Chewathai Residence Thonglor

Chewathai Residence ทองหล่อ โครงการคอนโด Low Rise ใหม่ล่าสุดจาก บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการกว่า 950 ล้านบาท ตั้งอยู่ระหว่างทองหล่อ-เอกมัยในซอยทองหล่อ 20 หรือที่เรียกกันว่าซอยแจ่มจันทร์ เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต ซึ่งในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับโครงการ ที่นอกจากจะเลือกซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเองแล้วนั้น การซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรต่อในอนาคตก็น่าสนใจมากเช่นเดียวกัน โดยเราได้ทำการรวบรวมข้อมูลราคาที่ดินและอัตราการเติบโตของราคาดังกล่าวและข้อมูลอื่นๆ ไว้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเราจะพาไปรับชมกันครับ

FACTSHEET

Project name : Chewathai Residence ทองหล่อ

Developer : ชีวาทัย

Location : ซ.ทองหล่อ 20 ถ.สุขุมวิท 55 กทม.

Land Area : 1-0-94 ไร่

ปีที่คาดว่าแล้วเสร็จ : 2562

Tower Storey : 8 ชั้น

No. of Unit : 130 ยูนิต

Unit Type : 3 แบบ

1-BEDROOM : 30-35 ตร.ม.

1-BEDROOM PLUS : 46 ตร.ม.

2-BEDROOM : 43-55 ตร.ม.

No. of Parking : 70 คัน + 2 EV Charger

Facility :

Top Floor : Rooftop Garden, Putting Green

Ground Floor : Lobby, Property Management Office, Concierge, Mail box, Swimming Pool, Kids Pool, Jacuzzi, Garden

Basement B1 B2 : Parking Area, EV Charger

ทำเลที่ตั้งขอโครงการ

เชื่อมต่อได้จาก ถ.สุขุมวิทและ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่

บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในซ.ทองหล่อ 20 หรือ ซ.เอกมัย 21 หรืออีกชื่อคือ “ซ.แจ่มจันทร์” โดยเป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่าง ถ.ทองหล่อ และ ถ.เอกมัย ในทางตอนท้ายซอยหรือทางฝั่ง ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ได้ โดยจากแผนที่จะเห็นได้ว่า ทำเลดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อไปได้ทั้งทางฝั่งสุขุมวิท-อโศก หรือจะไปทางฝั่งเพชรบุรี-พระราม 9 ก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก โดยปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ทางฝั่งถ.สุขุมวิท) และ Airport Rail Link (ทางฝั่งถ.เพชรบุรีตัดใหม่) ที่เปิดให้บริการอยู่ก่อนแล้ว ในอนาคตก็จะมีสายรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น อันได้แก่ สายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) ที่จะมาเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อพื้นที่ไปยังบริเวณอื่นๆ อีกด้วย

เส้นทางในการเข้าสู่โครงการ

ทางเข้าสู่โครงการ สามารถเข้าถึงโครงการได้ 2 เส้นทาง อันได้แก่

1. จาก ถ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)

สามารถเข้าถึงโครงการด้วย ซ.ทองหล่อ 20 ระยะทางประมาณ 280 เมตร

2. จาก ถ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย)

สามารถเข้าถึงโครงการด้วยซ.เอกมัย 21 ระยะทางประมาณ 200 เมตร

จำลองเส้นทางในการเข้าสู่โครงการ

จาก ถ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)

จากเส้นทางทองหล่อ แนะนำให้เข้ามาจากทางฝั่งถ.เพชรบุรีตัดใหม่ โดยเมื่อเข้าสะพานข้ามคลองแสนแสบมาแล้ว มุ่งหน้ามาประมาณ 400 ม. ให้สังเกตอาคาร SCA จากนั้นชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้า ซ.ทองหล่อ 20 จากนั้นตรงเข้าซอยในระยะทางประมาณ 280 ม. เป็นอันถึงโครงการ

แต่หากมุ่งหน้ามาจากทางฝั่ง ถ.สุขุมวิท ให้ขับตรงจนสุดซอยทองหล่อเพื่อทำการกลับรถใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบก่อน จากนั้นมุ่งตรงมาจนสังเกตเห็น อาคาร SCA จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าที่ ซ.ทองหล่อ 20 เช่นเดียวกันกับมาจากทางฝั่งเพชรบุรีตัดใหม่

