Groove รัชดา-พระราม 9

โครงการ Groove Ratchada – Rama9 โครงการใหม่จาก Divine Development ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งธุรกิจขนาดใหญ่อย่างพระราม 9 และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางรถไฟฟ้า หรือทางด่วนที่จะเข้าเมือง หรือออกนอกเมืองก็สามารถทำได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังอยู่ในย่านธุรกิจ มีออฟฟิศชั้นนำอยู่มากมาย มาพร้อมกับการออกแบบอย่างลงตัวด้วยแนวคิดแบบ Modern Lively 

ด้วยฟังก์ชั่นสุดล้ำ Innovative Living ให้คุณสุนทรีย์กับการพักผ่อนได้ทุกวันด้วยส่วนกลางที่ครบครันในราคาย่อมเยาว์ เหมาะกับกลุ่มพนักงานออฟฟิศด้วย ราคาเฉลี่ยเพียง 115,000 บาท/ตร.ม. หรือกลุ่มนักลงทุนต่างๆ เพราะมีศักยภาพในการลงทุนอย่าง Capital Gain อยู่ที่ 3.4% และมี Rental Yield ในย่านที่สูงถึง 5.1% ที่ถือว่าน่าสนใจทีเดียว ไปอ่านรายละเอียดของย่านและโครงการต่อได้เลยครับ

FACTSHEET

Project name : Groove รัชดา-พระราม 9

Developer : Divine Development

Location : ถ.รัชดาภิเษก ซ.รัชดาภิเษก3 กทม.

Land Area : ประมาณ 353 ตร.ว.

เริ่มก่อสร้าง : Q3 ปี62

ปีที่คาดว่าแล้วเสร็จ : Q4 ปี63

Tower Storey : 8 ชั้น

No. of Unit : 154 ยูนิต

Unit Type : 4 แบบ

1. Groove Cooper : 22-26 ตร.ม.

2. Groove XCoolsive : 31-36 ตร.ม.

3. Groove Xtend : 28-36 ตร.ม.

4. Groove Xtend Plus : 32-44 ตร.ม.

Parking : ที่จอดอัตโนมัติ+ที่จอดบนดินรวม 47% 

Facilities :

8th – Top Roof : Escalated Sky Pool, Private Meeting Room, Co-Kitchen, Amphitheater Space, Upbeat Fitness

Ground Floor : Lobby Area, Work Capsules, Co-Working Space, Groove Box, Move Up Studio

พระราม 9 กับศักยภาพความเป็น New CBD

พระราม 9 ถือว่าเป็นทำเลที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยสนับสนุนกับความเป็น New CBD ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ การพัฒนาขนส่งระบบราง ที่ทำให้การเดินทางสะดวกและดึงคนเข้ามาสู่ย่านได้อย่างมหาศาลจากการเชื่อมต่อกับสายสีแดง และสายสีส้ม รวมถึงแอร์พอร์ตลิงค์ ที่ถูกกำหนดให้เป็นเกตเวย์ของ EEC จากการพัฒนาดังกล่าวทำให้บริเวณรอบข้างก็พัฒนาขึ้นอย่างย่านอโศก-เพชรบุรี ที่กลายเป็นย่านพาณิชยกรรมขนาดใหญ่มาจนถึง พระราม 9 ที่มีความโดดเด่นของกลุ่มงานประเภทธุรกิจที่มีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมากในอนาคต

จากข้อมูลของ Nexus ได้ระบุว่า พื้นที่อโศก-รัชดาบริเวณแยกพระราม 9 มีพื้นที่อาคารสำนักงานรวมกันมากถึง 1,140,098 ตร.ม. ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของทำเล เนื่องจากตอนนี้กำลังขาดตลาด ในขณะที่ความต้องการพื้นที่เช่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดรถไฟฟ้า นอกจากนั้นมีข้อมูลของ Colliers International Thailand ที่กล่าวว่า อัตราการเช่า (Occupancy Rate) ของอาคารสำนักงานในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 90% สูสีกับย่านสีลมที่มีอัตราการเช่าประมาณ 95% อีกทั้งโครงการ Shopping Mall & Retail ที่มีการพัฒนาและมีพื้นที่กว่า 379,000 ตร.ม.

