” THE PALAZZO ” แบรนด์โครงการบ้านระดับหรูจาก Developer ชื่อดังอย่าง AP Thailand โดยโครงการใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดใหม่จากแบรนด์นี้คือ โครงการ The Palazzo ศรีนครินทร์ ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2561 นี้ มาพร้อมกับแนวความคิด “คฤหาสน์แห่งความภาคภูมิใจ สัมผัสคุณภาพเหนือระดับ บนถนนศรีนครินทร์ “ เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ช่วง 35-60 ล้านบาท ประกอบไปด้วยบ้าน 3 รูปแบบ พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 391-547 ตร.ม. รองรับการใช้งานสำหรับครอบครัวใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย 

ซึ่งในบทความนี้ทาง REALIST จะพาผู้อ่านไปดูส่วนของการวิเคราะห์โครงการ The Palazzo ศรีนครินทร์  โดยทำการบอกเล่าถึงจุดเด่นของโครงการโดยละเอียด ทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้งและการเดินทางเข้าถึงในบริเวณย่านศรีนครินทร์แห่งนี้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกย่านหนึ่งที่น่าสนใจ และอีส่วนที่เราจะเน้นคือการวิเคราะห์ในเรื่องของ พื้นที่การใช้สอยในบ้าน ซึ่งมีแนวความคิด การจัดวาง การเลือกสรรวัสดุ และ Mood and Tone ต่างๆ ที่มีการควบคุมการออกแบบไว้อย่างละเอียดและน่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

FACT SHEET

Project name : The Palazzo ศรีนครินทร์

Developer : AP Thailand

Location : ซ.ศรีนครินทร์ 53/55 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.

Land Area : เนื้อที่ 31 ไร่

No. of Unit : จำนวน 52 ยูนิต

ขนาดแปลงที่ดิน : 104 ตร.ว. ขึ้นไป

Unit Type : 3 แบบ

1. ANTONIO : 391 ตร.ม. เริ่มต้น 29 ลบ.

2. MONTICELLO : 528 ตร.ม. เริ่มต้น 35 ลบ.

3. LORENZO : 547 ตร.ม. เริ่มต้น 42 ลบ.

วันที่เริ่มก่อสร้างโครงการ : ม.ค. 2560

วันที่คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ : ธ.ค. 63

วันที่คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ : พ.ย. 61

Facilities : The Club, Fitness Center, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, พื้นที่ส่วนกลางโอบล้อมด้วยสวนสีเขียวขนาดใหญ่, ระบบรักษาความปลอดภัย, Security Gate, รปภ 24 ชม, Key Card access, CCTV, รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร

 

วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของโครงการ

เชื่อมต่อระหว่างเมืองได้ด้วยเส้นทางพิเศษและถนนสายหลัก

ย่านศรีนครินทร์ ถือเป็นอีกย่านที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอยู่เรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการเชื่อมต่อที่ทำได้โดยสะดวกมากขึ้นในปัจจุบัน โดยจะสังเกตเห็นว่า ย่านศรีนครินทร์ มีเส้นทางพิเศษผ่านทั้งทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ ที่ช่วยเชื่อมต่อทั้งทางเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหรือการเดินทางออกสู่ต่างจังหวัด ได้แก่

1. ทางพิเศษศรีรัช : เชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร และบางส่วนของจังหวัดนนทบุรี

2. ทางพิเศษบูรพาวิถี : เชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศ

3. ทางพิเศษกาญจนา : เชื่อมระหว่างช่วงบริเวณถนนพระราม 2 ไปจนถึงบริเวณ บางนา-บางปะกง

ซึ่งนอกจากทางพิเศษ 3 เส้นหลักดังกล่าวแล้ว ยังมีเส้นถนนหลักที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างย่านในเมืองและชานเมืองต่างๆ อีกมากมาย โดนเส้นเส้นหลักที่ใช้เชื่อมต่อกับเส้นอื่นๆ นั่นคือ

1. ถนนศรีนครินทร์ : ที่มีการเชื่อมต่อตั้งแต่ ถนนลาดพร้าว ไปจนถึงถนนสุขุมวิทที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ

เส้นทางในการเข้าสู่โครงการ

สำหรับเส้นทางที่ใช้เข้าสู่ตัวโครงการ โดยหลักแล้วสามารถใช้ได้ถึง 2 เส้นทาง ซึ่งเชื่อมต่อได้จากฝั่งทางเหนือและฝั่งทางทิศใต้ โดยใช้ถนนศรีนครินทร์เป็นเส้นทางหลัก ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

