หากถามถึงแหล่งรวมความเจริญของย่านรังสิต หลายๆ คนคงจะรู้จัก “Future Park Rangsit” รวมไปถึง “Zpell” ที่ตั้งอยู่บนถ.รังสิต-นครนายก หรือเรียกเป็นสถานที่รวมกันว่า “Future City” นั่นเอง เป็น Landmark ที่สำคัญของย่านนี้ ทำเลของ Future City นี้ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ไปสู่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 56 จังหวัด

Developers เจ้าใหญ่ๆ หลายเจ้าก็มาเลือกลงทุนในทำเลนี้มาช้านาน สร้างเป็นโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ตามซอยรังสิต-นครนายก ทำเลที่ดีก็ต่างจับจองไปหมดแล้ว ทำเลที่ว่า คือใกล้ถนนใหญ่ และ Future Park รังสิต เป็นต้น

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกันว่าย่านรังสิตมีความเจริญอย่างไร มีที่อยู่อาศัยโครงการไหนน่าสนใจ โดยเฉพาะทาวน์โฮมที่ชุกชุมมากๆ ในทำเลนี้ เปรียบให้ดูทุกแง่มุมไปเลยว่า โครงการไหนที่ใช่สำหรับคุณ โดยราคาเริ่มต้นของโครงการทาวน์โฮมในย่านนี้อยู่ที่ 2.67 ล้านบาท

ศักยภาพของ Future Park รังสิต


INFO : กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาฯ ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต

จากข้อมูลที่เปิดเผยโดยกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาฯ ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่วัดศักยภาพของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนโดยถือพื้นที่ในการดูแลอยู่ที่ 56,968 ตร.ม. ในปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 97% ในปี 2017 และ 95% ในปี 2018 ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วค่อนข้างมีผู้เช่าเือบเต็มจำนวนมาโดยตลอด ในขณะที่จำนวนผู้มาใช้บริการศูนย์การค้าใน Q2 ปี 2017 เฉลี่ยอยู่ที่ 177,000 คน/วัน และปี 2018 เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 176,000 คน

หากเทียบสถิติจำนวนคนมาใช้บริการตั้งแต่ปี 2007-2015 นั้น เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 130,000 คน/วัน จนถึงเมื่อล่าสุด Future Park มีการปรับโฉมใหม่ รวมถึงสร้างศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่เดียวกันของ Future Park ที่ชื่อว่า ZPELL (สเปลล์) ที่เปิดตัวไปเมื่อ 2015 ทำให้ปี 2016 เป็นต้นมาคนมาใช้บริการศูนย์การค้า เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 175,000 คน/วัน ทำให้เกิดการดึงดูดผู้ที่เข้ามาใช้งานเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนถัดไปจะเห็นถึงรายได้ที่เข้ามาในโครงการดังกราฟด้านล่าง

 

รายได้รวมของกองทุน Future Park

ศักยภาพในการลงทุนสำหรับพื้นที่เช่าเฉพาะส่วนของกองทุนที่เข้าไปลงทุน ร้อยละ 32 ของพื้นที่ทั้งศูนย์ หรือ เท่ากับ 56,968 ตร.ม. จาก พื้นที่ทั้งหมดของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เท่ากับ 179,156 ตร.ม. พบว่าในปี 2016 กองทุนรวมมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน เป็น 984 ลบ. เนื่องจากมี โซนแฟชั่น โซนดิจิตอล ได้เปิดให้บริการ ส่วนในปี 2017 กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 1,027 ลบ. เพิ่มขึ้น 4% หรือ 39.8 ลบ. ซึ่งเผยว่าเป็นรายได้จากพื้นที่เช่า 26.6 ลบ. และรายได้จากพื้นที่ส่วนกลาง 12.6 ลบ. ทำให้เห็นว่าโครงการฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เป็นโครงการที่สร้างรายได้อย่างมหาศาลในพื้นที่นี้ เพราะมีความต้องการสูง

 

