XT Ekkamai

ที่อยู่อาศัยที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์

1. XT คืออะไร ?

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Developer เจ้าดังอย่าง Sansiri ได้ทำการเปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียม ตึกสูง โครงการใหม่ขึ้นมา ภายใต้ชื่อ XT ที่มีความหมายว่า Extend Your Style ที่จะเน้นเพิ่มสไตล์การใช้ชีวิตและความหลากหลายของ Facilities มากขึ้นนั่นเอง

จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ XT นั้นโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์คอนโดมิเนียมอื่นๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ Sharing Facilities ที่ลูกบ้านของโครงการ XT สามารถไปใช้ส่วนกลางของโครงการอื่นในแบรนด์ XT ได้ เป็นการฉีกกฏการใช้ส่วนกลางของคอนโดฯ โดยปกติ

โครงการ XT นั้น ได้เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 3 โครงการด้วยกันตามทำเลเด่นๆ ของกรุงเทพฯ อย่าง เอกมัย, ห้วยขวาง และพญาไท ส่วน Segment ของโครงการจะเป็นระดับ High Class ที่อยู่ระหว่างแบรนด์เรือธงอย่าง The Line และตัวรองลงมาอย่าง The Base  

2. Joint Venture กับ Tokyu จากแดนปลาดิบ

สำหรับโครงการ XT Ekkamai เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีการร่วมมือกันระหว่างกลุ่ม Sansiri และ Tokyu Corporation บริษัทต่างชาติจากแดนปลาดิบอย่าง Tokyu ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถไฟฟ้าชานเมืองและอสังหาริมทรัพย์มาตลอด 95 ปี ในนาม Siri TK ทั้ง 2 ได้ร่วมกันครั้งแรกในโครงการ TAKA HAUS เอกมัย 12 ประสบความสำเร็จในการขายที่ทำยอดขายไปแล้วถึง 97% เหตุผลในการขายได้มองถึงศักยภาพของพื้นที่ของเอกมัยและทองหล่อที่เป็นแหล่งรวมชาวญี่ปุ่นและสถานบันเทิงต่างๆ ไว้มากมาย ได้เพิ่มความมั่นใจให้ Tokyu กล้าที่จะร่วมลุงทุนในย่านเอกมัย/ทองหล่อมากขึ้น จึงเกิดเป็นโครงการ XT Ekkamai นี่เอง

3. XT เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 โครงการ

ทั้ง 3 ทำเลของโครงการ XT นั้นจะมีอยู่ที่ เอกมัย, ห้วยขวาง และพญาไท

XT EKKAMAI

XT เอกมัย เน้น Lifestyle แบบ Work & Play สำหรับการใช้ชีวิตแบบ Work Hard & Play Hard ให้เราสามารถใช้ชีวิตทั้งสองด้านได้อย่างเต็มที่ เราสามารถมานั่งทำงานกับเพื่อนๆ ที่คอนโดฯ ก่อนที่จะออกไป Hang Out สนุกสนานกันในยามค่ำคืนกับแสงสีของย่านเอกมัย ทองหล่อ และไปพักผ่อนชิวๆ หรือใช้ Facilities ชมวิวเมืองแบบ 360 องศาที่ส่วนกลางด้านบนอาคาร หากว่าปาร์ตี้เสร็จก็ยังสามารถมาต่อที่ Sky Bar & Lounge ที่ด้านบนของโครงการ สามารถรองรับเพื่อนๆ ได้อย่างสบายๆ

 

4. Personalised Room Layouts ที่อยู่อาศัยที่ตอบสนอง Lifestyle

แน่นอนว่าคอนโด XT นั้นเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และชอบการออกแบบหรือตกแต่งห้องของตนให้เหมาะกับ Lifestyle ทำให้ลูกค้าของ XT หลังจากเลือกตำแหน่งของห้องและ Unit Type ของห้องที่ต้องการไปแล้วนั้น เรายังสามารถเลือกได้ว่าอยากได้แบบห้องแบบไหนที่เข้ากับ Lifestyle โดยทางโครงการจัดมาให้เลือกถึง 6 Style ด้วยกัน ในโครงการ XT Ekkamai

