ISSARA RESIDENCE RAMA 9

เปิดดีไซน์บ้านเดี่ยว 80-132 ล้าน ใจกลางกรุงเทพฯ
(ที่ปรับแบบได้เหมือนปลูกบ้านอยู่เอง!)*

สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ SUPER LUXURY  ในย่านพระราม 9 ของ CHARN ISSARA ซึ่งปัจจุบันประกอบธุรกิจมาแล้วร่วม 65 ปี โครงการนี้มีการทำ Soft Opening เมื่อปีที่แล้วและมียอดจองไปแล้วกว่า 35% (แบบยังไม่มีบ้านตัวอย่าง) ถือว่ามีกระเเสตอบรับที่ดีเลยทีเดียวครับ   

โครงการมีความน่าสนใจทั้งรูปลักษณ์ การออกเเบบพื้นที่ใช้สอยเเละความคุ้มค่าที่มอบให้เเก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังได้บริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง A49 มาช่วยในการออกเเบบโครงการ ซึ่งถือว่าออกเเบบได้ดีทั้ง conceptual design, layout, exterior façade ตลอดจนการเลือกสรรวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ

เนื้อหาด้านล่างต่อจากนี้ จะเป็นคำตอบว่า ISSARA RESIDENCE RAMA 9 มีความแตกต่างจากบ้านหรูที่อื่นอย่างไรครับ

*ลักษณะการปรับแบบและช่วงเวลาที่ปรับแบบได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

FACT

Project Name : ISSARA RESIDENCE RAMA 9
Developer : CHARN ISSARA
Project Concept : Modern tropical
Location : RAMA 9 Soi 13
Land area : 9-2-35 Rai (freehold)
No. of Units : Single Detached House 3 fl. (20 Plots)
Unit Mixed 
: Asher (764/842 sq.m.)  

Brayden (726 sq.m.)   
Cedric I & II (700,701 sq.m.)

Facilities : Clubhouse, Fitness, Swimming pool, Steam room, Meeting room, Private linear garden, Access control, 24-hours security
Lifestyle Concierge Service : Home care, Healthcare, Activities, Personal Assistant Service
Expected Completion : Q2,2019
Architect : A49
Common Expense : Sinking Fund 3,000 baht/sq.wah
Common Fee 190 baht/sq.wah/month


Visualized Image

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านที่ตอบโจทย์ที่ครบครันทั้งด้านทำเลที่ตั้ง การออกเเบบ เเละพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่  ISSARA RESIDENCE RAMA 9 ตอบโจทย์ในหัวข้อนี้ค่อนข้างมากครับ  นอกจากความโดดเด่นข้างต้นเเล้วทางโครงการยังมีบริการพิเศษเพื่อสร้างความสะดวกสบายสำหรับผู้อยู่อาศัยในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย

Location ดี เข้า-ออกเมืองสะดวก มีรถไฟฟ้าสายสีส้มตัดผ่าน

โครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ถึงเเม้ว่าจะตั้งอยู่ภายในซอย (พระราม 9 ซอย 13) เเต่มีระยะห่างจากถนนพระราม 9 เพียงเเค่ 400 ม.เท่านั้น ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะที่ตั้งอยู่ไม่ลึกจากปากซอย ถ้าบ้านเดี่ยวติดหน้าถนนเลยดูเป็นข้อเสียมากกว่าเพราะเสียงดังและพลุกพล่านเกินไป

จากที่ตั้งโครงการสามารถในการเดินทางได้หลากหลายเส้นทางเเละหลากหลายรูปแบบ เนื่องจากอยู่ใกล้ทางขึ้นทางพิเศษศรีรัชเเละทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งเชื่อมไปยังพื้นที่โซน CBD (เพลินจิต,ชิดลม,ปทุมวัน) , สนามบินสุวรรณภูมิ เเละพื้นที่เขตกรุงเทพฝั่งโซนเหนือ เช่น ลาดพร้าว  

เเละในอนาคตข้างหน้าจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2566 โดยสถานีที่ตั้งใกล้โครงการ คือ สถานีประดิษฐ์มนูธรรม ระยะห่างระหว่างทางขึ้น-ลงสถานีกับที่ตั้งโครงการมีระยะห่างโดยรวมประมาณ 800 ม.

ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบที่ตั้งโครงการ ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล สนามไดร์ฟกอล์ฟ เเละโรงเรียนนานาชาติชั้นนำมากมาย

บริบทโดยรอบที่ตั้งโครงการภายในซอย 13 เป็นบ้านพักอาศัยเป็นส่วนมากเเละมีสำนักงานความสูงไม่เกิน 5 ชั้น โดยพื้นที่ที่ติดกับบริเวณด้านหน้าเเละด้านข้างของโครงการเป็นบ้านพักอาศัยสูงประมาณ 1-2 ชั้น เเละอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น บริเวณด้านหลังโครงการเป็นถนนส่วนบุคคลของบริษัท KPN ซึ่งถือเป็นข้อดีในด้านความเป็นส่วนตัว เพราะไม่ติดกับที่พักอาศัยใดๆ ถัดจากถนนส่วนบุคคลคือลานจอดรถ ของบริษัท KPN เช่นกัน

 

 

ถัดจาก Location แล้ว เรามา Overview กันก่อนครับว่ามีบ้านแบบไหนบ้าง ISSARA RESIDENCE RAMA 9 นี้ ประกอบด้วยบ้าน 3 แบบ  Asher /Brayden/Cedric I & II เรียงจากใหญ่ไปเล็กตามลำดับ คร่าว ๆ คือ บ้านหลัง Asher  พื้นที่ดินและพื้นที่บ้านใหญ่ที่สุด มีสระว่ายน้ำและ Courtyard

ส่วนบ้านหลัง Brayden ที่ดินและพื้นที่ใช้สอยเล็กลงมาหน่อย มีสระว่ายน้ำและ Courtyard แต่จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถเท่ากับ Asher จุดต่างใหญ่ๆ อยู่ตรงที่มี Living Room 2 จุด (ถ้า Asher จะมี 3 จุด คือ มีทุกชั้น สะดวกต่อการแบ่งสัดส่วน อยู่อาศัยครอบครัวละชั้น) 

และบ้านหลัง Cedric ที่มีเพียง 2 หลัง คือ Cedric I และ Cedric II คือการเอาบ้านหลัง Asher มาย่อขนาดลงเล็กน้อยและไม่มีสระว่ายน้ำ ห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถลดลง แต่มี Living Room 3 จุด เท่ากับ Asher เเละที่สำคัญคือเพิ่มความพิเศษให้ห้องนอนใหญ่กลายเป็น Extra Large Master Bedroom 

สิ่งพิเศษที่ให้ในบ้านแต่ละหลัง ได้แก่
– ลิฟท์

– แอร์ VRV
– ครัวไทย
– Pantry
– สระว่ายน้ำ (ยกเว้นแบบ Cedric)
– CCTV (สามารถดูผ่าน Smart Phone)
– Smart Home System (ควบคุมการเปิด-ปิดไฟฟ้าแสงสว่างผ่านโทรศัพท์ Smart Phone/ควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์ Smart Phone)
– ระบบป้องกันขโมย
– Automatic Gate (โรงจอดรถยนต์)
-Access Control System (ประตูรั้วโรงจอดรถยนต์และประตูรั้วทางเข้าบ้าน)

ถ้าทราบไอเดีย ความแตกต่างของบ้านแต่ละแบบกันแล้ว คราวนี้เรามาวิเคราะห์เจาะลึกบ้านหลัง Asher แบบใหญ่ที่สุด และขายดีที่สุด ตามด้วยรายละเอียด Floor Plan ของแบบ Brayden และ Cedric กันครับ

 


