ด้วยความที่ถนนสุขุมวิทถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในแง่ของการสัญจรที่มี รฟฟ.สายสีเขียว และรถยนต์ ที่มีทางด่วนรายล้อมทำเล อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยสะดวกที่ครบครัน จึงยิ่งทำให้เป็นทำเลที่น่าจับตามอง และในอนาคตทำเลสุขุมวิทตอนปลายช่วงอ่อนนุช จนถึงบางนา จะมีโครงการ Mixed-Use เกิดขึ้นถึง 8 แห่ง ซึ่งทำให้บริเวณทำเลดังกล่าวยิ่งเป็นทำเลศักยภาพที่สามารถเพิ่มแนวโน้มของการลงทุนและการอยู่อาศัยได้อย่างดี
ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงของสุขุมวิทตอนปลายตั้งแต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และจะพูดถึงอนาคตของทำเลว่า Mixed-Use ที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ละโครงการนั้น เปิดโครงการประเภทไหนและอยู่ตรงบริเวณใดของทำเล ซึ่งจะทำให้เห็นศักยภาพในอนาคตของทำเลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยรายละเอียดจะเป็นอย่างไร สามารถอ่านต่อในบทความได้เลยครับ

สุขุมวิทตอนปลาย ทำเลส่วนต่อขยาย ถนน และรฟฟ.

ระบบโครงข่ายการสัญจร ในทำเลสุขุมวิทตอนปลาย มี รฟฟ. สายสีเขียว ตัดผ่าน ซึ่งเป็นบริเวณช่วงตั้งแต่สถานีอ่อนนุช จนถึง สถานีบางนา สามารถสัญจรเข้า-ออกเมืองได้โดยตรง หรือหากสัญจรด้วยรถยนต์จากบริเวณทำเลดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นทำเลที่สะดวกเช่นเดียวกัน เนื่องจากอยู่ไกลกับทางพิเศษเฉลิมมหานครซึ่งสามารถสัญจรเข้าได้โดยตรง และทางพิเศษบูรพาวิถี ที่สามารถออกต่างจังหวัด แถบภาคตะวันออกได้โดยตรง

Landmark กับศักยภาพในทำเล

แลนมาร์คในทำเลที่น่าสนใจในทำเล มีอยู่หลายแห่งเช่นเดียวกัน โดยบริเวณใกล้ รฟฟ. สถานีอ่อนนุช มี Century Plaza, The Phyll และ Wells International School ต่อมาบริเวณใกล้สถานีบางจากมี Chia Tai New Headquarters, M tower และ DKSH นอกจากนี้ตรงบริเวณสถานีปุณณวิถีที่มี Anglo Singapore International School และ 101 The Third Place รวมถึงบริเวณสถานีบางนาที่มีศูนย์ประชุมแห่งชาติ Bitec และ Bhiraj Tower

สรุป Timeline ของแลนมาร์คในรอบ 10 ปี

นอกจากที่เราจะดู แลนมาร์คสุขุมวิทตอนปลายจากโซนต่างๆแล้ว ลองย้อนไปสักช่วง 10 ปีก่อน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ซึ่งตั้งแต่ช่วงปี 2011 ที่ รฟฟ. สายสีเขียว ส่วนขยายช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง เปิดให้บริการ ต่อมามีอีกหลายแลนมาร์คมาร์คที่เพิ่มขึ้นในทำเล โดย ปี 2012 เป็น Anglo Singapore International School ,ปี 2015 เป็น The Phyll Sukhumvit 54 , ปี 2017 เป็น M Tower และ Bhiraj Tower โดยล่าสุดเมื่อปี 2018 มี Chia Tai New Headquarters, Century Plaza และ 101 the third place ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งทำให้กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลา 10 ปี เรียกว่าครบครันทาง ร้านค้า สำนักงาน สถานศึกษา รวมไปถึงโครงการอยู่อาศัยอีกด้วย

