Nivati Thonglor 23 มากกว่าคอนโดหรู จนน่าซื้ออยู่เอง

 

จากที่ทาง Blog ได้ศึกษาตลาด Low Rise Condominium ในทองหล่อมาโดยตลอด ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า โครงการ Nivati Thonglor 23 มีข้อดีเด่นๆ ที่หลายโครงการไม่มี เริ่มจากการพูดถึงทำเลกันก่อน แน่นอนว่าที่ดินทองหล่อนับวันราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่หมายตาของ Developer อยู่แล้ว ในขณะเดียวกันตลาดคอนโดในโซนนี้ ตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีราคาพุ่งขึ้นไม่ต่ำกว่า 12% ต่อปีโดยประมาณ ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าหลายทำเลในกรุงเทพฯ ถ้าไม่นับทำเลกลางเมืองอย่าง ปทุมวัน-ราชเทวี หรือ สาทร-สีลม ที่ไล่เลี่ยกัน

สำหรับตลาดคอนโดแนวราบในย่านนี้ยังมีการแข่งขันที่ไม่สูงเท่าโครงการแนวสูง โดยมี Capital Gain อยู่ประมาณ 15% ต่อปี ทำให้นักลงทุนยิ่งมั่นใจว่าการครอบครองอสังหาฯ ในทำเลนี้สามารถเก็บยาวๆ ได้เลย
ในส่วนที่ต่อเนื่องกัน ถึงความคุ้มค่าในตัวโครงการนี้ ที่ถูกออกแบบมาค่อนข้างประณีตในรายละเอียด ทั้งในเรื่องของวัสดุที่ใช้มีราคาสูงกว่าโครงการอื่นๆ ในตลาดระดับเดียวกัน รวมถึงการออกแบบโครงการที่สร้างภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูเรียบหรูแบบ Classic Contemporaryนวกการใช้วัสดุอย่าง Natural Limestone สีขาว, Rose Gold Stainless และขอบหน้าต่างอลูมิเนียมสีดำที่เข้ากันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ภายในห้องชุดมีการปูพื้นด้วยหินอ่อน พร้อมสุขภัณฑ์และชุดครัวจากแบรนด์ตัวท๊อปของยุโรป อย่าง Poggenpohl และ Gessi จากที่เกริ่นมาคุณสมบัติของโครงการนี้ในแง่การลงทุน ความน่าอยู่และความคุ้มค่าถือว่าไปในทางเดียวกันมากๆ สำหรับรายละเอียดเชิงลึกจะมีอะไรบ้าง ตามอ่านบทความต่อได้เลยครับ

ย่ำเท้า ก้าวเดินสำรวจทองหล่อ

Nivati Thonglor 23 ทองหล่อ
หากได้มีโอกาสได้ไปเดินเล่นหรือผ่านไปผ่านมาบนเส้นสุขุมวิทตอนกลาง รวมถึงทำเลทองหล่อนอกเหนือจากแสงสีบนถนนเส้นนี้แล้ว เราจะได้เห็นถึงที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ ที่เกิดขึ้นมากมายในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากจำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามาในย่านนี้ และกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบหรือเล็งเห็นศักยภาพในทำเลแห่งนี้ ต่างต้องการที่จะเข้ามาจับจองพื้นที่ในการอยู่อาศัยในย่านนี้
ดังนั้นแล้วเมื่ออุปสงค์ (Demand) มาก โดยที่อุปทาน (Supply) จำกัด ราคาของ Supply ก็จะเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจาก Nexus Property Thailand ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ราคาขายต่อตารางเมตรของคอนโดฯ ในสุขุมวิทตอนกลาง (สุขุมวิท ซ.2 -ทองหล่อ-เอกมัย) จากปี พ.ศ. 2015 จนถึง 2019 มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตร ปีละ 8.2% ซึ่งสูสีกับราคาคอนโดมิเนี่ยมในโซนสาทร – บางรัก
สำหรับราคาคอนโดมิเนี่ยมในสุขุมวิทตอนกลาง จะมีหลายทำเลด้วยกัน แต่ถ้าหากอยากรู้ถึง “ทองหล่อ” ต้องมาดูข้อมูลนี้กันต่อครับ โดยทาง Realist เก็บข้อมูลในช่วงปี 2011 จนถึง 2019 มาวิเคราะห์ พบว่าราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโดมิเนี่ยมมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 111% ซึ่งช่วงที่มีการเพิ่มของราคามากที่สุดจะเป็นช่วงปี 2016-2017 ที่มีอัตราเพิ่มขึ้น 26% ในปีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก แต่หากลองคาดการณ์ Trend ของราคาไปจนถึงปี 2024 พบว่าราคาขายจะขึ้นไปประมาณ 290 K บาท/ตร.ม. ด้วยอัตราส่วน Capital Gain ที่ 12.7% ต่อปี  
หากลองคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนกันบ้าง ถ้าเลือกซื้อคอนโดฯ ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 240,000 บ./ตร.ม. เมื่อผ่านไป 5 ปี โดยแต่ละปีมี Capital Gain อยู่ที่ 12.7% จะมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 392,000 บ./ตร.ม. เลยทีเดียว ในแง่ Long Term Investment หรือการลงทุนละยะยาวแล้วนั้น ถือเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว

เทรนด์ของราคาที่เติบโตขึ้น ของตลาด Low Rise

นอกเหนือจากเรื่องราคาเฉลี่ยคอนโดในย่านทองหล่อแล้ว เรามาลงลึกถึงราคาคอนโดประเภท Low Rise ตัวใหม่กันบ้าง โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 210,000 บาท/ตร.ม. โครงการประเภทนี้เริ่มบูมขึ้นมาตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากลองคาดการณ์การเติบโตด้านราคาในอนาคตถึง 2024 จะพบว่าสามารถขึ้นไปได้ถึง 320K บาท/ตร.ม.โดยประมาณ เมื่อเทียบจาก Capital Gain ที่ 15.1 % ต่อปี
หากถามถึงราคาของโครงการ Low Rise แล้ว จะแบ่งได้เป็นหลาย Segment ตั้งแต่ High Class จนถึง Super Luxury ที่มีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้านทั้ง ความเป็นส่วนตัว ส่วนกลางของโครงการ การบริการภายในโครงการ รวมถึงทำเลและมูลค่าที่เพิ่มของแต่ละโครงการ อีกด้วย

Nivati Thonglor 23 มุมสงบของทองหล่อ

Nivati Thonglor 23
เมื่อเราเห็นภาพในแง่การลงทุนภาพรวมเพื่อเป็นการคาดการณ์กันแล้ว มาดูตัวโครงการเจาะลึกกันบ้าง โดยโครงการ Nivati Thonglor 23 นี้จะเป็นโครงการคอนโดฯ Low Rise ที่มีความสูง 7 ชั้น 52 ยูนิต โดยที่ยูนิตของโครงการจะมีทั้งห้องแบบ Simplex และ Duplex ในด้านการออกแบบโครงการได้ใช้แนวคิดแบบ Elegant Classic Contemporary ที่เป็นสถาปัตยกรรมคลาสสิคร่วมสมัย ที่มีความหรูหราและมีคุณค่าในตัวเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ 
โดยได้ฝีมือออกแบบจากบริษัท สถาปนิกระดับโลกอย่าง DWP (Design Worldwide Partnership) ที่ได้ฝากผลงานออกแบบผ่านโครงการหรูในบ้านเรา ให้เห็นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการ The XXXIX, Vittorio และ 98 Wireless เป็นต้น

Fact Sheet

Location : ซ.ทองหล่อ 23, กรุงเทพฯ Project Area : 1-1-34 ไร่ (2,136 ตร.ม.) Project Detail : 7 ชั้น (Automatic Parking 150%) Unit Size : 70-211 ตร.ม.
Unit Type : 1-3 Bedroom, 1-3 Bedroom Duplex Number of Units : 52 ยูนิต Start Price : 260,000 บ./ตร.ม
Facilities : Lobby, Business Lounge, Swimming Pool, Fitness,78 Parking Lots, 24-Hours Security Guard
ด้านส่วนกลางของอาคารทั้งหมดจะอยู่ที่ชั้น G ประกอบไปด้วย Swimming Pool, Gym, Business Lounge และ Landscape & Vertical Garden พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเน้นความเป็นส่วนตัวเพื่อ 52 ยูนิตถือว่ากำลังดี ส่วนของที่จอดรถในโครงการนี้ จะเป็น Automatic Parking ทั้งหมด ซึ่งจะมีข้อดีคือสามารถจัดพื้นที่จอดรถได้เยอะกว่าอาคารจอดรถแบบปกติ รวมถึงใช้พื้นที่น้อยกว่าด้วย โดยที่สามารถรองรับรถได้ถึง 78 คัน คิดเป็น 150% ของจำนวนยูนิตนั่นเอง

