LIFE ONE WIRELESS

วิเคราะห์ทำเล การลงทุน และตัวโครงการ

 

 

แค่อยู่ถนนวิทยุก็หล่อแล้วจริงหรือ? ตอบเลยครับว่าจริง สำหรับคอนโด Life One Wireless ที่แค่ได้ยินชื่อกับราคาก็ทำให้เงินในกระเป๋ามันสั่นไปหมด ทั้งที่ตอนแรกยังไม่ทันเห็นว่าโครงการหน้าตาเป็นแบบไหน

Life One Wireless เป็นคอนโด High Rise ระดับ Luxury สูง 43 ชั้น 1 อาคาร จาก AP

สร้างปรากฎการณ์ฝูงคนแทบเหยียบกันตายเพื่อเข้าไปจองคอนโดในวันเปิด Pre-sales มาแล้ว เนื่องจาก AP ต้องการป้องกันการรับจ้างต่อคิว จึงเริ่มนับคิวที่ไปเข้าต่อแถวตอน 8 โมงเช้าเท่านั้น และยังจำกัดสิทธิ์ 1 คน 1 ยูนิตด้วย งานนี้คนที่ไปต่อคิวตั้งแต่วันก่อนหน้ามีเงิบไปตามๆกัน ซึ่งมองไปก็เป็นข้อดีสำหรับผู้ซื้อตัวจริงอย่างเราๆ และคิดว่าครั้งต่อไปการจัดการของทาง AP คงจะดีขึ้น

ถ้าถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนแย่งกันถึงขนาดนั้น คงเป็นเพราะโครงการเปิดตัวมาด้วยราคาเริ่มต้น 4.9 ลบ. และราคาเฉลี่ย 170,000 บ./ตร.ม. เป็นราคาที่หายากมากสำหรับคอนโดเปิดใหม่บน ถ.วิทยุ เพราะราคาซื้อขายที่ดินโซนนี้ที่พุ่งแรงไม่มีสะดุดขึ้นไปเรื่อยๆ โดยปัจจุบันโครงการขายไปได้แล้วกว่า 85 % 

ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วแบรนด์ Life เองไม่ได้เป็นแบรนด์ Segment สูงสุด อย่าง The Address ซึ่งเราก็ไม่ได้เห็นโครงการใหม่ๆ กันมาพอสมควร (ถ้าไม่นับ Vittorio ที่มีอยู่ที่เดียว ณ ตอนนี้) หรืออย่างแบรนด์ Rhythm ซึ่งเป็นแบรนด์ Segment สูงสุดที่เราจะเห็นกันในช่วงหลังๆ ของ AP

นั่นเป็นเหตุผลให้ Life One Wireless สามารถทำราคาที่น่าเอ็นดู แต่ขณะเดียวกันก็ดูเหมือน AP กำลังผลักดันแบรนด์ Life ขึ้นมา อย่างโครงการนี้ และโครงการ Life Asoke – Rama 9 ซึ่งอยู่ในทำเลเดียวกับแบรนด์ Segment สูงสุดของ Developer เจ้าอื่น

วันนี้เราก็เลยจะมาวิเคราะห์โครงการนี้กันทีละข้อ ทั้ง ทำเล การลงทุน วิว และตัวโครงการ ฟันโช๊ะให้เห็นกันจะๆ ไปเลย อะไรดี Realist ก็บอกว่าดี อะไรไม่ดีเราก็จะกระซิบบอกกันเบาๆครับ

 

“ถนนวิทยุ” ทำเลหล่อขั้นเทพ ราคาพุ่งไม่หยุด

ถ.วิทยุ เป็นถนนสายสั้นๆ ระยะทางไม่ถึง 3 กม. แต่มีมูลค่าที่ดินสูงถึง 1.8 ลบ./ตร.ว. สร้างขึ้นเพื่อเชื่อม ถ.พระราม 4 กับ ถ.เพลินจิต และได้รับพระราชทานชื่อจาก ร.6 เนื่องจากตัดผ่านสถานีวิทยุกรุงเทพฯ ณ ศาลาแดง (สถานีวิทยุแห่งแรกของไทย) ซึ่งต่อมาเป็นที่ตั้งของสวนลุมไนท์บาซาร์ และกำลังจะพัฒนาเป็นโครงการ One Bangkok อภิมหาโปรเจคของเสี่ยเจริญ ในเร็วๆนี้

