สรุปความแตกต่างของ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย

ที่มา : thefinebangkok.com

SANKYO HOME (THAILAND) จับมือ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น KEIHAN REAL ESTATE พัฒนาคอนโดหรูแห่งใหม่กลางทองหล่อ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท ด้วยการออกแบบสไตล์ Luxury Modern Japanese ตอบรับความต้องการคนรุ่นใหม่ 

นายสุทธิพงษ์ ไชยลังกา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด SANKYO HOME (THAILAND) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด (KEIHAN REAL ESTATE Co.,Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท เคฮัง โฮลดิ้งส์ จำกัด (Keihan Holdings Co.,Ltd.) ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.1910

เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทยร่วมกันในลักษณะโครงการร่วมทุน (Joint Venture) เป็นโครงการแรก ภายใต้ชื่อโครงการ “The FINE Bangkok” (เดอะฟายน์ แบงค็อค) บนย่านทองหล่อ-เอกมัย คอนโด High Rise สไตล์ Luxury Modern Japanese

ซึ่งทาง REALIST จะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก 2 ผู้พัฒนาคอนโดสุดหรูสไตล์ญี่ปุ่นแห่งนี้ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ของตัวโครงการด้วยครับ

 

1. 2 Japanese Developers มากประสบการณ์

SANKYO HOME ได้เริ่มต้นพัฒนาโครงการอยู่อาศัยในเมืองมาตั้งแต่ปี 1994 โดยมี 4 ธุรกิจหลัก คือ พัฒนาโครงการอยู่อาศัยในเมือง, เช่าอาคาร, ปรับแต่งอาคาร และซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีบริษัทประจำเมืองในญี่ปุ่นอยู่ 4 เมือง รวมถึงในประเทศไทย ในชื่อ SANKYO HOME (THAILAND)

โดยบริษัทมีวิสัยทัศน์ในเรื่อง “To build the property being in harmony with the city and Nature” ที่เน้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่มีความยั่งยืน มีความกลมกลืนไปกับเมืองและธรรมชาติ 

ซึ่งมีผลงานขยายจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทยในปี 2014 ในกรุงเทพฯ กับโครงการแรกอย่างคอนโดโมนีค สุขุมวิท 64 

กลุ่ม KEIHAN REAL ESTATE เป็นบริษัทพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงการพาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 100 ปี โดยมีผลงานที่โดดเด่นอย่าง Keihan City Mall, Hirakata Park, Hotel Keihan Kyobashi Grande และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงโครงการรถไฟประจำภูมิภาคคันไซ (Kansai) โดยมีเส้นทางที่ผ่านเมืองประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น 3 เมือง อย่าง โอซาก้า, ชิกะ และเกียวโต ที่เป็นเมืองหลวงเก่า ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี 

รูปภาพ :  japan-magazine.jnto.go.jp / Keihan

เบื้องหลังความสำเร็จและความพิเศษของแบรนด์ The FINE SERIES 

โครงการ The FINE SERIES เป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งรูปแบบคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ซึ่งได้เปิดตัวไปแล้วหลายโครงการในญี่ปุ่น โดยเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมได้แก่ FINE FLAT ที่เมืองโอซาก้า, FINE CITY, FINE Resident ที่เมืองโอซาก้า และ The FINE Tower UMEDA TOYOSAKI ที่ย่านอุเมดะ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศญี่ปุ่น โดยในโครงการ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย ได้มีการร่วมทุนในนามของ SANKYO HOME (THAILAND) กับ KEIHAN REAL ESTATE ซึ่งกลุ่ม SANKYO HOME (THAILAND) กับ KEIHAN REAL ESTATE เห็นศักยภาพในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ที่เหมาะสมต่อการลงทุน เพราะว่ามีความต้องการของทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ในทำเลที่น่าดึงดูดอย่าง เอกมัย โดยตอนนี้กำลังจะมาเปิดตัวโครงการแรกในแบรนด์เดียวกัน คือ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย

ซึ่งความพิเศษของการมี Developer ค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นร่วมมือกันถึง 2 เจ้า ที่เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนานทั้งคู่ นอกจากที่เราจะได้การรับประกันคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโครงการแล้ว การมีเจ้าของประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการออกแบบถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษสูงสุด นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด ทั้งในส่วนของแนวความคิดในการออกแบบ ตั้งแต่ลักษณะกายภาพ ภาพรวมของโครงการ ไปจนถึงลักษณะการดำเนินชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดย Developer ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้งานจุดต่างๆ ที่ต้องเกิดการใช้ประโยชน์ได้จริง ตอบสนองต่อผู้อยู่อาศัย และคำนึงถึงการใช้งานในระยะยาวในอนาคต ที่ต้องเป็นการใช้งานที่ตอบสนอง สะดวก ง่าย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกบ้านได้จริงๆ เท่านั้น ถึงจะเลือกนำมาใช้ในโครงการ ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษในความพิถีพิถันในการคิดและจัดตั้งโครงการ ซึ่งนับว่าหาได้ยากและเกิดขึ้นได้น้อยในปัจจุบันนี้

The FINE TOWER

FINE CITY

2. The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย ครั้งแรกในประเทศไทย

FACT

โครงการ : เดอะ ฟายน์ แบงค็อค ทองหล่อ-เอกมัย The FINE Bangkok Thonglor-Ekamai

เจ้าของโครงการ : SANKYO HOME (THAILAND) และ KEIHAN REAL ESTATE

ผู้ออกแบบ : บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด 

ที่ตั้ง : ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

เนื้อที่ทั้งหมด : ประมาณ 1-1-5 ไร่

จำนวนตึก : 1 อาคาร

จำนวนชั้น : 31 ชั้น

จำนวนห้อง : 220 ยูนิต

ลักษณะห้องและขนาดห้อง

1 Bedroom เริ่มต้น 34.5 – 35.0 ตร.ม.

2 Bedrooms เริ่มต้น 50.5 – 56.5 ตร.ม.

Penthouse เริ่มต้น 76.5 – 92.0 ตร.ม.

ที่จอดรถ : แบบอัตโนมัติ คิดเป็น 70% หรือ 154 คัน

พื้นที่ส่วนกลาง :

Fine Sky : Wine Lounge/ Karaoke Room/ Kids Room/ Co-Kitchen Room/ Fitness/ Golf Club

Fine Retreat : Swimming Pool/ Hot Pool/ Pool Bar/ The Edge View Point/ Sauna

Fine Lounge : Lobby/ Co-Working Room/ Private Meeting Room/ Mail Room/ Waiting Room

Fine Greenery : Spring Garden/ Sky Garden 23 and 27 Fl

CCTV System / Shuttle bus

Access Card Control

รปภ. 24 ชม.

ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.

ค่าส่วนกลาง : 60 บาท/เดือน/ตร.ม.

ราคา : เริ่มต้น 5.8 ล.บ.

 

3. ทำเลใจกลางทองหล่อ-เอกมัย ใกล้ Mall เปิดใหม่  

โครงการตั้งอยู่ในทำเลใจกลางทองหล่อ ที่เป็นแหล่งศูนย์รวมการใช้ชีวิตระดับ Hi-End ของคนกรุงเทพฯ ทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยระดับ Luxury อาคารสำนักงาน ร้านค้า แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารชื่อดังมากมาย ที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวกหลากหลายเส้นทาง ทั้งจากรถไฟฟ้าและรถยนต์ โดยความพิเศษคือโครงการห่างจากใจกลางทองหล่อเพียง 100 เมตร ทำให้สามารถเดินไปสถานที่ต่างๆ บริเวณใจกลางทองหล่อได้อย่างสะดวกเมื่อเทียบกับโครงการอื่นโดยรอบ โดยผ่านการใช้เส้นทางซอยทองหล่อ 10 นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นในย่านทองหล่อ นั่นคือ “ห้างดองกี้โฮเต้” ซึ่งเป็นห้างยอดนิยมของญี่ปุ่นที่กำลังก่อสร้างอยู่ สามารถเดินจากโครงการไปถึงกันได้เพียง 1 นาทีเท่านั้น

แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อวิเคราะห์ในเฉพาะจุดที่ตั้งของโครงการ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย ที่อยู่ในย่านเอกมัยที่ยังไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากเท่ากับย่านทองหล่อ และยังไม่มีโครงการพัฒนาสิ่งก่อสร้างประเภทอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบมากนัก

ซึ่งถือเป็นข้อดีในการช่วยเพิ่มระดับความสงบ และความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้อยู่อาศัย ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายและต้องการพักผ่อนในห้องอย่างสงบ เรียบง่าย ไม่อึดอัด ด้วยทำเลที่ตั้ง, ปริมาณ Unit ที่มีจำนวนจำกัดต่อชั้น, Facilities ต่างๆ ที่มีจำนวนเยอะ สามารถรองรับได้อย่างครบครัน โดยเราจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวนั้น เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า โครงการ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย ตั้งอยู่บนทำเลที่เป็นเหมือนพื้นที่พักผ่อนที่เงียบสงบ ต้องการความเป็นส่วนตัวท่ามกลางใจกลางเมือง แต่ก็ยังสามารถสัมผัส Lifestyle วิถีชีวิตระดับ Hi-End ของคนกรุงเทพฯ ที่มีร้านค้าร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งที่มีความคึกคักตลอด 24 ชั่วโมงอย่างย่านทองหล่อได้ในระยะเดินเพียง 100 เมตรเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นและเป็นข้อดีของโครงการ ที่ตอบรับทั้ง Lifestyle ที่ต้องการทั้งความ Active และ Passive ในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี

 

4. ล้อมรอบด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ สไตล์ญี่ปุ่น

ร้านอาหาร

คาเฟ่

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของทำเลที่ตั้งโครงการก็คือการมีร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น รายล้อมอยู่มากมายในทองหล่อ

ซึ่งเราได้ยกร้านดัง มาให้ชมกันเป็นตัวอย่าง เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอย่างร้าน UMI สุขุมวิท 49 และ ร้าน Peace Oriental Tea house ที่มีทั้งการชงชาแบบต้นตำรับและเมนูจากชาแบบร่วมสมัย ในซอยสุขุมวิท 49 เช่นกัน

รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นและคาเฟ่ที่มีอาหารญี่ปุ่นแนวฟิวชั่นแบบสมัยใหม่อย่าง Teppan by Uomua ซอยเอกมัย 12 และ Nikko Cafe ซอยเอกมัย 12 เป็นต้น

นอกเหนือจากร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นแล้ว ยังมีร้านอื่นๆ อีกมาก เช่น UNFASHION ที่ซอยเอกมัย 10 และ FILL IN THE BLANK ที่ซอยสุขุมวิท 61 เป็นต้น

ซึ่งร้านคาเฟ่และร้านอาหาร ข้างต้น เป็นสถานที่ที่มีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทย ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมไปถึง สไตล์ของร้านต่างๆ ทำให้พื้นที่สุขุมวิทตอนกลางมี Lifestyle ที่น่าดึงดูดอีกด้วย

โครงการเปิดใหม่

image : charcoaldesign

ทำเลเอกมัย-ทองหล่อ ยังคงพัฒนาด้าน lifestyle อย่างต่อเนื่อง และด้วยข่าวล่าสุดว่า Don Quijote store ร้านดิสเคาน์สโตร์สะดวกซื้อยอดฮิตที่ญี่ปุ่น เตรียมจะมาเปิดตัวในกรุงเทพฯ เป็นสาขาแรกด้วยชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “DON DON DONKI” จะตั้งอยู่บริเวณปากซอยเอกมัย 5 ตัวโครงการจะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 26,000 ตร.ม. ความสูง 6 ชั้น ด้วยงบประมาณการลงทุนประมาณ 500 ลบ. ประกอบไปด้วย ร้านอาหาร, ร้านค้าปลีก, Indoor Sport และส่วน Entertainment อื่นๆ