ได้แก่ 1. Snoozy Head  2. Visionary 3. Party Goer  4. Naturalist 5. Master Chef และ 6. Fashionista ซึ่งการมีตัวเลือกให้ลูกค้านั้น ทำให้เป็นจุดเด่นที่ยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า XT มากกว่าโครงการอื่นๆ เพราะแถมเป็น Fully Furnished ตาม Lifestyle การใช้ชีวิตของลูกค้าได้ดี หากสงสัยแล้วว่าแต่ละตัวเลือกแตกต่างกันอย่างไร สามารถดูได้จากด้านล่างเลยครับ

SNOOZY HEAD

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบพักผ่อนหรือใช้เวลาส่วนตัวอยู่กับบ้านเป็นส่วนใหญ่ แบบ Snoozy Head ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่กล่าวมาตอนต้น

เพราะว่าในห้องจัดพื้นที่ๆ เรียกว่า “Snoozy Area” พื้นที่โซนนั่งเล่นพักผ่อนที่รวมเข้ากับ Bedroom ทำให้รู้สึกว่ามีห้องนอนที่กว้าง สามารถชมวิวจากด้านนอก ดูหนังฟังเพลงชิวๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่เกือบทั้งวันในพื้นที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นพักผ่อน, อ่านหนังสือ หรือทานขนม

VISIONARY

ห้องสไตล์นี้เหมาะสำหรับ คนชอบทำงานที่บ้าน หรือ ทำธุรกิจส่วนตัว อาชีพฟรีเเลนซ์ อาจจะถูกใจห้องแบบ Visionary

ห้องที่ออกแบบมาเพื่อทำงานและอยู่อาศัยไปด้วยกันอย่างลงตัวในพื้นที่จำกัด โดยมีพื้นที่ Working Area เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ฟังก์ชั่นยืดหยุ่นในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงานที่สามารถทำงานและชมวิว Cityscape ไปด้วย หรือ พื้นที่กินข้าวในห้องก็เหมาะสม เพราะสามารถเชื่อมต่อกับส่วนครัวและห้องรับแขก ใช้งานสะดวก

PARTY GOER

ถ้าคุณเป็นสาย Party ชอบนัดรวมตัวกับเพื่อนฝูงอยู่บ่อยครั้ง ต้องการพื้นที่โล่งเยอะๆ ในการทำกิจกรรมภายใต้พื้นที่จำกัด ขอแนะนำห้องแบบ “Party Goer”

ถูกออกแบบรวมห้องรับแขกและส่วนกินข้าว เป็นพื้นที่ Share Space ขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงทั้งรับแขกนั่งเล่น กินข้าว หรือ จัดปาร์ตี้สังสรรค์ สามารถเอาอยู่ในห้องประเภทนี้ ตัวห้องเชื่อมกับห้องครัวและห้องนอนที่เป็นบานเลื่อนกระจกสำหรับรองรับเพื่อนๆ ที่มาปาร์ตี้เพิ่ม พร้อมเฟอร์นิเจอร์เป็นโซฟาขนาดใหญ่ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไลฟ์สไตล์ชอบสังสรรค์เป็นประจำ

NATURALIST

ลองนึกบรรยากาศที่ว่า ตื่นมาตอนเช้า ยืนรับลมอยู่ริมระเบียงและมีความสุขกับพื้นที่สีเขียวน่ารักๆ ของคุณภายในห้อง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบบรรยากาศเหล่านี้และมีพื้นที่ระเบียง รับลมและแสงเเดด รวมทั้งสามารถสร้างสวนขนาดเล็กๆ ไว้ในห้องของคุณ ขอแนะนำห้องแบบ Naturalist

เป็นห้องที่มีสามารถมองออกมาพบกับวิวของสวนของโครงการได้ และยังรู้สึกเหมือนขยับเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้นนั่นเอง

