CHALERMNIT ART DE MAISON

โครงการ Chalermnit Art de Maison เป็นคอนโด Low Rise ที่หรูที่สุด จากดีเวลลอปเปอร์ชื่อดังอย่าง Areeya ตั้งอยู่ ณ ซอยสุขุมวิท 53 หรือ ทองหล่อ 5 ซึ่งมีความโดดเด่นด้านความหรูหรา และมีสไตล์ญี่ปุ่นเฉพาะตัว ซึ่งย่านนี้มีชื่อเสียงด้านเป็นแหล่งทำเลที่อยู่อาศัยสุดหรู ราคาคอนโด High rise ไปไกลมากถึง 350k/ตร.ม. อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ด้านการกิน เที่ยว ช็อป และมีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านที่อยู่ในย่านนี้

ถึงโครงการนี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในซอยหลักอย่างเช่นซอยสุขุมวิท 55 ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นซอยที่ไม่เคยหลับใหล โดยเฉพาะด้าน Lifestyle ทั้ง Day time และ Night time

มีให้เลือกสรรมากมาย แต่ข้อดีของการที่โครงการตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 53 นี้ คือเป็นซอยที่ไม่พลุกพล่าน เท่าซอยอื่นๆ แต่ว่ามีร้านอาหารและคาเฟ่ตั้งอยู่ในซอยไม่น้อย ภายในซอยมีคอมมูนิตี้มอลล์ที่ใกล้ที่สุดอย่าง 9:53 ซึ่งห่างเพียง 30 ม. ใช้เวลาเดินเพียง 1 นาทีเท่านั้น และเนื่องจากติดกับซอยถัดไปอย่างสุขุมวิท 55 โดยสามารถวิ่งลัดผ่านซอยทองหล่อ 1, ซอยทองหล่อ 5 และซอยทองหล่อ 9 ไปได้ จึงเรียกได้ว่า ได้ข้อดีทั้งความสงบและความอุดมสมบูรณ์ครบครัน

FACT SHEET

INFORMATION

 

โครงการ : Chalermnit Art de Maison สุขุมวิท 53

เจ้าของโครงการ :
อารียา พร็อพเพอร์ตี้

พื้นที่โครงการ :
1–1–77.2 ไร่

ที่ตั้ง :
ซอย สุขุมวิท 53

จำนวนอาคาร : 2 อาคาร

จำนวนชั้น : 8 ชั้น

เว็ปไซต์ : Chalermnit

UNIT TYPE

 

จำนวนยูนิตทั้งหมด : 122 ยูนิต

 1 Bedroom 33.4–55.0 ตร.ม.

 2 Bedroom 83.8-103.75 ตร.ม.

 2 ชั้น แบบ Duplex 116.95 ,  161.25  และ  236.30 ตร.ม.

FACILITIES

 

ที่จอดแบบ Automactic รวม : 100 %
ทั้งหมด : 128 คัน

– Indoor Pool
– Holistic Wellness Fitness
– Female Onsen, Male Onsen
– Golf Simulator Room

PRICE

 

ราคาเริ่มต้น : 10 ลบ.
250,000 บ. / ตร.ม.

 

ค่าส่วนกลาง : 120 บ. / ตร.ม.

ค่ากองทุน : 1000 บ. / ตร.ม.

แปลนแต่ละชั้น

การเดินทาง ใกล้แหล่ง ช็อป กิน เที่ยว

ถึงแม้ว่าโครงการจะไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า และตั้งอยู่เข้ามาในซอย ระยะประมาณ 500 ม. แต่ถ้าเดินก็จะใช้ระยะเวลาประมาณแค่ 5 นาทีเท่านั้น

ส่วนการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ณ ซอยสุขุมวิท 53 ซึ่งถนนหลักที่เชื่อมคือ ถ.สุขุมวิท ซึ่งสามารถลัดเลาะไปได้หลายเส้นทาง เช่น ถ.เพชรบุรี หรือจะเข้า-ออกซอยย่อยได้หลายซอย 

ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายนานาชาติ

ถ้าเทียบกับทำเลอื่นๆ ย่านนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสะดวกสบายครบครันสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเป็นย่านที่ชาวญี่ปุ่นนิยมอยู่อาศัยเยอะพอสมควร ดังนั้นจึงมีห้าง, ร้านอาหาร, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และคาเฟ่ต่างๆ ที่มีความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นอยู่มากมาย

 เช่น Nihonmura Mall, Nihonmachi Bangkok, Fuji Market, UFM Fuji Supermarket และอีกมากมาย ซึ่งทั้ง 4 แห่งที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ และเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในย่านนี้

Nihonmura Mall ระยะห่างประมาณ 900 ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 11 นาที

Nihonmachi Bangkok ระยะห่างประมาณ 2.5 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 11 นาที

ศูนย์การค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

9:53 Community – 30 ม. (เดิน 1 นาที)

Maze Thonglor – 550 ม. (เดิน 5 นาที)

Market place Thonglor –  550 ม. (เดิน 5 นาที)

Foodland Supermarket – 550 ม. (เดิน 5 นาที)

J Avenue – 850 ม. ( รถยนต์ 4 นาที)

72 Courtyard – 850 ม. (รถยนต์ 4 นาที)

The commons – 900 ม. (รถยนต์ 5 นาที)

EmQuatier – 2.8 กม. (รถยนต์ 12 นาที)

Emporium – 2.8 กม. (รถยนต์ 12 นาที)

Emsphere – 2.8 กม. (รถยนต์ 12 นาที)

Villa Market – 2.9 กิโลเมตร (รถยนต์ 13 นาที)

K Village Sukhumvit 26 – 3.7 กม. (รถยนต์ 15 นาที)

Terminal 21 – 4.8 กม. (รถยนต์ 20 นาที)

เปรียบเทียบคอนโด Low Rise ในละแวกเดียวกัน

จะมี RUNESU Thonglor 5 และ NIVATI 23 ที่เป็นคอนโด Low Rise เหมือนกั และราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.ใกล้เคียงกัน  RUNESU Thonglor 5 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6.9 ล้านบาท จะเป็นคอนโดสูง 8 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งหมด 156 ยูนิต ที่จอดรถแบบ Automatic 84 คัน คิดเป็น 54% มีห้องขนาดตั้งแต่ 29-75 ตร.ม. แบบชนิด 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอนเท่านั้น ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 75 บ./ตร.ม. และ Sinking Fund อยู่ที่ 750 บ./ตร.ม. 

ส่วน NIVATI 23  ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 17 ล้านบาท เป็นคอนโดสูง 7 ชั้น มีทั้งหมด 52 ยูนิต ที่จอดรถแบบ Automatic 78 คัน มีห้องขนาดตั้งแต่ 70.8-221 ตร.ม. แบบชนิด Single และ Duplex ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 3 ห้องนอน  ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 120 บ./ตร.ม. และ Sinking Fund อยู่ที่ 1,000 บ./ตร.ม.

Surroundings

จากทีึ่ีเราได้วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมรอบๆโครงการ พบว่าโครงการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี คือดูเงียบสงบ น่าอยู่ เพราะเป็นโซนที่อยู่อาศัยซะส่วนมากแต่ในขณะเดียวกันพื้นที่นี้คือ “ทองหล่อ” จึงถือว่าเป็นพื้นที่ๆค่อนข้างเป็น rare item เลยทีเดียว 

ถ้ามองลึกลงไปอีก ใครเป็นเพื่อนบ้านเราบ้าง? เริ่มที่หน้าโครงการ วิวโล่งทีเดียว มีถนนซอยคั่น ตรงข้ามเป็นอาคาร 2 ชั้น แต่ด้านนี้เป็นทิศตะวันตก อาจจะร้อนตอนเย็น ๆ
ถัดมาทิศเหนือของโครงการก็ยังโล่งอยู่เช่นเดียวกัน เป็นอาคารสููง 2 ชั้น ทิศนี้ดี รับลม หลบแดดครับ 