Mixed-Use ในอนาคตของทำเล

จากแลนมาร์คเดิมที่มีหลากหลายแห่งอยู่แล้ว โดยในอนาคต จะมีโครงการ Mixed-Use ประมาณ 9 แห่ง โดยมีโครงการต่างๆ อัน ได้แก่ Innside Sukhumvit, Sukhumvit Hills, Nailert Bangchak, Marriot 101, 101 the third place (phase2), Skyrise SKV.64, 66 tower, Chatrium City และ Bangkok Mall ซึ่งจะมีรายเอียดถัดไปในส่วนที่เจาะลึกของแต่ละโครงการ

เปิดข้อมูลโครงการในอนาคตบนทำเล “อ่อนนุช”


เริ่มจากทำเลรถไฟฟ้าอ่อนนุชที่ต้องบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทำเลสุขุมวิทตอนปลาย ครบครันไปด้วยซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง เทสโก โลตัส โดยมีแหล่งไลฟ์สไตล์อย่าง เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า ที่เป็นทั้งห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ ติดทำเลรถไฟฟ้าเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีคอมมิวนิตี้ มอลล์ อย่าง เดอะ ฟิลล์ ศูนย์การค้าที่มีทั้งพื้นที่ทำงานและห้องประชุม รวมถึงโรงเรียนนานาชาติเวลส์ (Wells International School) โรงเรียนนานาชาติอเมริกัน ที่มีหลายแคมปัสด้วยกัน
ไฮไลท์โปรเจคในอนาคตคงจะหนีไม่พ้น “อินไซด์ แบงคอก สุขุมวิท” (Innside Bangkok Sukhumvit) ซึ่งจะเป็นโรงแรมระดับ Upscale แห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 11.25 ไร่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ ทั้งนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจจากทั่วโลก ภายใต้การบริหารของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง มีเลีย โฮเทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน และยังได้รับการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,100 ลบ. โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2021

เปิดข้อมูลโครงการในอนาคตบนทำเล “บางจาก”


ในอนาคต ทำเลบางจากจะเป็นอีกหนึ่งสถานีที่รายล้อมไปด้วยตึกออฟฟิศ! เนื่องจากในปัจจุบันมี 2 บริษัทใหญ่ที่มีสำนักงานใหญ่ (Headquarter) อยู่ในบริเวณคือ เจียไต๋ สำนักงานใหญ่ ที่ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 60 และ บางจากปิโตรเลียม สำนักงานใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในตึกเอ็ม ทาวเวอร์ ทำให้บริเวณนี้มีความคึกคักพอสมควร อีกทั้งยังมีบริษัท DKSH ที่นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในไทยหลายอย่างด้วยกัน 
ในอนาคตการมาถึง 2 มิกซ์ยูสแห่งใหม่ จะยิ่งทำให้ทำเลนี้ครบครันมากขึ้น โดยโครงการนายเลิศ บางจาก (Nailert Bangchak) โครงการมิกซ์ยูส 33 ชั้นที่พัฒนาโดย นายเลิศกรุ๊ป บริเวณปากซอย สุขุมวิท 62/1 ซึ่งจะเป็นทั้ง Office และ Retail ห่างจากสถานีเพียงแค่ 300 ม.บนพื้นที่ 2.5 ไร่ มูลค่ากว่า 600 ลบ. โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโครงการมิกซ์ยูสอย่าง สุขุมวิท ฮิลล์ (Sukhumvit Hills) ที่ผสมผสานระหว่างสำนักงาน โรงแรม และค้าปลีก โดยตั้งอยู่บนเนื้อที่ 2.5 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุมวิท 58 อยู่ระหว่าง BTS อ่อนนุช และ BTS บางจาก คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ได้ภายในปี 2022 นับเป็นโครงการสำนักงานให้เช่าแห่งที่ 4 ของกลุ่ม UHG

