IDEO RAMA 9 – ASOKE

Ideo Rama 9 – Asoke โครงการ High-Rise Condominium โครงการใหม่ล่าสุดจาก บ.อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย พระรามเก้า ทู จำกัด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.99 ลบ. ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโครงการ The Super Tower บนถนนพระราม 9 ห่าง MRT สถานีพระราม 9 เพียง 450 ม. โดดเด่นด้วย Facilities ที่ออกแบบมาได้ตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ด้วย Concept : Live Work Play ซึ่งเป็นแนวความคิดในการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ อีกข้อหนึ่งคือห้องพักแบบ Hybrid ที่มีฝ้าเพดานสูงถึง 4.5 ม. ทำให้ตัวห้องมีความสูงโปร่ง และมีชั้นลอยทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น

ในบทความนี้ Realist จะมาวิเคราะห์ถึงความน่าสนใจของโครงการนี้ ตั้งแต่เรื่องของทำเล นั่นคือย่านพระราม 9 ที่โครงการใหม่ๆ ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Office Building, Mixed-Use Development และ High-Rise Condominium โดยจะพาไปดูถึง Capital Gain และ Rental Yield ของย่านด้วย ซึ่งภาพรวมราคาคอนโดแนวสูงของย่านนี้ อยู่ที่ 160,000 บ./ตร.ม. และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปอีกในอนาคตอันใกล้ สุดท้ายจะพาไปดูตัว Facilities และ ห้องพัก ของโครงการนี้กัน เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจได้ใช้บทวิเคราะห์นี้ในการตัดสินใจครับ

.

ภาพรวมการลงทุนอสังหาฯ ภายในย่านพระราม 9

ทำไมคอนโดเจ้าต่างๆ ถึงพากันทยอยเปิดตัวในย่านนี้?

ในเวลานี้ ตามข้อมูลที่ทาง Realist ได้ Research มา บริเวณโดยรอบย่านพระราม 9 นั้น หากนับรวมตัว High-Rise Condominium ทั้งโครงการใหม่และเก่า เข้าด้วยกัน ก็จะมีทั้งหมดกว่า 9,000 Unit ด้วยกัน และมีอีกประมาณกว่า 2,000 Unit ที่รอการเปิดตัว ถือว่าค่อนข้างเยอะทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับย่านที่กำลังพัฒนาอื่นๆ

เหตุผลที่ Developer หลายๆ เจ้าให้ความสนใจเปิดตัวโครงการในย่านนี้ อาจเนื่องมาจาก แผนพัฒนาพื้นที่ ตามถนนเส้นหลักของย่าน ทั้งในส่วนของ Mixed-Use Development, Commercial  และ Office Building เช่น โครงการ The Grand Rama 9 ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้นก็คืออาคาร Super Tower ที่หากสร้างเสร็จก็จะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย

อีกทั้งในฝั่งศูนย์วัฒนธรรม ก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มตัดผ่าน ทำให้สามารถ Feed คนให้เข้า-ออก ย่านเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องจากเส้นรถไฟฟ้าสายเดิมอย่างรถไฟใต้ดิน สายสีน้ำเงิน นั่นเอง 

ในเรื่องของภาพรวมราคา High-Rise Condominium ในย่าน ปัจจุบัน (Q2 2018) ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 150,000 บ./ตร.ม. โดยเฉลี่ยราคาคอนโดย่านนี้จะปรับตัวขึ้นมาปีละประมาณ 10%* ด้วยกันโดยรวมทั้งคอนโดเก่าและใหม่ในย่าน

*info : กรุงเทพธุรกิจ พ.ย. 60

ระดับของคอนโดในย่าน พระราม 9 – อโศก

.

