The City ปิ่นเกล้า – บรมฯ

The City ปิ่นเกล้า - บรมฯ

โครงการ The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยว Luxury ที่น่าสนใจในย่านปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 1 โดยราคาเริ่มต้นของโครงการอยู่ที่ 16.9-25 ลบ. จุดเด่นคือเรื่องของทำเลที่อยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กับอีกข้อหนึ่งคือ ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้านที่ให้มาอย่างจัดเต็ม โดยหลังใหญ่สุดของโครงการมีขนาดถึง 500 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 130 ตร.วา.

ในบทความนี้ทาง Realist จะพาผู้อ่านไปดูบทวิเคราะห์ของโครงการที่มีการบอกเล่าถึงจุดเด่นของโครงการตามที่กล่าวไปข้างต้นแบบละเอียด ทั้งเรื่องของทำเล ซึ่งย่านปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 1 นั้นถือว่าเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการมาถึงของทางพิเศษศรีรัช กับเส้นรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ตลิ่งชัน อีกข้อหนึ่งที่จะวิเคราะห์คือเรื่องของ พื้นที่ใช้สอยในบ้าน ซึ่งมีการออกแบบได้อย่างน่าสนใจครับ

.

FACT

Project Name : The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ
Developer : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด
Location : ซ.บรมฯ 60 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน
Land area : 65 ไร่ 60 ตร.วา
No. of Units : 150 หลัง

Unit Mixed :
City Lux Lodge
 (500 ตร.ม.)
City Myer (388 ตร.ม.)
City Dweller (380 ตร.ม.)

Facilities : Clubhouse 2 ชั้น, Fitness, Swimming pool, Co-Working Space, Garden, Access control, 24-hours security, CCTV
Expected Completion : คาดว่าแล้วเสร็จปลายปี 2562
Common Expense : ราคาเริ่มต้น 16.9-25 ลบ. , ค่าส่วนกลาง = 22 บ./ตร.ว. , เงินจอง = 50,000 บ. , ทำสัญญา = 150,000 บ. 

.

ความโดดเด่นของโครงการ

ความโดดเด่นของโครงการนั้น จากการวิเคราะห์ทาง Realist ได้แบ่งจุดเด่นเป็นทั้งหมด 3 ข้อหลักด้วยกัน คือ เรื่องของทำเล, พื้นที่ใช้สอย และส่วนกลาง ซึ่งตัวทำเลของโครงการนั้นถือว่าใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร หากเดินทางด้วยรถยนต์ ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ถัดไปในโซนพระราม 5 ก็จะมี รร.เด่นหล้า หรือถัดไปในโซนพุทธมลฑลก็จะมีมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา ในเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะในตอนนี้ก็จะมีเส้นรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ตลิ่งชัน กำลังก่อสร้างอยู่

ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยนั้น เนื่องจากโครงการมีบ้านทั้งหมด 3 Type เรียงตามขนาด คือ City Dweller (380 ตร.ม.), City Myer (388 ตร.ม.) และ City Lux Lodge (500 ตร.ม.) ซึ่งทาง Realist จะนำบ้านหลังใหญ่ของโครงการคือ City Lux Lodge มาวิเคราะห์แบบเจาะลึก ถึง Design และ Function ของตัวบ้าน เพื่อให้ผู้อ่านได้ใช้ในการพิจารณาสำหรับเลือกซื้อกันครับ

วิเคราะห์ข้อเด่นของทำเล

1. ทำเลของโครงการสามารถเชื่อมต่อไปยังย่านสำคัญได้หลายย่าน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการ The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ โดดเด่นคือเรื่องของทำเล ซึ่งในพื้นที่ตั้งของโครงการนั้นถือว่ามีการเติบโตของเมืองเรื่อยมาตลอด 10 ปีนี้ หากมองจากภาพประกอบด้านบน จะเห็นส่วน Highlight หมายเลข 1 คือพื้นที่ฝั่งธนเดิมที่มีความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัยในทำเลนี้ ซึ่งจะครอบคลุมไปตลอดแนวเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ 

