PARK ORIGIN THONGLOR

PARK ORIGIN THONGLOR CONCEPT

โครงการ Park Origin มีแนวคิดในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Perfect Living Platform” ที่เน้นคำนึงถึงปัจจัยหลักๆ อยู่ 3 ข้อ อันได้แก่ One Sphere Complex, Nature Essence และ Technology Transformation ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อมนุษย์ปัจจุบันที่ต้องการ Lifestyle ในการใช้ชีวิต

01 Nature Essence : ธรรมชาติที่ดึงดูดให้คนส่วนใหญ่ให้เข้าถึง โดยเฉพาะคนเมืองที่ไม่ได้ใช้เวลากับพื้นที่สีเขียวมากพอ เพราะพื้นที่สีเขียวในเมืองน้อย

02 One Sphere Complex : สิ่งที่คนที่อยู่อาศัยในที่เดียวกันสร้างขึ้นมา จากการใช้พื้นที่ร่วมกันเช่น พื้นที่สีเขียวและสิ่งอำนวยความสะดวก ก่อให้เกิดการสร้างสังคมที่ดีร่วมกัน

03 Technology Transformation : อีกสิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ ช่วยให้การใช้ชีวิตของเราง่ายขึ้น ดังนั้นการนำนวัตกรรมจากเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับการใช้ชีวิต ทำให้คนในสังคมนั้นๆ ใช้ชีวิตง่ายขึ้น

ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 อย่างจะสร้าง “A Perfect Living Platform” หรือ “รูปแบบการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ” ให้แก่คนในปัจจุบันได้ดีที่สุด จึงเกิดเป็นโครงการใน 3 ทำเล ได้แก่ พญาไท, พร้อมพงษ์ และ ย่านที่มีความหลากหลาย มีความคึกคักตลอดทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน ตอบสนองต่อทุก Lifestyle เป็นเสมือนศูนย์รวมการใช้ชีวิตระดับ Hi-End ของคนกรุงเทพฯ อย่าง “ทองหล่อ” นั่นเอง

 

ทำเลทอง Heart of Hearts แห่งย่านทองหล่อ-เอกมัย

ทำเลย่านทองหล่อ-เอกมัย เป็นย่านที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลา เพราะเป็นสถานที่รวมไลฟ์สไตล์แบบ 24/7 ทั้ง เที่ยว, กิน, ดื่ม ในระดับ Hi-end  นอกจากจะเป็น Destination ของคนกลางคืนแล้ว ในเวลากลางวันยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและคาเฟ่ที่โด่งดังมากมาย เป็นย่านที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงาน ด้วยการมีออฟฟิศอยู่ในทำเลนี้เป็นจำนวนไม่น้อย จากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติดังหลายแห่ง  ทำให้เราสามารถเรียก Park Origin Thonglor ได้อย่างเต็มปากว่าเป็น ‘Heart of Hearts’ เพราะเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางทำเลทองหล่อที่เป็นย่านไม่หลับไหล เหมาะกับคนที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบ ช็อป กิน เที่ยว ดื่ม แบบไม่จำเจ ซ้ำซาก สามารถสนุกกับการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

“ONE THONGLOR” Community แหล่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา แนวความคิดเรื่องการสร้าง A Perfect Living Platform ด้าน Community ที่จะเห็นได้จากแนวคิดการให้ลูกบ้านสามารถใช้ Facilities ร่วมกันได้ทั้ง 3 อาคาร ทำให้เกิดการพบปะของกลุ่มผู้อยู่อาศัยเป็นสังคมของการอยู่อาศัยร่วมกัน หรือการเตรียมเปิ โครงการ ONE THONGLOR อยู่บริเวณโครงการ PARK Origin Thonglor เป็นรูปแบบ NICHE STYLE COMMUNITY มาในแนวคิด MEETING POINT ที่แตกต่างจาก Community Mall ทั่วไป เป็นเสมือนอีกหนึ่งจุดนัดพบใหม่ใจกลางทองหล่อ ซึ่งเป็นแหล่ง HI CLASS Lifestyle ที่นอกจากจะประกอบไปด้วย SUPER PREMIUM SHOP & RESTAURANT แล้ว จุดเด่นหลักอีกอย่างหนึ่งของ ONE THONGLOR ที่อยู่ใจกลาง ‘ทองหล่อ’ ในพื้นที่เดิมของ ARENA 10 นั้น คือ การใช้พื้นที่ส่วนกลางของ Community Mall เป็น Lifestyle Area ที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตได้อย่างมีระดับ