สำหรับโครงการนี้ถือเป็นแห่งที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่เปิดตัวไปที่สิงคโปร์ โดยทำการฟื้นฟูพื้นที่เก่าของอาคารสำนักงาน TOA Group อยู่ใกล้กับเขตที่พักอาศัยของชาวญี่ปุ่น และเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดานักธุรกิจและคนวัยหนุ่มสาวที่ทันสมัย ที่อาศัยอยู่ในย่านหรือชอบมาท่องเที่ยวแถวเอกมัยหรือทองหล่อ คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการภายใน สิ้นปี 2018

 

 

5. Design ผ่านความทรงจำในแต่ละฤดูกาลมาเป็น Concept หลักของโครงการ

โครงการ The FINE BANGKOK ทองหล่อ – เอกมัย ได้บริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศอย่างบริษัท สถาปนิก49 จำกัด (ARCHITECTS 49 LIMITED) เข้าร่วมในการออกแบบ โดยมีแนวคิดหลักสำคัญคือ “การให้ความสำคัญกับช่วงเวลาในแต่ละช่วงฤดูกาล” โดยแนวความคิดดังกล่าวเป็นการสะท้อนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่จะมีการให้ความสำคัญที่แตกต่าง

และมีช่วงเวลาพิเศษ ในแต่ละฤดู มีความทรงจำและความประทับใจที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาดังกล่าวเสมอ โดยโครงการได้ถูกออกแบบโดยนำแนวความคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับส่วนต่างๆ ของโครงการ โดยแบ่งเป็น 3 ฤดูกาลหลัก ได้แก่ Autumn Season (ฤดูใบไม้ร่วง), Winter Season (ฤดูหนาว), Spring Season (ฤดูใบไม้ผลิ)

1. Autumn Season : ถูกสะท้อนผ่านการออกแบบ Exterior และ Interior ของโครงการที่มีแนวคิดในการเปลี่ยนถ่ายของหน้าร้อน ที่เปรียบได้กับสภาวะภายนอกที่มีความวุ่นวายอยู่รอบตัว ค่อยๆ เปลี่ยนถ่ายและลดอุณหภูมิที่ทำให้ความเย็นสบายของโครงการ

2. Winter Season : ถูกสะท้อนออกมาในบริเวณส่วนห้องพักและที่อยู่อาศัย โดยเน้นให้ความรู้สึกถึงความสุขุม ความสงบ และความเป็นส่วนตัวภายในพื้นที่อยู่อาศัยของลูกบ้านในแต่ละห้อง โดยเน้นการจัดวาง การเลือกใช้สีและวัสดุ ที่สะท้อนถึงลักษณะดังกล่าว

3. Spring Season : ฤดูกาลใบไม้ผลิถูกสะท้อนออกมาในส่วนบริเวณของพื้นที่ Facilities และ ส่วนบริเวณ Landscape ต่างๆ ของโครงการ โดยมีแนวคิดหลักคือความอบอุ่นชุ่มชื้น เหมาะที่สุดสำหรับการพักผ่อนทั้งในส่วนการใช้งาน Facilities และสวนพักผ่อน

 

6. FACILITIES เยอะและครบครัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตรอบด้าน

FACILITIES ในโครงการ เรียกได้ว่าให้เยอะและครบครัน ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง Work / Play / Live ของลูกบ้าน ที่สามารถใช้ชีวิตในคอนโดได้ครบทุกมุมอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องออกไปหาที่ไหน รวมถึงยังมีการตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ เน้นความสุขุมและเรียบหรู โดยสอดแทรก GIMMICK ของความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปอีกด้วย ซึ่งในทุกๆ จุดจะเน้นให้ใช้งานได้จริงผ่านการวิเคราะห์และการพิจารณาจาก Developer ที่เป็นคนญี่ปุ่นเอง นอกจากนั้นยังได้ความเป็นส่วนตัวเข้าไปในแต่ละกิจกรรมด้วย เนื่องจากโครงการมี Unit ที่น้อย 