โดยปัจจุบันทำเลนี้ได้มีโครงการใหม่ๆหลายโครงการเกิดขึ้นทั้ง ที่อยู่อาศัยแนวราบและอาคารสูง ความหนาแน่นของประชากรจึงเพิ่มขึ้น ราคาที่ดินก็เพิ่มสูงขึ้นตาม จึงทำให้มีการขยายพื้นที่ออกมาจากบริเวณเดิมไปยังเขตพุทธมณฑล ซึ่งมีข้อดีคือพื้นที่ส่วนใหญ่ยังสามารถรองรับการขยายตัวได้อีกมาก อีกทั้งราคาที่ดินยังไม่สูง ในขณะเดียวกันก็สามารถเดินทางไปยังย่านสำคัญอื่นๆได้โดยง่ายเช่นเดิม ทั้งจากถ.บรมราชชนนี เชื่อมเข้าสู่ฝั่งพระนคร และถ.เพชรเกษมเชื่อมไปยังถ.สาทรใต้เข้าเขต CBD 

 

ปัจจุบันกทม. และหน่วยงานท้องถิ่นได้ลงทุนพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในทำเลฝั่งธนฯ ในหลายส่วน ส่งผลให้การสัญจรไปมาระหว่างฝั่งธนฯกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ ทั้งย่านใจกลางเมือง, โซนตะวันออก, โซนตะวันตก และโซนเหนือ เดินทางได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมศักยภาพของพื้นที่และเปิดให้มีการพัฒนาที่ดินในทำเลใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

พื้นที่ตั้งโครงการเป็นทำเลที่เชื่อมต่อกับ ถ.เพชรเกษม และฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ รวมถึงฝั่งตลิ่งชัน, บางกรวย และ จ.นนทบุรี โดยถ.เพชรเกษมนี้ยังเชื่อมไปยัง ถ.จรัญสนิทวงศ์, ถ.บรมราชชนนี, ถ.กาญจนาภิเษก และ ถ.ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนั้นปัจจุบันยังมีทางด่วนศรีรัช กับ เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ตัดผ่าน ทำให้ย่านนี้เชื่อมต่อกับเมืองโดยสมบูรณ์

ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก

image : exat.co.th

จุดต่อเชื่อมกับถนนสายหลักและต่อเชื่อมกับทางพิเศษ รวม 8 แห่ง ประกอบด้วย
1. จุดต่อเชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก เข้าสู่ด่านกาญจนาภิเษก
2. จุดต่อเชื่อมกับถนนราชพฤกษ์ เข้าสู่ด่านราชพฤกษ์
3. จุดต่อเชื่อมทางยกระดับบรมราชชนนี (ขาเข้าเมือง) เข้าสู่ด่านบรมราชชนนี
4. จุดต่อเชื่อมถนนสิรินธร ถนนเทิดพระเกียรติ และพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟบางบำหรุเข้าสู่ด่านบางบำหรุ
5. จุดต่อเชื่อมถนนจรัญสนิทวงศ์ และโครงการสะพานเกียกกาย (ในอนาคต) เข้าสู่ด่านจรัญสนิทวงศ์ 2
6. จุดต่อเชื่อมถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณหน้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ถนนบางกรวยไทรน้อย) เข้าสู่ด้านจรัญสนิทวงศ์ 1)
7. จุดต่อเชื่อมกับถนนประชาราษฏร์สาย 1 ถนนรัชดาภิเษกฝั่งพระนคร ถนนพิบูลย์สงครามเข้าสู่ด่านพระราม 6
8. จุดต่อเชื่อมกับทางพิเศษศรีรัชและถนนกำแพงเพชร 2 เข้าสู่ด่านศรีรัช