จุดเริ่มต้นที่ใช้ในการเดินทาง

จากทางพัฒนาการ – อ่อนนุช

จากทางบางนา – ตราด

ทางเข้าที่ใช้เข้า-ออกโครงการ สามารถเข้าได้ 2 ซอย คือ

ทางเข้า-ออกที่ 1 : ซ.ศรีนครินทร์ 53

ทางเข้า-ออกที่ 2 : ซ.ศรีนครินทร์ 55

ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากเดินทางมาจากพัฒนาการ – อ่อนนุช จะถึงทางเข้าที่ 1 ก่อน ซึ่งวิ่งตรงเข้าสู่โครงการได้เลย แต่หากเลยจุดทางเข้า-ออกที่ 1 ก็ยังสามารถเข้าได้ทางเข้า-ออกที่ 2 ได้อยู่ แต่จะต้องทำการอ้อมเพื่อทำการกลับรถเข้าสู่โครงการภายในซอยอีกครั้ง แต่หากมาจากทาง บางนา – ตราด จะถึงทางเข้า-ออกที่ 2 ก่อน ซึ่งสามารถเลี้ยวเข้าซอยได้เลยเนื่องจากเป็นแยกใหญ่ แต่หากเลยจุดทางเข้าที่ 2 ไปแล้วจะต้องทำการกลับรถบริเวณซีคอนสแควร์แล้วจึงวนกลับมาทางเข้า-ออกที่ 1 ก็ยังได้

ซึ่งถึงแม้จะใช้ระยะทางที่มากหน่อยแต่ก็ยังสามารถเข้าโครงการได้อย่างสะดวกได้อยู่ดี สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถเข้าออกได้อย่างสะดวกจากทางเข้าทั้ง 2 ทาง หรือในอีกนัยหนึ่ง หากจะออกจากโครงการเพื่อจะไปยังจุดต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยง่าย โดยหากต้องการที่จะออกไปทางฝั่งพัฒนาการ-อ่อนนุช เพียงใช้เส้นทางเข้า-ออกที่ 1 หรือ 2 ที่จะไปเจอกับแยกใหญ่ซึ่งสามารถเลี้ยวขวาออกไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องกลับรถไกล หรือหากต้องการไปทางฝั่งบางนา-ตราด ก็สามารถเลี้ยวซ้ายตรงไปสู่บางนา-ตราดได้จากทางเข้า-ออกทั้ง 2 ทางได้เลย

จำลองเส้นทางในการเข้าสู่โครงการ

หากใครยังนึกภาพการเดินทางเข้าสู่โครงการไม่ออก เราได้ทำการจำลองวิธีการเดินทางเข้าสู่โครงการ โดยเริ่มต้นจาก 2 ได้แก่ จากทางพัฒนาการ – อ่อนนุช และ จากทางบางนา-ตราด

เส้นทางที่ 1 จากทางพัฒนาการ – อ่อนนุช

จากแยกอ่อนนุชแล้ว ให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ

จนพบศูนย์ฺการค้าซีคอนสแควร์ ให้สังเกตป้ายซอยศรีนครินทร์ 53 (ทางเข้า-ออกที่ 1 ) ซึ่งจะมีห้าง Paradise Place อยู่หน้าซอย

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแล้วขับตามทางถนนจนสุดซอยจะเจอสะพานข้ามคลองหนองบอน เป็นอันถึงโครงการ

เส้นทางที่ 2 จากทางบางนา – ตราด

หากมาทางคู่ขนานบางนา-ตราด ให้เลี้ยวเข้าสู่ทางขนานเพื่อเบี่ยงเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าตรงมาเรื่อยๆ จนถึงศูนย์การค้าพาราไดซ์  ชิดขวาเพื่อเตรียมเลี้ยวเข้าสู่ ซ.ศรีนครินทร์ 55 (ทางเข้า-ออกที่ 2) ซึ่งมีลักษณะเป็น 4 แยกเห็นได้อย่างชัดเจน แล้วตรงเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านเสรีไทยหรือทางเข้าสวนหลวง ร.9

โดยโครงการสามารถเชื่อมต่อได้ตั้งแต่ ซ.หมู่บ้านเสรีไทยวิลล่า แยก 7 ไปจนถึงหน้าทางเข้าสวนหลวงร.9 โดยทำการเลี้ยวซ้ายแล้วตรงมาจนสุดทาง จากนั้นซ้ายอีกครั้ง มุ่งหน้าตามถนนเพื่อเข้าสู่โครงการ โดยจะเจอสะพานข้ามคลองหนองบอนเช่นเดียวกับมาจากเส้นทางที่1 จากนั้นเป็นอันถึงโครงการ

เพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต

นอกจากเส้นทางพิเศษและเส้นทางถนนหลักที่ช่วยเชื่อมต่อบริเวณศรีนครินทร์และบริเวณโครงการตามที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกหนึ่งระบบคมนาคมหลักที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นคือ ระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเส้นทางตั้งแต่ลาดพร้าว-สำโรง เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว จากนั้นแนวเส้นทางจะขนานไปตามถนนศรีนครินทร์ และสิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย

รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 30 กม. มีสถานีรถไฟฟ้ารวม 23 สถานี ซึ่งบริเวณพื้นที่โครงการจะมีสถานีหลักที่ใกล้ที่สุดนั่นคือ สถานีสวนหลวงร.9 ที่มีตำแหน่งอยู่บริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 53 (ทางเข้า-ออกที่ 1) โดยมีระยะห่างจากโครงการเพียง 750 เมตรเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงการก่อสร้างบริเวณทางตอนต้นสาย (ลาดพร้าว) เท่านั้น ในส่วนของกลางสายอย่างพื้นที่ศรีนครินทร์ ยังคงอยู่ในช่วงปรับเตรียมสภาพพื้นที่เพื่อการก่อสร้างในอนาคต โดยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้มีกำหนดการแล้วเสร็จในช่วงปี 2563 ซึ่งทาง Realist ได้มีการรวบรวยมข้อมูลสายสีเหลืองไว้ในโพสด้านล่าง และหากมีการอัพเดทข้อมูลเกิดขึ้น ก็จะนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านในโพสต่อๆ ไปครับ

สถานที่สำคัญบริเวณโดยรอบศรีนครินทร์

ศูนย์การค้า สถานพยาบาล สถานศึกษา

จากที่กล่าวไปว่า บริเวณศรีนครินทร์มีการเจริญเติบโตและขยับขยายตัวเมืองอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นได้จากการมี ศูนย์การค้าที่กระจุกตัวอยู่ท่ามกลางย่านศรีนครินทร์ ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก แต่ในส่วนของสถานพยาบาลและสถานศึกษานานาชาติ บริเวณศรีนครินทร์ยังเป็นย่านที่สถานที่ดังกล่าวมีอยู่น้อย และที่มีก็อยู่ค่อนข้างไกลพอสมควร ซึ่งสถานพยาบาลและสถานศึกษานั้น มักจะกระจุกตัวอยู่ตามถนนเส้นใหญ่อย่าง ถ.ลาดกระบัง หรือ ถ.บางนา-ตราด มากกว่า

สถานที่สำคัญบริเวณโดยรอบโครงการ

เขยิบเข้ามาในแถบโครงการ จะเห็นได้ว่า โครงการอยู่ในบริเวณที่เป็นที่รวมตัวของศูนย์การค้าของศรีนครินทร์ ทั้ง ซีคอนสแควร์, Paradise Place และ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ ซึ่งเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย อยู่ภายในรัศมีโดยรอบเพียง 1 กม. เท่านั้น แต่หากท่านใดที่กำลังกังวลว่าโครงการจะพลุกพล่านและไม่สงบหรือไม่ ก็หายห่วงได้เลยครับ เพราะอีกฝั่งรัศมีที่เหลือของโครงการ มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มหาศาล ซึ่งมีพื้นที่โดยรวมกว่า 1,000 ไร่ เลยทีเดียว

 

วิเคราะห์จุดเด่นโดยรวมของโครงการ

Surrounding โดยรอบโครงการ

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างแรกของโครงการ เห็นจะเป็นในเรื่องของ “ทำเลที่ตั้ง” อย่างที่กล่าวไปกว่าโครงการมีทำเลที่ตั้งติดกับพื้นที่สีเขียว รายล้อมไปด้วย 4 โครงการใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ 

1. สนามกอล์ฟศรีนครินทร์

2. โครงการแก้มลิงตามพระราชดำริฯ บึงหนองบอน

3. สวนวนธรรม

4. สวนหลวงร.9

โดยการมีพื้นที่โครงการที่ติดกับพื้นที่สีเขียนวขนาดใหญ่เท่านี้ถือว่าหาได้ยากมากในปัจจุบัน อีกทั้งบริเวณโดยที่เหลือก็เป็นพื้นที่ของโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่า มีลักษณะโดยรวมเป็นบ้านหลังใหญ่ ไม่แออัดและมีความเป็นส่วนตัวสูง ถือได้ว่าเป็นบริเวณพื้นที่โดยรอบนี้ตอบสนองสำหรับความเป็นส่วนตัว ความสงบ รวมไปถึงความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี

แนวคิดโดยรวมของโครงการ

โครงการ The Palazzo ศรีนครินทร์ เน้นตอบสนองต่อการต่ออยู่อาศัยของคนทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ระดับผู้สูงอายุที่สะท้อนผ่านการออกแบบในสไตล์ Classic ที่มีความปราณีต ละเอียดลออ อัดแน่นไปด้วยการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงเยาวชนหรือเด็กๆ สมัยใหม่ ที่สะท้อนผ่านการออกแบบในสไตล์ Modern ที่จะเน้นความเรียบง่าย ลดทอนรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ แต่ยังคงไปด้วยการใช้งานเช่นเดียวกัน การหาตรงกลางระหว่างความ Classic และ ความ Modern

จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ The Palazzo ศรีนครินทร์ เกิดเป็น Product Concept รูปแบบ American Neoclassical Style ที่จะมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่มีความ Modern จากการปรับลดทอนรายละเอียดของความเป็น Classic เพื่อเหมาะกับความชอบของทุกวัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและความน่าเกรงขามได้อย่างครบถ้วน

วิเคราะห์ผังแม่บทโครงการ

จากผังแม่บทของโครงการ จะเห็นได้ว่าโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ลักษณะรูปสามเหลี่ยม ตัวโครงการมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยคือ มีส่วนที่เป็น Facility หรือส่วนที่เป็น Public อยู่บริเวณหน้าทางเข้าโครงการที่บริเวณมุมฉากของสามเหลี่ยม และมีการวางแกนถนนหลักของโครงการเชื่อมต่อกับส่วนด้านหน้าและมีลักษณะการแจกแบบก้างปลา สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ในบางจุด แต่ยังคงสัญจรเข้าสู่บ้านได้ทุกหลัง ซึ่งลักษณะการจัดพื้นที่ลักษณะนี้ จะทำให้แปลงบ้านที่อยู่ในสุดหรือบริเวณปลายสามเหลี่ยมทั้งสองด้านเป็นจุดอับ อยู่ไกลจากทางเข้าและบริเวณส่วน Facility รวม แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าแปลงบ้านที่อยู่ด้านหน้า ที่ติดแกนถนนและส่วน Facility หลักเช่นเดียวกัน

ในส่วนของ Orientation หรือการจัดวางทิศทางของตัวบ้าน ถือได้ว่าทำได้อย่างสมเหตุสมผล ด้วยลักษณะเงื่อนไขของรูปร่างที่ดิน การจัดวางแปลงบ้านตามลักษณะด้านที่ยาวที่สุดของสามเหลี่ยม ทำให้ได้จำนวน Unit ได้อย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ หน้าบ้านมีการหันเข้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจากการวางตำแหน่งดังกล่าว จะทำให้แปลงบ้านฝั่งที่หันหน้าเข้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้จะได้รับแสงแดดตลอดวัน

ในขณะที่แปลงบ้านที่หันเข้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับแดดในช่วงเช้าและจะเริ่มร่มในช่วงเย็น แต่อย่างไรก็ตาม การหันหน้าแปลงบ้านตามทิศทางดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับทิศทางของการไหลผ่านของลมได้ดี หมายความว่า ตัวบ้านจะมีลมพัดผ่านตามทิศดังกล่าวตลอดปี ทำให้โครงการนี้มีโอกาสที่บ้านจะมีความเย็นจากลมธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ไม่แออัดและมีอากาศถ่ายเทได้ไม่ยาก

ข้อมูลจุดเด่นของบ้านแต่ละแบบ

แบบบ้านหรูคุ้มค่าราคาสุดคุ้ม

วิเคราะห์แบบบ้าน Type Monticello

การจัดการพื้นที่ภายในบ้าน

การจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านสามารถแบ่งโซนออกได้เป็น 4 โซน ได้แก่