มาต่อที่ด้านหลังโครงการหรือทิศตะวันออก ได้รับแดดเช้า แต่มีอาคาร 7 ชั้นข้างๆช่วยบังไปบางส่วน ระยะห่างประมาณ 14 ม.ถือว่าใกล้พอประมาณ แต่จริงๆการมีบ้านหรือคอนโดอยู่ในเมือง ก็หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้อาคารรอบด้านได้ยาก ซึ่งอันนี้ก็ถือว่ารับได้ เพราะใกล้ด้านสั้นของโครงการ 

สุดท้าย ทิศใต้ เนื่องจากพระอาทิตย์อ้อมใต้ เราอาจโดนแดดตอนบ่ายๆบ้าง ซึ่งก็มีอาคาร 8 ชั้นที่ห่างออกไปประมาณ 50 ม.มาช่วยบังแดดได้ส่วนหนึ่ง 

Facilities ในแบบ Luxury Japanese Style

โครงการนี้ดีไซน์สำหรับเอาใจชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ หรือว่าใครก็ตามที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางมีความหรูหรา และอีกทั้งมีทั้งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆอย่าง Onsen แยกสำหรับชายและหญิง, Indoor swimming pool สไตล์ญี่ปุ่น, Golf Simulator Room และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบ Universal อย่าง Hoslistic Wellness Fitness ไปจนถึง Automatic Parking Service ซึ่งที่จอดรถนับเป็น 100% อาจจะใช้เวลารอรถสักประมาณ 3 นาทีหรือมากกว่า ในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ถือว่าช่วยประหยัดเวลาในการวนหาที่จอดรถไปได้พอสมควร ซึ่งต่อไปคอนโดใหม่ ๆ ในระดับบน นับวันจะเปลี่ยนเป็นระบบนี้กันหมด

สิ่งที่แปลก แตกต่างจากที่อื่น คือ Facilities ทั้งหมดนั้นอยู่ชั้นใต้ดิน ทำให้มีความเป็นส่วนตัว เพราะถ้าเทียบกับโครงการอื่นที่เป็น outdoor swimming pool ถึงจะไม่มีคอนโดข้างเคียงทำให้สระว่ายน้ำได้รับวิว พร้อมทั้งมีความเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่มีความแน่นอนว่าในอนาคตจะมีคอนโดมาสร้าง บดบังวิวทิวทัศน์ และสูญเสียความเป็นส่วนตัวหรือไม่ ดังนั้นการที่มี Indoor swimming pool อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับความเป็นส่วนตัวในระยะยาว

วิเคราะห์

แปลนที่เป็นตัวอย่างนี้คือ แปลนตั้งแต่ชั้น5 ถึง 8 เนื่องจากโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 ตึก ทำให้มีทั้งยูนิตที่หันหน้าเข้าหากัน และยูนิตที่หันออกไปได้รับวิวด้านนอก  ยูนิตในตึก A จะเห็นได้ว่า จะมียูนิตที่เห็นวิวทั้งด้านนอก และด้านใน

  • – ยูนิตที่เป็นสีฟ้าอ่อน คือ Good view ซึ่งจากยูนิตทั้งหมด ยูนิตทางซ้ายสุดของตึก A  เป็นยูนิตที่ถือว่าเห็นวิวได้มากที่สุด และมีคอนโดสูง 8 ชั้น ทางทิศตะวันตก ที่ห่างออกไป มากกว่า 100 เมตร
  • – ยูนิตสีน้ำเงินคือยูนิตที่อยู่ทางทิศตะวันออกของตึก A เพราะมีคอนโดสูง 8 ชั้น ห่างออกไปเพียง 14 เมตร
  • – ส่วนยูนิตอื่นๆที่เป็นสีฟ้าเข้ม ถือว่า เป็นวิวปกติ ทั้งยูนิตที่หันหน้าเข้าด้านใน และออกด้านนอก เพราะโดยรวม อาคารที่สูง 8 ชั้นหรือมากกว่า จะไม่ได้อยู่ใกล้มากนัก