ฝั่งกรุงเทพฯ ถึง ฝั่งธนฯ สามารถเดินทางได้ถึงกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตก เปิดให้บริการแล้ว โดยเชื่อมต่อระหว่างวงแหวนกาญจนา (ใกล้หมู่บ้านชวนชื่น)/บรมราชชนนี/ตลิ่งชัน/ราชพฤกษ์/สิรินธร/จรัญสนิทวงศ์/การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย/พระราม 7/หมอชิต และทางด่วนขั้นที่ 2 (เข้าเมือง) โดยเป็นเส้นทางเหมาะสำหรับการเดินทางในย่านวงแหวนกาญจนาฯ สถานีขนส่งสายใต้ (ใหม่) มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ฉิมพลี  พุทธมณฑล ตลิ่งชัน บางกอกน้อย สถานีขนส่งสายใต้ (ใหม่เดิม) ราชพฤกษ์ บรมราชชนนี บางบำหรุ บางพลัด บางอ้อ บางกรวย วงศ์สว่าง เส้นทางนี้สามารถเลือกขึ้น-ลงระดับดินได้ในบริเวณ หมอชิต อตก. สวนจตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว และยังเชื่อมต่อเข้าสู่ทางด่วนขั้นที่ 2 ทั้งขาไปและกลับเพื่อมุ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้โดยสะดวก (ใช้เวลาเพียง 15 นาที จากวงแหวนกาญจนาฯ ถึงหมอชิต)

รถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ตลิ่งชัน

รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนของสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2552 แล้วเสร็จเมื่อปี 2555 ประกอบด้วย 3 สถานี คือ สถานีตลิ่งชัน สถานีบางบำหรุ และสถานีบางซ่อน ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 3 สถานี คือ สถานีบ้านฉิมพลี สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีสะพานพระราม 6

ข้อเสียของโครงการนี้คือปกติราคาที่ดินใกล้สถานีรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นปีละ 7-10% แต่สำหรับบริเวณนี้เพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ในปี 2558-2559 โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยเฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นปีละ 2.4% เหตุผลหลักคือ เส้นทางนี้ยังไม่สามารถวิ่งได้ตลอดระยะตามแผนของเส้นสีแดงนั่นเอง ก็อาจจะต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตเมื่อสร้างเสร็จครบทั้งสาย ย่านนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง  

.

เส้นทางมายังโครงการ

สำหรับในเส้นทางที่สามารถเดินทางมายังโครงการได้ โดยหลักแล้วมีอยู่สองเส้นทางด้วยกัน เส้นทางแรกคือ ถ.บรมราชชนนี ซึ่งเชื่อมต่อมาจากบริเวณ ถ.จรัญสนิทวงศ์ กับอีกเส้นทางคือ วิ่งมาจากตัวเมือง ด้วยทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก สามารถอ่านรายละเอียดการเดินทางทางด้านล่างได้เลยครับ

เส้นทางที่ 1 – มาจากทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก

ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก หากมาจากเส้นทางนี้ ส่วนใหญ่จะขึ้นมาจากบริเวณ หมอชิต อตก. สวนจตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว จากนั้นให้วิ่งตรงยาวมาตามเส้นทาง จะเจอกับจุดลงบริเวณที่ตัดกับเส้นถ.วงแหวนรอบนอก-กรุงเทพฯฝั่งตะวันตก จากนั้นวิ่งจากเส้นนี้ตรงมาอีกประมาณ 3.2 กม. จะเจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายตัดเข้าเส้น ถ.บรมราชชนนี ขับตรงมาอีก 1.1 กม. โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ในซอยบรมฯ 60

เส้นทางที่ 2 – มาจากเส้นบรมราชชนนี

เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อมาจากถ.จรัญสนิทวงศ์ หรือไม่ก็เป็นการเดินทางที่มาจากฝั่งพระนครข้ามสะพานซังฮี้มา โดยสามารถขับตรงมาจากเส้นจรัญประมาณ 15 กม. ให้ขับผ่านแยกที่ตัดกับเส้นถ.วงแหวนรอบนอก-กรุงเทพฯฝั่งตะวันตก ไปกลับรถที่บริเวณถ.พุทธมณฑลสาย 2 แล้วขับตรงมายังเส้นบรมราชธานี โดยโครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ในซอยบรมฯ 60

.