1. Public Area : ส่วนใช้งานรวมและรองรับแขก

2. Semi-Public Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัวและแขกบางเวลา

3. Semi-Private Area : ส่วนพื้นที่ใช้งานรวมภายในครอบครัว

4. Private Area : ส่วนพื้นที่ส่วนตัวของคนในครอบครัว

5. Service Area : ส่วนงานบริการของบ้าน

ซึ่งตัวบ้าน มีการจัดการไล่เรียงพื้นที่ Public-Private ไว้อย่างเหมาะสม กล่าวคือ พื้นที่ที่เป็น Public area อย่างห้องรับแขกอยู่บริเวณหน้าบ้าน เชื่อมต่อกับบริเวณ Semi-Public area อย่างพื้นที่ทานข้าว ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนถ่ายและเชื่อมโยงระหว่างความเป็น Private area (บันไดที่เชื่อมต่อไปยังชั้น 2) และ Service area (ลานจอดรถ ห้องครัว ห้องแม่บ้าน ซักล้าง) ได้เป็นอย่างดี

การจัดการทางสัญจรภายในบ้าน

เนื่องจากเป็นบ้านที่ต้องรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ อีกทั้งจะต้องรองรับแขกของหลายๆ คนในครอบครัว และยังต้องมีทางสัญจรสำหรับทางบริการ การจัดการโดยการแบ่งเส้นทางสัญจรจึงเป็นสิ่งสำคัญ

โดยทางสัญจรของบ้านสามารถแบ่งออกเป็น 3 ทางหลัก ได้แก่

1. Visitor Route : เส้นทางสีแดงที่เป็นเส้นทางของแขก โดยสามารถเข้าถึงได้บริเวณส่วน Public – Semi Public ของบ้านนั่นคือส่วนของห้องรับแขกและส่วน Dinning เท่านั้น

2. Family Route : ส่วนเส้นสีเหลืองเป็นเส้นทางสัญจรของคนในครอบครัว ซึ่งจะเห็นได้ว่าสามารถสัญจรได้ทุกส่วนของบ้านได้อย่างสะดวกสบายและเข้าถึงได้ทุกจุด

3. Service Route : ส่วนเส้นทางสีน้ำเงินใช้เป็นส่วนสำหรับทางบริการ ทั้งในส่วนของแม่บ้าน หรือช่างซ่อม โดยจะเน้นให้หลีกเลี่ยงให้พบปะกับเส้นสีแดงที่เป็นเส้นทางของแขก เพื่อความสะดวกและเป็นการไม่รบกวนแขกในขณะที่มีการทำงาน

ในส่วนของการจัดเส้นทางสัญจรแบบนี้มีข้อดีที่เห็นชัดก็คือ ทำให้การใช้งานในพื้นที่ต่างๆ แบ่งออกจากกันอย่างชัดเจน เป็นระบบ และไม่รบกวนซึ่งกันและกัน คนในครอบครัวก็มีความเป็นส่วนตัวสูง แขกก็จะมีทิศทางและมีพื้นที่ที่จะใช้งานชัดเจน นั่นคือห้องรับแขก และส่วนรับประทานอาหาร ส่วนทาง Service ก็จะถูกแยกออกไปอยู่ในพื้นที่ Service ซึ่งห้องครัวจะเป็นตัวกลางในการกั้นระหว่างสองโซนนี้ออกจากกัน แต่อย่างไรก็ดี แบบบ้านไม่ได้ออกแบบรองรับในเรื่องของ Universal Design อย่างการมีทางลาดหรือการมีราวจับสำหรับรองรับผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพ ซึ่งเจ้าของบ้านอาจมีการทำการปรับเปลี่ยนแบบบ้านและเติ่มเติมในส่วนนี้ในอนาคตได้

 

ส่วนผนังและช่องเปิดของบ้าน เพิ่มความเป็นส่วนตัว

ลักษณะการเปิดช่องเปิดของตัวบ้านทำออกมาได้ดี โดยส่วน Function หลักๆ จะมีช่องเปิดค่อนข้างกว้างและสูง อย่างเช่นส่วนของห้องรับแขกที่เป็น Double Space ที่จะมีช่องเปิดและช่องแสงที่สูงตอบรับกับลักษณะของห้อง ทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ตัวบ้านยังมีการหันหน้ารับเข้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ลมพัดผ่านตลอดปี การมีช่องเปิดที่ตอบรับกับส่วนใช้สอยต่างๆ ภายในบ้านก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนั้นในเรื่องของความเป็นส่วนตัว การกำหนดจุดของช่องเปิด ขนาดและตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างส่วนของ Master Bedroom และ Bedroom ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และมีลักษณะการใช้งานที่จะเป็นตอนกลางคืนในส่วนใหญ่ ช่องเปิดในห้องลักษณะนี้จึงมีขนาดปานกลาง ใช้เปิดรับลมเพื่อระบายอากาศ ให้สามารถถ่ายเทในเวลากลางวันได้ ในส่วนของการใช้งานอื่นที่ไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวมาก อย่างบริเวณรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นรวม ก็มีช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้างและมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นห้องที่ใช้งานเวลากลางวันอยู่แล้ว สอดคล้องกับเปิดรับแสงสว่างที่เข้ามา และทำให้ห้องโปร่งโล่งอากาศถ่ายเทได้ตลอดวัน

