2 TAKEOVER DEALS บริษัทอสังหาฯ

KPN, MK, PRIN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

1. KPN ถือหุ้นใหญ่ปริญสิริฯ ดีลซื้อ-รับโอนสินทรัพย์ 4,032 ลบ.

 

     ปริญสิริฯ ผนึกเข้ากับกลุ่ม “เคพีเอ็น โฮลดิ้ง” ของตระกูล “ณรงค์เดช” หนุนความแข็งแกร่ง ผ่านดิวซื้อขายมูลค่า 4,032 ล้านบาท ชำระเป็นหุ้นเพิ่มทุน และเงินสดอย่างละครึ่ง โดยเตรียมเพิ่มทุน 1.92 พันล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 2.10 บาท จัดสรรให้กับนักลงทุนในวงจำกัด (PP) รวม 960 ล้านหุ้น และจัดสรรให้แก่ KPNH อีก 960 ล้านหุ้น ส่งผลให้ KPNH เข้ามาถือหุ้นในบริษัท 30.57% พร้อมลุยธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ให้ครอบคลุมครบทุกซุกเมนต์ อานิสงส์ KPNH มี 4 โครงการคอนโดฯ มูลค่ากว่า 9,300 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ คาดปีนี้ 2,600 ล้านบาท 

       นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN ได้แจ้งถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมอนุมัติการเข้าทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการโอน และรับโอนกิจการทั้งหมดบริษัท เคพีเอ็น โฮลดิ้ง จำกัด (KPNH) และกลุ่มผู้ถือหุ้นของ KPNH และอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer หรือ EBT หรือ “การโอนกิจการทั้งหมด”) จาก KPNH โดยบริษัทจะซื้อและรับโอนมาซึ่งสินทรัพย์หนี้สิทธิหน้าที่ และภาระผูกพันทั้งหมดที่ KPNH มีหรือพึงมี ณ วันที่รับโอนกิจการจาก KPNH มายังบริษัท ในราคาซื้อขายรวมทั้งสิ้น 4,032 ล้านบาท
       
       โดยบริษัทจะชำระราคาค่าซื้อขายกิจการดังกล่าวบางส่วนเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท และส่วนที่เหลือเป็นเงินสด โดยภายหลังการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่บริษัทแล้ว KPNH จะเลิกกิจการและชำระบัญชีเพื่อเลิกบริษัท
       

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

Diplomat Sathorn (KPN)

อย่างไรก็ตาม ก่อนการโอนกิจการทั้งหมด KPNH จะเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เคพีเอ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KPNGC) ในสัดส่วน 100% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KPNGC ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดเพื่อการอยู่อาศัย (Residential Condominium)

ทั้งนี้ สินทรัพย์หลักของ KPNGC ได้แก่ ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ 

จำนวน 4 โครงการ ได้แก่

1. โครงการเดอะ แคปปิตอล ราชปรารภ-วิภาฯ มูลค่าโครงการ 1,558 ล้านบาท

2. โครงการ เดอะ แคปปิตอล เอกมัย-ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 1,092 ล้านบาท

3. โครงการ เดอะ ดิโพลแมท สาทร มูลค่าโครงการ 2,374 ล้านบาท

4. โครงการ เดอะ ดิโพลแมท 39 มูลค่าโครงการ 3,646 ล้านบาท

รวมมูลค่า 4 โครงการ 9,327 ลบ.

 

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

The Capital Ekamai-Thonglor (KPN)

บริษัทจะซื้อและรับโอนสินทรัพย์ หนี้ สิทธิหน้าที่ และภาระผูกพันทั้งหมดจาก KPNH ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีในอนาคตก่อน (และรวม) วันโอนกิจการเสร็จสิ้น

ภายใต้กระบวนการโอนกิจการทั้งหมด โดยกิจการทั้งหมดที่บริษัทจะซื้อ และรับโอนมาจาก KPNH แบ่งเป็นประเภทหลักๆดังนี้

 