ความหล่อของถนนวิทยุ คือการเป็น CBD ที่มีต้นไม้ใหญ่สีเขียวตลอดถนน แวดล้อมด้วยดงออฟฟิศเกรด A โรงแรมหรู สถานทูตและสถานกงศุลกว่า 20 ประเทศ รวมไปถึงห้างสุดพรีเมียมอย่าง Central Embassy แม้กระทั่งคอนโดที่แพงที่สุดในไทยอย่าง 98 Wireless ก็ยังอยู่บนถนนเส้นนี้

ทำเลนี้จึงเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์คุณภาพสูงมาก (ราคาก็เช่นกัน) เรียกว่าใครที่อยู่โซนนี้ก็ต้องดูหล่อและรวย

208 Wireless Road Building

Park Venture / แยกเพลินจิต / สถานี BTS เพลินจิต

Central Embassy

มหากาพย์ราคาแพงเอาแพงเอาของที่ดินโซนนี้เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ที่กลุ่มเซ็นทรัลชนะการประมูลที่ดินของสถานฑูตอังกฤษในราคา 950,000 บ./ตร.ว. และพัฒนาเป็นโครงการ Central Embassy ห้างสุดหรู ตรงมุมแยกเพลินจิตในปัจจุบัน

4 ปีถัดมา พ.ศ. 2553 ที่ดินแปลงสวยติดบ้านฑูตอเมริกาของตระกูล สุทัศน์ ณ อยุธยา ได้ขายต่อให้กับบริษัท แสนสิริ เพื่อสร้าง 98 Wireless คอนโดที่หรูที่สุด (ราคาก็เช่นกัน) ในราคา 1,500,000 บ./ตร.ว. ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ซื้อที่ดินจากคุณตัน ภาสกร

นที ในปีเดียวกัน มารวมกับที่ดินที่ซื้อมาก่อนหน้านี้จาก Raimon Land ในราคา 1,200,000 บ./ตร.ว. และพัฒนาเป็นโครงการ Noble Ploenchit คอนโดหรูติดสถานี BTS เพลินจิตในปัจจุบัน

พ.ศ. 2558 SC Asset ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่เศษ พัฒนาเป็นโครงการ 28 Chidlom ในราคา 1,900,000 บ./ตร.ว. (ครองสถิติ Official New High) และปีถัดมา พ.ศ. 2559 BDMS (เครือรพ.กรุงเทพฯ) ซื้อที่ดินโรงแรมปาร์คนายเลิศขนาด 15 ไร่ ในราคา  1,800,000 บ./ตร.ว. และกำลังจะพัฒนาเป็น BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร

ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัล คือ ผู้เสนอราคาสูงสุดในการประมูลที่ดินสถานทูตอังกฤษ ในราคาที่คาดกัน คือ  2,200,000 บ./ตร.ว. (รอประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีวงในแอบบอกมาว่ากลุ่มเซ็นทรัลได้ซื้อไปแล้วเรียบร้อย) ซึ่งราคาขนาดนี้ คนที่ชนะแล้วคุ้มค่าที่สุดคงไม่พ้นกลุ่มเซ็นทรัล เพราะถ้ารวมกับพื้นที่ของห้าง Central Embassy นี่จะเป็นอาณาจักรใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัล และเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา

จากแนวโน้มราคาที่ดินที่กล่าวมาทั้งหมด น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ดันราคาอสังหาฯโซนนี้ ให้สูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอสังหาฯใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 

 

Luxury Department Store
& Hospital

– Central Embassy 450 ม.
– Central Chidlom 800 ม.
– Gaysorn Village 1.2 กม.
– Central World 1.3 กม.
– โรงแรม Park Hyatt 450 ม.
– Bamrungrad International Hospital 1.2 กม.
– โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย 1.0 กม.

