านหรือหลังบ้าน ซึ่งยังช่วยในเรื่องของจำนวนช่องเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามา และยังทำให้บ้านดูโปร่ง และระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

     2. ห้องนอน Master Bedroom

    ภัสสร เกาะแก้ว

    พื้นที่ของห้องนอน Master Bedroom อยู่ติดกับหน้าบ้าน เช่นเดียวกันห้องนอน 2 โดยมีหน้ากว้างของห้องนอนอยู่ที่ 3.7 ม. หากวางเตียงขนาด 6 ฟุต จะเหลือพื้นที่ทางเดินและตู้วางทีวี ประมาณ 2.35 ม. แบบสบายๆ  

    สำหรับพื้นที่ด้านข้างเตียง มีพื้นที่เพียงพอที่จะวางโต๊ะข้างเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งของคุณผู้หญิงได้ เป็นระยะประมาณ 4.3 ม.โดยประมาณ โดยหักพื้นที่ความลึกสำหรับ Walk-in Closet ไว้แล้วแบบเหลือๆ ซึ่งห้องนอน Master สามารถที่จะจัดวางตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งเลยครับ

    3. ห้องนอน 2

    ภัสสร เกาะแก้ว

    สำหรับห้องนอนที่ 2 มีขนาดกว้าง x ยาว อยู่ที่ 3 ม. x 3.6 ม. จากขนาดของห้องเหมาะสมที่จะวางเตียง 3.5 ฟุต เพื่อให้มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับโต๊ะข้างเตียง และพื้นที่แต่งกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งจะฟิตพอดีๆด้านยาว 3.6 ม. อีกด้านหนึ่งของปลายเตียงเนื่องจากยั่งมีพื้นที่บางส่วนสามารถวางโต๊ะ Study ได้อีกด้วย อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า พื้นที่ห้องนอน 2 เป็นชั้นบนของโรงจอดรถ 

    ทำให้ได้พื้นที่ระเบียงที่เชื่อมออกมาจากตัวห้องนอน เป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ครับ มีขนาด 3 ตร.ม.โดยประมาณ ที่ความกว้างและยาว 1.55 ม. x 3 ม. ถือเป็นขนาดที่ใช้งานได้ ไม่ใช่เป็นแค่ระเบียงตกแต่งครับ ข้อดีสุดท้ายของห้องนี้ หากเปรียบเทียบกับห้องนอนทั้งหมด คือเรื่องของช่องเปิด ติดระเบียง ห้องเป็นแนวสั้นกว่า ห้อง Master Bedroom ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติค่อนข้างเต็มที่ทั้งห้อง

    4. ห้องนอน 3

    ห้องนอน 3 เล็กสุดของบ้านแต่ขนาดใกล้เคียงกับห้องนอนที่ 2 แต่ไม่มีพื้นที่ระเบียงและมุมหลังบ้าน อาจจะได้บรรยากาศที่ต่างออกไป ช่องเปิดในห้องมีขนาดเล็กอาจทำให้ดูทึบ ซึ่งความกว้างโดยประมาณคือ 1 ใน 3 ของความกว้างห้องนอน ส่วนของการจัดวางพื้นที่เฟอร์นิเจอร์มีข้อจำกัดเล็กน้อย

    ระยะการวางเตียง 3.5 ฟุต ควรชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งของห้อง จะทำให้เหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงสำหรับวางตู้เสื้อผ้า และปลายเตียงอีกด้านเพื่อวางเป็นโต็ะ Study ได้ โดยมีพื้นที่ทางเดินเหลือไม่ต่ำกว่า 0.8 ม. โดยประมาณ ก็จะทำให้ห้องนี้ดูไม่แออัดจนเกินไป

     

    Type อื่นๆ ของโครงการ

    Re-Sense

    ภัสสร เกาะแก้ว

    Re-Life

     

    7. คุ้มค่ากับของที่ได้

    ทางด้านความเหมาะสมของราคา โดยปกติแบรนด์โครงการ ภัสสรจะอยู่ในระดับราคากลางๆ โดยประมาณที่ 3 – 7 ลบ. โดยเฉลี่ยทั้งโครงการในกรุงเทพหรือภูเก็ตเองด้วยกัน ซึ่งระดับราคานี้เป็นช่วงที่กลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็เช่นเดียวกันทำให้มีคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันเกิดขึ้นมาหลายแห่ง ราคาของโครงการภัสสร เกาะแก้ว คือ 3.79 – 6 ลบ. ซึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงกันมีระดับราคาเดียวกันไม่มาก

    สำหรับโครงการโดยรอบส่วนใหญ่ หากไม่เป็นโครงบ้านเดี่ยวไปเลยก็เป็นโครงการบ้านแฝดเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงสไตล์ของบ้าน ความชอบก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า หากแต่ว่าการที่โครงการมีส่วนกลางขนาดใหญ่ ถือเป็นความคุ้มค่าของลูกบ้านที่ซื้อโครงการนี้และสามารถมาใช้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

     

    Inizio เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : Land & House
    ราคา : เริ่มต้น 4.93 ลบ.
    จำนวนหลัง : 128 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 125 – 135 ตร.ม.

    โครงการตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ ภัสสร เกาะแก้ว รูปแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ เล็กกว่า และราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าด้วย อาจทำให้ขายได้ยากกว่า

    สราญสิริ เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : Sansiri
    ราคา : เริ่มต้น 5.15 ลบ.
    จำนวนหลัง : เฟสแรก 40 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 140 – 151 ตร.ม.

    โครงการตั้งอยู่ ใกล้กับ รร.นานาชาติ บริติช ภูเก็ต อาจเป็นคู่แข่งเฉพาะบ้านเดี่ยว ในระดับราคาและพื้นที่ใช้สอยที่ใกล้เคียงกัน

    สุพิชฌาย์ ชิโน เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : อิสยาภรณ์
    ราคา : เริ่มต้น 3.99 ลบ.
    จำนวนหลัง : 136 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านเดี่ยว
    พื้นที่ใช้สอย : 150 – 175 ตร.ม.

    รูปแบบบ้านที่เป็นสไตล์ ชิโน โปรตุกีส เมืองเก่าของภูเก็ตมาใช้ ทำให้มีความแตกต่าง และตามมาด้วยขนาดพื้นที่ช้สอยที่มากกว่าและราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย เป็นข้อเปรียบเทียบกับโครงการได้

    Mono เกาะแก้ว ภูเก็ต

    เจ้าของโครงการ : The Attitude One
    ราคา : เริ่มต้น 4.9 – 12.9 ลบ.
    จำนวนหลัง : 95 หลัง
    รูปแบบบ้าน : บ้านแฝด และ Villa
    พื้นที่ใช้สอย : 161 – 170 ตร.ม.

    รูปแบบบ้านสไตล์ Loft แบบญี่ปุ่น เป็นบ้านแฝดที่ได้พื้นที่ใช้สอยมากถึง 161 ตร.ม. แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นตามขนาดพื้นที่ใช้สอย บนพื้นที่ดินไม่เท่าบ้านเดี่ยวโครงการอื่นๆ ทำให้เน้นจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางมากกว่า 

    สรุปความลงตัวของโครงการ

    โดยภาพรวมแล้วโครงการ ภัสสร เกาะแก้ว ถือว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้มาตรฐาน ในเรื่องของทำเลที่ตั้ง อยู่ตรงกลางระหว่างสนามบินภูเก็ตกับตัวเมือง จากถนนซอยเกาะแก้ว 23, 33 ก็ถึงถนนเทพกระษัตรีได้ ซึ่งห่างจากเมือง 8 – 10 กม. สามารถเดินทางไปศูนย์การค้าใหญ่ๆได้ง่าย มองว่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบความแออัดในเมือง หรือเป็นกลุ่มที่เดินทางไปต่างจังหวัดหรือไปต่างประเทศบ่อยๆ การขับรถไปสนามบิน ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็ถึง การเดินทางนอกจากรถยนต์ที่เป็นหลักแล้ว ต้องมาดูกันอีกทีว่า โครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นซึ่งสถานีอยู่ใกล้กับโครงการ เพื่อความสะดวกในการเดินทางที่เร็วขึ้นทั้งเข้าเมืองหรือไปจุดอื่นๆ ในเกาะภูเก็ต

    นอกจากในเรื่องของทำเลที่เป็นจุดเด่น ตัวบ้านเองมีความลงตัว ที่ระดับราคาปานกลางกับรูปแบบบ้าน สไตล์ Modern แต่มีกลิ่นอายของ Art Nouveau ผสมเล็กน้อย เพื่อเป็นจุดขายที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆความที่เป็น Developer รายใหญ่ของไทย เป็นการการันตีในเรื่องของมาตรฐานของการก่อสร้างได้ดี และมาตรฐานวัสดุที่พฤกษาใช้ในทุกโครงการที่ทำเป็นรูปแบบมาตรฐาน ความดีความชอบจริงๆ คงต้องยกให้กับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่เตรียมพื้นที่ไว้ 1 ไร่ กว่าๆ ที่เป็นทั้งสวนส่วนกลาง และเป็น Clubhouse รวม Facilities ต่างๆของโครงการเอาไว้ด้วยกัน ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ Lobby และอื่นๆ  

  • สำรวจคอนโดใหม่ใกล้รถไฟฟ้าเอกมัย 2017

    ย่านเอกมัยถือเป็นหนึ่งในทำเลพรีเมียมของกรุงเทพฯ ด้วยความท่ี่เป็นสุขุมวิทตอนกลาง ที่ดินราคาสูง 

    มีคอนโดระดับ Medium to High และบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury หลายโครงการ บ้านเดี่ยวที่อยู่มานานก็เป็นบ้านมีบริเวณ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารดีๆอยู่หลายร้าน

    บริบทพื้นที่รายล้อมด้วยร้านอาหารนานาชาติ (ไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี) ร้านกาแฟชิคๆ ออฟฟิศนักออกแบบ Cluster Mall และแหล่ง Hangout ที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยบ้านเดี่ยวที่ปล่อยเช่าในระดับราคาค่อนข้างสูง

    รวมไปถึงคอนโดฯที่มียูนิตขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวและยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง 

     

    ถึงแม้ว่าคอนโดในย่านเอกมัยจะมีระดับราคา Medium to High ถ้าใครทราบตลาดคอนโดฯแถวเอกมัย ก็จะรู้ว่าแถวนี้มีระดับราคาไล่จากปากซอยด้านถ.เพชรบุรีมาถึงปากซอยด้านถ.สุขุมวิทแบบ ต่ำไปสูง เพราะด้านสุขุมวิทมี สถานี BTS เอกมัย ไล่ระดับประมาณ 120k-190k / ตร.ม. แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ความใหม่-เก่าของโครงการด้วย

    นอกจากนั้นปัจจัยด้านค่าเช่า ถ้าเป็นห้อง Studio ก็เริ่ม 25,000 บ.ขึ้นไป ถ้าพูดในแง่คนปล่อยเช่า ถือว่า Gross Rental Yield โอเค ทั้งย่านเฉลี่ยประมาณ 5.2% เพราะราคาคอนโดยังถูกกว่าทองหล่อและพร้อมพงษ์มาก

    ทาง Realist จึงได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ว่าที่อยู่อาศัยแบบไหนที่น่าลงทุนในย่านแห่งนี้ หรือซื้อเพิื่ออยู่เองก็ดี โดยเราเลือกคอนโดฯใกล้ BTS ในระยะเดินไม่เกิน 500 ม.มาวิเคราะห์ให้ดูกันครับ

     

     

    POINT OF INTERESTS


    เอกมัยราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ!

    จากราคาประเมินที่ดินแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของราคาที่พุ่งสูงขึ้นของที่ดินย่านเอกมัย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามักจะต่ำกว่าราคาจริงประมาณเท่าตัว

    โดยเป็นราคาประเมินที่ดินเฉลี่ยของถนนเอกมัย (สุขุมวิท 63) ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2562 ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 20.3 % เลยทีเดียวในช่วงเวลา 10 ปีมานี้

    ย่านเอกมัยนับเป็นทำเลทองครบครัน ทั้งความสะดวกด้านคมนาคมและมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยรอบด้านทำให้ย่านเอกมัยมีราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี โดยปัจจุบันราคาที่ดินติดถนนซอยเอกมัยอยู่ที่ 7 แสน ถึง 1.8 ลบ.ต่อตารางวา

    ส่วนที่ดินในซอยย่อยเอกมัยจะอยู่ที่ 3 แสน ถึง 6 แสนบาทต่อตารางวา และที่ดินติดหน้าถนนสุขุมวิทจะมีราคาสูงกว่า 1.9 ลบ.ต่อตารางวา อย่างเช่น ที่ดินบ้านไร่กาแฟ ติดถนนเอกมัย มีเนื้อที่กว่า 4 ไร่  ราคาตารางวาละ 1.9 ลบ. ซึ่งมีราคาขายกว่า 3,401 ลบ.

    การเติบโตของราคาขายคอนโด High Rise (บ./ตร.ม.)

    จากความครบครันด้านความสะดวกสบายและครบครันในการอยู่อาศัยส่งผลราคาที่ดินแตะ 1.5 ลบ.ต่อตารางวา ส่งผลโดยตรงให้ราคาคอนโดมิเนียมเติบโตมากขึ้น พบคอนโดมิเนียมแนว High Rise ราคาเพิ่มสูงสุด 8.6% / ปี นั่นคือ Noble Reveal 

    ซึ่งคอนโดประเภท High Rise แม้ราคาจะสูงแต่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้อยู่อาศัยทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่องและน่าลงทุนมากที่สุด

    อัตราส่วนต่างกำไร (Capital Gain)

    Capital Gain คืออัตราส่วนต่างกำไร โดยการเปรียบเทียบกำไรที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กับราคาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มา เเละนำมาหาว่าถ้าหากซื้อมาในราคา 100 บาท จะขายได้กำไรกี่บาท ซึ่งก็คือการทำออกมาให้อยู่ในรูปร้อยละ เนื่องจากคอนโดมีระยะเวลาในการเริ่มโครงการที่เเตกต่างกันจึงต้องนำมาหาเฉลี่ยเพื่อที่จะทราบถึง Capital gain เฉลี่ยต่อปีของเเต่ละโครงการ ซึ่งโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดขายหรืออยู่ในช่วงก่อสร้างจะยังไม่สามารถคำนวณหา Capital gain ได้ ราคาซื้อขายในการคำนวณนี้ ทาง Realist อ้างอิงจากการสำรวจราคาขายต่อตรม.

    **Capital Gain  = [ (ราคาขายลบราคาซื้อ/ราคาขายเริ่มต้น)* x 100 ] / จำนวนปีที่ซื้อ
    AVERAGE CAPITAL GAIN = ค่าเฉลี่ยของ Capital Gain ทั้ง 6 โครงการ

    *ราคาขาย = ราคาที่กำลังขาย ณ ปัจจุบัน , ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    อัตราผลตอบเเทน (Gross Rental Yield)

    Gross Rental  Yield คือ กำไรจากการปล่อยเช่าโดย “ไม่หักค่าใช้จ่าย” (ถ้าเป็น Net Rental Yield จะเป็นกำไรจากการปล่อยเช่าที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว) เนื่องจากแต่ละโครงการก็จะมีค่าใช้จ่ายระหว่างการปล่อยเช่าที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาส่วนกลาง บาท/ตร.ม. ที่แต่ละโครงการกำหนดมา, ค่านายหน้าที่บางคนต้องจ่ายเพื่อให้ Agent มาดูแล รวมถึงค่าประกันที่อยู่อาศัย และค่าซ่อมแซม บำรุงห้องซึ่งราคาพวกนี้ก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องดูแลจัดการ โดยถ้ามี RENTAL YIELD/year เกิน 3% ก็ถือเป็นทำเลที่น่าลงทุน  (เนื่องจากโครงการที่ยังสร้างเสร็จจึงยังไม่มีผู้ปล่อยเช่า ทำให้ยังไม่สามารถนำมาคำนวณหา Gross Rental Yield ได้ ) 

    **GROSS RENTAL YIELD = [ (ค่าเช่าทั้งปี / ราคาซื้อขายคอนโด*) x 100 ]
    AVERAGE GROSS RENTAL YIELD = ค่าเฉลี่ยของ GROSS RENTAL YIELD ทั้ง 4 โครงการ

    *ราคาซื้อ = ราคา ณ วันที่เริ่มซื้อ

    สรุปความคุ้มค่าในการลงทุน

    เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยอัตราส่วนต่างกำไรการขายและกำไรจากการปล่อยเช่าพบว่ามี AVERAGE CAPITAL GAIN/year  6.25% และ GROSS RENTAL YIELD/year 5.2% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคอนโด High Rise ใกล้สถานีเอกมัยมีความน่าลงทุนสูง จะซื้อเพื่อขายต่อก็ดีหรือซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ 

    และในช่วงนี้ก็มีคอนโดเปิดใหม่ตรงสถานีเอกมัย นั่นคือ MARU เอกมัย 2 นับเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนและซื้อเพื่ออยู่อาศัย เพราะเป็นคอนโดใหม่เอี่ยม อยู่ในระยะเดินถึงรถไฟฟ้า เพิ่งจะ Pre-sales ไปหมาดๆ

    MARU เอกมัย 2

    Major Development เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ MARU ” ใน 2 ทำเลที่ตั้งคือย่านลาดพร้าวและเอกมัย ภายใต้แนวคิด Live More, Live Maru ที่เป็นคอนโด Pet Friendly & Wellness Living ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้และการอยู่อาศัยในแนวคิด Once you need less, you will have more ในการออกแบบที่สะท้อนภาพชีวิตของคนในกรุงเทพ แฝงแนวความคิดที่บอกว่า เราต้องเหนื่อยจากการทำงานภายนอก แต่จริงๆ แล้วเมื่อได้กลับบ้าน ในที่ที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ก็มีความสุขแล้ว

    MARU เอกมัย 2  เป็นคอนโด High Rise เลี้ยงสัตว์ได้ จาก Major Development  อยู่ในซอยสุขุมวิท 63 เดินทางสะดวกใกล้ถนนสุขุมวิท, ถนนเพชรบุรีและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ 

    มีความสูง 32 ชั้น มี 1 อาคาร จำนวน 333 ยูนิต  บนเนื้อที่ 1-2-77.2 ไร่ ที่จอดรถชั้น 1-8 จำนวน 165 คันหรือคิดเป็น 44% มีที่จอดรถทั้งแบบปกติและแบบ Auto Parking เริ่มก่อสร้าง พ.ค. 2561 คาดว่าแล้วเสร็จ พ.ค. 2563 ราคาเริ่มต้น 4.3 ล.บ. (เฉลี่ย 180,000 บ./ตร.ม.)

    UNIT TYPE

    1 Bedroom Smart : 29-30 SQ.M.
    1 Bedroom : 32.5-35.5  SQ.M.
    2 Bedrooms : 54-60.5 SQ.M.

    Duplex 1 Bedroom : 41 – 45 SQ.M.
    Duplex 2 Bedrooms : 45.5-75 SQ.M.

     

    Floor to celing 

    – Typical Floor
    Bed 2.7 M.
    W.C. & Kitchen 2.5 M.

    – Duplex Floor
    Bed 2.4 M.
    W.C. 2.4 M.
    Living 5.5 M.