       1. ทรัพย์สินที่จะซื้อจาก KPNH หุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 8 ล้านหุ้น ใน KPNGC คิดเป็น 100% โดยมีราคาซื้อขายหุ้นละ 504 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,032 ล้านบาท โดยบริษัทจะชำระราคาค่าซื้อขายหุ้น KPNGC เป็นหุ้นสามัญออกใหม่ของบริษัท จำนวน 960 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.10 บาท รวมมูลค่าหุ้นสามัญออกใหม่ทั้งสิ้น 2,016 ล้านบาท หรืออีกนัยหนึ่งคือ KPNH จะจองซื้อหุ้นสามัญใหม่ของบริษัท โดยจะชำระเงินค่าหุ้นออกใหม่ด้วยหุ้นของ KPNGC ที่ตนถืออยู่ (Share Swap) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนหุ้นเท่ากับ 1 หุ้นของ KPNGC ต่อ 240 หุ้นใหม่ของบริษัท เศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง และชำระเป็นเงินสดอีกจำนวน 2,016 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าเท่ากับ 4,032 ล้านบาท
       
       2. หนี้สินที่จะรับโอนจาก KPNH บริษัทจะรับโอนหนี้สินทั้งหมดที่ KPNH มีในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคต ณ วันโอนกิจการเสร็จสิ้นโดยจะหักหนี้ที่บริษัทจะรับโอนมาจาก KPNH ณ วันรับโอนกิจการออกจากราคาซื้อขายส่วนที่จะชำระเป็นเงินสด
       
       ทั้งนี้ การรับโอนกิจการทั้งหมดดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อน (Conditions of Precedent) ตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลง และสัญญาโอนกิจการทั้งหมดได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนโดยเงื่อนไขบังคับ
       
       คณะกรรมการของ PRIN ยังอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากจำนวน 1,220,011,755 บาท เป็นจำนวน 3,140,011,755 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 1,920 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยจะเสนอขายให้แก่ PP จำนวน 960 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2.10 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการชำระค่าตอบแทนในการรับโอนกิจการทั้งหมดของ KPNH ในส่วนที่ต้องชำระเป็นเงินสด
       
       และจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ KPNH จำนวน 960 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2.10 บาท เพื่อเป็นการตอบแทนให้แก่ KPNH ซึ่งได้นำหุ้นที่ตนถืออยู่ใน KPNGC รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,016 ล้านบาท มาชำระค่าหุ้นออกใหม่ของบริษัทแทนการชำระด้วยเงินสดอัตราแลกเปลี่ยนหุ้นเท่ากับ 1 หุ้นของ KPNGC ต่อ 240 หุ้นใหม่ของบริษัทเศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง

 

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

Corazon Prachachuen (PRIN)

นอกจากนี้ จะเสนอผู้ถือหุ้นให้พิจารณาอนุมัติการผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการให้แก่ KPNH ภายใต้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

เนื่องจากภายหลังจากที่ KPNH ได้รับการจัดสรรและดำเนินการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทแล้ว KPNH จะมีสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับ 30.57% ของจำนวนหุ้นที่ออก และชำระแล้ว

 

       สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดต่อบริษัทปริญสิริฯ คือ เพิ่มรายได้ และกำไรให้แก่บริษัทจากโครงการอาคารชุดพักอาศัยทั้ง 4 โครงการ ที่ดำเนินการอยู่ภายใต้ KPNGC มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 9,000 ล้านบาท และหลังเข้าทำรายการ จะทำให้บริษัทมีโครงการอาคารชุดพักอาศัยสูงกว่า 8 ชั้น ได้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสิทธิภาพในการพัฒนาคอนโดฯ สูงเกิน 8 ชั้น โดยคาดว่าในปีนี้ KPNGC จะสามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพักอาศัยใน 2 โครงการ ประมาณ 2,600 ล้านบาท และกำหนดการพัฒนาโครงการแล้วเสร็จของอีก 2 โครงการที่เหลือจะพัฒนาแล้วเสร็จในปี 2560-2561 ตามลำดับ ซึ่งการรับรู้รายได้ดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มรายได้ และกำไรให้แก่ PRIN ทันทีภายหลังการรับโอนกิจการ อีกทั้งภายหลังการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของ PRIN ลดลงอีกด้วย
       