 

Transportation

– สถานี BTS เพลินจิต 600 ม.
– ทางด่วนจาก ถ.เพชรบุรี 250 ม.
– ทางด่วนจาก ถ.สุขุมวิท 800 ม.
– ท่าเรือสะพานวิทยุ 0 ม.

 

Office Building

– Park Venture 600 ม.
– All Seasons Place 1.0 กม.

 

 

CAPITAL GAIN สูงสุด 12.5 % 

ขณะที่ราคาที่ดินพุ่งไม่หยุด ราคาคอนโดในโซนนี้เองก็ขึ้นตามกันมาติดๆ เริ่มกันที่ The Address Chidlom (พ.ศ. 2551) คอนโดหรูที่มีการหยิบองค์ประกอบสไตล์ Art Deco มาตกแต่งยอดตึก โก้เก๋ตั้งอยู่ในซอยสมคิด ซอยคู่ขนานกับ ถ.วิทยุ  เปิดตัวด้วยราคาประมาณ 120,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันราคา Resale เฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บ./ตร.ม. แต่บางห้องที่มุมดีๆ ราคาขายอาจขึ้นสูงไปกว่า 200,000 บ./ตร.ม Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ใกล้เคียงกับ Oriental Residence (พ.ศ. 2553) โครงการระดับ Luxury ที่มีทั้งคอนโด โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ สร้างเสร็จและเปิดขายแบบพร้อมอยู่มาประมาณ 7 – 8 ปีแล้ว ราคาตอนนั้น อยู่ที่ 170,000 บ./ตร.ม. ปีนี้ราคาเพิ่มมาถึง 230,000 บ./ตร.ม. Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.4%

Noble Ploenchit (พ.ศ.2554) คอนโดหรูติด BTS เพลินจิต ที่ราคาพุ่งไม่เกรงใจคอนโดอื่นกันบ้างเลย สร้างมาแล้วประมาณ 7 ปี ตอนนี้อยู่ในช่วงโอน พร้อมเข้าอยู่ ราคาเฉลี่ยตอนเริ่ม Pre-sales คือ 160,000 บ./ตร.ม. ก็ว่าสูงแล้วนะสำหรับตอนนั้น ปัจจุบันราคา Resale เฉลี่ยพุ่งไปถึง 300,000 บ./ตร.ม. โดยเฉพาะ ยูนิต 2
ห้องนอน ขายกันถึง 400,000 บ./ตร.ม.

ก็มี Capital Gain เฉลี่ยปีละ 12.5% เรียกว่าคนที่ซื้อตั้งแต่ Pre-sales ได้หัวเราะดังๆเลยครับ ก็ต้องยอมรับว่าทำเล ฺBTS เพลินจิตเป็นแหล่งรวมออฟฟิศเกรด A ของประเทศนี้จริงๆ 

มากันที่คอนโดที่กำลังสร้างอยู่อย่าง Nimit Langsuan (พ.ศ. 2558) คอนโดระดับ Ultimate Luxury บน ถ.หลังสวน บรรยากาศ Private รถไม่แน่น ได้วิวติดสวนลุม ราคา Pre-sales อยู่ที่ 320,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 360,000 บ./ตร.ม. แล้ว Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ใกล้เคียงกับ The Address Chidlom และ Oriental Residence คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2561 ส่วน Q Chidlom (พ.ศ. 2558) คอนโด Super Luxury จากอนันดา เปิดตัวและน่าจะสร้างเสร็จในปีเดียวกัน ราคาเฉลี่ยตอนเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 160,000 บ./ตร.ม. ปัจจุบันราคา Resale ขึ้นไปถึง 190,000 บ./ตร.ม. แล้ว Capital Gain เฉลี่ยปีละ 6.2%

