Centro พหลโยธิน-วิภาวดี

โครงการ Centro เป็นโครงการบ้านเดี่ยวของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ใน Product line ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า ” Centro ” อยู่ในระดับราคา 4.99 – 9 ลบ. ตั้งอยู่บน ถ.พหลโยธิน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งถนนพหลโยธินถือว่าเป็นถนนสายหลักของย่านและวิ่งยาวเข้าไปสู่ตัวเมืองได้โดยตรง และในอนาคตเส้นถ.วิภาวดี ก็จะมีรฟฟ สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2563

ในบทความนี้ทาง Realist จะมาวิเคราะห์ถึงข้อดี-ข้อเสียของโครงการ ตั้งแต่ Facilities ไปจนถึง space ภายใน ภายนอกของบ้าน โดยจุดเด่นคือ บ้านมี function ลงตัวใช้งานสะดวก ราคาเหมาะสม แถมพื้นที่รอบบ้านที่สามารถต่อเติมเพื่อรองรับครอบครัวแบบขยาย หรือผู้สูงอายุ รวมถึงอัพเดทระบบ Transportation ของย่าน ทั้งรฟฟ.สายสีแดง, จุดขึ้นทางด่วน , โทลเวย์ และพาไปชมโครงการ Mega Project ใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในย่านนี้กันอีกด้วยครับ

.

FACT

Project Name : Centro พหลโยธิน-วิภาวดี
Developer : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด
Location : ซ.คลองหลวง2 ถ.พหลโยธิน อ.ธัญญะ จ.ปทุมธานี
Land area : 61-2-30.84 ไร่ 
No. of Units : 269 หลัง

Unit Mixed Sunshine (200 ตร.ม.)
Magnitude (190 ตร.ม.)
Starry (175ตร.ม.)
Alexia (154 ตร.ม.)

Facilities : Clubhouse 2 Floor, Fitness, Swimming pool, Play Ground Kids, Garden, Access control, 24-hours security, CCTV
Expected Completion : –
Common Expense : ราคาเริ่มต้น 4.99 – 9 ลบ. , ค่าส่วนกลาง = 28 บ./ตร.ว. , เงินจอง = 30,000 บ. , ทำสัญญา = 50,000 บ. *แถมเคาน์เตอร์ครัวในแบบบ้านทุกแบบยกเว้น Type Alexia

.

จุดเด่นอย่างแรกของโครงการ Centro คือเรื่องทำเล ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของโครงการก็ได้อยู่ติดกับถนนเส้นหลักอย่าง ถ.พหลโยธิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนและโทลเวย์ทั้ง 3 จุด จึงสามารถเดินทางเข้าเมือง หรือออกนอกเมืองได้อย่างสะดวก  อีกทั้งละแวกใกล้เคียงก็มีทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และสถานพยาบาล ที่ครบครัน

อีกข้อหนึ่งคือเรื่องพื้นที่ใช้สอย และพื้นที่รอบบ้าน ของโครงการ ซึ่งให้มาค่อนข้างเยอะ ทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่ และใช้งานได้อย่างอิสระ ใน 3 Type แรก โดยเฉพาะ Type Alexia ซึ่งเป็นแบบที่เล็กที่สุดของโครงการ ในภาพรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีศักยภาพสำหรับย่านรังสิต ข้อสุดท้าย ส่วนกลางของโครงการก็ถือว่าให้มาครบครันและน่าใช้งาน ทั้งสระว่ายน้ำ , ฟิตเนส และระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

.

วิเคราะห์ข้อเด่นของย่าน

1.รังสิต เมืองที่มีการขยายตัว และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

.

