H.cape Serene บ้านเดี่ยว ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์ของผู้อยู่อาศัย

โครงการบ้านจัดสรร ส่วนใหญ่จะขายบ้านที่ออกแบบสำเร็จรูปมาแล้วจากทางเจ้าของโครงการ ทั้ง Function และ Spec ซึ่งง่ายต่อการบริหารจัดการสำหรับ Developer ซึ่งผู้ซื้อชอบแบบไหนก็ต้องตกลงแบบนั้น โดยลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบไปปรับเปลี่ยนเอาทีหลังจากโอนกรรมสิทธิ์อยู่ดี ในการปรับเปลี่ยนส่วนใหญ่เจ้าของโครงการจะไม่รับประกันหากเกิดความเสียหายขึ้น แต่ทางโครงการ H.cape Serene ก็เห็นโอกาสนี้ จึงทำ “บ้านปรับเปลี่ยนได้” ซึ่งทำยอดขายไปแล้วกว่า 60% โดยไอเดียนี้ปกติจะต้องเป็นบ้านราคา 30 ล้าน ขึ้นไป แต่ H.cape Serene เริ่มต้นเพียง 7 ลบ. ที่จะให้ความพิเศษเฉพาะกับลูกค้าของโครงการ ถ้าอยากรู้ว่าลักษณะจะเป็นเช่นไรนั้น เราไปดูกันเลยครับ  

Happy Land กว่า 40 ปี ในวงการอสังหาฯ

มาทำความรู้จักกับตัว Developer เจ้าของโครงการอย่าง H.cape คือกลุ่ม Happy Group เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่า 40 ปี โดยเริ่มก่อตั้ง “Happy Land” ขึ้นในปี 2516 จากธุรกิจสวนสนุก และได้มีการพัฒนาโครงการอสังหาฯ อื่นๆ อาทิ ศูนย์การค้า, ตลาด, อาคารพาณิชย์ อย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบันที่หันมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว อย่าง H.cape Serene และ H.cape Minera และโฮม ออฟฟิศ อย่าง H.cape Bizplus เป็นต้น

 

บางนา-วงแหวนรอบนอก ทำเลบ้านเดี่ยวแห่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก บริเวณบางนา-วงแหวนรอบนอก เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นทำเลทองของอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ในทุก Segment ของราคา ซึ่งลักษณะของพื้นที่บางนา-วงแหวนนี้ ก็ยังตอบรับการใช้ชีวิตกับที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นอย่างดี

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของย่านบางนา-วงแหวน ก็คือเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บางนา-วงแหวน เหมาะกับที่อยู่อาศัยแนวราบ การเดินทางในย่านนี้โดดเด่นด้วย มอเตอร์เวย์-ทางด่วน ที่สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วทั้งเข้าเมืองหรือออกต่างจังหวัด

แม้ว่าย่านนี้ปัจจุบันจะไม่ได้มีรถไฟฟ้าในการเดินทางเหมือนในกรุงเทพฯ ชั้นใน (แต่ในปี 2563 จะมีสายสีเหลืองเปิดให้บริการ) และอีกเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างการศึกษาโครงการอย่างเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สุวรรณภูมิ ที่มีแนวโน้มเป็นการคมนาคมทางเลือกสำหรับคนที่อยู่ในโซน บางนา-วงแหวน สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ของย่านนี้ถือว่ามีครบแบบกระจายๆ กันอยู่ ไม่ได้กระจุกตัวกันมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของคนในย่านนี้ ที่นิยมเดินทางด้วยรถส่วนตัว

สถานที่ฮิตๆ กันในย่านนี้ ที่เด่นๆ ก็จะมี Mega บางนา ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และ IKEA ที่เป็น Furniture Store ที่เป็นส่วนขยายมาจาก Mega นอกเหนือจากนี้ยังมีห้าง Central บางนา, Seacon Square, Paradise Park Convention Hall อย่าง BITEC บางนา และในอนาคตจะมีโครงการใหม่ๆ อย่าง Forestia, Central Village

