Park Origin Phayathai ภูเขากลางเมืองกรุงเทพฯ

1. กรุงเทพฯ กับพื้นที่สีเขียวที่หายไป

ท่ามกลางการเติบโตของเมืองในปัจจุบัน ความเจริญต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายและต่อเนื่องเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง (Urban Life) จนกระทั่งผู้คนเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่ค่อยๆ ลดลงสวนทางกับความเจริญนั้น คือ “พื้นที่สีเขียว” นั่นเอง…. กรุงเทพฯ เมืองหลวงขนาดใหญ่ของไทย ศูนย์รวมความเจริญต่างๆ ของประเทศ ที่ที่คนจากทุกทิศต่างเดินทางเข้ามา…
เมืองที่สัดส่วนพื้นที่สีเขียวสาธารณะต่อจำนวนประชากรอยู่ที่ 1 คน/6.18 ตร.ม. (Info : bltbangkok) ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของ เกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ตั้งไว้ โดยที่มาตรฐานของ WHO อยู่ที่ 1 คน/9 ตร.ม. จากข้อมูลดังกล่าวนั้นอาจทำให้หลายๆ คนหันมาใส่ใจเรื่อง พื้นที่สีเขียว ภายในพื้นที่ของตนมากขึ้น เริ่มมีการเว้นพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้ในบ้าน, พื้นที่สวนสำหรับพักผ่อนในห้างใหญ่ๆ ไปจนถึงการนำเรื่องพื้นที่สีเขียวมาเป็นหลักหรือจุดขายในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ
Image & Info : BBC
จากข้อมูลของการรายงานสภาพอากาศปี 2016 ของ องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) ได้มีการระบุว่า ในปี 2016 นั้นได้มีอุณหภูมิร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังเป็นสถิติอุณหภูมิโลกที่ร้อนต่อเนื่อง 3 ปีอีกด้วย สาเหตุมีจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซมีเทน, คาร์บอนไดออกไซด์ และไนตรัสออกไซด์ ที่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสภาวะเรือนกระจกทั้งสิ้น ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้สภาวะต่างๆ เปลี่ยนแปลงมาจาก พื้นที่สีเขียวบนโลกนั้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไม่สามารถที่จะดูดซับ ก๊าซที่เป็นพิษต่อมนุษย์และผิวโลกได้อย่างสมดุล
ชีวิตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ นั้น การทำงานและการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันนั้น ล้วนผูกติดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งคมนาคม, ระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงระบบโทรคมนาคมต่างๆ เทคโนโลยีได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตเราอย่างมาก ไม่จำกัดเพศ, อายุ, หรืออาชีพ ทุกๆ คนต่างต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน อาทิ ในตอนเช้าเราเห็นอาม่าของเราส่ง “สวัสดีวันจันทร์” มาใน Line กลุ่ม ก่อนที่เราจะยื่น Smartphone เราไปแสกน QR Code เพื่อจ่ายเงินค่าชาไข่มุก ก่อนขึ้น BTS ไปทำงาน เป็นต้น เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยให้ชีวิตของเรานั้นสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น
ชีวิตเราต่างๆ สะดวกขึ้นจากเทคโนโลยี แต่ถึงกระนั้น เราต่างยังคงถวิลหาการนั่งปิคนิกกับครอบครัวที่สวนสาธารณะในเย็นวันหยุดอยู่เสมอๆ โลกหมุนเร็วขึ้น เทคโนโลยีพัฒนาเร็วขึ้น ประเทศต่างๆ ในโลกต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ใครที่สามารถเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในมือ คือคนกำหนดทิศทางของโลก เราจึงต้องคอยวิ่งตามให้ทัน ก่อนที่โลกจะมองเราเป็นมนุษย์ถ้ำ เหมือนที่เรามองมนุษย์ถ้ำในพิพิธภัณฑ์ 
เมืองก็ต้องพัฒนา ธรรมชาติก็ต้องรักษา
115 ปีที่แล้ว ไม่มีใครคิดว่ามนุษย์จะบินบนฟ้าได้ ปัจจุบันเรานั่งเครื่องบินข้ามโลกไปมา ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อย 10 ปีที่แล้ว ไม่มีใครคิดว่าโทรศัพท์จะสามารถสัมผัสหน้าจอได้ จนกระทั่ง สตีฟ จ๊อปป์ เปิดตัว Iphone รุ่นแรกในปี 2007 จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าเทคโนโลยีนั้นพัฒนาเร็วแค่ไหน ตรงข้ามกับธรรมชาติที่นับวันจะมีแต่ลดน้อยลงเรื่อยๆ
ถ้าเทคโนโลยีคือ ความสะดวกและรวดเร็ว ธรรมชาตินั้นเป็นเหมือนด้านการพักผ่อนของมนุษย์ คอยเติมพลังและเยียวยา เราหลังจากที่เราเหน็ดเหนื่อยอาการใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้ ซึ่งทางด้านกายภาพแล้วนั้นธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว นั้นจะเป็นตัวช่วยในการลดและดูดซับมลภาวพิษและฝุ่นควันต่างๆ ที่มีในอากาศอีกด้วย เช่นนี้เองมนุษย์จึงขาดธรรมชาติไปเสียไม่ได้เลย

