โครงการ Centric รัชโยธิน ตั้งอยู่บนถ.พหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้ BTS รัชโยธิน เพียง 150 ม. เป็นทำเลที่มีการพัฒนา รายล้อมไปด้วย BTS, MRT หลายสาย ซึ่งมีแผนในอนาคตว่าจะสร้างเสร็จครบทุกสาย ภายในปี 2564 เป็นโครงการที่การออกแบบเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้อยู่อาศัยโดยแท้จริง ทั้งศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายปัจจุบัน ที่มักจะเป็นผู้ใช้ชีวิตแบบ Hybrid Life ทั้งทำงานประจำ และมีธุรกิจเสริม ดังนั้นการใช้ชีวิตในที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จึงสำคัญ โครงการ Centric รัชโยธิน ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง

มีพื้นที่ Co-Woking Space และ Co-Living Space สำหรับผู้ที่ทำงานช่วงวันหยุด และเน้นกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนที่หลากหลาย แถมยังผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง แอพพลิเคชั่น “Rue Jai Living Solutions” หรือ “บ้านรู้ใจ” ที่เพิ่มความสะดวกสบายอย่างการสั่งงานระบบไฟฟ้าผ่านแอพพลิเคชั่น ทั้งปิด-เปิดไฟ, แอร์ ภายในห้องพัก และรวมถึงระบบ Security และ Access Control จุดเด่นของโครงการจุดอื่นๆนั้น ไปดูวิเคราะห์ด้านล่างกันเลย

Fact Sheet

 

เจ้าของโครงการ : SC Asset

ที่ดินโครงการ : 2-0-77.3 ไร่

ความสูง : 21 ชั้น

จำนวนยูนิต : 261 ยูนิต

จำนวนที่จอดรถ : 121 คัน

ประเภทห้องพัก :

Studio – 24-26 ตร.ม.

1 Bedroom – 30 ตร.ม.

1 Bedroom Plus – 34-39 ตร.ม.

2 Bedroom – 55 ตร.ม.

ค่าส่วนกลาง 70 บ.

 

 

Sinking Fund 600 บ./ตร.ม.

ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.7 ล้าน

ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 165K บ./ตร.ม.

 

FACILITIES

Ground Floor

  • – Grand Lobby, Semi-Outdoor Lobby
  • – Smart Mail Room & Smart Locker
  • – Residence Lobby Lounge
  • – Business Lounge & private Meeting Room

 

  • 4th Floor
  • – Co-working Space
    – Reading Bar
    – Outdoor Dinning Space
    – Sensational Garden

21st Floor

  • – Infinity Edge Pool (Salt Water System) & Jacuzzi
  • – Sky Fitness
  • – Virtual Class Exercise Room
    – Sunset Deck

 

ความโดดเด่นของโครงการ Centric Ratchayothin

 

1. Hybrid Connectivity

1. เชื่อมต่อ 5 ถนนหลักสายสำคัญคือ พหลโยธิน, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, วิภาวดี, เกษตร-นวมินทร์ ผ่าน 3 ทางด่วน (ดอนเมืองโทลล์เวย์, ทางพิเศษศรีรัช , ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวน)

3. สภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ มีทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล, Super Market, สถานศึกษา และ 15 นาทีขับรถถึง New CBD พระราม9-รัชดา (9กม.) และ 6กม. ถึงสถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ และทางด่วน

2. การเดินทางโดยรถไฟฟ้า 150 ม. ถึง BTS รัชโยธิน (สายสีเขียว วิ่งตรงสู้ใจกลางเมือง สยาม-เพลินจิต-อโศก) ล้อมรอบด้วยรถไฟ, BTS, MRT สายสีเขียว สายสีเขียวส่วนต่อขยายคาดว่าจะสร้างเสร็จปี 2563 และน้ำเงิน ส่วนBTS สายอนาคตในบริเวณนี้ก็จะมี Monorail สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง คาดว่าจะเสร็จปี 2564 และสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่จะวิ่งตามสายแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา คาดว่าจะเสร็จปี 2564 และสายสีแดงที่จะเป็นรถไฟรางคู่ ช่วง “บางซื่อ-รังสิต” คาดว่าเปิดใช้ 2562 และสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม)