       ทั้งนี้ ภายหลังจากบริษัทเข้าทำรายการรับโอนกิจการทั้งหมดของ KPNH แล้ว จะทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นของ KPNH มีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทปริญสิริฯ โดยจะมีตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการของบริษัท จำนวน 2 ท่าน
       

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

Zelle Salaya (PRIN)

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้ออกความเห็นว่า หาก PRIN ได้ผู้บริหารจาก KPN มาช่วยจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่ผ่านมา PRIN ไม่ประสบความสำเร็จนักในธุรกิจ

คือ มักจะพลาดเป้าทั้งเรื่องยอดขาย รายได้ และเปิดขายโครงการใหม่ได้ล่าช้ากว่าแผน ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขกลุ่ม KPNH จะถือหุ้น PRIN ในสัดส่วน 30.57% แต่จะขอทำ whitewash คือ ไม่ทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ หุ้น PRIN

       คำแนะนำ : เราคาดว่าระยะสั้นอาจมีแรงขายทำกำไรหุ้น PRIN ออกมา เพราะราคาหุ้นที่เก็งกำไรจนปิดสูงไปถึง 2.54 บาท ขณะที่ราคาหุ้น PRIN ที่จะขายให้แก่ผู้ลงทุนกำหนดไว้เพียง 2.10 บาท ขณะเดียวกัน จะไม่มีการทำเทนเดอร์ฯ ส่วนคำแนะนำและราคาพื้นฐานอยู่ในช่วงการทบทวน (Review) เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทแล้ว

Images : KPN, Prinsiri & Info : Manager Online (3 Jul 2015)

 

2. กลุ่ม “ตั้งมติธรรม” ขายหุ้น MK 20.64% ให้ “สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ”

 

      กลุ่มทุนใหญ่กลืนอสังหาฯ รายกลาง ล่าสุด แคสเซิล พีคฯ และซีพีดี โฮลดิ้งฯ ของ “นาย สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ” ซื้อหุ้น 20.64% ของบริษัทมั่นคงเคหะการฯ จากกลุ่ม “ตั้งมติธรรม” ยันสานต่อธุรกิจพร้อมเพิ่มพอร์ตลงทุนอสังหาฯ ให้เช่า วางอนาคตพัฒนาอสังหาฯ ครบวงจร
       
       กระแสซื้อกิจการกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจมาจากธุรกิจอสังหาฯ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่การสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับของตลาดถือเป็นเรื่องยาก และต้องอาศัยระยะเวลา รวมถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยเช่นกัน ดังนั้น การซื้อกิจการบริษัทพัฒนาอสังหาฯ จึงเป็นอีกหนึ่งทางลัดที่มุ่งสู่ความสำเร็จได้เร็วที่สุด บริษัทที่ถูกซื้อกิจการ เช่น กลุ่มสิงห์ เข้าซื้อบริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLD ซื้อหุ้นของบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือ KLAND และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ซื้อบริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (TPROP) และบริษัทย่อย คือ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (GRAND) คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2558 นี้
       

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

ชวนชื่น เอกชัย-บางบอน4 (MK)

รายล่าสุด บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ถูกกลุ่มบริษัท แคสเซิล พีค ดีเวลลอปเม้นท์ส จำกัด และบริษัท ซีพีดี โฮลดิ้ง จำกัด ของ “นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ”

ซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มตั้งมติธรรมที่มีอยู่ร้อยละ 20.64 ในราคาหุ้นละ 6.75 บาท รวมมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท

       
       โดย นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ แจ้งว่า ในนามของ บริษัท แคสเซิล พีค ดีเวลลอปเม้นท์ส และบริษัท ซีพีดี โฮลดิ้ง จำกัด ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 20.64 ของบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK จากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม คือ นายชวน ตั้งมติธรรม และครอบครัว (นายชวน ตั้งมติธรรม, นางอัญชัน ตั้งมติธรรม, นายชูเกียรติ ตั้งมติธรรม, น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม และนายทรงธรรม ตั้งมติธรรม ซึ่งเดิมกลุ่มตั้งมติธรรมถือหุ้นร้อยละ 26.44 ซึ่งภายหลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้วจะทำให้กลุ่มตั้งมติธรรมเหลือหุ้นร้อยละ 5.80
       