 

2. Park Origin Phayathai Concept

คอนโดฯ ที่ผสานเทคโนโลยีชุมชนกับธรรมชาติ Park Origin Phayathai 1 ใน 3 คอนโดฯ High Rise ใหม่จาก Origin Property ในย่านพญาไท ที่โครงการมี Concept คือ A Perfect Living Platform ที่จะผสาน 01 ธรรมชาติ (Nature Essence), 02 ชุมชน (One Sphere Complex) และ 03 เทคโนโลยี (Technology Transformation) เข้าด้วยกัน
มีความโดดเด่นอยู่ที่ตัวสวน Verticle Garden หรือ สวนแนวตั้งที่เป็นขั้นบันไดขึ้นไปกว่า 1,500 ขั้น ความสูงรวมแล้วประมาณ 120 ม. นั่นเอง ซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป ทำให้ผู้ใช้งานนั้นได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน เสมือนเราไปปีนเขานั่นเอง ที่ในแต่ละชั้นของภูเขาก็จะให้มุมมองและประสบการณ์เราต่างกันออกไป

01 Nature Essence : ภารกิจพิชิตเขา Park Origin Phayathai

Nature Essence นั้นเป็น 1 ใน Concept หลักของโครงการนี้ ดังนั้นโครงการจึงมีการคำนึงถึงเรื่องธรรมชาติเป็นพิเศษ ผ่านการจัด Function ต่างๆ ออกมาผ่านทาง Facilities ของโครงการทั้งในรูปแบบ Outdoor และ Indoor
เพื่อให้สอดคล้องกันระหว่างธรรมชาติและ Urban Life ที่ได้สะท้อนออกมาทางสถาปัตยกรรมของโครงการ Park Origin Phayathai แห่งนี้ กับส่วนอื่นๆ ของโครงการ เพื่อผู้ที่อยู่อาศัย หรือเข้ามาเยี่ยมชมโครงการ