28 Chidlom (2559) คอนโดหรูติดถนนชิดลม จาก SC Asset เจ้าของแชมป์ที่ดินแพงสุดอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ด้วยราคาเปิดตัวประมาณ 330,000 บ./ตร.ม. ตอนนี้มี

ห้อง Resale ออกมาขายกันบ้างแล้วในราคา 380,000 บ./ตร.ม. Capital Gain เฉลี่ยปีละ 7.5% ก็ดูไม่เลว

มาถึงโครงการ Flagship จากค่ายแสนสิริ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นปีนี้อย่าง 98 Wireless (2560) ปัจจุบันครองตำแหน่งคอนโดที่ราคาแพงที่สุดในประเทศไทยไปแล้วเรียบร้อย ด้วยความเป็นที่สุดของทุกองค์ประกอบ แม้กระทั่งบ้านเลขที่ (98 เป็นเลขจักรพรรดิ ตามความหมายเลขคู่อันดับ ไม่เชื่อต้อง Google ดู) ราคาขายเฉลี่ยจึงอยู่ที่ 580,000 บ./ตร.ม. และคาดว่าภายใน 5 ปี ราคาอาจเหยียบ 700,000 บ./ตร.ม. ถ้าคำนวนด้วย Capital Gain เฉลี่ยปีละ 4.2% ซึ่งเป็น Capital Gain ที่น้อยที่สุดของคอนโดโซนนี้ที่เราหยิบมาพูดถึงกัน 

เมื่อพิจารณา ราคาเฉลี่ยของ Life One Wireless 170,000 บ./ตร.ม. ใกล้เคียงกับราคา Resale ของ The Address Chidlom ที่อยู่ถัดไปอีกซอย ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดของคอนโดที่เราหยิบมาพูดกันในโซนนี้ ดังนั้นราคานี้จึงถือว่าไม่แพงเลย ต้องมาดูกันต่อไปว่าราคาของโครงการนี้ขึ้นไปได้สูงขนาดไหน ขณะที่ Capital Gain สูงสุดถึงปีละ 12.5 % และ Capital Gain เฉลี่ยปีละ 6.5% 

 

ตอบโจทย์ 3 การเดินทาง (ราง รถ  เรือ)

BTS เพลินจิต / ทางออก ถ.เพชรบุรี / ทางออก ถ.สุขุมวิท / ท่าเรือสะพานวิทยุ

BTS
เพลินจิต

ตำแหน่งของ Life One Wireless อยู่ห่างจาก BTS เพลินจิต ประมาณ 650 ม. ถามว่าเดินได้ไหมก็เดินได้ แต่ถามว่าสะดวกไหมก็ไม่ค่อยมาก คือระยะประมาณนี้อาจจะดูไม่ได้ใกล้มากสำหรับคนไทย ยิ่งพื้นฐานประเทศเราไม่ใช่คนชอบเดิน แต่สำหรับชาวต่างชาติหรือคนที่ชอบการเดิน ระยะประมาณนี้เป็นระยะที่เดินได้ปกติ ไม่ได้ลำบากอะไร และยิ่ง ถ.วิทยุ เป็นถนนที่มีต้นไม้ตลอดทาง การออกมาเดินชิวๆในวันที่ไม่เร่งรีบก็ถือว่าโอเคอยู่

สรุปถ้าเดินทาง BTS ผมให้ข้อนี้กลางๆ ไปทางบวกนิดๆ ถ้าโจทย์ของคุณคือการตื่นเช้ามารีบขึ้น BTS ไปทำงาน และต้องรีบกลับบ้านด้วย BTS ทุกวัน โครงการนี้ไม่ตอบไลฟ์สไตล์คุณเท่าที่ควร