    FACILITIES

    เป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของทาง Major ก็คือให้ส่วนกลางค่อนข้างเยอะและหลากหลาย โดยโครงการนอกจากจะมีส่วนกลางพื้นฐานอย่างห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำแล้ว ยังมี พื้นที่ส่วนกลางที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษ ตอบโจทย์ Lifestyle ใหม่ๆเช่น พื้นที่จอดรถจักรยาน,Co-Creation Space,Co-Kitchen Space,Co-Working Space ในสวน,Quite Room,Outdoor Theater ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นใกล้ต้นไม้ โดยโครงการมีแนวคิดที่สะท้อนในการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างรอบด้าน

    Less Social, More Senses
    มารุเป็นสถานที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยหลีกหนีจากความวุ่นวายของใจกลางกรุงเทพ อยู่กับส่วนกลางที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ พยายามใช้พันธุ์ไม้ที่ให้กลิ่นหอมในโครงการเพื่อให้ลูกบ้านได้ออกมาหายใจ ได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น

    Less Depress, More Refresh
    การตกแต่งที่น้อยๆ ดูสะอาดตา แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานและ idea ใหม่ๆ และใส่ใจในรายละเอียด
    ที่จอดจักรยานมีที่เติมลมยางแบบ Automatic,EV Charger,Bark and Bike wash,มี Trampoline ให้เด็กๆได้กระโดดเล่นข้างๆคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ลานออกกำลังกาย สระน้ำอุ่นให้ได้ปรับอุณหภูมิก่อนลงสระใหญ่ที่น้ำเย็นกว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ว่า facility ส่วนกลางนี้ผู้อยู่อาศัยจะได้ใช้หรือไม่โดยเฉพาะ Maintenance Cost ต้องไม่เป็นภาระกับลูกบ้าน

    Less Stress, More Serene
    จัดพื้นที่ส่วนกลางที่สงบ อย่าง Quiet Room ให้อ่านหนังสือ อย่างสงบเงียบ

    Less Indoor, More Exploring
    นำ Facility ที่เคยอยู่ใน Indoor ออกมา Outdoor มากขึ้น เพื่อให้ผู้อยุ่อาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติ อย่าง Co-Working Space ในสวน,โต๊ะ Pool กลางแจ้ง,Outdoor Theater และพื้นที่เชื่อมต่อภายนอกของ Co-Creation Room

    Less Self, More Sharing
    Trend หนึ่งที่เราเห็นว่า เกิดขึ้นกับ Lifestyle คนเมือง คือ การใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยออกแบบมาเป็น Co-working Space ที่หลากหลายใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต่างๆกัน

  • น้ำท่วม กรุงเทพ 2560

    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงนี้ฝนตกหนักบ่อยและเเรงมากขึ้นทุกวัน แถมน้ำท่วมมากมายจนเกือบเข้าไปในบ้านเสียอีก ชาวกรุงเทพฯคงจะรู้สึกเบื่อไม่น้อยที่จะต้องเจอกับปัญหารถติด น้ำท่วมขัง เฉอะแฉะ บ่อยๆ

    บทความนี้ จะพูดถึงสาระความรู้ สาเหตุและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแก้อย่างไร? รวมทั้งอัพเดทข่าวสารอุโมงค์ระบายน้่ำของกรุงเทพฯ จะป้องกันน้ำท่วมได้เเค่ไหน?  

    ซึ่งตอนนี้ระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ สร้างเสร็จและเปิดใช้งานอยู่ 8 แห่ง สามารถระบายน้ำได้ 215.5 ลบ./วินาที ซึ่งเท่ากับ นำน้ำออกจากสระว่ายน้ำภายใน 12 วินาที

    และมีแผนจะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำอีก 5 แห่งในอนาคต ปัจจุบันอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ เปิดใช้งานได้แล้ว และ อุโมงค์ระบายน้ำคองเปรมประชากร กำลังเสนอเข้ารัฐอนุมัติ

    แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าคับว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมบ่อยๆคืออะไร?

     

    ต้นตอน้ำท่วมในกรุงเทพ?

     “ฝนตกหนัก”

    ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 60 มม./ชม. เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำจะรับได้ (วัดเองง่ายๆด้วยการเอาภาชนะมาวางรองไว้ 1 ชม. แล้วดูว่ามีน้ำฝนที่ขังอยู่ในภาชนะสูงกี่มม.)

    ทำให้น้ำเกิดการรอระบาย ไม่สามารถระบายได้ทัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมนานมาจากปัจจัยเหล่านี้

    ขยะอุดตัน

    ขยะที่เก็บขึ้นจากคลองมากถึง 10 ตัน/วัน

    ทำให้อุดตันระบบระบายน้ำที่มีอยู่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร และระบายได้ช้าลง

    ระบายน้ำไม่ทัน

    ระบบการระบายน้ำของกทม.รับมือได้อยู่ที่ 60 มม./ชม. ถ้าวันไหนฝนตกเกิน
    100 มม./ชม.จะทำให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายได้ทัน

    กายภาพเมือง

    กรุงเทพเป็นที่ราบลุ่ม มีชั้นดินเหนียวสลับกับชั้นน้ำบาดาล เมื่อฝนตกหนักทำให้ดินทรุดตัวต่ำลง กระทบต่อระบบระบายน้ำ

    รวมทั้งในเมืองขาดพื้นที่ดิน หรือ สวนซึ่งช่วยในการซึมซับน้ำ ทำให้น้ำไหลไปตามทิศทางได้ช้าจากเหนือลงใต้ออกสู่อ่าวไทย

     

    อัพเดทอุโมงค์ระบายน้ำกรุงเทพฯ

    เปิดแล้ว “อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ”

    ผู้ว่ากทม. เปิดใช้ระบบสูบน้ำอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ จากคลองลาดพร้าวถึง ม.เจ้าพระยา เริ่มจากบริเวณ ถ. รัชดาภิเษก ลอดใต้คลองบางซื่อไปออก ม.เจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย โดยสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในพื้นที่เขตดุสิต บางซื่อ พญาไท จตุจักร ดินแดงและเขตห้วยขวาง รวม 56 ตร.กม. และสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ไม่น้อยกว่า 60 มม./ชม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น

    Info : pptvhd36 (7 ก.ย. 60)

    เตรียมสร้างอุโมงค์คลองเปรมประชากร

    กทม.เสนองบประมาณรัฐก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร เร่งระบายน้ำในพื้นที่หลักสี่ ดอนเมือง ลาดพร้าว รามอินทรา และ บางเขน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบเพราะ ปัจจุบันยังไม่มีอุโมงค์ระบายน้ำรองรับ ใช้การระบายน้ำในระบบรอง โดยใช้คลองสายต่างๆ ทั้งคลองหลักและคลองสายย่อย เป็นตัวช่วยในการระบายน้ำไปก่อน

    Info : thaipbs (25 ก.ย. 60)


    ภาพในอาคารสูบน้ำ ของอาคารระบายน้ำบางซื่อ


    ภาพ ภายในอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน  Info : คมชัดลึก

    กทม.เสนอรัฐของบสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีก 2 แห่ง

    โดยปัจจุบัน กทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำรวม 7 แห่ง รองรับน้ำได้จำนวน 155.5 ลบ.ม.ต่อวินาที

    และ กทม.ยังมีแผนอุโมงค์ระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 แห่ง คืออุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน (อยู่ระหว่างก่อสร้าง) และ อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ (เสร็จในเดือนส.ค.)

    แต่ไม่เพียงพอต่อสภาพพื้นที่ ทางกทม.จึงมีแผนการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม โดยเป้าหมายในปี 61 จะเริ่มการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำอีก 2 แห่งคือ

    โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ถึงลาดพร้าว บริเวณซ.ลาดพร้าว 130 เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก และ อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ช่วยระบายน้ำแก้ปัญหาคลองทวีวัฒนาในช่วงคอขวด ทำให้น้ำระบายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

    โดยทั้งสองอุโมงค์ กทม.ได้ออกแบบเสร็จแล้วและมีความพร้อมในการก่อสร้างมากที่สุด ซึ่งทาง กทม.จะยื่นของบสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อก่อสร้างรวม 4,010 ลบ. และ คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปลายปี 61 นี้

     Info : thaich8 (15 สิ.ค. 60)  

     

    แผนสร้างอุโมงค์ระบายน้ำกรุงเทพฯ

    การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณที่มีปัญหาน้ำท่วม เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงไม่ต้องผ่านระบบคลองตามปกติ

    และยังช่วยลดระดับน้ำในคลองระบายน้ำสายสำคัญให้มีระดับต่ำได้รวดเร็วเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลอง

    ปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ 1 แห่ง คืออุโมงค์บึงหนองบอน และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 แห่ง

    ถ้าสร้างได้ทั้งหมดจะมีความยาวรวม 115 กม. มีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 505 ลบ.ม./วินาที = นำน้ำออกจากสระว่ายน้ำประมาณ 3 วินาที

     

    อุโมงค์ระบายน้ำในในปัจจุบัน

    ปัจจุบัน กทม. มีอุโมงค์ระบายน้ำที่สร้างเสร็จและเปิดใช้งาน 8 แห่ง ความยาวรวม 32 กม. มีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 215.50 ลบ.ม./วินาที ดังนี้

    1.อุโมงค์ระบายน้ำ ซ.สุขุมวิท 26

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน ถ.สุขุมวิทระหว่าง ซ.สุขุมวิท 22-28 ใน ซ.สุขุมวิท 26 และบริเวณใกล้เคียง

    2.อุโมงค์ระบบระบายน้ำพื้นที่เขตพญาไท

    แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เขตพญาไท ถ.พหลโยธิน ช่วงจาก ซ.พหลโยธิน 5-11 และ ถ.พระราม 6 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ตร.กม.

    3.สถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ ซ.สุขุมวิท 36

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน ถ.สุขุมวิทและบริเวณ ซ.สุขุมวิท 36

    4.อุโมงค์ระบายน้ำ
    ซ.สุขุมวิท 42

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน ถ.สุขุมวิทและ ซ.สุขุมวิท 42

    5.อุโมงค์ระบบผันน้ำคลองเปรมประชากร

    แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ บางเขน และ ดอนเมือง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.50 ตร.กม.

    6.อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน

    ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
    เขตวัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง  ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ
    26 ตร.กม.

    7.อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ&ลาดพร้าว

    ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และ ลาดพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตร.กม.

    8.อุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ

    ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในพื้นที่เขตดุสิต บางซื่อ พญาไท จตุจักร ดินแดงและเขตห้วยขวาง
    รวม 56 ตร.กม.

     

    อุโมงค์ระบายน้ำทำงานอย่างไร ?

    อุโมงค์ระบายน้ำ  เป็นตัวกลางสำคัญที่เชื่อมผ่าน น้ำจากคลองไหลสู่ ม.เจ้าพระยา โดยกระบวนการระบายน้ำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ปริมาณน้ำจากคลองเกินระดับที่รองรับไว้ ไหลเข้าสู่อาคารรับน้ำซึ่งเป็นตัวผ่านเข้าอุโมงค์ระบายน้ำไหลไปสู่พื้นที่เตรียมน้ำออก เมื่อระดับแม่น้ำอยู่ในสภาะปกติจึงระบายน้าออกสู่ ม.เจ้าพระยาได้

    ทั้งนี้จะเห็นว่าอุโมงค์ระบายน้ำเป็นตัวแปรสำคัญในการเคลื่อนย้ายมวลน้ำให้ถ่ายเทออกสะดวก ในทางเดียวกันเราต้องระวังหากมีสิ่งอุดตัน อย่างขยะ สิ่งสกปรกเน่าเสียมาอุดช่องท่อระบายน้ำซึ่งทำให้ถ่ายเทช้าลงและทำให้น้ำเน่าเหม็น เกิดน้ำเสียขังบนพื้นดินอีกด้วย

     

    แก้มลิงป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

    โครงการแก้มลิง 

    แก้มลิงเป็นโครงการในพระราชดำริ ของร.9 ทำเพื่อช่วยป้องกันและเเก้ไข ความรุนเเรงของปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

    โดยอาศัยสภาพธรรมชาติของกทม. คือพื้นที่ลุ่มรับน้ำ โดยหาพื้นที่กักเก็บน้ำ เมื่อฝนตกหนักให้นำน้ำเข้ามาเก็บพักพื้นที่รับน้ำไว้ชั่วคราว เมื่อน้ำในคลองมีสภาพปกติจึงระบายน้ำออกจากพื้นที่เก็บน้ำ โดยใช้หลักกลไกตามเเรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow)

    นอกจากนี้ยังช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ เมื่อถูกระบายสู่คูคลอง จะไปบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลง และในที่สุดน้ำเหล่านี้จะผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้

    ปัจจุบันกรุงเทพ มีพื้นที่รองรับและเก็บกักน้ำไว้ จำนวน 25 แห่ง

    สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 13.04 ล้านลบ.ม. 

    โดยฝั่งตะวันออกของ ม.เจ้าพระยา (ฝั่งพระนคร) จำนวน 23 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 7.03 ล้านลบ.ม. 

    ฝั่งตะวันตกของ ม.เจ้าพระยา (ฝั่งธนบุรี) จ่านวน 2 แห่ง เก็บกักน้ำได้ประมาณ 6.01 ล้านลบ.ม.

    ถ้าสามารถสร้างได้หมด 37 แห่งจะเก็บน้ำได้ถึง 19.48 ล้านลบ.ม. หรือเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิค 7,500 สระทีเดียว

    รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.

  • CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท64/1

    CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท64/1

    คอนโด LOW RISE ใกล้ BTS ปุณณวิถี เพียง 250 ม. ในราคาเอื้อมถึง

    CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท 64/1

    เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จาก บ.พระยาพาณิชย์พร๊อพเพอร์ตี้ ในเครือ CMC GROUP

    ทำคอนโดสไตล์ Low Rise มาแล้วหลายโครงการอย่าง Chateau In Town สุขุมวิท 62/1 , 64 Sky Moon 

    ภายใต้เเนวคิด Expand Your Life ขยายชีวิตให้ใกล้อนาคต  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานอยู่ในเมืองเดินทางโดยรถไฟฟ้า ตัวอาคารสไตล์โมเดิร์นเน้นความโปร่งโล่ง กระจกใสเต็มบานในห้องนอน แบ่งสัดส่วนของห้องไว้อย่างชัดเจน พร้อมส่วนกลางครบครัน

    ทำเลใกล้ BTS สถานีปุณณวิถี เดินทางจากโครงการถึงสถานีประมาณ 250 ม. เข้าสู่ตัวเมืองรวดเร็ว อย่างอโศก ทองหล่อ และ ใกล้ทางด่วนสุขุมวิท 62 เป็นทางด่วนขั้นที่ 2 สามารถเดินทาง เข้า-ออกเมือง เชื่อมถนนหลากหลายเส้นทางอย่าง ถ.สุขุมวิท , ถ.บางนา-ตราด , ถ.สรรพาวุธ ได้เลย 

    โครงการใกล้ย่านออฟฟิศ รายล้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ร้านค้า มียูนิตทั้งหมด 222 ยูนิต อยู่ในซอยแต่ไม่ห่างจากสถานีมากนัก แต่ได้ความส่วนตัวและสงบท่ามกลางชุมชนที่อยู่อาศัย ทุกห้องตกแต่งแบบ Fully Fitted  ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.6 ลบ. 

    ซึ่งราคานี้นับว่าใช้ได้กับทำเลสุขุมวิทตอนปลาย เเนวเชื่อมต่อขยายกับตัวเมือง ราคาจับต้องได้

     

     

    FACT

    INFORMATION

    โครงการ :
    ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1

    เจ้าของโครงการ :
    บ. พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้
    ในเครือ CMC GROUP

    พื้นที่โครงการ :
    3–0–64.6 ไร่

    ที่ตั้ง :
    ซ. สุขุมวิท 64/1

    จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

    จำนวนชั้น : 8 ชั้น

    ความคืบหน้า :
    สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
    พร้อมเข้าอยู่

    เว็บไซต์ :
    Chateau In Town
    สุขุมวิท 64/1

    UNIT TYPE

    จำนวนยูนิตทั้งหมด :
    222 ยูนิต

    – 1 Bedroom
    28–43 ตร.ม.

    – 2 Bedroom
    44.9 ตร.ม.

    FACILITIES

    ที่จอดรวม : 50 %
    (รวมจอดซ้อนคัน)

    ข้างในอาคาร : 75 คัน

    – สระว่ายน้ำ
    – ฟิตเนส
    – ห้องซาวน์น่า
    – Shuttle Bus
    ส่ง BTS สะพานควาย

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น : 2.6 ลบ.
    95,000 บ. / ตร.ม.

    ค่าจอง : 10,000 บ.

    ทำสัญญา :
    10,000 บ. / ห้อง

    ค่าส่วนกลาง : 45 บ. / ตร.ม.

    ค่ากองทุน : 500 บ. / ตร.ม.

    นิติบุคคล : ปิยภิรมณ์
    ในเครือ CMC

    PROMOTION

    ฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอน มูลค่า 80,000 บ. (โอนค่ากรรมสิทธิ์ + ส่วนกลางล่วงหน้า 1 ปี + กองทุน)
    ได้เครื่องปรับอากาศ 1 ตัว ยี่ห้อ Samsung 12,000 BTU เมื่อลงทะเบียนในเว็บไซต์โครงการ

     

    PRODUCT

    CHATEAU IN TOWN
    สุขุมวิท 64/1

    โครงการเป็น
    Low Rise Condominium
    1 อาคาร
    ความสูง 8 ชั้น
    รวมทั้งหมดจำนวน 222 ยูนิต
    โดยมีห้องทั้งหมด 2 แบบ

    – 1 Bedroom
    28–43 ตร.ม.

    – 2 Bedroom
    44.9 ตร.ม.

     

    FACILITIES

    – สระว่ายน้ำ กว้าง 4 X 20 ม. ลึก 1.4 ม.

    – ฟิตเนส ชั้น 2 ของโครงการ

    – ห้องซาวน์น่า 

    – รถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ขึ้น BTS ปุณณวิถี (6.00-24.00 น.)

     

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (Facilities โครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    LOCATION

    ทำเล CHATEAU IN TOWN สุขุมวิท 64/1

    ทำเลค่อนข้างสะดวกในการเดินทางทั้งขับรถ ใกล้ทางด่วนสุขุมวิท 62 บางนา-ท่าเรือ หรือ นั่งขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี และ ป้ายรถเมล์ เพียง 250 ม. สามารถเชื่อมการเดินทางหลากหลายเส้นทางใน-นอกกรุงเทพ

    สะดวกในการเดินทางไปย่านออฟฟิศ และ แหล่งท่องเที่ยวในเมือง อย่างย่านอโศก ทองหล่อ หรือ ขึ้นทางด่วนเชื่อมต่อหลายย่าน อย่างรามอินทรา หมอชิตได้ และตัวพื้นที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง ห้าง ร้านค้า โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น

    COMMERCIAL AREA

    – ปิยรมย์ เพลส (240 ม.)
    – The Phyll (2 กม.)
    – Tesco Lotus อ่อนนุช (3 กม.)
    – Big C อ่อนนุช
    เอ็กซ์ตร้า (3.4 กม.)
    – Central Plaza บางนา
    (5 กม.)
    – Seacon Square ศรีนครินทร์ (7 กม.)

    OFFICE

    – โรงกลั่นน้ำมันบางจาก
    (1.4 กม.)
    – ที่ทำการไปรษณีย์อุดมสุข (540 ม.)
    – ไบเทค บางนา (1.8 กม.)
    – สำนักงานใหญ่ DKSH
    (1.2 กม.)
    – M Tower (1.1 กม.)

    SCHOOL /  UNIVERSITY

    – วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวัฒนาบริหารธุรกิจ (230 ม.)
    – Anglo Singapore International School
    (300 ม.)
    – รร. พิพัฒนา (500 ม.)
    – รร. พูนสิน  (1.3 กม.)
    – สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (1.9 กม.)

    HOSPITAL

    – สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังกล้วยน้ำไท (1.6 กม.)
    – รพ. บางนา 2 (2.8 กม.)
    – รพ. ไทยนครินทร์ (5.1 กม.)