Transportation

ถนนเส้นหลัก และเส้นรถไฟฟ้า

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดสำหรับโครงการในตอนนี้  โดยการเข้าถึงตัวโครงการสามารถเข้าได้จากทั้งถนนวิภาวดี, ถนนพหลโยธิน, ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก

ส่วนการเดินทางจากตัวโครงการไปยังที่อื่นๆ จะใช้ถนนเส้นหลักของโครงการคือ ถ.พหลโยธิน และ ถ. วิภาวดี โดยถนนทั้งสองเส้นนี้จะสามารถเชื่อมไปยังถนนเส้นหลักเส้นอื่นๆ ได้โดยสะดวกทั้งขาเข้าและออกเมือง แต่เนื่องจากย่านนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูง ทั้งมหาวิทยาลัย และห้างใหญ่ อีกทั้งยังอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม การจราจรจึงค่อนข้างหนาแน่นมากในช่วงเวลาเร่งด่วน

ทางด่วน

การเดินทางเข้าออกเมืองจากโครงการ จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 จุด โดยจุดขึ้นทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุด จะเป็นจุดขึ้นทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ ฝั่งขาเข้าเมือง (เบอร์1) โดยทางด่วนในจุดนี้จะมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 – 15 นาที

สำหรับจุดขึ้นทางด่วนอีกฝั่ง จะเป็นจุดขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอก ขาออกนอกเมือง (เบอร์2) ซึ่งจะมีระยะทางจากโครงการประมาณ 11 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 – 30 นาที และจุดชึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งขาเข้าเมือง (เบอร์3) จะมีระยะทางจากโครงการประมาณ 12 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 – 30 นาที

.

รถไฟฟ้าสายสีแดง

จุดเริ่มต้นโครงการ เริ่มจาก กม.6+000 บริเวณสามแยกประดิพัทธ์ ประมาณ 1.8 กิโลเมตร ทางทิศใต้ของสถานีบางซื่อไปตามแนวเขตทางรถไฟในเส้นทางรถไฟสายเหนือ ผ่านเขตจตุจักร บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่สถานีรังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยในอนาคตอันใกล้นี้จะต่อขยายไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตแนวเส้นทางมีระยะทางรวม 26.3 กิโลเมตร

ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ จากบางซื่อ (กม.6+000) ไปถึงดอนเมือง (กม.25+232) ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร และลดระดับลงอยู่ระดับพื้นดิน จากสถานีดอนเมือง (กม.25+232) ถึงรังสิต (กม.32+350) ระยะทาง 7.1 กม. โดยมีรั้วกั้นตลอดแนวจากดอนเมืองถึงรังสิต ขนาดทาง 1.000 เมตร (Meter Gauge) เชื่อมต่อกับทางรถไฟสายเหนือในปัจจุบัน

โดยการก่อสร้างเป็นทางยกระดับจากบางซื่อ (กม.6+000) ไปยังดอนเมือง (กม.25+232) ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร และลดระดับลงอยู่ระดับพื้นดินจากสถานีดอนเมือง (กม.25+232) ถึงรังสิต (กม.32+350) ระยะทาง 7.1 กิโลเมตร 

คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2563

Urban

เมืองอุตสาหกรรม และการพาณิชย์

ภาพรวมของย่าน หากดูในผัง พบว่าส่วนใหญ่บริเวณโดยรอบโครงการจะเป็นเขตสีเหลือง ซึ่งเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ที่ดินโดยรอบๆจึงเต็มไปด้วยหมู่บ้านจัดสรรและบ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น เป็นจำนวนมาก แต่ในฝั่งทิศใต้จะเป็นเขตสีแดง และสีม่วง ซึ่งเป็นที่ดินประเภท พาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก และเขตอุตสาหกรรม ทำให้บริเวณนี้มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ และโรงงานเป็นจำนวนมาก

ส่วนในทิศตะวันออกของโครงการ ภาพรวมจะเป็นเขตสีเขียวเข้ม ซึ่งเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ในอนาคตหากย่านนี้ถูกพัฒนาไปอีกระดับ ทั้งการมาถึงของรถไฟฟ้า และการหลั่งไหลเข้ามาของประชากรจากย่านอื่นๆ ก็มีแนวโน้มว่าผังสีในปัจจุบันจะถูกแก้ไข ให้พัฒนาเป็นโครงการที่เอื้อให้เกิดการกระตุ้นทางเศรษฐกิจ อย่างเช่นโครงการ Mega Project ต่างๆ อาทิ Central M ที่ ณ ปัจจุบันยังติดปัญหาผังสีของที่ดิน ที่ไม่เอื้อต่อการทำเป็นศูนย์การค้า หากมีการปรับเปลี่ยนผังสีเกิดขึ้นก็คงน่าสนใจไม่น้อย

.