ความโดดเด่นของพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ

1. 4 ที่จอดรถ รองรับการใช้สอยของครอบครัวใหญ่

จุดเด่นข้อแรกของโครงการคือ การจัดสรรพื้นที่จอดรถที่สามารถรองรับได้มากถึง 4 คัน มีระยะกว้างมากเพียง 2 ช่วงเสา เชื่อมต่อกับทางหลักและทางเข้ารองของตัวบ้าน นอกจากนั้นยังมีการแยกโครงสร้างในคนละส่วนกับตัวบ้าน ป้องกันการแตกตัวและการยุบตัวในอนาคต ซึ่งจะไม่ส่งผลและสร้างความเสียหายทางโครงสร้างให้กับตัวบ้าน

2. ส่วนห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่มีลักษณะเป็น Double Space

ส่วนห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก เป็นจุดแรกเมื่อเข้าจากทางเข้าหลัก ใช้งานได้ดีทั้งในเวลาต้อนรับแขกและเวลาที่ต้องการพักผ่อนภายในครอบครัว โดยมีการจัดแบ่งเป็นสัดส่วนที่เป็นเสมือนห้องที่ไร้กำแพง ที่มีความปิดล้อมชัดเจนแต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นๆ ได้ อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นพื้นที่แบบ Double Space
นั่นคือการเปิดพื้นที่สูงไปถึงชั้นสอง ทำให้ส่วนบริเวณนี้ที่นอกจากจะมีพื้นที่กว้างขวางแล้ว ยังมีความโอ่อ่า สูงโปร่ง น่าสบายอย่างมาก มีการเลือกสรรวัสดุอย่างลงตัว ทั้งกระเบื้องแกรนิตขัดมัน เนื้อสัมผัสไม้สัก และการตกแต่งด้วยโคมไฟแขวนที่มีรูปลักษณ์หรูหรา สร้างบรรยากาศความอบอุ่น น่าสบายเป็นอย่างดี

3. แบ่งสัดส่วนและเชื่อมการใช้งาน Dinning Area, Pantry, Kitchen ไว้เป็นอย่างดี

ส่วนถัดมาเป็นบริเวณส่วนของพื้นที่รับประทานอาหาร โดยมีลักษณะเป็นโถงยาว ประกอบไปด้วยส่วนทานข้าว ส่วนเตรียมอาหาร และ ส่วนของห้องครัวเชื่อมต่อกัน โดยส่วนที่มีความ Public มากที่สุดคือส่วนพื้นที่ทำอาหารที่จะอยู่ติดกับบริเวณส่วนรับแขก และส่วนของบันไดที่เชื่อต่อไปยังพื้นที่ชั้น 2 ได้ ถัดมาเป็นส่วน Semi-Public นั่นคือส่วน Pantry ที่เป็นพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารเบา หรือเตรียมอาหารก่อนการนำเสริฟสู่บริเวณส่วนทานอาหาร

ซึ่งอยู่บริเวณส่วนกลางเชื่อมต่อกับทางเข้าจากทางจอดรถและครัวใหญ่ รองรับการขนย้ายวัตถุดิบต่างๆ ในการประกอบอาหาร ถัดมาสุดท้ายที่เป็นส่วนบริเวณห้องครัว ที่เป็นส่วน Service ของบ้าน มีลักษณะกว้างพอสมควร ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ติดกับพื้นที่สวนของหลังบ้าน รองรับการทำอาหารเพื่อการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังติดกับส่วนของห้องพักแม่บ้านและส่วนซักล้าง ที่มีการแบ่งสัดส่วนไว้ใช้งานได้อย่างสะดวกและชัดเจน

4. Master Bedroom กว้างขวาง และ Walk-in Closet ขนาดใหญ่

อีกส่วนที่โดดเด่นคือส่วนของ Master Bedroom ที่อยู่บริเวณชั้น 2 ซึ่งมีสัดส่วนพื้นที่มากที่สุดในบริเวณชั้น 2 โดยประกอบไปด้วยพื้นที่ Private living area ที่รวบรวมเข้ากับส่วนของ Bedroom ที่สามารถวางเตียงขนาด คิงไซส์โดยมีพื้นที่โดยรอบเหลือได้อย่างสบาย เชื่อมต่อไปยังส่วนของ Walk-in Closet ที่มี Build-in closet ความสูงถึงระดับเพดาน