Visualized Image

บ้าน Type Asher เป็นบ้านทีมียอดจองไปเเล้วเกือบ 50% ตั้งเเต่เปิดตัวโครงการครับถือว่าเป็นการเปิดตัวได้อย่างงดงาม เนื่องด้วยบ้าน Type นี้ให้ความคุ้มค่าด้านพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมากกว่าบ้าน Type อื่นๆ เเละนอกจากนี้ยังมีรายละเอียดความพิเศษในเเต่ละชั้นที่มีความน่าสนใจซึ่งจะกล่าวต่อไปในเนื้อหาด้านล่างครับ

 

1st Floor


Visualized Image


Visualized Image

ในพื้นที่ชั้น 1 เริ่มจากทางเข้าบ้านซึ่งจะมีการเเบ่งเเยกชัดเจนสำหรับทางเดินของเจ้าของบ้านกับเเม่บ้านถือว่ามีการจัดเเบ่งพื้นที่ได้อย่างดีเลยครับ ในส่วนของพื้นที่ที่เป็นส่วนสำคัญของชั้นนี้คือ ห้องนั่งเล่นเเละห้องรับประทานอาหารที่มีครัวขนาดใหญ่ (ครัวไทยและ Pantry) พื้นที่ส่วนนี้ถูกออกเเบบให้เป็น Double volume ที่มีความสูงถึง 6.9 ม.ครับ ทำให้บรรยากาศภายในสูง โปร่ง รวมกับบรรยากาศจากสวนเเละสระว่ายน้ำภายนอกที่เชื่อมต่อถึงกันทำให้บรรยากาศภายในห้องนี้ดีทีเดียวเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ที่สมาชิกทุกคนจะเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน

ในพื้นที่ส่วนอื่นๆระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3.2 ม.ครับ  ในส่วนของทางเดินเเม่บ้านหรือทางเดินเซอร์วิส บริเวณนี้จะประกอบไปด้วยห้องพักของเเม่บ้าน ครัวไทยเเละส่วนซักล้างครับ 

ในส่วนของความปลอดภัยทางโครงการมีการติดตั้ง CCTV บริเวณลานจอดรถเเละพื้นที่ด้านหลังบ้านรวมทั้งหมด 2 ตัวภายในตัวบ้านมี Motion Sensor และ  Shock Sensor ด้วยครับ ในส่วนของประตูบ้านใช้ระบบ key card ประตูรั้วเป็นประตูรีโมท มีการติดตั้ง Video door phone สำหรับพูดคุยกับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน และประตูเปิดเข้าบ้านจะเป็นระบบสแกนนิ้วอีกที เรียกว่าปลอดภัยมากครับ

 

2nd Floor


Visualized Image

ในพื้นที่ชั้น 2 จะประกอบด้วย 3 ห้องนอน ในทุกๆห้องจะมี พื้นที่ walk-in closet เเละห้องอาบน้ำครับ จากที่กล่าวไปเเล้วข้างต้นว่าบ้านในโครงการนี้ออกเเบบมาสำหรับรองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่

ดังนั้นผู้ออกเเบบจึงมีห้องนั่งเล่นสำหรับเป็นที่รวมตัวของสมาชิกครอบครัวในเเต่ละครอบครัว ในส่วนของระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของชั้นนี้ คือ 2.9 ม.ถือว่าเป็นความสูงที่ให้มากกว่าบ้าน super luxury ในโครงการอื่นๆครับ 

เนื่องจากด้านหน้าบ้านเป็นทิศตะวันออก เเละมีห้องนอนในส่วนของด้านหน้าบ้านในสัดส่วนที่มากนั้น เป็นสิ่งที่ดีครับเนื่องจากห้องนอนในด้านนี้จะได้รับเเสงเเดดในตอนเช้าเเละตอนบ่ายห้องจะได้รับความร้อนจากเเสงเเดดไม่มากครับ ทำให้ห้องไม่ร้อนเมื่ออยู่อาศัยตอนกลางคืน ในส่วนของห้องนอนอีกด้านซึ่งหันหน้าเข้าทิศตะวันตกถึงเเม้จะได้รับเเสงเเดดในตอนบ่ายที่มากกว่าเเต่ก็จะได้รับลมทั้งปีครับ