เปิดข้อมูลโครงการในอนาคตบนทำเล “ปุณณวิถี”


ปัจจุบันโครงการไฮโลท์ ที่หลายคนคุ้นหูคือ 101 The Third Place ที่โครงการมิกซ์ยูสจาก MQDC แหล่งไลฟ์สไตล์ ที่ได้ผลตอบรับดีเยี่ยม โดยการมาของ 101 The Third Place ทำให้พื้นที่โดยรอบมีการพัฒนาขึ้นไปด้วย ในส่วนของเฟส 2 นั้นยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยในเบื้องต้นจะมีพื้นที่ใกล้เคียงกับเฟสแรกที่เปิดให้บริการในปัจจุบันมีขนาดพื้นที่ประมาณ 40,000 ตรม. โดยที่พื้นที่ส่วนใหญ่ จะเป็นอาคารสำนักงานรูปแบบดิจิทัลฮับ ที่เจาะกลุ่มผู้เช่าสตาร์ทอัพ Venture Capital บริษัทต่างชาติ และหน่วยงานของรัฐ เป็นต้น 
นอกจากนี้เครือ Marriot ยังได้ทำการซื้อตึกบ้านมนธิดา ซึ่งเป็น Serviced Apartment ที่ห่างจากสถานีเพียงแค่ 200 ม. โดยจะมีการพัฒนาเป็นอีกหนึ่งโรงแรมในเครือ Marriot ในชื่อ Marriot 101 ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก
สำหรับไฮไลต์อนาคตทำเลปุณณวิถี คือโครงการ Skyrise Sukhumvit 64 กลุ่มคอนโด High Rise จาก Risland บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ที่เตรียมเปิดเฟสแรกด้วยกันถึง 4 อาคาร พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 64/2 และห่างจากสถานีปุณณวิถี 470 ม. โดยจุดเด่นของโครงการนี้คือ ตั้งอยู่ตรงข้าม 101 The Third Place เลยทีเดียว ทำให้มูลค่าโครงการทั้งหมดสูงถึง 1.5 หมื่นลบ.

เปิดข้อมูลโครงการในอนาคตบนทำเล “อุดมสุข”


ทำเลอุดมสุขในอนาคตจะมีโครงการ 66 Tower ที่เป็นอาคารออฟฟิศเกรดเอ 28 ชั้นแห่งใหม่ใกล้รถไฟฟ้าอุดมสุข ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 66 บนพื้นที่ 4 ไร่ พัฒนาโดยบริษัท เมืองไทย ประกันชีวิต ซึ่งจะเป็น Headquarter (สำนักงานใหญ่) แห่งใหม่ของบริษัท เมืองไทย ประกันชีวิต อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้เช่าถึง 30,000 ตร.ม. มูลค่าสูงถึง 3,800 ลบ. โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2021

เปิดข้อมูลโครงการในอนาคตบนทำเล “บางนา”

ส่วนทำเลสถานีบางนาคงไม่พูดถึงไม่ได้ ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บางนา – สุวรรณภูมิ) อีกทั้งยังมีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่อย่าง ไบเทค บางนา รวมถึงภิรัช ทาวเวอร์ ตึกออฟฟิศขนาดใหญ่แล้ว ในอนาคตเราจะได้เห็นการพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง Bangkok Mall ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ไบเทค บางนา บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ติดสี่แยกบางนา เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีบางนา และสถานีอุดมสุข โดยโครงการไม่เพียงแต่จะเป็นแค่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นมิกซ์ยูส ประกอบไปด้วย ร้านค้า ออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม 
อีกทั้ง Bangkok Mall ยังร่วมมือกับบริษัท ซิตี้ เรียลตี้ จำกัด พัฒนาเป็นอีกหนึ่งมิกซ์ยูสที่มีทั้ง สำนักงาน โรงแรม 498 ยูนิต และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 664 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ “ชาเทรียม” มูลค่าโครงการ 10,000 ลบ. ตามแบบจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 40 ชั้น 3 อาคาร และสูง 52 ชั้น 1 อาคาร ทำให้มูลค่าโครงการทั้งหมดสูงถึง 50,000 ลบ. เลยทีเดียว

