PACE ตัดใจขาย 51% เฉพาะส่วน Commercial ของ 

Mahanakhon ให้ King Power  1.4 หมื่นลบ.  

ทาง Realist ได้เคยนำเสนอข่าว Deal Sansiri x Pace Development ไปเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือว่ามีดีลใหม่ระหว่าง Pace และ King Power จนเมื่อ 11 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา Pace ได้ออกมาแถลงว่า ปิดดีลขายส่วน Commercial ของมหานครให้กับ King power ในมูลค่า 14,000 ลบ.

บริษัทของอาคาร Mahanakhon จะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ PP1, PP2, PP3 ซึ่ง PP1 จะเป็นส่วนของโรงแรม , PP2 จะเป็นส่วนของ Residences และ PP3 จะเป็นส่วนของ Observative Deck และ Mahanakhon Cube ที่เป็นส่วน Retail ด้านหน้าจำนวน 3 ชั้น

โดยได้ขายส่วน PP1 และ PP3 ซึ่งนับเป็นหุ้น 51% หรือมูลค่าเท่ากับ 14,000 ลบ. ให้กับ King power โดยแบ่งเป็น  1. จุดชมวิว โรงแรม ห้องอาหาร 6,715  ลบ.  2. Mahanakhon cube 5,220 ลบ.  3. Success Fee 1,200 ลบ.


จุดชมวิว โรงแรม ห้องอาหาร 6,715  ลบ.


จุดชมวิว โรงแรม ห้องอาหาร 6,715  ลบ.


Mahanakhon cube 5,220 ลบ.

นอกจากนี้ Pace จะนำกระแสเงินสดมูลค่า 10,000 ลบ. (320 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จากที่ขายหุ้นให้กับ King Power มาซื้อหุ้นคืนจาก บริษัท อพอลโล เอเชีย สปริ้นท์ โฮลดิ้ง คอมปานี ลิมิเต็ด (อพอลโล) และโกลด์แมน แซคส์ อินเวสเมนท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ลิมิเต็ด (โกลด์แมน)

ที่ถืออยู่ใน PP1 และ PP3 จำนวน 49% และ 48.7% ตามลำดับ  แต่เดิมทีได้ขายหุ้นไปในมูลค่า 8,400 ลบ. ให้กับ อพอลโลฯและ โกลด์แมนฯ  ซึ่งจะทำให้ Pace ขาดทุนเล็กน้อย แต่ก็ทำให้  Pace หมดภาระผูกพันต่อกันกับอพอลโลฯและ โกลด์แมนฯ

ต่อยอดอีก 4 โครงการยักษ์

Pace Development มีแผนที่จะนำเงินอีก 4,000 ลบ. มาใช้ต่อยอดในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายของบริษัทอีก 4 โครงการ มูลค่าโครงการทั้งหมดรวมกว่า 20,000 ลบ.

  1. 1. The Ritz-Carlton Residences Bangkok มียอด Backlog 3,280 ลบ. และห้องชุดที่รอขายอีกมูลค่าประมาณ 4,281 ลบ.
  2. 2. โครงการมหาสมุทร วิลล่า มียอด Backlog 816 ลบ. และมี Villa รอขายมูลค่าประมาณ 3,088 ลบ.

โครงการที่ 1 และ 2 มีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์แล้ว สามารถรับรู้รายได้ภายในปี 2561 

  1. 3. Nimit หลังสวน มียอดขายแล้วกว่า 90 % เป็นยอด Backlog คิดเป็นมูลค่า 6,709 ลบ. และห้องชุดรอขายมูลค่าประมาณ 1,291 ลบ.
  2. 4. Windshell นราธิวาส  มียอด Backlog 792 ลบ. และมีห้องชุดรอขายอีกมูลค่าประมาณ 2,208 ลบ.

 ส่วนโครงการที่ 3 และ 4 นิมิต คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถโอนและรับรู้รายได้ภายในปี 2562

โครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ หัวหิน

บริษัทฯ มีแผนที่จะหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมลงทุนและปรับรูปแบบ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ให้กับโครงการด้วยการเพิ่มจำนวนห้องพักเพื่อทำเป็นโรงแรมเพื่อสุขภาพแบบครบวงจรระดับไฮเอนด์ในคลับเฮ้าส์ (Health & Wellness) โดยปัจจุบัน โครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ มีสมาชิกกว่า 200 สมาชิก

DEAN & DELUCA

Pace จะนำกระแสเงินสดอีกส่วนหนึ่งมาใช้ลงทุนขยายสาขา “DEAN & DELUCA” ในประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ในชื่อ  DEAN & DELUCA xp  ส่วนสาขาในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น  เน้นขยายในรูปแบบคาเฟ่

 โดยทั้งสองคอนเซ็ปต์นี้เป็นการลงทุนในรูปแบบร้านขนาดเล็ก ที่เน้นการลงทุนน้อยแต่ได้ประสิทธิผลมากขึ้น และเป็นรูปแบบที่ถูกออกแบบไว้ให้พร้อมขยายได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเดียวกันหากมี Demand โดยคอนเซ็ปต์ DEAN & DELUCA xp จะเริ่มที่นิวยอร์คเป็นแห่งแรก นอกเหนือจากนั้น ยังเน้นการขายสิทธิบัตรหรือแฟรนไชส์ ให้กับผู้ประกอบการในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกซึ่งปัจจุบันมีสาขาที่เป็นแฟรนไชส์ จำนวน 30 สาขา ใน 9 ประเทศโดย Pace เป็นเจ้าของกิจการในสหรัฐอเมริกา จำนวน 10 สาขา ในประเทศไทยจำนวน 11 สาขา และถือหุ้น 50% ใน DEAN & DELUCA xp ที่ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 17 สาขา ซึ่งในปี 2560 DEAN & DELUCA สามารถทำรายได้ที่  3,142 ลบ. และตั้งเป้าที่จะมีกำไรจากกระแสเงินสดภายในปี 2561