 

Community Mall

1. 72 Courtyard

รูปภาพจาก : art4d

2. The Common

รูปภาพจาก : Alivearound

Office Building

1. M Major Tower

รูปภาพจาก : cbre

2. The Opus

รูปภาพจาก : messervy

Hospital

1. โรงพยาบาลคามิลเลียน

รูปภาพจาก : Camillian Hospital

2. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

รูปภาพจาก : Samitivej Hospital

International School

1. ELC International School.

รูปภาพจาก : behance

 

โครงการ PARK ORIGIN THONGLOR

PARK ORIGIN THONGLOR คอนโดใหม่ใจกลางทองหล่อ พื้นที่เดิมของ “Arena 10” สถาปัตยกรรมธรรมชาติ ที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่น มีเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยี คอมมูนิตี้ และธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีแนวคิดที่ให้คนเมืองอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการจะประกอบไปด้วย 3 อาคาร สูง 39 ชั้น, 53 ชั้น และ 59 ชั้น ซึ่งจะมี sky bridge ที่เชื่อม 3 อาคารเข้าด้วยกัน แต่ละอาคารก็จะมาพร้อมคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน และมี Facilities เพื่อให้คุณใช้ชีวิตในทุกมิติกับไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสได้อย่างเต็มที่ในที่เดียว

Factsheet

Project Name :

Park Origin Thonglor

Location : Thonglor Soi 10 (1.3 km to BTS Thonglor)

Project Type : High-rise Condominium 3 Buildings

Total Area : 5-3-90.9 rai

Tower A :

375 Units, 39 Floors

Tower B : 

478 Units, 53 Floors

Tower C : 

329 Units, 59 Floors

No. of total Unit :

1,182 Units

Unit Type :

Type A 

1 Bedroom :

31.50 – 34.50 ตร.ม.

2 Bedroom :

44.50 – 67.50 ตร.ม.

Type B 

1 Bedroom :

30.00 – 36.00 ตร.ม.

2 Bedroom :

40.50 – 45.00 ตร.ม.

Type C 

1 Bedroom :

32.50 – 33.50 ตร.ม.

2 Bedroom :

45.50 – 51.50 ตร.ม.

2 Bed Duo Space :

32.50 – 46.00 ตร.ม.

2 Bed plus Duo Space :

47.50 – 51.50 ตร.ม.

2 Bed Penthouse :

55.00 – 66.50 ตร.ม.

3 Bed Penthouse :

97.00 ตร.ม.

No. of parking :

54% Auto-parking

Services :

“Services provided in cooperation with the Inter Continental Group of Companies”

Presale :

Q4/2018

Start Construction :

Q2/2019

Start Tranfer :

Q4/2021

 

ส่งเสริมความโดดเด่นด้วยแนวคิดและทีม Designer ชื่อดังระดับประเทศ 

ทีมผู้ออกแบบ

โครงการมีการออกแบบโดยทีมผู้ออกแบบระดับแนวหน้า ทั้งทีมสถาปนิกจากบริษัท Tendem, สถาปนิกออกแบบตกแต่งภายในจาก DWP และ ภูมิสถาปนิกจาก TROP : terrains + open space ซึ่งแต่ละทีมมีสไตล์การออกแบบที่โดดเด่นในด้านของตนเอง อย่าง บริษัท Tendem เป็นบริษัทสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบตึกสูง บริษัท DWP เป็นบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่มีประสบการณ์ในการออกแบบที่อยู่อาศัยแบบ luxury มายาวนาน และ ภูมิสถาปนิกจาก TROP : terrains + open space มีความสามารถในการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมแบบระดับ Hi-end ที่ไม่ได้ใส่ใจเฉพาะความสวยงามแต่มองไปถึงเรื่องของความยั่งยืน ที่อาจเห็นได้ชัดจากการพยายามเก็บต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ไว้ให้ได้มากที่สุด

Tandem (Architect Design)

บริษัทสถาปนิกที่ทำงานออกแบบมากว่า 600 งาน และได้รับรางวัล สิบสถาปนิกที่ดีที่สุดในประเทศไทยในปี 2005 จนถึงปัจจุบัน ได้รับรางวัล Best Residential High Rise Thailand 2017-18 จากการออกแบบ The Bangkok Thonglor