ตลาดคอนโดในทำเลสุขุมวิทตอนปลายคึกคัก

เนื่องจากมีโครงการในอนาคตมากมายบนทำเลสุขุมวิทตอนปลาย ทำให้อัตราการขายคอนโดมิเนียมในปี 2018 – 2019 สูงถึง 90% เลยทีเดียว โดยสถิติพบว่าคอนโดมิเนียมระดับเกรดเอ ราคาพุ่งขึ้นเฉลี่ยที่ 6% ทำให้เป็นที่สนใจจากกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยกลุ่มลูกค้าคนไทยจะเน้นซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า ส่วนกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองเช่นกัน รวมถึงเก็บไว้เป็นทรัพย์สิ โดยซับพลายคอนโดมิเนียมในปี 2020 นั้นอยู่ที่ 3,749 ยูนิต

โครงการ Mixed-Use ล่าสุด ใกล้ รฟฟ. ปุณณวิถี 450 ม.

  • โครงการ : Skyrise Avenue Sukhumvit 64 (สกายไรซ์ อเวนิว สุขุมวิท 64)
  • ผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท ริสแลนด์ ประเทศไทย จำกัด
  • ที่ตั้ง : ซอยสุขุมวิท 64/2 เขตพระโขนง
  • ขนาดที่ดิน : 22 ไร่
  • ประเภทโครงการ : High Rise Condominium

  • จำนวนอาคาร : 4 อาคาร
  • จำนวนชั้น : 46 – 49 ชั้น
  • จำนวนยูนิต : 1,961 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด : 11 ยูนิต
  • ที่จอดรถ : 46% ( ไม่รวมซ้อนคัน )

ส่วนกลางจัดเต็มกว่า 10 ฟังก์ชั่นหลัก

ส่วนกลางของโครงการที่มีทั้งหมด 10 ฟังก์ชั่นหลักๆ ส่วนใหญ่ส่วนกลางอยู่ตรงชั้นล่างของโครงการ ซึ่งกินอาณาบริเวณพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีพื้นที่สีเขียวครอบคลุมถึง 40% เลยทีเดียว โดยส่วนกลางมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่แบ่ง 3 อาคารหลักๆ ดังนี้
  • อาคารแรก  : Co-working Space, Podcast Station
  • อาคารที่สอง  : Fitness (Treadmill, Indoor Cycling, Bench Press, Gym Ball, Dumbbell Set, Yoga Fly, Lifter Set)
  • อาคารที่สาม  : Co – Kitchen Space, Family Area, Sauna Room, Basketball Outdoor (Half Court), Swimming Pool 500 ตารางเมตรเทียบเท่าสระโอลิมปิก

ราคาคุ้มค่า เหมาะทั้งซื้ออยู่เองหรือลงทุน

เมื่อเปรียบเทียบในแง่ของราคาขาย โดยคอนโดที่อยู่ในทำเลสุขุมวิทตอนปลาย มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 130,000 บาท/ตร.ม. แต่ราคาเฉลี่ยของโครงการอยู่ที่ 110,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับราคาตลาดในทำเล แถมยังอยู่ในทำเลที่ใกล้ รฟฟ. และมีส่วนกลางของโครงการที่มีขนาดใหญ่อีกด้วย นอกจากนี้ราคาของโครงการเองอยู่ในช่วงของราคาที่จับต้องได้ มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.79 ลบ. หรือ เริ่มต้นที่ 99,000 บาท/ตร.ม.

เพิ่มเติมกับบรรยากาศส่วนกลางและห้องชุดของโครงการ

previous arrow
next arrow
Slider

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Web : CLICK

Facebook : CLICK