2. โรงเรียน ,มหาวิทยาลัย ,โรงพยาบาล และศูนย์การค้า ครบครัน

Point of Interest

ข้อเด่นอีกข้อของโครงการ Centro คือเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของย่าน เพราะนอกจากโครงการจะอยู่ติดกับถนนเส้นหลักแล้ว ยังอยู่ไม่ไกลกับศูนย์การค้าหลักๆของย่านอย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 5 กม. หากเดินทางด้วยรถยนต์ หรือถัดออกไปอีก 12 กม. ก็มีห้างเซียร์ รังสิต โดยร้านค้าร้านอาหาร หรือสตีทฟู้ดก็มีอยู่มากมายโดยรอบศูนย์การค้าเช่นกัน และเป็นพื้นที่ที่คนค่อนข้างพลุกพล่าน 

หรือหากอยากจับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารสดก็สามารถทำได้ เพราะมี ตลาดไม่ไกลจากโครงการเช่นกัน ที่ใกล้ที่สุดคือ ตลาดรังสิต ซึ่งอยู่ห่างเพียง 6กม. และตลาดไท 9 กม. ในเรื่องของสถานศึกษา และสถานพยาบาลก็ครบครันเช่นเดียวกัน โดยหลักๆ เช่น ม.รังสิต , ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.กรุงเทพ โรงพยาบาล เช่น รพ.เปาโล และ รพ.บางปะกอก ภาพรวมของย่านนี้จึงถือว่าค่อนข้างครบครัน และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย ซึ่งในอนาคตก็มีแนวโน้มว่าจะมี Landmark สำคัญเกิดขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน

.

โครงการที่น่าสนใจในย่าน

Future City

Central M

ในอนาคตนอกจากโครงการรฟฟ แล้วในย่านรังสิตยังมีการขยายตัวจากภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ้มค้าปลีกและศูนย์การค้า ที่มีแผนมุ่งขยายไปยังหัวเมืองต่างๆ ในแต่ละภาคของกรุงเทพมหานคร ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี ถือว่าเป็นประตูทางออกสู่ภาคเหนือและภาคอีสานของไทย

อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม และมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ย่านนี้จึงเต็มไปด้วยแหล่งที่อยู่อาศัย ของผู้บริหารตามโรงงาน พนักงาน แรงงาน และนักศึกษา เป็นจำนวนมาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้เองล้วนเป็นกำลังซื้อสำคัญ และทำให้เกิด Traffic ภายในย่านซึ่งคับคั่งอยู่ตลอดเวลา

1. Future city  ใช้งบประมาณ 4 พันล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงการศูนย์การค้าแห่งใหม่ รวมพื้นที่ประมาณกว่า 100,000 ตารางเมตร พื้นที่ 60 ไร่ ออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ขนาด 6 ชั้น จำนวน 200 ร้านค้า

2. Central M ในขณะนี้ผังเมืองของที่ดินไทยเมลอนฯ ยังไม่เอื้อต่อการก่อสร้างเนื่องจากเป็นที่ดินที่ผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสหกรรม(สีม่วง) ทำให้ไม่สามารก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์ได้

 

.