การเดินทางในย่าน Future Park

►โดยรถยนต์

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดในตอนนี้ ทั้งขาเข้าเมืองและขาออก มีถนนหลัก และทางด่วนหลายสายที่สามารถใช้เดินทางได้ ได้แก่ ถนนพหลโยธิน (10 ช่องทาง) ซึ่งจะไปเชื่อมกับถนนวิภาวดี – รังสิต สามารถวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หรือใช้ทางยกระดับอุตราภิมุขไปทางทิศเหนือ สามารถไปจ.อยุธยาได้

ถนนกาญจนาภิเษก สามารถวิ่งขึ้นถนนวงแหวนตะวันออกได้ ที่สามารถเข้าออกเมืองได้จากทุกทิศทาง ที่สำคัญคือการจราจรไม่หนาแน่นด้วย, ทางพิเศษอุดรรัถยา สามารถวิ่งไปต่อทางด่วนศรีรัชเข้าใจกลางเมืองได้สะดวกเช่นกัน 

โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต

ในอนาคตการเดินทางด้วยรถสาธารณะจะสะดวกสบายขึ้น มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต) กำลังก่อสร้างอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2563 ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า สายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และอีกหนึ่งโครงการ คือรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่กำลังก่อสร้างเส้นทางมาถึงสถานีคูคต และจะมีเส้นทางต่อขยายเพิ่มเติมจากสถานีคูคต ไปวงแหวนรอบนอกตะวันออก ซึ่งระหว่างทางจะมีสถานี คลอง 3, คลอง 4 และคลอง 5  ทำให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ จากหลักๆ ที่การเดินทางต้องพึ่งรถยนต์เท่านั้น ในอนาคตก็จะมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น 

 

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)

กลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างเริ่มก่อสร้าง โดยเส้นทางก่อสร้างระยะทางประมาณ 19 กม. จำนวน 16 สถานี เป็นทางวิ่งยกระดับตลอดเส้นทาง เริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ที่สถานีหมอชิตไปตามถนนพหลโยธิน และสิ้นสุดที่บริเวณคลอง 2 ที่สถานีคูคต 

โดยประกอบไปด้วย สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีรัชโยธิน, สถานีเสนานิคม, สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถานีกรมป่าไม้, สถานีบางบัว, สถานีกรมทหารราบที่ 11, สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ, สถานีอนุสาวรีย์หลักสี่, สถานีสายหยุด, สถานีสะพานใหม่, สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชสถานีพิพิธภัณฑ์, กองทัพอากาศ สถานี กม.25, สถานีคูคต

โดยปัจุบันสายสีเขียวต่อขยายหมอชิต – คูคต มีความคืบหน้ากว่า 53.31%  และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) 

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (คูคต-ลำลูกกา)


รูปภาพ : skyscrapercity

รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกกา เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยมีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดแนวเส้นทาง และมีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 4 สถานี (ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวเส้นทาง) ได้แก่

1. สถานีรถไฟฟ้าคลองสาม – บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามคลองสาม
2. สถานีรถไฟฟ้าคลองสี่ – ศูนย์บริการโตโยต้าและใกล้กับถนนไสวประชาราษฎร์

ล่าสุดจะชะลอการขออนุมัติโครงการออกไปเป็นในปี 2562  เนื่องจากสายสีเขียวต่อขยายต้องรอความชัดเจนการโอนหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กว่า 6 หมื่นล้านบาท ของสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการและหมอชิต-คูคต หาก กทม.เป็นผู้บริหารโครงการจะต้องรับผิดชอบการก่อสร้างส่วนต่อขยายนี้เอง 

3. สถานีรถไฟฟ้าคลองห้า – ก่อนถึงเชิงสะพานข้ามคลองห้า ประมาณ 100 ม.
4. สถานีรถไฟฟ้าวงแหวงรอบนอกตะวันออก – ระหว่างห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีลำลูกกา กับหมู่บ้านวราบดินทร์

รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (รังสิต-บางซื่อ)

รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (บ้านภาชี-มหาชัย) ระยะทางรวม 114.3 กิโลเมตร รวม 38 สถานี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ โซนเหนือและใต้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนตุลาคมปี 2563

