Impression Ekkamai

โครงการ Impression เอกมัย เป็นโครงการร่วมทุนกันระหว่าง 3 บริษัท คือ All Inspire Development ผู้พัฒนาอสังหาฯ ของไทย กับ Hoosiers Holdings และ JR Kyushu 2 บริษัทรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ในนาม บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด  
โครงการนี้ ถือได้ว่าเป็นโครงการ Flagship Project แรก จาก All Inspire บนสุดยอดทำเลอยู่อาศัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อย่างเอกมัย โดยไฮไลท์ที่สำคัญของโครงการ เป็นรูปแบบห้องพักที่มีความโดดเด่น ออกแบบมาให้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากกลุ่ม Luxury Condominium ที่อื่น ตอบโจทย์แนวคิด Born to Stand Out 
 

Fact

ชื่อโครงการ : Impression Ekkamai ผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด ที่ตั้ง : ซ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย) วัฒนา กรุงเทพฯ ขนาดโครงการ : 2-3-3.9 ไร่ จำนวนตึก : อาคารพักอาศัย 2 อาคาร อาคารจอดรถ 1 อาคาร จำนวนชั้น : อาคาร A 25 ชั้น และ อาคาร B 43 ชั้น อาคาร C สูง 9 ชั้น ใต้ดิน 7 ชั้น
จำนวนยูนิต : 380 ยูนิต อาคาร A 70 ยูนิต อาคาร B 310 ยูนิต ขนาดห้อง : 31 – 183 ตร.ม. ที่จอดรถ : 85% พร้อมที่จอดรถ Super Car เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 4 ปี 2562 ปีที่สร้างเสร็จ : ไตรมาส 4 ปี 2565 ค่าส่วนกลางและกองทุน : 75 บ. / 800 บ. ราคาเริ่มต้น : 7.9 ลบ. (2 ห้องนอน)
Facilities – Lobby – Swimming Pool, Sauna – Fitness, Yoga Room – Simulator Room – Private Party Room – Impression Hall – Kids Room
 

AHJ Ekkamai การร่วมทุนครั้งแรกของ 3 บริษัทใหญ่

โดยโครงการนี้ มีการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจของ All Inspire ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 51 % และอีก 2 บริษัท รวมเป็น 49% เพื่อให้ได้การลงทุนร่วมนี้เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้ามากขึ้น Hoosiers Holdings เป็นบริษัทชั้นนำที่มีลิสต์อยู่ใน 1st Section ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีธุรกิจในเครือหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้าน อพาร์ทเม้นท์ อสังหาฯ เพื่อการลงทุน ที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงอายุ และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับอสังหาฯ
JR Kyushu เป็นบริษัทรถไฟที่มีเครือข่ายทางรถไฟครอบคลุมทั่วบริเวณคิวชู นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจทั้งด้านการขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกร้านอาหาร รวมไปถึงรับเหมาก่อสร้าง การทำโครงการ Flagship ครั้งนี้ จะขาดไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ผู้ลงทุนร่วมที่มีความแข็งแกร่งด้านการลงทุน รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดี

แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ด้วยแนวคิด “Born to Stand Out”

ด้วยความตั้งใจของ All Inspire ที่ต้องการพัฒนาโครงการ Luxury Condominium ให้มีความโดดเด่น จากทั้งโครงการของทางบริษัทฯ เอง และโครงการอื่นๆ ทำให้เกิดแนวคิด “Born to Stand Out” ขึ้นมา เพื่อสร้างความแตกต่าง และเป็นที่จดจำของคอนโดมิเนียมในย่านเอกมัย สำหรับรูปทรงของอาคาร ทางทีมออกแบบ จาก ATOM DESIGN ได้รับแรงบันดาลมาจากสัญลักษณ์ของ All Inspire ซึ่งเป็นตัว A และเลขหนึ่ง ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นในส่วนอาคาร A และ อาคาร B ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัย

Location & Surrounding

“เอกมัย” อยู่ในช่วงสุขุมวิทตอนกลาง เป็นอีกย่านยอดนิยมสำหรับการอยู่อาศัยรองลงมาจากทำเลทองหล่อที่อยู่ใกล้กัน ด้วยสภาพแวดล้อมโดยรอบ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ทั้ง โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และตัวย่านเอง ยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นไลฟ์สไตล์ มีร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่ง Hang Out มากมาย สามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี
ในเรื่องการเดินทาง หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากโครงการ Impression ห่างจากปากซอยและ BTS ประมาณ 1 กม. อาจจะไกลไปนิดสำหรับการเดิน แต่ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ ตัวโครงการสามารถเข้าได้ทาง ซ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย) ทำให้ออกไปยัง ถ.สุขุมวิท และ ถ.เพชรบุรี ได้ไม่ไกลนัก รวมถึงมีซอยย่อยที่สามารถทะลุไปทองหล่ออย่างซอยทองหล่อ 10 และซอยที่สามารถทะลุไปพระโขนงได้อย่าง ซอยเอกมัย 12