จาก ถ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย)

แต่จากเส้นทางเอกมัย หากเข้ามาจากทางฝั่งถ.สุขุมวิทจะสามารถเข้าสู่โครงการได้สะดวกกว่า ไม่ต้องกลับรถ โดยจากปากซอยเอกมัยมุ่งหน้าตรงมาประมาณ 2 กม. จากนั้นให้สังเกตปั้มบางจากและป้ายจราจร “เส้นทางลัด-ทองหล่อ” ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซ.เอกมัย 21 จากนั้นมุ่งหน้าตรงไป 200 ม. เป็นอันถึงโครงการ

แต่หากเข้ามาจากทางฝั่งถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ให้ทำการกลับรถที่บริเวณปั้มบางจาก เพื่อทำการกลับรถ จากนั้นชิดซ้ายเพื่อเข้าสู่ซ.เอกมัย21 เช่นเดียวกันกับมาจากทางฝั่งถ.สุขุมวิท

เพิ่มการเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต

อย่างที่กล่าวไปว่า ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่เปิดให้บริการเพิ่มในบริเวณย่านนี้ สายที่เปิดบริการใกล้กับโครงการมากที่สุดคือ สายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) ที่เป็นโมโนเรล (รถไฟรางเดี่ยว ขนาดเบา) ลอยฟ้า วิ่งผ่านช่วงวัชรพลผ่านเส้นประดิษฐ์มนูธรรม เข้าเพชรบุรี เลี้ยวเข้าทองหล่อมาต่อกับ BTS สถานีทองหล่อ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานทีแจ่มจันทร์ มีระยะทางห่างจากโครงการเพียง 450 ม.เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงระยะทางดังกล่าวนี้เป็นเพียงหนึ่งในช่วงการก่อสร้างของสายสีเทา โดยเส้นทาง วัชรพล-ทองหล่อ เป็นช่วงที่ 1 ที่ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนศึกษา EIA และเตรียมยื่นขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งผู้อ่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

วิเคราะห์การเติบโตของราคาที่ดินย่านทองหล่อ

ค่าเฉลี่ยประเมินราคาที่ดิน ปี 2539 – 2562

เมื่อพิจารณาจากการประเมินราคาที่ดินจากกรมธนารักษ์ ตั้งแต่ช่วงปี 2539 ถึงปี 2562 จะเห็นได้ว่า ราคาที่ดินทั้งทางฝั่งถ.ทองหล่อและถ.เอกมัยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2551-2554 ที่ราคาค่อนข้างกระโดดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ในขณะที่ ซ.แจ่มจันทร์ ที่เป็นซอยเชื่อมทองหล่อ-เอกมัยมีค่าเฉลี่ยราคาปีล่าสุดอยู่ในค่าที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกันกับถนนทั้ง 2 เส้น ทำให้ซอยแจ่มจันทร์นี้มีความน่าสนใจอยู่มาก เพราะนอกจากจะมีศักยภาพสูงแล้วยังมีราคาที่อยู่ในระดับที่น่าลงทุนอีกด้วย

สำหรับอัตราการเติบโตของราคาที่ดินก็สามารแบ่งได้ 2 ช่วงในแต่ละเส้นถนน คือ

1. ถ.ทองหล่อ มีอัตราการเติบโตช่วงที่ 1 อยู่ที่ 12.5% แต่อัตราการเติบโตช่วงที่ 2 พุ่งสูงขึ้นถึง 52.3%

2. ถ.เอกมัย มีอัตราการเติบโตช่วงที่ 1 อยู่ที่ 17.9% แต่อัตราการเติบโตช่วงที่ 2 พุ่งสูงขึ้นถึง 51.5%

จะเห็นได้ว่าถึงแม้มีช่วงราคาที่ต่างกัน แต่อัตราการเจริญเติบโตนั้นไม่ห่างกันเลย สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่มีผลควบคู่กันทั้ง 2 เส้น แนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินก็สูงมากขึ้น และอาจกล่าวได้ว่า ราคาที่ดินบริเวณที่เชื่อมต่อทั้ง 2 ถนนนี้ อย่างซ.แจ่มจันทร์ (ที่ปัจจุบันมีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) ก็มีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จึงถือเป็นเส้นน่าสนใจต่อการเลือกลงทุนเป็นอย่างมาก