น่าสนใจหากซื้อเพื่อลงทุน เน้นลูกค้ากลุ่มผู้บริหาร และนักธุรกิจชาวต่างชาติ

ในเรื่องของการลงทุน หากดูจากการขยายตัวของย่าน ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจไม่น้อยหากจะลงทุนด้านอสังหาในย่านนี้ โดยเฉพาะตลาดคอนโด ซึ่งหากมองกันจริงๆ จำนวน Unit ที่เหลือขายของโครงการเก่าๆ ก็เหลือพอสมควร ปริมาณ Supply มีค่อนข้างเยอะกว่า Demand ทำให้มีตัวเลือกที่เยอะ แต่เมื่อพิจารณาจากค่า Capital Gain ในระยะ 1 กม. จากแยกพระราม 9 จะอยู่ที่ 4.4% (Real Research Q2 2018) ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ต่ำจนเกินไปนัก หากจะซื้อเพื่อขายต่อ โดยกลุ่มเป้าหมายอาจเป็นชาวต่างชาติ

นักลงทุน หรือกลุ่มผู้บริหารที่มีกำลังซื้อสูงและเดินทางเข้ามาทำงานในทำเลนี้อยู่บ่อยๆ ในนณะที่อัตราของ Rental Yield อยู่ที่ 5.2% ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง และน่าสนใจในระดับหนึ่ง หากมองในแง่การลงทุนถือเป็นตัวเลขที่รับได้ และเหมาะสมในการลงทุนระยะยาวสำหรับย่านนี้ (การ Research ไม่ได้ครอบคลุมถึง Condo Low-rise) รวมทั้งเหมาะสมกับกลุ่มนักลงทุนที่ถือเงินเย็นไว้เยอะๆ เพราะไม่เหมาะต่อการเก็งกำไรระยะสั้น อาจทำให้ขายออกยาก แต่แน่นอนว่าในอนาคตพื้นที่บริเวณนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งหนึ่งของกรุงเทพ อย่างแน่นอนครับ

.

เพราะการเกิดขึ้นของ Mega Project หลายๆ โครงการเป็นการปลุกกระแสให้ย่านนี้เป็นที่จับตามอง

 

1. The Grand Rama 9

โครงการต่างๆ ใน The Grand Rama 9

The Super Tower แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ใน The Grand Rama 9 ด้วยความสูงกว่า 615 ม. ประมาณ 125 ชั้น  มีความสูงเป็นอันดับหนึ่งในไทย และอันดับ 7 ของโลก เป็นโครงการที่มีไลฟ์สไตล์ที่หรูหราทันสมัย ด้วยการบริการแบบครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอาคารสำนักงาน, โรงแรม 6 ดาว, จุดชมวิว, ห้องจัดเลี้ยงและศูนย์ประชุม

G Tower อาคารสำนักงานระดับพรีเมี่ยม ประกอบด้วยอาคารสูง 26 และ 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่าสำหรับสำนักงาน และร้านค้าบนพื้นที่โครงการมากกว่า 134,000 ตร.ม. ตอบสนองทุกความต้องการของผู้เช่า ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม

Unilever House เป็นอาคารสำนักงานสูง 12 ชั้น ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน บนพื้นที่โครงการกว่า 46,000 ตร.ม. เป็นบ้านหลังใหม่ของชาวยูนิลิเวอร์ โดยที่พนักงานไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่ พื้นที่ยืดหยุ่น ไม่มีโต๊ะทำงานประจำ เปลี่ยนที่ทำงานไปได้เรื่อยๆ ภายในตึกออฟฟิศแห่งนี้

The Ninth tower ประกอบด้วย 2 อาคาร สูง 34 ชั้น และ 36 ชั้น เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าที่เหมาะสำหรับธุรกิจทุกรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยต่อชั้นกว้างขวาง เริ่มตั้งแต่ 1,550 ตร.ม.ในตึกเอ และตั้งแต่ 1,270 ตร.ม.ในตึกบี ออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับพื้นที่ให้ลงตัวกับธุรกิจทุกรูปแบบ


2. Singha Complex

โครงการ Singha Complex ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนอโศกมนตรีและถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นหนึ่งในโครงการรูปแบบ Mixed-Use งบลงทุนประมาณ 4,000 ลบ. (ไม่รวมที่ดิน) ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า (Mixed-use Commercial Complex)

ตัวอาคาร สูง 42 ชั้นขนาดพื้นที่อาคาร รวมประมาณ 120,000 ตร.ม. ประกอบด้วย พื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 60,000 ตร.ม.