เนื้อที่กว้างขวางรองรับการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ต่อไปยังส่วนของห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยอ่างล้างหน้าจำนวน 2 อ่าง, Bathtub ขนาดมาตรฐานท่ามกลางห้องน้ำ และส่วนของ Shower และโถส้วม ที่มีการแบ่งเป็นห้องไว้อย่างชัดเจน

ห้องอื่นๆ และส่วนต่างๆ ภายในบ้าน

ในส่วนของห้องและพื้นที่บริเวณส่วนอื่นของบ้าน มีการเลือกใช้วัสดุเดียวกันทั้งหมด ผนังภายในบ้านใช้เป็น Wallpaper ทั้งหมด ในส่วนของวัสดุไม้ที่รองรับการสัมผัสก็ใช้เป็นไม้สักทั้งหมดเช่นเดียวกัน

2nd Floor Living Room

Bedroom 1

Bedroom 2

Bedroom 3

Bedroom 4

Master Bathroom

บ้านรูปแบบอื่นๆ ในโครงการ

แบบบ้าน Type Lorenzoแบบบ้าน Type Antonio

ส่วนอำนวยความสะดวกในโครงการ

The Club

ส่วนกลางของโครงการนั้นมีพื้นที่ถึง 1,500 ตร.ม. โอบล้อมด้วยสวนสีเขียวขนาดใหญ่ด้วยกัน ซึ่งในส่วนแรกคือ Club House จำนวนมากถึง 3 ชั้น ในชั้นแรกจะเป็นส่วน Lobby Double Space มีการตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านบนชั้น 2 มีบริการ Private Bar ไว้รองรับการใช้งานของลูกบ้าน และยังมีห้องรองรับสุดหรู ที่สามารถจองเป็นการใช้งานแบบส่วนตัว สำหรับรองรับแขกที่ลูกบ้านเชิญมาได้อีกด้วย ในส่วนบริเวณชั้น 3 เป็นส่วนของพื้นที่

Swimming Pool & Fitness Center

ส่วนของชั้นล่างเป็นส่วนของสระว่ายน้ำระบบเกลือที่มีความกว้างถึง 5.8 x 15 ม. ลึก 1.2 ม. ซึ่งในบริเวณนี้ยังมีส่วนของ Fitness Center ห้องซาวน่า และห้องสตรีม อีกด้วย

Open Lawn

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นลักษณะ Outdoor โอบล้อมไปด้วยสวนขนาดใหญ่ด้วยกัน ประกอบไปด้วย Pavillion ที่เชื่อมต่อกับสระน้ำพุขนาดยาว รองรับกิจกรรมที่ต้องการใช้งานภายนอกของลูกบ้านในโอกาสพิเศษต่างๆ

ข้อแตกต่างของ The Palazzo ศรีนครินทร์ กับโครงการอื่นๆ

Grand Bangkok Boulevard ศรีนครินทร์

เจ้าของโครงการ :  SC Asset
ราคา : เริ่มต้น 30.00 – 60.00 ลบ.
จำนวนหลัง : 
73 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
390-534 ตร.ม.

โครงการ Grand Bangkok Boulevard ศรีนครินทร์ จาก SC Asset ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนศรีนครินทร์ เดินทางเข้าออกสะดวก มาพร้อมกับสไตล์ Morocco จำนวนบ้าน 73 ยูนิต บนพื้นที่โครงการ 37 ไร่

Nirvana Beyond ศรีนครินทร์

เจ้าของโครงการ : เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์
ราคา : เริ่มต้น 16.00 – 21.00 ลบ.
จำนวนหลัง :
58 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
310 – 418 ตร.ม.

โครงการบ้านเดี่ยวบ้าน 3 ชั้นตัวใหม่จาก เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ อยู่บนทำเลสภาพแวดล้อมสงบ ไม่พลุกพล่าน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีจำนวนยูนิตน้อย 58 หลัง บนเนื้อที่ 12 ไร่

บุราสิริ พัฒนาการ

เจ้าของโครงการ :  แสนสิริ
ราคา : เริ่มต้น 14.99 – 25.00 ลบ.
จำนวนหลัง : 
162 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
257-399 ตร.ม.