 

เชื่อม 5 ถนนหลัก

โครงการ Centric Ratchayothin ตั้งอยู่ติด ถ.พหลโยธิน ขาเข้าเมือง ซึ่งเป็นถนนที่ผู้อยู่อาศัยบริเวณนี้ส่วนใหญ่ใช้สำหรับเข้าเมืองเป็นประจำ เดินทางสะดวกโดยรถยนต์ส่วนตัวสำหรับผู้ที่ทำงานในเมือง ไม่ต้องกลับรถ สามารถมุ่งหน้าเข้าเมืองได้เลย หรือในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนสามารถขึ้นดอนเมืองโทลล์เวย์เพื่อไปต่อทางด่วนพิเศษศรีรัช สำหรับเข้า-ออกเมืองได้เช่นกัน หากทำงานแถวรัชดา ถือว่าอยู่ใกล้มากเพียงแยกถัดไปเท่านั้น และสามารถวิ่งตรงยาวเข้าไปยังส่วน New CBD ของเมืองได้อย่างรวดเร็วเพราะบริเวณนั้นไฟแดงค่อนข้างน้อย

หากว่าจะเดินทางไป New CBD Rama 9  สามารถออกจากโครงการแล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งลอดอุโมงค์ตรงไปถึงจุดหมายได้เลย และมี่สำคัญคือ กำลังมีแผนก่อสร้างสะพานข้ามแยกรัชโยธิน ซึ่งถ้าหากว่าสร้างเสร็จนั้น ก็จะช่วยบรรเทาการจราจรได้ส่วนหนึ่ง

150 ม. ถึง BTS รัชโยธิน ตรงถึงสยาม-เพลินจิต-อโศก

รถไฟฟ้าสายที่ผ่านคือสายสีเขียว สามารถตรงเข้าเมืองสู่ สยาม เพลินจิต อโศก โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานี รัชโยธิน ซึ่งรถไฟสายอื่นๆที่ล้อมรอบคือ รถไฟใต้ดิน สายสีน้ำเงิน จุด Interchange ที่ใกล้ที่สุดคือสถานี BTS 5 แยกลาดพร้าว หรือ MRT พหลโยธิน ส่วนรถไฟรางเดียว สายสีเหลือง จะมีจุด Interchange ที่สถานีพหลโยธิน 24 ซึ่งจะไปตัดกับรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินที่สถานี MRT ลาดพร้าว ติดตามข้อมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสีเหลือง ก่อสร้างจากไหนถึงไหน จะเสร็จปีไหน ติดตามได้จากบทความด้านล่าง

โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างนี้ เมื่อก่อสร้างเสร็จ (สร้างเสร็จปี พ.ศ. 2562 และเปิดให้บริการปี พ.ศ. 2563) โดยเส้นทางก่อสร้างระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร จำนวน 16 สถานี 

ระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง จำนวน 23 สถานี 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) เป็นโครงการที่มีแนวคิดมาจากการศึกษาทบทวนโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ที่มีการก่อสร้างเสาตอม่อเตรียมไว้แล้วบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์)

 

 

สภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์

บริเวณโดยรอบถือว่าอุดมสมบูรณ์ ครบครันทุกด้าน มีทั้งห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต สถานศึกษา สวนสาธารณะ โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ สะดวกทั้งเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือเดินทางโดยรถไฟฟ้า ก็จะมีสถานที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ หลายแห่ง ส่วนขาเข้าเมืองก็ใกล้ BTS รัชโยธิน  และนั่งเพียง 2 สถานีก็ถึงเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ในส่วนของขาออกเมืองก็สามารถเดินทางอย่างสะดวกเพียง 2 สถานีก็ถึง ม.เกษตร

SCB รัชโยธิน

รพ.วิภาวดี

Major Ratchayothin

Central Lardprao

 