Facilities ฝั่งธนและย่านปิ่นเกล้า

Facilities โดยรอบโครงการ

โดยรอบของย่าน พุทธมณฑลสายหนึ่งนั้น ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร แม้จะไม่อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ก็มีห้างประเภท Avenue กระจายอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะเส้นถ.ราชพฤกษ์ ที่จะดูคึกคักเป็นพิเศษ โดย Facilities หลักๆที่กระจายอยู่โดยรอบก็จะมี The Circle กับ Food Villa ห่างไปหน่อยบริเวณเส้นกาญจนา ก็จะมี The Paseo Park กับ รพ.ธนบุรี 2 

ถัดไปอีกบริเวณเส้นถ.ปิ่นเกล้า ก็จะมี เซนทรัลปิ่นเกล้า กับเส้นศาลายา จะเป็นที่ตั้งของม.มหิดล ซึ่งส่วนใหญ่การเดินทางภายในย่านนี้จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวจึงจะสะดวกมากที่สุด เพราะไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่าน 

 

Facilities ที่สามารถเดินทางจากโครงการได้สะดวก

เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

 

มหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา

โรงเรียนเด่นหล้า พระราม5

 

SC Plaza 4.7 กม.


Image : mushroomtravel.com

Thonburi Hospital 5.7 กม.


Image : honestdocs.co

Food Villa 7.1 กม.


Image : foodvillaweb

The Circle 7.4 กม.


Image : th.tripadvisor

The Paseo Park 7.4 กม.


Image : tnnthailand

The Bloc 8.5 กม.


Image : EDTguide

.

วิเคราะห์ข้อเด่นของบ้าน

Surrounding

บริเวณโดยรอบโครงการ The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นเขตผังสีแบบที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งไม่สามารถก่อสร้างเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ได้นอกจากที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว จึงยังคงมีพื้นที่ดินเปล่า กระจายอยู่โดยรอบ โดยทางฝั่งทิศเหนือของโครงการจะเป็นที่ดินเปล่ากับหมู่บ้านจัดสรร 

ในทิศตะวันออกจะติดกับคลองบัวโดยในทิศนี้จะสามารถเดินทางเข้ามายังตัวโครงการได้จาก ถ.พุทธมณฑลสาย 1 เข้ามายังซอย 35 ในทิศใต้จะเป็นเส้นทางหลักที่ติดกับ ถ.บรมราชชนนี โดยสามารถเข้ามายังโครงการได้ผ่าน ซ.บรมฯ 60 ในระยะทางเพียง 150 เมตรบริเวณนี้จะมีที่ดินเปล่ากับบ้านพักอาศัยเช่นเดียวกันกับทิศอื่นๆ

จุดเด่นของบ้านแต่ละแบบ

.

ข้อแตกต่างของ The City ปิ่นเกล้า – บรมฯ กับโครงการอื่น

นันทวัน-ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์
เจ้าของโครงการ :  Land & House
ราคา : เริ่มต้น 19.8 ลบ.
จำนวนหลัง : 
381 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 
238 – 397 ตร.ม.

อยู่ในบริเวณเดียวกันกับโครงการ The City บนถ.บรมราชชนนี ใกล้กับเส้นราชพฤกษ์ การเดินทางเข้าออกเมืองจึงใกล้เคียงกัน ส่วนราคาของโครงการเริ่มต้นจะสูงกว่า มีจำนวนยูนิตภายในโครงการค่อนข้างเยอะ ทำให้ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า The City และพื้นที่ใช้สอยของบ้านมีน้อยกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-จรัญฯ
เจ้าของโครงการ :  SC Asset
ราคา : เริ่มต้น 30 ลบ.
จำนวนหลัง : 
92 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 
484 – 588 ตร.ม.