 

3rd Floor

ในพื้นที่ชั้น 3 จะประกอบด้วย ห้องนอน 2 ห้องเเละห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ครับ ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของชั้นนี้ คือ 2.9 ม. ห้องนอนในชั้นนี้จะมีความพิเศษกว่าห้องนอนในชั้น 2 ในส่วนของพื้นที่ระเบียงที่เพิ่มเติมเข้ามาครับ สำหรับห้องนั่งเล่นในชั้นนี้มีขนาดใหญ่กว่าชั้น 2 เช่นกันเนื่องจากมีพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารเเละส่วน pantry เพิ่มเติมเข้ามา บริเวณชั้น3นี้ถือเป็นการตอบโจทย์เรื่องการขยายตัวของครอบครัวได้อย่างดีครับ

 

 

TYPE BRAYDEN


Visualized Image

 

TYPE CEDRIC


Visualized Image

 

ความพิเศษในรายละเอียดแต่ละจุดของบ้าน

ความเป็นสัดส่วน อยู่อาศัยได้หลายครอบครัว

บ้านทุกหลังของโครงการคำนึงการอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในชั้น 2 เเละ 3 มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นเพื่อรองรับการใช้งานของเเต่ละครอบครัว นอกจากนี้บริเวณโถงลิฟท์ชั้น  3 มีการออกเเบบให้มีประตูกั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวสำหรับครอบครัวที่อาศัยในชั้นนี้ 

 

คำนึงถึง Universal Design สำหรับผู้สูงอายุ

บริเวณทางเข้าด้านหน้าบ้านมีการออกเเบบให้มีทางลาดเพื่อความสะดวกในการเดินหรือใช้วีลเเชร์ของผู้สูงอายุเเละภายในตัวบ้านมีลิฟท์ที่มีขนาดความกว้างจุได้ถึง 6 คนเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุที่นั่งวีลเเชร์รวมถึงผู้ช่วยดูเเลด้วยครับ

บ้านหรูที่คำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงาน

นอกจากการออกเเบบที่ลงตัวทั้งภายในเเละภายนอกเเล้ว ทางโครงการได้คำนึงถึงการช่วยผู้อยู่อาศัยประหยัดพลังงานจากการติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาพื้นที่ 19 ตร.ม. ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึงประมาณ 1,800 บาท/เดือนครับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยที่สนใจเเละต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคตในระยะยาวสามารถขอติดตั้งเเผงโซล่าเซลล์เพิ่มเติมได้ครับ โดยในบ้านในบ้าน Type Asher เเละ Cedric สามารถติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ถึง 100 ตร.ม. เเละ ในบ้าน Type Brayden สามารถติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ถึง 110 ตร.ม.ครับ

นอกจากการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เเล้วทางโครงการยังเลือกใช้ระบบเเอร์ VRV  เเละเครื่องทำน้ำร้อนระบบ Air Source Heat Pump เป็นระบบที่นำเอาความร้อนที่ระบายทิ้งจากเครื่องปรับอากาศมาถ่ายเทอุณหภูมิให้กับน้ำ จึงทำให้ได้ใช้น้ำร้อนฟรีโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าครับ เรียกได้ว่าโครงการคำนึงการช่วยผู้อยู่อาศัยประหยัดพลังงานได้ครอบคลุมเลยทีเดียวครับ

 