เพลินจิต/เพชรบุรี/
ทางพิเศษเฉลิมหานคร

ถ.วิทยุหน้าโครงการเป็นช่วงที่เป็น One way ไปทาง ถ.เพชรบุรี สำหรับคนที่อยู่ทำงานช่วงตั้งแต่ BTS เพลินจิต ถึง สวนลุมตอนกลับบ้านก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนเช้าเวลาที่ไปทำงานก็อาจต้องอ้อมเล็กน้อย ซึ่งปัญหานี้จะหมดไปถ้าคุณได้รู้จักกับซอยนายเลิศที่ทางออกด้านหลังโครงการ สามารถไปออก ถ.เพลินจิตได้โดยไม่ต้องอ้อมไกล ช่วงลอดใต้ทางด่วนอาจจะดูอึมครึมหน่อย แต่ระยะทางสั้นมากก็เข้าซอยนายเลิศ ต้องบอกก่อนว่าขนาดซอยไม่ใหญ่มาก พอแค่รถสวนกันได้ แต่เราคงจะไม่เตือนว่าในอนาคตซอยนี้อาจรถติด เพราะที่นี่กรุงเทพ 

นอกจากนี้ยังห่างจากจุดขึ้นลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร 250 ม. บน ถ.เพชรบุรี และ 800 ม. บน ถ.สุขุมวิท

ท่าเรือ
สะพานวิทยุ

อีก Option ของโครงการนี้คือการมีท่าเรือ จริงๆ เรือด่วนเป็นขนส่งมวลชนที่มีคนใช้ประจำและใช้จริงจังจำนวนหนึ่งเลย แต่คนที่ไม่ได้ใช้ประจำอาจไม่คุ้นกับการเดินทางแบบนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้ นี่คือขนส่งมวลชนที่มีสีสันและมิติที่หลากหลาย สำหรับคนที่ลุยๆหน่อย ไม่กลัวการขึ้นลง เรือโครงเครง และน้ำกระเด็นใส่หน้า จะต้องตกหลุมรัก

ข้อนี้ผมให้เป็นบวก แต่ให้น้ำหนักไม่มากเพราะกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้อาจไม่ได้ใช้บ่อย แต่การอยู่ติดท่าเรือและมีถนนสาธารณะด้านหน้าเข้ามาจาก ถ.วิทยุ (น่าจะเป็นเหตุผลเรื่องทางเข้าที่อยู่ใกล้สะพาน) ก็ทำให้ความเป็นส่วนตัวของโครงการลดไปพอสมควร 

ท่าเรือสะพานวิทยุ

SURROUNDING & VIEW

SURROUNDING

อาคารสูงที่อยู่ใกล้โครงการจะอยู่ทางด้าน ถ. เพชรบุรี อาคารรอบๆ ส่วนใหญ่เป็นอาคาร Lowrise สูงไม่เกิน 8 ชั้น

 

 VIEW                  

ตะวันตกเฉียงใต้

วิวทางด้านนี้น่าจะเป็นวิวที่ดีที่สุดของโครงการในปัจจุบัน เพราะค่อนข้างเปิดโล่งและมีต้นไม้อยู่เยอะ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นโรงแรมปาร์คนายเลิศเดิมและบริเวณสถานฑูตอังกฤษ ซึ่งที่ดินทั้ง 2 ผืนเป็นที่ดินที่มีแผนพัฒนาในอนาคต ถัดออกไปมองเห็นห้าง Central Embassy

ตะวันตกเฉียงเหนือ

วิวทางด้านนี้มองเห็นวิวเมือง ถ.เพชรบุรี และตึกใบหยก 2 (อดีตตึกที่สูงที่สุดของไทย) การวางผังอาคารเอียงช่วยเรื่องมุมมองวิว ทำให้สามารถหลบตึกวิทยุคอมเพล็กได้ที่อยู่ใกล้กันทางทิศเหนือได้ ส่วนอีกตึกที่เห็นในภาพ คือ ตึกวานิชที่อยู่เยื้องฝั่งตรงข้ามคลองและถนน