3. Makkasan Complex

โครงการพัฒนาบริเวณพื้นที่ย่านมักกะสัน ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 509 ไร่  จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการ Mega Project ของย่านที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา ซึ่งมีการเสนอแผนพัฒนามาตั้งแต่ปี 2552 ปัจจุบันพื้นที่ได้ถูกเสนอให้แบ่งออกเป็น 4 แปลง ประกอบด้วย แปลง A 140 ไร่ จะพัฒนาเป็นส่วนธุรกิจสำนักงาน อาทิ มักกะสันทาวเวอร์, ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ, อาคารสำนักงาน, อุตสากรรมของรัฐ, ธนาคาร และ โรงแรม แปลง B 180 ไร่ เป็นส่วนธุรกิจการค้า


4. Show DC

Show DC คือ โครงการศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร ของ บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด บนพื้นที่ 27 ไร่ และมีพื้นที่ภายในอาคารทั้งหมด 150,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ใกล้กับ ถ.พระราม 9 ที่มาพร้อมแนวคิดค้าปลีกและบันเทิงในรูปแบบใหม่ ภายใต้ Concept “SHOP & ENJOY” เป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม พร้อมด้วยแหล่งเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการใช้งบประมาณทั้งหมด 9,500 ลบ. ในการก่อสร้าง ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว


5. Bangkok Midtown

โครงการ Bangkok Midtown ตั้งอยู่บนที่ดิน 2 ฝั่งถนนรัชดาภิเษกใกล้กับสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ โดยที่ดินฝั่งตะวันตกคือแปลงที่ดินของห้างจัสโก้ (Jusco) เดิม ขนาดเกือบ 14 ไร่ จะพัฒนาเป็นโครงการ “Bangkok Midtown – Labels” ด้วยพื้นที่เช่ากว่า 59,000 ตร.ม. ส่วนที่ดินฝั่งตรงข้ามกันก็จะพัฒนาเป็นโครงการ “Bangkok Midtown – Lives” ด้วยพื้นที่เช่าขนาด 56,000 ตร.ม. และมีพื้นที่สำนักงานอีกประมาณ 102,000 ตร.ม. โดยจะมีสกายวอล์กเชื่อมทั้ง 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน

รถไฟฟ้า Blue Loop Line เชื่อมต่อ พื้นที่ CBD กับ New CBD

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ย่านพระราม 9 น่าสนใจ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็คือ รถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ำเงิน ซึ่งมีการวางเส้นทางให้เป็น Loop ต่อเนื่องครอบคลุมไปในย่านต่างๆ ของกรุงเทพ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกัน อาทิเช่น สามย่าน, ศาลาแดง และลุมพินี ก็มีความเป็น CBD เพราะเต็มไปด้วย Office Building ต่างๆ กระจายตัวอยู่ รวมถึงโครงการที่กำลังเกิดใหม่บริเวณหัวมุมของเส้นถนนพระราม 4 อย่าง Samyan Mitrtown ในอนาคตก็จะมีการเพิ่มเส้นทางไปยังย่านจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2563 นี้ อีกด้วย ทำให้การ Feed คนเข้า-ออกย่านพระราม 9 เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเส้นที่กำลังจะเกิดก็คือรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริเวณศูนย์วัฒนธรรม ที่เชื่อมต่อไปถึงย่านรามคำแหงซึ่งเป็นย่านที่กำลังพัฒนาในด้านอสังหาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับพระราม 9 โดยเส้นสีส้มกับสีน้ำเงินจะมาบรรจบกันที่บริเวณศูนย์วัฒนธรรม และแยกบางขุนนนท์ หากดูภาพรวมของระบบ Infrastructure ในตอนนี้ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีที่จะกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งคนกล่าวกันว่าเป็น New CBD อย่างย่านพระราม 9 ที่มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

การมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วย Feed คนจากชานเมืองรอบๆ เข้ามาในพื้นที่

โครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับระยะทาง 9 กม. สถานียกระดับ 7 สถานี และโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบใต้ดินระยะทาง 30.6 กม. สถานีใต้ดิน 23 สถานี (รวม 39.6 กม. 30 สถานี) ความจุสูง สามารถขนส่งคนได้มากกว่า 50,000 คน/ชม./ทิศทาง