ค่าเฉลี่ยราคาประเมินที่ดิน ปี 2539 – 2562

เมื่อพิจารณาจากการประเมินราคาที่ดินจากกรมธนารักษ์ ตั้งแต่ช่วงปี 2539 ถึงปี 2562 จะเห็นได้ว่า ราคาที่ดิน ถ.เอกมัย มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2551 – 2554 ที่ราคาค่อนข้างกระโดดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 
โดยเมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาของราคาที่ดินบน ถ.เอกมัย อัตราการเติบโตช่วง 2539 – 2550 อยู่ที่ 22% แต่อัตราการเติบโตช่วง 2551 – 2562 พุ่งสูงขึ้นถึง 106% ในขณะเดียวกันที่ดินแปลงใหญ่ๆ สำหรับพัฒนาโครงการในเอกมัยมีอยู่จำกัด และถูกพัฒนาไปบางส่วนแล้วทำให้ Asset ในทำเลนี้หายากขึ้นเรื่อยๆ

Master Plan

ภายในตัวโครงการประกอบด้วย 3 อาคาร เรียงจากฝั่งที่ติด ถ.เอกมัย ได้แก่ อาคาร A สูง 25 ชั้น 70 ยูนิต อาคาร B สูง 43 ชั้น 310 ยูนิต ซึ่งอาคาร A และ B เป็นอาคารพักอาศัย ส่วนอาคาร C เป็นอาคารจอดรถใต้ดิน 7 ชั้น บนดิน 9 ชั้น รวมทั้งหมดมีที่จอดรถอยู่ที่ 85%
ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยไปหน่อยสำหรับโครงการระดับ Luxury ที่มีห้องนอนขนาด 2 ห้องนอนจำนวนมาก แต่แลกมากับพื้นที่ขายในโครงการที่มากขึ้น ทำให้ราคาของเฉลี่ยของโครงการอยู่ที่ประมาณแสนปลายๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับศักยภาพของทำเล และตัวโครงการที่ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี

Floor Plan

อาคาร A

มีจุดเด่นตรงที่มีความเป็นส่วนตัวสูง จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อย สูงสุดแค่ 4 ยูนิต / ชั้น ภายในลิฟต์โดยสารมีพื้นที่ภายในกว้าง 1.5 x 2.5 ม. ออกแบบมาให้รองรับกฎหมายใหม่ของ EIA ให้สามารถนำเปลนอนเข้าไปในลิฟต์ได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และชั้น 26 มี Sky Bridge ซึ่งเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร B

อาคาร B

เป็นอาคารที่มี Facilities หลักของโครงการตั้งอยู่ที่ชั้น 26 และ 26M มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ที่ 12 ยูนิต และมีจำนวนน้อยลงตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงห้อง Penthouse ที่มีเพียงยูนิตเดียวต่อชั้น

Unit Plan

One Bedroom Plus

FUNCTION เป็นห้องที่ Flexible ในการใช้งาน สามารถอยู่ได้ตั้งแต่คนเดียว ไปจนถึงครอบครัวขนาดเริ่มต้น เมื่อเข้ามาห้องพัก จะเจอกับพื้นที่ส่วนกลาง ด้านขวามือเป็นห้องครัว มีประตูบานเลื่อนปิด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทำอาหาร ทำให้กลิ่นไม่เข้ามารบกวนในส่วนอื่นๆ ของห้อง ด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำ สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง มีข้อดี คือ หากปรับเปลี่ยนการใช้งานห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอนเล็ก จะทำให้สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องผ่านห้องนอนใหญ่ CIRCULATION ทางสัญจรหลักภายในห้อง คือ บริเวณพื้นที่ตรงกลางห้อง ซึ่งเดินเข้ามาจากประตู แยกไปห้องนอน และพื้นที่การใช้งานอื่นๆ แบ่งเป็นฝั่งซ้าย – ขวา แต่ละจุดสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวก

พื้นที่ตรงกลางเชื่อมต่อแต่ละห้องเข้าไว้ด้วยกัน

ห้องอเนกประสงค์ มีประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอนกั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน

บรรยากาศภายในเพิ่มเติม

Living Area, Dining Area

Master Bedroom

Multi – Purpose Room

Bathroom

Two Bedrooms Duplex

FUNCTION เป็นหนึ่งในห้องไฮไลท์ของโครงการ สามารถดึงจุดเด่นของห้องมุมออกมาใช้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชั้นล่าง บริเวณโซนนั่งเล่น พื้นที่มุมห้องกั้นด้วยหน้าต่างบานเลื่อนกระจก 4 ตอน ชนกันเป็นลักษณะตัว L ทำให้สามารถเปิดเพื่อรับบรรยากาศภายนอกได้ เปลี่ยนพื้นที่ Indoor ให้ได้ความรู้สึกกึ่งๆ Outdoor และยังมีอ่าง Jacuzzi ที่อยู่บริเวณริมระเบียง รวมถึง Spa Room ชั้นบนให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ส่วนของห้องน้ำ ยังมีทั้งชั้นล่างและชั้นบน ทำให้สามารถลบจุดด้อยของห้อง Duplex ที่มักจะมีห้องน้ำเฉพาะด้านล่างไปได้ CIRCULATION ทางเข้าอยู่ริมห้อง ทำให้ได้พื้นที่เป็นโซนใหญ่ เมื่อขึ้นไปชั้นบนมีโถงทางเดินแจกไปห้องต่างๆ ถึง 4 ห้อง และห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เข้าได้จากทั้งห้อง Master Bedroom และโถงทางเดิน 