Master Chef

หากว่าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบที่จะลงมือนำวัตถุดิบต่างๆ มาต้ม, ผัด, แกง และ ทอด ปรุงรสออกมาเป็นอาหารจานเด็ดของคุณ คุณอาจจะสนใจของแบบ “Master Chef”

ห้องแบบ Master Chef นั้นเน้นไปที่พื้นที่ครัวที่มีพื้นที่กว้าง มีพื้นที่สำหรับตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ และยังมีประตูกั้นระหว่างพื้นที่ครัวและพื้นที่ห้องนั่งเล่น เพื่อป้องกันกลิ่นเข้าไปในห้องเวลาเราทำอาหารที่มีกลิ่นฉุน อาทิ ผัดกระเพรา เป็นต้น

Fashionisata

ห้องแบบ “Fashionista” นี้อาจจะเป็นห้องในฝันของสาวๆ นักช็อปหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ เพราะมีจุดเด่นที่มีพื้นที่สำหรับตู้เก็บของเยอะ สำหรับให้สาวๆ หรือหนุ่มที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งมีที่สำหรับเก็บหรือตั้งโชว์ ชุดสินค้าคอลเลคชั่น ลิมิเต็ดหรือแบรนด์เนม ต่างๆ ได้มากขึ้น หมดซึ่งปัญหาของการซื้อของมาแล้วไม่มีที่เก็บนั่นเอง

 

5. Concept ใหม่ที่พ่วงมาในแบรนด์ XT

สิ่งที่ XT แตกต่างจากโครงการคอนโดฯ ทั่วไปเพราะการมองถึงผู้ใช้ในอนาคตที่มี Lifestyle ที่ชอบความ Flexible ที่เรียกว่า Sharing Economy เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1978 โดยอยู่ในบทความ “Community Structure and Collaborative Consumption” โดย Marcus Felson และ Joe Spaeth ซึ่งระบุไว้ว่าเป็นรูปแบบเศรษฐกิจของการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการจากทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้ กับผู้ที่ต้องการ หรือแสวงหาอยู่ ทำให้เกิดข้อตกลงระหว่างบุคคล และผลประโยชน์ร่วมกัน 

จุดเด่นที่ทำให้การลงทุนแบบ Sharing Economy ค่อนข้างมีเสน่ห์ ได้แก่

1. Flexibility คือ ความยืดหยุ่นในเรื่องสินทรัพย์ที่นำมาแชร์ในตลาด ซึ่งสามารถเป็นอะไรก็ได้   

2. Convenience คือ ความสะดวกสบายที่สามารถจองหรือทำข้อตกลง

3. Low Barrier to entry ถือว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ต้องการปล่อยเช่า และผู้ต้องการเช่า 

4. Minimal Regulation คือการมีกฎ ข้อตกลงที่น้อยกว่าการทำธุรกรรมแบบอื่นๆ

INFO: onespace.com


INFO: bmtoolbox.net

เราจะมายกตัวอย่างของบริษัทที่ใช้แนวความคิด Sharing Economy จนประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีการก่อตั้งบริษัท Airbnb ขึ้น การทำงานของบริษัทนี้ เน้นความต้องการของทั้งคนที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยรูปแบบใดก็ตาม และคนที่ต้องการเช่าที่อยู่อาศัย ทั้งในระยะสั้นและยาว ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ อยู่ประเทศไหนก็ได้ โดย Airbnb ถือเป็นตัวเชื่อมหรือ Dealer ระหว่าง 2 ฝ่ายให้ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่ง Airbnb จะได้ผลประโยชน์หากทั้ง 2 ฝ่ายทำสัญญาร่วมกัน

 

6. Sharing Facilities เลือกหนึ่งได้ถึงสาม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Share Facilities นั้นถือเป็นจุดขายที่แปลกใหม่ และเป็นจุดเด่นของแบรนด์ XT ที่ อยู่ที่ไหนก็ใช้ได้ แน่นอนว่าการที่มีส่วนกลางกระจายอยู่ตามโครงการในทำเลต่างๆ หมายความว่า ถ้าเราซื้อโครงการ XT หนึ่งโครงการ เราจะได้ Facilities ของทั้ง 3 โครงการนั่นเอง ซึ่งถ้าในอนาคตจะมีโครงการ XT เกิดขึ้นมาอีก เราก็จะได้ Facilities เพิ่มขึ้นมาด้วยนั่นเอง 