       ทั้งนี้ บริษัท แคสเซิล พีค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ถือหุ้น 100% โดย นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ โดยได้มีการทำรายการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ที่ราคามูลค่าหุ้นละ 6.75 บาท รวมมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งนายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ เป็นประธานคณะกรรมการบริษัท นายฟิลิปวีระ บุนนาค และนางสุธิดา สุริโยดร เป็นกรรมการบริหารบริษัท
       
       นายสุเทพ กล่าวว่า การเข้าซื้อหุ้นของมั่นคงฯ ในครั้งนี้เพราะเล็งเห็นศักยภาพในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของมั่นคงฯ ที่เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยชั้นนำของประเทศ มีจุดเด่นในโครงการประเภทที่อยู่อาศัยในแนวราบ เน้นทำเลที่มีศักยภาพที่ครอบคลุมในทุกมุมเมือง มีโครงการในระดับราคาประมาณ 3-10 ล้านบาท
       
       โดยในปี 2014 บริษัทมียอดขายประมาณ 2,400 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 450 ล้านบาท และมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยน้อยกว่า 1,500 ล้านบาท ฐานะทางเงินของบริษัทแข็งแกร่ง มีอัตรากำไรสุทธิในระดับสูงที่ 20% โดดเด่นในกลุ่มอสังหาฯ มีความสามารถบริหารต้นทุนให้ได้อยู่ในระดับต่ำ หนี้สินต่อทุนก็อยู่ในระดับต่ำมาก ปัจจุบัน มั่นคงฯ มีโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้ว 15 โครงการ และมีแผนงานที่จะเปิดโครงการใหม่ในปีนี้อย่างน้อย 5 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมถึง 5,000 ล้านบาท

KPN, MK, PRINN, Prinsiri, เคพีเอ็น, ปริญ, ปริญสิริ, สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ, ,มั่นคงเคหะการ, หุ้นมั่นคง, หุ้นเคพีเอ็น, ตั้งมติธรรม, ชวน ตั้งมติธรรม, โกวิทจินดาชัย, ณรงค์เดช, หุ้นอสังหาฯ, หุ้นอสังหา

August Rama3-Charoenkrung (MK)

“มั่นใจในศักยภาพการเติบโตของการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เพื่อขายของบริษัท และมีแผนงานที่จะเพิ่มรายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อเช่าอีกทางหนึ่งด้วย โดยวางเป้าหมายเป็นบริษัทอสังหาฯ ที่ทำธุรกิจครบวงจร” นายสุเทพ กล่าว

       ด้าน นายชวน ตั้งมติธรรม ผู้ก่อตั้งบริษัท มั่นคงฯ กล่าวว่า การขายหุ้นของครอบครัวครั้งนี้นับว่าเป็นการส่งต่อธุรกิจที่ตนพัฒนามากว่า 50 ปี ให้แก่ทีมงานที่มีความมุ่งมั่น และพร้อมที่จะพัฒนาบริษัทให้เจริญก้าวหน้า รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการขยายกิจการไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจากการวางรากฐานบริษัทให้มีความพร้อมทั้งบุคลากรที่มีประสบการณ์ ฐานะทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่ง จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ทีมผู้บริหารใหม่จะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ โดยลูกค้า และพนักงาน รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จากนี้ไปตนในฐานะประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริษัท ยินดีที่จะให้คำปรึกษาเพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
       
       ขณะที่บริษัทมั่นคงฯ ได้แจ้งว่า นายชวน ตั้งมติธรรม นางอัญชัน ตั้งมติธรรม และ น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นต้นไป และภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และคณะกรรมการของบริษัทดังกล่าว บริษัทจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด
       
       สำหรับประวัติของ นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บล.ซีมิโก้ และประธานกรรมการบริหาร บล.เคที ซีมิโก้ ประธานกรรมการ บมจ.น้ำตาลครบุรี ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และกรรมการ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ส่วนคุณวุฒิทางการศึกษา MBA, University of Wisconsin, U.S.A.

Images : MK & Info : Manager Online (15 June 2015)

 

 

KPN PRINSIRI MK