 

H.cape Serene

คราวนี้เรามาลองดูโครงการ H.cape Serene บางนา-สุขาภิบาล 2 โดยที่ตั้งโครงการใน ถ.สุขาภิบาล 2 ที่เป็นถนนที่แยกมาจาก ถ.ลาดกระบัง ไปเชื่อมกับมอเตอร์เวย์ โดย ถ.สุขาภิบาล 2 นั้นเป็นถนน 4 เลน ทำให้การสัญจรค่อนข้างสะดวก สองฝั่งข้างทาง จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสลับมีร้านค้า, ร้านอาหาร, อาคารพาณิชย์ และ Hyper Market อย่าง Tops Daily, Lotus Express, 7-11 เป็นต้น

พูดถึงพื้นที่เดิมของย่านบางนา-วงแหวนนี้ พื้นที่ส่วนมาก เดิมมักจะเป็นคลองหรือบึง แล้วมีการถมที่เพื่อพัฒนาที่ดินในเชิงอสังหาฯ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้บางพื้นที่อาจมีปัญหาการทรุดตัวของโครงสร้างในบางโครงการ ฉะนั้นการเลือกซื้อที่ดินหรือบ้านในย่านนี้ก็อย่าลืม ศึกษาว่าพื้นที่ที่เราจะซื้อนั้นเคยเป็นที่ดินแบบไหนมาก่อน ทั้งนี้ โครงการ H.cape Serene นั้นก็เป็นหนึ่งในโครงการที่สร้างอยู่บนที่ดินเดิมไม่เคยเป็นคลองหรือบึงมาก่อน ทำให้หมดกังวลถึงเรื่องการทรุดตัวของที่ดินได้

ชื่อโครงการ: H.cape Serene

เจ้าของโครงการ: บริษัท แฮปปี้แลนด์ จำกัด

ที่ตั้งโครงการ: ถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ

ประเภทโครงการ: บ้านเดี่ยว

พื้นที่โครงการ: 56  ไร่

จำนวนยูนิต: 250 ยูนิต

เปิดตัวโครงการ: 2559

ราคาเริ่มต้น: 7.0 ลบ.

ลักษณะบ้าน:

– Sanctuary  187 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

– Symmetry 219 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

–Scenic 288 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ

สิ่งอำนวยความสะดวก:

– CCTV, รปภ.

– Swimming Pool

– Clubhouse

– Fitness

– Jogging Track

– เครื่องเล่นน้ำสำหรับเด็ก

– ห้องสมุด

– สวนส่วนกลาง 2 แห่ง

 

บ้านที่เข้ากับผู้อยู่ที่สุด ?

หากนึกถึงการซื้อบ้านสักหลัง เป็นไปได้ทุกๆ คนล้วนแล้วแต่อยากได้บ้านที่สามารถตอบสนองการใช้งานของตนเองและคนในครอบครัว ไม่มากก็น้อย คราวนี้ลองหันกลับมามองในตลาดอสังหาฯ ประเภทบ้านเดี่ยว กันดูบ้าง ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นโครงการ “บ้านพร้อมอยู่” ที่ถูกคิดและพัฒนามาอย่างเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว

ทว่าโครงการ H.cape Serene ได้ชูแนวคิดที่สวนทางกับหลายๆ โครงการ โดยทางโครงการได้กล่าวว่า บ้านที่ตอบรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัย ” ทางโครงการจึงให้ผู้ซื้อสามารถปรับเปลี่ยน Function และ Spec ภายในได้ ตามการใช้งานและความต้องการของผู้อยู่อาศัย อาทิเช่น การกั้นผนังใหม่ การต่อเติม การเพิ่มห้องนอนผู้สูงอายุ หรือ ปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ เป็นต้น ที่มีข้อแม้เล็กน้อยคือ การปรับเปลี่ยนที่ไม่กระทบกับโครงสร้างหลักและหน้าตาของบ้าน

หากเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับ กาแฟสักแก้ว “บ้านพร้อมอยู่” ก็เสมือนกาแฟที่เราซื้อจากร้าน ที่ทางร้านปรุงมาให้เสร็จสรรพ สะดวก พร้อมทาน แต่บ้านจากโครงการ H.cape serene จะเป็น กาแฟดำ ที่เสิร์ฟให้พร้อมกับน้ำตาลหรือนมต่างๆ ให้เราสามารถปรุงให้มีรสชาติที่ถูกปากและเหมาะกับเราที่สุดนั่นเอง เพราะไม่มีใครรู้ใจเรา เท่ากับตัวเราเองนั่นเอง

เริ่มปรับทีละนิด ไปจนถึงเปลี่ยนแปลนบ้าน

ในการปรับเปลี่ยนตัวบ้านนั้น สำหรับตัวโครงการ H.cape Serene นั้นจะมีช่วงเวลาอยู่ว่าบ้านอยู่ในช่วงไหนของการก่อสร้าง ซึ่งต้องดูหน้างานว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนได้แค่ไหนโดยการคุยกับทีมขายซึ่งตรงนี้ทางผู้ซื้อจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง ถ้ารีบที่ต้องเข้าอยู่ก็เลือกหลังที่ค่อนข้างใกล้เสร็จแล้ว หรือหากต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านก็อาจจะเลือกหลังที่ยังไม่ได้สร้างเพื่อสามารถปรับเปลี่ยนได้

ทีนี้เรามาดู ข้อจำกัดของ “การปรับแบบ” กันก่อน เพื่อให้เห็นแนวทางในการปรับแบบ ต้องบอกว่าโครงการ H.cape Serene นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นเพียงแค่ตัว Facade ของบ้าน และโครงสร้างหลักของบ้าน (เป็นแบบเสาและคาน) สาเหตุที่ทำให้โครงการสามารถปรับแบบได้เยอะนั้นมาจาก วิธีการก่อสร้างที่ใช้ผนังแบบก่ออิฐมวลเบา แบบ Conventional ทำให้สามารถต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนได้โดยง่ายและไม่กระทบกับโครงสร้างของบ้านไม่เหมือนโครงการส่วนใหญ่ที่เน้นใช้โครงสร้างผนังสำเร็จรูปหรือ Prefab ซึ่งแก้ไขไม่ได้เลย

หากพูดถึงการต่อเติมหรือปรับแบบบ้าน คงจะไม่พูดถึงเรื่องของประกันบ้านไม่ได้ เนื่องจากในการต่อเติมหรือปรับแบบ อาจจะทำให้ประกันของตัวบ้านหลุดได้ แต่การปรับแบบ ที่อยู่ในเฟสก่อสร้างร่วมกับโครงการ H.cape Serene นั้นตัวบ้านจะยังอยู่ในประกัน (ระยะเวลา 10 ปี)

 

แบบบ้านเริ่มต้นที่พร้อมรอต่อเติม

Sanctuary (Size S) พื้นที่ใช้สอย 187 ตร.ม.

Fact Sheet

    • 3 ห้องนอน
    • 3 ห้องน้ำ
    • 1 ห้องทานอาหาร
    • 1 ห้องรับแขก
    • 2 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 7.5 ลบ

แบบบ้าน Sanctuary เป็นขนาดเริ่มต้นของบ้านในโครงการนี้ แต่ถึงจะเป็นขนาดเริ่มต้น แต่ก็มีห้องนอนมาให้ถึง 3 ห้องด้วยกัน แต่จะมีแค่ Master Bedroom เท่านั้นที่จะมีห้องน้ำในตัวพร้อมด้วยตัว Walk-In Closet โดยที่ห้องนอนทั้งหมดจะอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน

ในส่วนของชั้น 1 ของบ้านถือว่าค่อนข้างกว้าง เนื่องจากโครงการจะเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในมากกว่าภายนอกของบ้าน ทำให้สามารถจัดชุดโซฟา, ชุดรับแขก และชุดโต๊ะทานอาหาร ได้แบบสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาด

แนวทางการปรับแบบ

ชั้นล่าง – ปรับเพิ่มห้องนอน ชั้นล่าง

ทำการก่อผนังบริเวณห้องทานอาหารเดิมและก่อเพิ่มไปถึงพื้นที่เฉลียงด้านนอก จะได้เป็นห้องนอนชั้นล่าง สำหรับผู้สูงอายุหรือแขกที่มาพักที่บ้าน
ในส่วนของพื้นที่ทานอาหารจะกลับด้านเล็กน้อยและเชื่อมต่อกับส่วนที่เป็น Pantry แทน

ชั้นบน – ปรับห้องนอนมีห้องน้ำในตัว และเปลี่ยนห้องนอนเล็กเป็นห้องทำงาน

ทำโดยย้ายทางเข้าประตูห้องน้ำชั้นบน เข้าหาฝั่งห้องนอน 2 จากนั้นทำการปรับหันเตียงไปอีกทาง จะเหลือพื้นที่สำหรับทำเป็น Walking Closet เล็กๆ เพิ่มได้ ในส่วนของห้องนอน 3 สามารถเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรือห้องพักผ่อนได้

 

Symmetry (Size M) พื้นที่ใช้สอย 219 ตร.ม.

 

Fact Sheet

    • 4 ห้องนอน
    • 3 ห้องน้ำ
    • 1 ห้องทานอาหาร
    • 1 ครัวไทย
    • 1 ห้องรับแขก
    • 1 ห้องอเนกประสงค์
    • 1 ห้องแม่บ้าน
    • 2 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 9.xx ลบ.

แบบบ้าน Symmetry (Size M) เป็นบ้านขนาดกลางของโครงการนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นขนาดกลางแต่ขนาดของตัวบ้าน ก็ค่อนข้างใหญ่กว่าบ้านขนาดกลางของโครงการอื่นๆ ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 219 ตร.ม.

ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างนี้ ทำให้แบบบ้าน Symmetry สามารถปรับเปลี่ยน Function ต่างๆ ได้มากและตรงกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย ซึ่งทำให้เป็นแบบบ้านที่ขายดีที่สุดในโครงการ

แนวทางการปรับแบบ

ชั้นล่าง – ปรับขยายห้องนอนชั้นล่างและเอาห้องแม่บ้านออก

สำหรับบ้านที่ไม่ได้ทำการจ้างแม่บ้านมาประจำอยู่ที่บ้านเลยห้องนอนของแม่บ้านจึงไม่จำเป็น ฉะนั้นแล้วหากกรณีที่ไม่มีห้องแม่บ้านแล้ว จึงมีพื้นที่เหลือสำหรับทำห้องนอนชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนที่ใหญ่ขึ้น มี Walk-In Closet และห้องน้ำในตัวได้

ส่วนห้องน้ำชั้นล่าง ก็ยังมีพื้นที่เหลือในการก่อเพิ่มขึ้นมาบริเวณมุมที่ติดกับห้องนอนชั้นล่างและห้องครัวได้

ชั้นบน -ยุบรวมห้องนอนใหญ่ และห้องอเนกประสงค์

หากเป็นครอบครัวที่ไม่ค่อยได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางในชั้นบนเท่าไหร่ อาจจะยุบพื้นที่ส่วนนี้เข้ากับห้องนอนใหญ่ เพื่อขยายพื้นที่ห้องน้ำและ Walk-In Closet ให้ใหญ่และสามารถใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

Scenic (Size L) พื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม.