Outdoor Facilities

2.1 Garden Base Camp เริ่มจากชั้น G ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของภารกิจครั้งนี้ พื้นที่ส่วนนี้มีชื่อว่า “Garden Base Camp” ที่จะเป็นเหมือนสวนและสระน้ำไว้สำหรับพักผ่อน, เตรียมตัว หรือ รวมพลกันก่อนที่เริ่มต้นภารกิจนี้เอง จริงๆ แล้วการที่จะเดินขึ้นบันได 1,500 ขั้น นั้นก็ต้องใช้แรงพอสมควร เปรียบเทียบกับบันไดขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่มีอยู่ 185 ขั้นแล้ว ระยะทางคงประมาณการเดินขึ้นพระธาตุดอยสุเทพประมาณ 8 รอบนั่นเอง
2.2 Cascade Pool กระโดดขึ้นมาถึงชั้นที่ 11 โดยชั้นนี้จะมีชื่อว่า “Cascade Pool” Function หลักๆ ของชั้นนี้จะเป็นสระว่ายน้ำ ที่สามารถมองเห็นวิว Cityscape ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีการเล่นระดับบริเวณขอบสระให้เหมือนกับน้ำตก เวลาเราขึ้นมาชั้นนี้ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเราปีนมาถึงน้ำตกบนภูเขานั่นเอง ซึ่งชั้นนี้ไปจนถึงชั้น 12A นั้น จะเป็นชั้นที่รวม Facilities ต่างๆ ของโครงการไว้อีกด้วย อาทิ Fitness, Yoga Room, และ Social Room ที่ประกอบด้วย Game Room และ Pool Game
2.3 Healing Terrace ยอดหมอเดินทางข้ามเขาเพื่อเก็บสมุนไพรฉันใด ลูกบ้านของ Park Origin Phayathai ก็เดินขึ้นมาพบกับสมุนไพรฉันนั้น ในชั้นนี้ เมื่อเราเดินมาถึงก็จะเป็นจุดพักผ่อนขนาดไม่ได้ใหญ่เท่า Cascade Pool แต่จะอุดมไปด้วยดอกไม้และสมุนไพร ทำให้ชั้น Healing Terrace นั้นเป็นเหมือนกับลานสุขภาพและจุดพักผ่อนหย่อนใจ ก่อนที่จะเดินทางกันต่อนั่นเอง
2.4 The Tree Cabin เชื่อว่า ในวัยเด็กของใครหลายใครหลายๆ คนนั้น คงเคยสร้างหรือคิดจะสร้างบ้านต้นไม้ที่สวนหลังบ้านของตน ความทรงจำกับธรรมชาติในช่วงวัยเด็กนั้นถูกส่งผ่านมายังชั้นนี้ ชั้นนี้นั้นจึงได้ชื่อว่า “The Tree Cabin” ด้วยความที่มีองค์ประกอบของ Pavilion และบ้านต้นไม้ เป็นจุดสำหรับพักผ่อนและจุดชมวิว ที่ให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหมือนเราขึ้นไปเล่นบนบ้านต้นไม้ในวัยเยาว์
2.5 Flower Field Flower Field” ชั้นนี้เปรียบเสมือนหุบเขาที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ในชั้นต่างๆ มีจุดสำหรับนั่งพักผ่อนหลากหลายแบบทั้ง Hammock, Court และ Bench เป็นต้น เนื่องจากมีจุดพักผ่อนที่หลากหลายนั้น ทำให้การใช้งานในส่วนนี้นั้นค่อนข้างมีความ Flexible พอสมควร เราสามารถมานั่งเล่น, พักผ่อน หรือ ออกกำลังกาย ได้อย่างหลากหลาย
2.6 Starry Sky Lounge ชั้นบนสุดของภูเขา ลูกนี้ที่ชั้น 35 เป็นจุดที่สามารถชมวิวเมืองพญาไทได้แบบ Paronama อย่างชัดเจน เป็นเหมือนรางวัลให้กับผู้ที่สามารถพิชิตเขาลูกนี้ได้ โดยเฉพาะคนที่เดินขึ้นบันไดมากกว่า 1,500 ขั้น ซึ่งจุดสูงสุดของภูเขา คือ จุดที่สามารถมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ชัดเจนที่สุดตามชื่อของสถานที่แห่งนี้นั่นเอง

Indoor Facilities

2.7 Double Lobby Lobby ของโครงการ เป็น Lobby แบบ Double Volume ทำให้ดูกว้างและโปร่งสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านนอกโครงการได้อย่างชัดเจน บริเวณของชั้น Garden Base Camp
2.8 Co-Working Space Co-Working Space และ Smart Logger สำหรับมานั่งทำงาน, นั่งชิว หรือนัดแขกมาพบปะพูดคุยกัน โดยจะมีทั้งโต๊ะแบบกลุ่มจนไปถึงแอมฟิเธียเตอร์ให้ใช้งาน
2.9 Yoga & Fitness ชั้น 12A เป็นชั้นที่อยู่ในโซนของ Cascade Pool เป็นโซนที่รวมการกิจกรรมและการพักผ่อนแบบ Active ทั้งฟิตเนส, โยคะ, ว่ายน้ำ รวมไปถึงห้อง Social Room ที่เป็นห้องสำหรับพบปะหรือนัดเพื่อนมาปาร์ตี้ เล่นพูลกันได้
2.10 Double Volume Sky Lounge Lounge ที่เชื่อมต่อกับโซน Starry Sky Lounge ด้านบน ประกอบด้วย Wine Room, Private Dining Room สำหรับทานอาหารแบบส่วนตัว และ Mini Theater
 
 

02 One Sphere Complex : ความสะดวกสบายที่ตอบสนอง Urban Life

 
ONE Phayathai นั้นในด้าน Community ยังเน้นด้านความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตทั้งด้านการพักอาศัยและการทำงานให้เชื่อมต่อกันเพื่อความสะดวกสบาย โดยที่โครงการ ONE Phayathai จะเป็นโครงการประเภท Mixed-Use ที่มีทั้งร้านอาหาร, ซูเปอร์มาเก็ต, อาคารสำนักงาน รวมไปถึงโรงแรมและอพาร์ทเม้นท์ เป็นบริการแบบ One Stop Service ที่ทุกอย่างสามารถจบในตัวได้เลย รวมถึงส่วนของ Park Origin Phayathai ที่เป็นคอนโดมิเนียมด้วย
Location Phayathai Rd.
Land Plot Size 1 – 3 – 0 Rai (700 sq.w.)
Project Type Mixed-Use, 1 Building, 25 Storeys
Target Opening Q2 / 2021
 