2. Facilities จัดเต็ม ฟังก์ชั่นหลากหลาย สำหรับยูนิตน้อยเพียง 261 ยูนิต

พื้นที่ส่วนกลางรวม 1,500 ตร.ม. รองรับกิจกรรมทั้ง Work, Active, Relax โดยชั้น Ground ประกอบด้วย Grand Lobby, Semi-Outdoor Lobby,

Smart Mail Room& Smart Locker, Residence Lobby Lounge, Business Lounge&Private Meeting Room

Panoramic Sky Fitness

Virtual Class Exercise Room

4th FLOOR

เป็นส่วนกลาง Indoor ที่ออกแบบให้มีความโดดเด่นเรื่องรูปร่างภายนอก เหมือน Cubic ที่ลอยอยู่กลางอากาศ แบบ Triple Volume ฟังก์ชั่นภายใน มี Reading Bar, Co-working Space และชั้นล่างสุด Co-living Space ซึ่งชั้นล่างสุดจะเชื่อมกับสวนส่วนกลาง Sensational Park

 

จะเห็นได้จากรูปว่า Triple Volume Co-Working Space นั้นมีการดีไซน์ให้เชื่อมต่อกันกับ Sensational Garden โดยใช้คอนเซ็ป Pixel ดังนั้นห้องพักอาศัยชั้น 5 จึงมีความสูง มากกว่าชั้นอื่น อยู่ที่ 5 ม. ส่วนชั้นปกติ อยู่ที่ 3 ม.

เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมาทำกิจกรรมร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน เกิดเป็น Lively Neighborhood จุดเด่นของสวนเลยคือการมีที่ลำธาร ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการทำสวนเลยก็ว่าได้ ทำให้รู้สึกถึงธรรมชาติอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงแค่สวนสีเขียว มี Sound ธรรมชาติ ที่มาจาก Garden sound system เช่นเสียงนกร้อง และมีการจัดโต๊ะด้านนอกสามารถนั่งเล่น นั่งทานข้าวได้

Upper FL. : Reading Bar
& Main FL. : Co-working Space

ส่วนกลางมี Design Consult จากบริษัทที่มีประสบการณ์ในการออกแบบ Co-working Space อย่างบริษัท Paper Space ที่เคยออกแบบให้กับ Google Office ใน Regional Asia มาแล้ว โดยส่วนกลางทั้งหมดของโครงการมีขนาดรวมกันถึง 1,500 ตร.ม.

Lower FL. : Co-living Space

ในภาพรวมมีการคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เช่นมีการจัดวางชุดเก้าอี้ โต๊ะ หลายแบบ ทั้งแบบที่นั่งสูง สำหรับมองวิวด้านนอก และโซฟาแบบกลุ่ม สำหรับแขกหลายท่าน เป็นต้น ส่วนกลาง Tripple Volume จะเชื่อมต่อกันหมด รวมถึงเชื่อมออกไปโซน Sensational Garden ด้วย ในส่วนพื้นที่ Co-Working Space จะเหมาะสำหรับทำงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่วน Co-Living Space จะเหมาะแก่การนั่งเล่น และ Relax มากกว่า

Ground FL.

2 connected space ระหว่าง Lobby 2 โซน โซนด้านในจะเป็น Grand Lobby สูง 5.5 ม. ส่วนด้านนอกจะเป็น Semi-Outdoor Lobby มีการดีไซน์เป็น Nature โซน ที่มี Green wall และ Water feature ร่วมด้วย เพื่อความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ภายใน Lobby จะมีโซน Business Lounge

และ Private Meeting Room ส่วน Residence Lobby Lounge ถูกออกแบบให้มีพื้นที่นั่งรอ Waiting Seat รองรับสำหรับลูกบ้านเพิ่มความ Exclusive และ มีโซน Smart Locker ตู้เก็บของอัจฉริยะที่ทำให้การรับพัสดุสิ่งของสามารถทำได้ตลอด 24 ชม. อยู่ด้านในอีกด้วย 

 