โครงการเริ่มต้นจากสถานีรถไฟตลิ่งชัน จากนั้นใช้แนวเขตรถไฟสายบางกอกน้อย ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ผ่านใต้ถนนราชดำเนินแล้วเบี่ยง ใช้แนวถนนหลานหลวง ผ่านยมราชแล้วเข้าสู่แนวถนนเพชรบุรี เลี้ยวเข้าถนนราชปรารภถึงดินแดงแล้วเลี้ยว ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ตัดตรงไปเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แล้วเบี้ยงเข้าแนวถนนพระรามเก้า ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามคำแหง ผ่านแยกลำสาลี แยกถนนกาญจนาภิเษก ไปสิ้นสุดที่สถานีสุวินทวงศ์บริเวณมีนบุรี ทั้งหมดนี้ จะแล้วเสร็จ ตุลาคม 2565 และเปิดใช้บริการ ปี 2566 

.

IDEO RAMA 9 – ASOKE อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนเมืองยุคใหม่

โครงการ Ideo Rama 9 – Asoke เป็นอีกหนึ่งโครงการ High-Rise Condominium ใหม่ของย่านพระราม 9 จุดเด่นคือโครงการมีพื้นที่ทั้งหมด 5 ไร่ Facilities มากถึง 6,000 ตร.ม. แบ่งออกเป็นสวน 2,300 ตร.ม. และ ส่วนกลางอีก 3,600 ตร.ม. โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าที่ยาวถึง 40 ม. รับวิว Super Tower แบบเต็มๆ ห้องพักที่โดดเด่นคือแบบ Hybrid เพดานสูง มีทั้งแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom การออกแบบของตัวอาคารคือการใช้โทนสีเทาในส่วนของภายนอก และใช้สีสันที่สดขึ้นกับส่วนภายใน ภายใต้ Concept : Live Work Play ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

รายละเอียดโครงการ
Ideo Rama 9 – Asoke

เจ้าของโครงการ : บ.อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย พระรามเก้า ทู จำกัด
พื้นที่โครงการ : 5-2-70.5 ไร่
จำนวนชั้น : 36 ชั้น 1 อาคาร
จำนวนยูนิต : 1,232 ยูนิต
พื้นที่จอดรถ : 42% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
กำหนดเสร็จ : ก.ย.63
ราคาเริ่มต้น : 2.99 ลบ.
ส่วนกลาง : Lobby, Meeting Room, Multi-purpose Area, Swimming Pool 40 m, Fitness, Amphitheater, Co-Living Area, Boxing Zone, Social Club (Co-Working Space + Playing Area)

 

ความโดดเด่นของโครงการ

1. ทำเลดี ห่าง MRT พระราม 9 เพียง 450 ม. ฝั่งตรงข้ามเป็นวิว Super Tower

เส้นพระราม 9 เป็นถนนอีกเส้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยโครงการคอนโดตลอดเส้น โดยโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke จะอยู่ในฝั่งตรงข้ามกับโครงการ The Grand Rama 9 การเดินทางนั้นหากมาด้วยรถไฟใต้ดินจะค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ห่างจากสถานีพระราม 9 เพียง 450 ม. เท่านั้น หรือหากใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางก็สามารถทำได้สะดวกเพราะโครงการอยู่ใกล้กับทางพิเศษศรีรัช ที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ในส่วนอื่นๆ ได้ภายในไม่เกิน 15-20 นาที ส่วนบริเวณโดยรอบโครงการ ในทิศเหนือ บริเวณถนนฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น The Super Tower ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และตึก G Tower กับ Unilever House

ด้านหลัง G Tower จะเป็น Central Rama 9 กับ Fortune Town ที่เป็น Landmark หลักเก่าแก่ดั้งเดิมของย่านนี้ ในทิศตะวันออก ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยความสูงไม่เกิน 2-3 ชั้น ทำให้วิวในด้านนี้ไม่ถูกบัง ในทิศตะวันตกจะเป็นโครงการคอนโดต่างๆ เรียงติดกัน คือ Condolette Midst Rama 9 และ Ideo mobi Rama 9 ส่วนทิศใต้จะติดกับทางพิเศษศรีรัช และทิศตะวันตกเฉียงใต้จะเป็นวิวของพื้นที่โครงการมักกะสัน ซึ่งต้องลุ้นกันว่าหน้าตาของโครงการจะออกมาในลักษณะใด ถ้าหากกลายเป็นสวนสาธารณะก็จะทำให้วิวในทิศนี้สวยงามทีเดียวครับ

ทิศเหนือ

ทิศตะวันออก

ทิศตะวันตก

ทิศใต้

.