03 Technology Transformation : เทคโนโลยีสำหรับการอยู่อาศัย

1. Home Automation ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ภายในห้องผ่าน Application 2. Smart Living ภายในห้องน้ำให้ ที่สามารถแสดงผลข้อมูลได้ เช่น การคาดการณ์สภาพอากาศ อุณหภูมิ วันและเวลา เป็นต้น 3. Intelligence Facility สามารถจองการเข้าใช้ส่วนกลางของโครงการผ่าน Application
4. Cashless Society การทำธุรกรรมที่สะดวก และปลอดภัย โดยที่ลูกบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด 5. Fiber Optic อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 6. Automatic Car Parking  สะดวกสบายในการจอดรถ และทำให้เพิ่มพื้นที่จอดรถด้วย 7. Digital Door Lock ความปลอดภัยในการเข้า-ออก ห้องและโครงการ
 

3. Target Group ของ Park Origin Phayathai

กลุ่มเป้าหมายโครงการจะเป็นคนอายุประมาณ 30- 45 ปี ชอบเทคโนโลยี, รักธรรมชาติ, ชอบท่องเที่ยวและเดินทาง และมองเห็นศักยภาพของย่านพญาไท ที่มีศักยภาพด้านการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก
กลุ่มอาชีพเป้าหมาย 1. พนักงานออฟฟิศ เพราะบริเวณพญาไทนั้นมีตึกออฟฟิศและอาคารสำนักงานอยู่พอสมควร 2. บุคลากรทางการแพทย์  – รอบพญาไทนั้นค่อนข้างมี โรงพยาบาลอยู่เยอะ 3. นักบิน/แอร์ฯ  เพราะ พญาไทนั้นเป็นต้นสายของ Airport Link ที่มุ่งสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยตรง  4. นักธุรกิจและผู้ประกอบการ – พญาไทนั้นเต็มไปด้วย อาคารพาณิชย์และตึกแถวในย่านส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เปิดมานานแล้ว และยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปสืบทอดเป็นรุ่นๆ 5. EXPAT – กลุ่มคนย้ายมาอยู่ในไทยเป็นระยะเวลานานและพาครอบครัวมาอยู่ด้วย ทำให้มีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
แบบห้องต่างๆ ในโครงการ  

4. พญาไททำเลเด่น ย่านใจกลางเมือง

พญาไทนั้นเป็นย่านที่ค่อนข้างอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ อยู่ติดกับโซนสำคัญๆต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทั้งย่าน อนุสาวรีย์ ที่เป็น Node ขนาดใหญ่ในด้านการเดินทาง หรือถัดลงมาเป็นย่านสยาม ที่เป็นแหล่งรวมห้างและสถานที่ช้อปปิ้งไว้มากมาย ทั้งนี้พญาไทนั้นนอกจากศักยภาพจากย่านรอบข้างแล้ว พญาไทยังมีศักยภาพในตัวเองด้วย ด้าน Infrastructure นั้นในย่านพญาไท จะมี BTS สายสีเขียวสถานีพญาไท ที่วิ่งผ่านเส้นสุขุมวิทนั่นเอง เชื่อมต่อตั้งแต่หมอชิตไปจนถึงแบริ่ง
โดยสถานีนี้จะเป็นสถานีเดียวที่เป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายกับสถานีรถไฟฟ้า Airport Link ที่เชื่อมกับสนามบินสุวรรณภูมิ (และดอนเมืองใน อนาคต) โดยในอนาคตบริเวณแยกราชเทวีที่อยู่ถัดจากแยกพญาไทก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) ตัดผ่านอีกด้วย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2566 ทำให้สะดวกกับคนที่ต้องมีการเดินทางทั้งเข้า-ออกเมือง หรือไปจนถึงเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ นั่นเอง
Image : thaiprovinces สถานที่สำคัญในย่าน
  1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 
  2. พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
Image : Uteeni ห้างสรรพสินค้า
  1. Century อนุสาวรีย์
  2. Victory Mall
  3. Center One
Image : Tandem Architect อาคาร Mixed-Use 
  1. Kingpower
  2. Wannasorn Tower
  3. Siripinyo
  4. CP Tower
  5. Phayathai Plaza
  6. Baiyoke Tower
Image : รพ.พระมุงกุฎเกล้า โรงพยาบาล
  1. รพ.พระมงกุฎเกล้า
  2. รพ.ราชวิถี
  3. สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์
  4. รพ. พญาไท 1