DWP (Interior Design)

บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมและออกแบบภายในระดับเอเชียแปซิฟิก ที่เข้ามาก่อตั้งในไทยตั้งแต่ปี 1994 ได้รับรางวัลจากงานออกแบบหลายงาน เช่น 98 Wireless : The International Design and Architecture Awards ในหัวข้อ Luxury Residence Global Award, Winner

TROP (Landscape Design)

สตูดิโอออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการออกแบบทุกงานที่ได้รับมาให้มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง TROP ได้รับรางวัลจากงานอออกแบบหลายงาน เช่น Excellence Award จากการออกแบบ Groove @ Central World

 

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่การออกแบบสถาปัตยกรรม 

ตั้งแต่อดีต…จนถึงปัจจุบัน สถาปัตยกรรม หรืออาคารที่อยู่อาศัยมักถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เราไม่อาจปฏิเสธความจริงว่า “มนุษย์ยังคงต้องการธรรมชาติอยู่เสมอ” สถาปนิกยุคปัจจุบันจึงเริ่มให้ความสนใจกับการดีไซน์ควบคู่ไปกับการใช้ธรรมชาติร่วมกับการออกแบบด้วย จึงเกิดแนวคิดที่ว่า “สถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน คือแนวคิดในการผสานธรรมชาติ และเทคโนโลยี ในการออกแบบ”

อาคารหลักทั้ง 3 อาคารจะมี แนวคิดในการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โดยมีความแตกต่างกันในแต่ละอาคารดังต่อไปนี้

อาคาร A : Sculpture การออกแบบจะใช้เส้นโครงหนาทึบ โดยมี Concept Keyword คือ Art Bold Curve สุนทรีย์แห่งประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผสมผสานการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ระดับโรงแรม เนรมิตให้ทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษ มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ

อาคาร B : Lake การออกแบบจะเน้นใช้เส้นโค้งที่เบาบางและโปร่งแสง โดยมี Concept Keyword คือ Crystal Curve Clear รังสรรค์ความสุขกับทุกจังหวะของชีวิต ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทุกกิจกรรมที่หลากหลาย ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพวิวเมืองที่ตัดเส้นขอบฟ้าในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร

อาคาร C : Tree การออกแบบจะเน้น ระนาบมันเงาทางตั้งที่ให้จังหวะที่แตกต่าง โดยมี Concept Keyword คือ Vertical Sleek Rhythm ปลุกพลังแห่งการใช้ชีวิต ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด สะท้อนตัวตน ความสง่างาม ความแอคทีฟที่อยู่ข้างใน ผสมผสานกันอย่างลงตัว

และหากพูดถึงเรื่องดีไซน์ตัวอาคาร สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดคือการออกแบบชั้นดาดฟ้าของแต่ละอาคาร ซึ่งดูเผินๆ อาจจะดูเหมือนปราสาท พระราชวังของญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้ว ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “เปลือกไม้” ที่ค่อยๆ เปิดออก จึงนำ concept ของเปลือกไม้ มาใช้ในการออกแบบ Façade เพื่อเปิดให้เห็นแก่นในของอาคาร โดยทุกๆ อาคาร จะสะท้อนให้เห็นแกนกลางด้านในที่เป็น Double-Floor Facilities เป็นการเปิดเพื่อพบสิ่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Pool Bar, Sky Lounge หรือ Sky Gym

พบแนวคิด และแรงบันดาลใจในการออกแบบคอนโดมิเนียม “Park Origin Thonglor” จากคุณ สมสกุล แสงสุวรรณ Chief Design Officer ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ด้านล่างนี้

 

 

ตอบสนองการใช้งานด้วย Facilities ระดับโรงแรม

โครงการ Park Origin Thonglor เป็นโครงการที่ มีความโดดเด่นและพิเศษเป็นอย่างมาก ด้วย Facilities ที่หลากหลาย ตอบสนองการใช้งานของลูกค้าระดับ Hi-end โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการมี เต็ม floor แยกแต่ละอาคาร ทำให้การใช้งาน Facilities ไม่ไปรบกวนกับส่วนอยู่อาศัย และมีความพิเศษแตกต่างกันไปตามแต่ละชั้นและแต่ละอาคาร