 

Fact Sheet

    • 4 ห้องนอน
    • 5 ห้องน้ำ
    • 1 ห้องทานอาหาร
    • 1 ครัวไทย
    • 1 ห้องรับแขก
    • 1 ห้องอเนกประสงค์
    • 1 ห้องแม่บ้าน
    • 3 ที่จอดรถ
    • ราคาเริ่มต้น 12.xx ลบ

แบบบ้าน Scenic (Size L) เป็นแบบบ้านที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ มีพื้นที่สำหรับ Function ต่างๆ ภายในบ้านเยอะ สิ่งที่เพิ่มมาจาก Size M จะเป็นส่วนของห้องน้ำชั้นล่าง ที่คราวนี้มีห้องน้ำในตัวอยู่แล้ว

และห้องนอนชั้นบนทั้งหมดจะเป็นห้อง Master Bedroom ทั้งหมด ทุกห้องมี Walk-In Closet และห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง  

แนวทางการปรับแบบ

ชั้นล่าง – ปรับขยายพื้นที่ทานอาหาร และแยกครัวไทยกับครัวฝรั่ง

เป็นการปรับห้องครัวและทานอาหารรวมกันให้ห้องรู้สึกกว้างมากขึ้น และจะแยกครัวไทยไปอยู่แทนห้องแม่บ้าน (ในกรณีไม่มีแม่บ้านประจำ) หรือต่อเติมเพิ่มไปในพื้นที่ซักล้างทางด้านหลังก็ได้
อีกทั้งเมื่อเราขยับครัวไปแทนที่ห้องแม่บ้านที่เอาออกไปแล้ว พื้นที่ทานอาหารเดิมก็สามารถประยุกต์เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ได้ ในตัวอย่างนี้จะปรับเปลี่ยนเป็น In Door Garden ที่เป็นสวนในร่ม ที่จะทำให้ห้องทานข้าวและห้องนั่งเล่น สามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวได้ ทำให้บ้านดูร่มรื่นมากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปอยู่ด้านนอกบ้าน

ชั้นบน – คงเดิม

บริเวณชั้นบนของบ้าน  Size L มีพื้นที่เยอะทำให้แบบบ้านตั้งเดิมสามารถจัดห้องเป็น Master Bedroom พร้อมกับ Walk-In Closet ได้ในทุกห้อง อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวอีกด้วย ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่า Function ต่างๆ ค่อนข้างครบเลยทีเดียว

สรุปทุกประเด็นที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับ H.cape Serene

Design & Function
ด้านการออกแบบ ตัวบ้านแบบมาตรฐาน ก็มี Function การใช้งานมาให้ค่อนข้างครบ แต่ทั้งนี้ด้วยคอนเซ็ปต์ “บ้านตามการใช้งานของผู้อยู่อาศัย” ทำให้ผู้อยู่นั้นสามารถปรับแบบและการใช้งานให้เข้ากับตนมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของโครงการที่เป็นประโยชน์กับผู้ซื้อ

Specification & Construction
เพื่อให้ง่ายต่อการปรับแบบ โครงการจึงให้โครงสร้างแบบผนังก่อด้วยอิฐมวลเบา ที่สามารถก่อหรือปรับเปลี่ยนได้ง่าย ด้านการตกแต่งภายในโครงการจะมีวอลเปเปอร์ที่สามารถเลือกลายได้ให้ด้วย ด้านงานระบบ โครงการจะมีถังบำบัดน้ำเสียแบบฝังดิน 1,600 ลิตร และถังเก็บน้ำสำเร็จรูป 1,000 ลิตรให้ พร้อมทั้งยังมีการเดินท่อ PE ใต้อาคาร เพื่อฉีดน้ำยากันปลวกอีกด้วย

Facilities
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนั้นจะอยู่ส่วนเกือบหน้าโครงการ เป็นลักษณะของ Club House ที่มีสระว่ายน้ำและฟิตเนสให้ อีกทั้งบริเวณสระน้ำยังมีเครื่องเล่นสวนน้ำสำหรับเด็กอีกด้วย

Location
ทำเล บางนา-วงแหวน ถ.สุขาภิบาล 2  เป็นทำเลที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบเยอะ ทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกกระจายตัว อยู่ในทุกๆ ชุมชน ร้านค้า, ร้านอาหารและ Hyper Market ในส่วนของห้างใหญ่ก็มีกระจายตัวอยู่ในพื้นที่นี้ จึงเหมาะแก่การใช้รถส่วนตัวในการเดินทางเสียมากกว่า

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็ปไซต์ของโครงการ

หรือโทร 02 377 1500