โครงการ Office และ Mixed-Use ใหม่ ในย่านพญาไท

image : skyscrapercity.com , hotelthailandtomorrow.com
Aira ONE Dev. : Aira Type : Office เปลี่ยนชื่อจาก Aspiration One โครงการที่มีการร่วมมือกันระหว่าง ไอร่า แคปปิตอล กับ เสนาดีเวลลอปเม้นท์และ แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาพื้นที่เป็นอาคารสำนักงานให้เช่า มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท
BTS Phayathai Complex Dev. : BTSA Type : Mixed-Use ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมของแยกพญาไท เป็นที่ดินของทาง BTS เองที่ในตอนนี้เริ่มลงฐานรากไปบ้างแล้ว โดยจะเป็นอีกหนึ่งโครงการ Mixed-Use ภายในย่าน
ONE Phayathai Dev. : One Origin Type : Mixed-Use Mixed-Use จาก Origin อยู่ข้างโครงการ Park Origin Phayathai โดยใช้เงินลงทุน 2 หมื่นล้าน วางแผนเปิดใน Q1 / 2021
JRK Tower Dev. : Jurangkool Type : Mixed-Use โครงการ Mixed-use ของกลุ่มจุฬางกูร ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอัพเดทมากนัก
คลิ๊ก! เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม
click button-07
   

5. คอนโดฯ ใหม่ แยกพญาไท ใครอยู่ Tier ไหนบ้าง ?

Info : Real Research Q3 2018 Avg. Capital Gain = 5.8 % จากการ Research ของทาง Realist พบว่าค่า Capital Gain ของย่านพญาไทมีสูงถึง 5.8% ซึ่งทำให้การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อขายต่อถือว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในย่านก็มีราคาไม่สูงจนเกินไปนัก ซึ่งส่วนใหญ่โครงการบริเวณเส้น ถ.พญาไท จะมีตัวเลข Capital Gain ที่ดีกว่า
Info : Real Research Q3 2018 Avg. Rental Yield = 3.9 % Rental Yield ในย่านพบว่าทั้งย่านมีค่าอยู่ที่ 3.9% ถือเป็นตัวเลขที่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไปนักในการลงทุนซื้อเพื่อปล่อยเช่า โดยส่วนใหญ่เส้น ถ.พญาไทจะค่อนข้างมีความคึกคักกว่าเส้น ถ.ศรีอยุธยา เล็กน้อย แต่ภาพรวมในอนาคต ทั้งสองเส้นก็มีแนวโน้มจะมีค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีโครงการใหม่ๆ ทยอยเปิดตัวบนเส้น ถ.ศรีอยุธยาบ้างแล้วนั่นเอง
คอนโดฯ ที่พึ่งเปิดตัวระหว่าง 2017 – 2018 ทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ Park Origin, XT พญาไท, The Room และ Ideo Q Victory นั้นหากจัดแบ่งตาม Segment จะสามารถแบ่งได้ ดังนี้ กลุ่มคอนโดระดับ Super Luxury ประกอบด้วย Park Origin, The Room และ Ideo Q Victory ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ในช่วง 200K – 250K บ./ตร.ม. ส่วน XT นั้นจะจัดอยู่ในระดับ Luxury ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ในช่วง 170K – 190K บ./ตร.ม. ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า โลเคชั่นทุกที่ ก็จะมีระดับของคอนโดที่แตกต่างกัน เพราะเป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนให้กับโครงการ โดยกลุ่มที่สนใจทำเลบนถนนพญาไท ที่เป็นถนนใหญ่ ติดสายบีทีเอส รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเส้นนี้ ย่อมมีมูลค่าที่สูงกว่า จะเห็นได้ถึงราคาคอนโดที่สูงกว่าด้วย แต่มีมูลค่าในการลงทุนเฉลี่ย ทั้ง Capital Gain และ Rental Yield ที่ดีกว่า หากเทียบกับทำเลบนถนนศรีอยุธยา แม้จะห่างกันไม่มาก ซึ่งทาง Park Origin จะเน้นไปที่ลูกค้าระดับสูง ที่มีความชอบหรือมี Lifestyle ที่ชอบทำเลบนถนนพญาไทมากกว่าครับ
Park Origin Phayathai ที่ตั้ง Phayathai RD., Bangkok ลักษณะโครงการ  High-Rise Condominium 1 Building, 35 Floors จำนวนยูนิต 550 Units ปีที่สร้างเสร็จ 2564 ราคาเริ่มต้น : 5.8 ลบ. เฉลี่ย  : n/a บ./ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก 1F : Garden Base Camp I Double Lobby : Grand Lobby, Private Lobby I Shop 2F : Co-working Area I Smart Logger I Business Room I Business Lounge 12F : Cascade Pool I Chill Terrace I Private Massage Room I Salon Room I Water Massage Room 12AF : Fitness I Yoga Room I Social Room : Pool Game, Game Room 14-17F : Healing Terrace 18F : The Tree Cabin 21-30F : Flower Field 34F : Sky Lounge I Wine Room I Mini Theatre I Private Dinning Room 35F : Starry Sky Lounge
XT Phayathai ที่ตั้ง Sri-Ayutthaya RD., Bangkok ลักษณะโครงการ  High-Rise Condominium 2 Buildings (37 & 41 Floors) จำนวนยูนิต n/a ปีที่สร้างเสร็จ 25xx ราคาเริ่มต้น : 4.90 ลบ. เฉลี่ย : 175,000 บ./ตร.ม.
The Room Phayathai ที่ตั้ง Sri-Ayutthaya RD., Bangkok ลักษณะโครงการ  High-Rise Condominium 1 Building, 38 Floors จำนวนยูนิต 437 Units ปีที่สร้างเสร็จ 25xx ราคาเริ่มต้น : 5.30 ลบ. เฉลี่ย : ประมาณ 210,000 บ./ตร.ม.
IDEO Q Victory ที่ตั้ง BTS อนุสาวรีย์, Bangkok ลักษณะโครงการ  High-Rise Condominium 1 Building, 39 Floors จำนวนยูนิต 348 Units ปีที่สร้างเสร็จ 2562 ราคาเริ่มต้น : 5.59 ลบ. (Sold Out) เฉลี่ย : ประมาณ 256,000 บ./ตร.ม. (Resale)
 