Customized Your Own Issara Home :
ปรับ Design บ้านตาม Lifestyle ของคุณ

เป็นสิ่งที่พิเศษแตกต่างจากโครงการอื่น เสมือนคุณจ้างสถาปนิกออกแบบบ้านเดี่ยวของตัวเอง สำหรับแปลงที่ยังไม่เริ่มก่อสร้างบ้าน ลูกบ้านจึงสามารถขอปรับเปลี่ยนรูปแบบในส่วนของการขยายห้องต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ครับ หลักการในการปรับเปลี่ยนต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างของบ้านนะครับ

ไอเดียในการปรับเปลี่ยนเพิ่ม-ลด พื้นที่ใช้สอย เช่น ห้องนอน สามารถปรับความกว้างห้องได้จากการ เลือกที่จะไม่ก่อกำเเพงกั้นห้อง Walk-in closet เพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องนอนในส่วนนี้ หรือ อาจจะขอเลื่อนผนังกั้นห้อง Walk-in closet ให้พื้นที่ลดลงได้ครับ นอกจากไอเดียการขยายพื้นที่ห้องนอนเเล้ว ในส่วนของห้องนั่งเล่นในเเต่ละชั้นหากต้องการให้มีขนาดใหญ่ขึ้นก็สามารถขอปรับเปลี่ยนให้ผนังได้เช่นกันครับ 

สเปควัสดุภาพรวมของโครงการมีความ Premium ใช้งานได้อย่างสบาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า Siemens, ชุดครัว Pantry, แอร์ระบบ VRV ของ Daikin, ลิฟท์ของ Mitsubishi, สุขภัณฑ์ Toto, อุปกรณ์ห้องน้ำ Grohe ฯลฯ 

ถ้าเทียบกันแบบ Overall ผมถือว่าที่นี่ “คุ้มค่าครับ” ด้วยทำเลที่ตั้ง ด้วยลักษณะบ้านที่เป็นบ้านเดี่ยวจริง ๆ มีความ Premium เกือบที่สุดในตลาด เป็นบ้านมีบริเวณ มีที่ดินเยอะ ไม่ติดกับคนอื่นเฉพาะราคาประเมินที่ดินก็ 370,000 บ./ตร.ว. เข้าไปแล้ว อันนี้ขายอยู่ 700,000 บ./ตร.ว.

แถมยังให้ A49 ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกที่ดังที่สุดในประเทศมาออกแบบให้ ถ้าคุณไปซื้อที่ดินเท่านี้ จ้าง A49 สร้าง ผมว่าแพงกว่านี้ครับ ซึ่งอันนี้ก็ใกล้เคียงการสร้างบ้านอยู่เองแล้ว เพราะมีความยืดหยุ่นให้ปรับแบบได้

ซึ่งนอกจากความยืดหยุ่นที่โครงการให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบขยายพื้นที่ห้องต่างๆได้ตามความต้องการเเล้วในส่วนของวัสดุตกเเต่งทางโครงการก็มีทางเลือกถึง 2 รูปแบบให้เเก่ผู้ซื้อโครงการอีกด้วยครับ ถือได้ว่าโครงการมีความเข้าใจผู้อยู่อาศัยซึ่งมีความชอบที่เเตกต่างกันมากเลยทีเดียว

1. Bare shell
สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการเลือกวัสดุเเละตกเเต่งบ้านเองสามารถเลือกที่จะไม่ใช้วัสดุตกเเต่งของโครงการทั้งพื้นเเละผนัง โดยราคาบ้านพักอาศัยจะลดลง 2-3 ลบ. (ในส่วนนี้ต้องสอบถามรายละเอียดจากโครงการโดยตรง)

2. Materials come in options
– สำหรับผู้ซื้อที่ชอบวัสดุโทนสีสว่างสามารถเลือกที่จะใช้วัสดุตกเเต่งที่ทางโครงการเลือกใช้ได้เลยครับ ซึ่งจะเป็นวัสดุตกเเต่งดังในรูป original
– สำหรับผู้ที่ชอบวัสดุโทนสีเข้มทางโครงการมีตัวเลือกวัสดุให้อีก 2 แบบครับ ซึ่งสามารถเลือกปรับเปลี่ยนวัสดุตกเเต่งจากที่ทางโครงการเลือกใช้ (Original) เป็นวัสดุตกเเต่งเเบบ Type 1 หรือ 2