วิเคราะห์ข้อเด่นของบ้าน

Surrounding

บริบทโดยรอบโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยและโรงงาน ซึ่งในปัจจุบันที่ดินบริเวณนี้ยังไม่ถูกพัฒนามากนัก ทำให้ยังคงมีที่ดินเปล่ากระจายอยู่รอบๆ ในอนาคตหากระบบขนส่งสาธารณะในย่านเปิดใช้งาน (รฟฟ สายสีแดง) รวมถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง Central M , Mega Rangsit และ Future City เปิดให้บริการ เราคงจะได้เห็นที่ดินแถบนี้ถูกพัฒนาไปเป็นย่านพักอาศัยอีกหลายโครงการอีกแน่นอน เพราะผู้คนจากพื้นที่อื่นๆก็เริ่มหลั่งไหลกันเข้ามาจับจอง และความต้องการในเรื่องของที่พักอาศัยก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกของโครงการจะเป็นพื้นที่ของหมู่บ้าน , บ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้น และที่ดินเปล่า ทำให้ในทิศนี้มีมลภาวะรบกวนด้านเสียงและกลิ่นน้อยกว่าด้านอื่นๆ ส่วนในทิศใต้โครงการจะอยู่ติดกับโรงงานยาง บริดจสโตน อาจมีปัญหาเรื่องมลภาวะต่างๆพอสมควร ส่วนทิศตะวันตกจะอยู่ติดกับถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามเป็นบริษัทในเครือเซนทาโก และที่ดินเปล่า โดยภาพรวมแล้วถือเป็นย่านที่ค่อนข้างสงบ และยังไม่เจริญมากนัก ในอนาคตทางฝั่งทิศตะวันออกมีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรอื่นๆ ค่อนข้างสูง

.

ข้อแตกต่างของโครงการ Centro พหลโยธิน-วิภาวดี กับโครงการอื่นๆโดยรอบ

.

ชิวารมย์ รังสิต – ดอนเมือง
เจ้าของโครงการ : บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)
ราคา : เริ่มต้น 5.14 ลบ.
จำนวนหลัง :
81 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
180 – 238 ตร.ม.

มีขนาดของบ้านใน Type ต่างๆที่ใกล้เคียงกับของโครงการ Centro ราคาเริ่มต้นสูงกว่าเล็กน้อย ส่วนทำเลค่อนข้างดีเนื่องจากอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต รอบๆโครงการชิวารมย์ จึงค่อนข้างคึกคัก ข้อดีของโครงการนี้คือมีจำนวนหลังที่น้อยเพียง 81 หลัง ทำให้สภาพแวดล้อมมีความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านสูง

บุราสิริ รังสิต
เจ้าของโครงการ : บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
ราคา : เริ่มต้น 4.99 ลบ.
จำนวนหลัง :
275 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
136 – 257 ตร.ม.

มีขนาดพื้นที่ใช้สอยและจำนวนหลังที่ใกล้เคียงกับโครงการ Centro ด้วยจำนวนหลังถึง 275 หลัง ความเป็นส่วนตัวจึงน้อย ด้านราคาเริ่มต้นเท่ากับโครงการ ภาพรวมในด้านทำเลถือว่าอยู่คนละส่วนกับโครงการ Centro เพราะบุราสิริจะอยู่บริเวณทางด่วน บางปะอิน-ปากเกร็ด อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากศูนย์การค้า ความเจริญในย่านจึงมีน้อยกว่า

เพอร์เฟค เพลส รังสิต2
เจ้าของโครงการ : พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค
ราคา : เริ่มต้น 3.89 ลบ.
จำนวนหลัง :
149 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
106 – 204 ตร.ม.

โครงการอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกล (ซ.บ้านกลาง) การเดินทางจึงค่อนข้างไม่สะดวกนักเพราะไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ในด้านอื่นๆ ราคาเริ่มต้นจะต่ำกว่าของโครงการ Centro พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นจึงน้อยกว่า แต่ขนาดใหญ่สุดจะมีพื้นที่เท่าๆกัน ข้อดีของโครงการคือมีจำนวนหลังที่น้อย คือ 149 หลัง

เดอะ แพลนท์ รังสิต-คลองหลวง
เจ้าของโครงการ : พฤกษา เรียลเอสเตท
ราคา : เริ่มต้น 3.5 ลบ.
จำนวนหลัง :
158 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
121 – 167 ตร.ม.

มีขนาดเริ่มต้นที่เล็กกว่าโครงการ Centro ราคาเริ่มต้นจึงต่ำกว่าในระดับหนึ่ง มีข้อดีคือจำนวนหลังที่น้อยกว่า เพียง 158 หลัง พื้นที่ใช้สอยของ Type ใหญ่สุดขนาดค่อนข้างเล็กกว่าโครงการ Centro ทำเลของโครงการนี้อยู่ภายใน ซ.รังสิต-นครนายก31 ซึ่งค่อนข้างไกลจากถนนเส้นหลักพอสมควร 

ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด รังสิต
เจ้าของโครงการ : บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด มหาชน
ราคา : เริ่มต้น 5.09 ลบ.
จำนวนหลัง :
358 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
177 – 226 ตร.ม.