จะเห็นได้ชัดว่า ตึก A ที่อยู่ทางทิศใต้ จะด้รับแดดมากกว่าตึก B แต่ยูนิตที่หันหน้าเข้าด้านในของทั้งสองตึก ค่อนข้างได้เปรียบเรื่องนี้ เพราะจะไม่ได้รับแสงแดดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับยูนิตที่อยู่ด้านนอก ยูนิตซ้ายสุดของตึก A อาจจะได้รับวิวมากสุด แต่ก็จะได้รับแดดร้อนมากที่สุดเช่นกัน เพราะได้รับแดดตลอด ตั้งแต่เที่ยงยันเย็น ส่วนยูนิตอื่นๆของตึก A ที่หันหน้าออกทางทิศใต้ก็จะร้อนเช่นกัน ยูนิตของตึก B ค่อนข้างได้เปรียบเพราะหันออกทางทิศเหนือ และยังมีตึก A ที่ช่วยบังแดด ดังนั้น ถ้าหากต้องการยูนิตที่ไม่โดนแดดร้อนมากนัก ควรเลือกยูนิตทางตึก B หรือยูนิตที่หันหน้าเข้าด้านในของตึก A 

แบบ Monolux คือชนิด 1 ห้องนอน มีทั้งหมด 13 แบบแปลน 85 ยูนิต มีขนาดตั้งแต่ 33.4 ตร.ม. ไปจนถึง 55.00 ตร.ม. ซึ่งโครงการค่อนข้างเน้นห้องชนิด 1 ห้องนอน ซึ่งเหมาะสำหรับคนส่วนมากที่อาศัยอยู่คนเดียว เพราะมีแปลนให้เลือกหลายแบบ หลายขนาด ตั้งแต่ 45 ตร.ม. ขึ้นไป และมีให้เลือกทั้ง 1 ห้องน้ำและ 1.5 ห้องน้ำ

แบบ Deuxlelux คือชนิด 2 ห้องนอน มีทั้งหมด 6 แบบแปลน 34 ยูนิต ซึ่งห้องชนิดนี้มีทั้ง 2-2.5 ห้องน้ำ และมีขนาดตั้งแต่ 83.80 ตร.ม. ไปจนถึง 103.75 ตร.ม.

แบบ Grandelux คือชนิด 1-3 ห้องนอน มีสองชั้น และมีทั้งหมด 3 แบบแปลน 3 ยูนิต ซึ่งจะอยู่ชั้น1-2 ของตึก A  ถึงโครงการนี้จะมีห้องชนิด Duplex หรือสองชั้น แต่มีอยู่แค่เพียง 3 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งมีแบบให้เลือกตั้งแต่ 1 ห้องนอน   ขนาด 116.95 ตร.ม., 3 ห้องนอนขนาด 161.25 ตร.ม. และ 2 ห้องนอนขนาด 236.30 ตร.ม. ซึ่งยูนิตแบบ 2 และ3 ห้องนอนจะมี Double Volume

ตัวอย่างแปลนห้องแบบต่างๆ

เมื่อเปรียบเทียบการจัดวางแปลนของคอนโดระดับเดียวกันและสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนกันอย่าง  RUNESU Thonglor 5 แปลนที่ขนาดเล็กสุด มีข้อดีที่แบ่งโซนห้องนอนด้วยฉากกั้น 3 ตอน ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและดีกว่าแบบฉากกั้น 2 ตอนเหมือนคอนโดทั่วไป เพราะทำให้เวลาต้องการเปิดโซนรวมกัน ฉากกั้นแบบ3ตอนจะไม่ขวางทางเท่ากับฉากกั้นแบบ 2 ตอน นอกจากนี้ยังมีการกั้นโซนห้องครัวแยกจากโซนอื่น ซึ่งทำให้กลิ่นอาหารไม่รบกวนไปถึงห้องอื่นๆ แต่ว่าอาจจะไม่ค่อยมีที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารเท่าไหร่นัก