ทำให้คนมาใช้พื้นที่ไม่วุ่นวายและแย่งกัน เหมือนคอนโด High Rise อื่นๆ ที่มีจำนวน Unit เยอะกว่า รวมถึงการให้ความสำคัญของความสวยงามและการดูแลรักษาในแต่ละพื้นที่ ที่ต้องเกิดการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้งานได้จริง รวมถึงยังคงให้ความสวยงามถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลาย 10 ปี โดยในส่วนของ FACILITIES สามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. FINE Sky, 2. FINE Retreat, 3. FINE Lounge, 4. FINE Greenery โดยแต่ละส่วนมีองค์ประกอบและมีแนวความคิดดังต่อไปนี้

 

FINE SKY (Roof Lounge)

มีแนวคิดที่ต้องการให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพของที่ตั้งที่อยู่บนจุดสูงสุด ซึ่งมีแนวคิดโดยให้ทุกพื้นที่กิจกรรมมีช่องเปิดที่สามารถมองเห็นวิวได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น Wine Lounge, Karaoke room, Fitness room เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีส่วนของพื้นที่ Golf Club ที่เป็นพื้นที่จำลองสนามกอล์ฟขนาดย่อม ที่สามารถพัตต์กอล์ฟเพื่อกิจกรรมสังสรรค์หรือผ่อนคลาย ตอบโจทย์กับ Lifestyle คนสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

WINE LOUNGE (Computer generated image) : มีการออกแบบห้องรับรองที่สามารถตอบสนองกับ Lifestyle ลูกบ้านที่ต้องการจัดงานเลี้ยงกันบริเวณนี้ รวมทั้งบริการตู้แช่ไวน์ไว้บริการอีกด้วย

WINE LOUNGE (Computer generated image)

KARAOKE ROOM (Computer generated image) : ตอบสนองต่อ Lifestyle การพักผ่อนของคนสมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและครบครัน รวมถึงช่องเปิดที่สามารถเห็นมุมมองของวิวกรุงเทพมหานครได้อีกด้วย

FITNESS ROOM (Computer generated image) : ห้องออกกำลังกายที่รายล้อมไปด้วยวิวกรุงเทพฯ รวมทั้งบริการเครื่องเล่นที่ทันสมัยและกิจกรรม มากมาย

FINE Retreat

SWIMMING POOL  (Computer generated image) : มีการออกแบบเป็น Semi-Outdoor โดยระยะชั้น FINE Sky ด้านบนมีระยะการก่อสร้างแบบ Super Cantilever นั่นคือการยื่นโครงสร้างไร้เสาออกมาในระยะที่มากกว่าระยะทั่วไป โดยผ่านการคำนวณโครงสร้างรวมถึงระยะแสงเงาตกกระทบ ที่จะสามารถใช้งานได้ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งช่องเปิดจากการยื่นโครงสร้างออกมานี้ ทำหน้าที่ในการบังแสงแดดได้ดี หมดปัญหาเรื่องของแสงแดดร้อนจัดที่จะทำลายบรรยากาศว่ายน้ำในเวลากลางวัน อีกทั้งช่องเปิดดังกล่าวยังหันหน้ารับเข้าสู่ทิศตะวันตก ลูกบ้านสามารถมานั่งรับชมพระอาทิตย์ตกดินได้ในยามเย็นได้อีกด้วย

FINE Lounge

มีการจัดการพื้นที่ไว้ให้สามารถทำกิจกรรมหรือใช้เวลาร่วมกันได้อย่างไม่อึดอัด เน้นการตกแต่งอย่างเรียบหรูในสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ เปิดโล่งเพื่อรับแสดงธรรมชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ ได้มากขึ้น

CO-WORKING ROOM  (Computer generated image) 