ราคาที่ดินย่านทองหล่อ ปี 2554 – 2560

เมื่อพิจารณาเฉพาะเส้นถ.ทองหล่อที่จะสามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงได้แก่ ต้นซอย กลางซอย และ ท้ายซอย จากการรวบรวมข้อมูลราคาที่ดิน/ตร.ม.ของ Nexus ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของเส้นทองหล่อทั้ง 3 ช่วง มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยช่วงที่มีราคาสูงสุดคือช่วงกลางซอย รองลงมาเป็นช่วงต้นซอยทองหล่อที่ปัจจุบันเหลือที่ดินเพื่อการซื้อขายอยู่จำนวนน้อยแล้ว แต่ที่น่าจับตามองคือช่วงท้ายซอยทองหล่อ ที่ถึงแม้จะมีราคาค่าต่ำกว่าทางต้นซอยและกลางซอย แต่มีการเติบโตของราคาอย่างต่อเนื่องใกล้เคียงกัน และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกด้วยในอนาคต

อัตราการเติบโตราคาที่ดินย่านทองหล่อ ปี 2554 – 2560

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากอัตราการเติบโตของราคาที่ดินแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณช่วงท้ายซอยทองหล่อมีอัตราการเติบโตของราคามากที่สุดถึง 22% ในขณะที่บริเวณที่มีราคาสูงอย่างบริเวณกลางซอยและท้ายซอยมีอัตราการเติบโตที่น้อยลงมาตามลำดับ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจว่า ช่วงท้ายซอยทองหล่อ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนสูงอยู่มาก ด้วยราคาที่ยังต่ำอยู่และอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในอนาคต

ภาพรวมตลาดคอนโด Low Rise ย่านทองหล่อ

อัตราการขายเฉลี่ยตาม SEGMENT โครงการ

จากการสำรวจข้อมูลอัตราเฉลี่ยการขายตามแต่ละประเภทโครงการของคอนโดมิเนียมบริเวณทองหล่อ-เอกมัย ของทาง Nexus  พบว่า อัตราเฉลี่ยการขายของ โครงการระดับ Luxury และ Super Luxury มีอัตราเฉลี่ยการขายเท่ากันอยู่ในช่วง 74% ในขณะที่ โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End มีค่าสูงถึง 77% สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีว่า โครงการหรูระดับ Luxury และ Super Luxury อาจไม่ตอบโจทย์กับผู้บริโภคในย่านทองหล่อ-เอกมัย อีกต่อไป

SEGMENT ของโครงการคอนโด LOW RISE ย่านทองหล่อ

จากที่เกริ่นไปข้างต้นในเรื่องของระดับตามแต่ละประเภทโครงการ เรามาทำความรู้จักกับระดับตามแต่ละประเภทโครงการหรือ Segment โครงการ ที่ปกติจะแบ่งตามระดับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ โดยเราได้ทำการรวบรวมข้อมูล Segment โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ในย่านทองหล่อ พบว่า โครงการมีราคาเฉลี่ยสูงอยู่ในระดับ Luxury เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ Super Luxury และ Hi-End ตามลำดั

อัพเดทโครงการคอนโด LOW RISE ย่านทองหล่อ

เมื่อมาดูราคาเฉลี่ยภาพรวม (บ./ตร.ม.) ของคอนโดมิเนี่ยม Low Rise ใหม่ในย่านทองหล่อ ที่ส่วนมากจะกระจุกตัวอยู่ทางฝั่งช่วงต้นๆ ของทองหล่อ และอยู่ในโครงการระดับ Luxury – Super Luxury ทั้งสิ้น มีราคาเฉลี่ยโดยรวมทั้งย่านอยู่ที่ 244,000 บ./ตร.ม. ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่Chewathai Residence มีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและต่ำกว่าโครงการโดยรอบทั้งหมด โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 186,000 บ./ตร.ม. และถึงแม้อาจจะอยู่คนละ Segment กับโครงการอื่นโดยรอบ แต่จากแนวโน้มอัตราเฉลี่ยการขายตามแต่ละประเภทโครงการด้านบนนั้น ช่วยการันตีได้ว่า โครงการนี้เป็นที่น่าสนใจแก่การบริโภคและลงทุนอยู่มากพอสมควร