และในฝั่งของ Condominium ก็มีการพัฒนาและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากโดยมีจำนวนสะสม ณ ปัจจุบัน (2560) อยู่ที่ 15,000 ยูนิต แน่นอนว่าพื้นที่สำนักงานในอนาคตที่จะมีมากถึง 1 ล้านตร.ม. จะสามารถรองรับพนักงานและกลุ่มคนทำงานได้โดยประมาณมากถึง 100,000 คน ซึ่งหมายความว่าพื้นที่นี้จะหนาแน่นและชุกชุมไปด้วยแหล่งเศษรฐกิจและพนักงานสำนักงานเป็นจำนวนมาก การลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับโครงการที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้จึงถือเป็นเรื่องที่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศควรศึกษาไว้ก่อน เพื่อความได้เปรียบและเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็น New CBD ของย่านพระราม 9 นี้

 

สถานที่สำคัญในย่านพระราม 9

ศูนย์การค้า

Central Plaza Grand Rama9

อาคารสำนักงาน

G-Land

.

Fortune Town

.

G-Tower

.

The Street

โรงพยาบาลชั้นนำ

โรงพยาบาลกรุงเทพ

.

Esplanade

.

โรงพยาบาลพระราม 9

ศักยภาพการลงทุนคอนโดในพระราม 9 

ภาพรวมตลาดคอนโดฯ Low Rise & High Rise

ภาพรวมตลาดคอนโดฯ ในย่านพระราม 9 จะเห็นได้ว่าฝั่งของ High Rise มีความคึกคักอยู่มากกว่า โครงการ Low Rise โดยราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. Low Rise มีราคาเพียง 113,000 บ./ตร.ม. ในขณะที่ High Rise มีราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. อยู่ถึง 172,000 บ./ตร.ม. 

หากดูในด้านผลตอบแทนจากการลงทุน (Capital Gain) โครงการ High Rise มีอัตราที่ค่อนข้างสูงกว่า Low Rise คือ 5.1% และ 3.4% ตามลำดับ เพียงเล็กน้อย แต่สำหรับ ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Gross Rental Yield) พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันอยู่ทั้ง 2 ประเภท คือ High Rise อยู่ที่ 5.1% และ High Rise อยู่ที่ 4.9%

ในด้าน Location จะเห็นได้ว่าคอนโดฯ High Rise จะอยู่ติดชิดถนนใหญ่และรถไฟฟ้า เดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกมากกว่า ในขณะที่ Low Rise มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในซอย

สำหรับผู้เริ่มต้นสนใจในการลงทุนในย่านนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยภายใต้งบประมาณที่พอดีอย่างเหล่าพนักงานออฟฟิศ ที่ส่วนใหญ่จะต้องการเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานใจกลางเมือง หรือจะเป็นการลงทุนเพื่อการปล่อยเช่า โครงการ Low Rise ก็ถือได้ว่าน่าสนใจทีเดียว เนื่องจากราคาที่มีค่าถูกกว่าฝั่ง High Rise อย่างเห็นได้ชัดและยังอยู่ในทำเลศักยภาพที่อาจจะต้องใช้ระยะทางไกลกว่าฝั่ง High Rise หน่อยแต่ก็ไม่มาก อีกทั้งยังได้ความสงบเป็นส่วนตัวได้มากกว่าอีกด้วย

 