โครงการตั้งอยู่บนเส้นถนนตัดใหม่ พรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 เชื่อมต่อเข้าสู่เส้นจรัญฯโดยตรง ทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวก โครงการมีราคาเริ่มต้นแพงที่สุดในย่าน เนื่องจากขนาดพื้นที่ใช้สอยต่อหลังค่อนข้างเยอะ และมีจำนวนยูนิตในโครงการที่น้อยเพียง 92 หลัง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง

นาราสิริ ปิ่นเกล้า-สาย1
เจ้าของโครงการ : แสนสิริ
ราคา : เริ่มต้น 22.5 ลบ.
จำนวนหลัง : 
57 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 
294 – 380 ตร.ม.

เป็นโครงการที่อยู่ติดกับเส้น ถ.พุทธมณฑลสาย 1 แต่ห่างจากจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชมากกว่า The City ราคาเริ่มต้นสูงกว่า แต่แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวในโครงการที่สูงเพราะมีจำนวนยูนิตเพียง 57 หลัง จุดด้อยคือมีพื้นที่ใช้สอยของบ้านน้อยเมื่อเทียบกับราคา

บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ สาทร- ราชพฤกษ์
เจ้าของโครงการ :  SC Asset
ราคา : เริ่มต้น 18 ลบ.
จำนวนหลัง : 
134 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 
356-538 ตร.ม.

มีราคาและขนาดของบ้านใกล้เคียงกับโครงการ The City มากที่สุด แต่ในเรื่องทำเลแล้วถือว่าเสียเปรียบเพราะอยู่ในถนนเส้นเล็กอย่างบางแวก ซึ่งอยู่ห่างจากทางพิเศษศรีรัชมากกว่า ความเป็นส่วนตัวพอๆ กันกับ The City ด้วยจำนวนยูนิต 134 หลัง

คาซ่า แกรนด์ เพชรเกษม-สาย1
เจ้าของโครงการ : คาซ่าวิลล์ (เครือควอลิตี้เฮ้าส์) 
ราคา : เริ่มต้น 10 ลบ.
จำนวนหลัง : 
75 หลัง
พื้นที่ใช้สอย : 
206 – 266 ตร.ม.

มีราคาเริ่มต้นน้อยที่สุดเพียง 10 ลบ. แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ใช้สอยที่น้อย โครงการอยู่ติดถ.พุทธมณฑลสาย1 ข้อดีคือใกล้กับเส้นเพชรเกษม และความเป็นส่วนตัวที่สูงเพราะมีจำนวนยูนิตเพียง 75 หลัง

2. บ้านหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยสมราคา

วิเคราะห์บ้าน TYPE CITY LUX LODGE

ความโดดเด่นของพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ

1. ที่จอดรถ สามารถจอดรถได้ 4 คัน ตอบโจทย์การใช้สอยของครอบครัวใหญ่

ส่วนที่โดดเด่นข้อแรกคือ เรื่องของพื้นที่จอดรถ ที่เป็นการจอดเรียงกัน 4 คัน 2 ช่วงเสา โดยในจุดนี้มีสวิทซ์ไฟและปลั๊กชาร์จไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคได้ อีกทั้งระบบไฟจะยังเชื่อมต่อกับ Smart Phone ทำให้สามารถควบคุมด้วยมือถือได้

ส่วนประตูรั้วเป็นแบบระบบไฟฟ้า พื้นที่ส่วนจอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านมาให้ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนของ Foyer ภายในบ้าน ลักษณะเป็นประตูไม้บานเปิด 2 บานซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากไม้สัก

.