สถานที่สำคัญบริเวณโดยรอบทองหล่อ

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าทองหล่อเป็นย่านแห่งไลฟ์สไตล์สังคมระดับ Hi-end ดังจะเห็นได้จากร้านอาหาร คาเฟ่ ผับ ที่มีความคึกคักตลอด 24 ชม. อีกทั้ง Community Mall หรือ Co-Working Space แหล่งใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้นอีกมากมาย แต่อีกสถานที่สำคัญที่แฝงตัวอยู่ในย่านทองหล่อมาช้านานอย่างโรงพยาบาล หรือ อาคารสำนักงาน (Office Building) ก็ถือเป็นแหล่งรวมตัวหนุ่ม-สาวชาวออฟฟิศ ที่นับได้ว่าเป็นผู้บริโภคหลักของย่านทองหล่อเลยก็ว่าได้ โดยปัจจุบันมีอาคารสำนักงานในบริเวณโดยรอบมากถึง 11 แห่ง และอาจมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มลูกค้าชาวออฟฟิศนี้เองเป็นอีกกลุ่มที่มีความสนใจต่อการลงทุนทางอสังหาริมทรัพย์อยู่มาก โดยโครงการโดยรอบบริเวณนี้ก็เห็นจะมีโครงการ  Chewathai Residence ที่พอจะตอบสนองและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้กับกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวได้ไม่ยาก

M Major Tower

The Opus

DM Home 

BBC Building

จุดเด่นโดยรวมของโครงการ

วิเคราะห์โครงการโดยรวม

Orientation

อาคารมีรูปร่างโดยรวมเป็นลักษณะตัว L ทำให้ได้พื้นที่คอร์ทตรงกลางซึ่งเป็นพื้นที่ส่วน Facilities โดยลักษณะการวางทิศทางของอาคารมีการหมุนเพื่อตอบรับกับทิศทางลมในทางฝั่งด้านหน้าและด้านหลังอาคาร แต่ในส่วนของบริเวณมุมฉากด้านในอาจไม่ได้รับลมมากนัก และในส่วนของทิศทางแดด บริเวณปีกหลังทั้งหมดหันหน้าเข้าสู่ทิศเหนือจะได้ร่มเงาได้ดีในตอนเย็น แต่ในฝั่งที่หันหน้าเข้าสู่สระว่ายน้ำจะได้รับแสงแดดตลอดวัน นอกจากนั้นอาจได้รับผลกระสบจากแสงสะท้อนของสระว่ายน้ำอีกด้วย

Zoning

มีการจัดแบ่งพื้นที่ส่วนพักอาศัย ส่วนพื้นที่ Facilities และ ส่วนพื้นที่ Service ไว้อย่างเพียงพอและชัดเจน นั่นคือ มีส่วนพื้นที่ Facilities ทั้งใน Indoor-Outdoor และบริเวณชั้นล่าง-ชั้นดาดฟ้า นอกจากนี้ยังมีการจัดการพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ คือการนำที่จอดรถไปไว้บริเวณชั้นใต้ดิน ซึ่งมีให้บริการถึง 2 ชั้นด้วยกัน ในส่วนของความปลอดภัยก็มีการคิดคำนึงไว้เป็นอย่างดี โดยมีการกระจายบันไดหนีไฟไว้ 2 มุมจุดของอาคารถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย

Stories

โครงการมีทั้งหมด 11 ชั้น โดยแบ่งเป็นชั้นบนดิน 9 ชั้น และใต้ดิน 2 ชั้น ในส่วนของชั้นใต้ดิน B1-2 จะเป็นส่วนพื้นที่จอดรถและส่วนพื้นที่ Service ของโครงการ ส่วนของชั้นบนดินสามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกชั้น 1-2 จะประกอบไปด้วยส่วนของห้องชุดและพื้นที่ส่วน Facilities ช่วงที่ 2 คือ ชั้น 3-8 จะประกอบไปด้วยห้องชุดทั้งหมดที่คละรูปแบบกันในแต่ละชั้น ส่วนสุดท้ายคือชั้น 9 ที่จะเป็น ชั้นดาดฟ้า ประกอบไปด้วยส่วนพื้นที่ Facilities ที่เป็นสวนขนาดใหญ่กินพื้นที่ทั้งชั้น