ตะวันออกเฉียงเหนือ

วิวด้านนี้ก็เป็นอีกมุมที่ค่อนข้างเปิดโล่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะวิววัดดิสหงษาราม ซึ่งมีโอกาสเกิดอาคารสูงน้อยมาก ไฮไลต์คือวิวซุปเปอร์ ทาวเวอร์ ว่าที่ตึกสูงที่สุดในอาเซียน และวิวมักกะสัน ซึ่งเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ แม้ว่าอนาคตมีแผนจะพัฒนาแต่มีแนวโน้มสูงที่จะยังรักษาพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่ไว้

ตะวันออกเฉียงใต้

วิวทางด้านนี้มองเห็นวิวเมือง ถ.สุขุมวิท รถไฟฟ้า และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ซึ่งก็เป็นอีกมุมที่ปัจจุบันค่อนข้างเปิดโล่ง ไม่มีตึกใกล้ๆมาบดบังให้กวนใจ

วิวที่ความสูง 130 ม. (ชั้น 24)

 

LIFE ONE WIRELESS

17 AUG 2017

หน้าโครงการ

FACT

Project : LIFE ONE WIRELESS
Developer : AP

Location : ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Area : 4 – 2 – 47.1 ไร่
Tenure : Freehold

Type : High Rise Condo 1 อาคาร
Total Floors : 43 ชั้น
Parking lot : 566 คัน (42%)

Completed year : 2563

Website : LIFE ONE WIRELESS

UNIT

Total Units : 1,344 ยูนิต
– Studio 24 – 28 ตร.ม.
– 1 Bedroom 35 – 45 ตร.ม.
– 2 Bedroom 63 ตร.ม.

PRICE

Starting Price : 4.9 ลบ.
Average Price : 170,000 บ./ตร.ม.

High Garden Promanade & Dazzling Pool

สถาปัตยกรรม Colonial Style

CONCEPT

ออกแบบสไตล์ Modern Thai Colonial ซึ่งดูจากชื่อน่าจะเป็นการผสมระหว่างสไตล์ Modern ที่ชัดเจนมากในภาพรวมของอาคารภายนอก กับสไตล์ Colonial แบบไทยๆ ซึ่งจากภาพที่เห็นจะถูกทำมาใช้ในส่วนของการตกแต่งภายใน 

สไตล์ Colonial ถ้าแปลตามตัวคือสถาปัตยกรรมอาณานิคม เกิดขึ้นในช่วงล่าอาณานิคม เมื่อชาวยุโรปเข้ามาในประเทศแถบบ้านเรา ก็ต้องเริ่มสร้างอาคารเพื่อใช้งาน แต่ไลฟ์สไตล์ของพวกยุโรปก็มีความแตกต่างกับคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นอาคารที่ออกมาจะมีเสน่ห์มาก เพราะเป็นการเอาอาคารแบบฝรั่งมาปรับให้เข้ากับภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ คาแรคเตอร์เด่นๆ ได้แก่ หน้าต่างบานเกล็ด หน้าต่างสูงจากพื้นถึงผนัง การใช้บัวในจุดต่างๆ

FACILITIES

Reception

สิ่งอำนวนความสะดวกของโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ ส่วนต้อนรับขนาดใหญ่สไตล์ Modern Thai Colonial อย่างที่ได้อธิบายไป ซึ่งในมุมมองผมคิดว่าเป็นคาแรคเตอร์ที่เข้ากับทำเลนี้มาก อย่างที่รู้ว่า ถ.วิทยุเป็นศูนย์รวมสถานฑูต ซึ่งอาคารหรูๆ ในยุคหนึ่ง อย่างบ้านท่าน
ฑูต จะมีกลิ่นไอของสไตล์แบบนี้