2. ส่วนรับแขกขนาดใหญ่และมี Double Volume

ส่วนรับแขกด้านหน้าถือเป็นอีกหนึ่ง Highlight ของบ้าน Type นี้ เนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีช่องเปิดบานสูงเต็มบานทำให้ได้รับแสงสว่างจากภายนอกอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นรูปแบบ Double Volume ทำให้ส่วนนี้ค่อนข้างโปร่ง และโล่ง ส่วนพื้นห้องปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60×60 ซม. และดวงโคมเป็นแบบ Downlight ชนิดกลมขนาด 4 นิ้ว 

เนื่องจากในส่วนนี้เป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าของบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่แบบ Public โครงการจึงทำห้องในลักษณะเดียวกันขึ้น แต่นำไปไว้ด้านในของตัวบ้านแบบ Private สำหรับให้คนในครอบครัวใช้แทน พื้นที่แบบนี้จึงมีในตัวบ้านสองส่วนแยกออกจากกัน ถือเป็นการจัดวาง Function ที่ชัดเจนและเหมาะสมแก่การใช้งาน

.

3. ห้อง Family Room, Dining และPantry เชื่อมต่อเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่

พื้นที่สามส่วนด้านในของตัวบ้านที่เชื่อมต่อกันเป็นผังแนวยาว คือโซน Semi-Private ของบ้าน สำหรับให้คนในครอบครัวได้ใช้สอย ส่วนเด่นข้อแรกคือพื้นที่รับประทานอาหารที่โปร่งโล่ง วางโต๊ะทานข้าวขนาด 8 ที่นั่งได้อย่างสบาย และถือเป็นอีกมุมสำหรับสังสรรค์ของบ้านเนื่องจากเชื่อมต่อกับ พื้นที่เตรียมอาหารที่สามารถทำอาหารแบบง่ายๆ ได้ ซึ่งถัดไปยังส่วนในจะเป็นครัวสำหรับทำอาหารแบบหนักๆ 

อีกฝั่งหนึ่งของส่วนรับประทานอาหารคือพื้นที่นั่งเล่น หรือ Family Area  สำหรับคนในครอบครัวได้ใช้งาน ขนาดของพื้นที่ใกล้เคียงกับส่วนรับแขกแตกต่างกันที่ ไม่มีSpace แบบ Double Volume แต่ชดเชยด้วยช่องเปิดขนาดใหญ่รอบด้าน ยาวไปถึงส่วนทานอาหาร ทำให้ภาพรวมของผังด้านนี้มีความสว่าง และโปร่งโล่ง ในเวลากลางวันจึงแทบไม่ต้องเปิดดวงไฟ

.

4. ห้อง Master Bedroom สุดกว้าง มาพร้อมกับ Private Living และระเบียงขนาดใหญ่

จุดเด่นหลักอีกส่วนหนึ่งของบ้านคือ Master Bedroom ที่มีพื้นที่เกิน 1 ใน 3 ของชั้นสอง เมื่อเข้ามาในห้องจะพบกับพื้นที่นั่งเล่น หรือ Private Living ตัว Function ซึ่งมีขนาดกว้างพอๆ กับส่วนรับแขกเลยทีเดียว อีกทั้งยังเชื่อมต่อออกไปยังส่วนระเบียงภายนอกที่มีประตูบานเลื่อนกระจกเต็มบานสามารถ Take View ได้อย่างชัดเจน โดยตัวระเบียงนั้นมีส่วนของหลังคาคลุมทำให้สามารถนำ Furniture Outdoor ไปจัดวางเป็นส่วนนั่งเล่นด้านนอกได้