Circulations

ในส่วนของการสัญจรภายในโครงการ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ 1. ทางสัญจรของรถ และ 2. ทางสัญจรของคน โดยทางรถยนต์จะใช้สัญจรบริเวณชั้นใต้ดินเท่านั้น แต่ในส่วนของทางสัญจรคนสามารถใช้งานได้ทุกส่วนของโครงการ โดยมีทางสัญจรฉุกเฉินรองรับไว้ทั้งในส่วนของชั้นที่อยู่อาศัย ชั้นจอดรถ และชั้น Facilities

Parking

จากที่กล่าวไปแล้วว่าที่จอดรถมีให้บริการถึง 2 ชั้นในส่วนของชั้นใต้ดิน รองรับที่จอดทั้งสิ้น 70 คัน แบ่งเป็น ชั้น B1 39 คัน ชั้น B2 21 คัน โดยมีลิฟท์โครงการให้บริการทั้ง 2 ชั้น รวมถึงทางบันไดหนีไฟทั้ง 2 จุดที่สามารถเชื่อมไปถึงชั้นบนได้ด้วยเช่นเดียว

Terrace

ในส่วนของระเบียง ทางโครงการมีแนวคิดให้อาคารมีการวางตำแหน่งระเบียงสลับมุมในแนวดิ่ง ที่โครงการมีแนวคิดรองรับการเติบโตของต้นไม้ใหญ่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องพักในแต่ละห้อง อีกทั้งเวลามองเข้าโครงการก็จะเห็นเป็นเสมือนต้นไม้ที่ขึ้นหลากหลายสลับตำแหน่งกัน

 

แนวคิดหลักของโครงการ

โครงการมีแนวคิดในการออกแบบหลักคือ ชีวาทัย – ชีวิตชีวา (ICONIC TROPICAL DESIGN) สถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ โดดเด่นด้วยการออกแบบ Feature ระเบียงลักษณะพิเศษ รวมถึงโทนสีของอาคารโทนอ่อนที่ช่วยส่งเสริมสีเขียวของต้นไม้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร ให้มีความโดดเด่นและให้ความรู้สึกถึงความเป็นชีวิตชีวา

GREEN CLIFF

แนวคิดในการออกแบบระเบียงห้องพักของโครงการ คือ การเปรียบเทียบอาคารให้เป็นเสมือนหน้าผาในธรรมชาติที่มีต้นไม้แทรกอยู่ตามชั้นต่างๆ ของหน้าผา มองจากด้านนอกอาคารจะเห็นภาพรวมของโครงการที่มีความเป็นธรรมชาติทั้งจากต้นไม้อยู่ตามระเบียงหลายๆ มุม และการวางตำแหน่งสลับกันเสมือนต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ

NATURAL TOUCH INTERIOR

มีความเป็นธรรมชาติที่ห้อมล้อมโครงการจากภายนอก และภายในโครงการก็มีการสอดแทรกความเป็นธรรมชาติเข้าไปเช่นกัน ทั้งการให้แสงธรรมชาติส่องผ่านโถงทางเดินบริเวณกลางอาคาร Design Feature Wall ในหลายๆ จุดทั้งบริเวณผนังห้องพัก บริเวณเสาในโถงต้อนรับ ที่เป็นลวดลายต้นไม้ ใบไม้ สะท้อนความเป็นธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่ภายในโครงการ

 

Facilities ของโครงการ

LOBBY & FITNESS

มีการออกแบบวัสดุและโทนสีให้ดูเป็นธรรมชาติและอบอุ่น เน้นการให้แสงธรรมชาติส่องผ่านรวมถึงเปิดมุมมองไปยังส่วนของ Facilities อื่นๆ ในโครงการ เพื่อเพิ่มความเชื่อมต่อถึงกัน

WATER COURTYARD

นอกจากแนวคิดในเรื่องของต้นไม้และสวนธรรมชาติแล้ว โครงการได้มีการออกแบบพื้นที่ผืนน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชั้นล่าง มีหลากหลายประโยชน์ใช้สอย เชื่อมต่อพื้นที่ซึ่งกันและกันได้ เช่น สระว่ายน้ำ, Sun Deck in the Pool รวมถึง ทางเดินลาดจาก Co-Working Space ไปสู่ Lift Lobby ซึ่งผู้อยู่อาศัยจะได้ยินเสียงน้ำตกจาก Stepping Waterfall และได้รับลมเย็นจากธรรมชาติที่พัดผ่านจากผืนน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่สวนที่สอดแทรกอยู่กลางน้ำ และต้นไม้ใหญ่โดยรอบสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแก่ผู้อยู่อาศัยเสมือนอยู่ในบ้านกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ

SKYLINE GARDEN

พื้นที่สวนชั้นดาดฟ้าขนาดใหญ่เป็นพื้นที่อีกแห่งสำหรับกิจกรรมครอบครัวเพื่อผู้พักอาศัยอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นจุดชมวิว Skyline ของเมืองแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น BBQ Yard, Golf Trail ให้ผู้พักอาศัยได้ใช้งาน แลยังมี Sky Balcony โดยรอบชั้นดาดฟ้า เสมือนเป็นจุดชมวิวริมหน้าผา ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัยที่เข้ามาใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

Unit Type

สำหรับส่วนของรูปแบบห้องของโครงการนี้ นับได้ว่าเป็นโครงการที่มีรูปแบบห้องที่หลากหลายมากที่สุดอีกโครงการหนึ่ง โดยในโพสนี้เราจะยกจุดเด่นในแต่ละแบบมานำเสนอในส่วนของจุดข้อเด่นและข้อดีให้ได้ชมกันครับ

วิเคราะห์ห้องแบบ 1-Bedroom Type B

สำหรับห้องรูปแบบ 1 Bedroom เป็นแบบห้องที่มีเยอะที่สุดในโครงการ โดยจะมีอยู่ทุกชั้นของโครงการ ตั้งแต่ชั้นที่ 1 จนถึงชั้น 8 โดยมีตำแหน่งอยู่บริเวณช่วงกลางของอาคาร ใกล้กับบริเวณลิฟท์ของโครงการ โดยแต่ละห้องก็มีหลากหลายรูปแบบตามตำแหน่งการวางห้องดังกล่าว โดยในวันนี้ได้หยิบ 1 Bedroom Type B มาวิเคราะห์ให้ผู้อ่านได้ชม โดยจุดเด่นที่เห็นชัดของห้องรูปแบบนี้คือ ถึงแม้จะมีพื้นที่เล็กแต่มีการจัดวางและออกแบบไว้ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธภาพ มีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานไว้อย่างชัดเจน จากพื้นที่ครัวที่รวบรวมส่วนของพื้นที่กินข้าวเข้าไปด้วย นอกจากนั้นยังมีการแบ่งพื้นที่โดยการใช้บานเลื่อนในส่วนที่ต้องการให้พื้นที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้

อย่างบริเวณส่วนห้องนั่งเล่นและส่วนของห้องนอน ซึ่งการออกแบบลักษณะทำให้ได้พื้นที่ที่ดูกว้างขวางขึ้นอย่างมาก สามารถจัดสรรได้ตามใจผู้อยู่อาศัย และตอบสนองต่อความต้องการได้หลายแบบ ในส่วนของห้องนอนก็มีส่วนของระเบียงที่สามารถปลูกต้นไม้สูงได้จากแนวคิดในการออกแบบของโครงการ อีกทั้งห้องนอนยังมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้อย่างไม่อึดอัด มีพื้นที่ส่วนของ Walk-in Closet รวบรวมอยู่ไว้ด้วย รองรับการใช้งานของลูกบ้านได้อย่างดี ในส่วนของห้องน้ำก็มีพื้นที่กว้างขวาง มีการแบ่งสัดส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ด้วยการมีกั้นห้องอาบน้ำ ซึ่งห้องแบบ 1-Bedroom 1-Bath นี้ยังมีอีกหลายรูปแบบโดยสามารถสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากโครงการได้ครับ