2. Facilities ครบครันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยใช้แนวคิดแบบ Hybrid

ส่วนกลางของโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke มีแนวคิดมาจากคำว่า Urban Energy ทำให้ภาพลักษณะของตัวอาคารถูกแสดงออกมาในลักษณะที่ Modern และมีความเป็นเมืองสมัยใหม่แฝงอยู่ในงานออกแบบ หากพิจารณาจากผัง ส่วนกลางที่ให้มาก็ค่อนข้างครอบคลุมและตอบโจทย์ทีเดียวกับการใช้ชีวิตในโครงการนี้

โดยเฉพาะพื้นที่ Co-Working Space ที่ปัจจุบันคอนโดหลายๆ โครงการได้ใส่เข้ามา จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกคอนโดจำเป็นต้องมีไปแล้ว ซึ่งความแตกต่างของโครงการนี้คือความเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอก กับความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่ ด้วยการใช้ Furniture ลอยตัว กับพื้นที่ที่มีความก้ำกึ่งกันระหว่าง Work and Play ครับ 

ARCHITECTURE AND INTERIOR CONCEPT

ส่วนกลางของโครงการในส่วนของภายใน จะเป็นการคิดจากการวางผังแบบ Modular โดยมีหลายๆ Function มาเชื่อมต่อกัน ทำให้การจัดองค์ประกอบ การวางผัง และการวาง Furniture ของพื้นที่ภายในอาคารมีความยืนหยุ่น และสอดคล้องกับการใช้งานของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ต้องการความซ้ำซากจำเจ และ Fix จนเกินไป

มีการใช้สีสันต่างๆ เข้ามาเพิ่มความสดใสให้กับพื้นที่อย่างการใช้สีเหลืองตัดกับเทา การรวมกันของส่วนทำงาน และส่วนพักผ่อน ทำให้พื้นที่ดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น การออกแบบเส้นทางสัญจรระหว่างชั้นบนของชั้นล่างของ Co-Working Space ให้เป็นไม้ลื่นก็ดูน่าสนใจดี

ดาดฟ้าโครงการ ชั้น 37

Social Club ชั้น 35-36

.

LANDSCAPE CONCEPT

ส่วนกลางที่โดดเด่นที่สุดของโครงการคงจะเป็น สระว่ายน้ำ ชั้นบนของโครงการ ที่ยาวถึง 40 ม. และรับวิว Super Tower แบบเต็มๆ โดยชั้นบนของส่วนที่ติดสระว่ายน้ำจะเป็นฟิตเนสที่มีผนังกระจกเปิดกว้างรับวิวเมืองเช่นเดียวกัน ส่วนสวนดาดฟ้าโครงการ และ Facilities ด้านบนก็มีการใช้ Graffiti เข้ามาสร้างความน่าสนใจ

เป็นการเสริม Concept ความ Hybrid ที่มีการผสมผสานรูปแบบอันหลากหลายเข้ามาในการออกแบบเพื่อสร้างสิ่งใหม่เข้ามาให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่มีเรื่องของ Live Work Play ปะปนเป็นเนื้อเดียวกันอยู่นั่นเอง

สระว่ายน้ำ 40 เมตร ชั้น 35-36

ลานอเนกประสงค์ ชั้น 1

.

3. ห้องพัก Hybrid แบบ Double Floor เพดานสูง 4.5 ม.