ความเร็วในการวิ่งอยู่ที่ 120-160 กม./ชม. รถไฟที่วิ่งจะแบ่งออกเป็นสองขบวนคือ รถไฟที่จอดทุกสถานี กับรถไฟที่จอดเฉพาะสถานีใหญ่ (เป็นรูปแบบรถไฟทางไกล) และมีรถไฟขนส่งที่ค้าซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิ่งในเวลากลางคืน

โดยเส้นสีแดงยังเป็นโครงข่ายที่วิ่งไปเชื่อมต่อกับสายอื่นๆ ที่กระจายตัวอยู่โดยรอบกรุงเทพฯ และฝั่งชานเมือง โดยรถไฟฟ้าสายสีแดงจะแบ่งออกเป็นสายหลักทั้งหมดสองสาย คือ สายสีแดงเข้ม รังสิต-หัวลำโพง (ซึ่งเป็นการวิ่งจากทิศเหนือถึงทิศใต้) และสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-หัวหมาก (วิ่งจากตะวันตกไปยังตะวันออก) ซึ่งสายล่าสุดที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี 2563 คือ สายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต พร้อมกับการเปิดใช้งานสถานีกลางบางซื่อ

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (รังสิต-บางซื่อ)

 

ความเจริญแห่งย่าน Future Park

แหล่งความเจริญของย่านรังสิตนั้น ได้มาจากการที่ย่านนี้อยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง และมหาลัยหลายแห่ง เช่น ม.ธรรมศาสตร์ ทำให้มีโครงการที่อยู่อาศัยหลายประเภท เมื่อมีคนอยู่อาศัยในย่านนี้มากๆ ความเจริญจึงตามมา อย่างห้าง Future Park ก็เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ เนื่องด้วยเปิดตัว ห้าง ZPELL ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันไปไม่นาน ทำให้ห้าง Future Park นั้น

มีคนใช้บริการราวๆ 176,000 คน/วัน เลยทีเดียว และยังมีห้างสรรพสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงโรงพยาบาล และโรงเรียนด้วย ส่วนโครงการใหญ่ ที่มีแพลนจะมาลงทุนในย่านนี้ในอนาคต อย่าง Mega Rangsit และ IKEA, Central M ยิ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้คนที่อยู่อาศัยในย่านนี้ขึ้นไปอีก 

โครงการในอนาคตย่าน Future Park

Central M

ที่ดิน : 616 ไร่ หน้ากว้าง 1 กม.
พื้นที่เช่า : 482,500 ตร.ม.
มูลค่าการลงทุน : ที่ดิน 4,200 ลบ. + ค่าก่อสร้าง 9,500 ลบ.
เจ้าของโครงการ : CPN
กำหนดเปิด : N/A

*ในขณะนี้ผังเมืองของที่ดินไทยเมลอนฯ ยังไม่เอื้อต่อการก่อสร้างเนื่องจากเป็นที่ดินที่ผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม(สีม่วง) ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์ได้

Mega Rangsit & IKEA

ที่ดิน : 250 ไร่ เฉพาะที่ดินจากตระกูลสนิทวงศ์ฯ และกำลังกว้านซื้ออีก รวมน่าจะประมาณ 1,000 ไร่
พื้นที่เช่า : N/A
มูลค่าการลงทุน : เฉพาะที่ดิน 250 ไร่ ราคา 700 ลบ.
เจ้าของโครงการ : SF (49%) + Ikano (49%) + ไทยวนาสิริ (2%) = บริษัทร่วมทุน ชื่อ North Bangkok Development
กำหนดเปิด : N/A

 

ที่อยู่อาศัยในย่าน Future Park

โครงการในย่านรังสิตมีหลายประเภท เราเลือกเจาะทำเลรอบห้าง Future Park Rangsit แหล่งความเจริญของห้างนี้ โดยในรัศมี 3 กม. จากห้าง Future Park Rangsit จะมีโครงการทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม เราได้เลือกเฉพาะตัวที่ยังขายอยู่ มาดูราคาเริ่มต้นกัน โครงการบ้านเดี่ยว ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 7 ลบ. ส่วนทาวน์โฮมในย่านนี้ จะเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 2.67 ลบ. 