3. Attention to every details

Attention to every details บน Floor Plan นั้น มีการจัดวางแปลนแบบไม่มียูนิตที่ติดห้องขยะ ไม่มียูนิตที่ประตูตรงกับทางสามแพร่ง และยูนิตที่ติดโถงลิฟท์ก็ซ้อนช่องผนังขึ้นมาเพื่อลดเสียงรบกวน ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ซื้อเพราะได้ความ Private และความสะดวกสบายมากขึ้น 

 จึงถือว่า Attention to every details ในการจัดวาง Floor Plan นั้นได้ประโยชน์สองฝ่าย และทำให้มูลค่าแต่ละยูนิตเท่ากันด้วย  รวมถึงการใส่ใจสิ่งเล็กๆอย่าง วางประตูห้องไม่ตรงกัน ทำให้มีความส่วนตัวมากขึ้นในแต่ละยูนิต โถงทางเดินมีช่องเปิด สำหรับระบายอากาศ และส่งเสริมการใช้แสงธรรมชาติ เพื่อประหยัดการใช้พลังงาน

 

Floor Plan ชั้น 4-7

 

Floor Plan ชั้น 8-21

 

 

เนื่องจากคอนโด Centric Rathayothin นี้ มีการดีไซน์ Floor Plan ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยทุกคนจริงๆ อย่างเช่น ไม่มียูนิตที่ติดห้องขยะ, ไม่มียูนิตตรงทางสามแพร่ง, เว้นระยะห่างจากโถงลิฟท์ อย่างที่กล่าวไปด้านบน

วันนี้เราจึงนำห้อง Highlight ของโครงการ 3 ห้อง มาวิเคราะห์ให้ดูกันไปเลยว่า Attention to every details นอกจากใส่ใจในการจัดวาง Floor Plan แล้วนั้น ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของแต่ละยูนิตเป็นอย่างไร

จุดเด่นห้องชนิด  Studio 26 SQ.M.

  1.           ห้อง Studio ขนาด 26 ตร.ม. ที่เรานำมาให้ชมกันนั้น เป็นยูนิตที่ใกล้โถงลิฟท์ที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึง Layout ของ Floor Plan ที่ไม่ค่อยมีโครงการไหนทำเพราะเสียพื้นที่ขายซึ่งในส่วนของห้องนี้จะไม่ถูกรบกวนด้วยเสียงลิฟท์ที่เกิดจากการ ขึ้น-ลงลิฟท์ในโครงการแน่นอน แม้แต่ยูนิตที่ติดลิฟท์ที่สุดอย่างยูนิตนี้ ยูนิตนี้จึงถือว่าได้สิทธิพิเศษ ที่จะมีผนังติดกับยูนิตข้างๆเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น สำหรับคนที่ไม่อยากเดินไกล ขึ้นลิฟท์มาแล้วถึงห้องเลย แต่กลัวว่าจะมีเสียงลิฟท์รบกวน ยูนิตนี้ถือว่าตอบโจทย์
  2.          ส่วนเรื่องการจัดแปลนนั้นก็จะเน้นการจัดสรรอย่างได้ประโยชน์สูงสุดใน

พื้นที่จำกัด เริ่มจากทางเข้าติดครัวแบบปิด กั้นเป็นสัดส่วน ป้องกันการรบกวนจากกลิ่นเวลาทำอาหาร และประโยชน์จากช่องระหว่างโถงลิฟท์ สามารถเปิดกระจกระบายอากาศเวลาทำอาหารได้

           มีมุมโต๊ะทำงานริมกระจกเข้ามุม ที่ติดกับระเบียง เป็นการแบ่งพื้นที่ส่วนระเบียงมาใช้ ดังนั้นระเบียงจะไม่กว้างเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีระเบียงอยู่ อย่างไรก็ตาม ยูนิตชนิดนี้ก็จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากระเบียงเท่าไหร่นัก นี่ก็จะเป็นตัวเลือกที่จะใช้พื้นที่ในห้องอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และได้หน้าต่างระบายอากาศเพิ่มขึ้นด้วย

   

จุดเด่นห้องชนิด  1 Bedroom Plus 34.50 SQ.M.