ห้องแบบ 1-Bedroom รูปแบบอื่นๆ

วิเคราะห์ห้องแบบ 2-Bedroom Type 2B

อีกรูปแบบห้องที่เราเลือกมานำเสนอคือห้องรูปแบบ 2-Bedroom ที่เป็นรูปแบบห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ เริ่มตั้งแต่ ชั้น 2 จนถึงชั้น 8 ตำแหน่งห้องส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณหัวมุมของอาคารทั้ง 2 ด้าน แต่ละ Unit ก็มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน โดยในวันนี้แบบห้อง 2-Bedroom ที่เราหยิบมานำเสนอคือห้อง 2-Bedroom Type 2B ที่มีห้องน้ำในตัวให้ด้วยถึง 2 ห้อง โดยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของห้องรูปแบบนี้คือการจัดสรรสัดส่วนการใช้งานและความเป็นส่วนตัวไว้ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากการการเข้ามาจะพบกันพื้นที่ ส่วนครัว ที่มีการแยกออกจากส่วนพักผ่อนอาศัยไว้อย่างชัดเจน ถัดมาเป็นส่วนของ ห้องนอนเล็ก ที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง King Size ได้ และยังมีพื้นที่เหลือไว้สำหรับวางตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะทำงานได้อย่างไม่อึดอัด ออกจากห้องนอนเล็กมาจะพบกับพื้นที่ที่เป็นลักษณะโถงทางเดินโล่ง ไม่มีประตูกั้นระหว่างการใช้งาน ประกอบไปด้วยส่วนของ

ห้องน้ำรวม ที่มีการกั้นห้องอาบน้ำจัดการพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ชัดเจน ถัดมาเป็นส่วนของ พื้นที่ทานข้าว ที่สามารถต่อไปยัง ส่วนนั่งเล่น โดยมีสัดส่วนของการพักผ่อนโดยรวมทั้งหมดที่ใหญ่มาก เชื่อมต่อไปยังส่วนของ ระเบียง ที่สามารถเปิดรับลม ชม วิว อีกทั้งยังปลูกต้นไม้สูงได้ตามแนวคิดของโครงการ ถัดมาคือส่วนของ ห้องนอนใหญ่ ที่สามารถเข้าได้จากห้องนั่งเล่นเท่านั้น ห้องนอนใหญ่มีความพิเศษคือการได้พื้นที่ที่กว้างขวาง สามารถวางเตียง King Size ได้และมีพื้นที่เหลือเพื่อการแต่งตัวและสามารถมีพื้นที่ทำงานได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมต่อกับส่วนของ ห้องน้ำในตัว ที่มีพื้นขนาดใหญ่รองรับอ่างอาบน้ำขนาดมาตรฐานและมีการกั้นห้องอาบน้ำในส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้เช่นเดียวกับห้องน้ำรวม

ห้องแบบ 2-Bedroom รูปแบบอื่นๆ

 

ห้องแบบ 1-Bedroom Plus รูปแบบอื่นๆ

สรุปทุกประเด็นของโครงการ

จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ก็สามารถจะกล่าวได้ว่า โครงการ Chewathai Residence – ทองหล่อ เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise เปิดใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของ “ศักยภาพของทำเลที่ตั้ง” คือซอยแจ่มจันทร์ ที่เป็นเสมือนตัวเชื่อมท้ายซอยทองหล่อ-เอกมัย เข้าหากัน ที่จากการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่า ซอยแจ่มจันทร์มีศักยภาพอย่างมากในการเติบโตและจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต นอกจากนั้นในเรื่องของ “ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นของโครงการ” ก็ยังมีค่าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับตลาด Low Rise ในบริเวณนี้ ซึ่งคุณภาพก็ถือได้ว่าสูสีและเทียบเท่ากันได้อย่างดีทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “แนวคิดในการออกแบบโดยรวมของโครงการ” ที่มีการนำธรรมชาติเข้ามาช่วยในการออกแบบในแต่ละ Facility ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศโดยรวมแล้ว ยังมีแนวคิดให้ลูกบ้านได้สัมผัสธรรมชาติจากระเบียงห้องของตัวเองอีกด้วย ส่วนของ “แนวคิดต่างๆ ในการจัดวางห้องแต่ละรูปแบบ” ก็มีความโดดเด่นอย่างมากเช่นเดียวกัน ซึ่งคงจะเห็นกันแล้วว่าโครงการนี้มีรูปแบบห้องที่หลากหลายอย่างมาก แทบจะไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละ Unit เรียกได้ว่า เป็นโครงการที่น่าสนใจทั้งในเรื่องของปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนแก่การลงทุนได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นในเรื่องของความคิดในการออกแบบที่ช่วยส่งเสริมการอยู่อาศัยก็ดีมากไม่แพ้กัน