FINE Greenery 

SPRING GARDEN (Computer generated image) ส่วนพักผ่อนที่จัดเป็นสวนไว้ให้บริการมากถึง 3 ชั้น คือบริเวณชั้น 1, พื้นที่สวนชั้น 23 และชั้น 27 เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดและเพิ่มพื้นที่ในการพักผ่อนได้มากขึ้น รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพกับทุก Unit ในโครงการ

 

MASTER PLAN

ด้านหน้าและด้านหลังจะมีสวนพักผ่อน Spring Garden เรียกว่าโซน Greenery เข้าสู่ตัวอาคารจะเป็นส่วนของโซน Fine Lounge ประกอบด้วย โถง Lobby แบบ Double Volume ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อสู่พื้นที่ Co-Working Room และพื้นที่ Private Meeting Room บริเวณชั้นลอย

ส่วน Mail Room, Waiting Area สำหรับรอรถ จะเชื่อมสู่โถงลิฟท์ ส่วนระบบการผ่านเข้า-ออกอาคาร, Private Zone และระบบการกดชั้นภายในลิฟท์จะต้องใช้ Key Card ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย

FLOOR PLAN

เมื่อดูจาก Floor Plan พบว่าโครงการ The FINE BANGKOK ทองหล่อ-เอกมัย เป็นคอนโด High Rise ที่ยูนิตน้อย เพียงแค่ 220 ยูนิต และจำนวนยูนิตต่อ Floor มากสุดเพียง 12 ยูนิตเท่านั้น ทำให้ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังได้พื้นที่จอดรถมากถึง 70% รวมถึงพื้นที่ Facilities ที่เยอะและครบครัน ที่ลูกบ้านสามารถใช้ได้อย่างทั่วถึง

ชั้นจอดรถ เริ่มชั้น 2 – ชั้น 8 : เป็นชั้นจอดรถ ที่สามารถจอดได้ถึง 154 คัน

ชั้น 9-22 :  ตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไปจะเข้าสู่ Private Zone เป็นห้องพักอาศัย

ชั้น 23 : มีการวางผังเหมือนที่ชั้น 9-22  แต่จะมียูนิตลดลงมาเหลืออยู่ 10 ยูนิต/ชั้น พื้นที่ของ 2 ห้องที่หายไปจะกลายเป็น Sky Garden ที่สามารถออกมานั่งพักผ่อนและชมวิวได้ 

ชั้นที่ 24-26 มีการวางผังเหมือนที่ชั้น 23 แต่จะต่างกันที่ตัดพื้นที่สวนออกไป 

ชั้น 27 : พื้นที่ 2 ห้องหายไป กลายเป็น Sky Garden ตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไปจะเป็นห้องแบบ Penthouse ทั้งหมด มีเพียง 4 ห้อง/ชั้นเท่านั้น

ชั้นที่ 28-29 : วางผังเหมือนชั้น 27 ทุกประการ แต่ตัดพื้นที่ Sky Garden ออกไป

ชั้นที่ 30 : ตั้งแต่ชั้น 30 ขึ้นไปจะเป็นส่วน Main Facilities ซึ่งสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา จัดเป็น Wet Floor หรือโซน Fine Retreat ประกอบด้วย Swimming Pool ขนาดยาวถึง 20 เมตร เป็นแบบ Semi-outdoor ที่ตอนกลางวันว่ายชมวิวเมืองได้ไม่ร้อน

Pool Bar ออกแบบให้เป็น Sunken Seat ล้อมรอบด้วยสระน้ำ, The Edge View Point เป็นจุดชมวิว, Hot Pool แบบกลางแจ้ง ที่มีความคล้ายคลึงกับ Onsen และห้อง Sauna ที่อยู่ภายในห้องน้ำ  ซึ่งพื้นที่สระน้ำในชั้นนี้ได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่ semi-outdoor ที่ตอนกลางวันสามารถว่ายชมวิวเมืองได้โดยไม่ร้อน