Facilities ที่มีความ Unique ของแต่ละโครงการ ที่สะท้อน Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยออกมา เราสามารถเลือกได้ว่า Facilities ของโครงการไหนเหมาะกับเราที่สุด เช่น XT Ekkamai ที่มี Co-Working Space/Play Space ให้คนสามารถเข้ามานั่งทำงานและประชุมได้ในบรรยากาศที่มีดีไซน์สวยงาม และยังมีโต๊ะที่สามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะ pool หรือ โต๊ะปิงปองให้คลายเครียดระหว่างทำงานได้แต่ถ้าชอบทำงาน Craft เราก็สามารถไปใช้ที่ XT Huaykwang ได้ หรืออยากจะจัด Talk ไปใช้ที่ XT Phayathai ได้ เป็นต้น

 

7. วิเคราะห์ Facilities ของ XT Ekkamai

360 degree Facilities

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนั้นส่วนมากจะอยู่ชั้นบนสุดของโครงการ โดดจุดเด่นของพื้นที่ส่วนกลางบริเวณนี้คือมีเป็นผนังกระจกรอบด้าน หากเรามาใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ว่าเราจะใช้พื้นที่บริเวณไหน เราก็จะสามารถชมวิว Cityscape แสงสีของย่านทองหล่อและเอกมัย ได้รอบด้าน 360 องศา เลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถมานั่งชิวบริเวณ Sunken ของสระหรือว่ายน้ำในสระแบบไร้ขอบ ที่มีความยาวถึง 50 ม. ก็ได้

Sky Facilities

พื้นที่ส่วนกลางในส่วนของ Sky Facilities มีส่วนกลางค่อนข้างหลากหลายประเภท อาทิ Bar, Lounge, Private Lounge, Meeting Room และ Game Room เหมาะเป็นพื้นที่ในการมานั่งคุยหรือพบปะกับเพื่อนๆ ชิวดูหนังที่ Poolside Theatre หรือผ่อนคลายไปกับ Hot & Cold Jacuzzi พร้อมชมวิวเมืองไปด้วย 

 

VR Fitness & Interactive Fitness

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality ที่จะจำลองภาพให้เราไปอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ นั้น กำลังเข้ามามีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อย ทางโครงการ XT Ekkamai ก็ได้มีการดึงจุดนี้มาทำเป็น VR Fitness ที่จะทำให้ประสบการณ์การออกกำลังของเรานั้นได้ประสบการณ์ที่แปลกและแตกต่างออกไป

โดยจะใช้เป็นเครื่องจาก ICAROS จากเยอรมันที่เป็นการผสมผสานระวังเล่นเกม และ การออกกำลังกายไว้ด้วยกัน นอกเหนือจากนั้นยังมี Interactive Fitness ที่จะให้เราสามารถกำหนดรูปแบบการออกกำลังกายเราผ่าน Reax Light ทำให้เราสามารถประยุกต์และปรับเปลี่ยนได้ตามที่เราต้องการ

 

8. คอนโด High Rise เอกมัย น่าสนใจในการลงทุน

INFO: Real Research (June 2018)

จาก Real Research ในภาพรวม High Rise Condominium บนเส้นถนนเอกมัย ส่วนมากจะอยู่ติดริมถนนหลักเอกมัย มีจำนวนโครงการทั้งหมด 13 โครงการ

โดยรวมทั้งโครงการ Resale และโครงการพึ่งเปิดใหม่ ราคาเฉลี่ยภาพรวมอยู่ที่ 163,000 บ./ตร.ม. อยู่ในช่วงระหว่างราคาเริ่มต้นที่ 87,000-207,000 บ./ตร.ม. สำหรับโครงการที่พึ่งเปิดโครงการใหม่ ราคาเฉลี่ยอยู่ในช่วง 180,000-190,000 บ./ตร.ม. ได้แก่ Piti เอกมัย, The Fine Bangkok, Maru เอกมัย 2 และ XT เอกมัย