     

    POINT OF INTERESTS

    ปิยรมย์ เพลส


    Image : siamfuture

    The Phyll


    Image : Inno Viva

    Tesco Lotus อ่อนนุช


    Image : เช็ค ราคา

    Central Plaza บางนา


    Image : SkyscraperCity

    Anglo International School


    Image : th.theasianparent

    ว.เทคโนโลยีศรีวัฒนา


    Image :  Sriwattana

    รพ. บางนา 2


    Image : Baania

    รพ. ไทยนครินทร์


    Image : Mthai

     

    ACCESSIBILITIES

    จุดที่ 1 จาก ถ. สุขุมวิท กลับรถแยกทุ่งสาธิต เข้าโครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    จากเส้นทาง ถ. สุขุมวิท ขับตรงมา จนถึงแยกทุ่งสาธิต (สังเกตป้ายด้านซ้ายมือ ชื่อ วัดวชิรธรรมสาธิต) ให้กลับรถ ขับตรงไปประมาณ 300 ม. เลี้ยวซ้ายเข้า ซ. สุขุมวิท 64/1 ประมาณ
    100 ม.ถึงโครงการด้านซ้ายมือ

    จุดที่ 2 จากทางด่วนเฉลิมมหานคร เข้าสู่โครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    มาจากทางด่วนเฉลิมมหานคร พอถึงทางแยกบางนา พระโขนง ให้เบี่ยงเข้าเลนซ้าย ขับออกตรงมาเข้าสู่ ถ.สุขุมวิท วิ่งตรงไปประมาณ 1.2 กม. สังเกต ซ.สุขุมวิท 64/1 เลี้ยวซ้ายเข้าไป 100 ม. เจอโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ

     

    SURROUNDINGS

    ทิศเหนือ

    ติดกับ ถ. สุขุมวิท 64/1 กว้างประมาณ 4 ม. และอพาร์ทเม้นท์ สูงประมาณ 6 ชั้น 

    ทิศใต้

    ติดกับโชว์รูม และ ศูนย์ซ่อมรถยนต์ สูงประมาณ 3 ชั้น พื้นที่อื่นส่วนมากเป็นร้านค้า ที่อยู่อาศัย คอนโดประปราย

    ทิศตะวันออก

    ติดกับที่อยู่อาศัยประมาณ 3 ชั้น และ ใกล้กับร้านค้าและซ่อมเกี่ยวกับรถยนต์

    ทิศตะวันตก

    ติดกับสำนักงานที่จะสร้างขึ้นใหม่ สูงประมาณ 7 ชั้น และ พื้นที่อื่นส่วนมากเป็นที่อยู่อาศัย และใกล้ร้าน 7-11

     

    SALES GALLERY

    Sales Gallery อยู่ชั้น 2 ของอาคาร ต้องขึ้นลิฟท์ผ่านส่วน Lobby ชั้นแรกขึ้นไป
    โดยขณะนี้โครงการขายไป 40 % แล้ว 


    ภาพด้านหน้าโครงการ มีป้อมรปภ.และระบบไม้กั้นรักษาความปลอดภัย 


    ภาพ Lobby ในอาคาร เดินตรงจากทางเข้าหลักจะอยู่ด้านหน้าเลย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (ทางเข้าโครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    MASTER PLAN

    ชั้น 1 จะมีสระว่ายน้ำ , ห้องซาวน์น่า , Lobby , ที่จอดรถ

    ชั้น 2 จะมีพื้นที่ส่วนกลาง คือ ฟิตเนส (สีแดง) เห็นวิวสระว่ายน้ำในโครงการ ใกล้โถงลิฟท์

    ชั้น 3-8 เป็นที่อยู่อาศัยทั้งหมด โดยห้องที่มีขนาดมากที่สุดของ 2-Bedroom จะอยู่ตรงหัวมุมซึ่งได้วิวมากกว่าห้องอื่น 2 ทิศทาง คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ กับ ทิศใต้ มีแค่ห้องเดียวในเเต่ละชั้น

    ห้องที่มีขนาดมากที่สุดแบบ 1-Bedroom อยู่ชิดโถงลิฟท์ฝั่งใต้ของโครงการ จะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำ ชั้นละ 1 ห้อง ผสมกับขนาดแบบอื่นๆของ 1-Bedroom คละกับไปในแต่ละชั้น

     

    UNIT TYPE

    TYPE A  (1 – Bedroom) 28.91 – 30.51 ตร.ม.

    TYPE B (1 – Bedroom)  32 ตร.ม.

    TYPE C (2 – Bedroom)  44.86 ตร.ม.

    TYPE D (1 – Bedroom)  32 ตร.ม.

    TYPE E – F  (1 – Bedroom)  37.95 – 43.57 ตร.ม.

     

    SHOW UNIT

    1 – Bedroom (38 ตร.ม.)

    ห้องรับแขก

    ตัวห้องค่อนข้างกว้างทีเดียว และ สามารถเพิ่มส่วนพื้นที่รับประทานอาหารภายในห้องได้

    สามารถใส่เฟอร์นิเจอร์ อย่างชั้นวางทีวี ชั้นวางของ หรือ โต๊ะขนาดเล็กได้พอดี ไม่อึดอัดจนเกินไป เหมาะสำหรับอยู่สบาย 1-2 คน

    ทางโครงการติดตั้งชั้นวางของมาให้ เป็นฟังก์ชั่นเสริมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ผู้อาศัยมากขึ้น สามารถประยุกต์เป็นชั้นวางของ หรือ โต๊ะทำงานก็ได้แล้วแต่ความชอบ

    และยังเพิ่มลูกเล่น ออกแบบให้หน้าต่างเป็นบานเลื่อน เปิด-ปิดได้ เชื่อมกับห้องนอน มองเห็นซึ่งกันและกันได้ 

    ห้องนอน

    ขนาดห้องนอนค่อนข้างสบายสำหรับการนอนคนเดียว หรือ 1-2 คน

    สามารถใส่เตียงควีนไซส์ได้สบาย หรือ คิงไซส์ก็ได้ เเต่พื้นที่ทางเดินอาจจะเเคบนิดนึง มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์ อย่างโต๊ะวางทีวี โต๊ะข้างหัวเตียง พอดีไม่อึดอัดในการเดินจนเกินไป

    ทางโครงการให้ Built-In โต๊ะเครื่องแป้ง และ ตู้เสื้อผ้าไว้ในห้อง และ กระจกในห้องเป็นกระจกบานเลื่อนเปิด-ปิด บานใหญ่ สามารถเปิดถ่ายเทอากาศ รับลมและแสงข้างนอกได้ดี ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบเปิดหน้าต่างที่ห้อง ไม่ค่อยเปิดแอร์ทั้งวัน

    ห้องครัว

    ขนาดห้องครัว เพียงพอสำหรับทำครัวขนาดนิดๆหน่อยๆในชีวิตประจำวัน ใช้งานสะดวกในระดับนึง

    ให้เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน ช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟ พื้นที่เตรียมทำอาหารขนาดเล็ก ช่องใส่เครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาหน้า ด้านล่างของครัว พื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง และ ให้เคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่เก็บของในครัวระดับนึง

    ครัวออกแบบการใช้งานชัดเจน ติดประตูบานเลื่อนกระจก รับแสงเข้ามาอย่างเต็มที่ตรงระเบียง และ กั้นประตูเข้าห้องรับแขกช่วยกันกลิ่นและเสียงเข้าไปอีกด้วย

    ห้องน้ำ

    ขนาดห้องน้ำค่อนข้างกระชับ เรียบง่าย เพียงพอสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    มีแบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน กระจกห้องน้ำเต็มบาน ทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้น

    พร้อมชั้นวางของ รวมทั้งพื้นที่อาบน้ำมีประตู เปิด-ปิด พร้อมราวจับ

    โดยอ่างล้างหน้า และ โถสุขภัณฑ์ ของยี่ห้อ Mogen ฝักบัวยี่ห้อ Cotto และที่เปิด-ปิดฝักบัวยี่ห้อ American Standard ประตูห้องอาบน้ำยี่ห้อ Showerking รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY ( 1 – Bedroom 38 ตร.ม.)

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom 

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

    1 – Bedroom (29 ตร.ม.)

    ห้องรับแขก

    ตัวห้องขนาดค่อนข้างเหมาะสมสำหรับคนทำงานอยู่คนเดียว มีพื้นที่วางเฟอร์นิเจอร์ใส่ได้ไม่ค่อยเยอะมากนัก แต่เพียงพอถ้าวางชั้นวางทีวี หรือ โต๊ะขนาดเล็ก เข้าไป

    โครงการให้ Built-In ชั้นวางของเป็นฟังก์ชั่นเสริมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ผู้อาศัยมากขึ้น สามารถประยุกต์เป็นชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานก็ได้แล้วแต่ความชอบ

    อาจจะไม่มีส่วนทานอาหารชัดเจน ออกแบบเพื่อความสะดวกคล่องตัวชีวิตคนรุ่นใหม่ ไม่ซีเรียสเรื่องรับประทานอาหารบนโต๊ะมากนัก อาจจะชอบกินข้าวหน้าทีวี หรือ บนโต๊ะทำงาน เป็นต้น

    ห้องนอน

    ขนาดห้องนอนเหมาะแก่การนอนสบายคนเดียว หรือ 1-2 คน

    สามารถใส่เตียงควีนไซส์ได้เเต่พื้นที่ทางเดินอาจจะเเคบ นิดนึง วางเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่มากนัก แต่สามารถติดทีวีบนผนังได้

    แต่ทางโครงการให้ Built–In โต๊ะเครื่องแป้ง และ ตู้เสื้อผ้าไว้ในห้อง ถ้าเสื้อผ้าเยอะก็อาจจะใส่ไม่พอนะครับ

    กระจกในห้องเป็นกระจกบานเลื่อนเปิด–ปิด บานใหญ่ สามารถเปิดถ่ายเทอากาศ รับลมและเเสงข้างนอกได้ดี ตอบโจทย์คนที่ชอบเปิดหน้าต่างที่ห้อง ไม่ค่อยเปิดแอร์ทั้งวัน

    ห้องครัว

    ขนาดห้องครัว เพียงพอสำหรับทำครัวนิดๆหน่อยๆในชีวิตประจำวัน 

    ให้เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน ช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟ พื้นที่เตรียมทำอาหารขนาดเล็ก ช่องใส่เครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาหน้า ด้านล่างของครัว พื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง และ ให้เคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่เก็บของในครัวระดับนึง

    ครัวออกแบบการใช้งานชัดเจน ติดประตูบานเลื่อนกระจก รับแสงเข้ามาอย่างเต็มที่ตรงระเบียง และ กั้นประตูเข้าห้องรับแขกช่วยกันกลิ่นและเสียงเข้าไปอีกด้วย

    ห้องน้ำ

    ขนาดห้องน้ำค่อนข้างกระชับ เรียบง่าย เพียงพอสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    มีแบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน กระจกห้องน้ำเต็มบาน ทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้น 

    พร้อมชั้นวางของ รวมทั้งพื้นที่อาบน้ำมีประตู เปิด-ปิด พร้อมราวจับ

    โดยอ่างล้างหน้า และ โถสุขภัณฑ์ ของยี่ห้อ Mogen ฝักบัวยี่ห้อ Cotto และที่เปิด-ปิดฝักบัวยี่ห้อ American Standard ประตูห้องอาบน้ำยี่ห้อ Showerking รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (1 Bedroom 29 ตร.ม.)

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bathroom

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    SPECIFICATION

    Switch & Outlet

    1. ปลั๊กไฟยี่ห้อ Bticino
    2. สวิตซ์ เปิด–ปิดไฟฟ้ายี่ห้อ Bticino
    3. Heat Detector ในห้องครัว
    4. Smoke Detector ในห้องรับแขกกับห้องนอน

    5. ไฟ Downlight
    6. ไฟเพดาน ส่องสว่างพื้นที่ระเบียง
    7. เครื่องระบายอากาศในห้องน้ำยี่ห้อ Schon

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    Door & Window

    1. ประตูเข้าห้องชุด ระบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Safeti
    2. ประตูเข้าห้องนอน แบบมือจับก้านโยกพร้อมตัวล็อคกุญแจ
    3. ประตูเข้าห้องน้ำ แบบลูกบิด
    4. ประตูจับบานเลื่อน ห้องครัว 
    5. ตัวล็อคประตูด้านในห้อง
    6. ตาแมว

    7. ประตู MDF/HDF กรุหน้าบานลามิเนต เข้าห้องชุด
    8. ประตู PU เคลือบไฟเบอร์กลาส ห้องนอน และ ห้องน้ำ
    9. ประตูระเบียงแบบบานเลื่อนอะลูมิเนียม
    10. ประตูห้องครัวแบบบานเลื่อนอะลูมิเนียม
    11. หน้าต่างบานเลื่อนในห้องนอนและห้องรับแขก และบาน Fixed ด้านล่าง

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    11

    FLOOR

    1. พื้นลามิเนต หนา 8 มม. สำหรับห้องพัก
    2. พื้นกระเบื้องสำหรับห้องครัว ขนาด 40 X 40 ซม
    3. พื้นกระเบื้องสำหรับห้องน้ำ ขนาด 30 X 40 ซม
    4. พื้นกระเบื้องบริเวณระเบียง ขนาด 30 X 30 ซม

    1

    2

    3

    4

    Wall & Ceiling

    1. ผนังกระเบื้องห้องน้ำ ขนาด 30 X 60 ซม.
    2. ผนังตกแต่งกระเบื้องโมเสก สำหรับห้องน้ำ

    1

    2

    Sanitary Ware

    1. บานประตู Shower Box ยี่ห้อ Showerking
    2. โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Mogen
    3. ที่เเขวนผ้าเช็ดตัว
    4. อ่างล้างหน้ายี่ห้อ  Mogen
    5. สายชำระยี่ห้อ Hoy

    6. ที่วางสบู่
    7. กระจกในห้องน้ำ
    8. ที่แขวนกระดาษชำระ
    9. ฝักบัวอาบน้ำยี่ห้อ Cotto 
    10. หัวเปิด-ปิด ฝักบัวยี่ห้อ American Standard

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    Kitchen

    1. ก๊อกน้ำ และ อ่างล้างจานยี่ห้อ Teka
    2. เตา และ เครื่องดูดควันอาหารยี่ห้อ Schon
    3. ช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าฝาด้านหน้า
    4. ท็อปเคาน์เตอร์ครัวหินเทียมสีดำ

    1

    2

    3

    4

     

    BUILT-IN

    1. ชุดตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะเครื่องแป้ง
    2. ชุดเคาน์เตอร์ครัว หน้าบานเปิด-ปิดแบบ Soft Closed
    3. ชั้นวางของยาวประมาณ 2 ม.
    4. หน้าต่างบานเลื่อน เปิด-ปิด ระหว่างห้องรับเเขกกับห้องนอน
    5. เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Samsung (12,000 BTU)

    1

    2

    3

    4

    5

     

     

    PRICE COMPARISON

    CHATEAU

    IN TOWN

    สุขุมวิท 64/1

    ที่ตั้ง
    ถ. สุขุมวิท

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3–0–64.6 ไร่

    จำนวนยูนิต
    222 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.6 ลบ.
    (95,000 บ. /ตร.ม.)

    The Light New York

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64 แยก 4

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–0–53 ไร่

    จำนวนยูนิต
    168 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 1.8 ลบ.
    (80,000 บ. /ตร.ม.)

    Moniiq สุขุมวิท 64

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64 

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3–1–89.1 ไร่

    จำนวนยูนิต
    366 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.7 ลบ.
    (85,000 บ. /ตร.ม.)

    Le Crique สุขุมวิท 64/2

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64/2

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–1–39.6 ไร่

    จำนวนยูนิต
    169 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 3 ลบ.
    (100,000 บ. /ตร.ม.)

     The Tree สุขุมวิท 64

    ที่ตั้ง
    ซ. สุขุมวิท 64

    ลักษณะโครงการ
    Low Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    1–1–43 ไร่

    จำนวนยูนิต
    149 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 3.49 ลบ.
    (80,000 บ. /ตร.ม.)

     

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    ทำเลค่อนข้างสะดวกในการเดินทางทั้งขับรถยนต์ และ นั่งรถไฟฟ้าเข้า-ออกเมือง

    ใกล้ BTS สถานีปุณณวิถี และ สถานีรถเมล์ เพียง 250 ม. เข้าสู่ตัวเมืองและย่านออฟฟิศ

    สามารถใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร นับจากโครงการระยะทาง 2 กม. ออกสู่ใน-นอกเมือง เชื่อม รามอินทรา มักกะสัน หมอชิตได้เลย

    SPECIFICATION

    เป็นแบบ Fully Fitted ซึ่งจะได้ Built-In โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ ชุดครัว เตาและเครื่องดูดควัน ชุดห้องน้ำและอุปกรณ์ พร้อมเครื่องปรับอากาศ

    วัสดุที่ให้มากับห้อง ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไป

    DESIGN

    แปลนห้องส่วนมากเป็นขนาด 1 ห้องนอน มีรูปแบบหลากหลายตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนทำงานจริงในสมัยนี้เหมาะสำหรับอาศัยอยู่
    1–2 คนสบาย

    ห้องค่อนข้างดีไซน์แบ่งสัดส่วนการใช้งานชัดเจน อย่างห้องครัวมีประตูกั้นกลิ่นและเสียง ห้องนอน ห้องรับแขก แบ่งเป็นโซนชัดเจน มีความส่วนตัวในแต่ละห้อง

    FACILITIES

    Facilities ของโครงการอาจจะไม่ได้มากนัก แต่ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด ตามมาตรฐานทั่วไป

     

    ORIENTATION AND VIEW

    แดด และ ลม

    ทิศทางการวางอาคารในโครงการขวางแนวทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์  ทำให้ห้องฝั่งตะวันออก และ ตก โดนแดดเเรงมากกว่าทิศอื่น โดยเฉพาะทิศตะวันตกรับแดดเเรงสุดในช่วงบ่าย ส่วนทิศทางการเคลื่อนที่ของลม อาจจะผ่านเข้าทุกห้องแต่ด้านยาวของอาคารจะได้รับลมมากกว่าห้องด้านกว้าง เนื่องจากไม่ได้อยู่ในแนวเคลื่อนที่ของลมโดยตรง

    วิว

    เนื่องจากรอบข้างเป็นที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม วิวทุกด้านอาจจะไม่เเตกต่างกันมากนัก และมีแนวโน้มในอนาคตที่ว่างผืนใหญ่รอบข้างจะขึ้นอาคารได้ จึงตัดสินจาก วิวที่มีความส่วนตัวมาก ไม่ชนกับตึกด้านข้างโดยตรง หรือ มีทัศนียภาพที่น่ามอง อย่าง วิวสวนและสระว่ายน้ำ

    นั่นก็คือห้องทางฝั่งตะวันออกตรงกลางหันเข้าหาสระว่ายน้ำ และ ห้องฝั่งทิศเหนือ กับ ทิศใต้ เพราะมีระยะห่างพอสมควรที่ไม่ให้เห็นตึกอีกฝั่งโดยตรง และ รอบข้างเป็นที่จอดรถ และ ที่พักอาศัยประมาณ 2 ชั้น จึงไม่บดบังวิวมากนักทีเดียว

     

     RECOMMENDATION

    แนะนำว่าห้องที่ดีที่สุดคือห้องฝั่งตะวันออกหันเข้าสระว่ายน้ำ เนื่องจากไม่โดนบดบังจากอาคารรอบข้าง มีความส่วนตัวมากกว่าห้องอื่นๆและ ได้มุมพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้ไปด้วย รวมทั้งไม่โดนแดดโดยตรงเท่าฝั่งตะวันตก 

    รองลงมาคือห้องทางทิศเหนือกับทิศใต้ เนื่องจากไม่ได้โดนบล็อควิวโดยตรง เท่าฝั่งตะวันออกที่มีเเนวโน้มว่าพื้นที่ด้านข้างจะขึ้นอาคารได้ รวมทั้งไม่โดนแดดโดยตรงเท่าฝั่งตะวันตก

  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

    รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

    โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) เป็นโครงการที่มีแนวคิดมาจากการศึกษาทบทวนโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ที่มีการก่อสร้างเสาตอม่อเตรียมไว้แล้วบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์)

    ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำหนดให้เป็นเส้นทางเชื่อมกับระบบทางพิเศษระหว่างเมืองด้านตะวันออก-ตะวันตก ทั้งนี้การพัฒนาของโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือได้หยุดชะงักลงตั้งแต่ปี 2556

    กระทรวงคมนาคมจึงมีแนวคิดที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเป็นการทดแทนโดยใช้เสาตอม่อโครงการทางด่วนดังกล่าวให้เกิดประโยชน์และได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาความเป็นไปได้ในเบื้องต้น 

    โดยมีแนวเส้นทางเริ่มต้นจากแยกแคราย (เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และสายสีชมพู) ไปตามแนวถนนงามวงศ์วาน (เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บริเวณสถานีบางเขน) ผ่านแยกเกษตร (เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม บริเวณสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนนวมินทร์ และไปสิ้นสุดบริเวณถนนรามคำแหง (เชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริเวณแยกลำสาลี) ระยะทางรวมประมาณ 21.5 กม.

    ทั้งนี้การเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จะมีการพิจารณาความเหมาะสมของแนวเส้นทาง ในช่วงที่ผ่านพื้นที่บริเวณเขตบึงกุ่ม และพื้นที่บริเวณแยกลำสาลี เขตบางกะปิ)
    คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2558 ได้มีมติมอบหมายให้ สนข. ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) โดยพิจารณาความเหมาะสมและผลกระทบของการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าเพื่อทดแทนการดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N1 N2 N3 ก่อนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการออกแบบโครงการต่อไป หากผลการศึกษามีความเหมาะสม 

     

    ต่อมาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2559 เห็นชอบในหลักการการพิจารณาทบทวนการดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตามที่ฝ่ายเศรษฐกิจเสนอให้ กทพ. ดำเนินการโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 

    และโครงข่ายเชื่อมต่อจากตอน N2 กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ตอน E-W Corridor) โดยมอบให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณา

     

    ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 รับทราบมติที่ประชุม คจร. ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2560 ดังนี้

    1.) มอบ สนข. ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลโดยพิจารณาโครงข่ายการขนส่งและจราจรในภาพรวมและการเชื่อมต่อต่างๆตลอดจนทางเลือกในการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 และความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อโครงข่ายทางยกระดับอุตราภิมุขกับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกด้วย) 

    2.) มอบ กทพ. ดำเนินการโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และส่วนต่อขยายกับทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ตามแนวทางที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยให้ดำเนินการให้สอดคล้องกับผลการศึกษาของ สนข. ตามข้อ (1) และให้ กทพ. พิจารณาแนวทางเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครที่สนข.อยู่ระหว่างการศึกษาฯ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายระบบทางพิเศษระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานครให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาการจราจรบริเวณแยกเกษตร

    ในการนี้ สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการโครงการศึกษารูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมเพื่อใช้ประโยชน์เสาตอม่อ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์)

    โดยเริ่มโครงการ ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2560 ระยะเวลาปฏิบัติงาน 14 เดือนซึ่ง สนข.จะได้นำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมภายในเดือนก.ย. 2560 นี้

     ที่มา : สนข.

    สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือได้ที่บทความโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ประเดิม N2

    การศึกษาและเสนอแนะการดำเนินโครงการเพื่อใช้ประโยชน์เสาตอม่อที่ก่อสร้างไว้แล้วบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์)  โดยศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเปรียบเทียบทางเลือกที่เหมาะสมกับการดำเนินโครงการกรณีต่างๆ

    โดยการพัฒนาแบ่งออกเป็นทางเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่

    1. ระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าอย่างเดียว 

    2. ระบบทางพิเศษอย่างเดียว

    3. ระบบทางด่วน โครงข่ายทดแทน ตอน N1 ตอน N2 และ E-W Corridor 

    4. ระบบขนส่งทั้งระบบขนส่งมวลชนและระบบทางด่วน 

    เป็นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าอย่างเดียว 

    มีสถานีเบื้องต้น 20 แห่งโดยจุดเริ่มต้นแนวเส้นทางบริเวณแยกแครายไปตามแนวถนนงามวงศ์วานผ่านแยกเกษตรศาสตร์ไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนนวมินทร์ และไปสิ้นสุดบริเวณถนนรามคำแหงระยะทางประมาณ 21.5 ม.

    ทั้งนี้ในช่วงถนนประเสริฐมนูกิจจะใช้โครงสร้างเสาตอม่อเดิมที่ก่อสร้างไว้แล้ว โดยมีเขตทางประมาณ 40 ม. และมีระดับความสูงประมาณ 18-21 ม.

    เป็นการพัฒนาด้วยระบบทางพิเศษอย่างเดียว

    โดยมีจุดเริ่มต้นบริเวณสี่แยกเกษตรศาสตร์ไปตามเกาะกลางของถนนประเสริฐมนูกิจจนถึงถนนนวมินทร์แล้วแนวเส้นทางจะซ้อนทับกับทางหลวงหมายเลข 351 ไปบรรจบกับถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออกรวมระยะทางประมาณ 11.9 กม.

    ทั้งนี้ในช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ จะใช้โครงสร้างเสาตอม่อเดิมที่ก่อสร้างไว้แล้วโดยมีเขตทางประมาณ 40 ม.

    เป็นการพัฒนาด้วยระบบทางด่วน โครงข่ายทดแทน ตอน N1 ตอน N2 และ E-W Corridor 

    กรณีเลือกรูปแบบที่ 3 จะมี 3 แนวเส้นทางเพื่อทดแทน N1 ได้แก่

    • 3.1 ผ่านถนนงามวงศ์วาน ช่วง ม.เกษตรศาสตร์ เชื่อมโทลล์เวย์/ศรีรัช
    • 3.2 แนวตัดตรงระหว่างแยกเกษตรและแยกรัชวิภา
    • 3.3 แนวคลองบางบัว-บางเขน เชื่อมโทลล์เวย์/ศรีรัช 

    เป็นการพัฒนาด้วยระบบขนส่งทั้งระบบขนส่งมวลชนและระบบทางด่วน 

    กรณีเลือกรูปแบบที่ 4 จะมี 5 แนวทางเลือกย่อยเพื่อพิจารณา ได้แก่

    • 4.1 ระบบทางด่วนอยู่ระดับบนสุด
    • 4.2 ระบบรถไฟฟ้าอยู่ระดับบนสุด
    • 4.3 ระบบรถไฟฟ้าและระบบทางด่วนอยู่ระดับเดียวกัน
    • 4.4 ระบบรถไฟฟ้าอยู่ด้านข้าง ข้างขาออกฝั่งเดียว
    • 4.5 ระบบรถไฟฟ้าอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ข้าง

     

    คลิ๊ก! เพื่ออ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

     

  • Aspire รัตนาธิเบศร์ 2

    ASPIRE รัตนาธิเบศร์ 2 

    คอนโดทำเลดี ส่วนกลางจัดเต็ม ในราคาเพียงล้านกว่าบาท

    AP มีแนวคิดในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ที่ตั้งอยู่ในทำเลมีศักยภาพในเขตชุมชนเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า แนวเส้นทางคมนาคม สามารถเดินทางได้สะดวก และมีรูปแบบที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมีวิธีคิดในการวางตำแหน่งสินค้าทั้ง 16 แบรนด์ในเครือ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มไลฟ์สไตล์ใหญ่ๆ เพื่อให้สินค้าแต่ละแบรนด์ของบริษัท มีความโดดเด่นเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจน ซึ่งประกอบไปด้วย

    Simplistic Experience มนุษย์เมืองกับไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย ความสงบ และคุณภาพชีวิตแบบธรรมชาติ

    Fresh Experience มนุษย์เมืองกับไลฟ์สไตล์ที่มีความโมเดิร์น หลากหลายมิติการใช้ชีวิต

    Aesthetic Experience มนุษย์เมืองกับไลฟ์สไตล์สุนทรีย์ความคลาสสิค และความโรแมนติค

    สามารถอ่านประวัติ ที่มาและปรัชญาของ AP ได้ที่บทความ เปิดความลับ 25 ปี AP THAILAND

    โดยแบรนด์ ASPIRE นับเป็นแบรนด์คอนโดที่จัดอยู่ใน กลุ่ม Fresh Experience ที่เน้นการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ มีความโมเดิร์น หลากหลายมิติการใช้ชีวิตมีรายได้ระดับปานกลางที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพง แต่มาตอบสนองการใช้งานที่ครบครัน

    โครงการหนึ่งในแบรนด์นี้ที่ทาง Realist จะนำเสนอให้ชมกันนั่นก็คือ ASPIRE รัตนาธิเบศร์ 2 ที่สร้างเสร็จไปเมื่อต้นปี 2559 ซึ่งโครงการตั้งอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ โดยอยู่ใกล้แยกแครายในระยะแค่ 1.2 กม. บนทำเลไข่แดงระหว่างแยกนนทบุรี 1 ถึงแยกแคราย

     

    Location

    ทำเลอุดมสมบูรณ์ เดินทางสะดวก

    ใกล้รฟฟ.สีม่วง 2 สถานี เข้า-ออกเมืองสะดวก ใกล้ New CBD บางซื่อ

    ตัวโครงการนั้นอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงในระยะเดินเท้าทั้ง 2 สถานีโดยมีสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีบางกระสอ 250 ม. และสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี 300 ม. ซึ่งอนาคตจะเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทาง (Interchange) ของสายสีชมพู (แคราย – นนทบุรี) คาดว่าเสร็จภายในปี 2563

    การเชื่อมต่อสายสีม่วงเข้ากับสายสีน้ำเงินตรงสถานีบางทำให้การเดินทางเข้าใจกลางเมืองกรุงเทพง่ายขึ้นมากซึ่งอาจใช้เวลา 40-50 นาที นอกจากนี้ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ บริเวณแยกแครายมาประมาณ 2.5 กม.จะขับรถเข้า-ออกเมืองก็สะดวกเช่นกัน

    แต่ที่สะดวกที่สุดก็คือคนที่ทำงานย่านนนทบุรีและคนที่ทำงานย่านบางซื่อ-จตุจักรซึ่งอนาคตจะเป็น Hub ของการเดินทาง

    สามารถดูรายละเอียดสถานีกลางบางซื่อเพิ่มเติมได้ที่บทความ BANGSUE GRAND STATION

    รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้าง รพ. รร. สวนสาธารณะและศูนย์ราชการ 

    โครงการล้อมรอบด้วยแหล่ง Shopping สิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ไกลจากพื้นที่อย่าง Big C รัตนาธิเบศร์ ที่อยู่บริเวณ MRT บางกระสอ ห่างจากโครงการ 500 ม. , Central Plaza รัตนาธิเบศร์ 1.5 กม. , ตลาดนัดนกฮูก Flea Market แห่งใหญ่ที่สุดของนนทบุรี นั่ง MRT เพียง 1 สถานีเท่านั้น

    นอกจากนี้ยังมีอุทยานมกุฏรมยสราญ สวนสาธารณะตั้งอยู่ภายในบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ขนาด 10 ไร่ ห่างเพียง 1 สถานีเช่นกัน , Esplanade,Tesco Lotus ,The Mall งามวงศ์วาน และ Pantip Plaza งามวงศ์วาน ที่ไม่ไกลมากนักจะขับรถหรือนั่งรถประจำทางก็สะดวก

    Point of Interests

     

    Fact

    Project Name : Aspire รัตนาธิเบศร์ 2
    Developer : เอพี
    Type :
     High Rise Condominium
    Location : 185 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
    Land area : 9-1-91.7 ไร่
    Total Floor : 2 อาคาร
    Total Units :
     1,429 ยูนิต (พักอาศัย 1,428 ยูนิต และ ร้านค้า 1 ยูนิต)

    Parking : 503 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน (40%)

    Type

    1 Bedroom 
    24.50 – 30.50 ตร.ม.

    2 Bedroom
    45.50 ตร.ม.

    Price

    Starting Price : 1.69 ลบ. 
    Average Price : 68,000 บาท/ตร.ม.
    ค่าส่วนกลาง : 40 บาท/ตร.ม. (ชำระล่วงหน้า 1  ปี)
    ค่ากองทุนเริ่มแรก : 350 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอน)

    Facilities

    – Lobby เปิดรับวิวกว้าง 360 องศา
    – สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ 2 ไร่
    – สระว่ายน้ำระบบเกลือ ความยาว 10 x 32 ม.
    – ฟิตเนส
    – ลานสันทนาการและสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง
    – อาคารจอดรถแยกส่วน
    – Access Card Control
    – CCTV
    – ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

    ลักษณะโครงการเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 2 ตึกคือ N กับ S สูง 25 ชั้น และอาคารจอดรถแยกสูง 8 ชั้นโดยบนอาคารจอดรถจะเป็นสวน ส่วน Main Lobby จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อาคาร ชั้น G เป็นร้านค้า, พื้นที่ส่วนกลาง ส่วนนิติบุคคลอาคารจะอยู่ทาวเวอร์ N และชั้น 2-28 เป็นที่พักอาศัย

    ห้องพักอาศัยขนาดเริ่มต้นที่ 24.50 ตร.ม. ถึง 30 ตร.ม. สำหรับแบบ 1 ห้องนอน ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอนมีขนาดอยู่ที่ 45 ตร.ม. ตกแต่งแบบ Fully Fitted มีตู้เสื้อผ้า,เคาน์เตอร์ครัวและชุดสุขภัณฑ์ พร้อมเข้าอยู่

    ปัจจุบันโครงการมีลูกบ้านอาศัยประมาณ 50% ส่วนใหญ่ทำงานหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล บริษัทเอกชน และตามแนวรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง โดยใช้เวลาเดินทางไปทำงานเฉลี่ยไม่เกิน 30 นาที

     

    Facilities

    พื้นที่ส่วนกลางจัดเต็ม! ต้นไม้ใหญ่ทั่วโครงการ

    เนื่องจากยูนิตในโครงการมีมากและมีเนื้อที่กว่า 9 ไร่ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างเยอะรวมแล้วมีพื้นที่กว่า 2 ไร่ ให้ลูกบ้านได้ใช้งานอย่างทั่วถึงไม่มีขาด ทั้งสระน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่กว่า 10 x 32 ม. พร้อมเก้าอี้ Daybed รอบสระ,ห้องฟิตเนสที่ให้อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครัน,ห้องซาวน์น่า,สนามเด็กเล่น

    สวนบนอาคารจอดรถ,Double Volume Lobby ที่เห็นวิวพื้นที่สีเขียวรอบด้านและทางวิ่ง ทางจักรยานรอบโครงการ ไว้ออกกำลังกายกลางแจ้งอีกด้วย รวมถึงโครงการมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ ต้นไม้ใหญ่ทั่วโครงการทั้งพื้นที่ด้านล่างและสวนส่วนกลางบนอาคาร ที่ให้ความร่มรื่น เย็นสบายและบรรยากาศที่ดีในโครงการ

     

    Unit Type

    1 BED 24.50 ตร.ม. ใช้งานได้จริง

    One Bedroom 24.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ลบ. เป็นห้องขนาดเล็กสุดของโครงการ พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มากแต่ออกแบบตอบสนองการใช้งานจริง มีฟังก์ชั่นที่ครบครัน

    โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนคือ ห้องนอน,ห้องน้ำ,ห้องนั่งเล่นและส่วนครัว โดยมีการปาดมุมผนังห้องน้ำเฉียงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถเดินเข้าออกส่วนครัวได้สะดวกขึ้น 

    Living Room

    เมื่อเข้าห้องมาก็จะเจอส่วนห้องนั่งเล่นที่มีการกั้นห้องกับห้องนอน

    “กระจกบานเลื่อนกั้นกับห้องนอนมีความสูง 2.5 ม. จรดฝ้า ทำให้ห้องดูโปร่งมากยิ่งขึ้น”

    ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ห้องแล้วยังช่วยให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่สามารถเปิดเพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้นหรือเวลาต้องกาารความเป็นส่วนตัวหรือทำครัวก็สามารถเลื่อนปิดได้เช่นกัน

    ส่วนนั่งเล่นสามารถวางโซฟา 2 ที่นั่งได้กับโคมไฟข้างๆได้ โดยมีระยะจุดนั่งกับทีวีที่สามารถวางทีวีขนาด 50 นิ้วได้สบายๆ และยังสามารถทำ Built-In เป็นชั้นวางของวางทีวีทำให้เก็บของได้มากขึ้นได้ด้วย

    Bedroom

    ในส่วนห้องนอนนั้น สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้โดยด้านข้างหัวเตียงยังมีพื้นที่สามารถทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ แม้พื้นที่ด้านข้างและด้านหน้าเตียงจะมีน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะใช้เดินผ่านไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหน้าต่างได้ มีแอร์ขนาด 12,000 BTU และ Built-In ตู้เสื้อผ้าแบบเลื่อนทำให้เนียนไปกับผนังและช่วยประหยัดพื้นที่ห้องด้วย

    “ช่องแสงของห้องนอนค่อนข้างใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติและมองวิวข้างนอกได้เต็มที่”

    ซึ่งทำให้ห้องอื่นสว่างอย่างทั่วถึงกัน รวมถึงมีหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย

    ส่วนห้องครัวโครงการให้ชุดเคาน์เตอร์ทั้งชิ้นบนและล่าง ตู้บนเคาน์เตอร์มีที่เว้นไว้สำหรับติดเครื่องดูดควันได้ ใต้เคาน์เตอร์ก็มีที่ให้สามารถวางเครื่องซักผ้าหรือถังขยะได้อีกด้วย มีพื้นที่วางตู้เย็นขนาดใหญ่กว่า 7 คิวขึ้นไปได้สบาย  

    ส่วนพื้นที่วางเตาแม้มีพื้นที่ไม่มากแต่ก็สามารถวางเตาอินดักชั่นทำอาหารได้ กำแพงปูกระเบื้องทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย และยังมีมุมทานอาหารที่มีพื้นที่วางโต๊ะกินข้าวชิดผนังนั่งได้ 2 คน ซึ่งดูอาจน้อยแต่หากอยู่คนเดียวหรือ 2 คน ก็นับว่าตอบโจทย์ในระดับนึง

    Bathroom

    ห้องน้ำให้สุขภัณฑ์เป็นอ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยมและโถสุขภัณฑ์ของ Cotto ฝักบัวสายอ่อนของ Prema  ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง มาตรฐานทั่วไปพื้นที่อาบน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจนด้วยฉากบานเลื่อนทำให้ประหยัดพื้นที่ 

    ในส่วนอาบน้ำมีชั้นวางของถึง 2 ชั้นทีเดียวของ Bathero ไว้สำหรับวางสบู่ อุปกรณ์อาบน้ำได้

    “ด้วยขนาดห้องกับราคาจึงเป็นห้องที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ อยู่อาศัยคนเดียว อยู่เป็นคู่หรือครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการเริ่มต้นหาที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่แพง”

     

    1 BED 30.00 ตร.ม. Function ลงตัว

    One Bedroom 30.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ลบ.โดยมี 2 แบบคือ B1 กับ B2 นับเป็นห้องที่ขายดีที่สุดของโครงการ ด้วยเหตุผลด้านฟังก์ชั่นที่ครบครันแบ่งพื้นที่ใช้งานที่ชัดเจนและออกแบบมาให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้นบวกกับความคุ้มค่าของราคา โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือห้องนอน,ห้องน้ำ,ห้องนั่งเล่นและห้องครัว โดยมีการกั้นห้องครัวด้วยกระจกบานเลื่อนและห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นโดยต้องเข้าผ่านประตูห้อง ไม่ได้เป็นฉากบานเลื่อน

    ข้อแตกต่างแบบ B1 กับ B2 คือการกลับด้านห้องนอนห้องครัวกับห้องน้ำแบบ B1 จะติดห้องนอนเหมือนมีห้องน้ำส่วนตัวกับ B2 ที่ห้องน้ำแยกออกมาจากห้องนอนและกั้นห้องด้วยกระจกบานเลื่อนแทนประตู ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ

    Living Room

    ห้องที่ทางเราได้ไปดูก็คือแบบ B1 ที่ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวเมื่อเข้าห้องมาก็จะเจอส่วนห้องนั่งเล่น

    “กระจกบานเลื่อนกั้นกับห้องครัวที่มีความสูง 2.5 ม. จรดฝ้า ทำให้ห้องดูโปร่งมากยิ่งขึ้น”

    ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ห้องแล้วยังช่วยให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทางฝั่งขวาจะเป็นห้องนอนที่มีประตูทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น

    “ส่วนนั่งเล่นสามารถวางโซฟา 2 ที่นั่งหรือจะขยายเป็นโซฟาแบบนอนได้ หรือมุมโต๊ะทำงานก็ดีแทนที่โคมไฟด้านข้างได้”

    โดยมีระยะจุดนั่งกับทีวีที่สามารถวางทีวีขนาด 50 นิ้วได้สบายๆและยังสามารถทำ Built-In เป็นชั้นวางของวางทีวีทำให้เก็บของได้มากขึ้น ด้านข้างที่วางทีวีก็มีตู้เก็บรองเท้าแบบ Built-In มาให้อีกด้วย

    Bedroom

    ในส่วนห้องนอนนั้น ห้องนอนมีประตูเข้าออกแยกเป็นห้องนอนโดยเฉพาะทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้โดยด้านข้างหัวเตียงเหลือพื้นที่พอสมควร จะแบ่งทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ แม้พื้นที่ด้านข้างและด้านหน้าเตียงจะมีน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะใช้เดินผ่านไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหน้าต่างได้ มีแอร์ขนาด 12,000 BTU และ Built-In ตู้เสื้อผ้าแบบเลื่อนทำให้เนียนไปกับผนังและช่วยประหยัดพื้นที่ห้องด้วย

    “ส่วนช่องแสงของห้องนอนค่อนข้างใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติและมองวิวข้างนอกได้เต็มที่”

    ซึ่งทำให้ห้องอื่นสว่างอย่างทั่วถึงกันเมื่อเปิดประตูห้องนอน รวมถึงมีหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้หากเป็นห้อง B1 ก็จะมีห้องน้ำส่วนตัวอีกด้วย

    “ส่วนห้องครัวมีกระจกบานเลื่อนกั้นห้องครัวกับส่วนนั่งเล่นทำให้เวลาทำอาหารกลิ่นไม่ไปรบกวนห้องอื่น”

    โครงการให้ชุดเคาน์เตอร์ทั้งชิ้นบนและล่าง ตู้บนเคาน์เตอร์มีที่เว้นไว้สำหรับติดเครื่องดูดควันได้ ใต้เคาน์เตอร์ก็มีที่ให้สามารถวางเครื่องซักผ้าหรือถังขยะได้อีกด้วย มีพื้นที่วางตู้เย็นขนาดใหญ่กว่า 7 คิวขึ้นไปได้สบาย 

    Bathroom

    ในส่วนห้องน้ำเหมือนกับห้อง 24.50 ตร.ม.ทุกประการ มีข้อแตกต่างตรงที่

    “ห้องแบบ B1 ห้องน้ำจะอยุ่ติดห้องนอนเหมือนมีห้องน้ำส่วนตัว”

    สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในการใช้ห้องน้ำส่วน

    “ห้องแบบ B2 ห้องน้ำจะแยกจากห้องนอนหากไม่อยากให้คนนอกผ่านห้องนอนตัวเอง”

    “หากคุณต้องการห้องที่ได้พื้นที่ใช้งานและความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นเพื่อรองรับการเริ่มต้นครอบครัวขนาดเล็ก หรือหากอยู่คนเดียวก็นับว่ามีที่เหลือไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ ห้องขนาด 30 ตร.ม. นับว่าค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว”  

     

    สรุปทุกประเด็นของ ASPIRE รัตนาธิเบศร์ 2

    ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างหลายประการทำให้โครงการ ASPIRE รัตนาธิเบศร์ 2 มีความโดดเด่น คุ้มค่า เเละน่าสนใจในเรื่อง

    ทำเลที่ตั้งอุดมสมบูรณ์ ใกล้รฟฟ. เข้าออก-เมืองสะดวก เชื่อมต่อ NEW CBD รวดเร็ว

    ใกล้รฟฟ.สีม่วง 2 สถานีและทางด่วน เข้า-ออกเมืองสะดวกรวดเร็ว สามารถเชื่อมต่อไปแหล่งงานแห่งใหม่ของเมือง ย่านบางซื่อ-จตุจักรซึ่งอนาคตจะเป็น Hub ของการเดินทางและ CBD ใหม่ของกรุงเทพฯ รวมทั้งรายล้อมด้วย ห้าง,รพ,รร.,สวนสาธารณะ,ศูนย์ราชการ สิ่งอำนวยความสะดวกในย่านที่ครบครัน

    ส่วนกลางจัดเต็ม พื้นที่สีเขียว ต้นไม้ใหญ่ ทั่วโครงการ

    พื้นที่ส่วนกลางกว่า 2 ไร่ พื้นที่และอุปกรณ์ครบครัน ใช้ได้อย่างทั่วถึง บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ในโครงการ

    ฟังก์ชั่นตอบสนองการใช้งาน พร้อมเข้าอยู่ ราคาดี

    ออกแบบได้ลงตัวฟังก์ชั่นครบ ห้องตกแต่งแบบ Fully Fitted มีให้ตู้เสื้อผ้า, เคาน์เตอร์ครัวและชุดสุขภัณฑ์พร้อมเข้าอยู่ ห้องขนาดเริ่มต้น 24.50 ตร.ม.แบ่งห้องนั่งเล่นกับห้องนอนด้วยครัวแบบเปิด ถ้าเป็นแบบ 30 ตร.ม. ห้องนอนจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงห้องครัวที่เพิ่มกระจกบานเลื่อนทำเป็นครัวปิดได้ วัสดุอยู่ในเกรดปานกลางเป็นมาตรฐานทั่วไป

    เมื่อเทียบทั้งทำเล ส่วนกลาง และห้องพักกับราคาถือว่าคุ้มค่า

    ที่สำคัญคือโปรโมชั่น แถมเฟอร์ฯ ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน ประหยัดกว่าแสนบาท !

    ในส่วนข้อด้อย เนื่องจากโครงการมีขนาดใหญ่ ทำให้มีลูกบ้านเยอะที่มาแชร์ใช้พื้นที่ส่วนกลาง ความเป็นส่วนตัวคงจะไม่เท่าโครงการที่มียูนิตน้อยกว่า และบริเวณนี้อยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนอาจมีรถติดบ้างในช่วงเวลาเร่งด่วน

    สรุป โครงการนี้เหมาะสมกับผู้กำลังหาคอนโดที่พร้อมเข้าอยู่ทันทีในราคาที่จับต้องได้ ตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ เดินเท้าไปรถไฟฟ้าได้ ใกล้แหล่งช้อป ชิม ชิล ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อยู่คนเดียว 2 คนหรือเพิ่งเริ่มต้นครอบครัว ทำงานในย่านนนทบุรี ย่านบางซื่อ-จตุจักรหรือใจกลางเมืองก็ยังสะดวก หรือจะลงทุนปล่อยขายหรือเช่า ซึ่งคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นหลังโครงการ BTS สายสีชมพูสร้างเสร็จสมบูรณ์

     

    Promotion

    จะเช่าอยู่ทำไม เป็นเจ้าของได้ง่ายกับโปรผ่อนสบายๆ ล้านละ 2,500 บ.*   
    พิเศษ! เฉพาะตุลาคมนี้ รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บ.
    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษที่ goo.gl/sCfTVD  หรือโทร 1623

  • METRO SKY บางซื่อ-ประชาชื่น

    คอนโดทำเลดี ติดรถไฟฟ้า 2 สาย เพียง 4 สถานี ถึง BTS หมอชิต

    * ราคา Promotion ของโครงการ

    METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น 

    เป็นคอนโด High Rise 3 อาคาร ของ Developer เจ้าดังอย่าง Property Perfect บน ถ. ประชาชื่น  ติดรถไฟฟ้าถึง 2 สาย ภายใต้แนวคิด Diamond Shape Building Skin ให้คุณใช้ชีวิตเหนือระดับ รับวิวขอบฟ้าได้ทุกองศา

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดที่เดินทางสะดวก ทำงานใช้รถไฟฟ้า หรือ ขับรถในการเดินทาง แถมวางทิศห้องพักดี หันตามแนวทิศเหนือ-ใต้ อยู่สบายไคอนโด METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น  เป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ  

    ติดรถไฟฟ้าสายสีแดง (หน้าโครงการเลย) และ MRT สายสีม่วง เพียง 500 ม. ถึงสถานีบางซ่อน และใกล้กับ สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางระบบคมนาคมในอาเซียน 

    นอกจากนี้ยังใกล้กับทางขึ้นทางด่วนศรีรัช เข้าเมืองตรงด่านแยกประชานุกุลได้เลย ระยะทางประมาณ 1.9 กม.จากโครงการ หรือ ออกนอกเมืองขึ้นไปทางกรุงเทพตอนเหนือก็สามารถขึ้นทางด่วนศรีรัชที่ด่านประชาชื่นได้เลยเช่นกัน

    ถึงจะมียูนิตค่อนข้างมาก ประมาณ 1,319 ยูนิต แต่โครงการก็ได้จัด Facilities บนยอดตึกให้เยอะพอสมควรทีเดียว ทุกห้องตกแต่งแบบ Fully Fitted  ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.15 ลบ.

    FACT

    1 Sep 2017

    INFORMATION

    โครงการ :
    METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น

    เจ้าของโครงการ :
    Property Perfect 

    พื้นที่โครงการ :
    7 – 2 – 33 ไร่

    ที่ตั้ง :
    ถ. บางซื่อ – ประชาชื่น

    จำนวนอาคาร : 3 อาคาร

    จำนวนชั้น :
    – อาคาร A : 25 ชั้น 491 ยูนิต
    – อาคาร B : 21 ชั้น  375 ยูนิต
    – อาคาร C : 23 ชั้น 480 ยูนิต

    จำนวนห้อง : 1,319 ยูนิต

    ความคืบหน้า : สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเข้าอยู่

    เว็บไซต์ :
    METRO SKY บางซื่อ-ประชาชื่น

    UNIT TYPE

    จำนวนยูนิตทั้งหมด :
     1,319 ยูนิต

    – 1 ห้องนอน
    24 – 36 ตร.ม.
    – 2 ห้องนอน
    43 – 45 ตร.ม.
    – Moff Design
    34 – 47 ตร.ม.
    – Moff Combine
    72 – 76 ตร.ม.

    FACILITIES

    ที่จอดรวม : 40 %
    (รวมจอดซ้อนคัน)
    ข้างนอกอาคาร : 57 คัน
    ข้างในอาคาร : 485 คัน

    – Sky Swimming Pool
    – Sky Rooftop Garden
    – Sky Lounge
    – Sky View Fitness Center

    RETAIL :
    – 7 – Eleven

    PRICE

    ราคาเริ่มต้น : 2.15 ลบ.

    ค่าจอง : 10,000 บ.

    ทำสัญญา :
    20,000 บ. / ห้อง
    30,000 บ. / 2 ห้อง

    ค่าส่วนกลาง : 35 บ. / ตร.ม.

    ค่ากองทุน : 500 บ. / ตร.ม.

    นิติบุคคล : Qpm

    PROMOTION

    พร้อมอยู่ พร้อมเฟอร์ ผ่อนสบาย ล้านละ 2,000 บ. นาน 2 ปี *

    PRODUCT

    METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น
    โครงการเป็น High Rise Condominium 3 อาคาร
    ความสูงแต่ละอาคารมี 21 , 22 และ 24 ชั้น รวมที่พักอาศัยจำนวน 1,356 ยูนิต โดยมีห้องทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่

    – MOFF Combine
    72 – 76 ตร.ม.

    – MOFF Design
    34 – 47 ตร.ม.

    – 2 – Bedroom
    43 – 58 ตร.ม.

    – 1 – Bedroom
    24 – 36 ตร.ม.

    MOFF Design
    (Combine)

    – 3 ห้องนอน
    – 1 รับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 2 ห้องน้ำ

    MOFF Design

    – 1 ห้องนอน
    – 1 ห้องนั่งเล่น
    – 1 ห้องรับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 1 ห้องน้ำ

    2 – Bedroom

    – 2 ห้องนอน
    – 1 ห้องรับแขก
    – 1 ห้องทานอาหาร
    – 1 ห้องครัว
    – 2 ห้องน้ำ

    1 – Bedroom

    – 1 ห้องนอน
    – 1 ห้องรับแขก
    – 1 ห้องครัว
    – 1 ห้องน้ำ

     

    FACILITIES

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงกลางมีทุกอาคาร และมีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกัน ดังนี้

    อาคาร A

    – สระว่ายน้ำแบบ Dip Pool , ลานนั่งเล่น , Sky lounge 24 ชม.

    พื้นที่ดาดฟ้า อาคาร A มีสระว่ายน้ำขนาดเล็ก , พื้นที่นั่งเล่น ทัศนียภาพเมือง 360 องศา

    พื้นที่ดาดฟ้า อาคาร A  พื้นที่นั่งเล่น และ ฟิตเนส ทัศนียภาพเมือง 360 องศา

    อาคาร B

    – สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 30 x 10 ม. ลึก 1.2 ม. , ห้องซาวน่า , Sky Fitness , ที่จอดรถ

    Sky Infinity Edge Pool ระบบน้ำเกลือ วิวเมือง

    Sky Fitness ในอาคาร B 

    อาคาร C

    – สระว่ายน้ำ Dip Pool , Sky Jogging Track , ห้องสมุด , Terrace วิวเมือง

    พื้นที่ดาดฟ้า อาคาร C มีสระว่ายน้ำ Dip Pool และ ห้องสมุด

    พื้นที่ดาดฟ้าอาคาร C และ Sky Jogging Track

    พื้นที่ Terrace วิวเมือง ในอาคาร C ชั้นที่ 14

    พื้นที่ส่วนกลางรวม

    – พื้นที่นั่งเล่น , สนามเด็กเล่น , พื้นที่จอดรถนอกโครงการ ระหว่างตึก B และ C

    บรรยากาศสวนพักผ่อนในโครงการระหว่างตึก B และ ตึก C

     

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (Facilities โครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    LOCATION

    ทำเล METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น

    ทำเลค่อนข้างสะดวกสบายในการเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนั่งรถไฟฟ้า  ขับรถบนถนน หรือ ขึ้นทางด่วน ที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่เข้า – ออกเมืองสะดวก และ หลายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอย่าง แหล่งช้อปปิ้ง ย่านกินดื่ม สวนสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

    ติดรถไฟฟ้าสายสีแดง และ MRT สายสีม่วง เพียง 500 ม. ถึงสถานีบางซ่อน และใกล้กับ สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางระบบคมนาคมในอาเซียน 

    ตัวโครงการอยู่บน ถ. ประชาชื่น เชื่อมถนนหลายเส้นทางในกรุงเทพทั้ง ใน – นอกเมือง อย่าง ถ.เทอดดำริ , ถ. รัชดา , ถ. วิภาวีรังสิต , ถ.ดินเเดง เป็นต้น 

    นอกจากนี้ยังใกล้กับทางขึ้นทางด่วนศรีรัช เข้า – ออกเมืองตรงแยกประชานุกุลได้เลย ระยะทางประมาณ 1.9 กม. หรือ ออกนอกเมืองขึ้นเหนือก็สามารถขึ้นทางด่วนศรีรัชที่ด่านประชาชื่นได้เลยเช่นกัน

    COMMERCIAL AREA
    ชุมทางสยามยิปซี (500 ม.)
    Tesco Lotus ประชาชื่น (1.7 กม.)
    Big C วงศ์สว่าง (2.3 กม.)
    ตลาด อตก. (4.7 กม.)
    Central Plaza ลาดพร้าว (5 กม.)
    ยูเนี่ยนมอลล์  (5.8 กม.)

    ตลาดนัดสวนจตุจักร (5.9 กม.)

    HOSPITAL
    รพ. เกษมราษฎร์ ประชาชื่น (1 กม.)

    SCHOOL /  UNIVERSITY
    รร.โยธินบูรณะ (4 กม.)
    มจพ.พระนครเหนือ (4 กม.)

    PARK
    สวนรถไฟ (6 กม.)
    สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (6 กม.)
    สวนวชิรเบญจทัศ (6 กม.)

    POINT OF INTERESTS

    ชุมทางสยามยิปซี


    Image : Twitter

    ตลาด อตก.


    Image : Mthai News

    Central Plaza ลาดพร้าว


    Image : Urbanbox

    ตลาดนัดสวนจตุจักร 


    Image : Duet Diary

    รพ. เกษมราษฎร์ ประชาชื่น


    Image : Motor Time Online

    มจพ. พระนครเหนือ


    Image : Tlcthai

    สวนรถไฟ


    Image : Suvarnabhumi Airport

    สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์


    Image : ผู้จัดการออนไลน์

    FUTURE  INFRASTRUCTURE

     

    รถไฟฟ้า

    ที่ตั้งของโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางซ่อน สามารถเดินทางไปสนามบิน ทั้งสุวรรณภูมิ หรือ ดอนเมือง และ MRT สายสีม่วง ผ่านบางซื่อ – บางใหญ่

    นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อไปสายเส้นอื่นๆได้อีกหลากหลายสายในกรุงเทพ เพียง 500 ม. ถึงสายสีน้ำเงิน วิ่งผ่านรอบกรุงเทพ เชื่อมกับสายอื่นๆ
    อย่างสายสีเขียว สีส้ม
    สีเหลือง 

    ความคืบหน้ารถไฟ  คลิก

    สถานีกลางบางซื่อ

    บางซื่อกำลังถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายระบบคมนาคมทางรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    เนื่องจากเป็นสถานีที่มีรถไฟฟ้าผ่าน 4 สาย ได้แก่ สายสีแดงชานเมือง สายสีแดงอ่อน สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว และนอกจากนั้นยังมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้

    บริเวณรอบสถานีจะพัฒนาเป็น TOD (Transit Oriented Development) ที่รองรับประชากรที่เข้ามาได้มากขึ้นถึง 2,000,000 คน

    แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน อย่างครบวงจร ทั้งแหล่งกินดื่ม พาณิชยกรรม สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โรงแรม รวมไปถึงสถานที่จัดประชุมสัมมนา

    ความคืบหน้าสถานีบางซื่อ คลิก

     

    ACCESSIBILITIES

    จุดที่ 1 ลงทางด่วนศรีรัช เข้าสู่ ถ. ประชาชื่น
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    วิ่งจากเส้นทางทางด่วนพิเศษศรีรัช พอถึงแยกทางลงเข้า ถ.รัชดาภิเษกให้ลงชิดซ้ายไว้ จะเจอสี่เเยก (สังเกตก่อนเจอสี่แยกจะเจอคลองประปาก่อน) เลี้ยวซ้ายเข้า ถ. ประชาชื่น วิ่งตรงประมาณ 900 ม. จะเห็นโครงการอยู่ขวามือ

    จุดที่ 2 จากสถานีบางซื่อ และ เตาปูน เข้าสู่ ถ. ประชาชื่น
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    มาจากทาง MRT สถานีบางซื่อ และ สถานีเตาปูนให้มาทาง ถ. ประชาราษฎร์สาย 2 จะเจอกับสี่แยกประชาราษฎร์ ให้เลี้ยวเส้นเข้า ถ. ประชาชื่น (สังเกต ถนนอยู่คนละฝั่งกับห้าง Tesco Lotus ประชาชื่น) และวิ่งตรงยาวจนเลย สี่แยกทางด่วนศรีรัช ตรงไปประมาณ 80 ม.ถึงโครงการซ้ายมือ

     

    จุดที่ 3 มาจากฝั่งธน เข้าทางด่วนศรีรัชรอบนอก
    เข้าโครงการ
    (ดูพิกัดได้จาก Google Maps)

    ถ้ามาจากฝั่งธนบุรี เข้า ถ.ราชพฤกษ์ เข้าสู่ทางด่วนพิเศษศรีรัช วงเเหวนรอบนอก วิ่งตรงข้าม ม. เจ้าพระยา ให้ชิดซ้ายเบี่ยงลงถนนด้านล่าง ขับตรงมาเรื่อยๆ จนเจอสี่เเยก ให้เลี้ยวเข้า ถ. กรุงเทพ – นนทบุรี ขวามือ ฝั่งสถานีบางซ่อน รถไฟฟ้าสายสีม่วง ขับลงมา 300 ม. เลี้ยวเข้า ซ. ส.ธรรมภักดี ทะลุออก ถ. ประชาชื่น ขับตรงไปจนเลยสี่เเยกทางด่วนศรีรัช 80 ม. ถึงโครงการซ้ายมือ

     

    SURROUNDINGS

    ทิศเหนือ

    ติดกับที่พักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ สูงประมาณ 2 – 3 ชั้น

    ทิศใต้

    ติดกับเส้นรถไฟฟ้าสายสีเเดงสถานีบางซ่อน เส้นทางรถไฟ และ ทางพิเศษศรีรัช – วงเเหวนรอบนอก ทั้งหมดกว้าง 65 ม. คั่นกับที่พักอาศัยประมาณ 3 – 5 ชั้น มีตึกสูงขึ้นประปราย

    ทิศตะวันออก

    ติดกับ ถ. ประชาชื่นกว้าง  18 ม. และที่พักอาศัยสูงประมาณ 3 – 5 ชั้น และฝั่งตรงข้ามเป็นคลองประปากว้าง 25 ม. คั่นกับอาคารพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น

     

    ทิศตะวันตก

    ติดกับเส้นรถไฟฟ้าสายสีเเดงกับ MRT สายสีม่วง รอบข้างเป็นที่อยู่อาศัย และ อพารท์เม้นท์ สูงประมาณ 3 – 5 ชั้น

    SALES GALLERY

    ตัว Sales Gallery อยู่หัวมุมคอนโดตึก A
    เดินตรงมาจากทางเข้าหลักของโครงการเข้าตึกแรกได้เลย
    สามารถเข้าชมโครงการ เวลา 10 โมงเช้า – 5 โมงเย็น

    หลังจากขายห้องหมดแล้ว ตัว Sales Gallery จะเปลี่ยนเป็นร้านค้า
    ขณะนี้โครงการขายไป 70 % แล้ว 


    พื้นที่ภายใน Sales Gallery


    พื้นที่ภายใน Sales Gallery ส่วนแสดงแบบจำลอง


    แบบจำลองโครงการ ฝั่งตะวันตก


    แบบจำลองโครงการ ฝั่งตะวันออก

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY (ทางเข้าโครงการ)

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    MASTER PLAN

     

    โครงการมี 3 อาคาร คือ อาคาร A (ออก) , อาคาร B (ตก) และอาคาร C (เหนือ)

    TOWER A

    ชั้นที่ 1  มี Lounge และ ร้านค้า จำนวน 8 ร้าน

    ชั้นที่ 2 – 11   เป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 26.55  – 36.40 ตร.ม.

    ชั้นที่ 12 – 16 (1 st)   เป็นห้องแบบ Moff Design ขนาด 26.55  – 36.40 ตร.ม.

    ชั้นที่ 12 – 16 (2 nd)   เป็นห้องแบบ Moff Design ขนาด 26.55  – 36.40 ตร.ม.

    ชั้นที่ 17 – 24 (1 st)  โดยชั้น 17 – 23 เป็นห้องแบบ Moff Design ขนาด 35.9  – 47.65 ตร.ม. และ ชั้น 24 เป็นแบบ Moff Combine ขนาด 72  – 76 ตร.ม.

    ชั้นที่ 17 – 24 (1 st)  โดยชั้น 17 – 23 เป็นห้องแบบ Moff Design ขนาด 35.9  – 47.65 ตร.ม. และ ชั้น 24 เป็นแบบ Moff Combine ขนาด 72  – 76 ตร.ม.

    TOWER B

    ชั้นที่ 1 – 6 เป็นที่จอดรถของโครงการ ข้างหน้าชั้น 1 เป็น Lobby และ Mail box

    ชั้น 7 เป็นชั้นพื้นที่สวนกลาง ส่วนมากเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom และ มีห้องแบบ 2 – Bedroom 2 ห้องตรงหัวมุม
    ชั้นนี้เป็นชั้นที่พิเศษกว่าชั้นอื่นๆสามารถเดินเข้าพื้นที่ส่วนกลาง บนทางส่วนตัวของชั้นได้เลย มีความส่วนตัวระดับนึง

    ชั้น 8 ส่วนมากเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom เป็นขนาด 24.50  – 35.67 ตร.ม. มีแบบห้อง 2 – Bedroom 2 ห้องตรงหัวมุม เป็นขนาด 43.09 ตร.ม.

    ชั้น 9 – 14 ส่วนมากเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom เป็นขนาด 24.50  – 35.67 ตร.ม. มีแบบห้อง 2 – Bedroom 2 ห้องตรงหัวมุม เป็นขนาด 43.09 ตร.ม.

    ชั้น 15 – 21 ส่วนมากเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom เป็นขนาด 24.62  – 35.75 ตร.ม. มีแบบห้อง 2 – Bedroom 2 ห้องตรงหัวมุม เป็นขนาด 43 ตร.ม.

    TOWER C

    ชั้น1 จะมี Lobby , ร้านค้า จำนวน 1 ร้าน และที่อยู่อาศัย

    ชั้น 2 ส่วนมากจะเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 24.47 – 33.27 ตร.ม. และ
    ห้องแบบ 2 – Bedroom ขนาด 43.40  – 45.10 ตร.ม.

    ชั้น 3 – 8  ส่วนมากจะเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 24.71 – 33.27 ตร.ม. และ
    ห้องแบบ 2 – Bedroom ขนาด 43.40  – 45.10 ตร.ม. ตรงโถงลิฟท์ และ มุมห้องฝั่งตะวันออก

    ชั้น 9 – 12  ส่วนมากจะเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 24.87 – 33.35 ตร.ม. และ
    ห้องแบบ 2 – Bedroom ขนาด 43.56  – 45.17 ตร.ม. ตรงโถงลิฟท์ และ มุมห้องฝั่งตะวันออก

    ชั้น 14 – 15  ส่วนมากจะเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 24.87 – 33.35 ตร.ม. และ
    ห้องแบบ 2 – Bedroom ขนาด 43.56  ติดโถงลิฟท์ฝั่งตะวันออก 

    โดยชั้น 14 เป็นชั้นที่พิเศษกว่าชั้นอื่นๆ ในอาคาร C เนื่องจากมี Terrace นั่งเล่น ชมวิวเมือง

    ชั้น 16 – 22  ส่วนมากจะเป็นห้องแบบ 1 – Bedroom ขนาด 24.87 – 27.69 ตร.ม. และ
    ห้องแบบ 2 – Bedroom ขนาด 43.56  – 45.17 ตร.ม. ตรงโถงลิฟท์ และ มุมห้องฝั่งตะวันออก

     

    UNIT TYPE 

    TOWER A

    ในอาคาร มีห้อง 3 แบบ แบ่งแต่ละชั้นดังนี้

    ชั้น 2 – 11     ห้องแบบ 1 – Bedroom
    ชั้น 12 – 23  ห้องแบบ Moff Design
    ชั้น 24          ห้องแบบ Moff Combine

    เป็นอาคารเดียวที่มีห้องแบบ Moff Design ห้องที่มีชั้นลอย มีเพดานสูง 4.5 ม. และชั้นที่ 24 บนสุดของอาคาร A  จะเป็นห้องขนาดใหญ่กว่าชั้นอื่นๆ และ แพงกว่าชั้นอื่นๆด้วย

    เพราะ ห้องเป็นแบบ Moff Design 2 ห้องเชื่อมกันได้ คือ ห้องแบบ Moff Combine มีเนื้อที่เยอะ โล่งสบายกว่าห้องอื่นๆ ขนาด 72 – 76 ตร.ม. 

    TOWER B

    ในอาคาร B มีห้อง 5 ขนาด ทั้งแบบ 1 – Bedroom และ 2 – Bedroom คละกันทุกชั้น

    TOWER C

    ในอาคาร C มีห้อง 4 ขนาด ทั้งแบบ 1 – Bedroom และ 2 – Bedroom คละกันทุกชั้น

     

    SHOW UNIT

    MOFF Combine (3 ห้องนอน)

     

    ห้องรับแขก

    เนื่องจากเป็นห้องแบบ Moff Combine สองห้องของ Moff Design เชื่อมกันจึงมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะเเละโล่งสบาย ด้วยเพดานสูงถึง
    4.5 ม.

    ตัวพื้นที่ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร อยู่ในระยะใช้สอยพอดี
    เหมาะเเก่การอยู่อาศัยได้สบาย 2 – 4 คน

    ผนังที่ได้จริงเป็นผนังฉาบปูนเรียบติด Wallpaper สีเทา ไฟติดเพดานเป็นไฟแบบ Down Light  เพดานสูงทำให้ห้องดูใหญ่ โล่งสบาย แบ่งสัดส่วนการใช้งานชัดเจน

     

    ห้องนอน 1

    ห้องนอนใหญ่ของห้องแบบ Moff Combine สามารถวางเตียงควีนไซส์ได้สบาย มีที่ใช้สอยเดินสะดวก

    ด้านข้างสามารถวางโต๊ะวางของ หรือ โซฟาได้ ด้านหน้าเป็น Built – in เสื้อผ้า และ โต๊ะเครื่องแป้ง แบ่งสัดส่วนชัดเจนพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในห้อง

    โดยห้องนอนสามารถมองเห็นห้องนอนชั้นลอยด้านบนได้ เพราะมีหน้าต่างมองหาถึงกันได้ ขนาดค่อนข้างกว้างสบาย เพดานสูงดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด เหมาะเเก่การนอนพักอาศัยสบาย 1 – 2 คน และค่อนข้างส่วนตัวกว่า
    ห้องอื่นๆ

    ห้องนอน 2

    เป็นห้องนอนเล็กบนชั้นลอย ฝั่งห้องนอนใหญ่ เหมาะเเก่การนอนสบายสำหรับ 1 คน โดยแบ่งแยกการใช้งานชัดเจน อีกฝั่งเป็นที่นอน และตรงข้ามเป็น ส่วนนั่งเล่น ต้องวางทีวีติดผนัง และมีที่เก็บของนิดหน่อยในห้อง และสามารถมองเห็นห้องนอนใหญ่ได้

    ห้องนอน 3

    เป็นห้องนอนเล็กบนชั้นลอย ฝั่งห้องครัว เหมาะเเก่การนอนสบายสำหรับ 1 คน ขนาดห้อง ประโยชน์ใช้สอย เหมือนห้องนอน 2 แต่ต่างกันตรงที่อยู่ใกล้ห้องน้ำรวม และ ไม่ส่วนตัวมากกว่าห้องนอน 2 เพราะใกล้กับห้องรับแขก แต่เดินเข้าออกสะดวกกว่า

     

    ส่วนรับประทานอาหาร

    อยู่เชื่อมต่อกันกับโซนรับแขก โดยแยกออกจากห้องครัว กั้นด้วยประตูบานเลื่อน ช่วยกันกลิ่นอาหารและเสียงไม่ให้รบกวนมาในโซนรับแขก และยังสามารถประยุกต์เป็นโต๊ะทำงานรวมของห้องในเวลาอื่นก็ได้ 

    พื้นที่ีในส่วนรับประทานอาหารค่อนข้างมีจำกัด ต้องวางให้ดี เพราะอาจจะขวาง หรือ เกะกะ การเดินทางของห้องได้

    ขนาดโต๊ะทานอาหาร
    เหมาะเเก่ขนาดโต๊ะที่นั่งประมาณ 2 – 4 คน ระยะพอดีเเละสะดวกในการเดิน

     

    ห้องครัว

    เหมาะเเก่การทำครัวขนาดเล็ก อุ่นอาหาร และ ล้างจานมากกว่า

    เนื่องจากไม่ได้ออกแบบมาเน้นเพื่อทำครัวขนาดใหญ่ มีแค่ช่องใส่สำหรับไมโครเวฟ หรือ กาน้ำร้อน และออกแบบที่วางตู้เย็น สำหรับขนาดเล็ก – กลาง

    เหมาะสำหรับคนทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารเน้นซื้ออาหารจากข้างนอกมาอุ่นทานที่บ้าน หรือ ทำครัวขนาดเล็ก ใช้เวลาไม่นานในการทำอาหาร ตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็ว ทำความสะอาดง่าย คล่องตัวในการใช้งาน 

     

    ห้องน้ำ

    ในห้องแบบ Moff Combine มี 2 ห้องน้ำ ซึ่งมีขนาดและการใช้งานเหมือนกัน

    โดยมีอยู่ในห้องครัว ซึงเป็นห้องน้ำรวม และ อยู่ในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องน้ำส่วนตัว ขนาดค่อนข้างพอดี กระชับในการอาบน้ำ แต่งตัว

    ห้องน้ำออกแบบแยกส่วนแห้ง และ ส่วนเปียก แยกออกจากกันชัดเจน เรียบง่าย ใช้งานสะดวก โดยสุขภัณฑ์และอุปกรณ์เป็นของยี่ห้อ Cotto ซึ่งจะได้รับไปทั้งหมด พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อ Mex รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY ( Moff Combine )

     

     

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Dining room
    จุดที่ 2 – Living Room
    จุดที่ 3 – Bedroom 1
    จุดที่ 4 – Kitchen
    จุดที่ 5 – Bathroom 1
    จุดที่ 6 – Bathroom 2
    จุดที่ 7 – Bedroom 2
    จุดที่ 8 – Bedroom 3

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    MOFF Design ( 1 ห้องนอน )

     

    ห้องรับแขก

    ตัวห้องเชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหาร และ ใกล้กับห้องครัว เน้นออกแบบใช้ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าตกแต่ง สามารถวางโต๊ะทำงาน หรือ วางโซฟาได้หนึ่งตัว ติดทีวีชิดผนังเป็นพื้นที่นั่งเล่นก็ได้

    เหมาะสำหรับคนทำงาน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคล่องตัว รวดเร็วแต่ต้องการพื้นที่ไม่แคบแออัด เน้นทำงานเสร็จกลับมาพักผ่อนแล้วไปทำงานต่อ

    เหมาะสำหรับ 1 – 2 คนในการอยู่อาศัยสบาย ด้วยเพดานสูง 4.5 ม. มีความโปร่งโล่งสบาย ไม่อึดอัดจนเกินไป

     

    ห้องนอน

    สามารถใส่เตียงขนาดควีนไซส์ได้พอดี แต่พื้นที่ในการเดินรอบห้องอาจจะแคบไปสักหน่อย ไม่สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้มาก แต่สามารถใส่ตู้เสื้อผ้าได้ตู้นึง

    เหมาะสำหรับเน้นมานอนโดยเฉพาะ ค่อนข้างสบายโปร่งโล่งกว้าง เนื่องจากเพดานสูงถึง 4.5 ม.อยู่จึงไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหรนัก

    ตัวห้องสามารมองเห็นกันกับชั้นลอยห้องนั่งเล่นข้างบน หน้าต่างเป็นแบบกระจากบานกระทุ้ง 1 บาน เหมาะกับคนชอบเปิดแอร์ในห้องทั้งวันอยู่แล้ว

     

    ห้องนั่งเล่น

    ตัวห้องอยู่ชั้นลอย บนห้องนอน สามารถมองเห็นห้องนอนผ่านกระจกกั้น ตัวห้องขนาดพอดีสำหรับ 1 – 2 คนพักสบาย

    เป็นห้องนั่งเล่น ดูทีวี หรือ พักผ่อน ในช่วงวันหยุด หรือ ประยุกต์เป็นพื้นที่ทำงาน หรือ พื้นที่เก็บของได้ ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าตกแต่งสำหรับคนในยุคสมัยนี้

    เพดานอาจจะต่ำประมาณ
    2 ม. แต่ก็ไม่ได้ต่ำจนเกินไป ถ้าเทียบกับประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่อย่างจำกัด ให้ความเป็นส่วนตัวและสงบกว่าห้องรับแขกด้านล่าง 

     

    ส่วนทานอาหาร

    เนื่องจาก ออกแบบตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทำงาน พื้นที่รับประทานอาหารจึงต้องคล่องตัวและสะดวกในการใช้สอย อยู่ในโซนเดียวกับรับแขก ใกล้กับห้องครัว

    พื้นที่ีในส่วนรับประทานอาหารค่อนข้างมีจำกัด ต้องวางให้ดี เพราะอาจจะขวาง หรือ เกะกะ การเดินทางของห้องได้

    สามารถวางโต๊ะได้แบบคนนั่งสบาย 1 – 2 ที่นั่ง เป็นระยะที่พอดีเเละสะดวกในการเดิน

     

    ห้องครัว

    เหมาะเเก่การทำครัวขนาดเล็ก อุ่นอาหาร และ ล้างจานมากกว่า

    เนื่องจากไม่ได้ออกแบบมาเน้นเพื่อทำครัวขนาดใหญ่  มีแค่ช่องใส่สำหรับไมโครเวฟ หรือ กาน้ำร้อน และออกแบบที่วางตู้เย็น สำหรับขนาดเล็ก – กลาง

    เหมาะสำหรับคนทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารเน้นซื้ออาหารจากข้างนอกมาอุ่นทานที่บ้าน หรือ ทำครัวขนาดเล็ก ใช้เวลาไม่นานในการทำอาหาร ตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็ว ทำความสะอาดง่าย คล่องตัวในการใช้งาน 

     

    ห้องน้ำ

    ห้องน้ำออกแบบแยกส่วนแห้ง และ ส่วนเปียก แยกออกจากกันชัดเจน เรียบง่าย ใช้งานสะดวก

    พื้นที่ค่อนข้างกระชับ จำกัด เเต่พอดีในการใช้สอย อาบน้ำมากกว่าเเต่งตัว เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    โดยสุขภัณฑ์และอุปกรณ์เป็นของยี่ห้อ Cotto ซึ่งจะได้รับไปทั้งหมด พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อ Mex รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY ( Moff Design )

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bathroom 
    จุดที่ 3 – Kitchen
    จุดที่ 4 – Bedroom 
    จุดที่ 5 – Living Room 2

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

     

    1 – Bedroom ( 1 ห้องนอน )

     

    ห้องรับแขก

    ในห้องรับแขกมีขนาดค่อนข้างกว้างขวาง ถึงเเม้เพดานจะสูงแค่ 2.5 ม.

    ถ้าเทียบกับห้องแบบอื่นๆในโครงการ แต่ห้องก็ไม่ได้ดูอึดอัด คับแคบเท่าไหร่นัก โดยห้องรับเเขกเป็นห้องเชื่อมระหว่างห้องนอน กับ ห้องครัว สะดวกในการเดินเชื่อมต่อกัน 

    ใช้ประโยชน์ใช้สอยหลักได้มากในห้องรับแขก สามารถวางจุโซฟา และ ชั้นวางทีวี และ ที่วางของได้ระดับนึง ซึ่งพอดีสำหรับคนทำงานอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน 1 – 2 คน

     

    ห้องนอน

    ขนาดค่อนข้างกว้าง วางเตียงควีนไซส์ได้สบาย แถมพื้นที่วางของ อย่างตู้เสื้อผ้า Built – In โต๊ะเครื่องแป้ง แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างลงตัว มีพื้นที่เดินรอบห้องค่อนข้างสบาย ไม่แคบจนเกินไป เหมาะสำหรับนอนสบาย 1 – 2 คน

    ด้านข้างเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ ทำให้ห้องดูโล่งใหญ่และกว้างขึ้น ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

    แต่สามาถเปิดหน้าต่างได้ช่องเดียว ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบเปิดแอร์ในห้องอยู่แล้วทั้งวัน

     

    ห้องครัว

    เหมาะเเก่การทำครัวขนาดเล็ก อุ่นอาหาร และ ล้างจานมากกว่า

    ไม่ได้ออกแบบมาเน้นเพื่อทำครัวขนาดใหญ่  มีช่องใส่สำหรับไมโครเวฟ หรือ กาน้ำร้อน รวมทั้งออกแบบที่วางตู้เย็น สำหรับขนาดเล็ก – กลาง และ ช่องใส่เครื่องซักผ้าแบบหน้าเปิดด้านล่าง

    ห้องครัวกับส่วนรับประทานอาหารอยู่ในห้องเดียวกัน ข้อดีคือ กลิ่น และ ควันไม่ออกไปห้องอื่น เพราะมีประตูกั้นไว้ แต่ ขนาดห้องค่อนข้างเล็กนิดนึง ทำให้ทางเดินค่อนข้างเล็ก ต้องระวังการวางโต๊ะอาหารใม่ให้ขวางการเดินและใช้สอย

     

    ห้องน้ำ

    ห้องน้ำอยู่ติด ห้องรับแขก และใกล้กับห้องนอน ออกแบบแยกส่วนแห้ง และ ส่วนเปียก ออกจากกันชัดเจน เรียบง่าย และ ใช้งานสะดวก

    พื้นที่ค่อนข้างกระชับ จำกัด เเต่พอดีในการใช้สอย อาบน้ำมากกว่าเเต่งตัว เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

    โดยสุขภัณฑ์และอุปกรณ์เป็นของยี่ห้อ Cotto ซึ่งจะได้รับไปทั้งหมด พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อ Mex รวมทั้งตัวห้องน้ำติดตั้งเครื่องระบายอากาศไว้อีกด้วย

    SPHERICAL PANORAMIC PHOTOGRAPHY ( 1 – Bedroom  )

    KEY PLAN

    จุดที่ 1 – Living Room
    จุดที่ 2 – Bedroom
    จุดที่ 3 – Bathroom
    จุดที่ 4 – Kitchen

    สามารถคลิกที่ภาพ แล้วหมุนดูรอบด้านได้แบบ 360 องศา
    และ Double Click ที่ภาพอีกครั้งเพื่อรับชมแบบ Full Screen (สำหรับมือถือ Double Click ที่ Realist Logo)

     

    SPECIFICATION

    Switch & Outlet

    1. ปลั๊กไฟยี่ห้อ Bticino
    2. สวิตซ์ เปิด – ปิดไฟฟ้ายี่ห้อ Bticino
    3. ช่องต่อสายสัญญาณโทรทัศน์
    4. ไฟ Downlight

    5. สปริงเกอร์ดับเพลิง
    6. เครื่องตรวจจับควัน
    7. ระบบเเจ้งเพลิงไหม้

    1

    2

     

    3

    4

    5

    6

    7

    Door

    1. ประตูเข้าห้องชุด ระบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Samsung (เฉพาะห้องแบบ Moff)
    2. ประตูเข้าห้องชุด แบบมือจับก้านโยกพร้อมตัวล็อคกุญแจ (เฉพาะห้อง 1 – 2 Bedroom)
    3. ประตูเข้าห้องนอน แบบลูกบิด
    4. ประตูจับบานเลื่อน ในห้องครัว ห้องพักผ่อน และ ระเบียง
    5. บานประตูไม้ HDF  กรุลามิเนตสีน้ำตาล ทางเข้าห้องชุด
    6. บานประตูห้องน้ำ กันชื้น UPVC
    7. บานเลื่อนอะลูมิเนียม กระจกสีเขียวตัดเเสง ในห้องครัว และ ห้องพักผ่อน
    8. บานเลื่อนอะลูมิเนียม กระจกสีเขียวตัดเเสง ในประตูระเบียง

    Window

    9. หน้าต่างบานเปิดแบบกระทุ้ง ในห้องนอน และ ห้องนั่งเล่น
    10. หน้าต่างกรอบอะลูมิเนียม กระจกสีเขียวตัดเเสงในห้องพักผ่อน

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    Floor

    1. พื้นลามิเนต หนา 8 มม. สำหรับห้องพัก
    2. พื้นกระเบื้อง สำหรับห้องครัว ขนาด 30 X 60 ซม.
    3. พื้นกระเบื้อง ระเบียงห้องพัก ขนาด 30 X 30 ซม.
    4. พื้นกระเบื้อง สำหรับห้องน้ำ ขนาด 40 X 40 ซม.

    1

    2

    3

    4

    Wall & Ceiling

    1. ผนัง Wallpaper สีเทาในห้องชุด
    2. ผนังกระเบื้องห้องน้ำ ขนาด 40 X 40 ซม.
    3. ผนังตกแต่งกระเบื้องโมเสก สำหรับห้องน้ำ

    1

    2

    3

    Sanitary Ware

    1. ชุดฉากกั้นห้องน้ำ พร้อมด้ามจับ ยี่ห้อ Cotto
    2. ฝักบัวอาบน้ำยี่ห้อ Cotto และเครื่องทำน่ำอุ่น ยี่ห้อ Mex
    3. อ่างล้างหน้ายี่ห้อ  Cotto
    4. ชั้นเก็บของใต้อ่างล้างหน้าผิว ยี่ห้อ  Cotto
    5. โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto
    6. ที่เเขวนผ้าเช็ดตัวยี่ห้อ Cotto
    7. สายชำระยี่ห้อ Cotto
    8. ที่แขวนกระดาษชำระยี่ห้อ Cotto

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    Kitchen

    1. ก๊อก และ อ่างล้างจาน ยี่ห้อ Franke
    2. ถังขยะพร้อมฝาปิดในตู้เก็บของ
    3. ลิ้นชักมีช่องใส่ช้อนส้อม
    4. Built – in ชุดครัว เคาเตอร์หน้าบานปิดผิวลายไม้

    1

    2

    3

    4

     

    PRICE COMPARISON

    METRO SKY บางซื่อ – ประชาชื่น

    ที่ตั้ง
    ถ. ประชาชื่น

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 24 ชั้น 3 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    7 – 2 – 33 ไร่

    จำนวนยูนิต
    1,356 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.15 ลบ.
    (90,000 บ. /ตร.ม.)

    ศุภาลัย เวอเรนด้า
    รัชวิภา – ประชาชื่น

    ที่ตั้ง
    ถ.กรุงเทพ – นนทบุรี

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 29 ชั้น จำนวน 3 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    11 – 3 – 55 ไร่

    จำนวนยูนิต
    1,705 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 1.89 ลบ.
    (60,000 บ. /ตร.ม.)

    Ideo Mobi
    วงศ์สว่าง – อินเตอร์เชนจ์

    ที่ตั้ง
    ถ. กรุงเทพ – นนทบุรี

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    2 – 2 – 22.5 ไร่

    จำนวนยูนิต
    559 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.29 ลบ.
    (120,000 บ. /ตร.ม.)

    The Niche Mono
    รัชวิภา

    ที่ตั้ง
    ถ. รัชดาภิเษก

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 27 ชั้น จำนวน 2 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    6 – 1 – 52 ไร่

    จำนวนยูนิต
    840 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 2.6 ลบ.
    (80,000 บ. /ตร.ม.)

    U Delight
    บางซ่อน สเตชั่น

    ที่ตั้ง
    ถ. กรุงเทพ – นนทบุรี

    ลักษณะโครงการ
    High Rise Condominium

    ความสูงอาคาร
    สูง 26 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

    ขนาดที่ดิน
    3 – 0 – 92 ไร่

    จำนวนยูนิต
    529 ยูนิต

    ราคาเริ่มต้น 3 ลบ.
    (100,000 บ. /ตร.ม.)

     

    REALIST’S VIEW

    LOCATION

    จุดเด่นคือทำเล ค่อนข้างเดินทางสะดวกทุกขนส่ง ทั้งติดรถไฟฟ้าสายสีแดง และ MRT สายสีม่วง เพียง 500 ม. ถึงสถานีบางซ่อน 

    นอกจากนี้ยังใกล้กับทางขึ้นทางด่วนศรีรัช เข้า – ออกเมืองตรงแยกประชานุกุลได้เลย ระยะทางประมาณ 1.9 กม. หรือ ออกนอกเมืองขึ้นเหนือก็สามารถขึ้นทางด่วนศรีรัชที่ด่านประชาชื่นได้เลยเช่นกัน  

    ส่วนตัวอาคารตึก B จะใกล้กับประตูรองเดินออกขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย และมีที่จอดรถรวมอยู่ในตึก เดินทางสะดวกกว่า ตึกอื่นๆก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ต้องเดินไกลนิดหน่อย

    SPECIFICATION

    เป็นแบบ Fully Fitted ซึ่งจะได้ชุดห้องน้ำ รวมเครื่องทำน้ำอุ่น ,
    Built – In ห้องครัว และ เครื่องปรับอากาศ  พร้อมห้องติด Wallpaper ให้อีกด้วย 

    วัสดุที่ให้มากับห้อง ถือว่าได้มาตรฐาน ไม่ได้ดีมากหรือแย่จนเกินไป

    DESIGN

    แปลนห้องส่วนมากเป็นขนาด 1 ห้องนอน มีรูปแบบหลากหลายเอาใจคนทำงานให้ตรงกับไลฟ์สไตล์จริงของคนรุ่นใหม่ในสมัยนี้เหมาะสำหรับอาศัยอยู่ 1 – 2 คน

    ค่อนข้างออกแบบแบ่งสัดส่วนการใช้งานชัดเจน อย่างห้องครัวมีประตูกั้นกลิ่นและเสียง ห้องนอน ห้องนั่งเล่น แบ่งเป็นโซนชัดเจน มีความส่วนตัวในแต่ละห้อง

    ตัวอาคารอาจจะถูกใจคนชอบสีสัน ไม่เรียบง่ายจนเกินไป พร้อมทั้ง Facade อาคารตกแต่งสไตล์ Modern กว่าปกติทั่วไป

    FACILITIES

    ส่วนมาก Facilities หลักๆจะอยู่ตึก B อย่างสระว่ายน้ำสำหรับว่ายออกกำลังกาย หรือ ที่จอดรถรวม ซึ่งอาจจะเดินลำบากหน่อยสำหรับคนที่อยู่ตึกอื่น

    แต่ตึก B และ C ก็จะได้ Facilities เป็นพื้นที่ดาดฟ้าชมวิวเมือง ห้องสมุด ฟิตเนสขนาดเล็ก และ สระว่ายน้ำแบบนั่งเล่น 
    ซึ่งทุกคนในโครงการสามารถใช้ได้หมด  อยู่ที่ว่า ชอบสไตล์แบบไหนก็อยู่อาคารนั้นเพื่อความสะดวกในการเดิน

     

    ORIENTATION AND VIEW

    แดด และ ลม

    ทั้งนี้ทิศทางการวางอาคารอยู่ในแนวทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ และ เเนวการเคลื่อนที่ของลม ทำให้ห้องในโครงการไม่ค่อยมีห้องไหนโดนแดดแรงมาก แต่ก็มีบ้างห้องหัวมุมฝั่งตะวันออก และ ตก โดนแดดเเรงมากกว่าทิศอื่น โดยเฉพาะทิศตะวันตกรับแดดเเรงสุด ทิศทางของลมในโครงการได้รับทุกห้อง

    วิว

    เนื่องจากทำเลของโครงการ อยู่ในมุมมองที่ดีเห็นวิวเมือง 180 องศาทุกห้อง เนื่องจากพื้นที่รอบข้างเป็นที่พักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้นโดยที่อยู่อาศัยของโครงการเริ่มต้นที่ชั้น 7 ของโครงการ ส่วนมุมมองที่ดีที่สุดในโครงการ คือ ทิศเหนือ เพราะจะได้เห็นวิวจากพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งมีสวนพื้นที่สีเขียว สระว่ายน้ำของโครงการ

     

     RECOMMENDATION

    แต่ละอาคารในโครงการค่อนข้างวางอาคารดี หลบทิศทางแดดและวางตามแนวลมมาแล้ว 

    ซึ่ง Realist มองว่าไม่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของห้องใช้ชีวิตในช่วงเวลาไหนมากกว่ากัน และสภาพแวดล้อมปัจจุบันรอบด้านโครงการค่อนข้างเปิดโล่ง เพราะโครงการเป็นอาคารสูง
    ทำให้ไม่มีด้านไหนที่ถูกบล็อควิว

    ดังนั้นจึงมองว่าการมีโอกาสเห็นวิวสวนจึงเหมือนเป็นคะแนนพิเศษให้กับห้องที่ถูกแนะนำตามรูป

    ซึ่งเป็นห้องที่หันเข้าหาสวน และพื้นที่ส่วนกลางตึก B คือด้านทิศใต้อาคาร C  และ ทิศเหนืออาคาร B

     

     

     

     

  • ซื้อคอนโด รัชดา ลาดพร้าว

    ราคาคอนโดโตไม่หยุด!
    ราคาเปิดตัว / ตร.ม. สูงขึ้นปีละ 13 %

     

     

    ถ้าจะพูดถึงทำเลยอดฮิตที่ Developer ทั้งหลายอยากจะลงทุน จะไม่พูดถึงลาดพร้าวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นทำเลที่ครบครัน รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย

    นอกจากนี้ ยังถูกยกให้ เป็น CBD แห่งใหม่ เป็นศูนย์กลางทางการคมนาคม ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวก หลากหลาย

    โดยเฉพาะ ห้าแยกลาดพร้าว และ แยกรัชดาลาดพร้าว ที่เป็น จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรระหว่าง MRT และ BTS ทั้ง 2 แยก

    ทำให้เดินทางสะดวก เพิื่มทางเลือกในการสัญจรมากขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกใจที่จะมีการกระจุกตัวของคอนโดที่ใกล้ 5 แยกลาดพร้าวและแยกรัชดา-ลาดพร้าว 

    ก่อนอื่น เราจะพาไปดู 2 แยกนี้ว่ามีอะไรพิเศษบ้างและน่าอยู่อย่างที่คิดไว้หรือไม่

     

    ภาพรวมห้าแยกลาดพร้าวและแยกรัชดา – ลาดพร้าว

    จากกราฟฟิคแสดงให้เห็นถึง ความอุดมสมบูรณ์ของย่านลาดพร้าว ที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยอดฮิต ทั้ง Central ลาดพร้าว, Big C Extra, Union Mall รวมถึงตลาดนัดกลางคืนอย่างสวนลุมไนท์ บาซาร์ ที่จะช่วยสร้างความคึกคักยามค่ำคืน

    ยังไม่รวมถึงในอนาคต จะมี Gourmet Market ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก ขนาด 2,300 ตร.ม. มาเปิดภายใน MRT ลาดพร้าว ซึ่งเป็นสาขานอกห้างสรรพสินค้าที่แรกของประเทศอีกด้วย

    นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า ยังรายล้อมด้วย โรงเรียน ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน สถานที่สำคัญทางศาสนา ที่จะสร้างความสะดวกให้แก่คนในพื้นที่

    ด้านปัญหารถติดที่ถูกขนานนาม เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจซื้อคอนโดย่านนี้อย่างแน่นอน แต่ในอนาคตจะทำให้เรามีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้นเพราะมีทางเลือกทั้งใต้ดินและลอยฟ้า

    และเพราะความครบเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ราคาคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตรจะพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อยๆนั่นเอง

     

    CENTRAL PLAZA LADPRAO

    ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมย่านลาดพร้าว ที่ครบครันมีทุกอย่างให้เลือกสรร โดยเฉพาะเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย  

    ภายในประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ,ท็อปส์ มาร์เก็ต ,บีทูเอส ,เพาเวอร์บาย ,ซูเปอร์สปอตส์

    รวมถึงโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่าและอาคารสำนักงาน เรียกได้ว่าครบครันจริงๆ

    UNION MALL

    ศูนย์การค้า ยูเนี่ยน มอลล์ บริหารงานโดย บ.สยามจตุจักร จำกัด ก่อตั้งปี 2549 มีความโดดเด่นในความหลากหลายของสินค้า

    เป็นศูนย์รวมแฟชั่นนำสมัย มีร้านค้ารายย่อยมากกว่า 1,500 ร้าน มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย ตั้งอยู่ใจกลางห้าแยกลาดพร้าว เดินทางสะดวกสบาย มีที่จอดรถมากกว่า 2,000 คัน

    BIG C EXTRA

    บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า เกิดจากการกำหนดแบรนด์และรูปแบบสาขาใหม่ที่จะมาใช้แทนคาร์ฟูร์ 

    เป็นการนำเอาจุดเด่นในด้านการคัดสรรสินค้าจากทุกมุมโลก และการบริการที่เป็นเลิศของคาร์ฟูร์ มารวมกับราคาคุณภาพของบิ๊กซี ในแนวคิด “Better and Bigger”

    เน้นกลุ่มลูกค้าเกรด A ในโซนใจกลางเมืองเป็นหลัก เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค ในรูปแบบร้านไฮเปอร์มาร์ทขนาดใหญ่ 

     

    TRANSPORTATION

    MRT สถานีพหลโยธิน

    MRT สถานีลาดพร้าว

    BTS ห้าแยกลาดพร้าว

    BTS สถานีรัชดา

    MRT สถานีพหลโยธินและMRT สถานีลาดพร้าว

    เป็นสถานีรถไฟใต้ดิน ในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีเส้นทางการเดินรถรวมระยะทาง 21 กม. มีสถานีใต้ดินทั้งหมด 18 สถานี และสถานียกระดับ 1 สถานี

    เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีอยู่เดิม มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมาก และเป็นสถานีที่ มีความสำคัญทางธุรกิจในพื้นที่โดยรอบ

    BTS ห้าแยกลาดพร้าวและBTS สถานีรัชดา

    เป็นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีกำหนดสร้างเสร็จปี 2563 โดยห้าแยกลาดพร้าว จะเป็นจุดตัดระหว่าง BTS สายสีเขียว ลาดพร้าว – คูคต สถานีห้าแยกลาดพร้าว และ MRT สถานีพหลโยธิน  

    และแยกรัชดาลาดพร้าว เป็นจุดตัดระหว่าง BTS สายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง สถานีรัชดา และ MRT ลาดพร้าว

     

    คลิ๊ก! เพื่ออ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    click button-20

    click button-02

     

    ราคาต่อตร.ม.ของคอนโดมิเนียม High Rise

    เนื่องจากความครบครันของพื้นที่ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของวิถีชีวิตคนเมือง ทั้งในเรื่องของห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานที่บันเทิง โรงภาพยนตร์แล้ว ในอนาคตยังมีทางเลือกในการเดินทางมากมาย สะดวกในการเดินทาง

    ซึ่ง Developer ต่างๆก็มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ จึงไม่แปลกที่ในช่วงไม่กี่ปี ย่านลาดพร้าวมีคอนโดมิเนียมใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย เราจะพาไปดู การเปลี่ยนแปลงของราคาต่อตร.ม. ของคอนโดมิเนียม High Rise ในย่านลาดพร้าวกัน ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

     

    จากกราฟแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาเปิดตัว/ตร.ม.ของคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงปีปัจจุบัน

    และในอนาคตมีแนวโน้มว่า จากการที่มีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีเขียวเข้ามาในพื้นที่ ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น คนต้องการเข้ามาอยู่ในพื้นที่ลาดพร้าวมากขึ้น ดังนั้นความต้องการคอนโดนิเนียมในอนาคตจะต้องสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

    โดยคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในช่วงนี้จากกราฟ จะเห็นได้ว่ามี Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 และ Life ลาดพร้าว ที่มีราคาต่อตร.ม. ต่ำกว่า คอนโดมิเนียมอื่นๆที่เปิดในปีเดียวกัน

     

     

    WHIZDOM AVENUE  Ratchada – Ladprao

    บริษัท : แมกโนเลีย

    จำนวนชั้น : 27 ชั้น 

    จำนวนยูนิต : 497 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 135,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น : 3.65 MB

    จุดเด่น : มีให้เลือกหลาย Studio, Duplex, Duplex Penhouse และ Penhouse

    CHAPTER ONE Midtown Ladprao 24

    บริษัท : พฤกษา

    จำนวนชั้น : 37 ชั้น 

    จำนวนยูนิต : 517 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 104,000 บ./ตร.ม. 

    ราคาเริ่มต้น : 3.7 MB

    จุดเด่น : ดีไซน์เป็น New York Soft Loft ที่มี facility จัดเต็ม พิเศษสนามเทนนิส

    METRIS Ladprao

    บริษัท : Major Development

    จำนวนชั้น :  29 ชั้น 

    จำนวนยูนิต :  193 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น : 117,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น :  3.5 MB

    จุดเด่น : ออกแบบในสไตล์ Mid-Century Modern และสร้างบรรยากาศ Retro Modern

    MARU Ladprao 15

    บริษัท : Major Development

    จำนวนชั้น :  35 ชั้น 

    จำนวนยูนิต :  350 ยูนิต

    ราคา/ตร.ม.เริ่มต้น :  120,000 บ./ตร.ม.

    ราคาเริ่มต้น :  3.6 MB

    จุดเด่น : เป็น Pet Friendly & Wellness Living 

    เริ่มจาก WHIZDOM AVENUE  Ratchada – Ladprao คอนโดอยู่หัวมุมแยกพอดี ซึ่งคอนโดจากแมกโนเลียส่วนใหญ่จะราคาแพง แต่ตัวนี้ราคาระดับกลาง ใครชอบคอนโดจากแมกโนเลียตัวนี้ก็น่าสนใจ

    คอนโดเพิ่งสร้างเสร็จพร้อมโอนล่าสุด คือ CHAPTER ONE Midtown Ladprao 24 จากพฤกษา ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างแบบ New York Soft Loft พร้อมส่วนกลาง 360 องศาบน Roof top ที่มีกระแสร้อนแรงมากๆในตอนนี้

    คอนโด METRIS Ladprao แบรนด์ใหม่จากเมเจอร์ ที่รุกตลาดระดับบน มีจุดเด่นด้วยการดีไซต์ตกแต่งที่แตกต่าง ใช้สีสันสดใส สร้างสรรค์เอกลักษณ์เฉพาะตัว

    และ MARU Ladprao 15 เน้นจุดเด่นเรื่อง Pet Friendly & Wellness Living ซึ่งจะมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง

     

    ข้อดีที่แตกต่างของแยกรัชดา – ลาดพร้าว

    แยกรัชดา – ลาดพร้าว ในตอนนี้ มีความคึกคักมากขึ้นจากการที่มี BTS สายสีเหลืองเข้ามาในพื้นที่ BTS สถานีรัชดา จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญกับ MRT ลาดพร้าว ที่มีอยู่เดิม จึงทำให้การเดินทางเข้าออกในพื้นที่สะดวกมากขึ้น

    โดย BTS สถานีรัชดา มีความพิเศษกว่าสถานีอื่น เพราะเป็นสถานี Interchange และมีอาคารจอดแล้วจร ทำให้มีความสะดวกมากกว่ารถไฟฟ้าสถานีทั่วไป

    รวมถึงเร็วๆนี้ จะมี กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส มาเปิดใน MRT สถานีลาดพร้าว ทำให้คนที่มีคอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าวสะดวก เพราะสามารถซื้อของสดและอาหารถือกลับเข้าคอนโดได้อย่างสะดวก

    นอกจากนี้ ยังมีสวนลุมไนท์ บาซาร์ ตลาดนัดกลางคืน ที่มีชื่อเสียงของไทย หากใครชอบเดินช้อปยามค่ำคืน ต้องชอบแยกนี้อย่างแน่นอน

    จะเห็นได้ว่า แยกนี้มีความแตกต่างจากแยกอื่น เพราะเป็นทั้งจุดเปลี่ยนถ่ายที่สำคัญ มีอาคารจอดแล้วจร และสามารถช้อปปิ้งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นย่าน 24 ชม.อย่างแท้จริง เรามาดูรายละเอียดของแหล่งช้อปปิ้งที่รายล้อมแยกนี้กัน

     

    RATCHADA NIGHT BAZAAR

    ตลาดนัดกลางคืนขนาดใหญ่ และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนใจกลางเมือง ประกอบด้วยโรงแรม, โซนร้านค้ามากกว่า 1,200 ร้านค้า, โซน Walking Street 500 บูท

    แบ่งเป็นโซนย่อยต่าง ๆ เช่น โซนสินค้าเสื้อผ้า และเครื่องประดับ โซนของตกแต่งบ้าน โซนของฝากนักท่องเที่ยว โซนสัตว์เลี้ยง โซนเบ็ดเตล็ด ร้านอาหาร ลานเบียร์และโจ หลุยส์ เธียร์เตอร์ บางกอก เอ็กซ์ฮิบิชั่น ฮอลล์ 

    GOURMET MARKET

    ข่าวดีที่สุดของชาวลาดพร้าวที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส จะเปิดสาขาในย่านนี้ โดยให้บริการ สินค้าและวัตถุดิบปรุงอาหารคุณภาพดี ที่ตอบโจทย์ได้ครบครันทุกความต้องการจริงๆ

    โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่อาจไม่มีเวลาทำอาหารเองที่บ้าน แต่อยากทานเมนูอร่อยๆ เหมือนในร้านอาหาร

    โดยเป็นสาขาพิเศษที่เปิดนอกห้างสรรพสินค้าที่แรก ภายใน MRT ลาดพร้าว กำหนดเสร็จสิ้น กันยายน 2560 

    จะเห็นได้ว่า แยกรัชดา – ลาดพร้าว มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ตระดับโลกและตลาดนัดกลางคืน จึงเป็นจุดเด่นที่พิเศษมาก เพราะเป็นย่าน 24 ชม. คึกคักทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน

    รวมถึงในอนาคตยังมี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีรัชดา ซึ่งเป็นสถานีปลางทาง ทำให้ย่านนี้คึกคักมากยิ่งขึ้น

     

    และแน่นอนว่า ราคาคอนโดในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เป็นเพราะราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

    เราจึงจะมาวิเคราะห์ราคาที่ดินบริเวณแยกรัชดา – ลาดพร้าว ที่เป็นจุดตัดระหว่างถนนสำคัญ 2 สาย นั่นคือ 

    ถนนลาดพร้าว และ ถนนรัชดาภิเษก

    จากกราฟแสดงให้เห็นว่า ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเฉลี่ยของถนนลาดพร้าวและถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่รอบบัญชีระยะปี 2551 – 2554 , 2555 – 2558 , 2559 – 2562 มีแนวโน้มสูงขึ้น

    เป็นเพราะระบบขนส่งมวลชนที่เข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้ที่ดินบริเวณนี้มีความต้องการสูงขึ้น นั่นเอง ราคาที่ดินจึงเพิ่มสูงขึ้น

     

    ที่มา : กรมธนารักษ์

    โดย ถนนลาดพร้าว มีจุดเริ่มต้นที่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต และสิ้นสุดที่สี่แยกบางกะปิ ตัดกับถนนนวมินทร์และถนนพ่วงศิริ โดยจากแยกนี้ไปจะเป็น ถนนเสรีไทย

    ถนนรัชดาภิเษก เป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพมหานคร เริ่มจากสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ ผ่านสะพานกรุงเทพ และสิ้นสุดเมื่อเข้าเขตกรุงเทพมหานคร รวมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ และมาบรรจบที่ทางแยกท่าพระ

     

    ตัวอย่างราคาที่ดินที่ขายในปัจจุบัน

    1.Location : ติดถนนรัชดาภิเษก

    ขนาดที่ดิน : 2 ไร่ 3 งาน

    ราคาที่ดิน : 935,000,000 บ.

    ราคา / ตร.วา : 850,000 บ.

    2.Location : ติดถนนรัชดาถิเษก ซอยรัชดา 44

    ขนาดที่ดิน : 1 ไร่ 15 ตร.วา

    ราคาที่ดิน :  186,750,000 บ.

    ราคา / ตร.วา :  450,000 บ.

    3. Location : ซอยลาดพร้าว 28 เข้าซอย 400 ม.

    ขนาดที่ดิน : 1 งาน 64 ตร.วา

    ราคาที่ดิน : 21,400,000 บ.

    ราคา / ตร.วา : 130,000 บ.

    จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพของทำเลรัชดา – ลาดพร้าว ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต จึงไม่แปลกที่ในตอนนี้ใครๆต่างสนใจ คอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าว

    และคอนโดใกล้แยกรัชดาลาดพร้าวที่น่าสนใจตอนนี้ เห็นจะมีแต่ Chapter One ลาดพร้าว 24 โดยเป็นคอนโดที่ราคาต่อตร.มต่ำกว่า คอนโดที่เปิดในปีเดียวกัน รวมถึงเพิ่งสร้างเสร็จเร็วๆนี้ เราไปดูกันดีกว่าว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง

     

    คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ล่าสุด Chapter One ลาดพร้าว 24

    คอนโดใหม่ แต่งครบ ติดถนนลาดพร้าว เพียง 100 เมตรจาก MRT ลาดพร้าว ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft

    มีจุดเด่น ที่มาพร้อม Facilities ขนาดใหญ่ พร้อมสนามเทนนิสและส่วนกลางที่หลากหลาย 

    INFORMATION

    Chapter One ลาดพร้าว 24

    Developer                    : พฤกษา เรียลเอสเตท
    Area                             : 2-3-31.9 ไร่
    Location                       : ซอยลาดพร้าว 24-26 
    Type                             : High Rise 
    Building                        : 1 อาคาร 37 ชั้น
    Cons. Start                   :  2558
    Cons. Complete           :  2560

    UNIT TYPE 

    Total units  517 ยูนิต

    • Studio                        : 23.71-24.15 ตร.ม.

    • 1 Bedroom                : 29.61-38.66 ตร.ม.

    • 2 Bedroom                : 58.64 ตร.ม.

     

    LOCATION

    พิกัด : 13.806386, 100.572666

     

    FACILITIES

    Parking : 231 คัน ประมาณ 45% 

    – Tennis Court / High Ceiling Lobby

    – Meeting Room / Fitness & steam room

    – Midtown Sky Lounge

    – Sky Pool / Sky Island / Sky Fitness

    – Sky Terrace / Sunken Bed

    ภายในโครงการมี Facilities ครบครันรองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยการอยู่ชั้นบนสุดของโครงการ สามารถชมวิวเมืองได้รอบ ครบทุกองศา พิเศษสุดๆ

    รวมถึงการดีไซน์ชั้นดาดฟ้าที่ทันสมัย ห้องตกแต่งในลักษณะ Glass box ชมวิวได้ในทุกการทำกิจกรรม เพิ่มความโปร่งโล่งด้วย Double volume ceiling ทำให้การพักผ่อนๆบนชั้นดาดฟ้าไม่น่าเบื่อ

    ข้อมูลล่าสุดคือ เหลือ 2 ยูนิตสุดท้าย และ Shop ขนาด 177 ตร.ม.ด้านหน้า ที่เตรียมงานระบบและเครื่องปรับอากาศไว้ให้พร้อม 

    ใครสนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/uns3yL ข้อมูลติดต่อ 1739

  • PHENOMENAL10

    Phenomenal 10 ทาวน์โฮมใหม่ ในงบ 1.7 – 8.9 ลบ.

    พบกับ 10 โครงการทาวน์โฮมใหม่ โดย AP ซึ่งได้เตรียมที่จะจัดงานเปิดตัวโครงการพร้อมกัน ซึ่งมีทั้งโครงการจากแบรนด์ บ้านกลางเมือง และ โครงการ PLENO ที่มีระดับราคาเริ่มต้นอยู่ระหว่าง 1.69 – 8.99 ล้านบาท การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวโครงการปกติ เพราะทาง AP ได้ทำการรีแบรนด์ ใหม่ กับโครงการทาวน์โฮม ทั้ง 2 แบรนด์ ที่จะเน้นเรื่องของรูปแบบบ้าน (Design) การใช้งานภายในบ้าน (Function) และระดับราคาที่คุ้มค่า (Value) ติดตามได้ในโพสนี้ครับ

     

    เปิดที่ตั้ง 10 โครงการ ทาวน์โฮมใหม่ จาก AP

    ถ้าถามว่าเรื่องคุณภาพ, ราคาและการขายของโครงการทาวน์โฮมแล้ว AP ถือได้ว่าเป็น Developer อันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่สนใจโครงการทาวน์โฮมในเมืองกรุงเทพ ที่มีระดับราคาอยู่ระหว่าง 1.69 – 8.99 ล้านบาทล่ะก็ ณ ปัจจุบัน สามารถจำแนก พื้นที่ตั้งของโครงการออกมาได้เป็น 3 ทำเล รวม 10 โครงการ

    ที่มีทั้งโครงการแบรนด์ บ้านกลางเมือง จำนวน 4 โครงการ (ราคาเริ่มต้นระหว่าง 3.59 – 8.99 ล้านบาท) และ โครงการ PLENO  จำนวน 6 โครงการ (ราคาเริ่มต้นระหว่าง 1.69 – 2.99 ล้านบาท) จากแผนภาพข้างต้นจะเห็นได้ถึงการเกาะกลุ่มกัน รอบ CBD ของกรุงเทพมหานคร ของโครงการที่จะเปิดตัว เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในแต่ละ

    พื้นที่ เมื่อมองภาพรวมแล้วการเลือกทำเลของ AP ในแต่ละโครงการจะอยู่ในทำเลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจาก ถนนสายหลัก ทางด่วนพิเศษ และ เส้นทางของรถไฟฟ้าหลายสาย ที่จะสร้างเสร็จภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองตาม Concept ของแบรนด์โครงการ แบ่งได้ดังนี้ครับ

    ทำเล Zone 1

    – PLENO รามอินทรา-วงแหวน
    – PLENO พหลโยธิน-รังสิต
    – PLENO พหลโยธิน-วัชรพล
    – บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล
    – บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย

    ทำเล Zone 2

    – PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ
    – PLENO ราชพฤกษ์
    – บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5

    ทำเล Zone 3

    – PLENO สุขุมวิท-บางนา
    – บ้านกลางเมือง สาธร-สุขสวัสดิ์

     

    บ้านกลางเมือง ทาวน์โฮมคุณภาพที่สุด จาก AP

    Phenomenal 10

    Phenomenal 10

    ในบรรดาทาวน์โฮมทั้งหมดที่ขายอยู่ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ทาวน์โฮม “บ้านกลางเมือง” ถือเป็นเจ้าตลาด Hi-End อันดับ 1 ของเมืองไทย จากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ AP Thailand ซึ่งทำมาแล้วโดยประมาณกว่า 22 ปี มีการเปลี่ยนสไตล์การออกแบบไปตามยุคสมัย แนวทางการออกแบบมาตรฐานโครงการ ภายใต้แบรนด์ บ้านกลางเมือง จะเป็นทาวน์โฮมแบบ 3 ชั้น, 3.5 ชั้น และ บ้านแฝด แต่ในปัจจุบันถ้านับรวมรูปแบบทั้งหมดแล้ว มีกว่า 6 แบบ ประกอบไปด้วย

    ทาวน์โฮมแบบ 3 ชั้น ทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ 1. Urbanion เน้นการจัดพื้นที่ใช้สอยพวกความเป็นส่วนตัว 2. Modernist เน้น ความสวยงามเรียบง่ายสไตล์ Minimal 3. Urbanist เน้นดีไซน์ครบทุกฟังค์ชั่น รองรับทุกไลฟ์สไตล์ 4. New Design เน้น ออกแบบพื้นที่ผสานฟังค์ชั่น ตอบรับวิถีสมัยใหม่ ในส่วนทาวน์โฮมแบบ 3.5 ชั้น มี 1 แบบ คือ 1. Iconic เน้นโดดเด่น ด้วย Double Volume ทำให้โปร่งโล่ง ภายในตัวบาน และ บ้านแฝด มี 1 แบบ คือ 1. X-Trend เน้น Multiplied Space สร้างสรรค์ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่รอบบ้านอีกด้วย

    สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.realist.co.th/blog/บ้านกลางเมือง

      

    Brand New “PLENO” ทาวน์โฮมใหม่สไตล์คนเมือง

    Phenomenal 10

    Phenomenal 10

    แบรนด์โครงการ PLENO ทาวน์โฮม 2 ชั้น ของ AP ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ที่พึ่งเปิดตัวออกมา หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ PLENO ในอดีตสามารถทำยอดขายโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่แมสกว่า โครงการบ้านกลางเมือง และ บ้านกลางกรุง ซึ่งเป็นเซคเตอร์ที่อยู่ระดับกลาง-บน ตามลำดับ มาจับกลุ่มระดับราคาที่ถูกกว่า เป็นทาวน์โฮมที่เน้นเรื่อง รูปแบบที่เรียบง่าย มีการใช้งานที่เหมาะสม และเรื่องของราคาที่ไม่สูง

    จนมาถึงปัจจุบันในงานเปิดตัวโครงการ Phenomenal 10 ทาง AP ได้มีแผนเปิดตัวการรีแบรนด์ PLENO ใหม่ เพื่อการตอบโจทย์ของไลฟ์สไตล์ของคนเมืองมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเมือง ความเจริญที่มากขึ้น ดังนั้นจึงได้ มีแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลงเรื่องของ ภาพลักษณ์ (Design) ที่ให้ดูมีความ Premium มากขึ้น ต้องมีความคุ้มค่ากับราคาบ้าน การจัดวางฟังค์ชั่นต่างๆภายในบ้านที่เน้นเรื่องของ Flexible Space ที่เจ้าของบ้านสามารถที่จะปรับเปลี่ยน Layout ต่างๆได้ง่าย รวมถึง เพื่อตอบรับการใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตของครอบครัวคนยุคใหม่ครับ 

     

    3 ทำเลหลัก ศักยภาพของโครงการทาวน์โฮม

    โซนที่ 1

    Phenomenal 10

    ทำเลโซนแรก เป็นทำเลที่ดินทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งโครงการจะอยู่ตามเส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนวัชรพล เส้นทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา วงแหวนรอบนอก เป็นต้น หากพูดถึงเรื่องของการเดินทางในทำเลนี้ถือว่าง่าย รวมไปถึง เป็นโซนที่มีโครงการรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหลายสาย ที่ผ่านโครงการในพื้นที่นี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีหลักหก รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา 31, สถานีมัยราภ, สถานีวัชรพล รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีภูมิพล

    นอกจากนี้แล้ว ศูนย์การค้าที่อยู่โดยรอบไม่ไกลจากโครงการ มีหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, Fashion Island และเดอะมอลล์บางกะปิ เป็นต้น หากมองว่ากลุ่มลูกค้าที่สนใจในทำเลนี้ นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว อาจเป็นกลุ่มคนในพื้นที่ด้วย เนื่องจากความคุ้นเคยหรือกลุ่มขยายครอบครัวออกมา เป็นต้น มาดูจุดเด่นของแต่ละโครงการในทำเลกันครับ

     

    PLENO พหลโยธิน-รังสิต

    จุดเด่น โครงการ PLENO พหลโยธิน-รังสิต โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวิภาวดีรังสิต และรถไฟฟ้าสถานีหลักหก มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น  คือ แบบ 3 นอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น ที่เน้นความเรียบง่าย

    – ด้านหน้าบ้านมีความ Modern สีเทาแบบขรึมๆ
    – การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่เรียบง่าย
    – มีพื้นที่ใต้บันไดไว้เก็บของได้
    – พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท

     

    PLENO พหลโยธิน-วัชรพล

    จุดเด่น โครงการ PLENO พหลโยธิน-วัชรพล โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวัชรพล และรถไฟฟ้าสถานีภูมิพล มีทาวน์โฮม ให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 3 นอน 2-3 ห้องน้ำ 1-2 ที่จอดรถ เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น

    – หน้ากากแบบเป็นสีขาวสลับการเล่นแผ่นกระเบื้องหินสีครีม
    – ทั้ง 2 แบบชั้นล่างเป็น Open Plan สามารถทำห้องนอนที่ 4 หรือขยายพื้นที่ครัวได้
    – มีห้องเก็บของใต้บันได
    – พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

     

    PLENO รามอินทรา-วงแหวน

    จุดเด่น โครงการ PLENO รามอินทรา-วงแหวน การเดินทางสามารถมาทางวงแหวนรอบนอกตะวันออกได้ง่าย และรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น มาตรฐานฟังค์ชั่น เป็น 3 นอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – หน้ากากเป็นสไตล์โมเดิร์น
    – ชั้นล่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย เพราะเป็นแบบ Open Plan
    – มีห้องเก็บของใต้บันได
    – พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก สวนส่วนกลางและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวัชรพล และรถไฟฟ้าสถานีสายสีชมพู มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น  คือ แบบ 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – เป็นแบบทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น
    – ด้านนอกมีความเรียบง่าย แต่ด้านในเน้น การจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่
    – มี walk-in closet แนวยาวไม่เหมือนใครและมีห้อง Living room เล็กๆ ในห้อง Master Bedroom
    – มีพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกและ Clubhouse ในโครงการ
    – ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย 

    จุดเด่น โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว-เสรีไทย โครงการตั้งอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนรอบนอก และรถไฟฟ้าสถานีสายสีชมพูหรือส้ม มีรูปแบบบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น แบบใหม่ของ AP มีฟังค์ชั่น 3 นอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    – ด้านนอกมีความหรูหรา มีการเล่นระเบียงด้านหน้า  เพื่อความสวยงาม 
    – มีพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ การจัดวางไม่เหมือนใคร ปรับเปลี่ยนได้ 
    – มีพื้นที่นั่งเล่นระหว่าง ชานพัก ในชั้น 2 และตู้เก็บของใต้บันไดชั้น 1
    – พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สวนและ Clubhouse
    – ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

     

    โซนที่ 2

    Phenomenal 10

    ทำเลโซนที่ 2 ตั้งอยู่ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร การเข้าถึงของโครงการในทำเลนี้ มีความสะดวกสบาย มีถนนหลักหลายสายตัดผ่าน เช่น ถนนชัยพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนรัตนาทิเบศร์ และ ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงการมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ตัดผ่านมา สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ที่อยู่ใกล้กับโครงการPLENO ราชพฤกษ์ และ โครงการ บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 

    พื้นที่ใกล้เคียงยังมีศูนย์การค้า และ Community Mall หลายโครงการที่อยู่ใกล้เคียง อาทิเช่น เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, The Walk, The Crystal เป็นต้น

    กลุ่มลูกค้า เป็นได้ทั้งกลุ่มคนที่คุ้ยเคยหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ขยายครอบครัวออกมา หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ขยับขยายออกมารอบนอกของกรุงเทพฯ เพราะได้พื้นที่ใช้สอยของบ้านที่มากขึ้น ซึ่งในเมืองมีการกระจุกตัวของปริมาณคนค่อนข้างมาก และแออัด มาดูจุดเด่นของแต่ละโครงการในทำเลกันครับ

     

    PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ และ PLENO ราชพฤกษ์

    จุดเด่น โครงการ PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะและ PLENO ราชพฤกษ์ มีความคล้ายคลึงกันของรูปแบบบ้านแตกต่างกันในเรื่องของทำเล ทำเล PLENO ราชพฤกษ์ สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า จากถนน ราชพฤกษ์ และวงแหวนรอบนอก  การจัดฟังค์ชั่นแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทั้ง 2 โครงการมีความพร้อมและจุดเด่นในโครงการ ดังนี้

    – พื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse และพื้นที่สวนขนาดใหญ่ 
    – รูปแบบบ้านเป็น ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Modern Classic ที่มีความเรียบง่ายทันสมัย
    – เล่นลายเส้นสายสไตล์คลาสสิค  
    – ผังชั้นล่างจะเป็นแบบ Open Plan สามารถมีการปรับเปลี่ยนการจัดพื้นที่ได้ง่าย
    – PLENO ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ เริ่ม 1.69 ล้านบาท, PLENO ราชพฤกษ์ เริ่ม 2.09 ล้านบาท

     

    บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5