Lobby Lounge ของทั้งสามอาคารจะตั้งอยู่ที่ชั้น G มี Reception ต้อนรับ มีพื้นที่นั่งคอยทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยและคนขับรถที่ทั้งสองส่วนจะถูกแยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน นอกจากชั้น G แล้ว ยังมี Facilities ที่ชั้นทางเชื่อมระหว่างอาคารที่เรียกว่า “Sky Bridge”

ด้านบนของชั้น Sky Bridge ของแต่ละอาคารยังมี Facilities พิเศษอีกหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย, Private Dining, Lounge, สระว่ายน้ำ, Spa, Onsen และอีกหลาย Facilities ที่ตอบสนอง lifestyle ทันสมัยของลูกบ้านในคอนโด

Building A – Facilities

G Floor : Lobby, Jogging Track, Smart Locker, All Day Dining, Driven Room, Drink Bar

Mezzanine : Business Lounge, Meeting Room

38th Floor : Private Spa, Yoga Fly, Sculpture Pool, Outdoor Onsen, Jacuzzi, Gym, Steam Room, Pool View Point 

39th Floor : Crystal box, Private Theater, Cigar Room, Golf Simulator, Game Room, North Bar, Sculpture Lounge 

1. Lobby Lounge ที่ชั้น G

เมื่อเข้ามาถึงจากทางลงรถจะพบ Lobby Lounge ตกแต่งด้วยสไตล์ luxury มีที่นั่งพร้อม bar บริการภายในบริเวณ หันหน้ารับวิวสวน ส่วนที่พิเศษถัดมาคือ All-day dining ที่อยู่ถัดไปจาก Lobby Lounge หันด้านยาวเข้ารับวิวสวนเช่นเดียวกับ Lobby Lounge นอกจากนี้ยังมี feature รองรับความสบายสำหรับผู้อยู่อาศัยอย่าง Smart Locker ผู้รับและผู้ส่งสามารถเข้าใช้งานด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชม. และ Driver room เพื่อให้พนักงานขับรถมีพื้นที่นั่งรอได้เป็นส่วนตัวแยกกับบริเวณ Lobby

2. Gym ที่ชั้น 38

ที่ชั้นบนของอาคาร A ที่เชื่อมต่อกับอาคาร B มีชื่อเรียกว่า “Sky Bridge” ประกอบไปด้วยพื้นที่ออกกำลังกายขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว่าครึ่งชั้น มีทั้ง weight training, spin, ลู่วิ่ง (treadmill) และพื้นที่เล่น yoga fly ที่เป็น double space กินพื้นที่สองชั้น รวมถึงมีห้อง Locker room แยกชายหญิง และมี Spa ถัดจากพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย

3. Sculpture Pool ที่ชั้น 38

4. Sculpture Lounge ที่ชั้น 39

 

ที่ชั้น 39 เป็นพื้นที่ผ่อนคลายและนันทนาการของอาคาร ประกอบไปด้วย Sculpture Lounge พื้นที่นั่งผ่อนคลายรับวิวทองหล่อ-เอกมัย ที่พิเศษไปกว่าการมีพื้นที่ Cigar Corner อยู่ที่มุมด้านหนึ่งของ Lounge รวมถึงการมี Glass Floor ที่จะเพิ่มความตื่นตาตื่นใจให้กับการมาเยือน Residence Lounge

นอกจากนี้ ในชั้น 39 นี้ ยังมี Game Simulator, Mini Theater และ Golf Simulator กินพื้นที่อีกกว่าครึ่งชั้น ถือเป็นการรวบรวมพื้นที่นันทนาการขนาดใหญ่

Building B – Facilities

G Floor : Lobby Lounge, Garden Space, Smart Locker, Convenience Store, Driven Room, Smart Locker

52nd Floor : Pool Bar, Lake Lounge, Lake Pool, Cigar Room, Wine Cellar, Pool Table, Game Table, Music Room, Semi-Outdoor Party

53rd Floor : Co-Kitchen, Private Dining, Kid Dining, Sky Theater, Essence Room, Sleep Pod