INFO: Real Research (June 2018)

เมื่อมาดูภาพรวม Capital Gain เฉลี่ยประมาณ 5.2 % และค่า Rental Yield เฉลี่ยประมาณ 5.4%  (ข้อมูลนี้เป็นราคาปัจจุบันที่รวมคอนโด Resale) ซึ่งอยู่ในระดับที่ดี และน่าสนใจในการลงทุน ทั้งเก็งกำไรระยะสั้น หรือ ปล่อยเช่าในระยะยาว

เนื่องจากทำเลเอกมัยติดเส้นสุขุมวิทและใกล้กับเส้นเอกมัย ซึ่งอยู่ในโซน Prime Location มีความครบครันทั้งปัจจัยในการอยู่อาศัยทั้งแหล่งงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงพยาบาล และโรงเรียน และเป็นที่ดึงดูดของชาวต่างชาติที่มาอยู่อาศัยระหว่างทำงานที่กรุงเทพฯ อย่าง ชาวจีน ญี่ปุ่น รวมทั้งราคาที่ดินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับพื้นที่ในการพัฒนาโครงการที่นับวันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะตัดสินใจซื้อโครงการไหน นอกจากศึกษาทำเลของโครงการแล้ว ต้องดูฟังก์ชั่นของคอนโดที่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตอยู่อาศัยของเรามากที่สุดและบัดเจ็ทของเราด้วย

 

สรุปทุกประเด็นของ XT Ekkamai

Brand ที่ใส่ใจวิถีชีวิตคนเมืองรุ่นใหม่

แบรนด์ XT ที่เป็นแบรนด์ใหม่จาก Sansiri นั้นถูกออกแบบจากเทรนด์แนวคิดและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่มีความหยืดหยุ่นสูงและมีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง ที่ทำให้คอนโดไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่รวมไปถึง Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยด้วย  

Location ทำเลย่านแสงสียามค่ำคืน

ย่านเอกมัยทองหล่อเป็นย่านที่รู้จักกันดีในด้านแสงสีของ Night Life แต่ทว่าในด้านอื่นๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย ทั้งด้านการเดินทางที่ตัวโครงการเองค่อนข้างอยู่ใกล้กับ New CBD อย่าง อโศกและพระราม 9 สามารถเดินทางได้อย่างง่ายดายเพราะเส้นเอกมัยเป็นเส้นเชื่อมกับถนนเส้นหลักของกรุงเทพฯ ทั้ง 2 สายอย่าง ถ.สุขุมวิท และ ถ.เพชรบุรี และยังมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวตัดผ่านด้วย  

Facilities เยอะและหลากหลาย

ว่าด้วยเรื่อง Facilities ของแค่เฉพาะโครงการ XT Ekkamai ก็ถือว่ามีหลากหลายสามารถตอบสนอง Lifestyle ได้ทุกรูปแบบ และยังมีการผสานเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ เข้ากับ Facilities อาทิ VR และ Interactive Fitness ทำให้โครงการมีภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งที่พิเศษก็คือการที่ลูกบ้าน XT สามารถใช้ Facilities ของโครงการ XT อื่นๆ ได้โดยแค่การจองผ่าน Smart Phone

Unit ที่ Customize ให้เหมาะกับ Lifestyle

คนเมืองรุ่นใหม่นั้นต่างมีวิถีชีวิตที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โครงการ XT Ekkamai จึงมีการให้เราสามารถเลือกแบบของห้องให้เหมาะกับ Lifestyle การใช้ชีวิตของเราได้ ซึ่งทางโครงการมีมาให้เราเลือกถึง 6 แบบ 6 Style ด้วยกัน ทั้ง 1. Snoozy Head 2. Visionary 3. Party Goer 4. Naturalist 5. Master Chef และ 6. Fashionista