 

บริการหลังการขาย ดูแลไปจนถึงช่วงอยู่อาศัยจริง

ทางโครงการมีบริการพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้อยู่อาศัยถึง 4 รูปแบบครับ ซึ่งผู้อาศัยที่ต้องการใช้บริการสามารถติดต่อกับนิติบุคคลโครงการได้ตรงครับ

1. HOME CARE เป็นบริการสำหรับผู้อยู่อาศัยเกี่ยวกับการดูเเลรักษาบ้านทั้งด้านการซ่อมเเซมบ้านเเละอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงการทำความสะอาดบ้านเเละซักผ้าด้วยครับ

2. HEALTH CARE เป็นบริการสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการใช้บริการด้านความสวยงามภายในบ้านของตนเอง หรือ ต้องการผู้ดูเเลสัตว์เลี้ยงของภายในบ้านของท่าน

3. ACTIVITIES เป็นบริการผู้อยู่อาศัยที่ต้องการจัดงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ภายในบ้าน เช่น งานวันเกิด

4. PERSONAL SERVICE เป็นบริการสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการจองบริการต่าง ๆ เช่น จองร้านอาหาร

 

สรุปทุกประเด็นของ ISSARA RESIDENCE RAMA 9

ด้วยจุดเด่นเเละความเเตกต่างหลายประการทำให้โครงการ ISSARA RESIDENCE RAMA 9 มีความโดดเด่น คุ้มค่า เเละน่าสนใจกว่าโครงการในระดับเดียวกันเป็นอย่างมากครับ 

ในส่วนเเรกด้านทำเลที่ตั้งโครงการ ที่สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ CBD หรือ สนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก เนื่องจากโครงการอยู่ใกล้ทางขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช รวมถึงในอนาคตมีบริการรถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่ห่างจากโครงการไม่มาก ซึ่งจุดนี้จะ support lifestyle ของบุตรหลานได้ในอนาคต เเละนอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติที่มีระดับ สนามไดร์กอล์ฟ ศูนย์การค้าเเละสำนักงานขนาดใหญ่หลาย ๆ เเห่ง

ในด้านความยืดหยุ่นในการขอปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่ในส่วนของการขยายห้องต่าง ๆ รวมถึงมีวัสดุตกเเต่งให้เลือก จุดเด่นด้านนี้ทางโครงการมีนโยบายสำหรับผู้ซื้อในช่วงนี้เท่านั้นนะครับ

ราคาขาย ต่อ ตร.วา ที่ถูกกว่าบ้าน Super Luxury ทำเลเดียวกัน ดังที่อธิบายไปข้างต้น

เพราะฉะนั้นถ้าคุณกระเป๋าหนักพอ มีสมาชิกในครอบครัวเยอะ ต้องการบ้านเดี่ยวที่เป็นบ้านเดี่ยวโดยแท้จริง อยู่ใจกลางเมือง ดีไซน์โมเดิร์นดูมีรสนิยม มีความเป็นสัดส่วนเหมาะกับครอบครัวขยาย จอดรถได้ถึง 5 คันแบบหน้ากระดาน Go ahead ซื้อเลยครับ ซื้อไว้เป็น asset ให้ลูกหลานในอนาคตครับ 

ช่วงนี้มีโปรโมชั่นครบรอบ 65 ปี บริษัท อิสสระ อยู่นะครับ วันนี้ถึง ตุลาคม 2560 ลดราคา 1 ล้านบาท และถ้าต้องการ Interior Designer โดยการ deal ผ่านโครงการ ทางโครงการจะประสานงานให้ โดยมีส่วนลดค่าทำ Interior ให้อีก 1 ล้านบาทครับ