6. สรุปทุกประเด็นที่คุณควรรู้ของ Park Origin Phayathai

Location ด้านทำเล ย่านพญาไท เป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นย่านที่อยู่กลางเมืองใกล้กับย่านสยามที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ของกรุงเทพฯ และก็ยังอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่เป็น Node การเดินทางขนาดใหญ่สำหรับการเดินทางระหว่างในเมืองและนอกเมืองจนไปถึงต่างจังหวัด อีกทั้งย่านพญาไท จะเป็นสถานี BTS พญาไท และเป็นต้นสถานีของ Airport Link ที่มุ่งตรงสู่สนามบินสุวรรณภูมิ Community โครงการ ONE Phayathai ที่ขึ้นมาคู่กับโครงการนั้น เป็นอาคาร Mixed-Use ที่มีทั้ง Supermarket, ร้านค้า, โรงแรม, อพาร์ทเม้นท์ และ ออฟฟิศ นอกเหนือจากความสะดวกสบายในบริการแบบ One Stop Service ที่ทำให้เราสามารใช้ชีวิตอยู่ครบ จบในที่เดียวแล้ว ยังเป็นการเพิ่มและกระตุ้นศักยภาพของย่าน ที่อาจจะทำให้ Rental Yield และ Capital Gain เพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย
Design & Facilities – ด้านการออกแบบ โครงการมีการออกแบบที่ให้มีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นพื้นที่สีเขียวให้แบบเต็มที่ ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 35 ด้วยบันไดกว่า 1,500 ขั้น จนสามารถเห็นได้ชัดจากด้านนอกของอาคาร และอีกจุดเด่นคือในแต่ละชั้นนั้นก็มี Function การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวนั้นนอกเหนือจากเรื่องการลดมลภาวะแล้วยังช่วยในเรื่องทัศนียภาพอีกด้วย การมองไปยังพื้นสีเขียวและธรรมชาติจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากกว่าท้องถนนที่รถติดแน่นอน อีกทั้งในแต่ละชั้นสามารถเดินออกมายังพื้นที่สวนได้โดยตรง ดังนั้น

หากสนใจสามารถคลิ๊กที่รูป

เพื่อลงทะเบียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