สเปคของโครงการนี้ค่อนข้างดี ด้วยราคาเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกันกับ Centro แต่มีข้อเสียคือจำนวนหลังที่ค่อนข้างเยอะ ความเป็นส่วนตัวจึงน้อย ขนาดพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างใกล้เคียงกับของ Centro แต่หลังใหญ่สุดจะมีพื้นที่เยอะกว่าคือ 226 ตร.ม. ทำเลถือว่าค่อนข้างดีเนื่องจากอยู่ติดกับถนนเส้นหลักของย่านอย่าง ถ.รังสิต-นครนายก แต่ก็ยังถือว่าอยู่ไกลจากศูนย์การค้าใหญ่ๆอยู่พอสมควร

คาซ่า วิลล์ รังสิต – คลอง 2
เจ้าของโครงการ : ควอลิตี้เฮ้าส์
ราคา : เริ่มต้น 4.95 ลบ.
จำนวนหลัง : 279 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 138 – 210 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าของ Centro เล็กน้อย ด้วยจำนวนบ้านที่ในโครงการที่ใกล้เคียงกัน 279 หลังถือว่าค่อนข้างเยอะพอสมควร ทำให้ภายในโครงการอาจมีความเป็นส่วนตัวที่น้อยลง ส่วนพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นจะเล็กกว่า Centro พอสมควร ส่วนขนาดใหญ่สุดจะใหญ่กว่าเล็กน้อย ทำเลค่อนข้างดีเพราะอยู่ติดกับถนนเส้นหลักอย่าง รังสิต-นครนายก ทำให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก แต่ก็ถือว่าอยู่ไกลจากย่านศูนย์การค้าพอสมควร

ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต-คลอง 2
เจ้าของโครงการ : บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
ราคา : เริ่มต้น 4.7 ลบ.
จำนวนหลัง : 456 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 150-217 ตร.ม.

ข้อเสียของโครงการนี้คือจำนวนบ้านในโครงการที่มีค่อนข้างเยอะ ถึง 456 หลัง อาจจะดูแออัดไปสักหน่อย ราคาเริ่มต้นและพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับของ Centro ทำเลโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่ 

คณาสิริ รังสิต-คลอง 2
เจ้าของโครงการ : บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
ราคา : เริ่มต้น 3.69 ลบ.
จำนวนหลัง : 216 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 116-160 ตร.ม.

พื้นที่ใช้สอยของบ้านในโครงการนี้ถือว่าให้มาค่อนข้างเล็ก สำหรับการเป็นบ้านเดี่ยว แต่ราคาเริ่มต้นก็น้อยตามไปด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ราคาไม่แพงมากนัก รวมถึงความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านก็ถือว่าอยู่เกณฑ์ปานกลาง เพราะจำนวนบ้านไม่เยอะและไม่น้อยจนเกินไป ส่วนทำเลถือว่าไม่ได้ดีมากนักเพราะอยู่ภายในซอย อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากย่านศูนย์การค้า

.

3.บ้านหลังเล็ก แต่เป็นสัดส่วน น่าใช้สอย

Type บ้านภายในโครงการ Centro ถือว่ามีขนาดที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับราคา แต่ก็มีข้อดีคือหลังที่มีขนาดเล็ก ก็จะได้พื้นที่รอบบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วก็ค่อนข้างยืดหยุ่นในการปรับปรุง หรือต่อเติมในอนาคต ส่วนพื้นที่ใช้สอยภายในก็ค่อนข้างเป็นสัดส่วนในมาตรฐานของหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป

ในหัวข้อนี้ทาง Realist จะนำเอาบ้านหลังตัวอย่างของโครงการมาวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่และการใช้งาน ให้ผู้อ่านได้พิจารณา ถึงข้อดีข้อเสียของบ้าน และใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อกัน โดยในที่นี้คือหลัง Magnitude ขนาด 190 ตร.ม. และนำไปเทียบกับหลังเล็กสุดของโครงการ คือ Alexia ขนาด 154 ตร.ม. เพื่อดูลักษณะการใช้งานและ space ของบ้านกันครับ

Magnitude 190 SQ.M.