           ยูนิต Highlight ยูนิตที่ 2 ที่เลือกมาให้ชมกัน คือยูนิตแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เป็นยูนิตที่เน้นความคุ้มค่า จากทางเข้าจะเจอครัว และโซนนั่งเล่นก็จะอยู่ถัดเข้าไป โดยที่มีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลายรูปแบบแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย สามารถทำเป็นห้องนอน2 ก็ได้ เป็นห้องดูหนัง ห้องทำงาน เป็นต้น โดยที่ไม่มีส่วนกั้น สามารถเปลี่ยนโซนนั่งเล่นเป็นโซนโต๊ะทานอาหารก็ได้ค่ะ แล้วย้ายห้องนั่งเล่นไปไว้ในอเนกประสงค์ก็เป็นอีกทางเลือกค่ะ ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนกว้างขวางขึ้น และจุดเด่นอีกอย่างคือห้องนี้ให้แอร์มามากถึง 3 ตัวด้วยกัน

            สำหรับห้องน้ำจะอยู่ข้างๆห้องครัว ที่สามารถเข้าได้สองทาง เป็นแบบ Double Access จากทั้ง Master ฺBedroom และจากห้องครัว ซึ่งก็จะสะดวกถ้าหากว่าเลือกที่จะทำห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอน 2 เพราะสามารถแชร์ห้องน้ำกันได้โดยไม่รบกวนกัน และทั้งสองห้องยังสามารถแชร์ระเบียงร่วมกันได้ด้วย เพราะสามารถเข้าได้สองทางเช่นเดียวกับห้องน้ำ ห้อง Master Bedroom จะมีโซนแต่งตัว Walk-through Closet บริเวณหน้าห้องน้ำ ถือว่าการจัดวางพื้นที่ทำให้เกิดประโยชน์ทุกส่วนของห้องจริงๆค่ะ

จุดเด่นห้องชนิด  2 Bedroom ตำแหน่ง 05 –  55 SQ.M.

ส่วนยูนิตสุดท้ายที่นำมาวิเคราะห์ให้ดูนั้น คือยูนิต 2 Bedroom-2 ขนาด 55.13 ตร.ม. เป็นยูนิตที่เหมาะสำหรับอยู่อาศัยมากกว่า 1 ท่าน และต้องการความเป็นส่วนตัว จะเป็นครอบครัวขนาดเล็กก็ได้ค่ะ เพราะห้องแยกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน เข้ามาในห้อง จะเจอห้องครัวอยู่ข้างประตู ห้องครัวนั้นเป็นแบบปิด แต่มีประตูสำหรับเข้าห้องน้ำที่แชร์กับห้องนอนเล็ก (Bedroom 1) แขกจึงสามารถเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ผ่านห้องนอนเจ้าของบ้าน

เพื่อความเป็นส่วนตัวระดับหนึ่งค่ะ ห้องนั่งเล่นจะอยู่กลางห้องมีที่สำหรับโซนดูทีวี และ วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 คนได้ และเชื่อมกับส่วนระเบียงด้วย สามารถเปิดระบายอากาศได้ ห้องนอน Master (Bedroom2) จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า มีพื้นที่สำหรับทีวีในห้อง สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ และ Walk-in Closet ที่ใหญ่กว่า ที่สำคัญคือไม่ต้องแชร์ห้องน้ำด้วยค่ะ 

.