โครงการ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Resort เน้นฟังก์ชั่นและการตกแต่งให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ตั้งอยู่บนทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง นั่นคือ ถนนพัฒนาการตัดใหม่ ที่เชื่อมกับถนนสำคัญหลายสายทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองค่อนข้างสะดวก

Ava Residence สุขุมวิท

เจ้าของโครงการ : อารียา
ราคา : เริ่มต้น 35.00 ลบ.
จำนวนหลัง : 
94 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
360 – 604 ตร.ม.

โครงการบ้านเดี่ยวหรู ใจกลางสุขุมวิท 77 โดดเด่นด้วยชีวิตที่มีความสุนทรีอันเป็นอัตลักษณ์ ผสานอย่างลงตัวทั้งศาสตร์แห่งธุรกิจ และศิลป์ของไลฟ์สไตล์ มาพร้อมกับแนวคิด “ชีวิตสุนทรียะ ชีวิตที่สุขุมวิท” เหมาะกับผู้ต้องการสัมผัสความผ่อนคลายจากธรรมชาติบำบัดโดยรอบ

The Gentry สุขุมวิท

เจ้าของโครงการ :  SC Asset
ราคา : เริ่มต้น 25.00 ลบ.
จำนวนหลัง :
57 หลัง
พื้นที่ใช้สอย :
302 – 465 ตร.ม.

โครงการบ้านเดี่ยวบ้าน 3 ชั้นสไตล์ Brooklyn แบรนด์ใหม่ของ SC ปรับแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้น เป็นสไตล์โมเดิร์นทั้งหมด ออกแบบฟอร์มให้มีการ Interlock กัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มีมิติมากขึ้น

 

สรุปทุกประเด็นของโครงการ The Palazzo ศรีนครินทร์

จากภาพรวมที่กล่าวมาทั้งหมดของโครงการ The Palazzo ศรีนครินทร์ สิ่งที่เห็นจะเป็นข้อดีและโดดเด่นอย่างมากข้อแรกคือเรื่องของ ทำเที่ตั้ง ที่อยู่ในทำเลที่น่าสนใจและมีศักยภาพการพัฒนาอย่างสูงในอนาคต มีความสะดวกต่อการสัญจรเข้าสู่พื้นที่ได้จากหลากหลายทิศทาง ทั้งทางพิเศษ ทางถนนหลัก และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต อีกทั้งการสัญจรเข้าสู่โครงการ ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งมีทางเข้า-ออกมากถึง 2 ทาง สะดวกต่อการเดินทางและเชื่อมต่อไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างดี นอกจากนี้ในส่วนของทำเลที่ตั้งของโครงการยังถูกโอบล้อมไปด้วยโครงการพื้นที่สีเขียวจำนวนมากถึง 4 แห่ง และมีขนาดพื้นที่โดยรวมมากถึง 1,000 ไร่ นับว่าเป็นจุดแข็งและจุดเด่นของโครงการ ที่น้อยโครงการมากที่จะได้ทำเลและที่ตั้งดังกล่าวแบบนี้ในกรุงเทพมหานครได้ ในส่วนของแนวคิดในการออกแบบบ้านก็ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ

ด้วยความคิดที่ตอบสนองต่อทุก Generation ของคนในบ้าน ที่นอกจากจะสะท้อนออกมาในรูปแบบสไตล์การออกแบบที่นำมาใช้กับโครงการ ยังสะท้อนผ่านการจัดวางความสัมพันธ์ในการใช้งานต่างๆ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานของคนในบ้านด้วยพื้นที่ใช้งานรวมหรือห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่แบบ Double Space และจำนวนที่จอดรถที่ได้มากถึง 4 คัน/แปลงบ้าน ซึ่งถือได้ว่าตอบโจทย์ให้กับทุกคน ทุก Generation อย่างแท้จริง ส่วนสุดท้ายคือส่วนของพื้นที่ Facility ของโครงการ ที่มีการจัดการพื้นที่และออกแบบการใช้งานที่นอกจากจะสามารถรองรับการใช้งานส่วนรวมของลูกบ้านแล้ว ยังมีบริการให้ลูกบ้านได้ใช้งานแบบส่วนตัวได้อีกด้วย ทั้งในส่วนของพื้นที่จัดเลี้ยงทั้ง In-door และ Out-door โดยสรุปแล้ว โครงการนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกระดับบ้านให้กับครอบครัวใหญ่ ที่สามารถอยู่กันหลายคน ในทำเลที่มีการเดินทางสะดวก ติดพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบรับได้เป็นอย่างดี