ห้อง Hybrid ของโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke แตกต่างจากห้องแบบ Duplex ตรงที่ห้องแบบ Hybrid จะเป็นห้องเพดาสูง และส่วน Bedroom จะเป็นพื้นที่ชั้นลอย แต่จะไม่มีประตูเปิดออกไปยังภายนอก ส่วนห้อง Duplex จะมีสองประตูทางออกคือชั้นบนกับชั้นล่าง ห้อง Hybrid ของโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke จะมีทั้ง แบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom ความสูงจากพื้นถึงฝ้าจะอยู่ที่ 4.5 ม. ส่วนห้องแบบปกติจะมีความสูงอยู่ที่ 2.75 ม.

ภาพรวมของห้องแบบ Studio Hybrid คือมีข้อเด่นเรื่องช่องเปิดขนาดใหญ่ ทำให้ได้รับแสงสว่างเข้ามาอย่างเต็มที่ในเวลากลางวัน ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าที่ 4.5 ม. ทำให้ห้องโปร่งโล่ง ส่วนชั้นลอยที่เป็นพื้นที่นอนอาจจะอึดอัดเล็กน้อยเนื่องจากมีความสูงฝ้าเพียง 2 ม. เท่านั้น การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในห้องถือว่าเป็นสัดส่วนดีจากการกั้นประตูระหว่างส่วนครัวกับนั่งเล่นทำให้ตัดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนหากมีการทำอาหาร และ spec โดยรวมก็ถือว่าเหมาะสมกับราคา

Studio Hybrid Type 

Living Area

ห้องพัก Type อื่นๆ ของโครงการ

Studio Type

1 Bedroom

2 Bedroom

.

สรุปภาพรวมโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke

ภาพรวมโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่าน ณ เวลานี้ เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วในบทความ อย่างแรกคือเรื่องของทำเล ซึ่งการเติบโตของย่านพระราม 9 นั้นค่อนข้างขยายตัวได้เร็วกว่าย่านอื่นๆ และ โครงการใหม่ๆ ก็ทยอยเกิดขึ้นในย่านนี้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอาคารประเภท Office Building ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นถนน และแนวรถไฟฟ้า

แน่นอนว่าการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุน และคนที่ต้องเข้ามาทำงานในย่านก็มีผลทำให้การซื้อขาย หรือเช่าที่อยู่อาศัยในย่าน เพิ่มขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะคอนโด ดังนั้น Developer ต่างๆ จึงทยอยเปิดตัวในย่านนี้หลายโครงการนั่นเอง

ซึ่งหากดูจากค่า Capital Gain ของย่านที่เฉลี่ยออกมาได้ประมาณ 4.4% ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อยหากจะซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่จะเหมาะกว่าหากลงทุนซื้อเพื่อปล่อยเช่าระยะยาวที่จะสามารถปล่อยเช่าได้ทั้งกลุ่ม พนักงาน Office หรือ ชาวต่างชาติ ก็ได้เพราะ ค่า Rental Yield อยู่ที่ประมาณ 5.2% ถือว่าไม่น้อยไปนักสำหรับย่านที่กำลังเติบโตแห่งนี้

ในส่วนของตัวโครงการนั้น สิ่งที่โดนเด่นก็น่าจะเป็นเรื่องของ Facilities ที่ออกแบบด้วยแนวคิด Hybrid คือ Live Work Play เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน ที่ต้องการหาสมดุลให้กับการใช้ชีวิตในเมืองที่วุ่นวายอย่างกรุงเทพฯ หลักๆ คือ ส่วน Social Club กับพื้นที่อเนกประสงค์ในส่วนต่างๆ ที่ทำให้การเข้าไปใช้สอยพื้นที่เป็นไปอย่างยืดหยุ่น ซึ่งส่วนอื่นๆ อย่าง สระว่ายน้ำ และสวนดาดฟ้าก็ถือว่าพื้นที่ค่อนข้างเยอะ เพียงพอต่อการใช้งาน

ส่วนห้องพัก โครงการมีจุดเด่นที่ห้องแบบ Hybrid ที่มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 4.5 ม. ทำให้ห้องพัก Type นี้ค่อนข้างโปร่งโล่ง และน่าอยู่ ตัว Spec ดูจากห้องตัวอย่างแล้วถือว่าทำได้ดี เหมาะสมกับราคาครับ