ทุกยูนิตจะมีห้องน้ำเท่ากับจำนวนห้อง แต่แปลนตั้งแต่ขนาด 47.25 ตร.ม. ขึ้นไปจะมีให้เลือก 1ห้องน้ำ หรือ 1.5 ห้องน้ำ และ ครัวปิด หรือครัวเปิด ซึ่งยูนิตส่วนใหญ่จะเป็นครัวแบบปิด ถ้าเทียบกับคอนโด RUNESU Thonglor 5 และ NIVATI 23 ทั้งสองคอนโดจะเป็นครัวแบบเปิด ข้อดีของครัวแบบเปิด อาจจะทำให้ห้องดูโล่งมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ แต่ห้องอื่นๆอาจจะถูกรบกวนด้วยกลิ่นอาหาร คอนโดนี้ที่มีครัวแบบปิด อาจจะเป็นทางเลือกทีีดีสำหรับผู้อาศัยที่ชอบทำอาหารเป็นประจำ  และสังเกตจากแปลนนี้ หลังจากเข้าห้องมา จะมีประตูกั้นก่อนเข้าโซนอื่นๆ ด้วย อาจจะเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น  ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการวางแปลนแบบนี้ เพราะทั้งครัวปิด+ประตูกั้นก่อนเข้าห้อง ทำให้ห้องค่อนข้างดูเล็ก แต่ก็เหมาะสมสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ชอบห้องที่เป็นสัดส่วน  แบ่งโซนชัดเจน 

เมื่อเปรียบเทียบตัวอย่างแปลน 3 แบบ ของชนิด Monolux จะเห็นได้ว่า ทุกแบบจะเน้นโซนห้องนอน และห้องน้ำ เป็นส่วนใหญ่ ภายในห้องน้ำมีแบ่งโซนอย่างชัดเจน คือโซนเปียก โซนแห้ง ทำให้ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ และมีอ่างอาบน้ำ ซึ่งดูเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ถ้าเทียบกับโครงการ RUNESU Thonglor 5 ที่มีห้องขนาดที่พอๆกับโครงการนี้ ยูนิตที่มีขนาดเล็กประมาณ 35 ตร.ม. จะมีห้องน้ำดูไม่ได้ขนาดใหญ่เท่า และไม่ได้แบ่งโซนอีกด้วย สำหรับยูนิตชนิด Monolux ที่มีระเบียง ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนค่อนข้างเล็ก และดูใช้งานไม่ได้จริงเท่าคอนโดอื่นๆ ที่ถ้าหากว่ามีระเบียง จะค่อนข้างเน้นวิว และการใช้ได้จริง เช่นระเบียงอยู่ที่มุมห้อง หรือ ระเบียงมีขนาดยาวขึ้น หรือบางคอนโดก้จะไม่มีระเบียงไปเลย

ยูนิตแบบ Deuxlelux เป็นแบบชั้นเดียว มี  2ห้องนอน ซึ่งยูนิตนี้เป็นตัวอย่างของยูนิตที่มีลิฟท์ส่วนตัว จะมีแค่ยูนิตทางฝั่งซ้ายของตึก A เท่านั้นที่มีลิฟท์ส่วนตัวแบบนี้ ซึ่งข้อดีคือ อาจจะเป็นพื้นที่บริเวณหน้าลิฟท์ที่เพิ่มขึ้น สามารถใช้เป็นที่จัดเก็บรองเท้า ยูนิตชนิดนี้ ค่อนข้างจัดวางโซนได้ลงตัว ถ้าเปรียบเทียบกับชนิด Monolux มีที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวกว้างพอสมควร และสัดส่วนของระเบียงค่อนข้างดี ห้องนอนแบบ Master Bedroom ส่วนใหญ่ของยูนิตชนิดนี้ จะมีห้องแต่งตัแยก และห้องนอนจะเชื่๋อมกับระเบียงอีกด้วย ดังนั้นถือว่ายูนิตชนิดนี้ ค่อนข้างที่จะเน้น Master bedroom ส่วนห้องนอนอีกห้องก็ถือว่าไม่ได้มีขนาดเล็กจนเกินไป แต่แค่ไม่มีห้องน้ำในตัวเท่านั้น

ห้องชนิด Grandelux จะมี 3 ขนาด และมีเพียงแค่ 3 ยูนิตเท่านั้น ยูนิตตัวอย่างชนิดนี้จะมี 3 ห้องนอน 3.5ห้องน้ำ มี Double Volume และครัวแบบกึ่งเปิด ห้อง Master Bedroom ค่อนข้างใหญ่พอสมควร อีกทั้งยังมี walk-in Closet  และที่สำหรับนั่งเล่น ภายในห้อง ส่วนห้องนอนอื่นๆ ถือว่ามีที่สำหรับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงาน เป็นสัดส่วนที่ลงตัว ทั้งขนาดและการจัดวาง แต่ด้วยความที่มีครัวแบบกึ่งเปิด และมี Double Volume อาจจะทำให้กลิ่นอาหารลอยไปชั้นสองได้

สรุปทุกประเด็น เจาะลึก

1. ทำเล – เรื่องทำเลนั้น เป็นทำเลที่ดี เหมาะแก่การอยู่อาศัย ทั้งเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน แต่ว่าอยู่ใกล้ความอุดมสมบูรณ์  มีสิ่งอำนวยความสะดวครบครัน อีกทั้งยังหลากหลายนานาชาติ เหมาะกับทั้งคนญี่ปุ่น คนไทย หรือชนชาติไหนก็ตา รับรองว่าหากินง่าย สะดวก ตลอด 24 ชม. ในซอยมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ มากมาย ถ้ายังไม่พอ ซอยข้างเคียงอย่างซอยสุขุมวิท 55 ยังมีร้านอาหารอีกเพียบ ถือว่าถ้าอยู่ย่านนี้ รับรอง ไม่เบื่อแน่นอน การเดินทางไปขึ้นบีทีเอส สำหรัับระยะห่าง 500 เมตร ถือว่าไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป และเดินทางทางรถยนต์ แน่นอนว่าย่านนี้ การจราจรคับคั่งตลอดวัน แต่มีซอยลัด เพื่อหลีกเลี่ยงไปทางอื่นได้มากมาย  

2. Facilities – สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอยู่ในระดับ world class เมื่อเทียบกับคอนโด Low Rise ส่วนใหญ่ เนื่องจาก คอนโดนี้เอาใจชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจึงเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งก็มีคนไทยไม่น้อยที่ชอบความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ แบบนี้ Onsen แยกชาย และหญิง, Indoor Swimming Pool, Golf Simulator Room  Facilitiesทั้ง 3 นี้ ค่อนข้างจะโด่ดเด่น ที่คอนโดธรรมดาจะไม่มี นอกจากคอนโดสไตล์ ญี่ปุ่นอย่าง Runesu Thonglor5 แต่ถือว่าชนะขาดในด้านความหรูหราแน่นอน Automatic Parking 100 % อาจจะเป็นสิ่งที่คอนโดสมัยนี้เริ่มมีมากขึ้น จึงไม่ได้โด่ดเด่น มากนัก แต่ที่น่าแปลกคือ Facilities ทั้งหมดนั้นอยู่ชั้นใต้ดิน รวมทั้งสระว่ายน้ำ ถือว่าเน้นความเป็นส่วนตัวระยะยาว