Type Magnitude ขนาด 190 ตร.ม. เป็นหลังที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง รองจาก Type Sunshine ที่มีขนาดใหญ่สุดโดยมีพื้นที่อยู่ที่ 200 ตร.ม. ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงพื้นที่ใช้สอยและการใช้งานแล้ว ก็ถือว่าทั้งสองแบบมีความใกล้เคียงกันมาก ใน Type นี้ข้อดีคือเรื่องของความลงตัวของการใช้งานพื้นที่ ภายใน-ภายนอกของบ้าน

พื้นที่ภายในบ้านมีการแบ่ง Function ได้อย่างลงตัว และมีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้น 1 มาให้ ซึ่งจะทำเป็นห้องทำงาน ห้องพักผ่อนหรือ ห้องนอนผู้สูงอายุก็สามารถทำได้ และส่วนกลางของบ้านที่เชื่อมต่อเป็นส่วนเดียวกัน ทำให้สามารถจัดการเรื่องการวางเฟอร์นิเจอร์ได้โดยง่าย ส่วนภายนอกก็ยังเหลือพื้นที่สำหรับให้ลูกบ้านสามารถต่อเติมหรือปรับเปลี่ยน Function ตามความต้องการได้อย่างยืดหยุ่น

วิเคราะห์ผัง ดูภาพรวม

ตัวบ้านสามารถจอดรถในที่ร่มได้ 2 คัน ความกว้างอยู่ที่ 5 ม. มีประตูทางเข้าสู่ตัวบ้านจากที่จอดรถได้เลย

ห้องอเนกประสงค์ ในหลังตัวอย่างถูกจัดให้เป็นห้องพักผ่อน ซึ่งขนาดของพื้นที่ห้องใน Type นี้จะอยู่ที่ประมาณ 9 ตร.ม. ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการจัดสรรพื้นที่ภายในให้เป็น Function ต่างๆตามที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอนผู้สูงอายุ หรือห้องทำงาน เป็นต้น

ส่วนรับประทานอาหารสามารถวางโต๊ะกินข้าวสำหรับ 6 ที่นั่งได้อย่างสบาย และไม่อึดอัด พื้นที่ส่วนนี้ถือว่าออกแบบมาได้น่าใช้สอยด้วยการเจาะช่องเปิดโดยรอบ และมีขนาดค่อนข้างกว้าง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้รับแสงสว่างจากภายนอกอย่างเต็มที่ ห้องจึงสว่าง และดูโปร่งโล่ง ในเวลากลางวัน

Family Area ในชั้นที่ 2 ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง High Light ของบ้าน เพราะมีขนาดพื้นที่ที่พอเหมาะ ต่อการใช้งานของครอบครัว และพื้นที่ส่วนนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยน Function ได้อย่างอิสระ ซึ่งสามารถกั้นเป็นห้องได้อีกห้องหนึ่ง

ห้องนอนของบ้านหลังนี้ ค่อนข้างกว้าง และโปร่งโล่ง โดยเฉพาะช่องเปิดขนาดใหญ่ใกล้กับเตียงนอนที่รับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาในตอนกลางวันได้อย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยระบายอากาศให้แก่ห้องนี้ได้เป็นอย่างดี และการที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. ก็ถือว่าได้มาตรฐานที่ดีสำหรับห้องในโครงการทั่วๆไป พื้นที่รอบเตียงสามารถวางตู้หัวเตียงและเว้นเป็นทางเดินรอบเตียงได้อย่างสบายๆ

 

.

ALEXIA 154 SQ.M.