วิเคราะห์บริเวณโดยรอบ

พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ทั้งโซนบ้านเดี่ยว บริเวณถ.เสนานิคม ซอย 1  และมีโซนตึกแถว รวมถึงอาคารพาณิชย์ บริเวณหน้าถนนใหญ่ และใน ซ.พหลโยธิน 30/1 ซึ่งโซนตึกแถวนั้น รวมถึงมีที่ดินว่างด้วย ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างคอนโด แต่การที่สร้างในซอย ประเภทคอนโดก็จะเป็นแบบ Low Rise ดังนั้นจึงไม่มีการบดบังวิสัยทัศน์แน่นอนค่ะ ส่วนด้านทิศใต้ จะมีคอนโด Lumpini Place สูง 20 ชั้น ระยะห่างจาก โครงการ Centric Ratchayothin ประมาณ 100ม. ถือว่าไม่ใกล้จนเกินไปค่ะ บริเวณรัศมี 100 ม. โดยรอบยังไม่มีตึกสูงสร้างและห้องพักยังไม่เยอะมากค่ะ

การเติบโตของราคาคอนโด  High Rise ในย่านเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงราคาของคอนโดเก่า

Gross Rental Yield High Rise Condo ย่านรัชโยธิน

           เราได้เลือกคอนโด High Rise ในระแวก BTS เสนานิคม, BTS รัชโยธิน และ BTS พหลโยธิน 24 มาเปรียบเทียบข้อมุลให้ชมกันค่ะ คอนโดที่สร้างมาแล้วกว่า 11 ปีอย่าง Vantage Ratchayothin และ Supalai Park Ratchayothin ถือว่าค่าตอบแทนสูง ทั้ง Capital Gain และ Rental Yield ส่วนคอนโด Wind Ratchayothin สร้างเสร็จเมื่อ ปี 2009 หรือ ปี 2552 ซึ่งถือว่าสร้างมานานก่อนที่ย่านนี้จะบูมซะอีก ซึ่ง Capital Gain ต่อปีนั้นไม่สูงมากนัก แต่ราคาเฉลี่ย Resale ปัจจุบัน อยู่ที่ 105,255 บ./ตร.ม. ซึ่งถือว่าเฉลี่ยสูงกว่าคอนโด อื่นๆ โครงการ Vantage Ratchayothin และ Supalai Park Ratchayothin ราคาขายปัจจุบันต่ำกว่า

ปัจจัยหนึ่งคงเพราะใกล้ Bts รัชโยธิน ที่สร้างอยู่ในระยะไม่เกิน 500 ม.

           ในส่วนของ Rental Yield ของ 3 โครงการ High Rise นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยสูง ซึ่งสามารถมองได้ว่ามีอัตราในการปล่อยเช่าได้ค่อนข้างดี คือเฉลี่ย Rental Yield ของย่านนี้อยู่ที่ 7.6 % และค่าเช่าของโครงการทั้ง 3 เฉลี่ยอยู่ในช่วง 280-695 บ./ตร.ม. ส่วนคอนโดใหม่คาดว่าจะเสร็จในปี หรือ 2 ปีข้างหน้า จะมี Knightsbridge Space, Knightsbridge Kaset Society, Knightsbridge Prime, Lumpini Park Phahon 32 และ Centric Ratchayothin 

การเปิดใช้ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า มีผลกับราคาของคอนโดย่านรัชโยธิน หรือไม่ ?

โดยทั่วไป สมัยก่อน ย่านรัชโยธินมีสายรถไฟที่ผ่าน คือ BTS สายสีเขียวอ่อน สิ้นสุดที่หมอชิต และ MRT สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-เตาปูน) การเดินทางสู่ย่านรัชโยธิน จึงต้องใช้รถยนต์ เป็นหลัก หรือจาก BTS/MRT แล้วต่อรถเมล์, รถตู้ 

เพื่อไปสู่จุดหมาย ราคาคอนโด High-Rise สมัยนั้น ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 65,600 บ./ตร.ม. ราคาไม่สูง เพราะทั้งช่วงนั้น การอาศัยในคอนโดอาจจะไม่บูมเท่าปัจจุบัน รวมถึงเป็นย่านที่ การเดินทางเข้าเมืองไม่สะดวกสบายด้วย