ชั้น 31 : เป็นโซน Fine Sky ประกอบด้วย Wine Lounge, Karaoke Room, Kids Room, Co-Kitchen Room, Fitness และ Golf Club กับพื้นที่ Sky Seat สำหรับชมวิวเมืองบนชั้น Roof Top

ชั้นที่ 31 : ประกอบด้วย Golf Club และ Sky Seat 

 

7. PLAN หลากหลายแบบ ใช้งานได้จริง

โดยรวมในเรื่องของการจัดพื้นที่ห้องชุด มีจุดเด่นก็คือ ทุกห้องเน้นการออกแบบพื้นที่เน้นการใช้งานได้จริง แยกเป็นสัดส่วนระหว่างพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ใช้งาน โดยห้องแต่ละรูปแบบจะเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยที่แตกกต่างกัน แต่ในภาพรวมแล้วมีการจัดพื้นที่ได้กระชับและสะดวก รวมถึงโครงการจัดเฟอร์นิเจอร์มาแบบพร้อมเข้าอยู่เลย  

ส่วนความโปร่งโล่งของห้องนั้น มีความสูงถึง 2.80 เมตร และมี Foyer ตรงทางเข้า ที่ลดระดับพื้นลงเพื่อป้องกันฝุ่น รวมถึงช่องเปิดเรียกว่า Ma ซึ่งเป็นช่องเปิดในพื้นที่ต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ให้แสงสว่างเข้าได้ ทำให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ไม่แออัดมากจนเกินไป

 

1 Bedroom (34.5-35 Sq.m.)

วิเคราะห์แบบห้อง Type 1A

รูปแบบแรกที่เราเลือกมาวิเคราะห์สำหรับ ห้องขนาด 1 BEDROOM นั่นคือห้อง TYPE 1A เริ่มที่ส่วน Foyer ที่เป็นลักษณะพื้นต่างระดับเพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอก มี Partition เพื่อการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ที่ชัดเจนขึ้น ต่อเข้ามาด้วยส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่มีการเชื่อมต่อจากประตูทางเข้า ทำให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมไปด้วยส่วนนั่งเล่นเพื่อการพักผ่อนและพื้นที่ทานข้าวหรือพื้นที่นั่งทำงาน โดยเปิดโล่งไปยังส่วนของห้องนอนและห้องครัว

ในส่วนของห้องนอนมีประตูกั้นไว้อย่างชัดเจน ภายในห้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถวางเตียง King Size โต๊ะทำงาน หรือโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างไม่อึดอัด ถัดไปจะเป็นส่วนของ Walk-in Closet ที่เกิดจากการจัดวางพื้นที่ทำให้ได้พื้นที่อีกที่หนึ่งเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ โดยจะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ สามารถใช้เป็นจุดแต่งตัว ก่อนและหลังการอาบน้ำได้อย่างสะดวกสบาย สามารถดำเนินกิจกรรมที่เป็นส่วนตัวได้เสร็จครบจบในห้องเดียว เหมาะมากสำหรับลูกบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

จุดดีของห้องรูปแบบนี้อีกข้อคือส่วนของห้องครัว ที่จะเป็นครัวแบบปิด โดยเลือกใช้ประตูแบบบานเลื่อน ที่การเพิ่มระดับความสูงเกือบจรดเพดาน ช่วยให้ห้องดูสูงโปร่งมากขึ้น และนอกจากนั้นยังช่วยประหยัดพื้นที่ของห้องได้อีกด้วย ทำหน้าที่กั้นไม่ให้กลิ่นออกมารบกวนในส่วนอื่นๆ ของห้อง เหมาะอย่างมากกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการประกอบอาหารเอง

สำหรับห้องรูปแบบนี้ถือได้ว่าเป็นรูปแบบห้องที่ตอบโจทย์และสไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เชื่อมต่อไปยังส่วนของระเบียงที่อยู่ติดกับบริเวณครัว สามารถช่วยระบายอากาศได้ดีอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีขนาดกระทัดรัด สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน

ภาพอื่นๆ ของห้องรูปแบบ 1A

วิเคราะห์แบบห้อง Type 1B

อีกหนึ่งรูปแบบที่เราเลือกมาวิเคราะห์สำหรับ ห้องขนาด 1 BEDROOM คือ TYPE 1B โดยการวางผังห้องมีการออกแบบให้เป็นสัดส่วนและมีพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ส่วนของทางเข้าที่จะมีพื้นที่โถงขนาดเล็กส่งต่อไปยังส่วนของครัวต่อไปยังส่วนของห้องนั่งเล่นและยาวไปยังส่วนของระเบียง ซึ่งจากการจัดวางและลำดับพื้นที่ในลักษณะนี้ ทำให้เกิดพื้นที่ที่มีขนาดกว้างและใหญ่ได้ภายในห้องขนาด 35 ตร.ม. โดยจะทำให้ห้องนั่งเล่นรวมมีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถจะแบ่งส่วนเป็นส่วนทานอาหารก็ได้ หรือสามารถแบ่งเป็นมุมพักผ่อนก็ได้ ซึ่งในส่วนของพื้นที่ระเบียงเองก็ที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง รองรับการใช้งานเป็นพื้นที่ซักล้างหรือทำเป็นมุมสวนกระถางวางต้นไม้ขนาดเล็ก-ขนาดกลางได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการจัดวางให้ห้องน้ำสามารถเข้าได้ 2 ทางคือจากห้องนั่งเล่นและห้องนอน อยู่ติดกับพื้นที่ของส่วนห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานเปิดสร้างความเป็นส่วนตัวได้ ในขณะที่แขกก็สามารถเข้าห้องน้ำได้จากทางด้านหน้าห้อง ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านส่วนต่างๆ ก่อนเข้าห้องน้ำ

ถัดมาในส่วนของห้องนอนที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถวางเตียง King Size ได้อย่างสบายๆ และยังคงเหลือพื้นที่สำหรับวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง หรือ โต๊ะทำงานหรือเพิ่มการจัดวางเพื่อการใช้งานอื่นๆ ก็ยังได้ 

ภาพอื่นๆ ของห้องรูปแบบ 1B

 

2 Bedrooms (50.5-56.5 Sq.m.)

วิเคราะห์แบบห้อง Type 2A

สำหรับห้อง 2 BEDROOMS มีจุดเด่นที่เหมือนกัน คือ เป็นห้องมุมที่มีกระจกแนวยาวตลอดแนวของห้องนั่งเล่นและห้องนอนทุก TYPE ทำให้ได้เห็นวิวที่กว้าง โดย TYPE ที่เลือกมาวิเคราะห์คือแบบ TYPE 2A การวางแปลนห้องจะค่อนข้างเน้นในเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น พอเข้ามาในห้องจะเจอส่วน Foyer ที่เป็นส่วนต่างระดับ มีพื้นที่ไว้ทำ BUILT IN ตู้เก็บของและที่เก็บรองเท้าได้ และยังช่วยแบ่งพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัวจากโซนพักผ่อนอีกด้วย 

พื้นที่นั่งเล่น ทานอาหารและครัวไม่ได้ถูกแบ่งหรือกั้นออกจากกัน ทำให้ส่วนพักผ่อนดูกว้าง โปร่งยิ่งขึ้น แต่กิจกรรมในครัวอาจเหมาะกับการทำครัวเย็นมากกว่าครัวแบบไทยเพราะอาจประสบปัญหาเรื่องกลิ่น แต่ก็สามารถต่อเติมเป็นครัวปิดได้ 

ซึ่งห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำส่วนตัวที่มีทางเข้าออกทางเดียวในห้อง ทำให้ไม่ต้องใช้ปะปนกับคนอื่น ส่วนห้องนอนเล็กมีห้องน้ำส่วนตัวที่สามารถเข้าได้ 2 ทางทั้งจากห้องนั่งเล่นและห้องนอน ซึ่งห้องน้ำทั้ง 2 ห้องที่มีทำช่องรับแสง (Ma) ไว้เช่นเดียวกัน