5. Lobby Lounge ที่ชั้น G

เมื่อเข้าอาคารมาแล้วจะเจอกับ Lobby Lounge ที่มีการออกแบบด้วย theme “Lake” มีการวางผังคล้ายคลึงกับอาคาร A มีส่วนที่แตกต่างคือในส่วนที่เป็น All-day dining ของอาคาร A ในอาคาร B กลายเป็น Convenient Store ในส่วนอื่นยังคงมี Smart Locker อยู่เช่นกัน

6. Lake Lounge ที่ชั้น 52

ในส่วนของ Facilities อื่นๆ อันได้แก่ส่วนนันทนาการที่ประกอบไปด้วยโต๊ะเล่นเกม, Pool Table, Cigar Room, Music Room และ Bar รวมไปถึง Sky Bridge ที่เชื่อมต่อทางเดินไปยังอาคาร C

7. Private Dining & Co-cooking Space ที่ชั้น 53

ในส่วนของชั้นที่ 53 มีความพิเศษคือ Private Dining ที่มาพร้อมกับ Co-cooking space ตอบรับความต้องการทำอาหาร มีจัด Party ส่วนตัว ห้อง Theater อยู่ติดกัน รวมถึงมีห้อง Essence Room ที่สามารถนั่งจิบชาชมวิวทองหล่อ-เอกมัยไปพร้อมๆ กันได้

Building C – Facilities

G Floor : Lobby Lounge, Smart Locker, Driver Room

47th floor : Aqua Lounge, Aqua Bed, Shower Jet, Aqua Chair, Experience Shower, Ice Room, Tree Pool, Skyline Sunset, Onsen Men, Onsen Women

48th floor : Gym, Boxing

59th floor : Star Sphere

8. Lobby Lounge ที่ชั้น G และ 9. Onsen Room ที่ชั้น 47

Lobby ที่มีการออกแบบด้วยธีม “Tree” มีขนาดใหญ่กว่า Lobby ของอีกสองอาคาร ให้พื้นที่แทบจะทั้งชั้น ประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งรอ (Waiting Lounge), Lobby และ พื้นที่นั่งอ่านหนังสือที่มาพร้อมกับชั้นหนังสือ และชั้นที่เชื่อมต่อกับอาคาร B ก็มี Facilities เต็มชั้น ทั้ง Aqua Lounge และ Onsen พร้อม Locker room แยกชายและหญิง

10. Aqua Lounge ที่ชั้น 47 และ 11. Boxing ที่ชั้น 48

Unit Type หลากหลายตอบโจทย์ทุก Lifestyle

ห้องชุดของโครงการ Park Origin Thonglor ประกอบไปด้วยห้อง 3 รูปแบบ ได้แก่ Simplex Room, Penthouse และ Duo space โดยแต่ละอาคารจะมีรูปแบบห้องชุดที่แตกต่างกัน คือ

อาคาร A : 375 ห้อง 39 ชั้น

1 Bed room :

31.50 – 34.50  ตร.ม.

2 Bed room :

44.50 – 67.50  ตร.ม.

– อาคาร B : 478 ห้อง 53 ชั้น

1 Bed room :

30.00 – 36.00 ตร.ม.

2 Bed room :

40.50 – 45.00 ตร.ม.

– อาคาร C : 329 ห้อง 59 ชั้น

1 Bed room :

32.50 – 33.50 ตร.ม.

2 Bed room :

45.50 – 51.50 ตร.ม.

2 Bed Duo Space :

32.50 – 46.00 ตร.ม.

2 Bed plus Duo Space :

47.50 – 51.50 ตร.ม.

2 Bed Penthouse :

55.00 – 66.50 ตร.ม.

3 Bed Penthouse :

97.00 ตร.ม.

โดยจะมีส่วนเชื่อมต่อของแต่ละอาคาร ที่ทำหน้าที่เป็นส่วน Facility ของโครงการด้วย ซึ่งหมายความว่าลูกบ้านของทุกตึกสามารถใช้งานในส่วนของ Facility ได้ร่วมกันทุกตึก จากการจัดวางห้องชุดดังกล่าว ทำให้อาคาร C เป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในโครงการ โดยมีความสูงถึง 59 ชั้น ซึ่งเป็นตึกที่มีความสูงที่สุดในย่านทองหล่อ – เอกมัยอีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาระดับความสูงระหว่างพื้นถึงเพดานในแต่ละห้องชุด พบว่ามีความน่าสนใจคือห้องชุดแบบ Simplex Room ที่มีการให้ความสูงที่ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับโครงการที่ประเภทใกล้เคียงกัน นั่นคือ