ภาพรวมตลาดคอนโดฯ Low Rise

สำหรับข้อมูลการลงทุนของโครงการ Low Rise Condominium ในย่านแยก พระราม 9 ยังถือว่ามีตลาดอยู่ไม่มากเมื่อเทียบกับกลุ่ม High Rise Condominium แต่ในขณะเดียวกัน จากการเปรียบเทียบกลุ่มโครงการแล้วจาก ข้อมูลก่อนหน้านี้ ทำให้รู้ว่าตลาด Low Rise Condominium ยังมีพื้นที่ให้ลงทุนอีกในย่านนี้ เพราะทั้งราคาเฉลี่ยที่ถูกกว่า และมีอัตราผลตอบแทนการเช่าใกล้เคียงกัน แต่อาจจะเสียเปรียบเล็กน้อยในเรื่องทำเลที่ลึกกว่า แต่แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าเพราะมียูนิตน้อย

ซึ่งในย่านนี้พบว่ามีด้วยกัน 3 โครงการ ในมุมของ Capital Gain แล้วโครงการ Maesto 03 มี Capital Gain มากสุด ซึ่งยอมรับในเรื่องของทำเลที่ใกล้กับถนนรัชดามากกว่าโครงการอื่น แต่ในขณะที่อัตราผลตอบแทนการเช่า ค่อนข้างสูสีกันระหว่าง KES รัชดา และ Maesto 03 นอกจากนี้น้องใหม่ในย่านเดียวกันอย่าง Groove รัชดา – พระราม 9 ที่เปิดตัวด้วยราคาเฉลี่ย 115,000 บาท/ตร.ม. อาจจะมีแนวโน้มที่ดีไม่แพ้โครงการอื่น ทั้งในเรื่อง Capital Gain และ Gross Rental Yield

 

” GROOVE รัชดา-พระราม 9 “

ตำแหน่งที่ตั้งโครงการ

เส้นทางเข้าสู่โครงการ

โครงการ Groove รัชดา – พระราม 9 สามารถเข้าถึงได้จากเส้นทางต่อไปนี้ 1). จากถ.รัชดาภิเษก : โดยเข้าจาก ซ.รัชดาภิเษก3 ระยะทางจากต้นซอยประมาณ 400 เมตร 2). จากถ.ดินแดง โดยเข้าจาก ซ.โพธิ์ปั้น ระยะทางจากต้นซอยประมาณ 800 เมต

1. จากถนนรัชดาภิเษก

หากมาจากทาง ถ.รัชดาฯ โครงการจะอยู่ฝั่งศูนย์การค้าฟอจูนทาวน์ วิ่งตรงมาสักพักให้สังเกตตึก Pakin Building หลังจากนั้นให้ทำการชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ ซ.รัชดาภิเษก 3 เมื่อเลี้ยวเข้าซอยแล้วให้ขับตรงตามทางประมาณ 400 เมตร โครงการจะอยู่ทางฝั่งขวามือก่อนหน้า ซ.รัชดาภิเษก แยก 13

2. จากถนนดินแดง

หากมาจากทางถ.ดินแดง แนะนำให้มาจากทางวิภาวดี-รังสิต จากนั้นให้สังเกตโครงการ จากนั้นให้ทำการชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ ซ.โพธิ์ปั้น หลังจากนั้นให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงซ.อโศก-ดินแดง แยก 12 จากนั้นให้เลี้ยวขวาเพื่อทะลุอออก ซ.รัชดาภิเษก แยก 7 จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายจะเห็นโครงการอยู่ทางด้านขวามือ

จุดเด่นโดยรวมของโครงการ

วิเคราะห์โครงการโดยรวม

Orientation

อาคารมีลักษณะเป็นรูปตัว L โดยมีการหันอาคารที่เหมาะสมกับทิศทางของลมและแดดคือ โดยมีการหันส่วนมุมของอาคารเข้าสู่ทิศที่ได้รับลม ทำให้ลมเข้าถึงอาคารทั้ง 2 ฝั่ง ในเรื่องของแสงแดดอาจได้รับผลกระทบในส่วนของห้องพักรวมถึงตัว Facilities บางจุดอย่างสระว่ายน้ำที่หันหน้าสู่ทิศใต้ แต่จะได้รับผลกระทบแค่ระยะเวลาในช่วงบ่ายเท่านั้น