Floor Plan


วิเคราะห์ Unit Type

Nivati Thonglor 23
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงยูนิตของ Nivati กัน เรามาดูเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของขนาดห้องชุดในคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ กันก่อน จากข้อมูลของ Nexus Property Thailand ตั้งแต่ปี 2004 เรื่อยมาตลอดจนมาถึงปี 2018 จะเป็นได้ชัดว่า ขนาดของยูนิตที่ได้มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ หากดูจากกราฟก็จะเห็นได้ชัดว่าขนาดที่ลดลงนั้น ลดไปครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้น หายากขึ้น แต่ความต้องการด้านราคาซื้อ-ขายไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามราคาที่ดิน ทำให้ Developer ต้องลดขนาดห้องแทน เพื่อให้ได้ราคาตามความต้องการของตลาดอยู่
และหากเปรียบเทียบเฉพาะ ห้องประเภท 2 Bedrooms ของโครงการ Low Rise ระดับ Super Luxury ในย่านทองหล่อนี้แล้ว มีขนาดยูนิตเฉลี่ยอยู่ประมาณ 50-70 ตร.ม.
แต่มีไม่กี่โครงการที่ให้พื้นที่ยูนิตเกิน 100 ตร.ม. เช่น โครงการ Chalermnit Art De Maison 53 ที่จะอยู่ที่ประมาณ 103 ตร.ม. ถัดมาจะเป็น La Citta Delre Thonglor ที่จะอยู่ที่ 116-169 ตร.ม. และสุดท้าย Nivati Thonglor 23 ที่จะมีขนาดอยู่ที่ 104-139 ตร.ม. นั่นเองครับ

ห้องประเภท B1

Nivati Thonglor 23
  ห้องประเภท B1 จะแบ่งย่อยไปอีก 3 แบบ คือ B1-1 (104.40 ตร.ม.) B1-2 (109.80 ตร.ม.) และ B1-3 (110.70 ตร.ม.) ทั้งนี้เราจะขออธิบายเป็นภาพรวมของห้องประเภทนี้ เริ่มจากขนาดของยูนิตก่อน ยูนิต Type B เป็นยูนิตประเภท 2-Bedroom ที่มีขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดโดยเฉลี่ยของห้อง 2-Bedroom ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันนั้นจะอยู่ที่ประมาณเพียงยูนิตละ 45 ตร.ม. ซึ่งหากมาดูที่โครงการ Nivati จะเห็นว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่าโครงการทั่วไปค่อนข้างมาก ซึ่งผู้ประกอบการโครงการนี้เน้นเรื่องของพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง อยู่ได้จริง เป็นหลักนั่นเอง
Layout ของห้องจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีการจัดพื้นที่แบ่งห้องนอนทั้งสองห้องอยู่คนละด้าน และคั่นกลางด้วยพื้นที่ส่วนกลางของห้อง อย่าง พื้นที่นั่งเล่น, โต๊ะทานอาหาร, ครัว ตลอดจนถึงส่วนระเบียงของห้อง ห้องนอน ทั้ง 2 ห้องจะมีห้องน้ำในตัวและ Walk-In Closet โดยที่ห้อง Master Bathroom นั้นจะพิเศษกว่าอีกห้องนอนคือมีเป็น Bath Tub และโซน His & Her ให้ใช้งาน ในภาพรวมของห้องนอนทั้ง 2 นั้น ถือว่ามีพื้นที่กว้างขวางและสามารถอยู่ได้จริง แบบสบายๆ เหมาะกับครอบครัว 3-4 คนนั่นเอง
พื้นที่ส่วนกลางของห้องก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ขนาดพอๆ กัน คือ พื้นที่นั่งเล่น+ระเบียง และ พื้นที่ทานอาหาร+ครัว บริเวณครัวจะเป็นครัวรูปตัว I และมีส่วน Island ทำให้มีพื้นที่ในการทำอาหารพอสมควร ทางด้านพื้นที่ทานอาหารก็สามารถจัดเป็นโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่งได้อย่างไม่แออัด ตัดมาทางฝั่งพื้นที่นั่งเล่น ก็มีพื้นที่พอสำหรับจัดโซฟารูปตัว L และวางโต๊ะเล็กลงไปได้ แล้วยังสามารถเดินไปส่วนระเบียงได้สบายๆ สุดท้ายตรงบริเวณห้องเก็บของและห้องน้ำส่วนกลาง ก็มีการจัดเข้ามุมเป็นสัดส่วนแยกกับทานอาหารและนั่งเล่นได้เป็นอย่างดี