• ห้องชุดรูปแบบ Simplex Room มีความสูงจากระดับพื้นถึงเพดาน 3.00 เมตร ซึ่งโครงการประเภท Low-rise จะให้ความสูงในห้องลักษณะแบบนี้อยู่ที่ 2.40-2.60 เมตร และโครงการประเภท High-rise จะให้ความสูงในห้องลักษณะแบบนี้อยู่ที่ 2.70-2.90 เมตร เพียงเท่านั้น

และในส่วนของห้องชุดรูปแบบอื่นก็มีระดับความสูงที่น่าสนใจและเหมาะสมกับรูปแบบของห้อง นั่นคือ

• ห้องชุดรูปแบบ Penthouse มีความสูงจากระดับพื้นถึงเพดาน 3.50 เมตร

• ห้องชุดรูปแบบ Duo space มีความสูงจากระดับพื้นถึงเพดาน 4.25 เมตร

 

ที่สุดแห่ง TECHNOLOGY ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย

นอกจากความพิเศษของห้องชุดตามที่ได้กล่าวไปแล้ว โครงการ Park Origin Thonglor ยังมีการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้กับส่วนต่างๆ ของ เป็นการอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยของลูกบ้านขั้นสูงสุด โดยสามารถแบ่งการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ 3 ด้าน ได้แก่ Home Automation, Intelligence Facilities และ Smart Living

Home Automation 

– Lighting Control : ดวงโคมแสงสว่าง Dimmer ควบคุมการทำงานโดย Smart Module ที่มีทั้งแบบ 1-2 Chanel ติดตั้งอยู่หลังสวิตซ์ไฟ

– Curtain Control : ควบคุมการเปิด-ปิดผ้าม่าน

– Air Conditioner Control : ตัวควบคุมการเปิด-ปิด และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศซึ่งใช้ของ Daikin

– Automatic Night Light : ควบคุมการเปิด-ปิดด้วย Motion Sensor เมื่อลงจากเตียงในเวลากลางคืน เปลี่ยนสีไฟได้จาก RGB

– Digital Door Lock :  Digital Door Lock แบบ Push & Pull ปลดล็อคด้วยการกดรหัสและใช้ Finger Scan เชื่อมต่อด้วย Z-Wave

– Smart Mirror : Smart Tablet บนกระจกระบบสัมผัส สามารถใช้งานออนไลน์ ดู Youtube ฟังเพลง หรือดูรายงานสภาพอากาศในขณะอาบน้ำได้

– Smart Gateway : กล่องควบคุมระบบเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆกับ Mobile Application

Intelligence Facilities 

– Auto Parking : ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ

– Auto Barrier Gate : มี Plate Recognition จดจำป้ายทะเบียนรถของลูกบ้าน

– Wifi : ใช้งานท่องโลกอินเทอร์เน็ตด้วยสัญญาณ Wifi ในระดับ Hi-Speed

– Movie : ดูภาพยนตร์ออนไลน์ภายในห้องด้วยการเป็นสมาชิก Netflix

– Wireless Charging : ชาร์จแบตแบบไร้สายรองรับระบบ Android และ IOS

– Video Door Phone : มี Face Recognition จดจำใบหน้าของผู้มาเยือนได้

– Smart Locker : ผู้รับเเละส่งสามารถเข้าใช้งานด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

– Smart Flip Board : การเขียนในรูปแบบดิจิตอลอเนกประสงค์ ผ่าน Samsung Flipboard

Smart Living 

– Facility Booking : จองการใช้งานในส่วนของ Facilities ผ่าน Application โดยการจองดังกล่าวจะการใช้งานประเภทที่ต้องการเจ้าหน้าที่บริการหรือต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น Private Dining, Mini Theater เป็นต้น

– Keyless (Gate-to-Door) : ระบบล็อคห้องผ่านการใช้ระบบ Digital Door Lock ผ่านการสั่งการควบคู่กันทั้งกับ Application และ Smart Mirror ทั้งในส่วนการใช้งานของ Video Door Phone, Lift ล็อคชั้น เป็นต้น

– Juristic Announcement : ประกาศข่าวสารจากทางนิติบุคคลของโครงการ ผ่าน Application เพื่อความสะดวกสบายแก่ลูกบ้าน