แต่เมื่อปี 2559 ได้มีการเปิดใช้ส่วนต่อขยาย MRT สายสีน้ำเงิน (เตาปูน-คลองบางไผ่) รวมถึงมีแผนต่อขยายสายรถไฟฟ้า มากมายหลายสาย รวมถึงก่อสร้างสายใหม่ๆอีกด้วย เช่น สายสีเขียวอ่อน ที่ปกติจะสิ้นสุดลงที่สถานีหมอชิต มาตั้งแต่ปี 2542 มีแผนต่อขยายช่วง หมอชิต-คูคต คาดว่าเปิดใช้ปี  2563 และสายใหม่ๆที่ทำให้การเดินทางสู่ย่านรัชโยธินสะดวกขึ้นคือ  Monorail สีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เปิดใช้ปี  2564 และสายสีชมพู (มีนบุรี-แคราย) เปิดใช้ปี  2564 มีจุด Interchange ไปสายสีเขียวที่วงเวียนหลักสี่ คอนโดใหม่ที่เปิดตัวในย่านนี้ ระหว่างปี 2560-2561 ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นทุกโครงการอยู่ที่ 148,250 บ./ตร.ม. ซึ่งสูงขึ้นในทุกๆปีเป็นปกติ ในทุกๆย่าน แต่โครงการที่ติดถนนหลัก บวกกับเลือกเจาะทำเลใกล้บีทีเอส ระยะเดินได้นั้น ถือเป็นคอนโดที่น่าลงทุน เพราะในอนาคตหาก ส่วนต่อขยาย สายสีเขียวอ่อนเปิดตัวนั้น ราคาย่านจะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน และจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ในปี 64 หาก Monorail สายสีเหลืองและสายสีชมพูเปิดใช้

 

REALIST COMMENT

สรุปทุกประเด็นของโครงการ Centric Ratchayothin

โครงการ Centric Ratchayothin เป็นอีกหนึ่งคอนโด High Rise ตัวใหม่ล่าสุด ที่มีความน่าสนใจ เมื่อพิจารณาในหลายปัจจัย ทั้งทำเล สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ความอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นโครงการ การจัดวางแปลนอาคาร และส่วนกลาง รวมถึงเรื่องการลงทุน ทำให้โครงการโดยรวมมีความน่าสนใจมากขึ้น

ทำเล: สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ จัดว่าอุดมสมบูรณ์ ครบครัน  ด้วยความที่คอนโดอยู่ใกล้สถานี BTS รัชโยธินในระยะเดินได้ จึงทำให้สะดวกสบายต่อการเดินทางเข้าเมือง อีกทั้ง BTSสายสีเขียวสามารถตรงเข้าเมืองได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายจึงเรียกได้ว่าเพิ่มความสะดวกเข้าไปอีก  หากว่าใช้รถยนต์ส่วนตัว ใกล้จุดขึ้นทางด่วน 3 จุดด้วยกัน คือ ทางพิเศษศรีรัช ดอนเมืองโทลล์เวย์ และ  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวน 

จุดเด่นโครงการ: Attention to every details เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่คำนึงถึงผู้ใช้จริงๆ มีการจัดวางแปลนแบบไม่มีห้องที่อยู่ทางสามแพร่ง ไม่มีห้องที่ติดห้องขยะ และไม่มีห้องที่ติดโถงลิฟท์ ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งห้องที่ผู้อยู่อาศัยพยายามหลีกเลี่ยง ทุกยูนิตในโครงการนี้จึงเรียกได้ว่าเท่าเทียมกันทุกตำแหน่งแน่นอน

Facilities ของตัวโครงการ: มีส่วนกลางจัดเต็ม 1,500 ตร.ม. ทั้ง Lobby Indoor และ Outdoor (ชั้น G) Tripple Volume (ชั้น 4-6) ที่มีทั้งโซน Co-working space, Co-living Space, Sensational Garden ส่วน Facilities ชั้น 21 นั้นถือว่าเน้นวิวในระหว่างทำกิจกรรม มี Fitness และ Swimming pool ที่สำคัญคือ ส่วนกลางจัดเต็มขนาดนี้ แต่มียูนิตในโครงการแค่เพียง 261 ยูนิตเท่านั้น  

 

PRESALE 10-11 มี.ค. นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษสูงสุด 250,000 บ. เริ่ม 3.7 ล้าน*