3. วิวและแดด – ยูนิตทางตึก Aค่อนข้างจะเสียเปรียบทั้งด้านวิว และแดด เพราะมีตึกที่สูงขนาดเท่าๆกัน อยู่ทางทิศตะวันออก และทิศใต้ อีกทั้งยังโดนแดดตลอดทั้งกลางวัน ดังนั้นยูนิตของตึก A ที่หันหน้าเข้าหาตึก B อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะไม่ได้รับแดดแรง และถึงจะไม่ได้เห็นวิวด้านนอก แต่ถึงยังไงตึกสูงเท่านี้ก็ไม่ได้เห็นวิวมากมายเท่าไหร่อยู่แล้วถึงจะเป็นยูนิตหันหน้าออกก็ตาม ส่วนยูนิตของตึก B วิวและอากาศจะค่อนข้างดีกว่า ถ้าเป็นยูนิตหันออกทางทิศเหนือ จะไม่มีตึกสูงมากๆ อยู่ใกล้ๆ ดังนั้น ค่อนข้างถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า 

4. แปลนแบบต่างๆ

– จุดเด่นของคอนโดนี้อาจจะเป็นเพราแปลนมีให้เลือกหลากหลายมาก มีตั้งแต่ 1-3 ห้องนอขนาดตั้งแต่ 33.4 ตร.ม. ไปจนถึง 236.30 ตร.ม.  มีห้องแบบทั้ง 1 ชั้น และ 2 ชั้น สำหรับคนที่ตามหาคอนโด Low rise ถือว่ามีแบบให้เลือกครบที่สุดในตึกเดียว ไม่ว่าจะ ขนาด, การจัดวางโซน, จำนวนห้องนอน และห้องน้ำ ขนาดตั้งแต่ 45 ตร.ม. ขึ้นไป สามารถเลือกห้องน้ำเพิ่ม เช่น 1 ห้องนอน 1.5 ห้องน้ำ เป็นต้น 

– อาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คอนโดชนิด Low rise ที่มีลิฟท์ส่วนตัว ตึก A อาจจะเสียเปรียบเรื่องแดดและวิว แต่ยูนิตทางตึก A ก็จะมีข้อได้เปรียบด้านมีลิฟท์ส่วนตัวเพิ่มมา ซึ่งที่จริงจะมีแค่ยูนิตทางซ้ายเท่านั้น ที่มีลิฟท์ขึ้นตรงจากล็อปบี้ไปถึงยูนิต ซึ่งนับเป็นชั้นละ 2 ยูนิต ต่อลิฟท์ 1 ตัว ส่วนฝั่งขวาของตึก A ถึงจะไม่ได้เป็นลิฟท์ส่วนตัว แต่จำนวนยูนิตต่อลิฟท์ค่อนข้างน้อย อยู่ที่ชั้นละประมาณ 6 ยูนิต ต่อ 2 ลิฟท์ ซึ่งโครงการนี้ ถือว่ามีลิฟท์ ทั้งหมด 6 ตัว อยู่ที่ตึก A ทั้งหมด 4 ตัว เพราะ ตึก A มียูนิตเยอะกว่า ส่วนตึก B ก็มีลิฟท์ 2 ตัว ต่อ 7 ยูนิต ต่อ 1ชั้น

– ส่วนการจัดวางแปลนภายในห้อง โครงการจะค่อนข้างเน้น ขนาดของห้องนอนและห้องน้ำ มีการแบ่งโซนชัดเจน โซนเปียก/แห้ง และมีอ่างอาบน้ำในทุกยูนิต ถึงจะเป็นห้องขนาดเล็กสุดก็ตาม 

– ยูนิตส่วนใหญ่จะเป็นห้องครัวแบบปิด ซึ่งถือว่าเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคน ที่ชอบทำอาหาร การกั้นโซนห้องครัวอาจจะทำให้ห้องดูเล็กไปบ้าง เมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆ แต่สุดท้ายแล้ว เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับการใช้งานระยะยาว

ที่วางโต๊ะทานอาหารสำหรับยูนิตขนาดเล็ก อาจจะไม่ลงตัวเท่าไหร่นักสำหรับยูนิตชนิต Monolux แต่ยูนิตชนิด Deuxlelux และ Grandelux เริ่มจะวางแปลนลงตัวมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสัดส่วนของระเบียงดีขึ้นอีกด้วยเช่นกัน