จะเห็นว่าราคาเริ่มต้นของทาวน์โฮมถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง เนื่องจากเรื่องพื้นที่รอบบ้านที่น้อยกว่าบ้านเดี่ยว และผนังบ้านจะติดกันกับบ้านข้างๆ แต่ในงบสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีครอบครัวขนาดเล็ก ทาวน์โฮมก็ถือว่าอาจจะตอบโจทย์ใครหลายๆ ท่าน หลักๆ เลยคือเรื่องราคานั่นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะคัดสรรว่าโครงการทาวน์โฮมไหนที่เหมาะกับคุณนั้น มีอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ

 

ทำไมการซื้อทาวน์โฮมถึงเหมาะสมในย่านนี้

► การเดินทาง ห่างจากถนนใหญ่กี่เมตร? 

ถนนหลักในทำเลนี้ก็จะมี ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดี-รังสิต, ถนนรังสิต-นครนายก และถนนกำแพงเพชร เป็นต้น ซึ่งโครงการที่อยู่ใกล้ถนนหลัก ข้อดีคือเดินทางสะดวก ไม่ต้องเข้าซอยลึก ลักษณะโครงการในทำเลนี้ พื้นที่โครงการจะเป็นแนวยาว หากเราไม่ได้บ้านที่อยู่ด้านต้นๆ ซอยของโครงการ ก็จะต้องบวกระยะทาง ขับรถจากหน้าประตูโครงการเข้าไปถึงตัวบ้านอีก ดังนั้นเลือกโครงการที่ติดถนนหลักไว้เลย ก็จะดีที่สุด

ซึ่งระยะทางที่วัดมานั้น คือจากหน้าโครงการ ถึง ถนนหลัก และเราได้มีการวัด ระยะการเดินทางจากหน้าโครงการ ถึง ห้างฟิวเจอร์ปาร์ค อีกด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญของย่านนี้ โครงการที่ทั้งติดถนนหลัก และใกล้ฟิวเจอร์ปาร์ค ซึ่งโครงการที่อยู่ใกล้ฟิวเจอร์มากที่สุดคือ ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต คลอง 1 รวมถึงใกล้กับทางขึ้นโทลเวย์อีกด้วย 

 

► รูปแบบบ้าน หน้ากว้างเท่าไหร่ ? แบบแปลนบ้านเป็นอย่างไร ?

แบบบ้านทาวน์โฮม จะมีหน้ากว้างตั้งแต่ 4 ม. ไปจน 6 ม. เป็นมาตรฐาน ซึ่งขนาดหน้ากว้างนั้น ก็จะเกี่ยวข้องกับที่จอดรถ หากจอดรถได้ 2 คัน ก็ต้องหน้ากว้าง 5.5 ม. ขึ้นไป แต่ระยะ 5.5 ก็จะจอดไม่ค่อยสะดวก เท่าระยะ 5.7 ม. ขึ้นไป ส่วนแปลนที่โครงการทาวน์โฮมส่วนใหญ่ทำนั้น จะมีรูปแบบ A, B, C ซึ่ง แบบ A นั้นคือ หน้ากว้างส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 4.0 – 5.0 ม. จอดได้ 1 คัน ไม่มีสวน ส่วนแบบ B, C นั้น ส่วนใหญ่จะกว้าง 5.5 ม. ขึ้นไป สามารถจอดได้ 1-2 คัน  

ทาวน์โฮมในย่าน Future Park ในระยะ 3 กม. นั้นจะมีรูปแบบแปลนของบ้านขนาดเริ่มต้น 3 ลักษณะด้วยกัน ได้แก่ 1. หน้ากว้าง 5.5 ม. แปลนแบบ C และ 2. หน้ากว้าง 5.7 ม. แปลนแบบ B และสุดท้าย 3. หน้ากว้าง 5.7 ม. แปลนแบบ C ซึ่งในบรรดา 3 แบบนั้น แบบ 1,2 จะได้อย่างเสียอย่าง แบบ 1. จะมีแปลนแบบ C จะได้เปรียบที่สามารถจอดรถได้ 2 คัน