– Smart Locker : สั่งการ Locker ได้ผ่านทางการใช้งาน Application ทางสมาร์ทโฟน หรือผ่านทาง Smart Mirror ที่อยู่ภายในห้องได้โดยตรง

 

บริการสุดพิเศษจากความร่วมมือกับ InterContinental Group of Companies

เพื่อสร้างรูปแบบการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ (A Perfect Living Platform) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองระดับไฮเอนด์ได้อย่างสูงสุด

เสนอบริการระดับ privilege จากทั่วทุกมุมโลกให้กับสมาชิก ด้วยการผ่านการฝึกอบรมและความร่วมมือจากเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล ทางเครือจะช่วยฝึกอบรมทักษะด้านบริการให้กับพนักงานของบริษัท วันพญาไท จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่ประจำอยู่ ณ โรงแรม อินดิโก้ กรุงเทพฯ พญาไท (“บุคคลากรของโรงแรม”) ซึ่งบริหารงานจัดการโดยเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล

“Park Origin” เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มการอยู่อาศัย เพราะคุณจะได้รับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ยกระดับชีวิต ทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าคุณได้พักผ่อนในโรงแรมระดับ 5 ดาว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และบริการที่จะสร้างความประทับใจให้กับคุณ รวมถึงบริการให้คำปรึกษา บริการทำความสะอาด บริการรับรองแขก และบริการซ่อมบำรุง

สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก “Park Origin”

ประสบการณ์การเดินทาง…กับความเป็นไปได้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

สัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์ชีวิตที่เหนือกว่า พร้อมเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์จาก IHG® Rewards Club ที่นี่ https://www.ihg.com/rewardsclub

VIP Service Concierge

เอกสิทธิ์เหนือระดับ…กับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทำให้สมาชิก “Park Origin” รู้สึกราวกับว่ามีเลขานุการส่วนตัวที่พร้อมดูแล ให้บริการ และคำปรึกษาคุณอย่างมืออาชีพตลอดการเดินทาง เพราะ “คุณ” คือคนสำคัญ เราจึงมอบสิทธิประโยชน์และบริการที่เหนือชั้น เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ประทับใจ และความสะดวกสบายในการจัดการที่ครอบคลุม และดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสถานที่ ข้อมูลและบริการต่างๆ อาทิ แหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารชั้นนำ การบริการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับคุณ หรือแม้แต่การจัดส่งกระเป๋าเดินทาง

ข้อสงวนสิทธิ์การใช้งาน

[1] ออริจิ้นและโนมูระในฐานะเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการในปัจจุบันของ พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (“โครงการ”) เป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการพัฒนา การตลาด และการขายห้องชุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ (“ห้องชุดทั้งหลาย“) ทั้งนี้ บริษัท อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (InterContinental Hotels Group PLC) บริษัท ฮอลิเดย์ อินน์ (ประเทศไทย) จำกัด (Holiday Inns (Thailand) Limited) หรือบริษัทในเครือของบริษัทข้างต้น หรือกลุ่มบริษัทของอินเตอร์คอนติเนนตัล (รวมกันเรียกว่า “ไอเอชจี“) ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือดำเนินการพัฒนาหรือดำเนินการขายห้องชุดทั้งหลายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ไม่มีการทำกิจการร่วมค้า การเป็นหุ้นส่วน การเป็นเจ้าของ หรือความสัมพันธ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันนี้ระหว่างออริจิ้นและโนมูระกับไอเอชจีแต่อย่างใด ไอเอชจีไม่ให้คำรับรองหรือรับประกันในลักษณะหรือเรื่องใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงไม่มีการให้ความคาดหวังหรือรับประกันอัตราค่าตอบแทนการเช่า

 