Zoning

ในส่วนของการจัดวางพื้นที่แต่ละประเภทของอาคารก็มีการจัดวางไว้อย่างเป็นระบบ มีการแบ่งประเภทของการใช้งานในแต่ละชั้นไว้อย่างชัดเจนและเป็นสัดส่วนคือ ชั้นที่ 1 : ประกอบไปด้วยส่วนของที่จอดรถ, ส่วน Facilities และ ส่วนห้องพักอาศัย ชั้นที่ 2-7 : เป็นส่วนของห้องพักอาศัย ชั้นที่ 8 : เป็นส่วนของ Facilities และห้องพักอาศัย และในชั้นสุดท้ายคือชั้นดาดฟ้าที่เป็นสวนทั้งชั้นของโครงการ

Circulations

สำหรับการสัญจรภายในโครงการประกอบไปด้วยทางสัญจรของรถยนต์และทางสัญจรในอาคาร โดยทางสัญจรของรถยนต์จะอยู่ด้านล่าง ในส่วนของทางสัญจรภายในอาคารก็มีลักษณะเป็นแกนแจกจ่ายให้กับทุกห้องและลิฟท์หลัก และเชื่อมต่อกับบันไดทางหนีไฟฉุกเฉินที่อยู่ทางปีกอีกฝั่งทางเข้าของอาคาร

Parking

สำหรับพื้นที่จอดรถมีพื้นที่สำหรับจุดจอดรถยนต์และจักรยานยนต์ระบบจอดอัตโนมัติและจอดบนดิน (รวมซ้อนคัน) รวม 47%

UNIT TYPE

สำหรับแบบห้องของโครงการนี้ประกอบไปด้วย 4 แบบ คละแบบไปตามแต่ละชั้น โดยมีลักษณะการจัดวางที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นคือ

ชั้นที่ 1 : ที่มีพื้นที่ร่วมกับส่วน Lobby มีจำนวนห้องอยู่ที่ 5 ห้อง/ชั้น
Groove Cooper 3 ห้อง
Groove Xtend Plus 2 ห้อง

ชั้นที่ 2-7 : มีจำนวนห้องอยู่ที่ 22 ห้อง/ชั้น
Groove Cooper 9 ห้อง
Groove XCoolsive 2 ห้อง
Groove Xtend 6 ห้อง
Groove Xtend Plus 5 ห้อง

ชั้นที่ 8 : มีพื้นที่ร่วมกับส่วนสระว่ายน้ำและ Facilities อื่นๆ มีจำนวนห้องอยู่ที่ 17 ห้อง/ชั้น
Groove Cooper 5 ห้อง
Groove Xtend 8 ห้อง
Groove Xtend Plus 4 ห้อง

ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้จากโครงการอีกครั้ง

วิเคราะห์แบบห้อง Groove Cooper

สำหรับห้องรูปแบบ Groove Cooper เป็นแบบห้องที่มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ มีจำนวนถึง 62 ยูนิต โดยจะมีอยู่ทุกชั้นตั้งแต่ชั้นที่ 1 จนถึงชั้น 8 มีตำแหน่งอยู่บริเวณทิศเหนือของอาคาร ใกล้กับบริเวณลิฟท์หลัก มีขนาดตั้งแต่ 22- 26 ตร.ม. มีห้องหลากหลายรูปแบบ โดยจุดเด่นที่เห็นชัดของห้องรูปแบบนี้คือ ถึงแม้จะมีพื้นที่เพียงน้อยแต่มีการจัดวางและออกแบบไว้ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่ พื้นที่ส่วนนั่งเล่น ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

เชื่อมต่อกับ พื้นที่ห้องนอน ที่มีขนาดรองลงมา สามารถวางเตียง King Size และโต๊ะทำงานได้อย่างเหลือเฟือ มีการเลือกใช้การกั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อน ช่วยประหยัดและเพิ่มพื้นที่การใช้งานได้เป็นอย่างดี ในส่วนของ ห้องน้ำ ก็มีการแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน ใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ส่วนของ พื้นที่ครัว ก็มีการแบ่งสัดส่วนไว้อย่างดี โดยในส่วนของเตาจะอยู่ติดกับบริเวณระเบียง สามารถถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี

แบบห้อง Groove Cooper รูปแบบอื่นๆ

วิเคราะห์แบบห้อง Groove Xtend

อีกรูปแบบห้องที่เราเลือกมานำเสนอคือห้อง Groove Xtend ที่เป็นแบบห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 28 – 36 ตร.ม. มีปริมาณยูนิตอยู่ที่ 44 ห้อง เริ่มตั้งแต่ชั้น 2 – 8 ตำแหน่งห้องส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณทิศตะวันออกของอาคาร มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน โดยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของห้องรูปแบบนี้คือมีการจัดการใช้สอยแบบ Interlock กัน ใช้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ห้องเป็นลักษณะแนวลึก หน้ากว้างแคบแต่ได้พื้นที่ยาวและมีการจัดสรรสัดส่วนการใช้งานและเพิ่มความเป็นส่วนตัวไว้ได้เป็นอย่างดี

เริ่มจาก ส่วนห้องนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อกับ พื้นที่ครัว ด้วยประตูบานเลื่อน ช่วยประหยัดพื้นที่และช่วยกันกลิ่นได้ดี นอกจากนั้นยังรวบรวม พื้นที่ส่วนทำงาน เปิดโล่งเชื่อมต่อไปยังส่วนของระเบียง เพิ่มความกว้างขวางให้กับห้องได้อีกมาก ในส่วนของ  ก็มีการกั้นห้องด้วยกระจกเพิ่มความโปร่งโล่ง และมีพื้นที่ Walk – in Closet ที่เชื่อมต่อไปยัง ห้องน้ำ ที่มีการแบ่งสัดส่วนเปียกและแห้งไว้ ส่วนของห้องนอนก็สามารถวางเตียง King Size และเพิ่มพื้นที่การทำงานได้อย่างไม่อึดอัด

แบบห้อง Groove Xtend รูปแบบอื่นๆ

แบบห้อง Groove Xtend Plus

แบบห้อง Groove Xcoolsive

 

Facilities ของโครงการ

ส่วนของ Facilities ของโครงการเน้นเป็นพื้นที่กิจกรรมที่สามารถปรับแต่งการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตอบสนองความต้องการแก่ลูกบ้านทุกไลฟ์สไตล์ และเน้นพื้นที่สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้เป็นอย่างดี โดยมีพื้นที่สำหรับ Facilities ให้บริการในชั้นที่ 1, ชั้นที่ 8 และ ชั้นดาดฟ้า

Lobby

Groove Box

 

Co-Working

Move up Studio

Co-Kitchen

Private Meeting Room

Upbeat Fitness

สรุปทุกประเด็นของโครงการ

จากข้อมูลทั้งหมดก็สามารถจะกล่าวได้ว่า โครงการ Groove รัชดา – พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งโครงการ Low Rise ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่เรื่องของ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ในจุดทำเลทองที่ในอนาคตจะกลายเป็น New CBD ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่จะมีผู้คนเข้ามาแวะเวียนในย่านธุรกิจนี้มากกว่า 100,000 คน อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการซื้อเก็งกำไรหรือการปล่อยเช่า เนื่องจากราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ของโครงการถือได้ว่ายังมีราคาถูก

เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่จะลงทุนเองก็ดีหรือเพื่อการปล่อยเช่าก็ดี อีกจุดเด่นคือรูปแบบห้องที่มีหลากหลายการใช้งานปรับเปลี่ยนและตอบโจทย์ให้กับคนรุ่นใหม่ได้ดี มี Innovative Living ที่รองรับทั้งห้องพักอาศัยและส่วนกลางได้อย่างครบครัน เรียกได้ว่าใครที่กำลังศึกษาและสนใจโครงการที่อยู่อาศัยในย่านพระราม 9 โครงการ Groove รัชดา – พระราม 9 ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

 

ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดเพิ่ม 200,000 คลิ๊ก