แต่ด้วยหน้ากว้าง 5.5 ม. ก็จะนับว่าจอดได้ 2 คัน แต่เบียดมากๆ จอดได้เพียงคันเล็ก ส่วนแบบ 2. จะเป็นแปลนแบบ B ที่สามารถจอดได้ฝั่งเดียว ถึงจะได้เปรียบที่หน้ากว้างถึง 5.7 ม. ก็ตาม แบบสุดท้ายแบบ 3. จะเป็นแบบที่เพอร์เฟ็คที่สุด ที่หน้ากว้าง 5.7 และสามารถจอดรถได้ 2 คันแบบเหลือพื้นที่ 

ซึ่งข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการอยู่ทาวน์โฮม ที่มีหน้าบ้านกว้าง นั้นจะได้ความเป็นส่วนตัว เพราะมีกฎหมายอาคารบังคับอยู่ว่า ไม่สามารถสร้างทาวน์โฮมติดกันเกิน 40 เมตร โดยส่วนใหญ่โครงการสมัยก่อนจะสร้างได้ประมาณ 10 หลังติดกัน ในขณะที่ทาวน์โฮมยุคใหม่ จะมีบ้านหน้ากว้าง 5.5 เมตรขึ้นไป ซึ่งจะสร้างติดกันได้มากสุดคือ 7 หลังเท่านั้น

 

► เปรียบเทียบโครงการ

จากการเปรียบเทียบโครงการทาวน์โฮมทั้ง 8 โครงการ โดยภาพรวมแล้วโครงการที่คุ้มค่าที่สุดคือ ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1 แม้ว่าราคาเริ่มต้นจะแพงกว่าโครงการอื่นๆ พอสมควร แต่ Spec ของโครงการก็ได้มากกว่าโครงการอื่นๆ อยู่พอสมควร ที่ได้ 4 ห้องนอน 2 ที่จอดรถ ขนาดที่ดินเริ่มต้นมากที่สุดคือ 22.8 ตร.วา. รวมถึงใกล้ถนนใหญ่และใกล้ฟิวเจอร์พาร์คมากที่สุด

ในขณะที่บางโครงการได้ 3-4 ห้องนอน ในราคาที่ถูกกว่า แต่อาจจะต้องแลกกับระยะทางที่ค่อนข้างหากจากถนนใหญ่ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางพอสมควร

 

ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1

ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1 เป็นโครงการทาวน์โฮมใหม่ล่าสุด เดินทางสะดวกโดยรถยนต์เนื่องจากติดถนนหลัก เพียง 120 ม. ถึงหน้าโครงการ หรือใกล้จุดขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขเพียง 1.4 ม. เป็นย่านที่มีแหล่งความเจริญหลักๆ คือฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ตัวโครงการใกล้ฟิวเจอร์ปาร์คเพียง 1.2 กม. เรียกว่าใกล้ที่สุดในบรรดาโครงการทั้งหมดที่รายล้อม ขนาดพื้นที่ใช้สอยในบ้าน 140 ตร.ม. ด้วยที่ดินที่ใหญ่กว่าโครงการทั่วไป อยู่ที่ 22.8 ตร.ว. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หน้ากว้าง 5.7 สามารถจอดรถได้ 2 คัน หลังบ้านลึกถึง 3 ม. ราคาเริ่มต้นเพียง 3.09 ลบ.

FACT

INFORMATION

ชื่อโครงการ : ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1

เจ้าของโครงการ : บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด มหาชน

พื้นที่โครงการ : 40-2-50 ไร่

ที่ตั้้งโครงการ : ซ.รังสิต-นครนายก 26 ถ.เลียบคลอง รังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

UNIT TYPE

จำนวนยูนิตทั้งหมด : 324 ยูนิต

ประเภทโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร

FACILITIES

สิ่งอำนวยความสะดวก : คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และ Edutainment 

พื้นที่ส่วนกลาง :  4-3-41.25 ไร่
พื้นที่สวนส่วนกลางรวม : 1,582 ตร.ว.
Clubhouse : 339.25 ตร.ว. 

 

House Plan

 

Club House

Garden (View 1)

Garden (View 2)

 

https://www.mk.co.th