ฮอลิเดย์ อินน์ (ประเทศไทย) จำกัด (“ไอเอชจี ประเทศไทย“) เพียงให้บริการการฝึกอบรมบุคลากร  (“บุคลากรของโรงแรม“) ซึ่งจ้างโดยบริษัทในเครือของออริจิ้น บริษัท วัน พญาไท จำกัด (“บริษัทในเครือของออริจิ้น“) ที่โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ พญาไท (“โรงแรม“) ในฐานะส่วนหนึ่งของการบริการจัดการบริหารโรงแรมที่ไอเอชจีประเทศไทยให้บริการแก่บริษัทในเครือของออริจิ้นที่โรงแรม (“บริการการฝึกอบรม“) ภายใต้สัญญาการจัดการบริหารโรงแรมและสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและในทางกลับกันบุคลากรของโรงแรมจะฝึกอบรมบุคลากรของ [บริษัท คราวน์ เรสซิเดนซ์ จำกัด] หรือบริการจัดการบริหารโครงการที่เป็นบริษัทในเครือของเจ้าของโครงการที่นิติบุคคลของโครงการให้ดำเนินการ โดยบุคลากรดังกล่าวจะให้บริการ พนักงานอำนวยความสะดวก (Concierge) ลูกค้าสัมพันธ์ (Guest Relations) พนักงานทำความสะอาด (Housekeeping) และช่างประจำโครงการ (Engineer) แก่เจ้าของและ/หรือผู้ครอบครองห้องชุดในโครงการ ทั้งนี้ การจัดจ้างไอเอชจี ประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการการฝึกอบรมไม่ได้มีลักษณะถาวรและอาจสิ้นสุดลงในเวลาใดๆ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือขอความยินยอมจากผู้ซื้อหรือเจ้าของห้องชุดทั้งหลาย

นอกจากนี้ โดยการให้ความยินยอมในการอ้างอิงอย่างจำกัดของออริจิ้นในข้อความที่ว่า “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ มีการให้บริการโดยความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทของอินเตอร์คอนติเนนตัล” ตามข่าวประชาสัมพันธ์ ไอเอชจีไม่ได้ให้คำรับรองและรับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยในเรื่องความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในเอกสารฉบับนี้และไอเอชจีไม่รับผิดชอบหรือมีความรับผิดในทางใดต่อการเรียกร้อง การสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องจากข้อมูลที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้

 

สรุปจุดเด่น A Perfect Living Platform

จากที่ได้นำเสนอมา เราจึงสามารถสรุปเป็นหัวข้อหลักๆ ที่ทางโครงการ Park Origin Thonglor ได้ตอบโจทย์และตอบสนองในด้านต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายโครงการยังไม่สามารถให้ได้ในระดับนี้ สรุปได้เป็น 7 ด้าน ได้แก่

1. “Location” : ตอบสนองด้วยความเป็นดั่งใจกลาง Heart of Hearts แห่งย่านทองหล่อ ย่านที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ Hi-end ที่ไม่เคยหลับไหล

2. “Design” : ที่สุดของการออกแบบจาก Top Team of Designers ได้แก่ TANDEM (งานสถาปัตยกรรม), DWP (งานตกแต่งภายใน) และ TROP (งานภูมิสถาปัตยกรรม) อีกทั้งยังมีแนวความคิด Individual Characteristic Building ที่สร้างความโดดเด่นให้แต่ละตึก โดยมีการเชื่อมต่อกันด้วย Facilities ที่สูงที่สุดบนทองหล่อ

3. “Community” : การใช้ชีวิต All Day Lifestyle ที่มี Facilities โดยรวมเกือบ 60 รายการ อีกทั้งยังมีโครงการในอนาคตของส่วน Community ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ใช้ชีวิตง่ายแบบ “One Stop Service”

4. “Nature” : ที่สุดแห่งความเป็นธรรมชาติ ด้วยการคงความร่มรื่นจากรุ่นสู่รุ่น สู่ Park Origin Thonglor ที่คำนึงแม้กระทั่งการเก็บต้นไม้เดิมไว้ในโครงการ

5. “Living” : ตอบสนองการอยู่อาศัยที่ Perfect และลงตัวกับทุก Lifestyle ต้องการ ด้วยรูปแบบห้องชุดหลากหลาย Simplex Room, Penthouse และ Duo Space

6. “Technology” : ที่สุดแห่งการใช้เทคโนโลยีที่สะดวกสบายมากที่สุด ผ่านปลายนิ้วสัมผัส ด้วยการรวบรวมระบบ Home Automation, Intelligence Facility และ Smart Living

7. “Service” : บริการสุดพิเศษจากความร่วมมือกับ InterContinental Group of Companies บริการระดับ privilege จากทั่วทุกมุมโลกให้กับสมาชิก