ห้องประเภท B2,ฺ B3, B4

ห้อง Type ทั้ง 3 แบบนี้จะเป็นห้อง 2-Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า Type B1 พอสมควร ไล่ตั้งแต่ 119.20 – 139.00 ตร.ม. สำหรับยูนิตประเภท 2-Bedroom แล้วนั้น
พื้นที่กว่า 100 ตร.ม. นั้นก็ถือใหญ่มากๆ จาก Type B1 ที่ขนาดห้องกว้างขวาง อยู่สบาย พอขยับขึ้นมาเป็น B2, B3, B4 นี้ก็จะเพิ่มความหรูขึ้นไปอีก

ห้องประเภท C1

Nivati Thonglor 23
ห้องประเภท C1 เป็นแบบ 3-Bedroom มีขนาด 178.90 ตร.ม. หรือขนาดพอๆ กับบ้านเดี่ยวเลยทีเดียว แน่นอนว่าเรื่องพื้นใช้สอยภายในนั้นย่อม กว้างขวางใช้งานได้อย่างไม่ติดขัดแน่นอน ฉะนั้นเรามาดูในส่วนของ Function การใช้งานกันว่าเป็นเช่นไรกันบ้าง
เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางของห้อง ที่เป็นพื้นที่โซนขนาดใหญ่ภายในห้องประกอบไปด้วย Living area, Dinning area, Kitchen และส่วน Multi-Purposed ที่เป็นแบบ Semi Outdoor ซึ่งออกแบบให้เป็น Double Skin ที่สามารถเปิดบานกระจกเลื่อนเปลี่ยนเป็นระเบียง Outdoor ขนาดใหญ่ได้ หากปิดก็จะกลายเป็นพื้นที่ใช้งาน Indoor ก็ได้เหมือนกัน ในส่วนของห้องนอนทั้ง 3 นั้นมีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้องและในห้อง Master Bathroom จะมี Bath Tub ให้มาเหมือนยูนิต Type B นั่นเอง
อีกทั้งพื้นที่ด้านในห้องนอนทุกห้อง ก็กว้างพอที่จะสามารถใส่เตียง King Size ได้เลยทีเดียว สิ่งที่เพิ่มมาในห้อง C-1 นอกจากห้องนอนอีกหนึ่งห้องแล้ว ยังมีในส่วนของห้องพักแม่บ้านและครัวไทย โดยที่ทางเข้าของแม่บ้านจะแยกกับทางเข้าหลักของเจ้าของห้องทำให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน

Nivati Thonglor 23


Spec วัสดุที่ส่งเสริมความ Real Luxury

อีกจุดเด่นที่ทำให้โครงการ Nivati โดดเด่นขึ้นมา คงหนีไม่พ้นเรื่องของงานวัสดุที่ใช้ในโครงการไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Exterior หรือ Interior ที่ใช้วัสดุ Premium ที่ดีกว่ามาตรฐานของคอนโดฯ ระดับเดียวกันหลายแห่งในทำเลนี้ ไปดูกันต่อดีกว่าว่าวัสดุเด่นๆ ในแต่ละส่วนของโครงการเป็นอย่างไรกันบ้างครับ
Nivati Thonglor 23
เริ่มจากส่วน Exterior ผนังภายนอกของชั้น 1-2 และ 6-7 จะกรุด้วยหินจริงอย่าง Limestone ซึ่งการใช้หินจริงนั้นนอกจากจะได้ความรู้สึกหรูหราจากการมองเห็น ทางด้านอารมณ์ และทางการการสัมผัสอีกด้วย ส่วนชั้นอื่นๆ จะเป็น Texture Paint สำหรับวัสดุกระจกจะเป็นกระจก Laminated ความหนา 12 มม. ขอบสีเทาที่ให้ความเรียบหรู
Nivati Thonglor 23
อีกส่วนหนึ่งที่เป็น First Impression ของโครงการเมื่อมาถึง คือส่วนของ Drop off โครงการที่เลือกใช้ Stainless สี Rose Gold ทั้งบริเวณผนังและเพดาน รวมถึงความเงาสะท้อนแสงของ Stainless ยังทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางขึ้นด้วย
Nivati Thonglor 23
สำหรับวัสดุภายในยูนิตต่างๆ ที่เรียกได้ว่าแบรนด์เนมเกือบทุกหลายละเอียดกันไปเลย เริ่มจากวัสดุพื้นห้องในส่วนของ Living และ Dining Area จะใช้เป็นพื้นหินอ่อนจริง ไม่ใช่แค่ Composite Marble แบบที่หลายๆ โครงการนิยมใช้ สำหรับชุดเครื่องครัว จะเป็นแบรนด์ Poggenpohl ที่เป็นแบรนด์ชุดครัวเก่าแก่กว่า 127 ปี จากเยอรมัน โดยที่ชิ้นส่วนทั้งหมดจะถูกสั่งทำและประกอบจากที่เยอรมันและส่งมาไทยเลย
Nivati Thonglor 23
ส่วนของห้องน้ำและสุขภัณฑ์ จะเป็นแบรนด์ Villeroy & Boch ที่เป็นแบรนด์จากเยอรมันเช่นกัน และตัวก๊อกน้ำจะทำจากทองเหลืองแบบไร้รอยต่อของแบรนด์ Gessi จากอิตาลี

ภาพตัวอย่างยูนิตใน Nivati Thonglor 23

previous arrow
next arrow
previous arrownext arrow
Slider

สรุปทุกประเด็นที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Nivati Thonglor 23

Location – โซนสุขุมวิทตอนกลางอย่าง “ทองหล่อ” ถือเป็น Lifestyle Hub ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร, สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับตำแหน่งของโครงการที่อยู่ใน ซ.ทองหล่อ 23 ความพลุกพล่านของผู้คนจึงไม่เยอะเท่าส่วนอื่นๆ มีทางลัดเยอะ Design & Units ความหรูหราแบบเหนือกาลเวลา ถูกถ่ายทอดออกมา ผ่านรูปแบบ Classic Contemporary พร้อมกับจำนวนยูนิตที่น้อยทำให้มีความ Private มาก มีการจัดที่ค่อนข้างลงตัว เป็นสัดส่วน และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก
Specification วัสดุต่างๆ ที่ใช้ทั้งภายในและภายนอกอาคารเป็นวัสดุเกรดดีกว่าโครงการในระดับเดียวกัน เช่น ภายนอกใช้หิน Limestone ภายในห้องชุดเป็นพื้นหินอ่อน ชุดครัวและสุขภัณฑ์จากแบรนด์ตัวท๊อปของต่างประเทศ Investmentด้านการลงทุน เนื่องจากธรรมชาติของโครงการระดับ Super Luxury ขึ้นไปนั้น เรื่องการปล่อยเช่าจะค่อนข้างปล่อยยากกว่าโครงการระดับ Mass ดังนั้น โครงการระดับนี้จึงเลือกกลุ่ม Target ที่ซื้ออยู่เองหรือซื้อไว้เป็นทรัพย์สินเสียส่วนใหญ่ จากการให้พื้นที่เยอะและวัสดุต่างๆ ในเกรดดี มีส่วนที่ผู้ถือห้องชุดของโครงการในลักษณะการลงทุนก็ดีหรืออยู่เองก็ดี จะได้รับความคุ้มค่าแน่นอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็ปไซต์ของโครงการ

หรือโทร 095-914-9888

 
nivati thonglor 23