สามารถเปิดบานเลื่อนกระจกตรงโซนนั่งเล่น เพื่อเปลี่ยนให้พื้นที่เป็นแบบ Semi – Outdoor ได้

Jacuzzi ยกสูงขึ้นมาจากระดับห้องมา 4 Step สามารถนอนแช่อ่าง ชมวิวผ่านราวกั้นกระจก

บรรยากาศภายในเพิ่มเติม

Dining Area

Living Area

Jacuzzi

Master Bedroom

Bedroom

Spa Room

ห้องตัวอย่างโครงการเพิ่มเติม

2 Bedrooms

ห้องขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้อง Master Bedroom มีขนาดกว้างขวาง พื้นที่แต่งตัวมีขนาดใหญ่ สามารถวาง Island เล็กๆ ตรงกลางได้ พื้นที่ส่วนกลางมีการเชื่อมต่อระหว่าง Living Area และ Dining Area และสามารถเข้าห้องน้ำได้จากพื้นที่โซนพักผ่อนโดยตรง

บรรยากาศภายในเพิ่มเติม

Living Area

Kitchen

Master Bedroom

Master Bedroom

Master Bathroom

Bedroom

3 Bedrooms

เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง เป็นห้องหน้ากว้าง มีทางเดินแจกเข้าสู่พื้นที่โซนต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน พื้นที่ห้องนอนและโซนพักผ่อนอยู่ติดกับช่องเปิด โดยเฉพาะ Living Area ที่มีพื้นที่ระเบียงเป็น Semi – outdoor Balcony ทำให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ระเบียงได้มากขึ้น

บรรยากาศภายในเพิ่มเติม

Living Area

Living Area, Dining Area

Semi – Outdoor Balcony

Kitchen

Bedroom

Bathroom

Bedroom

Bedroom

Specification

โดยตัวห้องโครงการที่ให้มาจะเป็นแบบ Fully Fitted มีการ Built – In ส่วนที่เป็นอ่างล้างหน้า รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวให้ และใช้ชุดอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีคุณภาพ ได้แก่
1. Digital Door Lock : ผลิตภัณฑ์จาก Yale สามารถล็อคและปลดล็อคได้ถึง 4 วิธี คือ กุญแจ, รหัส, คีย์การ์ด และสแกนลายนิ้วมือ 2. เครื่องครัว : ผลิตภัณฑ์จาก Gorenje เครื่องดูดควันไฟฟ้า เตาไฟฟ้า 3. ชุดสุขภัณฑ์ : ผลิตภัณฑ์จาก TOTO ฝักบัว, โถสุขภัณฑ์ และห้องแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไป ในห้อง Master Bathroom จะใช้โถสุขภัณฑ์เป็นแบบ Automatic WC ส่วนอ่างล้างหน้า ผลิตภัณฑ์จาก ROCA 4. อ่าง Jacuzzi : ผลิตภัณฑ์จาก Cristina สำหรับห้องแบบ Duplex เท่านั้น
นอกจากนี้ ระบบปรับอากาศของอาคารใช้ระบบ VRF (Variable Refrigerant Flow) ซึ่งเป็นระบบปรับอากาศที่สามารถเปลี่ยนแปลงการทำความเย็นได้ตามความต้องการในแต่ละเวลา ช่วยประหยัดไฟฟ้า และสามารถรวมคอยล์ร้อนไว้ส่วนกลาง ทำให้สามารถใช้พื้นที่ตรงระเบียงได้อย่างเต็มที่  

Facilities

กระจายอยู่ทั้ง 3 อาคารในโครงการ โดยพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร A และอาคาร B สามารถเดินเชื่อมถึงกันด้วยในชั้น 26 ซึ่งเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ ผ่าน Sky Bridge อาคาร A ประกอบด้วย Lobby, Kids Room ชั้น 25 และ Rooftop Sky Garden อาคาร B ประกอบด้วย ที่จอดรถ Super Car, EV Charger, Lobby และชั้น 26 กับ 26M จะเป็นที่ตั้งของ Facilities มากมาย ได้แก่ Swimming Pool, Beverage Lounge และ Impression Hall ในชั้น 26 ส่วน Fitness, Outdoor Seating, Simulator Room และ Yoga Room จะอยู่ชั้นที่ 26M อาคาร C มี Sky Garden อยู่บนดาดฟ้า ซึ่งนอกจะสามารถไปใช้งานได้แล้ว ห้อง Duplex ของอาคาร B ยังสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวบริเวณนี้ได้อีกด้วย

บรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มเติม

Lobby (Building A)

Lobby (Building B)

Swimming Pool

Fitness

Simulator Room

Yoga Room

impression

Private  Party Room

Sky Garden

 

สนใจ สามารถสอบถามข้อมูล และสิทธิพิเศษเพิ่มเติม คลิก