พามารู้จักอีกทำเลที่น่าสนใจย่านฝั่งธน หรือย่านจรัญฯ-ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นทำเลที่ถือว่า Prime ที่สุดแล้วของย่านฝั่งธนฯ มีห้างสรรพสินค้าหลากหลาย เดินทางสะดวกโดยรถยนต์ แค่ขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพียง 1.5 กม. ก็ถึงแล้ว หรือจะใช้ทางด่วนก็ได้เช่นกัน และยังมีการเดินทางวิธีอื่นๆ เช่นนั่งเรือข้ามฟาก หรือจะใช้ MRT สายสีน้ำเงินที่กำลังจะสร้างเสร็จข้ามมาฝั่งธนฯ เลยก็ได้เช่นกัน  แสดงให้เห็นถึงทำเลที่มีความเจริญมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่แปลกใจที่คอนโดจะกระจุกตัวอยู่ในทำเลนี้เป็นจำนวนมาก
ส่วนเรื่องของโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่หลายโครงการ ซึ่งเราได้เลือกโครงการบนทำเล จรัญฯ-ปิ่นเกล้า เกาะเส้น MRT สายสีน้ำเงินมาให้ชมกัน โดยมีทั้งหมด 4 โครงการในทำเลนี้มาเปรียบเทียบให้ดูกันทุกแง่มุมทั้งการเดินทาง สิ่งแวดล้อม และราคาขายปัจจุบัน เพื่อไว้พิจารณาก่อนซึ้อคอนโดกัน หากใครที่กำลังมองหาโครงการในทำเลนี้อยู่แล้วละก็ ต้องไปอ่านกันดูเลยค่ะ
 

ไปฝั่งธนฯ ไม่ยากแล้วนะ

►การเดินทาง

ฝั่งธนฯ หรือ ฝั่งทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตเรียกว่าเมืองธนบุรี จึงยังคงกลิ่นอายของเมืองเก่ามาจนถึงปัจจุบัน การเดินทางข้ามฝั่งไปก็มีหลักๆ 3 ทางด้วยกัน ได้แก่ “ทางถนน” โดยมีสะพานข้ามอยู่หลายแห่ง เช่น สะพานพระราม 8, สะพานพระปกเกล้า, สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และสะพานซังฮี้ (สะพานกรุงธน) นั่นเอง ส่วนการเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของไทยคือ “ทางน้ำ” ก็คือการเดินทางด้วยเรือโดยสาร ซึ่งจะมีท่าเรืออยู่ตามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามากมาย สำหรับคนที่ข้ามฝั่งไป-กลับ และต่อรถอื่นๆ ไปที่จุดหมายปลายทาง 
ส่วนการเดินทางวิธีสุดท้ายที่พึ่งมาถึงฝั่งธนฯก็คือ “ทางรถไฟฟ้า” ซึ่งปัจจุบันมีสายรถไฟฟ้าที่เปิดใช้ข้ามไปฝั่งธนฯ เรียบร้อย ก็จะมีสายสีเขียวเข้ม และกำลังจะมีสายสีน้ำเงินที่กำลังจะเปิดใช้เร็วๆ นี้ ส่วนสายอื่นๆ ที่มีแผนกำลังจะก่อสร้าง และมีปลายทางข้ามไปฝั่งธนด้วย ได้แก่ สายสีแดงเข้ม, สายสีแดงอ่อน, สายสีม่วง, สายสีส้ม และ สายสีเทา เป็นต้น ฝั่งธนฯ ที่หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไกล แต่จริงๆ แล้วเพียงแค่ข้ามฝั่งแม่น้ำไปเท่านั้นเอง แถมภายในย่านยังมีห้างสรรพสินค้า และ โรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งอีกด้วย
 

วิเคราะห์ตำแหน่งของโครงการคอนโดฯ ย่านจรัญ-ปิ่นเกล้า

ในทำเลนี้มี 4 โครงการที่น่าสนใจด้วยกัน ซึ่ง 3 ใน 4 โครงการจะอยู่ติดแนวเส้น ถ.จรัญสนิทวงศ์ ประกอบไปด้วย Life ปิ่นเกล้า สเตชั่น, Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า และ Thana Astoria ซึ่งเป็นถนนนี้เชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรีเข้าไปยังกรุงเทพฯ ได้ง่ายๆ และอีก 1 โครงการ คือ Plum Condo ปิ่นเกล้า จะติดถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่สามารถข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าไปยังฝั่งพระนครได้ หากลองเปรียบเทียบให้ลึกขึ้นถึงความใกล้กับคมนาคมต่างๆ ของของแต่ละโครงการ เพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้น เราไปดูกันต่อว่าโครงการไหนดีกว่ากันค่ะ
 

เปรียบเทียบความใกล้การเดินทางหลักภายในย่าน

การเดินทางถือเป็นจุดสำคัญในการเลือกโครงการ ซึ่งเรานำโครงการทั้ง 4 ตัว มาวิเคราะห์ให้ดูถึง ระยะห่างจากการเดินทางหลักๆ ทั้งทางบก-ทางน้ำ ซึ่งหลักๆ จะมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ การเดินทางด้วยเรือ ซึ่งท่าเรือที่ใกล้ที่สุด คือท่าเรือข้ามฟากคฤหบดี ส่วนรถไฟฟ้า MRT สถานีที่ใกล้ที่สุด คือสถานีบางยี่ขัน และสุดท้ายคือ ทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก โดยด่านบางบำหรุ คือด่านที่ใกล้ที่สุด 
3 ใน 4 ของโครงการตั้งอยู่ใกล้แนว MRT เป็นหลัก คือแนวถ.จรัญสนิทวงศ์ เพราะเป็นขนส่งมวลชนที่สะดวกที่สุด โดยโครงการที่ใกล้ MRT มากที่สุด เพียง 20 ม. คือ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า รองลงมาเป็น Life ปิ่นเกล้า ในขณะที่การเดินทางด้วยเรือ และทางด่วน โครงการที่ใกล้ที่สุดคือ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า อีกเหมือนกัน และรองลงมาคือ Life ปิ่นเกล้า
 

เปรียบเทียบส่วนกลางของแต่ละโครงการ

นอกจากเรื่องการเดินทางที่สะดวกแล้วนั้น หากจะเลือกซื้อโครงการอยู่อาศัย ก็ควรคำนึงถึง ส่วนกลางภายในโครงการด้วย เพราะยิ่งมีหลากหลายประเภทก็ยิ่งดี เพื่อที่เราจะได้ใช้เวลาว่างไปกับการใช้ Facility ในโครงการเพื่อการผ่อนคลาย และต้องประกอบกับราคาค่าส่วนกลางต่อเดือนด้วย ว่าคุ้มรึเปล่า ส่วนโครงการที่มี Facility ภายในโครงการหลากหลายที่สุด ก็คือโครงการ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า โดยมีถึง 11 ประเภทหลักด้วยกัน เนื่องด้วยมีขนาดโครงการที่ใหญ่กว่าโครงการอื่นๆ เพราะมีถึง 3 อาคาร จึงมีส่วนกลางที่จัดเต็มกว่ามาก ในขณะที่โครงการอื่นๆ มีเพียง 1 อาคารเท่านั้น หากเทียบค่าส่วนกลางของโครงการทั้ง 4 ตัว โครงการ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 45 บ./ตร.ม./เดือน ที่ถือว่าไม่ได้ถูกที่สุด แต่หากเทียบในเรื่องความหลากหลายนั้น เรียกได้ว่า คุ้มค่ากับค่าส่วนกลางที่จ่ายไปต่อเดือนแน่นอน
 

เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ทั้งโครงการ และราคาเริ่มต้น

INFO: Real Research (Q1, 2562)
สิ่งสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึง ขณะที่ทำการเลือกซื้อโครงการที่อยู่อาศัย ก็คือเรื่องราคานั่นเอง หากเทียบราคาเริ่มต้นของยูนิตที่เหลือขายในแต่ละโครงการ Plum Condo จะมีราคาที่ต่ำกว่าเล็กน้อย เริ่มที่ 1.99 ลบ. ส่วนโครงการที่สูสีกันคือ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า เริ่มต้นที่ 2.01 ลบ.  แต่หากเทียบส่วนราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. ทั้งโครงการนั้น โครงการ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า จะเฉลี่ยถูกที่สุด อยู่ที่ 90,000 บ./ตร.ม.  หลังจากได้มีการเปรียบเทียบประเด็นหลักๆ ของแต่ละโครงการไปแล้ว ทั้งในเรื่อง ทำเล, การเดินทาง, ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ไปดูจุดเด่นอื่นๆ ที่ทำให้โครงการ Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า เป็นโครงการที่น่าอยู่ในฝั่งธนฯ กันดีกว่าค่ะ
 

โครงการสุดคุ้ม ย่านจรัญฯ ฝั่งธนฯ PARKLAND จรัญฯ-ปิ่นเกล้า

FACT SHEET

ชื่อโครงการ: Parkland จรัญฯ-ปิ่นเกล้า เจ้าของโครงการ: บริษัท นายารา จรัญ จำกัด ที่ตั้งโครงการ: ถ.จรัญสนิทวงศ์ 42 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด ประเภทโครงการ: คอนโดมิเนียม 22 ชั้น 3 อาคาร พื้นที่โครงการ: 11-2-75 ไร่ จำนวนยูนิต: 1,784 ยูนิต พื้นที่จอดรถ: 51% (รวมการจอดซ้อนคัน)
ลักษณะห้อง: Studio ขนาด 24.00 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 30.00 – 45.00 ตร.ม. 2 Bedrooms 1 Bathroom  ขนาด 45.00 – 49.50 ตร.ม. 2 Bedrooms 2 ฺBathrooms ขนาด 60.00 – 75.00 ตร.ม. พื้นที่ส่วนกลาง: Lobby / Fitness / Green Space 3.18 Rai / Swimming Pool & Jacuzzi / Jogging Track / Boxing Zone / Social Club / Sauna room / Golf Simulator / Co-Working Space / Meeting Room / Mini Theater
ความคืบหน้าโครงการ: สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้น: 2.01 ลบ. ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร: 90,000 บ. (Mar, 2019) ค่าส่วนกลาง: 45 บ./ตร.ม. ค่ากองทุน: 450 บ. จอง + ทำสัญญา: 10,000 บ.
 

FACILITIES

โครงการจะมีทั้งหมด 3 ตึก นับจากหน้าถนน ไล่มาเป็นตึก A, B และ C จะเป็นตึกที่อยู่ในสุด ชั้น 1-4 ของทุกตึกจะเชื่อมกัน เป็นที่จอดรถ และพื้นที่ Facility ส่วนกลาง และตั้งแต่ชั้น 5-22 จะเป็นอาคารแยก ที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัย จุดเด่นของแต่ละตึกหลักๆ จะอยู่ที่เรื่องส่วนกลาง ที่จะกระจายอยู่ตามแต่ละตึก เริ่มกันที่ตึก A ใต้อาคารจะมีร้านค้าอยู่ 4 ยูนิต ปัจจุบันมี 7-11 มาเปิดแล้ว และมี Lobby รองรับลูกบ้าน รวมไปถึงแขก ชั้น 4 ของตึก A จะมีสวนหย่อมขนาดเล็ก สำหรับเดินเล่น ซึ่งตึก A ส่วนกลางอาจจะน้อย แต่ถือว่าได้ข้อดีที่ติด MRT ที่สุด ลงจากตึกมาขึ้น MRT ได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านตึกอื่นๆ  ส่วนตึก B จะเป็นตึกที่มีส่วนกลางเกี่ยวกับการออกกำลังกายถึง 3 ชั้น ซึ่งใน 3 ชั้น จะประกอบไปด้วยเครื่องเล่น ออกกำลังกายจำนวนมาก และหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเหมือนยก Fitness First มาอยู่ในโครงการเลยทีเดียว และมี Boxing Zone, Yoga Fly Zone ภายในห้องน้ำจะมี Sauna อีกด้วย
และสุดท้าย ตึก C ซึ่งเป็นตึกที่อยู่ในสุด แต่จะได้รับวิวสะพาน และวิวแม่น้ำจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถ้าซื้อห้องทิศนั้น และชั้นสูงๆ ก็จะเห็นวิวเมืองสวยๆ แต่หากไม่ได้อยู่ห้องที่เห็นวิว ก็สามารถขึ้นมาชมวิวได้ที่ Rooftop ของตึก C ชั้น Rooftop นอกจากนั้นยังมี Co-working Space, Meeting Room, Mini Theater, Golf Simulator และ Sky Lounge ที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน
และบริเวณชั้น 4 ของตึก C จะมีสระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่กว่า Half Olympic ยาวถึง 50 ม. ใหญ่กว่าทุกโครงการในทำเลนี้ ซึ่งข้อเสียคืออาจจะอยู่ไกล MRT ไปซักหน่อย ต้องเดินผ่านหลายตึก แต่ทางโครงการก็เน้นให้ Facilities แบบจัดเต็มที่สุดกับตึกนี้ ลูกบ้านของทั้ง 3 ตึกจะสามารถใช้ Facility ของโครงการได้ทั้งหมด แม้ว่าจะอาศัยอยู่ตึกใดก็ตาม ซึ่ง Facility ของโครงการเน้นทุกไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนเมืองอย่างแท้จริง ด้วยค่าส่วนกลาง 45 บ./ตร.ม./เดือนเท่านั้น
  ► Facility ตึก A ► Facility ตึก B ► Facility ตึก C    

Show Unit – 1D – 30.50 sq.m.

ห้อง 1D เป็นห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.50 ตร.ม. เข้ามาในห้องจะเจอโซฟา และชั้นวางทีวี ซึ่งจุดเด่นคือระยะห่างของโซฟา และทีวี ที่สามารถวางโต๊ะกลาง และยังมีพื้นที่เดินผ่านเข้าห้องได้สบายมาก ส่วนของห้องครัวจะเป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนใสกั้นพื้นที่ ซึ่งโซนครัวนี้จะติดกับระเบียง สามารถเปิดระเบียงเพื่อระบายกลิ่น ขณะทำอาหารได้ ในส่วนของตู้เก็บของที่ทางโครงการเว้นพื้นที่ไว้ให้ จะมีต่อท่อไว้ให้ด้วย เพื่อสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ และเพิ่มชั้นเก็บของด้านบนได้ 
 

Show Unit – 1E1 – 34.50 sq.m.

ห้อง 1E1 จะมีพื้นที่เท่ากันกับห้อง 1F1 ซึ่งก็คือขนาด 34.50 ตร.ม. โดยจะมีการจัดห้องต่างกัน โดยห้อง 1E1 จะมีจุดเด่นคือ ครัวแบบปิด และพื้นที่ส่วนครัวติดระเบียง เปิดหน้าต่างทำครัวได้ นอกจากนี้ จุดเด่นอีกข้อคือ ห้องนอนมีพื้นที่กว้าง สามารถทำ Walk-in Closet ได้ โดยในแบบห้องตัวอย่างจะมีตู้เสื้อผ้า และกระจกกั้นที่เว้นระยะประมาณ 50 ซม. สามารถเข้าไปยืนได้ และหากไม่ใช้งานสามารถปิดไว้ได้
 

Show Unit – 1F1 – 34.50 sq.m.

ห้อง 1F1 จะมีพื้นที่เท่ากันกับห้อง 1E1 ซึ่งก็คือขนาด 34.50 ตร.ม. โดยจะมีการจัดห้องต่างกัน โดยห้อง 1F1 จะมีจุดเด่นคือ ห้องนอนที่ติดระเบียง และครัวแบบเปิด แปลนห้องจึงมีลักษณะ Open Plan มากขึ้น ทำให้ห้องดูไม่แคบ และที่สำคัญคือมีพื้นที่ห้องอเนกประสงค์เพิ่มมา สามารถวางเตียง 3 ฟุตได้ หรือจะทำเป็นห้องทำงานแบบห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกัน ซึ่งหากใครไม่อยากได้ครัวเปิด สามารถกั้นประตูเลื่อนเพิ่มเติมให้เป็นครัวปิด เพื่อป้องกันกลิ่นได้อีกด้วย
 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตาม LINK ด้านล่าง

PARKLAND Charan-Pinklao