นอกจากนี้โครงการยังจับคาแรคเตอร์ของถนนที่มีต้นไม้ร่มรื่น โดยเฉพาะหน้าสถานฑูตอเมริกาที่รักษาต้นไม้ใหญ่ไว้ หรือใกล้อย่างสถานฑูตอังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ และโรงแรมปาร์คนายเลิศเดิม โดยโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวทั้งบนดินและบนอาคาร พยายามรักษาต้นไม้ใหญ่เดิมไว้ถึง 12 ต้น สวนที่นี้จะเป็นสวนที่เน้นน้ำและเล่นระดับ ดูมีมิติและร่มรื่น เป็นการจำลองธรรมชาติมาในรูปแบบใหม่ๆ

ชั้น 43 มีสระว่ายน้ำยาว 35 ม. พร้อม Jacuzzi มีจุดชมวิว รวมไปถึง Social Club, ห้องดูหนัง ห้องออกกำลังกาย Co-working space และห้องประชุมพร้อมให้คุณใช้บริการ

Lobby

Rooftop Double Facility

Drop off

Outdoor Garden

Pavilion of The Cascade Garden

Skyline Co – Working Space

Skyline Meeting Room

Sky Lounge

SHOW UNIT

Studio 28 sq.m. 

 

1 Bedroom 35 sq.m.

สรุป

LOCATION

ข้อดีที่สุดของ Life One Wireless ก็คือ Location ถ.วิทยุ นั่นแหละครับ ถามว่าใกล้ BTS ไหม ก็ไม่ใกล้มาก แต่สามารถเดินได้ เหมาะกับคนที่เลือกความเป็นส่วนตัวมากกว่าไลฟ์สไตล์เร่งรีบ มีทางลัดไป ถ.เพลินจิต และมีท่าเรือหน้าโครงการเป็น Option เสริม 

PRICE

ราคาเริ่มต้น 4.9 ลบ. ดูเข้าถึงง่ายสุดสำหรับโซนนี้ ราคาเฉลี่ย 170,000 ลบ./ตร.ม. ถูกไหมไม่แน่ใจ เพราะก็ใกล้เคียงราคา Resale คอนโดใกล้ๆ แต่ที่แน่ๆคือไม่แพงกว่าโครงการอื่น แถมเป็นคอนโดใหม่ ราคาก็มีโอกาสขึ้น โซนนี้ Capital Gain ปีละ 4.2 – 12.6%

 

VIEW 

ภาพรวมเป็นวิวเมือง การบิดอาคารช่วยให้ทั้งโครงการไม่ถูกบล็อควิวตรงๆ ปัจจุบันวิวสวยสุดต้องให้ สถานฑูต และปาร์นายเลิศเดิม แต่เรื่องวิวผมว่าขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า และอย่าลืมว่าทุกด้านมีโอกาสเกิดโครงการใหม่ ซึ่งเป็นปกติของ CBD ต้องไปลุ้นกันเอาเอง

 

PRODUCT

ออกตัวแรงๆก่อนเลยครับ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วน ให้คะแนนสวนขนาดเกือบ 1 ไร่ และสวนบนอาคารที่มีการใช้น้ำและการเล่นระดับ เพราะชีวิตในกรุงเทพที่ต้นไม้อยู่ยากทุกวัน การได้เจอ ถนนเขียวๆ อย่าง ถ.วิทยุ และเข้ามาอยู่ในโครงการเขียวๆ ร่มรื่นช่วยให้ชีวิตดี๊ดี

หลังจากได้ทำความรู้จักกับ Life One Wireless ก็พบว่าคอนโดนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนใช้รถและ BTS ที่ทำงานในโซนวิทยุ เพลินจิต ชิตลม ใครที่อยากอยู่ทำเลเดียวกับคอนโดที่แพงที่สุดในประเทศไทย แต่ราคาเฉลี่ยๆไม่สูงเมื่อเทียบกับราคา Resale คอนโดใกล้ๆ รวมไปถึงนักลงทุน นี่คือโอกาสของพวกคุณ

 

ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม คลิก!