บ้าน Type Alexia ถือว่าเป็นบ้านหลังเล็กที่สุดของโครงการ เมื่อพิจารณาในข้อเสีย ก็น่าจะเป็นเรื่องขนาดของพื้นที่ใช้สอย ที่ค่อนข้างน้อยไปสักหน่อย สำหรับบ้านราคาประมาณนี้ เพราะปัจจุบันบ้านแฝด หรือทาวน์โฮม ก็มีราคาที่น้อยกว่าในขนาดที่เท่ากัน

ส่วนข้อดีคือเรื่องพื้นที่รอบบ้านที่ได้มาเพิ่ม ซึ่งแม้ตัวบ้านจะหลังเล็กแต่ก็มีข้อดีกว่าบ้านแบบทาวน์โฮม และบ้านแฝด เพราะสามารถต่อเติมพื้นที่รอบๆบ้านเป็น Function ใหม่ๆเพิ่มเติมได้ ค่อนข้างยืดหยุ่น

การจัดการพื้นที่ภายในบ้านถือว่าเป็นสัดส่วน น่าใช้สอย ความสูงของพื้นถึงฝ้ายังอยู่ที่ 2.6 ม. เท่ากันกับ Type อื่นๆ ในภาพรวมถือว่าเป็นอีกหลังหนึ่งที่เหมาะกับครอบครัวเดี่ยว มีจำนวนสมาชิก 2-3 คน และหากมีสมาชิกเพิ่มเติมในอนาคตก็สามารถต่อเติมบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้

.

บ้าน Type อื่นๆของโครงการ

Starry 175 SQ.M.

 

Sunshine 200 SQ.M.

.

 

4.พื้นที่รอบบ้าน ต่อเติมได้อย่างอิสระ

 

.

ตัวอย่างการต่อเติมบ้าน

image : Esara Living

5.Facilities น่าใช้งาน

Facilities ของโครงการ โดยหลักๆจะเป็น Club House ซึ่งตัวโครงการออกแบบให้อยู่ด้านหน้าทางเข้า โดย Design ก้อน Function ในชั้นที่ 2 ของอาคารให้เป็นหลังคาของประตูทางเข้า โดย ชั้น 1 จะเป็น Lobby และสระว่ายน้ำ ส่วนชั้นบนจะเป็น Fitness และ Play Ground สำหรับเด็กๆ 

สระว่ายน้ำของโครงการมีขนาด 8 x 16 ม. และลึก 1.2 ม. ถือว่าได้มาตรฐานและใช้สอยได้จริง อีกจุดเด่นหนึ่งของโครงการคือ พื้นที่สีเขียว ซึ่งทั้งโครงการให้มาประมาณ 2 ไร่ ทำให้เกิดความร่มรื่นพอสมควร สุดท้ายคือระบบรักษาความปลอดภัย ที่นี่มี Security Gate , กล้องCCTV และ รปภ รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชม.  

.

สรุปทุกประเด็นของ Centro พหลโยธิน-วิภาวดี

ภาพรวมโครงการอย่างแรกที่โดดเด่นที่สุดคือ ทำเล และการเดินทาง เพราะโครงการอยู่ติดกับถนนเส้นหลักของย่าน อย่าง ถ.พหลโยธิน ซึ่งวิ่งยาวเข้าออกตัวเมืองได้โดยตรง อีกทั้งในอนาคตหากรถไฟฟ้าสายสีแดงตัดผ่านย่าน บริเวณ ถ.วิภาวดี การเดินทางก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นที่ดินโดยรอบก็มีแนวโน้มจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในเรื่องพื้นที่ใช้สอย ถือว่าน้อยไปสักหน่อยเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการรอบๆ แต่ก็ทดแทนมาด้วยพื้นที่รอบๆบ้านสำหรับการต่อเติม เมื่อพิจารณาร่วมกับราคาก็ถือว่ามีความสมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง

วัสดุของโครงการถือว่าอยู่ในระดับดีและได้มาตรฐานเหมาะสมกับราคา และส่วนกลางของโครงการก็ถือว่าครบครันและน่าใช้สอย เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบ้านในโครงการ

โดยสรุปโครงการ Centro พหลโยธิน – วิภาวดี ถือว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งในย่านรังสิต ที่มีความน่าสนใจ หากผู้อ่านกำลังมองหาบ้านและทำเลที่ครบครันในด้านต่างๆ ในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็กไม่เกิน 2-3 คน