ถัดมาพื้นที่ Bedroom มีขนาดกว้างขวาง สามารถวางเตียงคิงไซต์ได้แบบพื้นที่เหลือๆ ปลายเตียงสามารถจัดเป็นชุดโซฟาได้อีก เรื่องจากระยะระหว่างทีวีกับเตียงจะค่อนข้างไกลกันพอสมควร ส่วน Walk-in Closet นั้นถูกออกแบบให้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าที่มีความสูงไปจนถึงฝ้าเพดานได้ และระยะการกลับตัวในส่วนนี้ก็มีมากพอสมควรจนสามารถเดินสวนกันได้ ส่วนตัวห้องน้ำจะไม่ได้รับวิวเพราะช่องเปิดมีขนาดเล็ก มีอ่างล้างหน้ามาให้ 2 อ่าง และ Bathtub ขนาดไม่ใหญ่มากนัก  

Function อื่นๆของบ้าน Type City Lux Lodge

.

ทางสัญจรของบ้านถูกแบ่งประเภทการใช้งานอย่างชัดเจน

ทางสัญจรของบ้านถูกแบ่งออกเป็นสามเส้นทาง คือ

1. Visitor Route – เส้นสีแดง เป็นทางสัญจรของแขก คือส่วนประตูบานเลื่อนด้านหน้าของตัวบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนรับแขก

2. Family Route – เส้นสีเหลือง เป็นทางสัญจรของคนในบ้าน ซึ่งจะเชื่อมไปยังส่วน Private ของบ้านในแต่ละจุด โดยเส้นของแขกกับคนในบ้านจะมาบรรจบกันบริเวณโถงตรงกลางที่พาดผ่านระหว่าง ส่วนรับประทานอาหาร และ Family room

3.Maid Route – เส้นสีน้ำเงิน เป็นทางสัญจรของ Maid โดยจะเชื่อมไปยังส่วน Service ของบ้านคือห้องครัวและพื้นที่ซักล้าง ซึ่งห้องนอนและน้ำ Maid จะอยู่บริเวณนี้เช่นกัน

ข้อดีของการจัด Function แบบนี้ ทำให้การใช้งานในพื้นที่ต่างๆถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นระบบ คนในบ้านก็มีความเป็นส่วนตัวสูง โดยแขกจะมีพื้นที่ที่ใช้งานได้อยู่ 2 ส่วนหลักคือห้องรับแขก กับส่วนรับประทานอาหาร ส่วน Maid จะถูกแยกออกไปอยู่ในพื้นที่ Service ซึ่งห้องครัวจะเป็นตัวกลางในการกั้นระหว่างสองโซนนี้ออกจากกัน (Family Route กับ Maid Route)

ส่วนผนังและช่องเปิดของบ้านเอื้อต่อการ Take View และรับแสงธรรมชาติ

ส่วนที่โดนเด่นอีกข้อหนึ่งของบ้าน Type City Lux Lodge คือ ช่องเปิด โดยส่วน Function หลักๆ จะมีช่องเปิดค่อนข้างกว้างและสูงถึงฝ้า ยกตัวอย่างเช่นส่วนของห้องรับแขกที่เป็น Double Volume จึงมีช่องเปิดที่สูงทำให้รับแสงสว่างอย่างเต็มที่ โดยด้านบนของส่วนรับแขกจะเป็นห้องพระ (Prayer Room) จุดเด่นคือมีกระจกเต็มบานติดไว้ทำให้มุมมองของผู้ที่อยู่ด้านบนสามารถมองทะลุไปยังภายนอก และด้านล่างของบ้านได้

อีกจุดหนึ่งคือส่วนของ Master Bedroom ที่มีช่องเปิดเชื่อมต่อกันตั้งแต่ส่วนระเบียงของพื้นที่นั่งเล่นจนถึงส่วนห้องนอน แต่ลักษณะการใช้งานของห้องนี้ส่วนใหญ่จะเปิดตอนกลางคืน และมักจะปิดม่าน ดังนั้นช่องเปิดจึงอาจจะถูกใช้เปิดรับลมเพื่อระบายอากาศ ให้ห้องอากาศถ่ายเทในเวลากลางวัน ส่วนด้านในของตัวบ้านชั้น 1 บริเวณรับประทานอาหารและ Family Room ก็มีช่องเปิดค่อนข้างเยอะเช่นกัน (หน้าต่างรอบห้อง) ซึ่ง Function นี้เหมาะสมกับการใช้งานพื้นที่ในเวลากลางวันอยู่แล้วจึงสอดคล้องกับแสงสว่างที่เข้ามา และทำให้ห้องโปร่งโล่งอากาศถ่ายเท 

.

Type บ้านหลังอื่นๆ ของโครงการ

City Myer

City Dweller

.

3. ส่วนกลางตอบโจทย์การพักผ่อน น่าใช้งาน

Club House

ส่วนกลางของโครงการนั้นมีพื้นที่ถึง 2 ไร่ ด้วยกันซึ่งตอบรับกับจำนวนยูนิตของโครงการ ในส่วนแรกคือ Club House 2 ชั้น ในชั้นแรกจะเป็นส่วน Lobby ที่มี Space ภายในเป็น Double Volume เปิดมุมมองเชื่อมกับส่วน สระว่ายน้ำระบบเกลือด้านนอกที่มีความกว้างถึง 9 x 16 ม. ลึก 1.2 ม. อีก Function ในชั้นนี้คือ Co-Working Space ที่ปัจจุบันโครงการใหม่ๆ มักจะทำส่วนนี้ออกมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้สอยของลูกบ้านในปัจจุบัน

ชั้นที่สองของ Club House คือส่วน Fitness ซึ่ง Take View สวนด้านนอก ซึ่งสวนด้านนอกโครงการมีขนาดกว้างขวาง ขนานกับผังโครงการ โดยสวนจะเน้นสนามหญ้าตัดสลับกับทางเดินเล่นเป็นเส้นสาย มีชิงช้าวางอยู่ตรงกลาง โดยสามารถใช้เส้นทางรอบสวนเป็น Jogging Tack วิ่งออกกำลังกายได้

Swimming Pool

Lobby

Garden

.

สรุปทุกประเด็นของโครงการ The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ

ภาพรวมของโครงการ The City ปิ่นเกล้า-บรมฯ สิ่งที่โดดเด่นในข้อแรกคือเรื่องของ ทำเล และการเดินทาง เพราะโครงการอยู่ติดกับถนนเส้นหลักอย่าง ถ.บรมราชชนนี ซึ่งสามารถใช้วิ่งยาวเข้าออกตัวเมืองได้โดยตรง อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นหลักอื่นๆ ในย่านได้อย่างสะดวก ทั้ง โซนปิ่นเกล้า, ถ.พุทธมณฑลสาย 1, ถ.พรานนก-พุทธมณฑลสาย 4, รวมถึงโครงการยังอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกอีกด้วย

อีกข้อหนึ่งคือทางทิศเหนือของโครงการยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ตลิ่งชัน ตัดผ่าน ซึ่งจะวิ่งไปเชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อที่กำลังพัฒนาเป็นพื้นที่ Mixed-Use ในอนาคตอันใกล้ โดยรวมจะเห็นว่าย่านนี้ยังคงมีการขยายตัวได้อีกมากในอนาคต

ในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ถือว่าโครงการออกแบบมาได้ตอบโจทย์กับการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้แบบครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่ร่วมกันหลาย Generation ประกอบกับ Function ที่ครบครันและ Spec ที่ได้มาตรฐานเหมาะสมกับราคา

ส่วนสุดท้ายคือเรื่องของส่วนกลาง โครงการถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป โดยมีข้อเด่นอยู่ที่ขนาดของสวนภายในโครงการที่ให้มาถึง 2 ไร่ด้วยกัน โดยสรุปคือโครงการนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมองหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ อยู่กันหลายคน ในทำเลที่มีการเดินทางสะดวกพอสมควร และส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลักครับ